facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2559 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 13

 

ผมไปหาน้ำกินดีกว่าไอ้อาร์พูดก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในครัวผมลุกเดินไปกระชากแขนเล็กของมันไว้ทันที ไอ้อาร์ก็ยังเอาแต่ยิ้ม

 

 

ถ้ามึงทำกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ผมพูดเสียงเข้ม

 

 

คึคึ

 

 

“……” ผมเงียบเมื่อมันหัวเราะถูกใจยกใหญ่อย่างกับสติหายไปจากตัว ผมมองหน้ามันด้วยสายตาจริงจังถ้ามันทำจริงๆ  ผมไม่เล่นแค่มันแน่ๆ แม้แต่ครอบครัวมันผมก็ไม่คิดจะเว้นถึงจะใช้เงินใช้เวลามากแค่ไหนก็ตาม

 

 

ผมหิวแล้ว ไอ้อาร์พูดพร้อมบิดข้อมือออกจากมือผม ผมก็ยอมปล่อยมันให้มันเข้าไปในครัว ผมได้แต่ยืนเสยผมตัวเองด้วยความหงุดหงิดและวุ่นวายในใจไม่น้อยเลย ผมเริ่มระแวงเรื่องราวต่อจากนี้

 

 

อาหารมาเสิร์ฟถึงบนคอนโดผม ผมก็ให้มันจัดการเอง ไอ้อาร์นั่งกินข้าวอยู่กลางห้องผมเลยทีเดียวผมมองมันที่กำลังจะตักข้าวคำแรกกิน

ถ้ากินเสร็จก็กลับไปได้แล้วกูจะนอน ผมพูดบอกมันเสียงเรียบไอ้อาร์ทำสีหน้าเลิกลั่น ผมไม่สนใจหมุนตัวกลับเข้าไปห้องนอนตัวเอง

 

 

ดะ เดี๋ยวๆสิ!” เสียงไอ้อาร์เรียกผมไว้แต่ผมไม่ฟังปิดประตูใส่หน้ามันทันที ไม่รู้ว่ามันจะกินข้าวต่อหรือทำอะไรแต่ผมจะออกจากห้องก็ตอนเช้าถ้ามันนอนข้างนอกผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

 

 

ผมไม่ลืมที่จะกดไลน์หาไอ้ชามที่คงนอนอยู่แต่ไม่รู้มันหลับรึยัง ผมตัดสินใจกดโทรหามัน รอสายไม่นานไอ้ชามก็กดรับสายทำให้ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมามากๆเลยล่ะ

 

 

(“เสี่ยมีอะไรหรอ”) น้ำเสียงแหบๆตอนตื่นนอนของไอ้ชามดังขึ้น ผมยิ้มขำเล็กน้อย

 

 

โทรหาไม่ได้รึไง

 

 

(“ได้แต่เสี่ยก็รู้ผมขี้เซานะเว้ย นี่มันเพิ่งตีห้า”)

 

 

หึหึ กูจะรบกวนมีอะไรมั้ยผมพูดบอกมันกวนๆ ได้ยินเสียงมันหาวนอนดังขึ้นมาผมก็อดจะยิ้มไม่ได้

 

 

(“งั้นห้ามวางเลยนะ ผมตื่นแล้วเนี่ย”)

 

 

อืม แล้ววันนี้มีเวรตอนไหน

 

 

(“ทั้งวันเหมือนเดิมครับ แล้วเสี่ยล่ะทำอะไรอยู่นอนรึยัง”)

 

ยังเดี๋ยวจะไปอาบน้ำ กูเอาโทรศัพท์เข้าไปด้วยนะ

 

(“สะ เสี่ยไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง”) ผมหลุดหัวเราะ คิดสีหน้ามันออกเลยว่าจะทำหน้าแบบไหน

 

มันต้องขนาดนั้นแหละผมพูดบอกมันก่อนจะเข้าไปอาบน้ำไม่ลืมที่จะเอาโทรศัพท์เข้าไปด้วยได้ยินเสียงเคาะประตูห้องแต่ผมไม่สนใจเปิดน้ำแรงๆกลบเสียงเคาะประตูของไอ้อาร์มัน จนผมอาบน้ำเสร็จผมก็เปิดกล้องคุยกับไอ้ชามผ่านสไกป์ ชามที่กำลังนั่งทำหน้าสะลึมสะลืออยู่พยายามยิ้มให้ผม มันคงจะง่วงมากผมก็เข้าใจมันแต่ผมไม่รู้จะทำให้ตัวเองหายคิดมากได้ยังไง มีทางเดียวที่ผมจะใจเย็นได้ต้องได้ยินเสียงไอ้ชามไม่ก็จับมันมากอดแรงๆเท่านั้น

 

 

(“เสี่ยเงียบทำไม มีเรื่องอะไรรึเปล่า ไอ้ชามถามเสียงเครียดๆ ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

 

 

พ่อแม่เป็นไงบ้าง กูไม่ได้โทรหาพวกเขาเลย ผมพูดถามไอ้ชามทุกครั้ง ปกติผมจะฝากมันไปบอกพ่อกับแม่ผมมากกว่าที่ผมจะโทรไปคุยกับท่านเอง

 

 

(“สบายดีครับ อีกอย่างนิวเยียร์ก็บ่นคิดถึงเสี่ยด้วย”)

 

 

บอกหลานเดี๋ยวกลับไปจะเอาของฝากไปให้ รีเควสมาได้เลย

 

 

(“จริงอ่ะ แล้วของผมล่ะ”) ไอ้ชามถามผมพร้อมฉีกยิ้มด้วยความตื่นเต้น ผมยกยิ้มมุมปากให้มันเหมือนที่ชอบทำ มองหน้าไอ้ชามยิ้มๆเห็นมันทำหน้าตื่นๆขนาดนั้นก็อดจะเอ็นดูไม่ได้

 

 

ของมึงเป็นตัวกับหัวใจกูก็พอแล้วผมพูดบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไอ้ชามชะงักไปทันทีก่อนจะเบะปากใส่ผมด้วยความหมั่นไส้

 

 

(“ สะ เสี่ยแม่งเสี่ยว)

 

 

หึหึ ของฝากมึงจะมีอะไรนอกจากความต้องการของกูเนี่ยผมพูดยิ้มๆ ใบหน้าน่ารักที่ผมชอบขึ้นสีทันที

 

 

(“โอ้ยย ไม่เอา นานขนาดนั้นมีหวังตัวผมระบมแน่ๆ เปลี่ยนเรื่องคุยเลยนะ”) ไอ้ชามโวยวายกลบเกลื่อนทำผมหัวเราะไม่หยุดก่อนจะนิ่งไปนิดเมื่อนึกอะไรออก

 

 

อืม...ชาม ผมเรียกชื่อไอ้ชามเสียงจริงจัง ร่างบางกระพริบตามองหน้าผมด้วยความไม่เข้าใจทันที

 

 

 

เหงารึเปล่า...ผมถามเองก็รู้สึกใจหวิวๆเอง ผมยอมรับเลยว่าผมเหงามากๆ เหงาแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ไอ้ชามทำหน้าหม่นทันทีตามันแดงคล้ายจะร้องไห้จนผมรู้สึกผิดที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

 

 

(“ฮึกก เหงาสิเสี่ย เหงามากเลย”) เสียงเล็กๆของมันพูดไปเริ่มมีเสียงสะอื้นไปด้วยได้ยินคำตอบมันแล้วผมก็อดจะรู้สึกเจ็บแปลบๆในอกไม่ได้

 

 

เหมือนกัน อดทนหน่อยนะครับผมพูดบอกมันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะมองหน้ามันด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างกัน ตอนนี้เราทั้งคู่เหมือนจะอ่อนแอไม่ต่างกันเลยจริงๆ

 

 

 

(“ฮึกกก ฮือออ เสี่ย”)

 

 

ดูแลตัวเองดีๆด้วย มีอะไรก็โทรมาได้ตลอด มีปัญหาอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียวนะชาม

 

 

(“ฮึก ครับ เสี่ยก็เหมือนกัน อึ่ก อย่าลืมบกผมด้วยนะ”)

 

 

อืม หยุดร้องได้แล้วขี้แยจังเลยนะมึงโตแล้วผมพูดขำๆ ไอ้ชามรีบยกมือเช็ดน้ำตาออกจากหน้าตัวเองทันที ผมอยากจะเช็ดให้มันแต่ก็ทำไม่ได้

 

 

(“ฮึก ก็มันอดไม่ได้นี่”)

 

หึหึ คิดถึงมึงว่ะ

 

(“คิดถึงเสี่ยเหมือนกัน มากๆด้วย”) ผมยิ้มรับคำตอบมันก่อนจะพาคุยอีกเล็กน้อยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มันเจอมาเมื่อวานจนเช้าจริงๆ ไอ้อชิก็เข้ามาปลุกไอ้ชามเพราะผมก็สั่งมันไว้เหมือนกัน

 

 

เออ ชามให้กูคุยกับไอ้อชิหน่อยมึงก็ไปอาบน้ำได้แล้ว

 

 

(“ก็ได้”) ไอ้ชามรับคำก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำไอ้อชิที่เดินเข้ามาใกล้โน๊ตบุ๊คผมบอกมันให้ตัดสายเครื่องนี้ไปก่อนแล้วผมก็กดโทรหามันอีกที ผมบอกเรื่องที่ผมคิดไว้ในใจให้ไอ้อชิฟังและกำชับมันให้ดูแลไอ้ชามให้ดีกว่านี้ เพราะคำพูดของไอ้อาร์ทำให้ผมคิดมากอยู่ตอนนี้จนระแวงไปหมด

 

 

(“มึงคิดมากไปเองรึเปล่าวะ”)

 

ไม่รู้วะ แต่กันไว้ก่อนกูฝากมึงหน่อยนะ

 

(“เออ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงกูดูแลมันเอง”)

 

ขอบใจมากผมพูดบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะกดตัดสายจากไอ้อชิตลอดทั้งคืนผมนอนไม่หลับและไม่รู้ว่าไอ้อาร์มันกลับไปแล้วรึยัง

 

 

จบพาร์ท ทราฟ

 

 

 

ชาม พาร์ท

 

คุยไรกับเสี่ยวะ ผมถามไอ้อชิที่กำลังยืนอยู่ข้างๆไอ้ฟิกในห้องครัว ผมเดินเข้าไปหามันหลังจากที่อาบน้ำเสร็จและส่งข้อความบอกเสี่ยว่าจะทานข้าวแล้วออกไปทำงานเลย

มันก็แค่ฝากมึงไว้กับกูแค่นั้น ไอ้อชิพูดบอกผมด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ มันก็แสดงออกแบบนี้ตลอดผมก็ชินแล้วเวลาไม่มีเสี่ยอยู่ด้วยเราก็พูดหยาบด้วยกันเป็นเรื่องปกติ

 

 

แล้วไป เหมือนเสี่ยเขามีเรื่องอะไรไม่รู้ปิดบังกู หรือกูคิดมากไปเองวะ ผมพูดเหมือนบ่นอยู่กับตัวเองก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะกินข้าว แต่ผมก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้สิมันเหมือนมีอะไรรบกวนใจผมอยู่ตอนนี้... ไอ้ฟิกหันมาถอนหายใจใส่หน้าผมทันที

 

 

มึงก็บ่นได้ตลอด เพราะมึงคิดถึงเขาไง ไอ้ฟิกพูบอก ผมพยักหน้ารับช้าๆ

 

 

คงจะเป็นแบบนั้น แล้วนี่เสร็จรึยัง ผมเปลี่ยนเรื่องมองไอ้อชิที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารวันนี้เราผลัดเวรกันทำ ร่างสูงแยกเขี้ยวใส่ผมทำให้ผมอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ได้กัดกับมันก็มีความสุขดี

 

 

แล้วนี่มึงจะออกไปทำงานเลยรึเปล่าไอ้อชิหันไปถามไอ้ฟิกที่นั่งกินข้าวอยู่เงียบๆ ไอ้ฟิกเงยหน้ามองหน้าผัวมันก่อนจะตอบกลับ

 

 

อืม ก็ไปส่งมึงก่อน

 

เดี๋ยวกูให้ไอ้ชามไปส่ง มันจะได้หัดขับรถด้วย

 

เอางั้นหรอวะ

 

เออ

 

อย่าพาเมียกูไปตายนะมึงไอ้อชิหันมาแขวะผม ผมชูนิ้วกลางใส่มันถึงจะขัดกับความเป็นหมอหน่อยแต่ผมก็อดไม่ได้จริงๆ

 

 

ไอ้อชิ! กูขับเก่งแล้วเหอะผมพูดบอกมันด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

 

 

หึหึ กูแค่บอกไว้ห่าไอ้อชิพูดบอกผมขำๆ ผมเบ้ปากใส่มันด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะตอบกลับไป

 

เชื่อฝีมือกูเหอะน่า

 

เออ อย่าไปชนใครล่ะกูเป็นห่วง

 

ห่วงกูหรอผมถามมันด้วยความตกใจ ร่างสูงกระตุกยิ้มที่มุมปากมองหน้าผมเหมือนผมเป็นไอ้บ้าไปแล้ว

 

 

ห่วงมึงก็บ้าแล้ว ห่วงเมียกู

 

ชิ แต่ก่อนยังทำร้ายเขาอยู่เลยผมอดจะพูดถึงแต่ก่อนไม่ได้ ถ้าผมจนมุมตอนเถียงกับไอ้อชิทีไรผมจะเอาเรื่องอดีตพวกมันมาพูดทันที

 

 

ไอ้นี่ แค้นอะไรกูนักหนา ฟิกมันยังไม่เอาเรื่องกูเลยไอ้อชิโวยขึ้นมาบ้าง ผมเองก็ไม่ยอมมันเหมือนกัน

 

ก็มึงทำเพื่อนกูเจ็บ

 

พอๆ ทั้งสองคนนั่นแหละกูจะปวดหัวตายเพราะพวกมึงเถียงกันได้ทุกวันไม่เว้นวันบ้างเลยไอ้ฟิกพูดเสียงเอือมมองหน้าผมสลับกับไอ้อชิไปมาเหมือนอยากจะตบหัวเราคนละทีแต่ก็ไม่ทำ

 

 

ก็มันเริ่มก่อน / ก็มันเริ่มก่อน!” ผมหันขวับไปมองหน้าไอ้อชิที่มองหน้าผมอยู่เช่นกัน แล้วดันมาพูดพร้อมกันแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

 

 

โอ่ยยยยย พอ!!!!”

 

ผมกับไอ้อชิสะดุ้งตกใจกับเสียงของไอ้ฟิกที่ดังลั่นบ้าน เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เราเถียงกัน ผมยกยิ้มขำๆก่อนจะพยายามเบือนหน้าหนีจากไอ้อชิที่กำลังทำหน้าหลอนๆไอ้ฟิกอยู่

..

...

..

 

 

ถึงเวลาออกไปทำงานผมก็ไปส่งไอ้ฟิกที่คลินิกมันและขับรถไปที่โรงพยาบาลเองตอนนี้ผมก็ถือว่าขับรถแข็งแล้วแต่ยังไม่มีใบขับขี่ถ้าโดนจับก็ยาวเลยทีนี้แต่เรื่องนี้ผมไม่ได้บอกเสี่ยเขาหรอกกลัวโดนว่าแล้วไม่ได้ขับไปไหน ผมเดินเข้ามาในโรงพยาบาลเหมือนทุกวันก่อนจะแวะไปหาพี่หมอก่อน ผมเคาะประตูห้องทำงานพี่หมอแป๊บเดียวก็มีคนมาเปิดให้แต่คนที่มาเปิดทำผมขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

 

อ้าว ไอ้แสบมาทำไร ผมถามน้องรหัสตัวเองทันทีที่เห็นไอ้ตัวแสบอยู่ในห้องทำงานพี่หมอ ผมเดินเข้าไปนั่งโซฟาในห้องทำงานพี่หมอโดยไม่คิดอะไร พี่หมอเองก็มองหน้าผมยิ้มๆ

 

 

ก็ผมมีเรียนบ่ายเลยแวะเข้ามาเล่นด้วย ไอ้แสบพูดบอกผมยิ้มๆก่อนจะเด้งตัวมานั่งข้างผม

 

 

เอาเวลาไปอ่านหนังสือเถอะผมพูดดุไม่จริงจังนัก ไอ้แสบทำเสียงฮึดฮัดใส่ผมก่อนจะหันไปมองพี่หมอ

 

 

งั้นผมไปแล้วนะ เดี๋ยวจะมาหาใหม่

 

 

ไปเร็วจังเลยวะ อยู่คุยกับกูก่อนผมรีบรั้งไอ้แสบไว้ 

 

 

+++++++++++++ LOADING 50% ++++++++++++++++

 

ให้น้องไปเถอะชาม จะได้มีเวลาอ่านหนังสือ พี่หมอพูดขึ้นมาบ้าง ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้ไอ้แสบกลับไป

 

 

งั้นตอนเที่ยงเจอกันนะ ผมจะมาหาแล้วไปเลี้ยงผมด้วยไอ้แสบพูดบอกผมยิ้มๆ ผมรีบพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับไป

 

 

เออๆ เอาน้องรหัสมึงมาด้วย เลี้ยงสายรหัสไปเลย

 

โอ้ย ดีอ่ะ

 

ดีจริงๆแหละเพราะพี่หมอจะเลี้ยงผมโบ้ยไปให้พี่หมอที่เหวอไปแล้ว

 

อ้าว ไหงเป็นงั้น

 

ฮ่าๆผมหัวเราะด้วยความถูกใจไอ้แสบเองก็ยกยิ้มขำเล็กน้อยที่เห็นพี่หมอเหวอ

 

แล้วเจอกันนะไอ้แสบหันมาบอกผมอีกครั้งก่อนจะโบกมือลาเราสองคน

 

อืม”  ผมตอบรับยิ้มๆ พร้อมกับมองแผ่นหลังเล็กเดินออกไปจากห้องผมหันไปหาพี่หมอที่กำลังยิ้มอยู่

 

งั้นเอาไว้เราเจอกันตอนเที่ยงนะครับ ผมพูดบอก พี่หมอพยักหน้ารับแต่ก็ขมวดคิ้วในเวลาต่อมา ผมเองก็ขมวดคิ้วกลับด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

บอดี้การ์ดชามเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่างเลยไม่ได้ตามข่าวเท่าไหร่ พี่หมอถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง คงจะเป็นห่วงผมที่ดูจะหงอยๆ ผมเก็บอาการไม่อยู่หรอกก็ผมหงอยจริงๆนี่

 

 

เขาก็สบายดีครับ แต่เวลาเราไม่ตรงกันพี่หมอก็รู้เลยได้คุยกันแค่เวลาสั้นๆ ผมพูดก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ผมคิดถึงเสี่ยจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ยเมื่อไหร่จะครบหนึ่งเดือนก็ไม่รู้

 

 

อ่า...อดทนไว้ล่ะ เดี๋ยวชามเผลอแป๊บเดียวเสี่ยเขาก็กลับมาแล้ว พี่หมอให้กำลังใจผม ผมยิ้มรับบางๆเท่านั้น

 

 

ขอบคุณครับ ผมอดทนได้แน่นอนผมพูดเพื่อให้คำมั่นกับตัวเองด้วยไม่อยากให้เสี่ยลำบากใจด้วยที่เห็นผมร้องไห้หรือเหงาตอนที่ไม่มีเขาอยู่เดี๋ยวจะพลอยส่งผลกับเรื่องงานไปด้วย ผมเองก็มีหน้าที่ที่ต้องทำแล้วเหมือนกัน

 

 

ดีมากครับ งั้นได้เวรพี่แล้วเรากลับห้องเถอะ

 

ครับ แล้วเจอกันครับ

 

ครับผม พี่หมอตอบรับผมก็เปิดประตูออกไปจากห้องทำงานของพี่หมอตรงไปที่ห้องของตัวเอง ตอนนี้ไทยยังเช้าอยู่เลยและผมต้องทำงาน อีกอย่างเสี่ยเขาก็ไลน์มาบอกผมแล้วว่าเขานอนแล้วผมก็สบายใจไปได้ระดับหนึ่ง ถึงจะอยากคุยมากแค่ไหนแต่ดูท่าวันนี้เสี่ยเขาจะเหนื่อยไม่งั้นเขาก็คงพยายามคุยกับผมเหมือนทุกวันแล้วล่ะ ผมเองก็เข้าใจนะแต่ก็อดเหงาไม่ได้อยู่ดี

 

 

เที่ยงผมก็ออกไปทานข้าวกับพี่หมอโดยเอารถพี่หมอไป ไอ้แสบเองก็กำลังออกมาเช่นกันระหว่างขับรถไปผมก็กดโทรศัพท์โทรหาเสี่ยเขาด้วยตอนนี้น่าจะใกล้หกโมงเช้าแล้วล่ะมั้ง

 

 

(“อืม...”) เสียงทุ้มรับสายเสียงงัวเงียมากๆ เขาคงหลับอยู่ ผมยู่ปากเล็กน้อยก่อนจะได้รับสายตาล้อๆของพี่หมอ

 

ตื่นได้แล้วครับเช้าแล้ว ผมพูดบอกเสี่ย เสียงขยับตัวดังขึ้นก่อนที่เสี่ยเขาจะเริ่มมีน้ำเสียงที่ดีขึ้นคงพยายามตื่นเต็มที่แล้ว

 

(“อืม ตื่นแล้ว ....มึงคงเที่ยงอยู่ไปกินข้าวกับใคร”) เสี่ยถามผม ผมยิ้มกว้างทันทีที่เขารู้ว่าผมทำอะไรอยู่

 

ไปกับพี่หมอครับ เดี๋ยวไอ้แสบก็จะมากินด้วยกันถือว่าเลี้ยงรุ่นไปเลยด้วย

 

(“หรอ แล้วไปกินที่ไหนกินอะไร”) ยิ่งได้ฟังคำถามเขาผมยิ่งยิ้มไม่หุบ รู้สึกดีใจมากและคิดถึงเสี่ยเขามากเช่นกันปกติเวลาแบบนี้เขาต้องเป็นฝ่ายถามผมว่าผมจะกินอะไรมากกว่า

 

 

ว่าจะไปกินอาหารอีสานกันร้านที่ผมเคยพาเสี่ยไปแหละ ที่เดิม

 

(“ระวังแสบท้องด้วย กินข้าวก่อนกินส้มตำรู้มั้ย”) เสี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงผมยิ่งทำให้ผมน้ำตาซึมเล็กน้อยก่อนจะพยายามตั้งสติตัวเองดีๆ

 

รู้แล้วผมเป็นใคร นี่ชามนะผมตอบกลับขำๆ พอหันไปมองพี่หมอเขาก็ยิ้มขำให้ผมตลอด

 

(“หึหึ เออถ้าปวดท้องก็บอกไอ้หมอมัน”)

 

รู้หรอกน่าผมตอบ มือผมก็หยิกนั่นหยิกนี่ไปทั่วด้วยความเขินและสุขใจ ผมไม่ชินสักทีเวลาที่เสี่ยเขาแสดงความห่วงใยให้ผม

 

(“อืม ถึงยัง”)

 

 

ใกล้แล้วครับแต่รถติด แล้วเสี่ยจะออกไปทำงานเวลาเดิมหรอครับ ผมถามเสี่ยกลับบ้าง

 

(“อืม ก็เหมือนเดิมทุกๆวันไม่มีอะไรมากมาย”)

 

เสี่ยเบื่อก็กลับมาได้นะเว้ยผมพูดเสียงอ่อย รู้สึกไม่ดีขึ้นมาอีกแล้ว

 

(“อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ได้กลับแล้ว ทนอีกสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง”) น้ำเสียงเสี่ยเหมือนจะขำแต่ก็ไม่ขำคงรู้ว่าผมรู้สึกไม่ดีเขาถึงพยายามร่าเริง

 

เข้าโหมดเศร้าอีกแล้วนะ เสียงพี่หมอดังขึ้นมา ผมหันไปมองพี่หมอก่อนจะเม้นปากเล็กน้อย

 

(“บอกมันเปิดเพลงให้มึงฟัง”) เสี่ยคงได้ยินเสียงพี่หมอถึงได้พูดออกมาแบบนั้น แต่จะให้เปิดเพลงให้ผมฟัง ทำไม?

 

เปิดทำไมเสี่ย ผมถามเสี่ยด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

(“อารมณ์จะได้ดีขึ้นกูเห็นชอบฟังเพลงแล้วร้องตามยิ้มหน้าบานไม่หุบเลยตอนนั้น”)

 

เสี่ยล้อผมรึไง!” ผมพูดเสียงกระเง้ากระงอด อายก็อายเหอะตอนนี้ดีนะพี่หมอไม่ได้ยินไม่งั้นคงเปิดเพลงให้ผมฟังแน่ๆ

 

(“หึหึ พูดถึงแล้วก็คิดถึงตอนที่มึงร้องเพลงให้กูฟังครั้งแรกเลยเนอะ”)

 

ผมเคยร้องด้วยหรอ ไม่เห็นจำได้เลยผมพูดเสียงสูง ไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองทำแบบนั้นจริงๆ พูดแล้วก็น่าอายที่พยายามอ่อยเสี่ยเขาขนาดนั้น นั่นเป็นเรื่องราวที่สนุกที่สุดในชีวิตผมเลยล่ะ ไม่เคยทำอะไรบ้าๆแบบนั้นมาก่อน ตลกชะมัด

 

 

(“อย่ามา ...กูอาบน้ำแต่งตัวก่อนละ ถึงแล้วก็ส่งข้อความมาด้วยล่ะ อย่าดื้อกับไอ้หมอมันมากนัก”)

 

ผมไม่เคยดื้อสักหน่อยผมพูดเสียงงอนๆ แต่ผมก็ยิ้มไม่หุบเลยแหละ รู้สึกดีมากๆที่เสี่ยเขาทำให้ผมยิ้มได้

 

(“มึงมันดื้อที่สุดแล้ว”)

 

ชิ ไม่คุยด้วยละ เสี่ยไปอาบน้ำเหอะ ส่งข้อความมาบอกผมด้วยตอนจะไปทำงานอ่ะ

 

(“อืม”) เสี่ยตอบรับผมก็กดตัดสาย ผมทั้งยิ้มทั้งถอนหายใจออกมาพร้อมกันไม่รู้จะรู้สึกอย่างไหนมากกว่ากันระหว่างหนักใจกับโล่งใจ

 

หยุดเศร้าได้แล้วเดี๋ยวแสบก็เศร้าไปด้วยหรอก เสียงพี่หมอเรียกสติผมอีกครั้ง ผมหันไปมองร่างสูงก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา

 

 

เป็นห่วงผมหรือเป็นห่วงตัวแสบกันนะผมพูดล้อพี่หมอ ร่างสูงขมวดคิ้วยิ้มๆ มองหน้าผมด้วยความไม่เข้าใจ

 

ก็เป็นห่วงทั้งสองคนนั่นแหละน่า

 

จริงอ่ะ

 

ก็จริงน่ะสิ คำตอบของพี่หมอทำผมเบะปากให้เขาเล็กน้อย แซวแค่นี้จริงจังเชียว ตอนนี้พี่หมอดูเครียดกับคำถามผมมากๆ จนผมอดจะขำออกมาไม่ได้ พี่หมอก็ได้แต่โวยวายผมแต่ปากเขาก็ยิ้มตลอดแหละไม่เคยโกรธอะไรจริงจังเลย

..

..

..

 

เรามาถึงร้านอาหารอีสานที่ผมเป็นคนนัดไอ้แสบมาผมหยุดยืนอยู่หน้าร้านข้างๆพี่หมอพร้อมกดโทรศัพท์โทรหาไอ้แสบ รอสายไม่นานมันก็กดรับ

 

(“ใกล้ถึงแล้ว จะลงรถแล้วเนี่ย”) ไอ้แสบพูดเสียงห้วนๆ พอดีกับที่แท็กซี่วิ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าร้านก็เห็นร่างเล็กๆของมันลงจากรถมาหาเราสองคน ผมขมวดคิ้วมองมันเล็กน้อย

 

 

แล้วหลานรหัสไปไหนผมถามเพราะไม่เห็นไอ้แว่น

 

มันมีสอบตอนบ่ายเลยขออ่านหนังสือไอ้แสบตอบกลับมา ผมก็พยักหน้ารับนิ่งๆ

 

บางครั้งนะการหาเวลาทานอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นหมอเหมือนกันนะพี่หมอบ่นออกมาแต่คำพูดเขาก็ถูก

 

 

ใช่ผมเห็นด้วย เพราะที่เราเรียนอยู่น่ะมันหนักมากๆ แถมยังอ่านหนังสือแต่ละทีจนตาลาย สอบก็ยากมากๆอีกต่างหากดังนั้นพลังงานก็เป็นสิ่งจำเป็น ผมเองก็เคยอดข้าวอดน้ำมาแล้วจนสลบไปเป็นวันแต่ก็ฟื้นเองนั่นแหละ ตั้งแต่วันนั้นผมก็เริ่มจัดเวลาตัวเองใหม่หาเวลาทานข้าวให้ได้มากที่สุด จนมาเจอเสี่ยผมก็ดูเหมือนจะมีเวลาว่างเยอะพอสมควรเพราะเสี่ยเขาสำคัญผมเลยต้องบริหารเวลาหนักกว่าเดิม

 

 

เลิกบ่นเหอะน่าลุงๆ ป่ะเข้าไปกินข้าวกันไอ้แสบพูดพร้อมทำสีหน้ายุ่งๆ ก่อนจะดันผมกับพี่หมอเข้าไปในร้าน ผมหันไปมองหน้ามันดุๆ

 

 

มึงว่าใครลุงผมพูดเสียงห้วน ไอ้แสบรีบยิ้มประจบผมทันที

 

ผมว่าไอ้พี่สยาม

 

เรียกให้มันเพราะๆหน่อยพี่หมอเองก็พูดเสียงไม่พอใจเช่นกันแต่เฮียแกก็เก๊กไปงั้นแหละ

 

 

ไม่ แบร่!” ไอ้แสบก็ยังเป็นไอ้แสบ มันรีบวิ่งมาหลบข้างผมเมื่อเห็นสีหน้าดุๆของพี่หมอ สองคนนี้กัดกันตลอดเวลาที่ว่างจริงๆ

 

 

เราเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านในผมเองก็ส่งข้อความไปบอกเสี่ยเขาไม่ลืมที่จะบอกไอ้ฟิกด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยน้อยยังไม่ตอบกลับมาคงยังอาบน้ำไม่เสร็จผมก็ได้แต่ห่วงแต่ก็ไม่อยากคิดอะไรไปไกล อย่างตอนที่ผมได้ยินเสียงไอ้อาร์ตอนนั้น แค่ครั้งเดียวที่ผมได้ยินแต่เสี่ยเขาก็ไม่ได้บอกอะไรและผมก็ไม่อยากทะเลาะกับเขาเลยเลือกที่จะลืมๆมันไปซะ ถึงตอนนี้ผมระแวงว่าเสี่ยเขาจะเจอกับไอ้อาร์ทุกวันก็ตามเถอะ... ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งอาหารกับพวกไอ้แสบและพี่หมอ เราสั่งอาหารกันไปแล้วก็รออาหารมาเสิร์ฟ

 

 

ทำหน้าเครียดอีกแล้ว อุตส่าห์ได้ทานข้าวด้วยกันทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิ ไอ้แสบหันมาอ้อนผม ผมยกยิ้มขำให้มัน

 

ก็กูกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่นี่ผมพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ ไอ้แสบชะงักนิดก่อนจะทำสีหน้าหงอยๆ

 

เฮ้อ...ผมเองก็คิดถึงเขาเหมือนกัน

 

 

ผัวพี่มึงนะนั่น ผมพูดพร้อมมองหน้ามันเอือมๆ ไอ้แสบหัวเราะร่าก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ผม ตอนนี้พี่หมอก็ได้แต่มองหน้าเราสองคนยิ้มๆ

 

 

อย่าคิดมากนะ ระหว่างที่รอเขาเรามารักกันมั้ย เอ้ยไม่ใช่ ...ระหว่างที่รอเขากลับมาผมจะดูแลพี่เอง ไอ้แสบพูดทีเล่นทีจริง ผมกุมขมับกับมุกมันก่อนจะยกมือขยี้หัวมันแรงๆด้วยความหมั่นไส้

 

 

อย่างมึงต้องดูแลตัวเองก่อนถึงจะดูแลกูได้ ผมพูดแขวะมัน ตัวก็เล็กยังริมาปกป้องคนอื่น

 

ชิ แล้วจะเสียใจ ผมไปดูแลพี่สยามก็ได้ ไอ้แสบหันไปพูดเสียงอ่อยให้พี่หมอที่กำลังทำหน้าเซ็งๆ

 

พี่ดูแลตัวเองได้ครับ พี่หมอตอบกลับมาอย่างนุ่มนวลแต่เจ็บลึกถึงใจ ไอ้แสบกัดปากตัวเองด้วยท่าทีฮึดฮัด

 

งอนเป็นตุ๊ดเลยนะเนี่ย ออกสาวแล้วอ่อไหนบอกแมนๆเตะบอลไง ผมแซวไอ้แสบที่กำลังเมินเราสองคนเพราะงอนอยู่

 

แล้วไงอ่ะ ยังไงอย่างผมก็จะเอาผัวอยู่แล้วจะออกสาวนิดหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย

 

จริงหรอเนี่ย ผมพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ไอ้แสบหันมาฟาดงวงฟาดงาใส่ผม

 

บ้าหรอ ใครมันจะเป็นตุ๊ดกันวะ ผมออกจะแมนร้อยเปอร์เซ็นต์

 

หรอครับ เป็นพี่หมอที่ตอบกลับมา 

 

 

ไอ้พี่สยาม!”

หึหึ ผมกับพี่หมอหัวเราะให้ไอ้แสบพร้อมๆกัน ได้รุมมันแบบนี้ก็สนุกดี ผมเชี่ยวชาญอยู่แล้วเรื่องเก่งกับเด็กต่อยกับผู้หญิงเนี่ย ...ผมล้อเล่นน่ะ ผมกับพี่หมอแกล้งไอ้แสบให้งอนก็ต้องง้อมันด้วยอาหารกันอีกจนอาหารมาเสิร์ฟผมก็สั่งไปเพิ่มเพื่อเอาใจมัน จนไอ้แสบยอมหายงอนมันถึงได้ยอมกินอาหารที่ผมกับพี่หมอจัดให้มันพิเศษ

 

 

 

ผมกับพี่หมอกลับมาที่โรงพยาบาลด้วยกันอีกครั้งหลังจากที่ไปส่งไอ้แสบเสร็จผมก็ต้องกลับห้องตัวเองพี่หมอก็แยกออกไปแล้ว ทันทีที่ผมถึงห้องผมก็หยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะขมวดคิ้วแน่น นี่มันก็ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วแต่ทำไมไม่มีข้อความจากเสี่ยเลยสักข้อความเดียว

 

******************************

 

ช้าๆเนิบนาบไปก่อน ถถถถถ

 

T_T อย่าเพิ่งเบื่อกันน๊า

 

TBC.

 

ความคิดเห็น