ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 5 ‘พี่ชาย’

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2559 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 5 ‘พี่ชาย’
แบบอักษร


 

CHAPTER 5 

พี่ชาย

 

 

                    นายทำดีมากกรีนน้อยแอชเชอร์ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนของตนทันทีหลังจากที่กรพินธุ์เล่าให้ฟังจนจบ เขาและเจ้ากรีนน้อยนี่เริ่มผูกพันธุ์และสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสนิทใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขารู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเด็กหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

                    แค่รู้สึกว่ามันน่าเอ็นดูเหมือนน้องชายมากกว่า

                    แต่พี่ซานไม่ยอมคุยกับกรีนอีกเลยนะ

                    จะไปสนทำไมวะ มัน เอ้ย พี่นายเขาก็อารมณ์แบบนี้ตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็หายเองแหละ

                    ผมไม่ชินเลย…”

                    “…ถามจริงๆเถอะว่ะกรีน

                    “…”

                    พวกนายเป็นพี่น้องกันจริงๆหรือเปล่า

                    คำถามนั้นทำให้กรพินธุ์ที่นั่งกอดเข่าและซบศีรษะของตนลงไปเงยขึ้นมองช้าๆ ดวงตากลมโตมองแอชเชอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆกันด้วยดวงตาไหววูบครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวไปมา

                    อะไรนะ!!”

                    เสียงของเด็กหนุ่มตะคอกถามอย่างตื่นตระหนก หมายความว่ายังไงที่ส่ายหัว นี่อย่าบอกนะว่า

                    พี่ซานกับกรีนไม่ใช่พี่น้องแท้ๆหรอก

                    !!

                    เขาเก็บกรีนมาเลี้ยงน่ะ…”น้ำเสียงซึมเศร้าที่เปล่งออกมาจากลำคอเล็กๆ ทำให้แอชเชอร์พูดออะไรไม่ออก เด็กหนุ่มขยับเข้าไปนั่งชิดกับร่างของเพื่อนที่ซึมหงอย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะนั้นอย่างปลอบโยน

                    พี่ซานเป็นทุกอย่างของกรีนเขาเป็นคนแรก ที่อุ้มกรีนขึ้นมาจากพื้นดิน…”

แล้วเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาให้แอชเชอร์ฟัง ซึ่งรายนั้นก็แค่รับฟังเงียบๆโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไรเลยซักอย่างเดียว จะมีก็เพียงแค่อ้อมแขนแกร่งที่รั้งร่างของกรพินธุ์เข้ามาโอบกอดเอาไว้แน่นๆเท่านั้น เขาปลอบคนไม่เป็นและไม่เคยคิดที่จะปลอบ มีแค่เพื่อนตัวเล็กคนนี้คนเดียวที่เขาทุ่มให้ คนเดียวจริงๆ

                    วันนี้พี่นายก็ต้องบินไปต่างประเทศอีกตามเคยใช่ไหม

                    อืม

                    งั้นไปนอนเล่นบ้านฉัน เดี๋ยวพาออกไปซื้อของด้วย ดีไหม?

                    อื้อไปๆ

 

 

 

                    ฮัลโหลๆ พี่เจียงคร้าบบบ

                    [ว่าไงคะคุณหนู ถึงไหนแล้วคะ]

                    วันนี้บอกให้พี่คนขับไม่ต้องมารับกรีนน้า

                    [จะไปไหนคะคุณหนูไม่ได้นะคะ!]เสียงของพี่เลี้ยงสาวฟังดูแล้วร้อนรนตามเคย ทั้งๆที่น่าจะชินได้แล้วกับการกลับบ้านผิดเวลาบ่อยๆในพักหลังๆมานี้ของกรพินธุ์

                    กรีนจะไปซื้อของกับเอช พี่เจียงไม่ต้องห่วงกรีนน้าพูดจบนิ้วเล็กๆก็กดตัดสายทิ้งทันทีตามที่เพื่อนของตนสอน แอชเชอร์ยกนิ้วโป้งขึ้นมาชูทันทีด้วยใบหน้านิ่ง

                    พี่เจียงจะไม่ห่วงแน่ๆใช่ไหม

                    เอาหัวเป็นประกันเลยว่านายได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยแน่ๆร่างสูงพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหิ้วร่างของกรพินธุ์ให้ขึ้นไปนั่งคล่อมรถมอเตอร์ไซคันโตของตนได้อย่างสบายๆ หลังจากนั้นก็ขับพาคนตัวเล็กลัดเลาะไปตามถนน แวะซื้อโน่นซื้อนี่ก่อนจะดิ่งกลับไปยังบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในหมู่บ้านของคนมีอันจะกิน

                    คุณแม่ไปไหนน่ะป้าหมินเขาถามหลังจากที่หญิงวัยกลางคนออกมาต้อนรับ

                    คุณผู้หญิงเธอออกไปซื้อของกับคุณผู้ชายค่ะ อีกซักพักคงจะกลับ

                    อ้อ งั้นบอกว่าผมไม่ทานข้าวเย็นนะวันนี้ จะอยู่กับเพื่อนไม่ต้องขึ้นมากวน

                    เดี๋ยวๆเอช อย่าเพิ่งๆ

                    อะไร?

                    คะ คือ สวัสดีฮะคุณป้า ผมชื่อเหลยอู่ เรียกเหลยเหลยก็ได้ฮะกรพินธุ์คิดว่าแอชเชอร์นิสัยไม่ดีที่สุดในโลก จะให้เขาขึ้นไปโดยไม่แนะนำตัวก่อนได้ยังไง นิสัยไม่ดี

                    ค่ะคุณหนู เรียกดิฉันว่าหมินก็ได้ค่ะหญิงที่คงจะเป็นแม่บ้านเอ่ยแนะนำตัวเองบ้างพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉายรอยเอ็นดูมีอะไรก็เรียกดิฉันนะคะคุณหนู

                    ครับ

                    ภายในห้องนอนของแอชเชอร์ถูกตกแต่งอย่างหรูหราและมีระดับ ผนังสีเหลืองครีมตัดกับสีเทาดำได้อย่างลงตัว ดูขรึมแต่ก็ไม่ได้ขรึมเสียทีเดียว เตียงหลังใหญ่เองก็ยกพื้นขึ้นสูงแค่หนึ่งไม้บรรทัด เป็นสีน้ำเงินเข้ม มีชุดโซฟานั่งเล่นตั้งห่างออกไปไม่ไกล มีตู้กระจกใสทรงยาวที่ภายในประดับไว้ด้วยโมเดลรถแข่งอยู่ตรงมุมสุดของห้องนอน ดูหรูและขรึมเล็กน้อยเหมือนไม่ใช่ห้องนอนของเด็กวัยรุ่น

                    นั่งตรงนี้แหละ เดี๋ยวเอาขนมมาให้มือใหญ่ดันร่างของเด็กหนุ่มให้นั่งลงกับขอบเตียง ยื่นหนังสือการ์ตูนเล่มใหญ่ให้อ่านก่อนจะหายออกไปจากห้อง

                    เอชๆ กรีนอยากฟังเพลงแผ่นนี้

                    เปิดดิ เครื่องเสียงอยู่ตรงโน้น เปิดเป็นหรือเปล่านายอ่ะ ต้องให้ผมบริการไหมครับแอชเชอร์ถามอย่างล้อเลียนหลังจากที่กลับเข้ามา

                    กรีนทำเป็นนะ!”

                    เหรอ นึกว่าต้องทำให้ทุกอย่าง

                    แอชเชอร์!”

                    ฮ่าๆๆ ล้อเล่นๆ เปิดแล้วก็มานั่งกินขนมนี่มาก็เป็นเหมือนอย่างเคยทุกทีตอนที่ถูกแหย่ให้โกรธ กรพินธุ์มักจะถูกง้ออยู่เสมอจนหายโกรธไปอย่างรวดเร็ว

                    สองเพื่อนซี้ต่างพูดคุยกันหลายเรื่อง ซึ่งส่วนมากนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องเพื่อนตัวเล็กอย่างกรพินธุ์ แอชเชอร์ถามคำถามกับเพื่อนของตนหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องส่วนตัวและในเรื่องที่อ่อนไหวอย่างเรื่องของ ลูกแก้ว

                    ถ้าตอนนั้นกรีนไม่บอกลูกแก้วว่าหิวนะเราคงได้อยู่ด้วยกัน…”

                    “…”

                    ฮ่ะๆ…”เสียงหัวเราะฝืนๆถูกเปล่งออกมาอย่างเศร้าสร้อย นานกี่ปีแล้วก็ไม่รู้ที่ลูกแก้วตายจากกรีนไป นานแล้วจริงๆ

                    เอาน่า เลิกทำตัวซึมเป็นลูกหมาได้แล้ว!”

                    ก็กรีนคิดถึง

                    เอาเหอะๆ หยุดทำตาแดงๆได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงเที่ยวนะจะบอกให้

                    เที่ยว?

                    เออดิ เที่ยว

                    เอชจะพากรีนไปไหนเหรอกรพินธุ์รีบร้องถามอย่างตื่นเต้น เขาไม่เคยได้ออกไปไหน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆที่มีคนมาชวนเขาแบบนี้!

                    แล้วอยากไปไหนล่ะ

                    กรีนอยากไปทะเล!”

 

 

 

                    ดูตื่นเต้นจังเลยนะคะคุณหนู วันนี้มีโปรแกรมจะหนีเที่ยวที่ไหนเอ่ย

                    ไม่ได้หนีซะหน่อยน้า กรีนขอพี่เจียงแล้วไง

                    ค่าๆ งั้นรีบไปรีบกลับนะคะ เดี๋ยวเกิดท่านซานโทรหาแล้วไม่พบคุณหนูล่ะก็พี่เจียงแย่แน่ๆเลย

                    คร้าบบบบ

                    เด็กหนุ่มสวมกอดพี่เลี้ยงของตนแน่นๆพร้อมทั้งหอมแก้มซ้ายขวาก่อนจะวิ่งออกไปที่หน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจอด คงจะเป็นแอชเชอร์แน่ๆเด็กหนุ่มคิดเช่นนั้น และก็ใช่จริงๆเมื่อคนที่เปิดประตูลงมาคือร่างสูงของเพื่อนตน กรพินธุ์ยิ้มกว้างอย่างเริงร่า คว้ากระเป๋าวิ่งจี๋ออกไปทันทีโดยมีสายตาเป็นห่วงของพี่เลี้ยงมองตามหลังไม่ห่าง

                    เธอก็แค่อยากให้คุณหนูของเธอได้มีอิสระบ้างก็แค่นั้นเอง

                    เขาเหมือนลูกนกตัวเล็กที่ถูกกักขังเอาไว้ในกรงมาตั้งแต่เกิด ขังเอาไว้นานจนลืมแม้กระทั่งวิธีที่จะสยายปีกออกและโผบินไปสู่โลกกว้าง กรพินธุ์ก็เหมือนลูกนกตัวนั้น ที่แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ไร้ซึ่งวิธีการจะก้าวเดินด้วยตัวเอง ตั้งแต่รับหน้าที่ให้มาดูแลเด็กหนุ่ม เหลียงเจียงได้แต่กลัดกลุ้มและพยายามสอนสิ่งที่พอเป็นประโยชน์ได้ให้แก่เด็กชายตัวเล็กๆ เด็กชาวไทยที่แทบจะไม่เคยเห็นโลกภายนอกอีกเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ในการดูแลของลี่ซาน

                    ทำไมเธอจะไม่รู้ ว่าท่านซานนั้นคิดสิ่งใด

                    ทุกคนนั้นรู้หมด แต่ก็ถูกสั่งให้สงบปากสงบคำ

                    ถูกกำชับให้ปิดปากให้สนิท รอจนกระทั่งคุณหนูของเธอเติบใหญ่ เมื่อนั้นแหล่ะ สิ่งที่ทุกคนคิดนั้นจะเป็นความจริง เด็กที่แสนใสสะอาดของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ปีกที่ถูกทำให้ชาเหน็บและกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใช้งานไม่ได้ ถูกพันธนาการช้าๆด้วยฝีมือของลี่ซาน วิธีการแสนเรียบเนียนที่เลือดเย็น มันกลายเป็นผลสำเร็จ เมื่อคุณหนูของเธอแทบไม่รู้จักโลกภายนอกเลยแม้แต่นิดเดียว

                    ฝังแต่เรื่องของลี่ซานใส่หัวของกรพินธุ์

                    นั่นคืองานของเธอ

                    ขออิสระให้เขาซักนิด…”

                    มันคงจะไม่ผิดใช่ไหม…?

                    ให้เขาได้เห็นโลกภายนอกบ้างเหมือนกับที่เด็กคนอื่นๆได้เห็นบ้าง ซักนิดก็ยังดี

                    เอี๊ยดดดดดด!!!!!

                    เสียงรถ!?

                    ท่านซาน!!!

 

 

 

 

 

                    สวยจังเลยแอชเชอร์!”

                    แหงอยู่แล้ว

                    ร่างสูงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่าทางดีใจราวกับเด็กๆนั้นของกรพินธุ์ แม้คลื่นจะแรงจนไม่อยากเสี่ยงให้กรพินธุ์ได้ลงไปเล่นน้ำ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้งอแงอะไรเลย ซ้ำยังชวนไปเดินดูนั่นดูนี่เรื่อยเปื่อย

                    หมวกนี่เหมาะกับนายหมวกสานใบใหญ่ถูกสวมลงกับศีรษะเล็ก มันเข้ากับเด็กหนุ่มได้อย่างลงตัวเหมือนคำที่เขาว่าจริงๆ ฉันซื้อให้นายก็แล้วกัน

                    งั้นกรีนซื้อให้บ้างก็แล้วกันนะ เอาใบไหนดี

                    ฉันเป็นผู้ชาย ไม่ใส่หมวกเว้ย เอาอย่างอื่นดิ

                    นี่มันร้านขายหมวกนะแอชเชอร์ เรื่องมาก!”

                    หนอยยยย

                    โอ๊ยยย เจ็บนะ!”ใบหน้าเล็กส่ายไปมาตามแรงดึงที่ปลายจมูกโด่ง เขามองเพื่อนตัวสูงที่โก่งตัวหัวเราะร่าอย่างงอนๆก่อนจะหยิกพุงภายใต้เสื้อยืดสีขาวนั้นเต็มแรงจนร้องโอ๊ยไม่ต่างกัน

                    หนอยยยย ไอ้ตัวแสบกรีนนน!”

                    ฮ่าๆๆ

 

 

                     อาบน้ำบ้านฉันก่อนแล้วกันค่อยกลับ ฝนจะตกแล้วด้วย

                    อื้อ

                    ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักขณะวิ่งเร็วๆเข้าห้องน้ำไป สามทุ่มแล้วด้วย ต้องรีบกลับบ้านแล้วไม่งั้นพี่เจียงห่วงแย่เลย ไม่ได้โทรไปหาเลยด้วยไม่รู้ว่าทางนั้นจะเป็นยังไง

                    เข้าบ้านบ้านแล้วอย่าลืมกินยาดักเอาไว้ด้วยล่ะเข้าใจไหม

                     อืม เอชด้วยนะ อย่าลืมกินยาล่ะกรพินธุ์ยืนส่งจนกระทั่งท้ายรถของแอชเชอร์แล่นหายออกไปไกลจากสายตา เขาถึงได้หมุนตัวเดินเข้าบ้านไป เสียงใสๆร้องเรียกหาพี่เลี้ยงของตนก่อนเป็นอันแรก ซึ่งความเงียบที่แทบจะไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตทำให้กรพินธุ์รู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ

                    พี่เจียงพี่เจียงอยู่ไหนอ่ะ

                    คะ คุณหนูเสียงเรียกสั่นๆทำให้กรพินธุ์วิ่งเร็วไปตามเสียงที่ได้ยิน พร้อมๆกับพูดถึงสิ่งที่ตนซื้อไปด้วยอย่างร่าเริง

                    พี่เจียงดูนี่ซิครับ กรีนซื้อของฝากมาให้พี่เจียงด้วยน้า

                    “…”

                    พี่เจียง…!!!”

                    ตุ้บ!

                    ข้าวของในมือของเด็กหนุ่มร่วงกระทบพื้นจนเกิดเสียงดัง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำเร็วแรงจนเจ็บไปหมดทั้งทรวงอก เหงื่อซึมออกมาเต็มแผ่นหลังด้วยความกลัว และพร้อมที่จะปล่อยให้หยดน้ำตาของตนไหลร่วงลงมาได้ทุกเมื่อเนื่องจากตรงหน้าของเขานั้น มันไม่ใช่ภาพที่น่าดูเลยแม้แต่นิดเดียว

                    พี่ซาน…”

                    ไงเที่ยวสนุกไหมกรพินธุ์

                    “…!”เป็นครั้งแรกที่เขาพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว กรพินธุ์ได้แต่กำมือที่เย็นเฉียบของตนแน่น พลางก้มหน้าลงต่ำ ดวงตากลมโตส่ายไหวหลุกหลิกคลอไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความกลัว พี่ซานกำลังโกรธมาก

                    เอาออกไปฝ่าเท้าหนาเขี่ยร่างของพี่เลี้ยงสาวจนกระเด็น ทำราวกับเป็นหมาข้างถนนที่ไร้ค่า กรพินธุ์ใจหายวาบเมื่อเห็นการกระทำนั้น พี่เลี้ยงของตนที่นอนหายใจรวยริน!

                    พี่ซานทำอะไรน่ะอย่านะ!”เด็กตัวเล็กถลาเข้าไปยกฝ่าเท้าข้างนั้นออกอย่างตระหนก เหลียงเจียงมองเขาด้วยดวงตาหรี่ปรือฉาบไปด้วยร่องรอยแห่งความสงสาร สงสารเขาทำไม? เขาซิต้องเป็นคนสงสารทำไมถึงต้องทำกับเธอแบบนี้ด้วย พี่เจียงทำอะไรผิด

                    ทำไมพี่ซานถึงยิงเธอ!”

                    แล้วนายล่ะกรพินธุ์ไปไหนมา?

                    “…”เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยปากออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะขยับร่างกายเนิ่นนาน จนกระทั่งร่างของพี่เลี้ยงถูกดึงหายจากไป เหลือทิ้งไว้แต่กรพินธุ์กับลี่ซานเพียงลำพัง ในห้องที่ปิดทึบมิดชิดเงียบสนิท

                    ไปไหนมา!”

                    กรีน…!!”

                    ไปไหนกับมันมา!!”

                    พี่ซานอย่า!!”กรพินธุ์เริ่มเปล่งเสียงร้องของตนอออกมาอย่างตระหนก เมื่อถูกอุ้งมือใหญ่กระชากร่างจนปลิวไปกระแทกกับกำแพงห้อง ร่างของเด็กหนุ่มช้ำไปทั้งแถบ เจ็บจนจุกเขาได้แต่อ้าปากร้องเบาๆก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอย่างหวาดกลัว ลี่ซานกระชากเขาเข้าไปในห้องน้ำ!

                    อย่าทำตัวเองให้สกปรก นังนั่นไม่ได้สอนเลยใช่ไหมกรพินธุ์

                    พี่ซานไม่…”

                    มาเถอะ เดี๋ยวพี่จะล้างให้เราเอง

                    อย่าอย่านะ!!! อึ้ก!”

                    ตูม!

                    ร่างเล็กถูกโยนลงไปในอ่างน้ำอย่างแรงจนเปียกปอน มือเล็กๆตะกุยตะกายไปมาในอากาศหวังจะควานหาอิสรภาพและลมหายใจที่ถูกฉุดรั้ง แต่มันไม่ได้ผล จมูกและปากของกรพินธุ์สำลักน้ำเข้าไปจนแสบไปหมด เขากรีดร้องออกมาแทบไม่เป็นภาษา ถูกดึงรั้งขึ้นมาและกดให้จมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางเสียงสบถด่าอย่างหยาบคายของลี่ซาน

                    สะอาดหรือยังนะกรพินธุ์?

                    ฮือๆๆ

                    แทบจะไม่มีเสียงให้พูดด้วยซ้ำ มือหนากระชากร่างของเด็กหนุ่มให้ขึ้นมาจากน้ำในอ่าง ก่อนจะเหวี่ยงไปยังมุมห้องซึ่งกรพินธุ์ก็ได้แต่สำลักน้ำจนหน้าตาแดงก่ำ พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างหวั่นเกรง

                    พี่ซาน พี่ซาน เขาเป็นอะไรไปอย่าทำกรีน

                    พี่ซาน!!”

                    ฉันไม่ใช่พี่ของเธอ

                    !!!

                    พี่…”

                    อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นกรพินธุ์

                    “…”

                    ดวงตาเย็นชาสบมองร่างของเด็กหนุ่มด้วยดวงตาที่เรียบเฉย พาลทำให้กรพินธุ์ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด หมายความว่ายังไงกัน ไม่ให้เขาเรียกว่าพี่มันหมายความว่ายังไงกัน

                    ฉันไม่เคยมองนายเป็นน้องเลยซักครั้งเดียว

                    !!!

                    ก็แค่เลี้ยงเอาไว้พอโตก็จะได้ใช้ร่างกายนี้ตอบสนองให้คุ้มกับเงินที่ฉันเลี้ยงมากับมือ

                    ฮึกฮึกๆ…”

                    อาจจะเร็วไปซักหน่อยนะ…”ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งฟุบอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าที่เลือดเย็น ร่างขาวผ่องที่ดูตัวเล็กมากขึ้นไปอีกเมื่อนั่งกอดตัวเองเอาไว้ราวกับจะป้องกันอะไรได้

                    แต่ฉันไม่อยากเสียเวลาอีกแล้วล่ะกรพินธุ์

                    !!!

                    คงมีซักวัน ที่ร่างกายของนายมันจะถูกใครซักคนทำให้เหม็นเน่าก่อนฉัน ถ้าเกิดว่าฉันยังไม่คิดจะเอานายตอนนี้

                    พี่ซานพูดอะไร!”เด็กน้อยตะโกนลั่นด้วยความโกรธ เขาเริ่มรู้สึกได้ถึงแรงที่เสียดสีจากประโยคคำพูดนั้นที่เปล่งออกมา ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นคงจะได้วิ่งหนีไปให้ไกลจนสุดหล้าฟ้าเขียว แต่มันไม่ใช่สำหรับกรพินธุ์ เขาโง่เกินกว่าจะรู้ ว่าสิ่งนั้นมันอันตรายกับตัวเขาถึงขนาดไหน

                    ความโง่ในการใช้ชีวิต ที่ลี่ซานเป็นคนยัดเยียดให้เองกับมือ

                    บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทรยศฉัน?

                    “…”

                    เพราะถ้าฉันจับได้ขึ้นมา นายนั่นหล่ะที่ฉันจะทำให้ตายทั้งเป็นก่อนเก็บคนอื่นเป็นรายต่อไป

                    !!!

                    ปล่อยนะพี่ซานกรีนเจ็บปล่อย!”แขนของเด็กหนุ่มถูกกระชากอีกครั้ง คราวนี้ร่างสูงพาเขามาเหวี่ยงทิ้งไว้ที่ห้องนอนของตัวเอง ตลอดทางแม้จะขัดขืนอย่างไร เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ทุ่มลงลงไปก็ไม่ได้ทำให้ร่างของลี่ซานสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว

                    กรีนจะฟ้องปาป๊าได้ยินไหมว่ากรีนจะฟ้องอื้อ!”

                    พี่ชายเขาไม่จูบน้องชายตัวเองหรอกกรีน

                    ช่วยด้วย

                    แอชเชอร์ช่วยกรีนด้วย

                    ฟ้องไปเถอะ ฟ้องไปพ่อก็ช่วยอะไรนายไม่ได้หรอกกรพินธุ์ร่างที่นอนทับคร่อมอยู่เปล่งเสียงพูดอย่างเยาะเย้ย เขาถอดเสื้อของตนออกอย่างรวดเร็ว แม้จะโง่และตามคนไม่ทัน กรพินธุ์ก็ไม่อยากที่จะอยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้กับลี่ซาน!

                    อย่าถอดเสื้อผ้าให้ท่านซานเห็นอีกนะคะคุณหนู

                    เสียงของพี่เลี้ยงที่เอ่ยเตือนอย่างเป็นห่วง กรพินธุ์เริ่มเข้าใจขึ้นมาก็ตอนนี้นี่เอง

                    นอนนิ่งๆแบบนั้นแหละกรพินธุ์ มันคือหน้าที่ของนายมาตั้งแต่ต้นแล้ว

                    ฮึกๆไม่ ไม่เอา พี่ซาน…”

                    หึ

                    ริมฝีปากคู่นั้นเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างหยาบคาย ทั้งดูดดุนและขบเม้มผิวเนื้อของกรพินธุ์จนช้ำ ไรหนวดเขียวๆเองก็ทิ่มตำร่างบอบบางที่สั่นอยู่ข้างใต้จนเจ็บไปหมดและต้องใช้มือผลักไสให้ออกห่าง!

                    อย่าดิ้นได้ไหม!!”

                    พี่ซานพี่ซานพี่ซานๆๆๆๆ!!!”

                    เสียงเล็กกรีดเสียงร้องเรียกอย่างหวั่นกลัว เขากำลังร้องเรียกพี่ชายคนเดิมของเขาต่างหาก ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่กำลังล่วงเกินร่างกายของเขาแบบนี้!

                    พี่ซานพี่อั้ก!”

                    เสียงของเขาหมดลงพร้อมๆกับก้อนหมัดที่กระแทกลงสู่แผ่นท้องบางจนแทบจะหมดสติลง กรพินธุ์เบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออกและไม่กล้าแม้แต่จะขยับร่างให้เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ เจ็บเหลือเกินเจ็บที่สุดฮือๆๆ

                    “…”เสียงสะอึกเล็กๆ พร้อมๆกันนั้นก็มีเพียงแค่หยดน้ำสีใสๆที่ไหลออกมาตามมุมปากซีดขาว กรพินธุ์ได้แต่นอนนิ่งน้ำตารินไหล มองร่างที่กำลังปลดเสื้อผ้าของเขาออกจากกายเล็กผ่านม่านน้ำในดวงตาหัวใจแตกสลายแม้การกระทำจะไม่ได้กระแทกกระทั้นดุดันอย่างที่ลงมือลงไม้กับเขาเมื่อครู่ แต่มันก็ชวนให้เจ็บปวดสิ้นดีเมื่อคิดว่าสิ่งที่กำลังจะทำต่อไปนี้คืออะไร

                    เรื่องผิดบาป!

                    นิ่งๆแบบนั้นแหละเด็กดี…”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววแห่งความพึงพอใจ

                    จะได้ไม่ทรมาน…”

                    ฮึกฮึก

                    เสียงของนายเองฉันก็ไม่อยากได้ยิน

                    สายผ้าสีขาวสะอาดซึ่งกรพินธุ์จำได้ดีว่ามันคือม้วนเส้นเผ้าพันคอที่เขาใช้เวลาเป็นเดือนๆเพื่อถักทอมันขึ้นมา ก่อนจะห่ออย่างสวยงามเพื่อส่งมอบมันเป็นของขวัญให้กับลี่ซาน ความตั้งใจนั้นที่เขาอุตส่าห์ทำ มันกลับกลายย้อนกลับมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำร้ายตัวเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด เพราะมันถูกนำมาเป็นเครื่องมือพันธนาการ มัดทั้งมือและปากของเขาได้อย่างน่าเจ็บใจ

                    อื้อ!”เสียงของเด็กหนุ่มถูกจำกัดให้ดังอยู่เพียงแค่ในลำคอ ร้องอื้ออึงไป คนที่ทาบทับอยู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขา ความทรมานที่เริ่มกัดกิน มันเจ็บปวดเหลือเกิน

 

 

 

                    สวย

                    ลี่ซานคิดแบบนั้น

                    ในยามที่ใช้ดวงตาสีนิลของตัวเองกวาดมองไปทั่วทั้งร่างกายของเด็กที่นอนดีดดิ้นอยู่ใต้ร่างของตน กรพินธุ์ในตอนนี้แม้จะยังสูงได้ไม่ถึงหน้าอก ยังไม่ถึงวัยที่ควรจะมีเพศสัมพันธ์ทางกาย ด้วยเพราะทางสรีระนั้นยังเล็กเกินไปที่จะยัดเยียดอะไรที่ใหญ่เกินตัว มองไปทางไหนก็ดูเล็กไปหมด แม้แต่ท่อนแขนก็เล็กผิดกันกับเขา

                    ราวกับเด็กประถม

                    ก็ช่างมันซิ

                    เสียงกระซิบเล็กๆดังขึ้นมาในสมองเล็กกว่าแล้วไง ถึงยังไงมันก็ต้องเป็นของๆเขาอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือไหน เติบใหญ่ไปกรพินธุ์ก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี

                    ก็แค่เร่งเวลาให้เร็วกว่าที่คาดก็แค่นั้นเอง

                    อึก!”

                    ดวงตากลมๆแดงก่ำ ฉายแต่ร่องรอยแห่งความหวาดกลัวเจ็บช้ำ เงยขึ้นสบมองเขาอย่างอ้อนวอน เหมือนลูกนกตัวเล็กๆที่ไร้ปีกจะโผบินมันห่อตัวเองเข้าหากันด้วยความหนาวสั่น ปีกของมันกำลังสั่นไหวด้วยเพราะแรงลมและฝนฟ้าที่พร้อมใจกันถาโถม ไม่รู้วิธีหลบ ไม่รู้วิธีหนี ไม่รู้วิธีที่จะเอาตัวรอด เมื่อมันถูกขังให้อยู่แต่ในกรงยิ่งนานวัน มันยิ่งทำอะไรไม่เป็น เมื่อสะดุ้งตื่นและเห็นนกตัวอื่นที่โผบินผ่านกรงของมันไป มันจึงคิดได้

                    ว่ามันคือนก

                    มันควรที่จะหัดบิน

                    แต่อนิจจาเจ้าของๆมันกลับร้ายกาจเหลือเกิน มันถูกดึงทึ้งขนสีขาวบนตัวของมันจนขาดกระจาย เนื้อตัวของมันสั่นพร่าไปหมดด้วยความกลัวตาย เมื่อถูกจับเหวี่ยงให้ออกไปอยู่ที่นอกหน้าต่าง เผชิญกับฝนฟ้าที่กำลังพัดโหมเพียงลำพังราวกับเป็นการลงโทษให้หลาบจำเข็ดขยาด

                    ซ้ำร้ายยังถูกทุบตีจนปีกหักปีกที่กำลังกางออก

                    ฮึกๆ…”

                    ช่วยด้วยช่วยกรีนด้วยแอชเชอร์

                    อื้อออออื้ออออ!”

                    เสียงสะท้อนแห่งความเจ็บดังอื้ออึงอยู่เพียงแค่อุ้งปาก กรพินธุ์ตกใจจนตัวสั่น เสียดกายไปหมดจนต้องบิดร่างหนี เมื่ออะไรบางอย่างรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของตนอย่างไม่ค่อยถนอม มันเจ็บแปล๊บและเสียดแน่นไปหมดจนแยกแยะไม่ออก มันถอดถอนเข้าออก เพิ่มจำนวนเข้ามาจนเขาได้แต่ปิดตาแน่นด้วยความเจ็บ

                    นิ้วสองนิ้วที่ใช้เบิกทาง เปิดรอยจีบเล็กๆที่หุบแน่นเข้าหากัน แม้จะฝืดและเคืองซักแค่ไหนแต่เมื่อได้รับรู้ถึงแรงขยับรัดสิ่งแปลกปลอม อารมณ์ด้านมืดที่เก็บกดมาเนิ่นนานก็ยิ่งล้นทะลักถาโถมจนยากที่จะควบคุม โชคดี ที่เมื่อครู่เขาจับเด็กหนุ่มกดน้ำจนร่างเปียกปอน มันจึงยังมีรอยเปียกเอาไว้เป็นหลักฐานตามตัว นิ้วมือจึงได้ถูกดึงออกช้าๆหลังจากที่ได้ทำหน้าที่เตรียมการของมันเสร็จสมบูรณ์

                    อึก!”

                    ร่างเล็กๆถูกจับให้พลิกคว่ำลงกับที่นอนสีขาวสะอาด ถูกจัดท่าทางและแยกเรียวขาออกจนห่างกว้าง กรพินธุ์ได้แต่สะอึกสะอื้นอยู่ในลำคอ ถูไถใบหน้าของตนลงกับพื้นเตียงที่เปียกชุ่มด้านใต้ ไม่อาจคาดเดา ว่าความเจ็บที่ตนจะได้รับนั้นมันคืออะไร แค่เพียงอะไรบางอย่างลุกล้ำเข้ามาเมื่อครู่ มันก็ทำให้เขาน้ำตาริน ยังมีอะไรอีก มันยังมีอะไรที่หนักหนากว่านั้นอีกนะ

                    พี่ซานของนายน่ะมันไม่ใช่คนดี

                    แอชเชอร์

                    ระวังเถอะกรีน ระวังว่าซักวันหนึ่งมันจะทำร้ายนาย

                    แอชเชอร์

                    แล้วพอถึงวันนั้นนะ เชื่อเถอะว่านายได้ตายทั้งเป็นแน่

                    แอชเชอร์

                    มันเจ็บนะจะบอกให้ไม่ต้องทำหน้าหมางง เอาไว้ซักวันนายจะเข้าใจเองแหล่ะ

                    สัมพันธ์ทางกายที่เรียกว่าเซ็กส์น่ะ

                    ……….

                    อื้ออออออออ!!!!”

                    อื้ออออ!!! อื้อออออออ!!!!”

                    เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นไม่เป็นภาษา ถูกเปล่งออกมาจากลำคอขาวผ่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความทรมาน ความเจ็บปวดมากมายที่ไหลหลั่งเข้ามาราวกับเข็มและมีดที่กรีดทึ้งไปทั่วทั้งร่างกายของกรพินธุ์!

                    อึก!”

                    ลี่ซานเบ้หน้าออกมาด้วยความอึดอัด ช่องทางคับแคบที่ขืนสอดใส่เข้าไปฝืดเคืองเสียยิ่งกว่าร่างกายของคู่นอนคนไหนๆที่เขาเคยพบ ฝืดจนขยับไม่ได้ แม้จะพึงพอใจจนต้องยกยิ้มแต่ก็ขยับกายได้ลำบากเหลือคณา เมื่อคนที่อยู่ด้านล่างดื้อดึงไม่ยอมผ่อนคลายตัวเอง

                    อยู่เฉยๆกรพินธุ์เขาสบถด้วยความหงุดหงิด ไม่พอใจที่อีกคนเอาแต่ดีดดิ้นร่างกายไปมาราวกับคนบ้า แม้จะนึกรู้ได้ถึงความเจ็บ แต่อารมณ์ที่อยากได้นั้นมันมีมากว่าจนฝืนที่จะทำตามใจตัวเอง

                    ปึก!

                    อื้อออออออ!!! อื้อออออ!!!!!!!”

                    ลี่ซานเป็นคนหนึ่งที่เลือดเย็น

                    เขาเลือกที่จะเมินหน้าหนี เมื่อดวงตาแลเห็นสีแดงของเลือดไหลย้อยลงมาจนอาบซอกขาขาวด้านในทั้งสองข้างจนดูน่ากลัว เหมือนกับรอยจีบเล็กๆสีอ่อนที่ถูกสีแดงของเลือดชโลมย้อมไปหมดจากการฉีกขาด ปริแยกจากท่อนเนื้อขยายออกเป็นวงกว้าง สร้างความเจ็บให้ร่างกายที่เล็กเสียยิ่งกว่าเด็กประถมจนฟุบลง ไม่มีแรงแม้จะพยุงร่างของตัวเองให้ตั้งฉากกับที่นอน

                    อืออออ อือออ…”น้ำตาสีใสไหลนองกลบใบหน้าขาวซีดนั้นจนดูน่าเวทนา มือเล็กๆบอบบางได้แต่สั่นระริกไขว่คว้าหาอิสรภาพที่ถูกลิดรอนไปไม่มีเหลือ

                    ร่ายสูงใหญ่ที่จับพลิกร่างกายนี้ให้ได้ในสิ่งที่เป็นดั่งใจ สอดประสานกายเข้าออกตามเจตนา ไม่สนเสียงร้องขออ้อนวอนทั้งน้ำตาแห่งความเศร้าโศก

                    ฮืออออๆๆ…”ตัวเล็กๆของเด็กหนุ่มส่ายไหวไปตามแรงที่กระทั้นใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะเจ็บเจียนตาย ทรมานแทบจะขาดใจตาย มันก็ไม่สามารถหยุดลงได้เลย เขาถูกสอดใส่เข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ็บจนชา ร้องจนเสียงแห้ง กรีดทึ้งร่างกายอีกคนจนเจ็บมือ มันก็ไม่หยุดลง กรพินธุ์ได้แต่กำมือแน่น ประสานลงตรงแผ่นอกช้ำๆของตนอย่างสมเพชตัวเอง

                    อยากเจอลูกแก้วจัง

                    อึก!”

                    มันควรจะสิ้นสุดลง เมื่อแรงกระแทกที่ถาโถมลงมาเร่งจังหวะจนลมหายใจของเด็กน้อยแทบจะขาดหายไป อะไรบางอย่างที่อุ่นและร้อนฉีดพุ่งเข้าใส่ร่างกายของเขา มันชวนให้คลื่นเหียนและอยากจะอาเจียน ดวงตาแดงก่ำได้แต่เฝ้ามองการกระทำของคนอีกคนที่เลือดเย็น

                    เหมือนหัวใจของเขาแหลกสลาย

                    เขาจับร่างของกรพินธุ์ให้พลิกหงายอีกครั้ง มอบความทรมานที่แสนกล้ำกลืนใส่เข้ามาอีกจนได้แต่กรีดร้องไม่เป็นภาษา ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ครั้งเดียวตามประสาคนที่ไม่รู้จักพอ สอดใส่เข้ามาเอาตามใจ ไม่สนซักนิดว่าร่างกายนี้จะรับไหวไหม ไม่ฉุกคิดซักนิดเลย

 

                    ว่าเขาจะเจ็บเพียงใด

 

 

 

                    ติ๊ดๆๆติ๊ดๆๆ

                    เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ ที่ดังติดๆกันมานานร่วมสิบนาทีเศษ ไม่ได้ทำให้เจ้าของๆมันที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงยับๆคิดขยับกายไปคว้ามันขึ้นมารับสาย

                    เขาไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วด้วยซ้ำ

                    ขออนุญาตนะครับคุณหนู

                    เสียงนุ่มๆของแอเรียลดังขึ้นในอีกด้านหนึ่งของเตียงพร้อมๆกับสัมผัสนุ่มนวลแตะแผ่วๆลงบนต้นแขนเล็กช้ำเลือดคล้ำเขียว แอเรียลได้แต่สะกดกลั้นเสียงครางแผ่วของตนให้ดังอื้ออึงอยู่เพียงในลำคอ นึกสงสารกับสภาพที่ดูไม่ได้ของกรพินธุ์ที่นอนนิ่งเหมือนคนที่หมดลมหายใจ

                    การเช็ดทำความสะอาดร่างกายถูกดำเนินไปอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา เขาถูกเรียกตัวให้ขึ้นมาเพียงคนเดียวเพื่อดูแลเด็กหนุ่ม ถึงแม้ว่าอยากจะถามคำถามกับนายของตนมากแค่ไหน แต่แอเรียลก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าและทำหน้าที่ของตนเพียงเท่านั้น คำพูดมากมายที่อยากจะเปล่งออกไป มันถูกกลืนลงคอหมด เนื่องจากว่าเขาไม่กล้าพอที่จะถาม

                    “…เผื่อว่าคุณอยากจะคุยผมวางไว้ให้ตรงนี้ ผมจะอยู่ข้างนอกมีอะไรก็เรียกผมนะครับ

                    “…”

                    ร่างสูงโปร่งหันมามองร่างที่นอนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังและเดินออกไปเพียงลำพัง และคล้อยหลังของแอเรียลไปไม่นาน กรพินธุ์ที่นอนนิ่งอยู่ก็ขยับมือไปมาเล็กน้อย ดวงตากลมมองโทรศัพท์ในมือที่สั่นกระพริบไม่หยุดด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

                    อยู่ไหน

                    มาโรงเรียนได้แล้วไอ้เด็กขี้เกียจ

                    รับโทรศัพท์!’

                    กรีน!’

                    แอชเชอร์…”

                    กรพินธุ์คิดว่าตนนั้นพูดด้วยเสียงที่ดังที่สุดของตนแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น มันแทบจะไม่มีเสียงพูดด้วยซ้ำไป

                    รับโทรศัพท์!’

                    ข้อความคล้ายคนกำลังโกรธจากเพื่อนที่มีอยู่เพียงคนเดียวทำให้มุมปากช้ำเจ่อเผยอยิ้มออกมาได้บ้างเล็กน้อย เขาค่อยๆพลิกร่างกายของตัวเองให้นอนตะแคง แม้จะเจ็บปวดไปหมดแต่ท่านี้มันบรรเทาอาการเขาได้ดีที่สุดแล้ว

                    ติ๊ด

                    [ทำไมไม่มาโรงเรียน!!]

                    “…”

                    [ปากอมห่าอะไรอยู่ พูดดิ!]

                    ขอโทษ…”

                    […]

                    ผมไม่สบายน่ะ…”

                    เขาเผลอสูดน้ำมูกเสียงดังก่อนจะรู้สึกตัวและกลั้นเสียงของตนเอาไว้จนสุดความสามารถ กรพินธุ์พยายามส่งเสียงเรียกคนในสาย แต่ทว่าก็มีเพียงความเงียบงันเท่านั้นที่ได้รับกลับมา

                    [อยู่บ้านใช่ไหม…]

                    อะ อือ…”

                    [รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปรับ]

                    ติ๊ด!

                    “…”

                    มือเล็กๆปล่อยให้เครื่องสื่อสารสีขาวตกลงไปบนพื้นเตียงทันทีเมื่อสิ้นสุดสัญญาณจากเด็กหนุ่ม ดวงตาของเขาลอยคว้าง เหม่อลอย และเหมือนจะจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิดที่ไร้สติ

                    ทำอะไรไม่ถูก

                    นั่นคือกรพินธุ์ในตอนนี้

                    กรีดร้องอาละวาดเหรอ ปาข้าวของเหรอ หนีเหรอ เขาควรจะทำยังไง? จะทำอะไรได้

                    เดี๋ยวไปรับ

                    คำพูดของเพื่อนสนิทดังเคว้งอยู่ในหัวของเขา แอชเชอร์มาแน่ๆเขารู้ เพื่อนของเขาไม่เคยผิดสัญญา แอชเชอร์ต้องมา

                    แล้วเขาล่ะ ต้องไปจากที่นี่ใช่ไหม?

                    ใช่ต้องไป ในเมื่อเขาให้เราไป เราก็ต้องไป

 

………………………………………………..

                    เชิญปารองเท้าได้ตามบายยยยยยยย

                    เชิญเล้ยยยยย จะคอนเวริส นิวบาล้านซ์ ช้างดาวก็เชิญญญญ

                    ตอนหน้าพี่เอชของเราจะมารับน้องกรีน แต่จะบุกเข้ามาในดงเสือได้ไหมนะ ในเมื่อคนเขาหวงโหดขนาดนี้ เป็นกำลังใจให้น้องกรีนด้วยนะทุกท่าน กำลังคิดอยู่เลยว่าระหว่างพี่ซานคนดีกับเฮียโซชิคนโหดจาก sin seal ใครจะหึงโหดกว่ากัน หรือจะบ้ารักทั้งคู่จนไม่ยอมลืมหูลืมตา?

                    เรื่องนี้มีประมาณไม่ถึงยี่สิบห้าตอนหรอกมั้ง ขอโทษด้วยถ้า NC มันแรงไป บอกเอาไว้ก่อนว่าอิไรต์ถนัดนักในการทำร้ายตัวเอก เขียนบทหวานไม่เป็นสับประรด หวานแล้วคือชวนอ้วก ดราม่าแล้วก็ดร่าม่าจนหยดสุดท้าย (ใครเข็ดจาก sin seal ยกมือขึ้น?)

 

แล้วเจอกันในตอนต่อไป ซียูววว

 
ความคิดเห็น