ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 4 สัญญาณการเปลี่ยนแปลง

ชื่อตอน : CHAPTER 4 สัญญาณการเปลี่ยนแปลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2559 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 4 สัญญาณการเปลี่ยนแปลง
แบบอักษร


 

CHAPTER 4 

สัญญาณการเปลี่ยนแปลง

 

 

                    พี่ซานนนนกรพินธุ์ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่าตรงหน้าของตนคือร่างสูงของคนที่บอกว่าจะมารับกรีนรอตั้งนานแหน่ะครับ

                    เด็กหนุ่มบอกเสียงใส ลืมไปเสียสนิทว่าตนกับคนตรงหน้ายังมีเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจกันอยู่เล็กน้อยค้างคาเอาไว้ และทันทีที่เห็นว่าคนสนิทของคนเป็นพี่เดินลงมาเปิดประตู กรพินธุ์ก็รู้ได้โดยทันทีว่าเขาต้องมารับด้วยตัวเองหาใช่ส่งคนมารับอย่างที่เคยคิดเอาไว้

                    พี่ซานหายโกรธกรีนหรือยังครับอ้อมแขนเล็กๆสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นๆอย่างที่เคยทำในตอนที่ก้าวขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้ว

                    หายโกรธน้าตลอดรายทางในการกลับบ้านของทั้งสองคน กรพินธุ์พยายามที่จะชวนคนข้างๆตัวคุยด้วยแทบจะตลอด เด็กหนุ่มยังพอที่จะมีกำลังใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยเพราะอย่างน้อยๆลี่ซานก็ไม่ได้แสดงท่าทีดุดันหรือไม่พอใจออกมา เขายินดีที่นั่งนิ่งๆ แต่ก็นั่นล่ะ กรพินธุ์ถือว่าเขาหายโกรธแล้ว

                    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                    มีอะไรชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วพบว่ามีร่างของน้องชายต่างสายเลือดยืนทำหน้าละห้อยอยู่ตรงนั้น เมื่อหันไปมองนาฬิกาบนกำแพงก็พบว่ามันเลยเวลานอนของเจ้าตัวมาหลายชั่วโมงแล้วด้วย

                    พี่ซาน กรีนนอนด้วยคนนะครับ

                    ทำไมไม่ไปนอนห้องตัวเอง

                    ก็พี่ซานจะไม่อยู่แล้วนี่นา…”อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง พี่ซานก็จะไม่อยู่แล้ว กรีนอยากอยู่กับพี่ซาน

                    ลี่ซานรู้สึกได้ถึงแรงเว้าวอนที่ส่งผ่านมาจากสายตานั้นของร่างเล็ก เขาพยายามที่จะไม่มองมันแต่สุดท้ายก็ยอมที่จะเปิดอ้าประตูให้ออกกว้างเพื่อต้อนรับกรพินธุ์ให้เข้ามาในห้อง

                    มานอนเร็วๆซิครับ พี่มัวแต่ทำงานอยู่ได้เด็กที่ตัวเล็กกว่าเขาหลายคืบกวักมือเรียกอย่างน่ารัก แม้ว่าเมื่อหลายวันก่อนเจ้าตัวจะแสดงอาการกลัวเขาออกมาอย่างเด่นชัดแต่ตอนนี้กลับพยายามจะเข้าหาเสียอย่างนั้น ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

                    นอนได้แล้วกรีน

                    ครับเด็กหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเป็นสุข ก่อนจะตาโตด้วยความอึ้งเล็กๆเมื่ออ้อมแขนแข็งแรงตวัดรั้งร่างของตนให้เข้าไปนอนใกล้ๆจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตุบๆและลมหายใจที่เป่ารดอยู่บนหัว

                    เขาอยากให้ลี่ซานใจดีกับเขาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆเหลือเกิน ไม่เอาพี่ซานที่ดูใจร้ายแบบวันนั้น เขาไม่คุ้นเคยและจะไม่มีวันชอบด้วยกับความใจร้ายนั้น

 

                    “…”

                    ลมหายใจของกรพินธุ์เข้าออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นหลับสนิทในความมืดมิดนั้นดวงตาเรียวรีของลี่ซานก็ค่อยๆลืมขึ้นช้าๆก่อนจะก้มลงมองคนที่ตนนอนกอดด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย

                    ไอ้เด็กคนนั้นมันเข้ามาข้องแวะกลับกรพินธุ์ได้ยังไง!

                    ท่าทางสนิทสนมที่เกินพอดี จับมือถือแขน ชวนคุย และทำเหมือนว่ารู้จักกันมาอย่างยาวนาน เขาแทบจะลงไปกระชากแขนให้เด็กของตนกลับขึ้นมาบนรถด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ได้สองคนสนิทของตนมองด้วยดวงตาเหมือนเตือนสติซะก่อน เขาจึงพยายามสงบลงอย่างช่วยไม่ได้

                    ให้ตายเถอะ!

                    น้องกรีนโตแล้วนะไอ้ซาน ปล่อยๆน้องบ้างก็ได้เขานึกถึงคำพูดของพ่อตัวเองซึ่งก็คือเว่ยหวงก่อนที่ตัวจะบินกลับไปที่ต่างประเทศ

                    ก็เพราะโตแล้วนี่ไงเขาถึงไม่อยากปล่อยให้คลาดสายตา พ่อไม่เห็นหรือไงว่าสายตาที่คนอื่นมันมองกรพินธุ์มีแต่สายตาที่ประสงค์ในเรื่องอย่างว่าทั้งนั้น!

                    ถึงยังไงน้องกรีนก็เป็นของแก อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามกับน้อง เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม

                    เขารู้ว่าพ่อดักคอเขาเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เขาทำอะไรที่ร้ายแรงลงไปกับเด็กที่มีอายุเพียงแค่สิบห้าพ่อรู้ทุกอย่างนั่นแหละว่าเขาคิดจะทำอะไร

                    “…”

 

 

 

                    จะไปแล้วเหรอครับ

                    กรพินธุ์พูดเสียงหงอยๆเมื่อรู้จากเหลียงเจียงว่าลี่ซานจะกลับไปทำงานของตนในวันนี้ตอนดึกๆ เด็กหนุ่มจึงพยายามข่มตาไม่ให้หลับเพื่อจะดักรอเจอกับร่างสูงพร้อมด้วยกระเป๋าใบเล็กอีกหนึ่งใบ แม้จะง่วงจนตาปรือแต่เขาก็อดทน เพราะอยากที่จะอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด ดังนั้น เมื่อลี่ซานก้าวเข้ามาเจอ เขาจึงกระตุกยิ้มมุมปากและเสียเวลาอีกนิดเพื่ออุ้มร่างของคนที่ตั้งใจจะรอขึ้นไปส่งที่ห้องนอน

                    พี่ซาน…”

                    หืม

                    กรีนคิดถึง

                    อือ

                    ทำไมพี่ถึงรีบกลับ กรีนอยากอยู่กับพี่ซาน

                    พี่มีงานต้องทำกรพินธุ์รู้สึกเหมือนตัวเองหูฝาดไป เขาพยายามที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อที่จะมองร่างสูงๆให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้แต่ก็ยากเหลือเกินเพราะความง่วงที่มีมากมายเข้าโจมตี เด็กหนุ่มไม่อยากจะเชื่อว่าลี่ซานจะพูดเสียงอ่อนๆกับเขา ก็เพราะตั้งแต่ที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ สรรพนามที่เคยแทนตัวเองว่าพี่ก็เริ่มที่จะจางหาย  มันก็เหมือนๆกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ที่ค่อยๆห่างกัน ลี่ซานแยกตัวห่างออกไปนานๆครั้งที่จะกลับมา แม้ว่ากรพินธุ์พยายามตื้อหลายครั้งว่าอยากไปอยู่ด้วยกันก็ตาม

                    รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่มีผลแต่เขาก็ยังไม่เลิกที่จะหวังเสียที

                    กรีนอยากอยู่กับพี่ซาน…”

                    “…”

                    อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย…”

                    อีกไม่นาน…”

                    หือ…”

                    รอให้กรีนโตกว่านี้เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน

                    สัมผัสอุ่นๆแตะลงที่หน้าผากของเด็กหนุ่มหลังจากที่แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มของที่นอนในห้อง กรพินธุ์อมยิ้ม แม้ว่าตาจะปรือลงทุกขณะแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะไขว่คว้าหาคนที่รักที่สุดอย่างลี่ซานเหมือนอย่างตอนที่ยังเป็นแค่เด็กเขาอยากเป็นแค่เด็กตลอดไปถ้ามันจะทำให้เขาได้อยู่กับลี่ซาน

                    หึๆๆ

                    กรีนรักพี่ที่สุดในโลก…”

                    รักแล้วก็อย่าทรยศพี่เข้าใจไหมกรีน

                    ครับ…”

                    อย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปยุ่งกับคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ เข้าใจไหมกรีน

                    ครับ…”

                    ในที่สุดดวงตาของเขาก็พริ้มหลับลง กรพินธุ์รู้สึกเหมือนเป็นฝันดีที่สุดในโลกแม้ว่าว่าต้องห่างกันก็ตาม แต่ก็แค่แป๊บเดียว เดี๋ยวพี่ซานก็กลับมา

 

 

 

                    ฮือๆๆ

                    [บอกกี่ครั้งแล้วกรีนว่าอย่าร้องไห้ เงียบเดี๋ยวนี้]

                    พี่ซานฮือๆๆ…”

                    ใจร้าย ใจร้ายที่สุดในโลก!

                    ทำไมทำกับกรีนแบบนี้ เขารึอุตส่าห์นั่งถ่างตารอเพื่อที่จะอ้อนขอไปด้วยกัน กระเป๋าก็แอบเตรียมพร้อมเอาไว้มาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนเผื่อว่าวันไหนลี่ซานจะหนีกลับแบบไม่ยอมบอกยอมกล่าว เขาจะได้ร้องขอให้ได้ตามไปด้วย แล้วนี่มันอะไร เขากลับขึ้นมานอนบนห้องได้ยังไง!

                    หมดกันแผนการที่จะอ้อนวอนขอตามไปอยู่กับพี่ซาน หมดกัน!

                    ใจร้าย ฮือๆๆ พี่ใจร้าย

                    […]

                    กรีนอุตส่าห์นั่งรอพี่ฮืออออกระเป๋าก็จัดไว้แล้วฮือออๆๆเด็กหนุ่มร้องลั่นด้วยความเคืองโกรธที่น้อยครั้งจะแสดงออก มือเล็กๆก็กำแน่นพร้อมกับทุบหมอนใบโตระบายอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาจนจุกแน่นอยู่ที่คอหอย พี่เหลียงเจียงบอกว่าคุณท่านไม่ให้ปลุกเขาและบอกว่าให้ตื่นขึ้นมาเอง นั่นก็หมายความว่ากว่าเขาจะรู้ว่าพี่ซานไป คนตัวโตก็คงถึงจุดหมายไปเรียบร้อยแล้ว

                    กรีนจะไปกับพี่ซาน ฮือๆๆ

                    [เงียบได้แล้วกรีน…]

                    พี่ชอบทิ้งกรีน…”

                    ตลอดเลย

                    […]

                    กรีนอยากอยู่กับพี่ซาน…”

                    […กรีน]

                    “…”

                    [พี่มีงานต้องทำ]

                    ฮึกๆ…”ตลอดเลย มีงานตลอดโน่นก็งานนี่ก็งาน พี่ซานเคยว่างกับเขาบ้างไหม

                    [แค่นี้ก่อน]

                    เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ฝ่ายตรงข้ามก็เล่นตัดสายเขาทิ้งเสียเฉยๆเท่านั้นเองกรพินธุ์ก็แหกปากร้องไห้ด้วยความน้อยใจออกมาเสียงดัง มันดังจนพี่เลี้ยงของเจ้าตัวหน้าเสียวิ่งวุ่นเข้ามาปลอบอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง คุณหนูไม่ได้ร้องไห้บ่อยๆนี่นา เธอจะรับมือยังไงกันล่ะ

                    ฮึกๆในขณะที่เด็กตัวเล็กเอาแต่นอนซุกตัวลงกับที่นอนนั่นเอง เสียงโทรศัพท์ข้างๆตัวที่จงใจเอามาวางไว้ใกล้ๆเพื่อรอคอยสายจากคนที่มากอายุกว่าก็ดังขึ้น มือเล็กคว้าหมับและรีบกดรับด้วยความดีใจ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากสายกลับไม่ใช่คนที่รอคอย

                    [ทำไมไม่มาโรงเรียน!]

                    แอชเชอร์…”

                    [เออฉันเอง คิดจะโดดเรียนหรือไงห๊ะ หนอย เพิ่งจะเรียนได้ไม่ถึงอาทิตย์คิดจะวัดรอยเท้าฉันรึไงมาเรียนเดี๋ยวนี้เลย!]

                    ฮึกๆ…”

                    [กรีน…]

                    เอชพี่ซานทิ้งกรีนอีกแล้ว…”

                    [อะไรของนาย แล้วนี่ร้องไห้ทำไม เดินสะดุดหินเหรอ]

                    กรีนอยากไปกับพี่ซาน!”

                    [แล้วมาบอกฉันทำไมล่ะเว้ย!]

                    กรีนอุตส่าห์จัดกระเป๋ารอ…”แล้วแอชเชอร์ที่นึกห่วงกลัวว่าเจ้าตัวนั้นจะไม่สบายถึงได้โทรมาก็เป็นอันต้องมานั่งฟังกรพินธ์พูดถึงสิ่งที่อยากจะทำให้ฟังหลังจากที่ลี่ซานกลับมา หูเขาแทบจะไหม้เพราะเสียงของเจ้าตัวนั้นเอาแต่แผดร้องและแหกปากร้องไห้ไปพร้อมๆกันจนฟังไม่รู้เรื่อง

                    [เออ สรุปแล้วก็ไม่พ้นอยากจะตามเขาไปอยู่ด้วย ถามจริงเหอะ นี่นายเป็นเด็กติดพี่หรือไง]

                    ก็แหม…”

                    [เลิกพูดขี้เกียจจะฟังเว้ย แต่งตัวซะแล้วไสหัวออกมาจากบ้านได้แล้ว ไปเที่ยวจะได้หายฟุ้งซ่าน!]

                    จะหาพี่ซาน!”

                    [เงียบบบบบบ!]

                    ฮืออออๆๆ

 

 

 

                    หลายวันผ่านไป

                    คุณหนูขาถึงไหนแล้วคะเหลียงเจียงถามคนในสายด้วยความร้อนใจ มองดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนังกำแพงหรูก็พบว่ามันเกือบจะสองทุ่มอยู่มะรอมมะร่อแล้ว แต่คุณหนูของเธอยังไม่กลับบ้านแถมยังบอกอีกว่าจะให้เพื่อนไปส่ง ตายๆๆ ถ้าเกิดคุณท่านรู้เข้าเธอตายแน่ๆ

                    [ใกล้ถึงแล้วครับนี่ไงถึงหน้าบ้านแล้ววว]

                    จริงเหรอคะ เฮ้อออ โล่งอกไปที เดี๋ยวพี่จะออกไปรับนะคะ

                    [คร้าบบ]

                    กรพินธุ์ไม่ได้เถลไถล แต่ที่กลับมืดค่ำเพราะลองที่จะเข้าชมรมกีฬาตามแอชเชอร์ที่แนะนำ เขาอยู่ชมรมบาสเกตบอลและได้ทำหน้าที่เล็กๆน้อยในระหว่างที่รอเพื่อนตัวโตฝึกซ้อม การกลับบ้านดึกไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะคนของพี่ซานมายืนรออยู่ที่หน้าโรงเรียน แอชเชอร์ที่ตั้งใจจะมาส่งเลยวืดไป

                    กรีนเล่นบาสด้วยฮะ

                    ค่ะคุณหนู ไปอาบน้ำได้แล้วนะคะ จะได้ทานข้าว

                    ครับ

                    อ้อ แล้ววันนี้ก็อย่าซนไปแอบนอนห้องคุณท่านอีกนะคะ…”เธอยังพูดไม่ทันจบเด็กหนุ่มก็ปิดประตูหนีเธอไปเสียแล้ว แน่นอนว่ากรพินธุ์ไม่ได้ฟัง เขาเดินเข้าไปเก็บกระเป๋าและออกมาอีกครั้งเพื่อเข้าไปในห้องนอนของลี่ซานที่อยู่อีกปีกหนึ่งของตึกด้วยความเคยชิน นับตั้งแต่ที่ลี่ซานอนุญาตให้เขาเข้ามานอนด้วยครั้งนั้น กรพินธุ์ก็แอบเข้ามานอนในนี้ทุกวันเพราะรู้ว่าถึงยังไงพี่ซานก็ยังไม่กลับมาง่ายๆแน่

                    จะเที่ยงคืนแล้วนี่…”เขาพึมพำกับตัวเองหลังจากที่งัวเงียตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่ามันดึกมากแล้ว ไม่น่าเผลอหลับเลยเรา น้ำก็ยังไม่ได้อาบ

                    ขอยืมหน่อยน้ากรพินธุ์พูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกแล้วเข้าไปอาบน้ำด้านใน โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นเพียงสองนาที เรียวขายาวของใครคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามในห้อง

                    เสื้อผ้าใครเสียงเข้มพูดเบาๆด้วยความไม่พอใจ หลังจากที่เห็นกองเสื้อผ้าวางเอาไว้ตรงพื้นข้างๆเตียงนอนหลังใหญ่ของเขาของกรีน…”

                    แอบเข้ามานอนในนี้หรือยังไงกันถึงได้มีเสื้อผ้าถอดทิ้งเอาไว้แบบนี้ร่างสูงคิดในใจก่อนจะเริ่มปลดสูทตัวนอกออกและเหวี่ยงลงไปในตะกร้าผ้าเตรียมซัก ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆเข้าไปในห้องอาบน้ำก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เสียงน้ำไหล?

                    ใคร?

                    ครืดดดดดด

                    อ๊ะ!”

                    กรีน!”

                    พี่ซาน!”

                    ร่างของชายหนุ่มชาวาบไปทั้งร่างเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่ามีใครอีกคนยืนเปลือยร่างอาบน้ำจากฝักบัวอยู่ในนั้น ร่างขาวจัดของกรพินธุ์!

                    ตุบ!

                    พี่กลับมาแล้ว!”

                    นับตั้งแต่ที่เริ่มโตเป็นหนุ่มลี่ซานไม่เคยเคยขาดคู่นอน เขาเจนจัดและเชี่ยวชาญในเรื่องอย่างว่าจนเรียกได้ว่าเป็นเสือผู้หญิง แม้จะเจอร่างกายที่สวยงามของมนุษย์มาจนเคยชินและบางครั้งก็ยังรู้สึกเฉยๆแม้จะเจอสิ่งสวยงามขนาดไหนก็ตาม แต่ครั้งนี้ทำไมมันถึงแตกต่างออกไป

                    ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมดเมื่อเห็นเพียงแค่ร่างกายของเด็กที่อายุเพียงแค่สิบห้า!

                    ทำอะไรน่ะกรพินธุ์!”เขาตวาดเสียงเขียวพร้อมกับผลักร่างที่พุ่งเข้ามากอดจนกระเด็นออกไปไกล กรพินธุ์เบิกตากว้าง พี่ซานเป็นอะไร!

                    เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง!”

                    ขะ ขอโทษครับเด็กหนุ่มหน้าเสีย ก่อนจะรีบพูดขอโทษและวิ่งแทรกร่างออกไปจากห้องน้ำหรู แต่น้ำที่เจิ่งนองพื้นและความลื่นของกระเบื้องก็ทำให้คนที่กำลังรีบวิ่งสุดชีวิตสะดุดล้มลง

                    ระวัง!”

                    ตุบโครม!

                    ขะ ขอโทษครับ…”

                    เป็นอะไรไหมกรีน

                    มะ ไม่ครับมือเล็กๆลูบใบหน้าของตนเบาๆเพื่อไล่หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ให้พ้นออก เจ้าตัวยิ้มนิดๆเพื่อประจบเอาใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มนั้นกำลังทำให้ความอดทนของอีกคนขาดสะบั้นลง ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นยืน เขารู้สึกว่าตัวเองร้อนวูบไปทั้งใบหน้าเมื่อได้สบตากับคนที่สูงกว่าในชั่วแวบหนึ่ง หัวใจที่เต้นกระหน่ำจนถี่เจ็บเริ่มทำให้เด็กหนุ่มลุกลี้ลุกลน เขากลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน

                    ไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”

                    คะ ครับ!”

 

 

 

                    ทีหลังก็ล็อคประตู ถ้าเกิดว่าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่พี่เปิดเข้าไปเราจะทำยังไง

ร่วมสามสิบนาทีแล้วที่กรพินธุ์ต้องมานั่งกอดหมอนแล้วฟังลี่ซานบ่นแต่เรื่องนี้ใส่เขา ร่างสูงดูหงุดหงิดและอาละวาดพาลไปหมดแม้แต่ลูกน้องคนสนิทที่ก้าวเข้ามาเพื่อนำแฟ้มเอกสารมาให้ เด็กหนุ่มสังเกตเห็น ว่าเขาใช้คำแทนตัวว่าพี่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาคงอารมณ์คงที่อยู่ในตอนนี้ นั่นทำให้เขากล้าที่จะยิ้มประจบ แม้จะโดนดุด้วยสายตาก็ตาม

                    กรีนขอโทษ

                    ดี งั้นก็ขึ้นมานอนได้แล้ว

                    ครับร่างเล็กยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะลุกขึ้นมาจากโซฟาเพื่อก้าวขึ้นมานอนข้างๆกันกับร่างของพี่ชายตัวเอง

                    กรีน

                    ครับ

                    เราอายุสิบห้าแล้วใช่ไหม

                    ใช่ครับพี่ซานถามเรื่องนี้อีกแล้ว ตั้งแต่เมื่อหลายอาทิตย์เขาก็เอาแต่ถามว่าครบสิบห้าแล้วใช่ไหม ถามทำไมล่ะ

                    ก็ดีนายคงโตพอแล้ว

                    “??”หลังจากคำพูดแปลกๆนั้นที่ได้ฟังเมื่อคืน วันต่อมา ทุกๆอย่างของกรพินธุ์ก็ดูเปลี่ยนไปหมดเปลี่ยนไปหมดทุกอย่างเลยจริงๆ

 

 

 

                    เอ่อคะ คือพี่ซาน

                    อือ

                    กรีนว่าพี่ไม่ควรทำอย่างนี้นะครับเด็กหนุ่มพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะช้อนดวงตาขึ้นสบมองร่างที่สูงกว่า ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามในห้องอาหาร จะว่ากันยังไงดีล่ะเขาไม่ค่อยเข้าใจในตัวของคนตรงหน้าในช่วงนี้เลยซักนิด เหมือนเหมือนไม่ใช่ลี่ซานที่เขารู้จักเลย

                    ทำยังไงมือใหญ่ลดหนังสือพิมพ์ในมือของตนลงก่อนจะมองไปที่ร่างของกรพินธุ์แวบหนึ่ง

                    ก็ก็อย่างนี้…”จะให้เขาพูดได้ยังไง ในเมื่อการกระทำทุกอย่างที่ถูกปฏิบัติด้วยในช่วงนี้มันไม่ปกติ นับตั้งแต่การตื่นนอนในตอนเช้าที่เหมือนจะเป็นเรื่องปกติแต่มันก็ไม่ปกติ เพราะลี่ซานเริ่มสั่งให้เขาเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับตัวเองให้ในทุกๆเช้า ทั้งๆที่ปกติพี่เหลียงเจียงหรือพี่แอเรียลจะเป็นคนเตรียมให้แท้ๆ เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของส่วนตัวซึ่งก็มีแต่คนสนิทอย่างพวกพี่แอเรียลเท่านั้นที่มีสิทธิเข้ามายุ่มย่ามกับของใช้ของพี่ซาน แต่ทำไมถึงได้สั่งให้เขาทำกันล่ะ

                    นายไม่อยากทำ

                    ปะ เปล่าครับ เปล่า ผมก็แค่แปลกใจเฉยๆกรพินธุ์รีบพูดเพราะกลัวว่าจะถูกดุ คงไม่ดีนักถ้าจะให้เขามาอารมณ์เสียในตอนที่กรพินธุ์อยู่บ้านแบบนี้

                     ช่างเรื่องนี้เถอะว่าแต่วันนี้หยุดเรียนใช่ไหม

                    ครับ

                    งั้นเดี๋ยวจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปหาฉันที่ห้องด้วย

                    ทำไมอ่ะ

                    ฉันต้องบอกนายทุกเรื่องเลยหรือไง

                    ขะ ขอโทษครับใบหน้าเล็กก้มต่ำอย่างรู้สึกผิด นี่เขาเผลอทำตัวอยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้มากไปแล้วซินะ เจ้าตัวได้แต่คิดกับตัวเองอย่างหงอยๆ ก่อนจะรีบจัดการอาหารตรงหน้าของตนให้หมดและขึ้นไปหาร่างสูงตามคำสั่ง

                    พี่เรียกผมขึ้นมามีอะไรหรือเปล่าครับ

                    มานั่งนี่มือใหญ่ตบแปะๆลงบนที่นอนกว้างซึ่งเจ้าตัวนั่งอยู่ก่อนแล้ว ร่างเล็กเลยเดินเข้าไปใกล้แล้วทรุดตัวนั่งลง ดวงตากลมๆจ้องมองของในมือของอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ ลี่ซานยิ้มมุมปาก มองท่าทางนั้นด้วยดวงตาที่วาวขึ้นมานิดๆก่อนจะยื่นส่งของในมือให้อีกฝ่ายรับเอาไว้

                    อะไรเหรอครับ

                    น้ำหอม

                    น้ำหอม?

                    เห็นว่ากลิ่นมันไม่แรงฉันเลยซื้อมาให้นายน่ะ

                    ของผมเหรอครับเด็กหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น นี่คือของขวัญที่เขาได้รับจากมือของพี่ซานเป็นชิ้นแรกเลยนะ!

                    อืม มันเป็นของนาย

                    ว้าว ขอบคุณนะครับพี่ซานใบหน้าหวานยิ้มกว้างก่อนจะสวมกอดเอวหนาที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความดีใจ ขวดแก้วเล็กๆที่บรรจุน้ำสีฟ้าๆเอาไว้ ดูหรูหราและสวยงามราวกับคริสตัล กรพินธุ์ไม่เคยใช้น้ำหอม เขาคิดว่ามันไม่จำเป็นเลยซักนิดเพราะฉีดไปเขาก็ไม่รู้ว่าจะให้ใครดม

                    ตลอดชีวิตของการอยู่แต่ในกรงทองที่ชื่อว่าบ้าน ทำให้เขาเริ่มที่จะใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ปกติไม่ได้แล้วซินะ

                    แตะแบบนี้…”มือแกร่งดึงขวดน้ำหอมในมือของกรพินธุ์มาถือเอาไว้เสียเองก่อนจะเหยาะน้ำออกมาเพียงนิดเพื่อนำไปแต้มที่ข้อมือขาว เด็กหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายของตนร้อนวูบวาบไปหมดร้อนๆหนาวๆราวกับกำลังจะเป็นไข้ ทั้งๆที่ในห้องนอนกว้างเปิดแอร์เสียเย็นจัด

                    หอม…”

                    “!!”ร่างเล็กผงะตัวไปข้างหลังอย่างตกใจ เมื่อใบหน้าคมแกร่งของคนที่กำลังใช้นิ้วแต้มหยดน้ำหอมไปมาที่ลำคอเรียวเล็ก ก้มลงมาเสียจนปลายจมูกเฉียดผิวเนื้อไปจนรู้สึกได้

                    อาการตื่นตระหนกเล็กๆนั้นอยู่ในสายตาของลี่ซานมาโดยตลอด เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเสียเฉยๆหลังจากที่ได้เห็นท่าทางระแวงเป็นเด็กๆแบบนั้นรู้ตัวแล้วหรือยังไงกัน?

                    กะ กรีนทาเองก็ได้ฮะ

                    ทาแค่สองจุดนี้ก็พอเขาชี้ไปที่ซอกคอและข้อมือ

                    คะ ครับ

                    มานั่งนี่มากรีน

                    !!! เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหน้าถอดสีไปในที่สุด เมื่อมองเห็นว่าตำแหน่งที่เขาใช้มือตบๆลงไปนั้นคือที่ไหน มันคือบนตักกว้าง

                    กรีนนั่งตรงนี้ก็ได้ฮะสองแก้มของกรพินธุ์แดงจัด….เขาชักจะทำตัวไม่ถูกมากขึ้นทุกทีแล้วนะ

                    รังเกียจหรือไง

                    เปล่านะ!”เขารีบปฏิเสธเสียงดัง “กะ ก็แค่…”

                    “…กรีนโตแล้วประโยควลีที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากเล็กพาลทำให้คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ โตแล้ว? มันหมายความว่ายังไง อายุสิบห้านั่นคือโตแล้วงั้นซินะ?

                    ใช่ซิ โตแล้วนี่นะ

                    เอชบอก…”เสียงงึมๆงำๆไม่ได้ทำให้ลี่ซานรู้สึกเคืองใจได้เท่ากับคำว่าเอชบอก เอชคือใคร? คงไม่ใช่ว่าเป็นไอ้เด็กนั่นหรอกนะ

                    กรีนไม่อยากให้พี่ซานถูกมองไม่ดี

                    สำหรับกรพินธุ์แล้ว คนที่นั่งตรงหน้าของเขาคือทุกอย่างในโลกใบเล็กของกรพินธุ์ โลกที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน โลกที่เป็นสีขาว และผู้ที่คอยสอนและพาออกไปเจอสิ่งใหม่ๆส่วนมากก็คือชายหนุ่มตรงหน้านี้เอง

                    แต่หลังจากที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่โลกใบเล็กๆที่มีแต่สิ่งที่ลี่ซานสอน มันก็เริ่มมีสิ่งแปลกๆขัดแย้งเข้ามาแทรกซึมจนน่าแปลกใจ สิ่งใหม่ๆที่เขาไม่เคยรู้ แอชเชอร์จะบอกและยัดเยียดให้อย่างน่าตกใจ พาไปเจอผู้คน พาไปเที่ยว พาไปทำโน่นทำนี่ แม้กระทั่งแอบพากรพินธุ์หนีเที่ยวที่ไกลๆ แอชเชอร์ก็ยังเคยถึงจะทุลักทุเลเพราะต้องคอยหลบหนีคนของลี่ซาน แต่กรพินธุ์ไม่นึกกลัวเลยซักนิด

                    หรือเขาจะบ้าตามเจ้าตัวไปแล้วก็ไม่รู้

                    นายเคยจูบกับหมอนั่นป่ะกรีนน้อยแอชเชอร์เอ่ยถามกรพินธุ์ในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งทานอาหารกลางวันกันในโรงอาหารของโรงเรียน

                    เคย

                    เฮ้ยจะบ้าเหรอ แล้วจูบกันยังไงวะเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่ากรีนน้อยทำหน้าแปลกใจไปแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนทำหน้าตื่นตะลึง

                    ปากแตะปากหรือว่าหมอนั่นเอาลิ้นสอดเข้าไปด้วย!’

                    ทั้งสองอย่างเลย เอชถามกรีนทำไมดวงตากลมๆเบิกมองเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างมีคำถาม พร้อมกับยื่นมือออกไปสัมผัสร่างซึ่งกำลังแข็งทื่อเหมือนโบกปูนอย่างตกใจ

                    กะ กรีน!’

                    ครับ!’กรพินธุ์กำลังตกใจ เมื่อร่างที่แข็งทื่ออยู่ๆก็พุ่งเข้ามาจับไหล่เขาเอาไว้แน่น ดวงตาเรียวรีของเขาจ้องเขม็งอย่างคาดคั้นพร้อมกับหันซ้ายหันขวาล่อกแล่ก ก่อนจะหิ้วกรพินธุ์ขึ้นบ่า รวบข้าวของและวิ่งหนีออกไปจากห้องอาหาร ท่ามกลางสายตื่นๆของคนทั้งโรงเรียน

                    จนกระทั่งมานั่งหอบแฮ่กๆอยู่บนดาดฟ้ากว้าง

                    เล่ามา!’

                    อะ อะไรอ่ะ?

                    มันจูบนายยังไงห๊ะ!’ตอนนั้นกรพินธุ์ได้แต่ทำหน้างงๆแต่ก็ยอมพูดออกไป

                    นี่มันทำอย่างนี้กับนายมานานขนาดนี้เลยเหรอ…’

                    อื้อ ทำไม?

                    นายโง่เหรอกรีนพี่บ้าอะไรเขาจูบน้องชายตัวเองแบบนี้

                    ไม่เห็นแปลกนี่ พี่ซานบอกว่าถ้าเป็นคนในครอบครัว จะทำอะไรมันก็ไม่แปลกเลยเลยซักนิด พี่แอเรียลยังบอกเลยว่าถ้าเป็นพี่ซานมันก็ไม่ผิดอะไรร่างเล็กตอบก่อนกระเถิบร่างของตนเข้าไปนั่งใกล้ๆกับร่างของเด็กหนุ่ม

                    เอาลิ้นใส่ปากเนี่ยนะ?

                    ‘…?’

                    ฟังฉันนะกรีนเด็กหนุ่มจับใบหน้าของเพื่อนตนให้หันมา ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเราโตๆกันหมดแล้วนะ ไอ้จะมาจูบหรือแตะเนื้อต้องตัวกันน่ะมันผิด

                    แต่พี่ซาน…’

                    มันผิด!’

                    ‘…’

                    ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่ถ้าทำแบบนี้เขาเรียกว่าอนาจาร นายคงไม่อยากถูกมองว่าโรคจิตหรอกใช่ไหมที่จูบกับพี่ชายของตัวเองน่ะ

                    กรพินธุ์ส่ายหัวช้าๆ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่แอชเชอร์ก็ไม่ได้หงุดหงิดใส่ เขาและเจ้าตัวไม่เข้าเรียนภาคกลางวันแต่ขลุกอยู่บนดาดฟ้าและพูดคุยกันแต่เรื่องนี้จนกรพินธุ์เริ่มเข้าใจ

 

                    อย่างนี้นี่เองเด็กหนุ่มเริ่มยิ้มออกมานิดๆเมื่ออีกฝ่ายเริ่มที่จะเข้าใจ

                    เพื่อนคงสอนอะไรหลายอย่างเลยซินะใบหน้าเล็กพยักขึ้นลง โดยไม่รู้เลยซักนิดว่าภายใต้ใบหน้าเย็นๆนั้นกำลังซ่อนความไม่พอใจอย่างรุนแรงเอาไว้จนยากที่จะเย็นลง ให้ตายเถอะ นี่คือผลเสียที่เขาได้รับซินะ เมื่อตัดสินใจส่งให้กรพินธุ์ออกไปเรียนรู้ข้างนอก สิ่งที่เขาพยายามฝังหัวเอาไว้ให้เด็กหนุ่มได้จดจำมันถึงได้เริ่มเลือนหายไป!

                    พี่ซานโกรธอะไรครับ

                    เปล่า

                    งั้น…”

                    ออกไปก่อนไป พี่มีธุระต้องทำใบเหน้าเล็กฉายแต่รอยงุนงง กับสภาพอารมณ์ของร่างสูงที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ขาเล็กเตรียมจะก้าวเข้ามาตามตื้ออย่างเคย แต่

                    ไม่ต้องไปอยู่กับมันสองต่อสองเลย หนีได้หนี เข้าใจไหม!’

                    คำพูดห้วนๆของแอชเชอร์ที่เอาแต่กรอกหูเช้าเย็น ทำให้ขาเล็กได้แต่ยืนชิดกัน ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วเดินจากมา

                    บ้าชิบ!”ทิ้งไว้แต่เพียงความเกรี้ยวกราดเบื้องหลัง ซึ่งหลังจากที่พ้นร่างของกรพินธุ์ไป มือหนาก็กวาดทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะทำงานซึ่งแอเรียลพึ่งนำมาวางไว้ให้จนกระเด็นกระดอนกลาดเกลื่อนพื้นห้องไปหมด

                    ไอ้เด็กเวรนั่นมันเป็นใครวะ!”

…………………………………………

                    100%

                    พี่ซานรุกหนักมากกกกกก

                    หายไปนาน(อีกแล้ว)พอดีฝึกงานค่ะเลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่(ทำไมฝึกงานแล้วเหนื่อยชอบกล)จะพยายามมาต่อให้เรื่อยๆนะคะ อย่าทิ้งกันไปไหนน้า T^T

                    ปล.อีเมะ(ต่อไปนี้เชิญจิกเรียกได้ตามบาย)กำลังงมทางสร้างทวิตเตอร์เป็นของตัวเอง อยากรู้จริงๆว่าทุกคนจะกดติดตามไหม

 

                    ฮ่าๆๆ เม้นออกความคิดเห็นหน่อยก็ได้ค่า อยากได้รับคำติชม ดีไม่ดียังไงเค้าอยากรู้อ่าาเมื่อกลางวันไปดูเรื่องของเฮียโซชิมา อยากได้คำแนะนำแบบนั้นอ่ะ >< มีอะไรไม่ถูกใจติงได้เลยค่ะ จะได้นำไปปรับปรุงและขัดเกลา อิๆ

ความคิดเห็น