email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 น้ำมันมะกอก NC+

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 น้ำมันมะกอก NC+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2564 11:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 น้ำมันมะกอก NC+
แบบอักษร

ตอนที่ 21

โดย แยมขนมปัง

 

 

 

#THALAY

เสื้อผ้าของเราสองถูกถอดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาด้วยฝีมือของผม เหลือไว้เพียงเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ร่างบางนอนหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมไหวแสดงความตื่นเต้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่แลดูไร้เดียงสาจ้องมองมาที่ผมไม่ว่าตา ยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูเย้ายวนจนผมแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะเข้าไปเขมือบมันเสียเดี๋ยวนี้

"ฝันหนาว..." คนตัวเล็กห่อตัวกอดร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าของตัวเอง ปากก็พร่ำบอกแต่คำว่าหนาวอยู่บนโต๊ะอาหาร ถ้าใครได้มาเห็นภาพนี้เหมือนกับที่ผมเห็นแล้วยังไม่เกิดอารมณ์ คนคนนั้นคงเป็นคนที่ตายด้านไปเสียแล้ว

"งั้นเดี๋ยวกูจะกอดมึงให้หายหนาวเลยนะ"

"ลุงพูดไม่เพราะอีกแล้ว..." ไอ้ฝันดีพูดเสียงกระเง้ากระงอด หน้ามุ่ยใส่ผม แต่กลับทำเอาผมเกือบหลุดขำ ผมลืมไปเลยว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่บนโต๊ะไม่ใช่ไอ้ฝันดีที่ผมรู้จัก แต่เป็นเด็กชายฝันดี เด็กน้อยวัยห้าขวบ

"จะเลิกพูดไม่เพราะแล้วครับ ทีนี้ลุงจะกอดฝันดีได้หรือยัง" ผมยอมเล่นตามน้ำ แม้มันจะดูน่าอายมาก แต่ก็คิดเสียว่าเป็นบทบาทใหม่เพิ่มความตื่นเต้นในบทรักครั้งนี้ก็แล้วกัน

คนตัวเล็กไม่เอ่ยตอบอะไรเพียงแค่มองหน้าผมด้วยใบหน้าและใบหูที่แดงก่ำ นั่นก็ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าผมสามารถทำได้ทุกอย่างตามที่ผมต้องการแล้ว

ผมมองสบตาฝันดี...

ฝันดีมองสบตาผม...

หมับ

ระยะเวลาเพียงสายลมผ่าน คนสองคนโผเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว ผิวนุ่มลื่นมือของคนร่างบางถูกลูบไล้ขย้ำบีบเค้นด้วยมือหนาของผมจนผิวเนียนขาวเปลี่ยนเป็นสี่แดงระเรื่อ เราสบตากันครู่หนึ่งก่อนแรงดึงดูดจะนำพาริมฝีปากของเราสองแนบประกบบดขยี้กันจนแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียว ผมส่งลิ้นเข้าไปตะล่อมควานหาความหวานในโพรงปากอุ่นโดยได้รับความร่วมมือจากคนตัวเล็กเป็นอย่างดีต่างจากบทจูบทุกครั้งที่เคยมีมา อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่นำพาอารมณ์ของอีกฝ่าย นี่คงเป็นข้อดีเพียงข้อเดียวของการที่ไอ้ฝันดีดื่มเหล้าเข้าไปจนเมามายแบบนี้

สงสัยรอบหน้าคงต้องมอมเหล้ามันอีก...

แต่ต้องเป็นตอนที่เราอยู่กันตามลำพังเท่านั้นนะ...

เพียงแค่ได้สัมผัสแนบชิดกายของคนตัวบาง ทั้งร่างกายและสมองของผมพลันเบาโล่งไปหมด ความรู้สึกกังวลที่น่ารำคาญใจก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่รู้สึกถึงมันแล้ว ยิ่งอีกฝ่ายตอบสนองบทจูบของผมโดยการใช้ลิ้นไล่ตอนปลายลิ้นของผมอย่างเงอะงะกลับยิ่งทำให้ผมอยากจะจูบ อยากจะสูบดูดวิญญาณของคนในอ้อมกอดให้รู้แล้วรู้รอด

ผมดูดปลายลิ้นเล็กที่นุ่มร้อนสลับเกี่ยวพันจนสองปลายลิ้นเคล้าน้ำลายในโพรงปากเล็กพลางดันตัวเจ้าของลิ้นน้อยประสบการณ์ให้กลับลงไปนอนราบกับโต๊ะอาหารอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายขึ้นไปคร่อมทับร่างบางโดยที่ริมฝีปากของเราไม่หลุดออกจากกัน ผมไม่แน่ใจนักว่าโต๊ะตัวนี้จะรับน้ำหนักของเราสองคนไหวหรือเปล่า เพราะโต๊ะมันก็ดูเก่ามากแล้ว แต่หากมันจะพังก็ปล่อยให้มันพังไป ไว้ผมค่อยซื้อคืนให้ไอ้บีกันมันแล้วกัน

"อึ่ก...อื้ออ..."

"ฮื้มมม..."

สองเสียงครางประสานเสียงกันบ่งบอกถึงความพึงพอใจและแรงอารมณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ก่อนที่ผมจะถอนริมฝีปากเลื่อนตำแหน่งลงมายังผิวเนื้อกายหวานที่ตอนนี้กำลังโดนผมระดมพรมจูบไปทั่วทุกอณูผิวเท่าที่ปากของผมจะเคลื่อนผ่าน เราสองปลุกเร้าอารมณ์เล้าโลมกันพอสมควรจนผมเริ่มจะอดใจไม่ไหวแล้ว รู้สึกปวดหนึบไปทั้งลำแท่งกลางกายที่ขยายโปนเต็มลำไม่ต่างจากแกนกายเล็กที่ขยายสู้

เนื้อแนบเนื้อ

กายแนบกาย

จุดอ่อนไหวถูกไถจุดอ่อนไหว

พรึ่บ

ผมผละขึ้นมาจากร่างบาง ก่อนจะมองเลือนร่างเล็กที่กอดเกี่ยวตัวผมอยู่ใต้ร่าง

"ยะ...หยุดทำไมเหรอ..." เสียงแห่บพร่าเอ่ยออกมาจากริมฝีปากช้ำวาวที่กำลังใช้สายตาเย้ายวนจับจ้องผม นี่มันจะเล่นผมให้ตายเลยใช่ไหม

ผมอยากจะเข้าไปในตัวมันเสียตอนนี้ แต่เพราะไม่มีอุปกรณ์ตัวช่วยใด ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในบทรักครั้งนี้เลย หากผมฝืนเข้าไปมันต้องเจ็บแน่ ๆ ถึงแม้ปกติผมจะไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของมันก็เถอะ แต่ครั้งนี้เห็นแก่ว่ามันทำตัวน่ารัก ผมจะนุ่มนวลกับมันให้เป็นกรณีพิเศษ

ผมหันมองไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อหาสิ่งที่สามารถนำมาแก้ขัดในสถานการณ์นี้ได้ แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับขวดน้ำมันมะกอกยี่ห้อหนึ่ง ผมไม่รอช้าลุกลงจากโต๊ะรีบเดินไปหยิบขวดนั้นมาก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร

ฟึ่บ!

"อ้ะ!...ละ...ลุงจะทำอะไร" ไอ้ฝันดีถามเสียงกระตุก เมื่อผมรั้งตัวของมันจนสะโพกลงมาเสมอขอบโต๊ะ ก่อนจะยกขาของมันทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉากกับโต๊ะ แล้วจับแยกออกจากกันเผยให้เห็นช่องทางที่ต่อให้ผมได้เข้าไปสำรวจกี่ครั้งต่อกี่ครั้งผมก็ไม่รู้จักเบื่อ

"จะทำให้ตรงนี้ผ่อนคลายไง ฝันดีจะได้ไม่เจ็บ" ใบหน้าเล็กหันเบนหน้าหลบด้วยสีหน้ากระมิดกระเมี้ยนเขินอาย แต่ก็ยอมนอนนิ่งให้ผมกระทำอย่างว่าง่าย ผมยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเปิดฝาขวด ชโลมน้ำสีเหลืองเกล็ดขาวที่มันวาวลงบนนิ้ว ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อผมส่งปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางคับแน่นที่ร้อนรุ่มรัดนิ้วของผม

"อึ่ก...มันอะ...อึดอัด"

"อีกนิดเดี๋ยวก็รู้สึกดีแล้ว ทนหน่อย"

เอวบางเย้ายวนชวนให้คนมองหลงใหลบิดเร้าไปกับโต๊ะอาหาร เสียงครางแผ่วเบาน่าเอ็นดูหลุดร้องออกมาเป็นระยะ ๆ จนผมอดไม่ได้ต้องโน้มตัวเข้าไปขบเม้มริมฝีปากเล็กอีกครั้ง ผมสามารถจูบไอ้ฝันดีได้ไม่มีเบื่อเลย ถึงมันจะไม่ชำนาญนัก แต่ผมก็รู้สึกดีที่ได้จูบดูดล่วงล้ำปลายลิ้นเข้าไปในริมฝีปากของคนไร้เดียงสาที่ยิ่งบวมเจ่อก็ยิ่งน่าจูบ

ผมขยับกระดกปลายนิ้วไปทั่วช่องทางจนรับรู้ว่าภายในมันนุ่มขึ้นมากแล้วจึงถอนปลายนิ้วออกมาเรียกเสียงหวานให้หลุดออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วจึงหยิบขวดน้ำมันมะกอกเทชโลมลงบนปืนใหญ่เล็กน้อย จัดการรูดรั้งปืนเตรียมบุกตีป้อมปราการ ใช้มืออีกข้างที่ว่างงานอยู่ บีบขย้ำก้นจ้ำม้ำที่นุ่มเนียนและเด้งสู้มือด้วยความมันเขี้ยว

"ขอเข้าไปเลยนะ" ผมพูดบอก ไอ้ฝันดีเม้มริมฝีปากแน่นชำเลืองมองอาวุธในมือของผม

"ยะ...ใหญ่ขนาดนั้น มันจะเข้ามาได้เหรอ" คำถามน่าเอ็นดูหลุดออกมาจากเจ้าคนซื่อขี้เมาจนผมอดที่จะอมยิ้มไม่ได้

"ไม่น่าถามนะ ก็เข้าไปได้ตั้งหลายครั้งแล้วนี่" ดวงหน้าหวานที่ในยามแรกก็คิดว่าแดงก่ำอยู่แล้ว แต่ในยามนี้มันกลับยิ่งแดงเพิ่มขึ้นจนหากมือของผมไปสัมผัสโดนใบหน้าของมันคงร้อนผ่าวไหม้มือของผมแน่

หลังจากเตรียมปืนใหญ่พร้อม ผมจึงแทรกกายไปยืนระหว่างขาเรียว สอดแขนแกร่งทั้งสองข้างเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียว รั้งสะโพกอวบให้เข้ามาประชิดแนบติดอาวุธ ผมไม่ปล่อยให้ช่องทางนั้นวูบโหวงนาน จับปืนใหญ่ของตัวเองแล้วค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย

สวบ

"อื้ออ...อ้าาาา..."

"ฮื้มมมม...ยังแน่นเหมือนเดิมเลย" ผมคำรามในลำคอ ก้มมองปืนใหญ่ที่ผลุบหายเข้าไปในป้อมปราการที่ทั้งอุ่นร้อนและคับแน่นรัดปืนของผมจนกระสุนแทบแตก ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ผมยกขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่า ใช้มือจับสะโพกของอีกฝ่ายไว้ แล้วบทรักบทนี้ก็เริ่มขึ้น

ผมขยับแกนกายเข้าออกช่องทางที่เคลื่อนรับลำแท่งร้อนให้หายเข้าไปจนมิดด้าม เพราะมีน้ำมันมะกอกเป็นตัวช่วยในการหล่อลื้น เลยทำให้ผมขยับแท่งร้อนได้สะดวกกว่าที่คิด ใบหน้าหวานเชิดขึ้นระบายเสียงครางหวานดังก้องไปทั่วทั้งห้องครัวประสานกับเสียงเสียดสีของผิวเนื้อที่กระทบเข้าจังหวะและเสียงหอบหายใจ ร่างบางปล่อยเสียงออกมาอย่างมิได้อดกลั้นเหมือนครั้งก่อน ๆ

เรือนร่างเพียวบางอันเปลือนเปล่า บิดเร้าโยกโยนไปตามจังหวะที่ผมกระแทกส่งแท่งร้อนเข้าออก มันช่างดึงดูดสายตาของผมเสียเหลือเกิน ผมมองโลมเลียร่างกายขาวเนียนที่เติมเแต้มไปด้วยรอยแดงสีกุหลาบที่เกิดจากฝีปากของผม เป็นตัวปลุกเร้าอารมณ์ของผมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะขาเรียวขาวที่วางพาดอยู่บนบ่าผม มันช่างดึงดูดให้ผมต้องเอียงหน้าเข้าไปดูดเลียขาเนียนขาว ซึ่งก็ทำให้ผมคิดถึงตอนที่อยู่ที่ร้านเฮียคูเปอร์ กี่คนกันนะที่ได้เห็นเรียวขาสวยนี้ และยิ่งนึกถึงคำพูดกับสายตาของไอ้เมฆที่มองขาอ่อนของไอ้ฝันดี ก็ทำให้ผมเกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยจนเผลอใช้ฟันซี่คมกัดเข้าที่ขาอ่อนด้านในของอีกฝ่ายอย่างแรงจนมันสะดุ้งโหยง ต่อไปนี้นอกจากกางเกงนักเรียน อย่าได้หวังว่าจะได้ใส่ขาสั้นไปให้ใครดูอีก

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

"อื้อออ...ระ...แรงไปแล้ว อ้ะ...แฮ่ก อื้อ"

"ก็ตอดรัดแน่นขนาดนี้ อึ่ก...จะให้ผ่อนแรงได้ไงล่ะ ฮื้มม"

เสียงครางหวานกระเส่า

เสียงเนื้อกระทบเนื้อ

เสียงขาโต๊ะกระทบพื้นดังเอี๊ยดอ๊าด

เสียงเหล่านี้ประสานกันได่อย่างลงตัว มันช่างไพเราะน่าฟังเสียยิ่งกว่าเสียงเพลงไหน ๆ จนผมอยากจะบันทึกเสียงไว้ฟังก่อนนอน คงช่วยให้หลับสบายน่าดู

"ละ...ลุง...อ้ะ...ฝันรู้สึก...อึ่ก...แปลก ๆ อื้อออ" มันพูดบอกปนเสียงครางหลง ผมเข้าใจสิ่งที่มันต้องการจะสื่อในทันทีโดยที่ไม่ต้องให้มันพูดบอกซ้้ำ ก็จัดการใช้มือกอบกุมแกนกายเล็กที่ขยายเต็มลำตรงหน้าผม ร่างบางสะดุ้งแอ่นอกบิดกายทันทีที่ได้รับความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของผมเข้าไปสัมผัสแท่งร้อนของมันที่ตอนนี้มีน้ำอยากปริ่มไหลออกมาจากส่วนปลายยอดสีพีชแล้ว

แฉะ แฉะ

"อื้ออออ!! แฮ่ก...อ้าาา" ผมใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือขยี้ลงบนส่วนปลายยอดที่ปริ่มน้ำอยากจนเกิดเสียงเฉอะแฉะ ไม่ต่างจากเสียงในช่องทางของมันที่มีแท่งร้อนระอุของผมผลุบเข้าเคลื่อนออกอยู่ถี่รัว

ไอ้ฝันดีอ้าปากร้องครางลั่น หลับตาพริ้มเกร็งตัวแน่น หอบหายใจหนักในยามที่ผมเร่งมือสาวแท่งร้อนของมันไปพร้อม ๆ กับขยับสะโพกแรงขึ้นจนโค้งสะโพกเนียนกระทบหน้าขาของผมเกิดเสียงดังก้องสะท้อนถี่รัวไปทั่วบริเวณสร้างความรู้สึกให้คนที่นอนอยู่บนโต๊ะได้เสียวซ่านทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

"ลุง...อึ่ก...ฉี่จะออกแล้ว อ้ะ อื้ออ" ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนมันก็ยังคงแยกแยะไม่ออกระหว่างอาการปวดฉี่กับการอยากปลดปล่อย แต่ก็ดูสมกับเป็นตัวมันดี

ไอ้ฝันดีมันใกล้เสร็จแล้ว ผมเองก็ใกล้ถึงปากทางเต็มที ผมจึงเร่งจังหวะขยับสะโพกเข้าไประรัวอย่างรุนแรงภายในช่องทางเร่าร้อนที่บีบถี่รัดลำแท่งผม ผมจึงตอบแทนโดยการเร่งมือชักนำลำแท่งของมันเช่นกัน ใกล้แล้ว ผมใกล้แล้ว ผมเร่งกระแทกแท่งร้อนเข้าไปถี่เร็วย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ จนโต๊ะขยับเคลื่อนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งห้องครัวราวกับขาโต๊ะมันจะหักลงเสียให้ได้ แต่ผมก็ไม่สามารถลดความเร็วในการซอยสะโพกในตอนนี้ได้

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด!

โคร่ม!

เหี้ย!!

ผมกับไอ้ฝันดีสะดุ้งตกใจเฮือก เมื่อจู่ ๆ โต๊ะก็ล้มพับลงกระแทกพื้นครัวเพราะขาโต๊ะข้างหนึ่งหักจริง ๆ ตามที่ผมคาดคะเนไว้ โชคดีที่ผมคว้าจับตัวร่างบางขึ้นมาได้ทัน ไม่งั้นมันคงล้มไปพร้อมกับโต๊ะ นั่นไม่ใช่ความผิดของผมนะ ก็โต๊ะมันเก่าแล้ว หักง่ายพังง่ายก็คงไม่แปลก แต่ผมไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องนั้น ผมสอดแขนเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวบางจากนั้นจึงอุ้มร่างบอบบางของไอ้ฝันดีลอยขึ้นเหลืออากาศในท่าลิงอุ้มแตง สองแขนเกี่ยวคล้องคอผมอย่างรู้งาน ผมรีบนำลำแท่งที่หลุดออกจากช่องทางเพราะอุบัติเหตุเมื่อครู่ สอดใส่กลับเข้าไปในช่องทางอีกครั้งก่อนจัดการกระแทกแกนกายเข้าไปต่ออย่างถี่รัวจนคนในอ้อมกอดตัวสั่นโยกขึ้นลง ไอ้ฝันดีใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจัดการแท่งร้อนสีชมพูพีชของตัวเองเพราะดูท่ามันเองก็เสียวได้ที่จนไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้แล้ว

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

"อ้า...อ้า...อื้อออ...อ้าาาาา!!!!"

"แฮ่ก...อึ่ก...ซี๊ดดดด...ฮื้มมม!!!"

พรวด

ผมปล่อยกระสุนออกไปหมดแม็กฉีดพ่นเข้าไปในช่องทางหมดทุกหยาดหยดพร้อม ๆ กับลำแท่งเล็กที่ปล่อยน้ำสีขุ่นขาวพุ่งพรวดออกมาเต็มหน้าท้องแกร่งของผมและหน้าท้องแบนราบของมัน ผมผละถอยหลังพิงเข้ากับผนังห้องครัวโดยที่ยังอุ้มไอ้ฝันดีเอาไว้ เราสองหายใจหอบเหนื่อยกับบทรักที่พึ่งเสร็จเมื่อครู่

ร่างกายเปลือยเปล่ายังคงกอดก่ายเกี่ยวกันแน่นชนิดที่แผ่นอกแนบแผ่นอก แม้จะมีเหงื่อเปียกโชกไปทั่วทั้งตัว แต่เราก็ไม่คิดที่จะผละออกจากกัน ผมยังจูบซับลงบนเนินอกแบบราบเป็นระยะ ใช้ปลายลิ้นไล่เลียหัวนมสีชมพูที่ชุ่มเหงื่อแต่แปลกที่เนื้อผิวหน้าอกของมันกลับหวานละมุนลิ้นผมราวกับของหวานก็ไม่ปาน

"ละ...ลุง ข้างในมัน...มันใหญ่ขึ้นอีกแล้ว" ไอ้ฝันดีพูดเสียงตะกุกตะกัก ผมผละหน้าขึ้นมามองก็เห็นใบหน้าแดง ๆ ที่กำลังเบนหน้าหนีผม

"สงสัยมันกำลังบอกให้เราทำต่อน่ะ"

"ฮะ มะ...ไม่...อื้อออออ" ผมไม่เปิดโอกาสให้มันได้พูดปฏิเสธ ก็จัดการขยับแท่งร้อนที่อยู่ในช่องทางนุ่มอีกครั้ง ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน ผมอุ้มฝันดีเดินออกมาจากห้องครัวโดยที่ไม่คิดจะถอดแท่งร้อนออก ก่อนจะพามันมาจัดต่อที่โซฟาห้องนอน และไม่ต้องห่วงตรงนี้ไม่ใช่ที่สุดท้าย เพราะผมขอพามันไปจบงานที่ห้องนอนเป็นที่สุดท้ายแล้วกัน

----------

"เหี้ย! บ้านกู!!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย โจร โจรแน่ ๆ โจรบุกเข้ามาในบ้านของกูแน่ ๆ!!!" เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังก้องเข้ามาถึงในห้องนอน ปลุกผมให้ตื่นจากห้วงนิทราทั้งที่ผมยังไม่อยากตื่นเลย เพราะกว่าจะได้นอนจริง ๆ ก็เกือบเช้าแล้ว ผมเลือกที่จะพลิกตัวหนีเสียงน่ารำคาญแล้วรั้งคนข้างกายที่ยังนอนหลับตาพริ้มเข้ามากอด ซึ่งอีกฝ่ายก็ขยับตัวเข้ามาซุกอกของผมเพื่อหนีเสียงน่ารำคาญนั้นเช่นกัน

ปึง!

"ไอ้ทะเล! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านกูฮะ!!" ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรุนแรงตามมาด้วยเจ้าของบ้านที่เดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาในห้องพร้อมทั้งตะโกนเรียกผมเสียงดังราวกับผมอยู่กันคนละซีกโลกกับมัน นี่ไอ้บีกันมันจะเสียงดังทำเหี้ยอะไรของมันวะ คนจะหลับจะนอน ไม่รู้จักเกรงใจกันบ้างหรือไง ถึงอย่างนั้นผมก็เลือกที่จะนอนต่อ แทนที่จะหันไปสนใจเจ้าของบ้าน

ผัวะ!

"โอ๊ยไอ้เหี้ยบีกัน! มึงตบหัวกูทำไมเนี่ย!"

ผมที่กำลังจะเคลิ้มหลับต่ออีกครั้งก็เป็นต้องสะดุ้งเมื่อฝ่ามือยักษ์เท่าใบลานของไอ้บีกันฟาดลงมาเข้ากกหูของผมเต็ม ๆ จนผมหูอื้อชาไปทั้งซีกหัว ผมฝืนลืมตา ผละออกจากร่างบาง แล้วยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงหันไปมองร่างแกร่งของไอ้เพื่อนเวรด้วยสีหน้างัวเงียปนหงุดหงิด ส่วนร่างเล็กข้างกายผมก็มุดหายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาโดยที่ยังหลับตาพริ้ม ราวกับไม่ได้รับรู้ถึงการมาของเจ้าบ้านเลย ทั้งที่มันออกจะเสียงดังขนาดนี้ แต่ผมก็เข้าใจนะ ไอ้ฝันดีมันคงเพลียมากจริง ๆ ขนาดเสียงไอ้บีกันยังทำอะไรมันไม่ได้เลย

"กูเรียกมึงตั้งนาน เห็นมึงไม่รู้สึกตัวก็คิดว่ามึงถูกโจรฆ่าปาดคอตายไปซะแล้วไง" ไอ้บีกันพูดบอกพลางหันมองสำรวจตัวผม "แล้วนี่มึงเป็นอะไรหรือเปล่า โจรไม่ได้ทำอะไรมึงใช่ไหม"

ผมขมวดคิ้ว

"โจร? โจรอะไรของมึง มึงพูดเหี้ยอะไรเนี่ย"

"เอ้า! มึงอยู่บ้านกูยังไงวะถึงไม่รู้ว่ามีโจรบุกเข้ามาในบ้าน" ผมยังคงนิ่งเงียบงุนงงกับสิ่งที่มันพูด หรือเพราะผมนอนไม่เต็มตื่น ยังรู้สึกสะลืมสะลือจนไม่สามารถประมวลผลในสิ่งที่เพื่อนของผมพูดบอกได้ "ยังมาทำหน้าเอ๋อใส่กูอีก กูบอกว่ามีโจรเข้าบ้าน! มึงเข้าใจไหมเนี่ย"

"ฮะ? โจรเข้าบ้าน เข้ามาตอนไหนวะ กูไม่เห็นรู้เลย" ผมถึงกับขมวดคิ้วเมื่อพอจะจับใจความที่เพื่อนพูดได้แล้ว เล่นเอาผมตื่นเต็มตา โจรเข้าบ้านงั้นเหรอ เข้ามาตอนไหนกันทำไมผมไม่เห็นรู้เลย ทั้งที่ผมก็เอากับไอ้ฝันดีแทบจะทั่วทุกมุมบ้านกว่าจะหลับก็เกือบเช้าแล้ว ผมไม่ยักจะเห็นคนแปลกหน้าบุกเข้ามาสักคน

"ถ้ามึงไม่รู้แล้วกูจะรู้ไหม กูก็พึ่งกลับถึงบ้านเนี่ย"

"แล้วนี่มึงโทรแจ้งตำรวจหรือยัง"

"เออว่ะ กูมัวแต่ตกใจเลยลืมโทรแจ้งเลย งั้นเดี๋ยวกูออกไปเอาโทรศัพท์แป๊บ" ไอ้บีกันพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ผมจึงลุกออกจากเตียง หยิบผ้าขนหนูมาสวมปกปิดท่อนล่างที่เปลือยเปล่าไว้แล้วเดินตามมันออกไปเช่นกัน เผื่อจะช่วยอะไรมันได้บ้าง

โห...

เพียงแค่เดินออกมาพ้นกรอบประตูห้องนอน ผมก็ถึงกับชะงักร้องอุทานในใจด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า สภาพภายในบ้านของไอ้บีกันเละตุ้มเป๊ะไปหมด ข้าวของหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นพังยับเยินแทบจะจำสภาพบ้านเดิมไม่ได้ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้บีกันมันถึงได้หัวร้อนถึงขนาดนั้น แต่ที่น่าแปลก ผมก็ยังคิดแทบไม่ตก เมื่อคืนผมมั่นใจนะว่านอกจากผมกับไอ้ฝันดี ไม่มีใครเข้ามาในบ้านจริง ๆ แล้วทำไมสภาพบ้านของไอ้บีกันถึงเป็นแบบนี้ไปดะ...

เอ๊ะ?

เดี๋ยวนะ...

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของผมเป็นฉาก ๆ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน... ทุกมุมบ้าน ทุกอริยบถ ทุกท่วงท่าที่ก่อให้เกิดความเสียหายภายในบ้านหลังนี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากบทรักสุดแสนจะเร้าร้อนระหว่างผมกับไอ้ฝันดี

ฉิบหายแล้ว...

ทำไมตอนทำผมไม่เห็นจะรู้ตัวเลยว่าของในบ้านเสียหายไปถึงขนาดนี้

"ไอ้โจรเหี้ยเอ๊ยกล้ามากที่มาทำลายข้าวของบ้านกู อย่าให้กูรู้นะว่าเป็นใคร กูจะกระทืบให้ไข่ตายเลยคอยดู" ไอ้บีกันก่นด่าพลางกดโทรศัพท์ในมือ

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ผมสำลักน้ำลายตัวเองอย่างไม่ทราบสาเหตุ "นั่น...มึงจะโทรหาใครวะ"

"กูก็จะโทรแจ้งตำรวจไง" มันพูดบอกผม ก่อนที่ฝีเท้าของมันจะไปหยุดอยู่หน้าห้องครัว "เหี้ย!! โต๊ะกินข้าวกู!!" ผมสะดุ้งตกใจกับเสียงโวยวายของไอ้บีกัน เมื่อมันเข้าไปเห็นสภาพห้องครัวบ้านมันที่ดูแล้วน่าจะเลวร้ายเสียยิ่งกว่ามุมไหน ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะโต๊ะอาหารของมันที่ตอนนี้พังลงไปนอนราบกับพื้นครัวไม่เหลือเค้าโครงเดิม "ตำรวจ กูต้องโทรแจ้งตำรวจ"

พรึ่บ

มือของผมเร็วพอที่จะแย่งโทรศัพท์มาจากมือของไอ้บีกันโดยที่มันไม่ทันจะได้กดโทรแจ้งตำรวจ ไอ้บีกันหันขวับมามองผมทันที หน้าของมันตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่มันไปต่อยตีกับพวกนักเลงโรงเรียนอื่นเสียอีก

"อะไรของมึงวะไอ้ทะเล เอาโทรศัพท์กูคืนมา กูจะโทรแจ้งตำรวจ" มันพูดพลางจะเข้ามาแย่งโทรศัพท์คืน แต่ผมก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน

"มึงจะโทรแจ้งว่าไง จะโทรบอกว่าเพื่อนมึงเอากันจนบ้านมึงพังงั้นเหรอ" ผมตัดสินใจพูดบอกออกไป ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปนั้นมันจะทำให้ไอ้บีกันนิ่งชะงักไป ก่อนที่มันจะขมวดคิ้วทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"มะ...มึงพูดว่าไงนะ กูว่ากูน่าจะหูฝาด อะไรเอา ๆ นะ"

"กูจะบอกว่าที่บ้านมึงเป็นแบบนี้...เพราะเมื่อคืนกูเล่นกับไอ้ฝันดีหนักไปหน่อย"

"คือ...มึงจะบอกว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของมึงกับไอ้ฝันดีตอนเอากัน"

"เออ" ผมยักไหล่ตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ

ไอ้บีกันเงียบไปครู่หนึ่ง

แปลก ทำไมมันนิ่งกว่าที่ผมคิดนะ ผมก็คิดว่าพอมันรู้แล้วมันจะโวย...

"ไอ้เหี้ยทะเล!!! มึงเอากันยังไงบ้านกูถึงเละแบบนี้วะ!!!!!!!!" นั่นไงผมคิดไม่ทันขาดคำ ผมรีบยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเองทันที เพราะทนฟังเสียงตะโกนด่าลั่นของไอ้บีกันไม่ไหว ปกติผมไม่ค่อยเห็นมันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้นะ พอได้มาเห็นก็รู้สึกตื่นเต้นดี เพื่อนผมก็น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย "แล้วมึงดู...มึงดู!! มึงดูสภาพโต๊ะกินข้าวกู นี่มันโต๊ะรุ่นคุณทวดของกูเลยนะเว้ย!! ของสะสมหายากน่ะ มึงเข้าใจไหม!!"

"ถึงว่าไม่แข็งแรงเลย" ผมชะโงกหน้าดูซากโต๊ะกินข้าวแล้วพูดออกไปอย่างคนไม่รู้สึกผิดอะไร

"สัด ยังมีน่ามาพูดอีก มึงแม่ง...กูหมดคำจะด่ามึงแล้วว่ะ มึงนี่เกินเยียวยาจริง ๆ" มันพูดบ่นราวกับคนปลง ผมจึงเดินเข้าไปตบไหล่มัน

"เอาน่ามึง มึงก็คิดเสียว่าใช้โอกาศนี้ขอพ่อมึงซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ไปเลย มึงบ่น ๆ อยู่ไม่ใช่เหรอว่าอย่างแต่งบ้านใหม่ นี่กูช่วยมึงนะเนี่ย" ผมพูดยิ้ม ๆ แต่ไอ้บีกันกลับหันมามองผมตาเขียวปัด

ฟุ่บ

เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากทางประตูห้องครัว ผมกับไอ้บีกันจึงหันไปมองก็พบกับร่างบางที่ก่อนหน้านี้นอนขดตัวอยู่ข้างผม แต่ตอนนี้กลับมานั่งล้มพับลงตรงประตูห้องครัว แต่ที่ทำให้ผมสะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นเสื้อผ้าที่มันสวมใส่อยู่

เสื้อผ้าของไอ้บีกัน

รู้สึกรำคาญตายังไงไม่รู้แฮะ

"มึงไปนั่งทำห่าอะไรอยู่ตรงนั้นฮะไอ้ฝันดี" ผมถามมันด้วยความสงสัย แต่มันกลับก้มหน้าเม้มปาก

"ระ...เราได้ยินเสียงโวยวายเสียงดังเลยออกมาดู ตะ...แต่ขาเรามันไม่มีแรง ระ...เราเลยพยายามเดินออกมาจนถึงตรงนี้ แล้วขามันก็อ่อนแรงไปเอง ก็เลย..."

"ก็เลยลงไปกองอยู่กับพื้น" ผมพูดประโยคที่คาดการว่ามันจะพูดต่อ ซึ่งมันก็พยักหน้ารับ

"เหอะ สภาพบ้านกูเป็นถึงขนาดนี้ ขาไม่มีแรงก็ไม่น่าแปลก กูว่ามึงฝืนเดินมาได้ถึงตรงนี้สิแปลกยิ่งกว่า" ไอ้บีกันพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ไอ้ตัวเล็กที่ยังนั่งกองอยู่ตรงกรอบประตูห้องครัว กลับมองไอ้บีกันด้วยสีหน้างุงงง

"กะ...เกิดอะไรขึ้นเหรอ หรือเราเป็นคนทำของพวกนี้พังงั้นเหรอ" ไอ้ฝันดีเงยหน้าขึ้นมาถามไอ้บีกันด้วยสีหน้างุนงง แต่คำถามของมันทำให้ผมขมวดคิ้วหันมองหน้ามัน ทำไมมันถึงถามแบบนั้นนะ ถามอย่างกับจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้

"มึงถามกูแบบนี้ อย่าบอกนะว่ามึงจำอะไรไม่ได้" ไอ้บีกันถามคำถามที่ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่จากการที่ไอ้ฝันดีมันเอาแต่นั่งเงียบ เม้มปากแน่น มันก็เป็นคำตอบให้ข้อสงสัยของผมกับไอ้บีกันได้แล้ว

ชัดเลย...

มันจำอะไรไม่ได้จริง ๆ

"ขอโทษทีนะ คะ...ใครพอจะบอกเราได้ไหม วะ...ว่าเรามาอนู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เราเมาจนเกิดอุบัติเหตุหรือรถมาชนเราเหรอ ทำไมช่วงล่างของเราถึงไม่มีความรู้สึกเลย"

"....." / "....." ผมกับไอ้บีกันหันมองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย จะขำก็ขำไม่ออก จะด่ามันก็ไม่รู้จะด่าอะไร ผมเชื่อแล้วว่าไอ้ฝันดีมันซื่อจริง ๆ ซื๊อซื่อ ซื่อบริสุทธิ์เลยล่ะมันน่ะ

ผมเดินเข้าไปหามัน ก่อนจะประคองร่างบางให้ยืนขึ้น ซึ่งพอมันลุกยืนได้มันก็เกาะแขนผมไว้เพื่อทรงตัวทันที

"ตอนมึงตื่น มึงใส่เสื้อผ้าไหม"

มันส่ายหน้า

"มึงเดินได้เป็นปกติไหม"

มันส่ายหน้า

"ตอนนี้มึงอยู่กับกูใช่ไหม"

มันขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้า

"งั้นมึงลองปะติดปะต่อดู ว่าเวลามึงแก้ผ้าอยู่กับกู กูจะทำอะไรได้บ้างท่อนล่างมึงถึงไม่มีแรงแบบนี้" มันเงียบไปสีหน้ากำลังครุ่นคิดตามสิ่งที่ผมพูด เออเอาเข้าไป นี่มันยังต้องคิดอีกเหรอวะ

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่

"เมื่อคืนกูกับมึงเอากัน เอากันหลายรอบด้วย ทีนี้เข้าใจยังว่าทำไมสภาพมึงถึงเป็นแบบนี้"

"....."

ผมที่เริ่มจะรำคาญกับความไร้เดียวสาของมันจึงพูดบอกออกไปแบบชัดเจนไม่ต้องขยายความอะไรเพิ่มเติม ซึ่งการที่ใบหน้าใสของอีกฝ่ายเห่อแดงขึ้นจนถึงกกหูก็เป็นตัวบ่งบอกได้ว่ามันเข้าใจแจ่มแจ้งในสิ่งที่ผมพูดบอกแล้ว ไอ้ฝันดีก้มหน้าหลุบตามองต่ำหลบสายตาของผมทันที แต่มือของมันก็ยังเกาะผมเอาไว้อยู่ แต่เพียงหลวม ๆ เท่านั้น

"แล้วมึงสองตัวก็ไม่ได้เอากันธรรมดานะ แต่แม่งพังของในบ้านกูซะเละเทะเลย! แล้วมึงยังมีน่ามาจำอะไรไม่ได้อีกเหรอฮะไอ้ฝันดี" ไอ้บีกันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มทน จนไอ้ฝันดียืนหงอยตัวแดงไปทั้งตัว มันคงจะอายเอามาก ๆ แต่ตอนนี้มันคงเดินหนีไปไหนไม่ได้ เพราะแค่มันยืนนิ่ง ๆ ได้มันก็เก่งมากแล้ว "เดี๋ยวนะ...นั่นมัน..."

ไอ้บีกันขมวดคิ้วพูดพึมพำบางอย่าง ก่อนที่มันจะเดินไปก้มหยิบขวดที่หล่นอยู่ใกล้ซากโต๊ะกินข้าว ขวดที่ผมคุ้นตาเป็นอย่างดี

"นี่มันน้ำมันที่แม่กูพึ่งเอามาให้บอกว่าอาซื้อส่งมาให้จากต่างประเทศนี่ กูจำได้ว่ากูยังไม่ได้เปิดใช้เลยนะ แต่ทำไมน้ำมันถึงหายไปครึ่งขวดแบบนี้วะ" ไอ้บีกันหันมาถามผม ผมก็ไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่กลับก้มมองคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วมองขวดน้ำมันที่อยู่ในมือของไอ้บีกัน

"พอจะจำได้ไหม" ผมถามไอ้ฝันดี ถึงแม้มันจะไม่ได้ตอบรับอะไร แต่การที่มันนิ่งชะงัก แก้มแดงยิ่งกว่าเก่า แถมมือที่จับผมอยู่ก็สั่นนิด ๆ ทำให้ผมได้คำตอบแล้วล่ะ

ผมกระตุกยิ้ม

"จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ แต่จำขวดน้ำมันขวดนั้นได้สินะ แล้วมึงจำได้ไหมว่ากูเอาน้ำมันขวดนั้นมาใช้ทำอะไร" ผมยังคงแกล้งถามมันต่อ

"เอ่อ...ระ...เราไม่เห็นจะ...จำอะไรได้เลย" มันโกหก ผมดูออก เพราะตอนนี้มันแทบจะเก็บสีหน้าอาย ๆ ของมันไว้ไม่อยู่แล้ว เหอะ ช่างเลือกจำซะด้วย จำได้ซะถูกเรื่องเลย

"จำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ เหรอครับเด็กชายฝันดี เมื่อคืนยังครางเรียกกูว่าลุง ๆ ๆ ไม่หยุดเลย ตอนที่กูขย่มมึงบนโต๊ะตัวนี้น่ะ มึงนี่ก็แอบโรคจิตเหมือนกันนะ" ผมพูดพลางนึกขำกับไอ้ฝันดีคนขี้เมาเมื่อคืน ซึ่งดูจากการที่มันอ้าปากค้างก่อนจะรีบก้มหน้างุด หลบหน้าผมอย่างรวดเร็ว ความทรงจำเมื่อคืนคงกำลังเริ่มไหลกลับเข้ามาในหัวของมันบ้างแล้วสินะ

"เดี๋ยวก่อน ๆ" ไอ้บีกันพูดขึ้น "ไม่ใช่อย่างที่กูคิดใช่ไหม...นี่มึงคงไม่ได้เอาน้ำมันมะกอกฟิลิปโประดับพรีเมี่ยมเบอร์ลิโอเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นขวดล่ะเป็นพัน ไปใช้กับ..." สายตาของไอ้บีกันที่จ้องมองผมเลื่อนมาต่ำลงมาก่อนที่สายตาของมันจะมาหยุดอยู่ตรงกึ่งกลางกายของผมกับไอ้ฝันดี จนผมต้องขยับมายืนบังตัวไอ้ฝันดีไว้

"น้ำมันเหี้ยอะไรขวดละเป็นพัน แต่กูชอบชื่อมันนะ..." ผมหันไปเหล่มองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง "น้ำมันเวอร์จิ้น มันช่างเหมาะให้เอามาใช้กับมึงเลยเนอะฝันดี" ผมจงใจพูดแกล้งมัน

"ทะเล!" มันทำหน้าดุใส่ผม แต่แก้มนี่แดงจนแทบจะไหม้อยู่แล้ว

"อ๋อกูลืมไป...มึงไม่เวอร์จิ้นแล้วนี่ หึหึ"

"ระ...เราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" มันพูดกระตุกราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ก่อนจะรีบผละออกจากผม แล้วประคองสังขารของตัวเองค่อย ๆ เดินออกไปจากผมโดยที่มือของมันค้ำผนังบ้านไปตลอดทาง มันคงจะอายเอามากจริง ๆ นั่นแหละ

ผมยืนมองตามแผ่นหลังบางแล้วก็ได้แต่นึกขำ ขนาดมันเดินไม่ไหว มันยังจะรีบเดินขากางหนีผมไปได้เร็วขนาดนั้น ไอ้ฝันดีเอ๊ย

"มึงยิ้มอะไรไอ้ทะเล" ผมชะงักปากที่กำลังยิ้มขำในทันทีเมื่อได้ยินคำเอ่ยทักของไอ้บีกัน ก่อนที่ผมจะกระแอมไอ หันมองไปทางอื่น

"ยิ้มอะไร กูไม่ได้ยินอะไรสักหน่อย" ผมพูดบอก แต่ไอ้บีกันกลับหรี่ตามองผมราวกับจะจับผิด "อะไรของมึง"

"นี่มึงแค่กำลังเล่นกับมันจริง ๆ เหมือนที่มึงบอกกูเมื่อคืนใช่ไหม" คำถามของไอ้บีกันทำผมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

"อืม...ก็ตามนั้นแหละ"

"แล้วเมื่อไหร่มึงจะจัดการให้มันจบ ๆ สักทีฮะ กูว่ามึงน่าจะเล่นสนุกมากพอแล้วนะ มากกกกกจนบ้านกูเละหมดแล้วเนี่ย" มันไม่วายย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องบ้านของมัน

"เอ่อน่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ มึงไม่ต้องห่วง กูกับมึงได้ใช้ไอ้ฝันดีเอาคืนไอ้ท้องฟ้าแน่นอน ส่วนเรื่องบ้านของมึง เดี๋ยวกูจ่ายค่าเสียหายให้"

ไอ้บีกันเงียบไปไม่ได้ถามอะไรผมต่อ แต่สีหน้าของมันดูจะไม่ค่อยเชื่อในคำพูดของผมสักเท่าไหร่นัก ผมจึงเดินออกมาจากห้องครัว แล้วมานั่งลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น ก่อนจะกดเปิดโทรทัศน์ดูรายการนั่นนี่ ซึ่งไอ้บีกันก็เดินตามมานั่งลงข้าง ๆ ผม

"ว่าแต่เมื่อคืนมึงไปนอนที่ไหนวะ" ผมชวนมันคุยเพื่อที่มันจะได้ไม่มาเซ้าซี้อะไรผมเรื่องไอ้ฝันดีอีก

"กูไปนอนบ้านไอ้มอส ก็เมื่อคืนหลังจากที่มึงกับไอ้ฝันดีกลับไป พวกกูก็อยู่แดกเหล้ากันต่อ ไอ้คูปองกับไอ้มอสแม่งเมาเป็นหมาเลย ดีนะที่เฮียคูเปอร์อยู่ด้วย เฮียแกเลยจัดการไอ้คูปองไป กูเลยเหลือตัวภาระแค่ไอ้มอสตัวเดียว พอพามันกลับถึงบ้านกูก็ไม่มีแรงขับรถกลับบ้านแล้ว เลยนอนบ้านมันเลย"

ผมพยักหน้าตอบรับสิ่งที่มันเล่า โดยที่สายตายังจ้องไปยังโทรทัศน์ตรงหน้า

"นี่ไอ้ทะเล" มันเรียกผมอีกแล้ว อย่าบอกนะว่ามันจะพูดเรื่องนั้นอีก "กูว่ามึงจัดการเรื่องไอ้ฝันดีเลยดีกวะ..."

ตี้ ดี ดี้ ดี~

เสียงโทรศัพท์ของไอ้บีกันดังขึ้นมาขัดจังหวะที่มันจะพูด ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณคนที่โทรเข้ามาหามันมาก โทรมาได้จังหวะพอดี ไอ้บีกันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนที่มันจะกดรับสาย

"ว่าไงครับเฮียคูเปอร์...ไอ้คูปองไม่ได้มาบ้านผมนะ...ไม่ครับ ไม่ได้โทรมา...ครับผมอยู่กับไอ้ทะเล...เดี๋ยวผมถามมันให้" แล้วไอ้บีกันก็หันมามองหน้าผม "ไอ้คูปองได้โทรมาหามึงบ้างไหม" ไอ้บีกันถามผม

"ไม่นะ ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ไม่มีใครโทรหากูเลย"

ไอ้บีกันพยักหน้า ก่อนจะหันกลับไปคุยโทรศัพท์ต่อ

"มันไม่ได้โทรหาไอ้ทะเลเหมือนกันครับเฮีย เฮียลองไปถามไอ้มอสหรือยัง...ปกตินอกจากโรงเรียน ร้านเกม บ้านผมบ้านมันแล้วก็ร้านเฮีย ไอ้คูปองมันก็ไม่มีที่ไหนให้ไปแล้วนะ...มีอะไรหรือเปล่าครับเฮีย ทะเลาะอะไรกันเหรอ...เอ่อ ครับ ๆ"

ไอ้บีกันเอาโทรศัพท์ออกจากหู

"อะไรของเฮียวะ" มันมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วบ่นพึมพำ

"เฮียโทรมาถามหาไอ้คูปองเหรอวะ"

"เออ"

"แล้วทำไมโทรมาหากับมึงล่ะ" ผมถามด้วยความสงสัย

"นั่นดิ ก็เมื่อคืนเฮียเป็นคนพาไอ้คูปองกลับเองนี่หว่า แล้วทำไมถึงมาถามหาไอ้คูปองกับกูได้วะ"

"หรือว่าเฮียกับไอ้คูปองจะทะเลาะอะไรกันอีก"

"คงงั้นมั้ง แต่น้ำเสียงเฮียเมื่อกี้ไม่ดีเลยวะ ฟังดูร้อนใจแปลก ๆ"

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ก็ยังนั่งนึกถึงเรื่องของเฮียกับไอ้คูปอง ปกติต่อให้มันจะทะเลาะกับเฮียหนักแค่ไหน มันก็ไม่เคยหนีหายไปแบบนี้ มากสุดก็มาหมกตัวอยู่ที่บ้านของไอ้บีกัน แต่ครั้งนี้เฮียถึงขั้นหามันไม่เจอจนต้องโทรมาถามไอ้บีกันแบบนี้ ผมว่าสองคนนั้นคงมีปัญหาขั้นหนักกันเลยมั้ง พูดแล้วผมก็อดเป็นห่วงไอ้คูปองไม่ได้ เพราะถึงยังไงมันก็เพื่อนผม

"เออมึง นี่ไอ้ฝันดีมันเข้าห้องน้ำนานไปไหมวะ กูยังไม่เห็นมันออกมาเลย" จริงอย่างที่ไอ้บีกันว่า นี่มันหายไปเกือบสิบห้านาทีได้แล้วมั้ง

"เดี๋ยวกูไปดูมันหน่อยนะ ไม่รู้ตกส้วมตายไปแล้วหรือยัง"

"เออ แค่ไปดูนะมึง อย่าเสือกทำห้องน้ำกูพังเหมือนห้องครัวล่ะ"

"หึหึ เออ ๆ" ผมตอบรับมันขำ ๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น

ผมเดินมาจนถึงห้องน้ำ ซึ่งประตูห้องน้ำยังคงปิดอยู่สนิท แต่ผมกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หรือว่ามันจะล้มหัวฟาดพื้นตกส้วมไปแล้วจริง ๆ วะ ผมขมวดคิ้วด้วยความกังวลว่าจะเป็นเช่นนั้น ผมไม่รอช้ารีบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปทันที

ปึง

"ไอ้ฝะ..." ผมที่กำลังจะเรียกมัน แต่กลับไม่เห็นใคร แต่แล้วพอผมลองมองลงไปที่พื้นห้องน้ำ ผมก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างบางนั่งเบะปากอยู่กับพื้นห้องน้ำ ใบหน้าหวานที่ดวงตาระรื่นไปด้วยน้ำใส ๆ หันมามองหน้าผม "มึงไปนั่งเล่นอะไรตรงนั้นฮะไอ้ฝันดี"

"เราไม่ได้มานั่งเล่น ฮึ่ก แต่เราล้ม ฮึ่ก แล้วขาเราก็ไม่มีแรงลุก ฮึ่ก เราพยายามเรียกทะเลแล้ว แต่ทะเลก็ไม่มา ฮึ่ก ระ...เราเจ็บอะ" มือเรียวยกหลังมือขึ้นบาดน้ำตาที่ไหลเผาะลงมาอาบสองข้างแก้มอย่างน่าเอ็นดู แต่ผมกลับนึกขำแทนที่จะสงสาร สภาพมันตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กชายฝันดีเมื่อคืนเลย หรือบางทีมันอาจจะเป็นเด็กห้าขวบจริง ๆ ก็ได้

"มึงนี่นะ ทำไมชอบทำตัวเป็นภาระกูจังเลยฮะ" ถึงผมจะพูดบ่นมัน แต่ก็เข้าไปอุ้มมันขึ้นมาจากพื้นห้องน้ำในท่าอุ้มเจ้าสาว ซึ่งสองแขนเรียวก็ยกขึ้นมาเกี่ยวคล้องคอผมไว้ทันทีอย่างรู้งาน "สภาพมึงเป็นแบบนี้ กูจะพามึงกลับบ้านได้ยังไงวะเนี่ย มีหวังแม่มึงได้สงสัยแน่ ๆ"

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น

"จริงด้วย นี่กี่โมงแล้วเนี่ย แม่ต้องเป็นห่วงเรามากแน่ ๆ โทรศัพท์เราอยู่ไหน เราจะโทรหาแม่ ไปเอาโทรศัพท์เรามาเลย!" มันพูดโวยวายเป็นกระต่ายตื่นตูมพร้อมทั้งงอแงใช้มือตีอกผมระรัวจนขึ้นเป็นรอยมือของมัน

"เออ ๆ มึงจะตีกูทำเหี้ยอะไรเนี่ย เดี๋ยวกูพาไปเอาโทรศัพท์"

"เร็ว ๆ เลย" มันเร่งผมไม่หยุด

ไอ้ฝันดีนี่นอกจากมันจะเป็นตัวน่ารำคาญ ตัววุ่นวายแล้ว มันยังเป็นตัวภาระสำหรับผมด้วย เมื่อคืนตอนอยู่ร้านเหล้ามันยังปากเก่งหาเรื่องผมอยู่เลย แต่ดูตอนนี้สิ มางอแงใส่ผมอย่างกับเด็ก ๆ

พอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ก็ทำให้ผมพลันนึกถึงคำถามของไอ้ฝันดีที่มันถามผมตอนเล่นเกม ไหนจะคำพูดตัดพ้อของมันที่บอกผมตอนที่ผมพามันไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นนั่นอีก มันจะจำสิ่งที่มันถามสิ่งที่มันพูดได้ไหมนะ ผมควรจะถามมันดีไหม ความคิดบางอย่างตีวนอยู่ในหัวผมอีกครั้งคล้ายกับที่มันว้าวุ่นอยู่ในหัวผมเมื่อคืน

แต่ก็ช่างแม่งเถอะ คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ มันพูดไปก็เพราะมันเมา ไม่ได้มีอะไรสำคัญถึงขั้นที่ผมต้องรู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่มันถาม สิ่งที่มันพูด ผมเหนื่อยที่จะคิดเรื่องนี้แล้ว เพราะถึงยังไง

สุดท้ายคนที่ไอ้ฝันดีมันชอบก็คือไอ้ท้องฟ้าอยู่ดี

.

.

.

จะสงสารหรือจะขำบีกันดีนะ โถ ๆ ก็แค่บ้านเละเอง แฮะ ๆ

ฝากเข้าไปกดไลค์ กดติดตามเพจเฟสบุ๊ก : แยมขนมปัง ด้วยนะคะ 💙

ขอโทษทีมาอัพช้านะคะ แต่มาแล้วนะ

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว