facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 19 NC

คำค้น : 18+, นิยายวาย, ตลก, ชายรักชาย, ขุนศึก, คับฟ้า, y, ชายxชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.8k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2564 07:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 NC
แบบอักษร

บทที่ 19 

  

             “ศิลป์แกเลื่อนตารางงานทั้งหมดมาวันนี้ให้หมดเพราะหลังจากวันนี้จะเป็นเวลาของฉันกับเมีย ห้ามใครติดต่อเด็ดขาดหรือถ้ามีเรื่องด่วนโยนไปให้ลลินซะ เข้าใจไหม” 

  

             “ครับ รับทราบครับท่านประธาน” 

  

             ผมนั่งหน้าบึ้งตึงตั้งแต่ขึ้นเครื่องจากสนามบินจนมาถึงเซี่ยงไฮ้เพราะนิสัยคนเอาแต่ใจอย่างขุนศึก เอาแต่ใจไม่พอยังทำตัวเป็นคนเผด็จการไม่ให้ผมมีทางเลือกอื่นอีกต่างหาก เมื่อคืนจู่ ๆ คนข้างกายดันโผล่เข้ามาห้องนอนของผมแล้วบอกด้วยหน้าตาเรียบเฉยว่าพรุ่งนี้เช้าต้องบินไปเซี่ยงไฮ้โดยที่ไม่เอ่ยถามผมสักคำว่าอยากจะมาด้วยหรือเปล่า 

  

             “ทำหน้าให้มันดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง ที่ไม่อยากมากับกูแล้วอยากไปทำงานเพราะมึงจะได้เจอเพื่อนร่วมงานในทีมมึงใช่ไหมคับฟ้า อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าไอ้นั่นคิดยังไงกับมึง สายสอดส่องกูเยอะพอตัวเผื่อมึงลืม!” 

  

             ดวงตาผมกรอกวนไปมากับความคิดของท่านประธานหนุ่มไฟแรงดีกรีนักธุรกิจพันล้าน เมื่อเสียงถอนหายใจของผมดังขึ้นภายในรถมันยิ่งเพิ่มอารมณ์ขุ่นมัวในตัวขุนศึกได้เป็นอย่างดี 

  

             “เลิกโวยวายไปก่อนสักเรื่องได้ไหมขุนศึก! ที่ไม่อยากมาเพราะกูแค่ไม่อยากมา! มันไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น!” 

  

             “…” 

  

             “ทำไมมึงชอบหาเรื่องในสิ่งที่กูไม่ได้ทำนักหนา! พูดประชดใส่กูมากเข้าเดี๋ยวสักวันกูจะทำจริงอย่างที่ปากมึงพูด!” 

  

             อารมณ์ที่แปรปรวนเพราะความง่วงเข้าครอบงำเนื่องจากไฟล์ทบินของเราคือเวลาตีสามและมันเช้าเกินไปสำหรับผม สาเหตุที่รีบเพราะคนเอาแต่ใจต้องการแลนดิ้งลงสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ในเวลาเช้าจึงเป็นเหตุให้ร่างกายที่ยังปรับกับสภาพอากาศและเวลาไม่ได้มันเลยสรวนไปหมด พอมาเจอประโยคชวนฟังแล้วพาลทำให้หงุดหงิดใจผมเลยจำเป็นต้องหันไปโต้กลับในระดับเสียงที่ดังกว่าปรกติ 

  

             สิ้นประโยคที่ผมเอ่ยใบหน้าตัวเองสะบัดกลับออกไปยังนอกหน้าต่างเมื่อระบายอารมณ์ผ่านคำพูดเสร็จสิ้น สายตาผมจับจ้องไปยังสภาพการจราจรที่ไม่ต่างอะไรกับประเทศเราเสียเท่าไหร่นัก ส่วนสภาพอากาศในตอนเช้าค่อนข้างเย็นแต่ไม่ถึงกับเย็นมาก การได้มองสภาพแวดล้อมของประเทศที่ไม่คุ้นตามันพอจะช่วยให้อารมณ์ของตัวเองลดลงจากบทสนทนาเมื่อครู่ได้ไม่น้อย แน่นอนว่ามันดีกว่าหันกลับไปทะเลาะกับขุนศึกหลายเท่า  

  

             “อู๋หางจอดรถ!” 

  

             “ครับท่านประธาน” 

  

             สำเนียงภาษาจีนเอ่ยขึ้นสั่งลูกน้องท่ามกลางความเงียบและแน่นอนว่าผมเข้าใจบทสนทนานั่นเป็นอย่างดี ผู้เป็นสารถีเมื่อได้ยินจึงตบไฟเลี้ยวเคลื่อนตัวรถมาจอดข้างทางถนนให้ผู้เป็นนายตามคำสั่ง เมื่อรถเบี่ยงมาจอดริมฟุตบาทสองคนด้านหน้าจึงรีบเปิดประตูลงไปยืนรออยู่ด้านนอก  

  

             “เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไร…” 

  

             เมื่อภายในรถเหลือเพียงแค่เราสองคนร่างสูงข้างกายจึงเริ่มเปิดประเด็นหาเรื่องผมแทบจะทันที เปลือกตาบางของตัวเองปิดลงสักพักก่อนจะเปิดออกแล้วตวัดมองไปหาขุนศึกที่ตอนนี่นั่งหน้าคิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์แถมจ้องหน้ามองผมตาเขม็ง 

  

             “กูไม่พูดซ้ำเป็นรอบที่สอง ขี้เกียจพูด เมื่อยอยากนอนและเลิกชวนทะเลาะสักทีเถอะ หอบสังขารกันมาถึงต่างประเทศมึงก็ยังมีความสามารถหาเรื่องกูดีจังเลยนะ” 

  

             ผมโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบและหน้าตาที่อ่อนเพลียเกินกว่าจะพูดกับใครได้ แต่ในจังหวะนั้นเองร่างก็ถูกฉุดรั้งให้ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวร่างสูงโดยมีสายตาดุดันของขุนศึกมองมาที่ผมอย่างไม่วางตาตามด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้นจะซุกลงซอกคอพร้อมกับสูดดมกลิ่นกายของผมราวกับอาการคนเสพติดบางสิ่งบางอย่าง 

  

           “อย่าพูด กูไม่ชอบ…” 

  

             เสียงอู้อี้บริเวณซอกคอพร้อมกับริมฝีปากหนาที่ตั้งใจทาบลงบนผิวกายผมอย่างนุ่มนวล การกระทำของขุนศึกเรียกสติจากอาการง่วงให้ตื่นได้ในเวลาอันรวดเร็วเพราะจากที่รู้สึกหมดพลังกลับแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตัวและขนลุกซู่แทน 

  

             “อ๊ะ…” 

  

             “กูไม่ชอบให้มึงพูดแบบนั้นคับฟ้า กูไม่ชอบ…” 

  

             “อื้อ อ๊ะ!...” 

  

             แรงขบเม้มดูดคลึงบริเวณซอกคอทำให้ผมต้องเชิดหน้าขึ้นเมื่อโดนกระตุ้นอารมณ์จากปากของขุนศึก คนตรงหน้ายังไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้นฝ่ามือใหญ่รุกรานเข้ามาภายใต้เสื้อโปโลผ้าฝ้ายสีกรม ขุนศึกเลื่อนนิ้วมือตัวเองขึ้นมาลูบไล้บริเวณหัวนมผมทั้งสองข้างสลับกับเขี่ยเล่นราวกับต้องการกลั่นแกล้งผมเสียอย่างนั้น 

  

             “ขะ ขุน อ๊ะ...” 

  

             “ผัวคนนี้ไม่ชอบ อย่าพูดอีกเข้าใจไหม…” 

  

             สิ้นคำบอกกล่าวชายเสื้อถูกเลิกสูงขึ้นพร้อมกับใบหน้าของคนจอมเผด็จการที่ก้มลงใช้ลิ้นละเลงเม็ดบนยอดอกอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสแรกที่ลิ้นนุ่มชุ่มของเจ้าตัวแตะลงมานั้นทำเอาผมผวาจนเผลอแอ่นตัวขึ้นรับสัมผัสที่คนตรงหน้ามอบให้  

  

             ตัวผมตอนนี้มันอ่อนยวบไปทั้งตัวแล้ว…  

  

             “ขะ ขุนศึก พอ! ไม่อายคนอื่นหรือไง อ๊ะ…” 

  

             สองแขนผมเลือกวางลงบนหน้าขาด้านหลังของชายผู้เป็นสามีโดยมีท่อนแขนของขุนศึกสอดรับเอวเพื่อประคองตัวผมให้แนบชิดกับริมฝีปากหนานั้นโดยไม่สนใจสักนิดว่าผมจะทรมานแค่ไหน 

  

             ความทรมานจากสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกง… 

  

           ขุนศึกช่างเป็นผู้ชายที่เพิ่มเชื้อเพลิงให้ไฟราคะติดได้ง่ายเสียจริง… 

              

             ในระหว่างที่อารมณ์ของเราทั้งคู่เริ่มจมดิ่งลงสู่ห้วงพันธะสวาทเสียงเปิดประตูรถด้านหน้าคนขับจึงดังขึ้นจนทำให้ตัวผมผวารีบโผล่กอดคนตรงหน้าอย่างเขินอาย ถึงแม้ร่างของลูกน้องขุนศึกจะไม่หลุบตัวเข้ามาในรถแต่ผมก็เขินจนถึงกับต้องเอาใบหน้าตัวเองฝังลงบนซอกคอขุนศึกอยู่ดี 

  

             “ใครสั่งให้แกเปิดประตูอู๋หาง! ฉันยังคุยกับเมียฉันไม่เสร็จ! ใครบอกให้แกเปิดออก…กล้ามากนะมึง!” 

  

             เสียงตะคอกดังลั่นภายในรถด้วยความหงุดหงิดของคนที่กำลังโอบกอดเอวผมไว้แน่น ใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเองยิ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าตัวเองอายจนไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนและตอนนี้ก็ทำได้แค่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนตักของขุนศึกเท่านั้น 

  

             “อะ เอ่อ ขอประทานโทษครับท่านประธานแต่ว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัดหมาย ผมกับศิลป์เกรงว่าหากไปถึงโรงแรมช้ากว่านี้ท่านประธานจะเลยเวลานัดแล้วทำให้ตารางที่จัดไว้เคลื่อนได้ครับ” 

  

             สำเนียงภาษาจีนถูกเปล่งออกมาด้วยอาการประหม่าและเกรงกลัวว่าผู้เป็นนายที่กำลังนั่งกอดเอวผมนั้นจะระเบิดอารมณ์ออกมามากกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อผมได้ยินประโยคจากลูกน้องขุนศึกที่ยืนนิ่งอยู่ด้านนอกโดยไร้ซึ่งใบหน้าให้เห็นจึงค่อย ๆ ดันหัวตัวเองออกจากบ่ากว้างหวังกลับไปนั่งตรงเบาะของตัวเองตามเดิม 

  

             “อีกสองนาทีค่อยกลับเข้ามาแต่ตอนนี้ปิดประตูซะฉันจะคุยกับเมียต่อ! ถ้าแกกับศิลป์เปิดเข้ามาอีกฉันจะไล่ออก! ไป!” 

  

             “รับทราบครับท่านประธาน!” 

  

             สิ้นเสียงประโยคของขุนศึกบานประตูรถฝั่งด้านหน้าจึงถูกปิดลงโดยอัตโนมัติ เมื่อประตูถูกปิดลงมือทั้งสองข้างของขุนศึกเข้ามารั้งต้นคอผมไว้แล้วก้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากในจังหวะที่ดูดดื่ม แรงขบเม้มกดลงยังกลีบปากผมทั้งสองด้านด้วยแรงจูบทำให้ผมรู้เลยว่าร่างสูงตรงหน้าอัดอั้นอารมณ์มากแค่ไหนเพราะเราทั้งคู่ห่างหายจากเซ็กซ์มานานนับหลายอาทิตย์ 

  

             ไม่แปลกที่อารมณ์ของขุนศึกจะพลุ่งพล่านขนาดนี้… 

  

             ปากของเราทั้งคู่ผละออกจากกันก่อนที่ออกซิเจนจะหมดไปจากลมหายใจ สายตาขุนศึกมองมานั้นมันช่างร้อนแรงกว่าเดิมทุกครั้ง สายตาดุดันและทรมานจ้องลงมายังผมโดยไร้ซึ่งการปกปิดอารมณ์ทางสายตา ใบหน้าแดงก่ำของผมฉายแววขึ้นราวกับโดนไฟแผดเผาเมื่อสบตาอันเร่าร้อนคู่นี้  

  

             อีกแล้ว… 

  

             ผมเขินขุนศึกจนไม่เป็นตัวเองอีกแล้ว… 

  

             “สองนาทีเอาบนรถจะทันไหมวะ…” 

  

             “มึงจะบ้ากามเข้าไปทุกวันแล้วนะขุนศึก! ปล่อยกูลงเดี๋ยวนี้!” 

  

             ตัวผมกลับมาดิ้นอีกครั้งเมื่อประโยคที่พูดออกมาด้วยสีหน้าสุดแสนจะเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องที่คนปรกติทั่วไปเขาคุยกัน เมื่อร่างสูงตรงหน้าเห็นท่าทีของผมเปลี่ยนไปรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าหล่อ ๆ นั้นกลับผุดขึ้นอย่างพอใจที่กลั่นแกล้งยั่วอารมณ์ผมได้สำเร็จ 

  

             “วันนี้กูต้องไปคุยงานอาจจะลากยาวถึงเย็น ระหว่างที่รอถ้ามึงเบื่อกูจะให้ศิลป์พาออกไปเที่ยวแทนกูหนึ่งวัน อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอา” 

  

             ปลายนิ้วเรียวยาวของขุนศึกปัดปอยผมที่ปกปิดบริเวณใบหน้าขึ้นไปทัดหู จากนั้นบัตรเครดิตแบล็กการ์ดถูกยื่นมาให้ผมตรงหน้า ผมชั่งใจอยู่สักพักว่าจะรับดีหรือเปล่าแต่เมื่อตัวเองอยู่ในฐานะภรรยาหากคนเป็นสามีหยิบยื่นของให้ขนาดนี้มีหรือที่ผมจะกล้าปฏิเสธน้ำใจ 

  

             “ขอบคุณ แล้วก็ปล่อยลงสักทีมันเกินสองนาทีแล้ว…” 

  

             มือผมตบลงบนบ่าขุนศึกเบา ๆ แล้วเอ่ยคำขอบคุณเมื่อเจ้าตัวยื่นสิ่งของที่ผมค่อนข้างปลื้มเป็นพิเศษมาให้ เมื่อขุนศึกได้ยินก็ทำเอายิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขแถมก้มลงสูดดมบริเวณคอผมอย่างไม่รู้จักเบื่อ   

  

             “อย่ากลับเข้าโรงแรมถ้าวงเงินที่มึงใช้มันยังไม่มากพอ จะรูดไปเหมาทั้งร้านก็ได้ ถ้ากลัวศิลป์มันถือไม่ไหวเดี๋ยวกูส่งลูกน้องให้ตามไปถือ ถ้ากลับมาแล้วเห็นว่ามึงใช้เงินน้อยเกินไปกูจะทำโทษในข้อหาขัดคำสั่งผัวตัวเอง” 

  

             เสียงทุ้มเอ่ยออกมาตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกระชากใจผมให้กระตุกดีไม่น้อยและประโยคที่ขุนศึกเอื้อนเอ่ยออกมาก็ทำเอาผมระบายยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำสั่งของชายผู้เป็นสามี  

  

           ผู้ชายอะไรใจป้ำเกินกว่าเหตุ… 

. 

. 

. 

. 

. 

  

             หนังตาเริ่มหย่อนคล้อยนาฬิกาบ่งบอกว่าเป็นเวลาจะเที่ยงคืนเข้าให้แต่จนถึงตอนนี้ร่างสูงมาดเข้มอย่างขุนศึกก็ไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามาในห้อง…ที่ผมพูดแบบนี้เป็นเพราะทริปนี้เราสองคนไม่ได้นอนแยกห้องกันจึงทำให้เปลือกตาผมฝืนเปิดตั้งแต่หัวค่ำเพื่อรอให้อีกคนกลับมาแต่สุดท้ายก็ไร้วี่แวว 

  

             ผมพลิกตัวไปมาอยู่เตียงบนขนาดคิงไซซ์ภายในห้องดีลักซ์สวีท สายตาผมตอนนี้เหม่อลอยออกไปยังวิวด้านนอกของเมืองเซี่ยงไฮ้ที่กระจกบานใหญ่เบื้องหน้าไร้ซึ่งม่านปกปิด เนื่องจากผมเป็นคนชอบเสพอารมณ์ตอนกลางคืนยิ่งอยู่ต่างที่ต่างถิ่นผมยิ่งชอบเสพวิวทิวทัศน์ใหม่ ๆ อย่างกับคนโรคจิต  

  

             “ทำไมยังไม่กลับมาอีกวะ คือกะจะปล่อยให้กูนอนคนเดียวทั้งคืนเลยหรือไง” 

  

             ผมพึมพำกับตัวเองออกมาเบา ๆ แล้วเอื้อมแขนไปคว้าโทรศัพท์กดต่อสายหาขุนศึกด้วยสีหน้าไม่พอใจอยู่มาก เพราะตอนที่แยกจากกันเจ้าตัวบอกเองว่าอาจจะติดงานถึงเย็น แต่นี่มันจะเข้าเช้าวันใหม่อีกไม่กี่นาทีตัวขุนศึกยังไม่โผล่หน้ามาให้ผมเห็น 

  

           ‘ทำไมยังไม่นอน…’ 

  

             เสียงทุ้มจากปลายสายดูท่าจะเหนื่อยล้าใช่ย่อย ทำให้ผมที่กำลังจะเปิดปากต่อว่ากลับต้องกลืนทั้งหมดลงคอ แล้วคิดกับตัวเองในใจว่าผมไม่ควรงี่เง่าใส่โดยไร้เหตุผลแบบที่กำลังจะทำ  

  

           ‘ไหนบอกจะกลับมาตอนเย็นไง มึงมันขี้โกหก…’ 

  

             เครื่องมือสื่อสารถูกวางไว้แนบหูในขณะที่ตัวผมนอนตะแคงไปทางประตูห้องนอน ถึงปากจะบ่นพึมพำออกมาแต่ความง่วงกลับชนะทุกสิ่งจนเปลือกตาที่ฝืนตั้งแต่หัวค่ำของผมมันค่อย ๆ ปิดลงและตัดการรับรู้จากปลายสาย ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างกายของผมค่อย ๆจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว 

  

. 

. 

. 

. 

. 

             “อื้อ…” 

  

             ความรู้สึกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามารบกวนการนอนของตัวเอง เปลือกตาที่เคยปิดมันค่อย ๆ เปิดออกให้มาพบกับความมืดไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงแสงไฟจากตัวตึกสูงภายนอกเรียงรายพอให้สอดส่องมายังตัวห้องสวีทห้องนี้ บางสิ่งที่กำลังถูไถอยู่บริเวณด้านหลังพร้อมกับการซุกไซ้บริเวณซอกคอทำให้ผมเดาไม่ยากเลยว่าตัวเองนั้นกำลังโดนลักหลับ 

  

             ผมโดนขุนศึกลักหลับ… 

  

             “อื้อ ทำอะไรของมึง…” 

  

             “ตื่นแล้วเหรอ นึกว่าจะหลับลึกกว่านี้ซะอีก…” 

  

             เสียงแหบพร่ายื่นหน้ามากระซิบข้างหูจนผมขนลุกไปทั้งตัว ตอนนี้ตัวขุนศึกขยับช่วงล่างกระทุ้งเอวใส่ผมเบา ๆ โดยมีแท่งเนื้อกำลังถูไถบริเวณรูสวาทของผมไปมาอย่างหยอกล้อ ผมเอี้ยวตัวเพื่อจะบอกให้ขุนศึกหยุดแต่กลับได้รับรสชาติของจูบแทน กลีบริมฝีปากล่างผมถูกขบเม้มอย่างอ้อยอิ่งไปพร้อม ๆ กับแท่งเนื้อขนาดใหญ่ตีลงมาบนเนื้อผิวบริเวณแก้มก้นผมเบา ๆ 

  

             “อะ อื้อ มึงเอาอะไรให้กูดมเนี่ย…” 

  

             กระปุกขนาดเล็กที่อยู่ในมือของขุนศึกถูกจ่อเข้ามาบริเวณโพรงจมูกจังหวะนั้นผมจึงเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พอผ่านไปสักพักหนึ่งอาการของความต้องการทางเพศในตัวเริ่มตื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากร่างกายที่หดหนีกลับเป็นผมเสียเองที่แอ่นก้นไปถูไถกับแท่งเนื้อด้านหลังด้วยท่วงท่าเย้ายวนไม่น้อย 

  

             “ออกฤทธิ์ไวตามที่โฆษณาดีนี่ ไงครับภรรยาคนสวยรู้สึกดีไหม…” 

  

             ความต้องการที่พุ่งขึ้นสูงจนน่าตกใจอาการปวดหนึบบริเวณหัวของแก่นกายที่ตอนนี้โดนฝ่ามือหยาบกร้านเลื่อนเข้ามากอบกุมแล้วขยับขึ้นลงในจังหวะที่เชื่องช้า 

  

             “มะ มึงเอาอะไรให้กูดมขุนศึก อ่า…” 

  

             “กูบอกแล้วใช่ไหมถ้ากลับมาแล้ววงเงินในบัตรมึงรูดน้อย มึงจะโดนทำโทษที่กล้าขัดคำสั่งผัวตัวเอง…” 

  

             เสียงกระเส่าเอื้อนเอ่ยบริเวณข้างหู มือที่ขยับกลับปล่อยให้แก่นกายผมเป็นอิสระแต่ขุนศึกกลับเลื่อนลงมาจับแท่งเนื้อขนาดใหญ่จ่อเข้ามาทางรูสวาทผมแล้วสวนเอวสอดเข้ามาโดยมีเพียงน้ำจากปลายหัวบานเป็นตัวหล่อลื่นให้เท่านั้น  

  

             “อ๊า! ขะ ขุน!…” 

  

             ตัวผมหันตะแคงข้างทำได้เพียงเอื้อมมือไปเกาะขอบเตียงด้วยสีหน้าที่ทรมานด้วยความเจ็บ ริมฝีปากผมเผยอขึ้นเล็กน้อยเมื่อแท่งเนื้อหลุบเข้าหายไปในตัวผมจนเกือบมิดลำ เสียงครางทุ้มต่ำของคนด้านหลังครางออกมาด้วยความเสียวในรอบหลายอาทิตย์ที่เจ้าตัวอดกลั้นไม่หลับนอนกับผม 

  

             “ซี้ด กูเสียวคับฟ้า…” 

  

             ตัวผมที่อยู่ในท่านอนขดสองขาแนบชิดกันโดยมีเอวของขุนศึกขยับเข้าออกตามห้วงอารมณ์ของความต้องการ สองมือผมขย้ำผ้านวมผืนใหญ่กำแน่นเข้าหาตัวเองเพื่อระบายการเสียดสีบนเนื้อผิวด้านหลัง ผมเชิดหน้าเผยอปากครางออกอย่างสุขสม ความเสียวที่มีทำให้ผมเอี้ยวหน้าไปทางด้านหลังโดยมีฝ่ามือใหญ่ขุนศึกจับคลึงบริเวณแก้มก้นเพื่อให้รูสวาทนั้นขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ขุนศึกสวนแท่งเอ็นร้อนเข้ามาลึก ๆ หนึ่งทีจนผมครางออกมาไม่เป็นศัพท์ 

  

             “อ๊า! ลึก!…” 

  

             “เสียวดีจังวะ...” 

  

             ขาผมถูกยกขึ้นชันกลางอากาศโดยแก่นกายยังสอดใส่เป็นจังหวะหนักแน่น ส่วนมือหยาบกร้านอีกข้างหนึ่งสอดรับกับต้นคอเพื่อให้ผมยันตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะได้เห็นจังหวะการสอดใส่เข้าออกว่าแท่งเนื้อที่ใหญ่ยาวถูกรูสวาทผมกลืนกินอย่างดุดันแค่ไหน ท่านี้มันช่างเพิ่มความลึกให้กับผมเสียจริงเพราะด้วยขนาดและความช่ำชองในการเปลี่ยนจังหวะสอดใส่มันช่างดีเหลือเกิน 

  

             “ท่านี้ลึกไหม รูมึงตอดของกูแน่นจนแทบแตก! มันดีมากคับฟ้า…ดีมาก ซี้ดดดด…” 

  

             “อ๊า ๆๆ! ลึก! ขุนมันลึก อ๊ะ ๆๆ! ปะ ไป!…” 

  

             ผมถูกเปลี่ยนท่าให้นอนหงายขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นตั้งตรงเป็นมุมเก้าสิบองศา มือขวาผมทาบไปบริเวณช่วงหน้าท้องเรียงสวยของมัดกล้าม ส่วนมืออีกข้างเลื่อนมากุมแก่นกายแท่งยาวขนาดเหมาะมือให้ตัวเอง สิ้นคำขอห้ามแรงสอดใส่กลับยิ่งขยับเร็วกว่าเดิม แรงจากฝ่ามือใหญ่ของขุนศึกรั้งท้ายทอยผมและเผลอบีบลงมาด้วยความพลั้งมือถึงแม้จะเจ็บแต่มันกลับทำให้อารมณ์สวาทผมทวีความรุนแรงขึ้น 

  

             ร่างสูงของสามีเมื่อกระแทกเข้าใส่สุดจนมิดลำจึงชักแท่งเนื้อตัวเองออกจากรูชมพู สายตาหวานเยิ้มนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยแรงราคะทั่วทุกอณูเอาแต่จับจ้องมองเรือนร่างผมอย่างหื่นกระหาย มือข้างที่ผมช่วยตัวเองนั้นต้องเปลี่ยนมาจับต้นขาอ่อนตัวเองถ่างออกกว้างเป็นรูปตัวเอ็มเพื่อเตรียมรับใบหน้าของขุนศึกที่กำลังก้มลงมาสูดดมกลิ่นแท่งเนื้อต่อหน้าต่อตาผม 

  

             มันยิ่งทำให้ใบหน้าผมร้อนผ่าวด้วยความกระดากอาย… 

  

             “อยากลองชิมไอติมเมีย ขอชิมหน่อยได้ไหม” 

  

             สองมือของขุนศึกลูบไล้ต้นขาอ่อนไปมาอย่างนุ่มนวลถึงแม้จะพูดขออนุญาตแต่ใบหน้าของเจ้าตัวกลับก้มลงครอบแท่งร้อนด้วยริมฝีปากจนมิดลำ ใบหน้าผมเชิดขึ้นซู้ดปากด้วยความเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากมือสองข้างที่ประคองต้นขาไว้กลับแปรเปลี่ยนมาขยุ้มหัวขุนศึกด้วยแรงสวาทที่พรั่งพรูอยู่ในตัวเอง เอวผมขยับกระแทกใส่ช่องปากผู้เป็นสามีตรงหน้าเบา ๆ ยิ่งปากขุนศึกห่อหุ้มเป็นรูเล็กลงเท่าไหร่มันยิ่งทำให้แท่งเนื้อผมถูกดูดกลืนแน่นขึ้นเท่านั้น 

  

             เสียว… 

  

           ผมเสียวจนแทบแตก… 

  

             “ซี้ดด! อ๊า!....” 

  

             ก่อนที่ตัวผมจะเสร็จขุนศึกจึงรีบผลักหัวออกแล้วรั้งท้ายทอยผมให้ลุกขึ้นไปรับจูบจากเจ้าตัว ริมฝีปากเราทั้งคู่ดูดดื่มจนหนำใจคอผมก็ถูกรั้งให้ก้มลงครอบแท่งเนื้อใหญ่ยาวสีชมพูที่ตั้งผงาดต้อนรับให้ผมได้ลิ้มลอง ฝ่ามือขุนศึกรวบปอยผมที่ปกปิดใบหน้าให้แล้วทำการกระแทกเอวสอดใส่โพรงปากของผมไม่ยั้ง แท่งเนื้อขยับเข้าออกในจังหวะที่ถี่ขึ้น เสียงครางทุ้มต่ำครางออกมาไม่หยุดเมื่อผมออรัลเซ็กซ์ให้  

  

             ยิ่งนานเข้าขุนศึกยิ่งซอยเอวถี่จนผมต้องเอื้อมมือไปจับบริเวณท้องน้อยคนตรงหน้าเพื่อหวังให้ผ่อนจังหวะช้าลงกว่านี้ แต่ยิ่งผมใช้ปากให้ขุนศึกนานเท่าไหร่ขนาดของแท่งเอ็นอุ่นก็คับปากผมมากขึ้นเท่านั้นทำให้การขยับเข้าออกแท่งเนื้อสีอมชมพูเป็นปัญหาไม่น้อย ผมไม่เคยออรัลเซ็กซ์ให้ใครและขุนศึกเป็นผู้ชายคนแรกที่ผมทำ ถึงแม้จะไม่เป็นงานเท่าไหร่นักแต่เสียงครางที่เล็ดลอดออกมาปากคนด้านบนก็เรียกความมั่นใจในฝีมือตัวเองขึ้นมาไม่น้อย 

  

             “ปากมึงดูดแน่นไปคับฟ้า ไม่ไหวว่ะ…เอาเลยนะ…” 

  

             “อื้อ! อ๊ะ!” 

  

             สิ้นเสียงของขุนศึกตัวผมก็ถูกลากขึ้นมาอยู่บนตัวร่างหนาที่นอนราบลงกับเตียง ด้วยความชำนาญของท่ากิจกรรมรักตัวผมจึงถูกจัดท่าให้หันออกไปฝั่งหน้าต่างกระจกบานใหญ่โดยไร้ซึ่งผ้าม่านปกปิดมีเพียงแสงไฟอันน้อยนิดที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องเท่านั้น คนใต้ร่างไม่รีรอให้ผมได้นั่งทำใจนานแท่งเนื้ออวบยาวแข็ง ๆ ถูกสอดเข้ามาในรูสวาทผมทันที สองขาผมถ่างออกอัตโนมัติโดยที่แขนผมทำหน้าที่ค้ำเตียงด้านหลังขนาบข้างตัวขุนศึกไว้ 

  

             “อ๊า ๆๆ!  ขะ ขุน! อ๊ะ ๆๆ!” 

  

             ใจจะขาด… 

  

           ความเสียวปะทุเข้ามาทำเอาผมแทบจะขาดใจ… 

  

           เอวหนากระแทกสอดใส่เข้ามารัวและถี่ในช่วงจังหวะแรกแล้วหยุดนิ่งเพื่อให้เกิดความลึกถึงใจจนขาผมสั่น ตัวผมเอนไปทางด้านหลังกับจังหวะสอดใส่ไม่ยั้ง เสียงครางของเราทั้งสองคนดังระงมท่ามกลางความมืดมิดด้วยความสุขสมกับกิจกรรมรักอันเร่าร้อน ช่วงล่างขยับสอดใส่และถี่รัว เสียงครางกระเส่าของผมยิ่งเป็นตัวเพิ่มจังหวะช่วงล่างให้ซอยถี่ขึ้นจนครั้งสุดท้ายขุนศึกสวนเอวกระแทกขึ้นมาเน้น ๆ และลึกจนผมถึงกับร่างกายสั่นกับบนสวาทที่สามีคนนี้มอบให้  

  

             ร่างกายอ่อนยวบหลังจากโดนสูบพลังไปแทบหมดแต่อารมณ์ความต้องการกลับไม่ห่างหาย ตัวขุนศึกยันตัวขึ้นนั่งทำให้ผมอยู่ในท่านั่งตักไปปริยายโดยมีแท่งร้อนเสียบคาไว้ไม่เอาออกไปไหน ท่อนแขนล่างที่เต็มไปด้วยรอยสักโผล่เข้าโอบกลางหน้าอกผมแล้วดึงท้ายทอยให้หันหน้าไปรับจูบ ปลายลิ้นเราทั้งคู่แลกใส่กันจนแฉะขุนศึกงับกลีบปากล่างและฝังเขี้ยวลงบนเนื้อผิวอย่างหยอกล้อ 

  

             “รูมึงตอดแน่นจังเลยเอามันจนกูลืมแตก ร่างกายมึงเด็ดไปแล้วคับฟ้า…” 

  

             “ทะ ทำต่อมึงจะหยุดทำไม อ๊า!….” 

  

             ประโยคที่น่าอายแต่กลับเป็นผมเสียเองที่ร้องขอด้วยแรงราคะของตัวเอง ความรู้สึกเขินอายที่เคยมีกลับถูกฝังกลบลงไว้ในใจเหลือเพียงแต่ความต้องการที่อยากจะให้ขุนศึกเสพสมร่างกายนี้ เสพสมให้ร่างผมแตกเป็นเสี่ยง ๆ เลยยิ่งดีใหญ่ เหงื่อที่ไหลตามใบหน้าของเราไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย ท่อนแขนขุนศึกสอดเข้าบริเวณข้อพับหัวเข่าผมทั้งสองข้างในขณะที่ผมนั่งเป็นท่าตัวเอ็มบนตัก จากนั้นขุนศึกจึงขยับตัวลุกขึ้นยืนโดยอุ้มผมไว้ไปพร้อม ๆ กันข้างเตียง ส่วนแขนผมเอื้อมไปจับลำแขนมัดกล้ามแน่นเพื่อเป็นหลักยึดให้ตัวเอง  

  

             “อ่าห์ อ๊า ๆๆๆ!...” 

  

             ตัวผมเคลื่อนไหวตามจังหวะสอดใส่ของช่วงล่างท่านี้ช่างบ่งบอกถึงความแข็งแรงของสามีคนนี้ได้ดี เสียงร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านของผมดังระงมไปทั่วห้องนอนใหญ่ จังหวะสอดเน้น ๆ กระแทกใส่เข้ามาไม่นานตัวผมก็ถูกโยนกลับลงบนเตียงอีกครั้ง ขุนศึกไม่รอให้ขาดช่วงจับขาขวากระชากแล้วยกตั้งขึ้นโดยมีเจ้าตัวจับแท่งเนื้อร้อนสอดเข้ามาและตอนนี้รูรักผมมันคงจะบวมแดงก่ำอยู่มากโข 

  

             เมื่อแท่งเอ็นถูกสอดใส่เข้าจนสุดลำ ขุนศึกจึงรัวเอวอย่างพลิ้วไหวแล้วโน้มตัวลงมาประกบปากผมเพื่อหวังคลายอาการเจ็บแสบบริเวณรูสวาทช่วงล่างให้ สองมือผมยกขึ้นลูบไล้ท้ายทอยร่างสูงตรงหน้าเบา ๆ พร้อมกับแรงกระแทกที่ถี่และรัวจนผมเกือบจะถึงจุดสุดยอดอีกไม่นาน ยิ่งเอวขุนศึกรัวใส่เข้ามามากความเสียวบริเวณท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนจนมวนท้อง ริมฝีปากเราผละออกทำให้สายตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งราคะฉายแววใส่กันอย่างลึกซึ้ง  

  

             “ขะ ขุน โอ๊ย! จะแตก! ขุนจะแตก! อ๊า ๆๆๆ!” 

  

             “ซี้ดด อ่าห์ ขมิบรูกว่านี้หน่อยคับฟ้า เฮียก็จะแตกแล้ว!...” 

  

             สรรพนามไม่คุ้นหูแต่กลับเรียกอารมณ์ผมได้เป็นอย่างดี รูสวาทผมขมิบทำตามผู้เป็นสามีเรียกร้อง เสียงครวญครางยิ่งดังเท่าไหร่เอวหนาของคนด้านบนยิ่งซอยถี่รัวใส่จนขาผมสั่นแทบจะไม่มีแรงทรงตัว ไหนจะเสียงขาเตียงที่ดังคล้ายกับจะหักลงมาในอีกไม่ช้าหากตัวของเราทั้งคู่ยังสั่นไหวไม่หยุด  

  

             เอวของขุนศึกซอยถี่กระแทกเข้ามาในรูสวาทของผมต่อได้ไม่นานจนในที่สุดทั้งตัวผมและขุนศึกก็ได้ปลดปล่อยใส่กันและกัน ตัวผมกระตุ้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อขุนศึกเลือกปล่อยน้ำรักเข้ามาในตัวผมอีกเหมือนเคยทุกครั้งที่เราร่วมหลับนอนกันมา เมื่อพายุแห่งกิจกรรมร่วมเตียงจบสิ้นลง เสียงหอบหายใจรวยรินจึงดังระงมใส่กันและกัน ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นมาปาดผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออกให้แล้วก้มลงมาประทับจูบกลางหน้าผากอย่างหวงแหนตัวผมเสียเหลือเกิน ถึงร่างกายผมจะเหน็ดเหนื่อยจนแทบไม่มีแรง แต่การกระทำของขุนศึกเมื่อครู่ทำเอาหัวใจผมพองโตอย่างที่ไม่เคยถูกปรนนิบัติมาก่อน  

  

             “ขนาดนอนเหนื่อยยังสวยเลย สวย สวยมาก…” 

  

             “อื้อ…” 

  

             “เมียใครวะ ทำไมสวยขนาดนี้…” 

  

             สายตาตัวเองเริ่มพร่ามัวคล้ายกับเปลือกตาจะหลับลงไปเสียดื้อ ๆ จมูกโด่งเป็นสันของขุนศึกคอยคลอเคลียแก้มลงทั้งสองข้างไม่ห่างพร้อมกับขยับเอวเบา ๆ เพื่อสตาร์ทเครื่องให้ติดขึ้นใหม่อีกครั้ง  

  

             “อ๊ะ! พะ พอ กูไม่ไหว…” 

  

             “หยุดได้ที่ไหน ถ้าฟ้าไม่สางอย่าคิดว่าจะได้นอนนะครับ ซ้อของเฮีย…” 

  

             จากเตียงที่หยุดนิ่งไม่ถึงห้านาทีกลับมาสั่นไหวขึ้นอีกครั้ง จากเสียงครางที่หยุดลงกลับแปรเปลี่ยนมาดังขึ้นเมื่อบทสวาทอันเร่าร้อนได้เริ่มใหม่เป็นยกที่สองและมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ และถ้าเป็นดั่งที่ใจคิดตลอดทั้งคืนนี้ผมคงไม่ได้นอนถ้าพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้ากิจกรรมรักระหว่างผมกับขุนศึกคงต้องดำเนินต่อไปโดยไม่รู้จบเป็นแน่ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว