facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Epilogue

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2564 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Epilogue
แบบอักษร

Epilogue 

 

แม้จะบอกว่าอยากกลับมาอยู่กับแม่ แต่โยลันดาช่างหาเรื่องออกจากบ้านได้ตลอดเวลาจนนึกว่าอยู่บ้านกันแค่สองคนเหมือนเดิม อย่างตอนนี้ก็วิ่งวุ่นกลับไปที่ร้านทั้งที่มีแมรี่คอยดูแลความเรียบร้อยให้อยู่แล้ว ยังดีที่ทอมสัญญากับนาธานในรอบที่สามของวันว่าจะช่วยแวะไปดูให้บ่อยๆ เจ้าตัวถึงค่อยเบาใจ 

"แบบนี้จะมีประโยชน์อะไรล่ะ ที่เรามาอยู่นี่" เม่นน้อยขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่บนตักโจเซฟ โซฟาตัวกว้างยังมีที่ว่างอีกเหลือเฟือ ทั้งยังนุ่มนิ่มกว่า แต่ไม่มีตรงไหนทิ้งตัวแล้วสบายใจเท่าบนตักคนรักอีกแล้ว ท่อนแขนแข็งแรงเป็นดั่งปราการโอบกอดเด็กแสบของเขาเอาไว้ ถูปลายคางกับเส้นผมนุ่มลื่น 

"เพราะเธอกำลังบอกนายว่า มันเป็นเรื่องปกติมากสำหรับการออกไปข้างนอกและกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรต้องกังวล" 

"อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้โทรหาแม่ทุกสิบนาทีแล้วน่า" 

เปลี่ยนเป็นโทรหาทอมแทน....โจเซฟต่อประโยคให้เจ้าเม่นแคระอยู่ในใจ แต่นี่ก็นับว่าเป็นพัฒนาการเล็กๆ ที่ดี 

การที่โยลันดาพยายามใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากกว่าทำให้นาธานเริ่มสร้างความเคยชินโดยไม่รู้ตัว แต่ยังคงมีอาการตื่นตระหนกเวลาได้ยินเสียงดังและภาพความรุนแรงอยู่บ้าง ดังนั้นเวลาดูโทรทัศน์นาธานจึงต้องมั่นใจว่ามีโจเซฟอยู่ใกล้ๆ 

นิ้วเรียวกดเลื่อนช่องภาพยนตร์แอคชั่นไปด้วยคิ้วขมวด ก่อนจะมาหยุดลงที่ช่องสารคดีสัตว์โลกน่ารัก และที่กำลังฉายอยู่นั่นมัน....เม่น? 

จะว่าไปแล้วเขามีเรื่องหนึ่งสงสัยอยู่ 

"ตอนที่ฉันฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล เหมือนจำได้เลือนรางว่านายพูดถึงเม่นหรือเปล่านะ ไม่แน่ใจว่าหูฝาดหรือว่าเบลอยา ยังสงสัยอยู่ว่าตอนนั้นพูดถึงเม่นขึ้นมาทำไม อยากเลี้ยงเหรอ" 

นาธานเงยใบหน้าขึ้นดวงตากลมโตมองโจเซฟด้วยความสงสัย เห็นอีกฝ่ายจ้องนิ่งไปยังโทรทัศน์ราวกับกำลังพินิจพิจารณาอย่างตั้งอกตั้งใจ 

อะไรน่ะ อยากเลี้ยงขนาดนั้นเลย? 

นาธานหันมองเม่นแคระกำลังนอนหงายลอยอยู่ในอ่างน้ำขนาดย่อม มือและเท้าเล็กๆ ซ่อนอยู่ในตัวที่ขดเป็นก้อนกลม 

ถึงจะมีหนามแหลมอยู่รอบตัว แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกันแฮะ ทว่า.... 

"ไม่เห็นจะน่ารัก" คนที่เพ่งพินิจพิจารณาอยู่นานพูดออกมาในที่สุด 

อ้าว 

"เม่นแคระของฉันน่ารักกว่าตั้งเยอะ" 

หื้ม? 

"อะไร นายมีเม่นแคระตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เคยเห็น" ไปบ้านเขามาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันจะรอดพ้นสายตาไปได้อย่างไร นอกจากจะเลี้ยงไว้ที่อื่น แต่แล้วมันคือที่ไหนล่ะ 

"อืม" 

"ว่าไงนะ นายเอาไปแอบซ่อนไว้บ้านใคร....อ๊ะ!" 

เจ้าเม่นที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นเม่นถูกดันนอนแผ่ราบลงกับโซฟา สองมือโดนตรึงไว้เหนือหัวด้วยท่วงท่าล่อแหลม ชายเสื้อยืดเลิกขึ้นจนเห็นผิวขาวเหนือขอบกางเกงวับๆ แวมๆ ทว่าแทนที่เจ้าตัวจะโวยวายกลับยิ้มแฉ่ง เอ่ยปากยั่วเย้า 

"อย่าบอกนะว่าเม่นทำให้นายมีอารมณ์" 

"ไม่ใช่เม่นเฉยๆ แต่เป็นเม่นแคระจอมยั่ว" โจเซฟตอบหน้าตาย 

"เดี๋ยวนะ ฉันเริ่มจะหึงแล้ว" 

"หึ" และแล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาจากคนยิ้มยากจนได้ กลายเป็นคนยิ้มง่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ อาจเป็นตั้งแต่....เจ้าแสบคนนี้เดินเข้ามาปั่นป่วนในชีวิตเขา 

คนคร่อมทับอยู่ด้านบนไล้ปลายจมูกโด่งคลอเคลียคนรัก ฟัดแก้มขาวเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว เรียกเสียงหัวเราะใสกังวาน 

"แม่บอกว่าจะกลับกี่โมงนะ" 

"หัวค่ำ" โจเซฟกัดฟันตอบเบาๆ เมื่อเจ้าตัวดีชันเข่าขึ้นมาถูไถตำแหน่งต้องห้าม ทั้งที่ตั้งใจเพียงหยอกเย้าเล่นเท่านั้น แต่ดูท่าเจ้าเม่นจอมยั่วจะไม่คิดเหมือนเขา เพราะที่อยู่กันตรงนี้คือโซฟากลางบ้าน ถึงได้ถามว่าโยลันดาจะกลับเมื่อไหร่ใช่ไหม 

"งั้นก็ทางสะดวก" 

โจเซฟถึงกับหมดคำพูด "เด็กแสบเอ๊ย" 

โน้มลงกัดริมฝีปากล่างสีแดงสดของคนหน้าไม่อายเบาๆ ก่อนไล้ปลายลิ้นเย็นชื้นปลอบโยน กดจูบหนักสลับเบาอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงหอบหายใจหนัก ยามริมฝีปากผละห่างก็เป็นคนด้านล่างแอ่นตัวขึ้นมอบจุมพิตอย่างไม่ยอมแยกจากง่ายๆ 

โจเซฟไม่ได้แตะต้องเขาตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล ซึ่งมันนานเกินไปแล้ว 

เรียวขายาวยกขึ้นกดแนบเข้ากับท่อนลำแข็งขืนมากกว่าเดิม 

แต่โจเซฟยังคงไม่มั่นใจ "แผลนายยังไม่หายดี" 

"มันดีขึ้นตั้งนานแล้ว" สองมือด้านบนขืนจากพันธนาการของโจเซฟ ครูดไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างก่อนจะถกชายเสื้อยืดตัวใหญ่ขึ้นถอดออกไปทางด้านบน เผยกล้ามท้องตึงแน่นสุดโปรดของนาธาน "เถอะน่า ฉันต้องการนาย....นะ" 

แล้วยังจะมีอะไรให้ปฏิเสธได้อีก 

หลังจากผละออกไปและเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วในพริบตา โจเซฟก็กลับมาพร้อมขวดเจลหล่อลื่นในมือ เสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นในเวลานี้ค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้น กระทั่งเจ้าเม่นน้อยเนื้อตัวเปลือยเปล่าขาวผ่อง รอยช้ำบนลำคอหายไปจนเหลือไว้เพียงสีเหลืองจางๆ ที่เห็นชัดคือผ้าปิดแผลความกว้างประมาณสองนิ้วมือ โจเซฟกดจูบลงบนนั้นเบาๆ ขบปลายฟันไปยังลำคอขาวคอยยั้งแรงไม่ให้เม่นน้อยเจ็บ เนื้อตัวขาวผ่องขึ้นสีแดงเรื่อสั่นระริกเมื่อตุ่มไตสีชมพูถูกบดขยี้ด้วยนิ้วมือสาก เสียงหวานครางเครือ 

เด็กซุกซนไม่ยอมอยู่เฉย เคลื่อนมือลงด้านล่างกอบกุมท่อนเนื้อแข็งขึงที่กำลังถูไถกันไปมาเข้าด้วยกัน ออกแรงขยับรูดรั้งจนหูแว่วได้ยินเสียงคำรามแผ่วต่ำในลำคอ 

เจ้าตัวดีขำร่วน ติ่งหูนิ่มเจ็บจี๊ดเพราะถูกลงโทษด้วยฟันคม 

"จอมยั่ว" 

"อื้ม" ไม่เถียงทั้งยังยอมรับหน้าตาเฉยจนน่าตี 

"ถ้าเจ็บต้องบอกนะ" 

"ถ้ากลัวฉันเจ็บ งั้นก็...." 

พรึ่บ! 

เด็กแสบผลักโจเซฟหงายหลังเอนไปชิดขอบโซฟาอีกด้าน คลานตามขึ้นไปชันเข่าคร่อมอยู่บนตักให้ส่วนชูชันของตัวเองถูไถกับแผงกล้ามท้องแน่น ส่งเสียงครางแผ่วข้างใบหูแดงก่ำของคนตัวโต 

"อย่าเอาแต่นั่งเฉยสิ" 

นาธานยิ้มหวานเมื่อสะโพกกลมกลึงถูกแยกออก คิ้วเรียวขมวดมุ่นน้อยๆ ในขณะที่โจเซฟขยายช่องทางด้านหลังให้ ริมฝีปากสีแดงสดเผยอออกพ่นลมหายใจร้อนผ่าว ประกบแนบลงกับคนด้านล่าง ส่งเรียวลิ้นพัวพันมอบจุมพิตวาบหวามดุดัน ยามผละห่างจากกันเกิดเป็นเส้นใยสีเงินยวงน่ามอง 

คนทนไม่ไหวเอื้อมมือไปด้านหลัง บีบข้อมือโจเซฟเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณ 

"พอแล้ว" 

ช่องทางด้านหลังวูบโหวงจนน่าใจหายเมื่อโจเซฟถอนนิ้วมือออกไป ทว่าเจ้าเม่นจอมยั่วกลับขืนแรงไว้เมื่อคนรักจะพาเขานอนราบลงกับโซฟา 

"ตอนนี้ถึงคราวนายอยู่เฉยๆ บ้างแล้ว ที่เหลือยกให้เป็นหน้าที่ฉัน" 

โจเซฟกัดฟันทน มองเด็กแสบจับประคองท่อนเนื้ออวบหนาไว้ในตำแหน่งพอเหมาะ เรียวลิ้นสีแดงสดแลบออกมาเลียริมฝีปากเซ็กซี่ ค่อยๆ หย่อนตัวลงเพื่อกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไป ทว่า.... 

ปัง!! 

เสียงดังสนั่นก้องมาจากหน้าบ้านทำเอานาธานตัวแข็งค้างหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดลงโดยอัตโนมัติ อาจเป็นพวกเด็กวัยรุ่นแถวนี้จุดประทัดหาเรื่องสร้างความเดือดร้อนอย่างเคย เพราะหลังจากนั้นยังมีเสียงดังตามมาติดๆ อีกหลายที 

โจเซฟนึกอยากออกไปจัดการตัวปัญหาพวกนั้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่จนใจที่สภาพตอนนี้ไม่เอื้ออำนวย มองเจ้าเม่นจอมยั่วกลายร่างเป็นรูปปั้นหิน ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างไร้แววขึ้นมาเสียเฉยๆ ราวกับกำลังติดอยู่ที่ไหนสักแห่งหาทางออกไม่เจอ 

"นาท" 

เสียงเรียกครั้งแรกยังไม่สามารถปลุกนาธานกลับมา ดังนั้นโจเซฟจึงตัดสินใจดำเนินการสิ่งที่นาธานเริ่มไว้ต่อให้จบ โดยการเด้งสะโพกสอบขึ้นสอดแทรกส่วนแข็งขึงเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มด้วยตัวเอง 

"อ๊ะ!!" 

เจ้าเม่นแคระสะท้านเฮือก ประกายรับรู้เริ่มกลับมามีให้เห็น โจเซฟไม่รอให้ภาพความทรงจำเลวร้ายมีอิทธิพลเหนือคนรักได้อีก ตะปบสะโพกกลมกลึงกดรับแรงกระแทกของตัวเองเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุด เพียงเท่านั้นนาธานก็ไม่มีพื้นที่ในหัวสมองไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว 

"อึ่ก ....โจ ฮ้า ล....ลึก อื้อ ลึกไปแล้ว!" 

"มีสมาธิอยู่กับฉันนาธาน เสียงประทัดนั่นกับภาพในหัวนายสำคัญกว่าฉันที่อยู่ตรงหน้าหรือไง" 

"ไม่....ไม่ อื้อ!" 

"เก่งมากเด็กดี" 

คนที่ตั้งใจเป็นฝ่ายขับควบกลับต้องเท้าสองมือกับบ่าใหญ่เพื่อพยุงตัว ใบหน้าขาวใสแดงก่ำไปด้วยความเสียวซ่านเหลือประมาณ ทรมานไปกับรสสัมผัสร้อนฉ่าที่ทำเอาเขาแทบขาดใจ ขับไล่กองทัพฝันร้ายแตกกระเจิง ตรงนี้มีเพียงโจเซฟเท่านั้น ต่อให้เสียงประทัดจะดังตามมาอีกกี่ครั้งต่อกี่ครั้งในหัวนาธานก็มีเพียงใบหน้าของโจเซฟ และเจ้าหนูผู้แสนคึกคักของเขา 

แผ่นอกบางแอ่นเร่าเมื่อจุกสีชมพูข้างหนึ่งถูกรุกราน ลิ้นสากตวัดเลียครอบริมฝีปากลงมาดูดดุนเสียจนแทบจะกลืนกินมันลงไป ความเสียวซ่านส่งตรงไปถึงส่วนอ่อนไหวที่กำลังเสียดสีกับมัดกล้ามเนื้อ 

"อา....โจ ไม่ไหวแล้ว" อาจจะเป็นเพราะห่างหายจากสัมผัสของกันและกันมานาน เพียงแค่โจเซฟสอดแทรกตัวตนเข้ามานาธานก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว นับประสาอะไรกับการกระแทกกระทั้นหนักหน่วงเช่นนี้ 

"ไปเลยที่รัก" 

จบคำอนุญาตก็ราวกับประตูกั้นน้ำพังทลาย ครั้งนี้ความสุขระเบิดลั่น กลบเสียงดังจากฝันร้ายทั้งปวง 

"ต่อไปเมื่อนายได้ยินเสียงนี้ ต้องหน้าแดงเพราะคิดถึงฉัน ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว" 

และแล้วเวทมนตร์ของโจเซฟก็ใช้ได้ผลอีกครั้ง ....ดั่งเคย 

 

"ไม่มีฉันตามไปคอยควบคุมความประพฤติก็อย่าเหลวไหลจนเสียการเรียนล่ะ โดนผู้หญิงในเมืองปั่นหัวจนซมซานกลับมาฉันไม่ช่วยปลอบหรอกนะ มีแต่จะซ้ำเติมคอยสมน้ำหน้า เพราะนายอยากทิ้งฉันไปเอง" 

"เหอะ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ฉันไม่อยู่นายก็อย่าเหงาตายไปซะก่อนล่ะ ต่อไปจะหาเพื่อนรู้ใจที่ไหนเล่นเกมด้วย หวังจะให้คุณลุงที่ยืนอยู่ข้างๆ นายเล่นเป็นเพื่อนงั้นเรอะ เล่นเกมมาริโอ้กระโดดเก็บเห็ดรึไง ทะเลาะกันเมื่อไหร่อย่าโทรมาร้องไห้สะอึกสะอื้นกับฉันล่ะ" 

"หน็อย นายนั่นแหละ ไม่ต้องส่งข้อความมาชวนคุยดึกๆ ดื่นๆ เลยนะ ฉันอยู่กับสามี ไม่มีเวลาว่างมาตอบ" 

"แหม ฉันเอาเวลาไปจู๋จี๋กับสาวๆ ไม่ดีกว่ามานั่งส่งข้อความหานายหรือไง แล้วเดี๋ยวนี้ก็ปากกล้าใหญ่แล้วนะ" 

"ไอ้...." 

"พอเลย พอทั้งสองคน" 

โยลันดาโบกมือห้ามทัพก่อนที่สองเพื่อนรักจะต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้ คนหนึ่งยกสัมภาระกล่องใหญ่ขึ้นรถ ส่วนอีกคนทำหน้าที่ยกกล่องลังที่อยู่ใกล้ตัวยื่นให้ และชิ้นสุดท้ายก็ขึ้นไปวางเรียงอยู่ในที่รถบรรทุกขนาดเล็กเมื่อเกือบห้านาทีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสองคนยังคงไม่ยอมจบบทสนทนาง่ายๆ 

ถ้อยคำเสียดสีเหมือนไม่อยากอยู่ด้วยกันเสียเต็มประดา แต่หากคนแถวนี้เดินผ่านไปผ่านมาได้เห็นสีหน้าของทั้งสองคนก็จะรู้ว่าพวกเขาเพียงถ่วงเวลาแยกจากกันไปอย่างนั้นเอง 

"อย่าเศร้าไปเลยลูก วิทยาลัยอยู่ห่างจากที่นี่แค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง ยังไงก็แวะไปหากันได้อยู่แล้ว ใช่ว่าพวกลูกจะตัดขาดกันไปเลยเสียเมื่อไหร่" 

"ผมไม่ได้เศร้าสักหน่อย!" นาธานเถียงคอเป็นเอ็น ส่วนแรนดี้ยังคงยิ้มอวดดี 

"แรนด์ เราควรจะไปกันได้แล้วถ้าลูกอยากให้พ่อขับรถกลับมาถึงบ้านก่อนมืด ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการที่นู่นนะ" โรเบิร์ตชะโงกหน้าออกมาจากที่นั่งคนขับเพราะวันนี้เขาทำหน้าที่ไปส่งลูกชาย "ลูกควรจะพูดอย่างที่ใจคิดได้แล้ว" เขาหันมาขยิบตาให้นาธานด้วยอีกคน 

โจเซฟบีบไหลคนรักเบาๆ ก่อนจะดันหลังเจ้าเม่นแคระ เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าเจ้าตัวกำลังเศร้าที่ต้องแยกจากเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิต 

คราวนี้ทั้งนาธานและแรนดี้เลิกวางฟอร์ม โผเข้ากอดกันแน่นด้วยดวงตาสีแดงเรื่อ มือแสร้งตบหลังอีกฝ่ายดังอึก 

"ไอ้บ้า ร้องไห้เหมือนผู้หญิงทำไม" นาธานพึมพำกับเพื่อนสนิท 

"ไม่ได้ร้องไห้เหมือนผู้หญิง แต่ร้องไห้เหมือนนาย" 

"ชิ! ไปแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ อย่าให้คนพวกนั้นเอาเปรียบนายได้ง่ายๆ นะ" 

"รู้แล้วน่า นายเองก็เหมือนกัน ไอ้นิสัยชอบหาเรื่องใส่ตัวก็เพลาๆ ลงบ้าง จะคบเพื่อนคนอื่นก็ต้องหาที่ดีกว่าฉัน เข้าใจไหม" 

"ไม่เข้าใจโว้ย เพื่อนฉันมีแค่นายคนเดียว" 

"ไอ้บ้าเอ๊ยย ฉันก็เหมือนกัน" 

โยลันดายืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ปาดน้ำตาด้วยความเงียบงันทั้งรอยยิ้ม 

เป็นโจเซฟที่เดินเข้ามารับเด็กแสบของเขาออกจากอ้อมแขนของชายอื่น เอ่ยปากบอกลา "ไปได้แล้ว" 

อืม....บอกลาจริงๆ นะ 

นาธานมองส่งตัวรถเคลื่อนออกไปจนลับตา ในอกว่างโหวงแปลกๆ เหมือนทำของสำคัญบางอย่างหายไป 

"เดี๋ยวหมอนั่นก็กลับมา" โจเซฟโอบไหล่เอ่ยปลอบคนรักด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก 

นาธานจึงหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "นั่นแรนด์นะ นายจะมาหึงฉันกับเขาไม่ได้" 

คนถูกรู้ทันพ่นลมหายใจดังหึโดยไม่พูดอะไร เป็นการยอมรับไปโดยปริยาย 

โยลันดายิ้มกว้างให้กับภาพนั้น เดินเข้าไปใกล้ทั้งลูกชายและลูกเขยหมาดๆ "เราเองก็กลับกันเถอะจ้ะ ลูกยังต้องกลับไปจัดการข้าวของของตัวเองเหมือนกันนะนาท" 

ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันที่นาธานจะย้ายเข้าบ้านโจเซฟอย่างเป็นทางการ 

ก้าวแรกของการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างแท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว 

"ครับ ไปกัน" 

ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมากอบกุมมือนาธานเอาไว้ แรงบีบกระชับหนักแน่นมั่นคงไม่เคยเสื่อมคลาย แม้การเดินทางในวันข้างหน้ายังคงอีกแสนยาวไกล พบเจออุปสรรคอีกมากมายเท่าไหร่ มีเพียงมือข้างนี้เท่านั้นที่จะไม่มีวันปล่อย 

นาธานแหงนใบหน้ามองโจเซฟด้วยรอยยิ้มกว้าง นัยน์ตาสีน้ำตาลปิดบังประกายแห่งความสุขไว้ไม่มิด 

"กลับบ้านของเรากันนะ" 

"อืม" 

...บ้านของเรา... 

 

แต่เอ๊ะ....?! เรื่องเม่นนี่มันยังไงกันนะ เหมือนว่านาธานจะยังไม่ได้คำตอบเลย 

เอาเป็นว่า ช่วยเก็บเป็นความลับให้โจเซฟด้วยนะ! 

 

 

 

-The End- 

............... 

จบแล้วค่าา  

เย้ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนจบเสียที  

หลังจากนี้ก็ให้เป็นทางเดินเส้นใหม่ของพวกเขาทั้งสองคนแล้วกันเนอะ นิลคงมาส่งได้เท่านี้ค่ะ 

แม้ระหว่างทางจะมีปัญหาขรุขระให้หายไปเป็นช่วงๆ อยู่บ้าง แหะๆ ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ให้รอ 

เรื่องนี้อาจจะไม่หวือหวาเท่ารุ่นพี่อีกสองคู่  

แต่นิลก็หวังว่าเจ้าเม่นแคระและคุณครูคนดุของเขาจะกลายเป็นความทรงจำเล็กๆ ที่เรามีร่วมกันนะคะ 

เอาไว้ในมุมเล็กๆ กลับมาคิดถึงกันบ้างก็พอ 

คู่นี้อาจจะเป็นคู่สุดท้ายของจักรวาลนี้แล้วค่ะ น่าจะไม่มีงอกคู่ไหนออกมาอีกแล้ว 

(หรือถ้าจะมีก็คงเป็นในอนาคตอันแสนไกลโพ้นนนนนนนนน เลยค่ะ แหะๆ) 

แต่นิลไม่ได้หายไปไหนแน่นอน 

ไว้พบกันใหม่เรื่องหน้านะคะ! 

ส่วนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกันอะไรนั้นนนนน รอติดตามกันน้า 

ขอบคุณทุกคนที่เดินทางด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ 

รักที่สุดเลย  

นิล. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว