email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 เกินจะควบคุม

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 เกินจะควบคุม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2564 07:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 เกินจะควบคุม
แบบอักษร

ตอนที่ 20 

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

#THALAY 

"ไอ้ทะเล มึงรีบตามไปสิวะ ฝันดีมันเมาไม่มีสติแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้โดนใครลากไปหรอก" ไอ้คูปองพูดบอกผม  

พรึ่บ 

ไม่ต้องรอให้ใครบอกซ้ำผมก็วางแก้วเหล้าในมือ ลุกจากเก้าอี้แล้วรีบเดินตามร่างบางที่พึ่งจะวิ่งออกไปในทันที ที่ผมวิ่งตามออกมาไม่ใช่เพราะไอ้คูปองเป็นคนบอก เพราะถึงไม่มีใครบอกผมก็ตั้งใจจะตามมันออกมาอยู่แล้ว ทว่าในตอนนั้นผมแค่ยังสับสนกับเรื่องบางอย่างในใจเลยทำให้สติของผมหลุดไปชั่วขณะในยามที่เห็นใบหน้าใสสะอื้นไห้อยู่ตรงหน้าผม รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มันวิ่งออกไปจากโต๊ะเสียแล้ว  

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฝันดีมันถึงถามผมแบบนั้น ทั้งที่ตัวมันเองก็ชอบไอ้ท้องฟ้า และการที่มันถามแบบนั้นมันกำลังคาดหวังคำตอบแบบไหนจากผมงั้นเหรอ คิดจะมาลองใจกันหรือไง แล้วตัวผมจะตอบอะไรได้ล่ะ ผม...ผมตอบไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ผมต้องไม่รู้สึกอะไรกับมันอยู่แล้ว เรื่องระหว่างเรามันไม่มีอะไรเลยนอกจากเรื่องที่ผมต้องการจะเอาคืนไอ้ท้องฟ้าเท่านั้น 

มันไม่มีอะไรนอกเหนือไปกว่านั้นเลย... 

ผมวิ่งออกมานอกร้านหันมองซ้าย มองขวาอย่างร้อนใจ ทำไมถึงวิ่งเร็วแบบนี้นะ เมื่อกี้ยังเห็นหลังไว ๆ อยู่เลย สภาพของไอ้ฝันดีเมื่อครู่ ดูยังไงก็รู้ว่าเมาขั้นหนัก ปกติสติครบถ้วนมันยังสู้ใครไม่ได้ แล้วสภาพแบบนั้นถ้าโดนผู้ชายลากไปจะทำยังไง มันจะให้ผมสติแตกให้ได้เลยใช่ไหม อย่าให้ผมหามันเจอนะ 

ผมวิ่งตามหามันให้ทั่ว ก่อนจะเจอร่างบางที่ยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงลานจอดรถของร้าน แผ่นหลังบางที่สั่นไหวเพราะแรงสะอื้นไห้ยังคงเด่นชัด เสียงพึมพำต่อว่าผมไม่หยุด เน้นย้ำให้ผมมั่นใจว่านั่นคือไอ้ฝันดี ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่มันยังไม่โดนใครฉุด แล้วจึงตั้งท่าจะเดินเข้าไปหามัน ทว่าผมก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อร่างกายของคนตรงหน้าซวนเซไปมาไม่คงที่บ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานร่างบอบบางนั้นคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นแน่ 

"ฮึ่ก...ปวดหัว..." 

ฟุ่บ 

หมับ!  

แล้วก็เป็นไปตามที่ผมคาดการณ์ไว้ ผมรีบถลาตัวเข้าไปรับไอ้ขี้เมาที่จู่ ๆ ก็ทรุดตัวฮวบ โชคยังดีที่ผมเข้ามารับตัวมันไว้ได้ทัน ไม่งั้นมันคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นคอนกรีตเป็นแน่แท้ 

"ฝันดี...ไอ้ฝันดี" ผมพยายามเรียกคนในอ้อมกอดแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับ ดวงตาของมันปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอจะเหลือก็เพียงแค่เสียงสะอื้นที่หลุดออกมาอย่างแผ่วเบา 

เมาจนหลับทิ้งตัวกลางอากาศเลยสินะ... 

ทิ้งไว้ตรงนี้ดีไหมเนี่ยฮะ ทั้งที่ไม่เคยดื่มแล้วยังจะตกปากรับเล่นเกมที่รู้ว่ามีการดื่มเหล้า แล้วมันก็ดื่มเข้าไปไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้ว มันจะหมดสภาพแบบนี้ก็ไม่แปลก แต่ก็ดีแล้วที่มันเลือกดื่มแทนที่จะทำตามคำท้าของไอ้พวกเพื่อนเวร เพราะแค่มันยอมทำตามคำท้าของเฮียคูเปอร์ ผมก็หงุดหงิดจนอยากจะเตะมันให้ตกลงจากตักของเฮียอยู่แล้ว 

ผมถอนหายใจใส่ไอ้ตัวภาระ สุดท้ายแล้วผมก็ต้องอุ้มมันขึ้นพาดบ่าเพื่อจะพาไปที่รถ เมาแล้วมาลำบากคนอื่นแบบนี้อย่าหวังเลยว่าชาตินี้ผมจะให้มันดื่มอีก ดีนะที่เป็นผมมาเจอมัน นี่ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอ...ผมล่ะไม่อยากจะคิดเลย ทำไมถึงไม่ระวังตัวเองเลยนะ ส่างเมาก่อนเถอะ ผมจะด่าให้นั่งหน้าสลดเลยคอยดู 

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...ไอ้ทะเล"  

กึก 

ผมที่กำลังอุ้มคนตัวเล็กเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของผมที่จอดอยู่ก็เป็นต้องชะงักเท้า เมื่อมีเสียงเรียกชื่อของผมดังมาจากทางด้านหลัง เสียงที่แค่ผมได้ยินก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายรำคาญขึ้นมาเสียแล้ว ผมไม่คิดจะสนใจแล้วตั้งท่าจะก้าวเท้าเดินต่อ 

"จะรีบไปไหนวะ เจอคนรู้จักไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือไง"  

ผมถอนหายใจ  

ทำไมต้องมาเจอมันในเวลาแบบนี้ด้วยวะ 

ผมที่ไม่มีทางเลือกเลยต้องหันกลับไปทางต้นเสียง ก็เจอกับไอ้พวกอัธพาลกระจอกประจำโรงเรียนนิวิทย์ ริ้วไร้ที่ชอบวิ่งเข้ามาหาตีนของผม 

"กูไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับมึงไอ้เมฆ" ผมพูดกับมันเสียงเข้ม แต่มันกลับแสยะยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับไอ้หินแล้วก็ไอ้จักรเพื่อนกระจอกของมัน ไอ้พวกเหี้ยนี่แม่งกัดไม่ปล่อย เจ้าคิดเจ้าแค้นฉิบหาย เมียมันมาให้ผมเอาเองแท้ ๆ ยังมีหน้ามากล่าวหาว่าผมไปแย่งคนของมันอีก 

"อะไรกันวะ กูก็แค่จะเข้ามาทักทายคนรู้จักกัน" 

"กูว่านอกจากเรื่องที่กูเอาเมียมึง กูกับมึงก็ไม่น่าจะสนิทกันได้ถึงขั้นต้องมาทักทายกันทุกครั้งที่เจอหรอกนะ"  

ไอ้เมฆกัดฟันกรอดแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน คำพูดของผมคงจะไปสะกิดแผลของมัน ซึ่งผมก็จงใจให้เป็นอย่างนั้น และเดี๋ยวมันคงได้กระโจนเข้ามาซัดหมัดใส่ผมเหมือนทุกครั้งแน่ ๆ  

"เล่นแม่งเลยไหมลูกพี่ ไหน ๆ มันก็อยู่คนเดียว" ไอ้จักรพูดขึ้นแล้วกำหมัดตั้งท่าจะเข้ามาหาผมพร้อมกับไอ้หิน พวกแม่งนี่น่ะมันเป็นพวกเก่งเรื่องหมาหมู่ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่นึกกลัวพวกมันเลยสักนิด  

"เดี๋ยว" ไอ้เมฆพูดห้ามเพื่อนของมันที่กำลังเดินเข้ามาหาผมทำเอาผมแปลกใจ เพราะปกติมันนั่นแหละตัวตั้งตัวตีเรื่องหมาหมู่เลย ทว่าจู่ ๆ ใบหน้าโกรธกริ้วของไอ้เมฆในตอนแรกกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปาก หลังจากที่มันหันมามองร่างบางที่ผมอุ้มพาดบ่าอยู่ 

"ว่าแต่นั่นใครวะ เด็กมึงเหรอ" คำถามของไอ้เมฆทำให้ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง 

"ไม่ใช่" ผมปฏิเสธไปทันควัน แต่ก็รู้ว่าต่อให้ผมตอบไปว่ายังไงมันก็คงไม่เชื่อ ไอ้เมฆน่ะมันเห็นผมยุ่งกับใครไม่ได้ มันก็รั้นแต่จะตามแย่งผมเพื่อเอาคืนเรื่องแฟนสาวของมันซึ่งผมก็ไม่คิดจะสนใจเพราะปกติผู้หญิงพวกนั้นผมก็แค่กินทิ้งกินขว้าง ใครจะมากินต่อผมก็ไม่สน  

แต่สำหรับไอ้ฝันดี... 

ยังไงก็ไม่ได้... 

เพราะผมยังเล่นกับมันไม่เบื่อ ใครน่าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง... 

"ลูกพี่ นั่นมันไอ้เด็กผู้ชายหน้าสวยที่ซ้อนท้ายไอ้ทะเลอยู่บ่อย ๆ นี่กูจำได้" ไอ้หินที่ชะเง้อคอหันมองไอ้ฝันดีพูดบอกไอ้เมฆ ผมจึงเบี่ยงตัวไอ้ฝันดีหลบไปอีกทางเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาของพวกมัน 

ไอ้เมฆยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันมามองผม 

"กูไม่คิดเลยนะว่ามึงมีรสนิยมแบบนี้ด้วย" มันพูดพลางเลื่อนสายตามองเรียวขาของคนที่พาดอยู่บนบ่าผม "แต่ขาสวยดีนี่หว่า ถ้าไม่ได้เห็นใกล้ ๆ กูคงไม่รู้ว่าเป็นผู้ชาย" ผมขบกรามมองไอ้เมฆตาขวาง 

"มึงต้องการอะไร ถ้าจะต่อยกับกูก็เข้ามาเลยจะได้จบ ๆ พวกมึงถนัดอยู่แล้วนี่...หมาหมู่น่ะ" 

"ไอ้เหี้ยทะเล!" ไอ้หินชี้หน้าผม 

"ใจเย็นสิวะ" ไอ้เมฆพูดห้ามขึ้นอีกครั้ง "วันนี้กูมาเที่ยว ไม่ได้คิดจะมาหาเรื่องใคร กูแค่เข้ามาทักทาย อย่าคิดมากหน่า" ครั้งนี้ไอ้เมฆมันมาแปลก หมาบ้าอย่างมันที่ปกติเจอหน้าผมทีไรอย่าว่าแต่ทักทายเลย แค่จะสบตากันยังไม่มีเวลา เพราะมันมักจะกระโจนใส่ผมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับบอกว่าไม่คิดจะมาหาเรื่องผมงั้นเหรอ  

"คนอย่างมึงน่ะเหรอ แค่จะมาทักทายกู" 

"หึหึ เออ คนอย่างกูนี่แหละ งั้นไว้เจอกันวันหลังนะ กูไปล่ะ" ไอ้เมฆพูดจบประโยค มันก็หันหลับเตรียมจะเดินไปทางร้านของเฮียคูเปอร์กับลูกสมุนของมัน แต่แล้วจู่ ๆ มันก็ชะงักเท้าแล้วหันกลับมาหาผม "อ๋อ...ถ้าเจอกันครั้งหน้า มึงก็แนะนำเจ้าของขาสวยที่มึงอุ้มอยู่ให้กูรู้จักหน่อยแล้วกัน กูกำลังอยากมีเพื่อนใหม่อยู่พอดี หึหึ" ไอ้เมฆพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่มันจะเดินออกไป 

ผมยืนมองไอ้เมฆจนมันเดินหายเข้าไปในร้านของเฮียคูเปอร์อย่างไม่ไว้ใจ ผมรู้ดีว่าสิ่งที่มันพูดกับสายตาที่มันมองไอ้ฝันดีเมื่อครู่มันต้องการจะสื่ออะไร ไอ้เมฆน่ะ มันไม่ได้เก่งแค่เรื่องหมาหมู่ แต่มันเก่งเรื่องหมาลอบกัดด้วย คนอย่างมันไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่ แต่ไม่ว่าสิ่งที่มันคิดจะทำคือเรื่องอะไรผมก็ไม่หวั่นกลัว เพราะผมไม่มีทางยอมให้เป็นไปตามที่มันต้องการแน่นอน 

"อื้อ...ไอ้คนใจร้าย..." ปากเล็กพูดบ่นพึมพำโดยที่ยังหลับตาพริ้ม  

"เออ...กูมันคนใจร้าย" ผมเอ่ยบอกคนไร้สติที่ตอนนี้นิ่งเงียบไปแล้ว  

พูดอะไรไปคนเมาก็คงไม่รู้เรื่อง ผมจึงพามันเดินมาที่รถของผม ซึ่งผมก็เจอปัญหาใหญ่กี่ปัญหาหนึ่งนั่นก็คือ จะพาคนเมาไร้สติซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ได้ยังไง เพราะขืนมันนั่งซ้อนท้ายรถผม มีหลังมันได้หงายหลังไปกลางทางแน่ มันนี่ตัวภาระเต็มรูปแบบตามที่ผมพูดไว้จริง ๆ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว ในการนี้คงมีแค่วิธีนี้วิธีเดียวสินะ 

พรึ่บ 

ผมขึ้นมาซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง โดยที่มีหมากระเป๋านั่งคร่อมตักหันหน้าเข้าหาผม เป็นการนั่งรถมอเตอร์ที่โคตรจะทุลักทุเล แต่มันก็ไม่มีหนทางอื่นแล้วจริง ๆ  

"นั่งดี ๆ แล้วกอดกูไว้ให้แน่นด้วย" ผมพูดบอกเมื่อมันนั่งเซไปเซมา 

"อืออ..." คนเมาตอบรับในลำคออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะโถมตัวเข้ามาสวมกอดผมไว้แน่นจนหน้าจมอกของผม ทำเอาผมชะงักกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ เวลาเมานี่ว่านอนสอนง่ายจังเลยนะ 

เมื่อจัดแจงท่านั่งเรียบร้อย ผมจึงขับรถออกมาจากร้านของเฮียคูเปอร์ ซึ่งผมก็ขับได้ไม่เร็วมากนัก เพราะขับรถมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ใช้กอดประคองร่างบางให้นั่งทรงตัวดี ๆ นี่คงเป็นการขับรถที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยขับมา ดีนะที่ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทำให้บนท้องถนนไม่ค่อยมีรถสัญจรมากนัก ผมใช้เวลาในการขับรถเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะมาถึงบ้านของไอ้บีกัน ทั้งที่จริงแล้วบ้านของมันไม่ได้ไกลจากร้านของเฮียคูเปอร์เลย แต่เป็นเพราะไอ้ตัวภาระแท้ ๆ ลำบากผมจริง ๆ  

ผมจัดการประคองคนตัวเล็กลงจากรถ แล้วอุ้มมันขึ้นพาดบ่าอีกครั้ง เพราะมันยังไม่มีสติมากพอที่จะเดินได้ด้วยตัวเอง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาบิงโก น้องสาวของไอ้บีกันเพื่อให้เธอลงมาเปิดประตูรั้วให้ เนื่องจากไอ้บีกันยังไม่กลับมา มันคงจะนั่งดื่มต่ออยู่ที่ร้านของเฮีย หลังจากคุยโทรศัพท์กับบิงโกไม่นานเธอก็ลงมาเปิดประตูด้วยสีหน้างัวเงียยุ่งเหยิง 

"บิงบอกแล้วใช่ไหมว่าให้พี่ทะเลปั้มกุญแจบ้านบิงไว้เลย ถ้าจะมาดึกดื่นป่านนี้" เธอพูดบ่น "ว่าแต่พี่พาสาวที่ไหนมาอีกเนี่ย" เธอถามพลางชะเง้อมองคนบนบ่าผม ทำไมมีแต่คนคิดว่ามันเป็นผู้หญิงนะ 

"ผู้หญิงที่ไหน นี่ไอ้ฝันดี ที่พี่พามาที่นี่บ่อย ๆ ไง บิงโกเคยเจอแล้วนี่" 

"อ๋อ...แล้วนั่นเขาเป็นอะไรเหรอ" 

"มันเมาน่ะ งั้นพี่พามันไปที่บ้านไอ้บีกันก่อนนะ"  

บิงโกพยักหน้า 

ผมไม่ได้พูดอะไรกับเธอต่อแล้วอุ้มไอ้ฝันดีเดินไปที่บ้านของไอ้บีกัน ส่วนบิงโกก็รับหน้าที่ล็อกประตูรั้วบ้านก่อนที่เธอจะกลับเข้าบ้านใหญ่ไป บ้านของไอ้บีกันมืดสนิท แต่ยังมีไฟที่เปิดอยู่ตามทางเดินพอให้ผมได้มองเห็นทาง 

"อึ่ก....ใคร...ปล่อย~" ระหว่างทางที่ผมกำลังเดินไปที่บ้านไอ้บีกัน จู่ ๆ ไอ้คนที่หลับมาตลอดทางก็ได้สติดิ้นตัวไปมาอยู่บนบ่าผม แต่ฟังจากน้ำเสียงยานคางของมันแล้ว มันคงไม่ได้รู้สึกตัวเต็มร้อย 

"มึงจะดิ้นทำเหี้ยอะไร อยู่นิ่ง ๆ" ผมพูดบอกมัน แต่อีกฝ่ายกลับดิ้นมากขึ้นยิ่งกว่าเก่า ปากก็พูดแต่คำว่าปล่อย ปล่อย ปล่อย ได้ อยากให้ปล่อยนักใช่ไหม 

พรึ่บ 

พลั่ก 

"โอ๊ย!...เจ็บ..." ไอ้ฝันดีหน้ายู่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บจุก เมื่อผมปล่อยมันตามคำขอจนร่างบางลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ตรงพื้นสนามหญ้าหน้าบ้านของไอ้บีกันพอดี  

"สมน้ำหน้า อยากดิ้นดีนัก" ผมพูดว่ามันไม่จริงจังนัก แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบไป 

หืม? 

ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง เมื่อใบหน้าใสที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เงยหน้าขึ้นมามองผมจนเราสบตากัน ดวงตาสุกใสค่อย ๆ มีของเหลวเอ่อซึมออกมา แววตาสั่นระริก ริมฝีปากเรียวบางเบะคว่ำลงช้า ๆ  

อย่าบอกนะว่า... 

"ฮื้ออออ!!!! ฮึ่ก...ฮึ่ก...ฮื้อออออ!!!!!" 

ฉิบหายแล้ว 

ผมชะงักงันทำอะไรไม่ถูก เมื่อไอ้ฝันดีแหกปากปล่อยเสียงโฮออกมาดังลั่นก้องไปทั่วบริเวณ น้ำตาไหลพรากปานท่อประปาแตก มันไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่มองหน้าผมแล้วร้องไห้ไม่หยุด ขืนเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่ไอ้บีกันได้ตื่นกันหมดทั้งบ้านเพราะเสียงร้องดั่งควายถูกเชือดของไอ้ฝันดีแน่ ๆ 

"มึงจะร้องทำเหี้ยอะไรเนี่ย! มึงเงียบเลย เดี๋ยวบ้านใหญ่ก็ตื่นกันทั้งบ้านหรอก" ผมพูดว่ามันแล้วจะเข้าไปประคองร่างบางขึ้นจากพื้นหญ้า แต่อีกฝ่ายกลับปัดมือของผมออก 

"ฮื้อออออ ลุงเป็นใคร ฮึ่ก ฮื้อ มารังแกฝันทำไม ฝันจะฟ้องพ่อกับแม่ ฮื้ออออออ!!!" ฝันดีมันร้องไห้เสียงดังขึ้นกว่าครั้งแรก แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มันเรียกผมว่าอะไรนะ  

ลุง? ลุงงั้นเหรอ!!!  

มันอยากตายใช่ไหม! 

ผมว่ามันอาการหนักเข้าขั้นแล้วนะ ถึงมาเรียกผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับมันอย่างผมว่าลุงแบบนี้ หล่อ ๆ แบบผมเนี่ยนะลุง มันน่าตีให้ปากแตกไหมเนี่ย กล้าดียังไงมาหาว่าผมหน้าแก่งั้นเหรอ 

"กูทะเล มึงหยุดร้องแล้วแหกตาดูหน้ากูดี ๆ" ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มัน และเหมือนมันจะนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับหน้าเข้ามามองผมใกล้ ๆ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่มันหยุดร้องได้สักที มันคงจำผมได้แล้วสินะ 

"ฮื้ออออ!!!!!!!! ลุงเป็นใคร ฮื้อออ พ่อแม่ช่วยฝันด้วย ฮึ่ก ลุงคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ ฝันกลัว ฮื้ออออออออ!!!!" 

เหี้ย! 

มันร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าแหกปากดังลั่นไปสิบหมู่บ้านก็ยังได้ยินเสียงมัน ผมพยายามพูดห้าม พูดบอก พูดปลอบมันสารพัดสารเพ แต่ก็ไม่เป็นผล เหมือนกับว่ายิ่งผมปลอบ มันก็ยิ่งร้องให้โวยวายหนักขึ้นเรื่อย ๆ สายตาที่มันมองผม ราวกับมองคนร้ายที่กำลังจะมาจับเด็กไปเรียกค่าไถ่อย่างไรอย่างนั้น ปากก็เอาแต่เรียกผมลุง ๆ ๆ ไม่หยุด ไอ้เหี้ยนี่ ซักหมัดไหมมึง 

"ฮึ่ก ฮื้ออ...จะกลับบ้าน พ่อครับ แม่ครับ ฮึ่ก พ่อกับแม่อยู่ไหน ฮื้ออออ" ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างท้อใจ ก่อนย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของฝันดี ซึ่งก็ทำให้มันสะดุ้ง ผละถอยหลังไปนิดแล้วมองผมด้วยสายตาหวาดระแวง 

"กูต้องทำยังไงมึงถึงจะหยุดร้อง มึงบอกมาเลย กูยอมมึงละ" ผมถามมันด้วยความเหนื่อยใจ ตอนนี้ผมเหนื่อยมากแล้วจริง ๆ อยากจะทิ้งตัวนอนเต็มทน แต่ก็ติดอยู่ตรงไอ้ขี้เมาที่นั่งฟูมฟายอยู่บนพื้นหญ้านี่แหละ แต่ดูเหมือนครั้งนี้คำถามของผมทำให้คนเจ้าน้ำตานิ่งไปอีกครั้ง มันหลุดตามองต่ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน โดยที่ยังมีเสียงสะอื้นดังคลอให้ได้ยิน  

"จะน...น" มันพูดพึมพำอยู่ในลำคอจนผมฟังแทบไม่เป็นภาษา 

"ฮะ? มึงพูดว่าไงนะ พูดดัง ๆ ดิ" ทีเวลาร้องไห้แหกปากแทบตาย พอให้พูดแล้วมาทำอ้อมแอ้ม ผมจะบ้ากับมันจริง ๆ ไอ้ฝันดีมันเก่งนะ เก่งเรื่องทำให้ผมหัวเสียเนี่ย 

มันเงยหน้ามามองผมทั้งน้ำตา 

"จะนอนนน!!!! ฮึ่ก ฮื้อออ ลุงพาฝันไปนอนหน่อย ฝันง่วงแล้ว แม่บอกว่าถ้าอยากโตต้องไม่นอนดึก ฮื้ออออ!!!" มันร้องโวยวายต่อ แต่สิ่งที่ผมได้ยินที่มันพูดเมื่อกี้ ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม อะไรนะ ง่วงงั้นเหรอ นี่อย่าบอกนะว่าที่มันร้องแหกปากแทบตายเพียงเพราะว่าง่วงนอน แล้วนี่มันคิดว่าตอนนี้มันอายุเท่าไหร่กันฮะ 

"เออ ๆ ง่วงก็ลุกขึ้นยืน กูจะพาไปนอน แล้วก็ช่วยเงียบปากหยุดร้องด้วย หูกูจะแตกอยู่แล้ว" ผมพูดออกไปด้วยความรำคาญ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายเบะปากอีกครั้ง  

"ฮึ่ก..." 

"เฮ้ย ๆ ๆ ๆ หยุดเลยนะ ถ้ามึงร้องกูจะทิ้งให้มึงนอนหน้าบ้านจริง ๆ ด้วย" ไอ้ฝันดีเม้มปากกลั้นเสียงไว้ทันที แต่น้ำตาก็ยังคงปริ่มไหลออกมาแลดูน่ารำคาญกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผมเคยเห็นมันร้องไห้ "ลุกขึ้น เดี๋ยวกูพาเข้าบ้าน" ผมพยายามพูดบอกอย่างใจเย็น 

"ลุกไม่ไหว ฮึ่ก ลุงใจร้าย โยนฝันลงพื้น ฮึ่ก..." ผมจะบ้าตายกับคำว่าลุงที่มันเอ่ยเรียกแทนผม ผมถอนหายใจรอบที่ล้านของวัน ก่อนจะจัดการยกตัวไอ้ฝันดีอุ้มขึ้นมาจากพื้น ขาเรียวแขนเล็กจัดการเกี่ยวเกาะตัวผมไว้ทันทีราวกับเด็กน้อย "มึงอายุตั้งเท่าไหร่แล้วฮะ ถึงมาให้กูอุ้มท่านี้" 

"ฝันห้าขวบแล้ว อีกไม่นานฝันก็จะโตแล้ว" ฮะ? ให้ตายเถอะ เกิดมาพึ่งเคยเห็นคนเมาแล้วคิดว่าตัวเองเป็นเด็กห้าขวบ  

ผมส่ายหัวเหนื่อยใจกับมัน ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเอาไว้เพื่อไม่ให้มันตก แล้วจึงอุ้มพาเดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งไอ้บีกันมันก็ไม่ได้ล็อกประตูบ้านไว้ เมื่อเข้ามาภายในบ้าน ผมก็พาร่างเล็กวางลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น ซึ่งมันก็ยอมลงจากตัวผมอย่างว่าง่ายแล้วนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ผมพ่นลมหายใจยืนมองคนตัวเล็กที่นั่งหอตัวสะอื้นไห้  

ผมทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ มันด้วยความเหนื่อยล้า พิงหลังไปกับโซฟายกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก เมื่อเช้าผมก้าวเท้าไหนออกจากบ้านกันนะ วันนี้ถึงได้มีแต่เรื่องเข้ามา ถ้ารู้ว่าจะวุ่นวายแบบนี้ผมคงไม่พาไอ้ฝันดีออกไปตั้งแต่แรก ทั้งเรื่องที่มันปากดีใส่ผมจนผมฟิวส์ขาด ทั้งเรื่องที่มันไปนั่งตักหอมแก้มเฮียคูเปอร์ เรื่องที่มันดื่มเหล้าจนเมาเป็นภาระให้ผม ไหนจะคำถามไร้สาระที่มันถามผมตอนเมาแล้วมาร้องไห้เมื่อได้ฟังคำตอบจากผม  

ผมอยากจะบ้าตาย 

"ลุงรู้จักคนใจร้ายไหม..."  

หืม? 

ผมหันไปมองคนตัวเล็กข้างกายที่ถามคำถามขึ้นมาเสียงแผ่วเบาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน และผมก็ไม่เข้าใจสิ่งที่มันถามด้วย แต่เรื่องที่มันยังเอาแต่เรียกผมว่าลุงนี่สิ ที่ทำให้ผมขัดใจไม่หาย 

"คนคนนั้นเขาใจร้ายกับฝันมากเลย เขาเข้ามาในชีวิตของฝัน...ทำให้ฝันเจอแต่เรื่องแย่ ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ฝันพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้น ฝันพยายามคิดในแง่ดีว่าเดี๋ยวสักวัน เรื่องเลวร้ายพวกนั้นมันก็ผ่านไป แต่...ฮึ่ก..." น้ำเสียงของร่างบางสั่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมทำได้แค่นั่งเงียบฟังสิ่งที่มันกำลังระบายออกมา สิ่งที่ผมรู้ว่ามันคือเรื่องราวระหว่างผมกับมัน "...แต่มันไม่ง่ายเลย ฮึ่ก...ฝันแค่อยากมีชีวิตที่ดีเหมือนที่เคยมีมาโดยตลอด ฝันอยากจะยิ้ม...อยากจะหัวเราะ อยากจะมีความสุขได้เหมือนที่ฝันเคยเป็น ฮึ่ก แต่ตั้งแต่รู้จักคนคนนั้น ชีวิตฝันก็ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น เขาทำให้ฝันเจ็บ ทำให้ฝันเสียใจ ทำให้ฝันบอบช้ำ...ทำไมต้องเป็นฝันด้วย ทำไมต้องเป็นฝันที่มาเจอเรื่องพวกนี้ด้วย..."  

ร่างกายที่สั่นเทาไม่ต่างจากน้ำเสียงที่สั่นเครือ ใบหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอกลับสะท้อนความเจ็บปวดออกมาให้ได้เห็น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นไอ้ฝันดีตกอยู่ในสภาพเหมือนคนอ่อนแอและสิ้นหวังแบบนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกหน่วงปวดหนึบข้างในหัวใจที่ต้องเห็นน้ำตาของมันทั้งที่ก่อนหน้านี้ การได้เห็นน้ำตาของไอ้ฝันดีไม่ต่างอะไรกับรางวัลของการเล่นสนุกของผม 

"ฝันเกลียดเขา..." 

อึ่ก 

ความรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาจุกอกแบบนี้มันคืออะไรกันนะ... 

การที่ฝันดีมันจะเกลียดผม ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องแปลกใจเลย.. 

"...นั่นคือสิ่งที่ฝันเคยคิด...แต่พอเอาเข้าจริง ฝันก็เริ่มไม่แน่ใจ ว่าฝันรู้สึกยังไงกันแน่ หรือแท้จริงแล้วฝันอาจจะรู้สึก..." ฝันดีนิ่งเงียบไป มันกำลังจะสื่ออะไรกับผมงั้นเหรอ แล้วตัวผมล่ะ ตัวผมกำลังคาดหวังอะไร 

"พูดต่อสิ เงียบทำไม" ผมถามเพื่อต้องการฟังในสิ่งที่มันจะพูดต่อ แต่มันกลับหันมามองหน้าผม 

"ฝันไม่พูด! ยังไงก็ไม่พูดหรอก!!" ผมชะงักไปนิดเมื่อจู่ ๆ มันก็มาตะคอกเสียงใส่หน้าผม เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก 

"ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด" 

"ลุงอยากรู้เหรอ ฝันจะบอกก็ได้..." เหี้ยอะไรวะเนี่ย  

"งั้นก็พูดมา" ไอ้ฝันดีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วโน้มหน้าเขามาใกล้ผมคล้ายจะกระซิบบางอย่าง 

"ฝันจะบอกลุงก็ได้ แต่ลุงต้องไปตีผู้ชายใจร้ายคนนั้นให้ฝันก่อนนะ ตีให้เจ็บ ๆ เลย แล้วฝันถึงจะบอก" ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จะให้ผมตีตัวเองเนี่ยนะ ผมคงคิดผิดจริง ๆ ที่มานั่งคุยกับคนเมาแบบนี้ 

พรึ่บ 

"จะไปไหน" ผมถามคนตัวเล็ก ที่จู่ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟา 

"ฝันง่วงแล้ว ฝันจะไปนอน" มันพูดแต่นั้นแล้วก็เดินออกไปทิ้งให้ผมนั่งงงเป็นไก่ตาแตก 

ตอนนี้เหลือเพียงผมเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมอย่างใช้ความคิด ผมคิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่ดึงไอ้ฝันดีมาใช้เป็นเครื่องมือเอาคืนไอ้ท้องฟ้า เพราะตั้งแต่มีมันเข้ามาในชีวิตผม เรื่องมันก็วุ่นวายไปหมด ทั้งที่ผมคิดว่าตัวผมสามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่พอเอาเข้าจริงมันกลับไม่เป็นไปตามที่ผมคิด ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย หรือบางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ผมจะต้องใช้ประโยชน์จากตัวไอ้ฝันดีเอาคืนไอ้ท้องฟ้าจริง ๆ สักที และรีบทิ้งไอ้ฝันดีไปซะ ก่อนที่จะเกิดเรื่องวุ่นวายกับผมมากกว่านี้ 

นั่นสิ มันคงได้เวลาจบเกมแล้วสินะ... 

ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ก่อนกดเข้าไปในอัลบั้มรูปถ่ายแล้วเลื่อนหารูปที่ผมถ่ายไว้เมื่อเกือบสองเดือนก่อน รูปเปลือยเปล่าของชายร่างเล็กที่ผมแอบถ่ายเก็บไว้หลังเสร็จกิจปรากฏเต็มหน้าจอโทรศัพท์ของผม ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยดู รอยเขี้ยวคมที่เกิดจากฝีปากของผม และน้ำรักสีขุ่นมากมายเลอะเปรอเปื้อนทั่วเรื่อยร่างบาง ใครที่ได้เห็นรูปพวกนี้ก็ย่อมรู้ได้ในทันทีว่าคนในรูปพึ่งผ่านอะไรมา ซึ่งรูปเหล่านี้คือรูปของไอ้ฝันดี... 

รูปที่ผมเคยคิดจะเก็บเอาไว้ใช้ขู่มัน หากวันหนึ่งมันคิดจะแข็งข้อไม่เชื่อฟังผม ตามแผนเดิมที่ผมวางไว้ ผมต้องการให้ไอ้ท้องฟ้ามันหลงไอ้ฝันดีมาก ๆ ให้มันไว้ใจไอ้ฝันดีเหมือนกับครั้งหนึ่งที่ผมเคยไว้ใจมัน ยิ่งมันชอบไอ้ฝันดีมากเท่าไหร่ เวลามันรู้ว่ามันโดนไอ้ฝันดีหักหลัง มันจะได้เจ็บมากเท่านั้น และจากที่ผมดู ๆ แล้ว ตอนนี้ผมมั่นใจว่าไอ้ท้องฟ้าชอบไอ้ฝันดีแน่นอน เพราะต่อให้มันจะแสนดีกับทุกคนแค่ไหน แต่มันก็ไม่เคยหวงใยหรือปกป้องใครออกหน้าออกตาแบบนี้มาก่อน ถึงขั้นยื่นคำขาดห้ามให้ผมยุ่งกับฝันดีทั้งที่มันไม่เคยจะห้ามผมแบบนี้มาก่อนเวลาผมไปยุ่งกับคนที่มันเคยคุยหรือคบด้วย ดังนั้นมันคงถึงเวลาแล้ว หากผมส่งรูปพวกนี้ไปให้ไอ้ท้องฟ้า  

ทุกอย่างก็จะจบ  

และผมก็จะเป็นผู้ชนะ 

ผมกดเข้าไปในกล่องข้อความ ช่องทางติดต่อไอ้ท้องฟ้าทางโซเชียก่อนจะเลื่อนเลิกรูปถ่ายของไอ้ฝันดีที่อยู่ในโทรศัพท์ของผม เพียงแค่ผมกดส่งครั้งเดียว ทุกอย่างมันก็จะจบ เรื่องบ้า ๆ เรื่องวุ่นวายที่ทำให้ผมเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง มันจะจบลง ผมจะได้เอาคืนไอ้ท้องฟ้า และเรื่องราวของผมกับไอ้ฝันดีก็จะจบลงเช่นกัน แต่ถึงผมจะคิดได้แบบนั้น มือของผมกลับแข็งทื่อ ไม่สามารถที่จะขยับปลายนิ้วกดส่งรูปเหล่านี้ไปได้ ผมไม่ควรมาลังเลอะไรตอนนี้สิ ใช่ ทุกอย่างมันต้องจบลงเสียที 

โคร่ม! เพล้ง! 

ผมที่กำลังจะกดส่งรูปก็เป็นต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงที่ได้ยินเหมือนมีของบางอย่างในบ้านตกแตก ผมจึงกดออกจากกล่องข้อความของไอ้ท้องฟ้า แล้วกดปิดโทรศัพท์ โยนมันทิ้งไว้ที่โซฟา ก่อนจะลุกขึ้นไปดูทางต้นเสียงซึ่งออกมาจากในห้องครัว 

"....." ผมชะงักขมวดคิ้วงุนกับสิ่งที่ได้เห็น จานชามของใช้ในครัวที่ก่อนหน้านี้มันคงจะวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว แต่ตอนนี้กลับกลิ้งไปมาและแตกกระจายอยู่บนพื้นห้องครัว ส่วนบนโต๊ะอาหารก็แทนที่ด้วยร่างบางที่นอนแผ่ราบไปกับโต๊ะอาหาร ร่างบางที่มันยังคงไม่ได้สติ 

นี่มันอะไรวะเนี่ย? 

ผมเดินเข้าไปหาไอ้ฝันดีที่นอนหลับสบายอยู่บนโต๊ะกินข้าว แล้วทำไมมันถึงมานอนอยู่ตรงนี้ได้ ทั้งที่ห้องนอนก็มี นี่อย่าบอกนะว่าตั้งแต่ที่มันบอกผมว่าจะไปนอน คือมันเดินเข้ามานอนในห้องครัว นี่มันไม่มีสติถึงขั้นแยกไม่ออกระหว่างเตียงนอนกับโต๊ะกินข้าวเลยหรือไง 

"ไอ้ฝันดีตื่น มึงมานอนอะไรตรงนี้ เข้าไปนอนในห้องนู่นไป" ผมเดินเข้ามาหามันก่อนเขย่าแขนเรียก ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว 

"อื้อออ...จะนอน" ผมพูดงัวเงียติดจะรำคาญผม ก่อนจะพลิกตัวหนีไปอีกทาง 

"จะนอนก็ไปนอนในห้อง มึงลุกเลย" 

"ไม่! จะนอนตรงนี้!!" ทำไมมันถึงได้ดื้อแบบนี้นะ ปกติไม่เห็นเคยเป็นแบบนี้ 

"มึงรีบลุกลงจากโต๊ะแล้วไปนอนบนเตียงในห้องนอนซะในตอนที่กูยังพูดดี ๆ กับมึงนะฝันดี" 

"ก็จะนอนตรงนี้...ลุงอย่ามาใจร้ายเหมือนผู้ชายคนนั้นนะ" ยังเรียกผมว่าลุงแบบนี้ สติยังไม่กลับมาสินะ ผมจะบ้าตาย 

"ถ้าไม่อยากให้กูใจร้ายก็ลุก เร็ว ๆ เลย! ไปนอนในห้องนอนไป ลงมาจากโต๊ะเดี๋ยวนี้!" ผมตะคอกบอกมันอย่างหัวเสีย นี่ถ้าไอ้บีกันมาเห็นสภาพห้องครัวของมัน มันโวยวายด่าผมยับแน่ 

"เออ! ลงก็ได้!" ร่างบางลุกขึ้นนั่งแล้วพูดใส่อารมณ์ตอบกลับผม ไอ้นี่ เห็นว่าเมาหรอกนะ จะหยวนให้แล้วกัน หลังจากนั้นไอ้ฝันดีมันก็ยอมลงมาจากโต๊ะกินข้าว ผมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ทำไมถึงได้วุ่นวายแบบนี้นะ 

ฟุ่บ 

"เฮ้ย!" ผมร้องตะโกนตกใจเมื่อจู่ ๆ ร่างบางที่พึ่งลงมาจากโต๊ะกินข้าว มันเดินได้สองก้าวก็ทรุดตัวลงนอนกับพื้นห้องครัว ที่ข้าง ๆ มีเศษแก้วจานชามตกแตกอยู่ ผมนี่ถึงกับใจหล่นวูบ คิดว่ามันจะนอนทับลงบนกองเศษแก้วเสียแล้ว แต่ก็ถือว่าโชคยังช่วยมันมาก มันถึงเลือกนอนได้ถูกที่เลยไม่โดนเศษแก้ว แต่อะไรคือการที่มันย้ายจากโต๊ะกินข้าวมานอนแผ่อยู่กับพื้นห้องครัว นี่มันไม่ได้ดีกว่าเก่าเลยนะ "ไอ้ฝันดี! มึงลุกเลย!" 

"อะไรอีก...ก็นี่ไง นอนในห้องแล้ว ถึงห้องนอนแล้ว" มันพูดเสียงงัวเงีย ตานี่ยังหลับพริ้ม ห้องนอนบ้านมันสิอยู่ตรงนี้ ผมควรจะทำยังไงกับมันดี 

"เดี๋ยวกูพาไปนอนที่ห้อง ลุกก่อนแล้ว" ผมทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ร่างบอบบางที่นอนสั่นเพราะความเย็นจากพื้นห้องครัว อีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับหรือพูดโต้ตอบอะไร เพียงแค่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองหน้าผมตาไม่กระพริบ 

หมับ 

กึก 

ผมชะงัก เมื่อจู่ ๆ มือเรียวเล็กทั้งสองข้าก็ยื่นมาจับหน้าของผมแล้วดึงเข้าไปหาตัวมัน ดีที่ผมตั้งหลักได้ ไม่งั้นคงหัวทิ่มหน้าของมันเสียแล้ว  

"จะทำอะไร ปล่อย" ผมพูดบอกมัน แต่นอกจากมันจะไม่ทำตามที่ผมสั่งแล้ว มันยังใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลูบใบหน้าของผมเบา ๆ  

"หล่อจัง..." 

"....."  

"หล่อมาก ๆ เลย"  

ผมนิ่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะกระแอมไออย่างเสียอาการกับคำพูดแปลก ๆ ของไอ้ฝันดีที่พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานไม่ต่างจากดวงตากลมโตที่ปริ้มเยิ้ม มันยังเอาแต่จ้องมองหน้าผมไม่ละสายตาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมอยากจะผละหน้าหนีก็ทำไม่ได้ เพราะถูกมือของมันจับล็อกใบหน้าไว้อยู่ จึงทำได้เพียงเบนสายตาหันหลบดวงตาเป็นประกายคู่สวย ใครสั่งใครสอนให้มองผู้ชายด้วยสายตาแบบนี้กัน 

"ลุงหล่อมากจริง ๆ นะ" ผมคงจะรู้สึกดีกับคำเอ่ยชมของมันมากกว่านี้ หากมันไม่เอาแต่เรียกผมว่าลุง 

"กูส่องกระจกทุกวัน ไม่ต้องบอกกู กูก็รู้ว่ากูหล่อ"  

จู่ ๆ มันก็ขมวดคิ้วหน้ามุ่ย 

"หล่อแต่ทำไมพูดไม่เพราะ แม่บอกว่าคนที่พูดไม่เพราะเป็นคนไม่ดี"  

"เออ กูมันคนไม่ดี มึงมีปัญหาอะไรไหมไอ้เอ๋อ" ตอนนี้ไอ้ฝันดีมันไม่ต่างอะไรกับเด็กโข่งเลยด้วยซ้ำ 

"ฮึ่ก..." อะไรอีกวะ จู่ ๆ มันก็เบะปากหน้าย่น อย่าบอกนะว่ามันจะ... "ฮึ่ก...ฮื้ออออ!!!! ลุงใจร้าย ฮึ่ก ลุงพูดไม่เพราะแล้วก็ว่าฝันด้วย ฮึ่ก ฮื้อออ ฝันไม่ได้เอ๋อ ฮื้อออ ลุงใจร้ายเหมือนผู้ชายคนนั้นเลย ฮื้อออ ฝันจะฟ้องแม่!!" 

ไปกันใหญ่แล้ว!! นี่ผมจะประสาทกินกับมันแล้วนะ พอเมาแล้วเป็นบ้าหรือไง ทำไม่ถึงไม่ส่างเมาสักทีวะ เพราะขืนมันยังเป็นแบบนี้ ผมนี่ได้บ้าตามมันไปแน่ ๆ 

"มึงหยุดร้องได้ไหม มึงต้องการอะไรอีก อะบอกมาเลย มึงบอกกูมาเลย" ผมพูดอย่างตัดรำคาญ 

"พูดเพราะ ๆ กับฝันก่อน ฮึ่ก..."  

"พูดเพราะเหี้ยอะไรล่ะ แล้วนี่กูพูดไม่เพราะตรงไหนฮะ!" 

"ฮื้ออออ ฮึ่ก ฮื้อออออออออ!!!" 

โว้ยยยยย!!!! ผมจะบ้าตายจริง ๆ แล้วนะ!!! 

"เออ ๆ ขอโทษ จะพูดดี ๆ แล้ว โอเคไหม"  

ไอ้ฝันดีหยุดส่งเสียงโวยวายในทันที แต่ก็ยังมีเสียงสะอึดสะอื้นหลุดออกมาเป็นระยะ ๆ 

"ก็พูดสิ..." 

"ให้พูดอะไร" 

"ก็พูดดี ๆ ไง" 

"ดี ๆ" ผมพูดสวนกลับไปทันที แต่เหมือนกับว่าจะไม่ถูกใจเจ้าตัวนัก ถึงได้ตั้งเค้าเตรียมจะแหกปากอีกแล้ว "โอเค ๆ พูดดี ๆ ผมจะพูดดี ๆ พูดเพราะ ๆ กับฝันดี โอเคนะครับ"  

ไอ้ฝันดีชะงักนิ่งไปหลังจากได้ฟังคำพูดที่ผมแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองที่พูดออกไปแบบนั้น พูดเองยังรู้สึกขนลุกเองเลย กับพ่อแม่ผมยังไม่เคยพูดเพราะแบบนี้มาก่อน แล้วทำไมผมต้องมายอมทำตามที่ไอ้ฝันดีต้องการด้วย ผมล่ะเหนื่อยใจจริง ๆ 

ไอ้ฝันดีคลี่ยิ้มกว้าง 

"เก่งงงง...ลุงเก่ง ลุงพูดเพราะ ๆ กับฝัน" ผมส่ายหัวยิ้ม ๆ กับท่าทางราวเด็กน้อยของไอ้ฝันดี 

"ครับบบ ทีนี่ก็ช่วยเชื่อฟังผมหน่อยนะครับ อย่าดื้อ แล้วลุกขึ้น เดี๋ยวผมพาไปนอนที่เตียง" ผมกัดฟันพูด โคตรของโคตรรู้สึกกระดากปาก  

"ฝันไม่ดื้อก็ได้ ฝันจะไปกับลุง" ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่มันกลับมาว่านอนสอนง่ายอีกครั้ง 

"งั้นก็ลุกขึ้น" ผมพูดบอก ก่อนจะตั้งท่าลุกขึ้นยืนเช่นกัน 

ฟึ่บ 

แต่แล้วมือเล็กที่จับหน้าผมไว้ กลับล็อกดึงผมไม่ให้ลุกขึ้นยืน ผมจึงต้องหันกลับไปหามัน แล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ว่ามันจะเอาอะไรกับผมอีก ผมเหนื่อยแล้วนะ 

"แม่สอนฝันว่า ถ้าใครทำดีต้องได้รางวัล" 

ผมขมวดคิ้ว  

"รางวัลอะไรของมึ...เอ่อ ของฝันดีครับ" 

ฝันดียกยิ้มด้วยรอยยิ้มซุกซน 

"รางวัลแบบนี้ไง" 

จุ๊บ 

"...!!!" ผมตาเบิกกว้างตกใจแทบตั้วหลักไม่ทัน เมื่อคนตัวเล็ก รั้งหน้าผมให้เข้าไปรับริมฝีปากอุ่นนุ่มที่ประกบลงมาบนปากของผม ริมฝีปากเรียวบางจูบซับย้ำ ๆ งับกลีบปากล่างของผมนิด ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ จนทำให้ผมเผลอไผลหลงไปกับรสจูบแบบเด็ก ๆ ไปได้ชั่วขณะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะผละหน้าออกแล้วยิ้มให้ผมจนตาเป็นสระอิ 

"รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป"  

"ก็...ให้รางวัลไง" มันตอบผมด้วยสีหน้าใสซื่อ 

"เป็นเด็กดีจังเลยนะ" 

"อื้อ ใช่แล้ว ฝันเป็นเด็กดี" มันพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับดีใจที่ได้รับคำชม 

"งั้นเด็กดีอยากได้รางวัลบ้างไหม" 

ใบหน้าหวานที่ยังแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์พยักหน้าตอบรับระรัว 

"ได้...แล้วอย่ามาโวยวายทีหลังล่ะ มึงยั่วกูเองนะ..."  

พรึ่บ 

ผมโอบเอวบางขึ้นมาอุ้ม แล้วยกขึ้นไปวางกลับคืนบนโต๊ะอาหาร เรื่องที่ผมกำลังกังวลสับสนก็ช่างแม่งมันก่อนแล้วกัน ผมไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแล้ว เพราะร่างบอบบางที่นอนราบอยู่บนโต๊ะอาหารตรงหน้า ได้ดึงดูดความสนใจของผมไปจนหมดสิ้นแล้ว 

จะทานแล้วนะครับ... 

. 

. 

. 

. 

วิ่งหนีให้ไว ฟิ้ววววววว...โปรดติดตามตอนต่อไป ^^ 

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว