ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 00 41

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 326

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2564 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
00 41
แบบอักษร

00 41 

 

เกือบตีหนึ่งแล้วแต่ทว่าอินทรชิตยังคงนอนไม่หลับ ชายหนุ่มลงมานั่งตบยุงอยู่บนขั้นบันไดหน้าประตูใหญ่เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ข้าง ๆ กันนั้นมีเจ้าโจอี้ขนปุยนอนหมอบอยู่บนพื้นเป็นเพื่อนอีกหนึ่งตัว ส่วนเจ้าโจนาสตัวแสบนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนั่งเล่นไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว 

‘นานจังเลย’ ชายหนุ่มมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยด้วยความรู้สึกทรมานที่อัดแน่นอยู่เต็มอก 

“หงิง..” 

“อะไร” อินทรชิตถามเจ้าโจอี้ที่จู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมา มันลุกขึ้นนั่ง เขยิบตัวเข้ามาใกล้และกลอกดวงตากลมโตมองมาที่เขา 

“โฮ่ง” 

“แกก็คิดว่ามันนานเหมือนกันใช่ไหม” 

“โฮ่ง..หงิง” 

“อืม ใช่แล้ว ฉันก็คิดจะโทรไปหาคุณพฤกษ์อยู่ แต่ถ้าโทรไปคุณพฤกษ์ก็จะโกรธอีก ฉันโดนเขาตบหน้ามาด้วยเมื่อกี้ ดูสิ ยังเป็นรอยอยู่เลย มันเจ็บมากแต่เขาไม่รักมันเจ็บกว่า” 

“แฮ่ก ๆๆๆ ” 

“แกว่าคุณพฤกษ์จะคิดว่าฉันมารยาหรือเปล่า? แต่ฉันร้องไห้ง่ายมากเลยนะถ้ามันเป็นเรื่องของเขา ไม่รู้สิ.. มันอ่อนไหวไปหมด เก็บอารมณ์ไม่อยู่เลย ฉันอายุสามสิบกว่าแล้วนะ มาดท่านรองประธานหายมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ อยากจะนิ่งให้ได้บ้างเหมือนกันแต่พอคุณพฤกษ์ขึ้นเสียงใส่แบบนั้นฉันก็โยนศักดิ์ศรีทิ้งไปหมดเลยอะ ฉันกลัว ..มันกลัวไปหมด วินาทีนั้นน้ำตามันก็ไหลออกมาเองทุกที โคตรน่าสมเพชเลยใช่ไหม..” 

“หงิงงง..” เจ้าโจอี้เหมือนฟังกันรู้เรื่อง มันเอาหัวนุ่ม ๆ มาถูแขนเขาอย่างออดอ้อนทันที 

“ไม่ต้องมาอ้อน ขนาดแกคุณพฤกษ์ยังเอ็นดูมากกว่าฉันเสียอีกไอ้หมาโง่” 

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อินทรชิตตาเป็นประกาย หูตั้งหางส่ายเป็นใบพัดเฮลิคอปเตอร์ทันทีเพราะคิดว่าต้องเป็นคุณพฤกษ์แน่ ๆ ที่โทรศัพท์มาหา แต่พอเห็นว่ารายชื่อของอัคราปรากฏอยู่บนหน้าจอแทนที่จะเป็นพ่อยอดทูนหัวก็ทำให้ชายหนุ่มแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

“มึงมีอะไร” 

(ไอ้อินทร์! เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นไปมึงรีบมาเลยนะ) 

“เหี้ยอะไรเนี่ย” เขาสบถ “ดึกดื่นป่านนี้กูไม่ไปไหนทั้งนั้น! ” 

(มึงต้องมา ..พี่! เฮ้ย พี่ ไหวป่ะเนี่ย เชี่ยยย อ้วก! พี่อ้วกใส่ผม! พี่อ้วกใส่ผมทำไม!! กู กู.. กรี๊ด!!!) 

อินทรชิตเอาหูออกห่างโทรศัพท์เพราะจู่ ๆ อีกฝ่ายก็กรี๊ดอัดใส่ลำโพงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ 

“ถ้ามาชวนแดกเหล้ากูวางนะ” 

(เดี๋ยวไอ้เวร มึงรีบมาเลย คุณพฤกษ์ของมึงแม่งเมาหัวทิ่มอยู่เนี่ย!) 

“ว่าไงนะ! ” 

 

 

“อุ่ก.. อุ.. โอ๊กกกกกก!! ” 

สิบนาทีหลังจากไอ้เพื่อนตัวดีวางสายไปเสียงอาเจียนก็ดังขึ้นมาเป็นรอบที่สาม อัคราปาดเหงื่อ รีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้ววิ่งไปหาฉัตรตะวันที่ตอนนี้กำลังเอาหัวจุ่มเข้าไปในกระถางต้นไม้หน้าร้าน 

“พี่ฉัตร! พี่ว้อย! จะแดกดินหรือไง! ” ชายหนุ่มว่าพลางดึงคอเสื้ออีกคนให้ใบหน้าออกห่างจากดินแล้วช่วยลูบหลังแรง ๆ หลายที ฉัตรตะวันที่อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงก็ล้มตัวลงนอนแผ่อยู่บนพื้น พึมพำอะไรอยู่ในคอตามประสาคนเมาหมดสภาพและสิ้นสติไปแล้ว 

“เฮียแกเป็นไงมั่ง? ” หลังจากเก็บร้านพี่พนักงานคนเดิมก็ ยังอุตส่าห์มีน้ำใจเดินมาดูพวกเขาพร้อมกับยื่นผ้าเย็นและน้ำเปล่ามาให้ด้วยความเป็นห่วง 

“เป็นหมาอะดิพี่” เขาว่าพลางรับสิ่งของจากอีกฝ่ายมา ชายหนุ่มคลี่ผ้าเย็นออกและโปะมันลงไปบนใบหน้าหล่อเหลา อัคราช่วยเช็ดคราบอาเจียนที่เปื้อนอยู่ตามคางและลำคอออกจนหมดเพื่อให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้น 

“เดี๋ยวพี่ดูให้ น้องไปดูพี่คนนั้นก่อนเหอะ ท่าทางแปลก ๆ ” 

อัคราชะโงกหน้าไปดูพี่คนนั้นที่ถูกพูดถึง อีกฝ่ายหันหน้าลและเอาศีรษะชนเข้ากับกำแพงร้านและยืนอยู่แบบนั้นนิ่ง ๆ มาตั้งแต่ที่ถูกหามออกมาเมื่อห้านาทีก่อน นี่ก็อีกคนที่เมาปลิ้นไม่ต่างจากฉัตรตะวัน ดีขึ้นมาหน่อยที่เป็นประเภทเมาแล้วไม่อ้วก แต่ก็นิ่งไม่พูดไม่จากับใครเลยทีเดียว อัครารวบผ้าเย็นที่ใช้แล้วถือรวมกับแจ็ตเก็ตของตนเองที่เปื้อนไปด้วยคราบอาเจียนก่อนจะยัดทั้งหมดเข้าไปในถังขยะที่อยู่ใกล้มือ ชายหนุ่มหยิบผ้าเย็นอีกห่อพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดและเดินไปหาร่างโปร่งที่แทบจะออสโมซิสเข้าไปในกำแพงอยู่รอมร่อ 

“คุณพี่..” อันที่จริงเขาไม่รู้เลยว่าควรจะใช้สรรพนามอย่างไรกับคนตรงหน้านี้ดี จะเรียกพี่พฤกษ์ก็ดูไม่เหมาะสมกับเจ้าตัว จะเรียกคุณพฤกษ์เหมือนไอ้อินทร์เลยก็รู้สึกกระดากปากอยู่ในระดับหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็รวมกันเรียกแบบนี้แม่งไปเลยแล้วกัน ง่ายดี ไม่ต้องคิดเยอะ เป็นทั้งพี่เป็นทั้งคุณ อวยยศให้สูงไปเลย 

“คุณพี่กำลังทำอะไรอยู่” อัคราแตะเบา ๆ ที่หัวไหล่ ทว่าอีกคนก็ยังนิ่งและจ้องมองไปที่กำแพงเปล่า ๆ ชายหนุ่มหันไปมองตามบ้าง ทั้งดูก็แล้วเพ่งก็แล้วแต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรให้น่าสนใจสักนิด 

“นี่อย่าบอกนะว่ากำลังคุยกับสิ่งที่มองไม่เห็น” ชายหนุ่มเอามือทาบอก “บ้าน่า.. เป็นไปไม่ได้” 

“หนวกหู” เสียงนุ่มพึมพำ คุณพฤกษ์หันมามองเขาก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อัคร? ” 

“ผมเอง” 

“นี่ผม..ฝันไปอยู่หรือเปล่า” อัคราถึงกับผงะเมื่อมือเรียวยื่นมาแตะข้างแก้มตนเอง “เป็นคุณจริง ๆ หรืออัคร” 

ชายหนุ่มขมวดคิ้วกับสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้แทนตัวและเรียกเขา แต่ก็คงเพราะความมึนเมาถึงได้แสดงออกมาแบบนี้ 

“ไม่เชื่อก็ตบ—เพี๊ยะ! ” หน้า ตัว เอง ดู สิ 

ยังไม่ทันจะพูดให้จบก็ถูกฝ่ามืออรหันต์ฟาดเข้าทีเดียวหน้าสะบัดไปอีกด้าน อัคราถึงกับปากสั่นก่อนจะหันกลับมาตามแรงตบของอีกฝ่ายด้วยความมึนงงปนเจ็บแสบ อูย.. เขายกมือขึ้นจับใบหน้า เมื่อสักครู่รู้สึกเหมือนกรามจะโยกอย่างไรอย่างนั้น 

“ไม่ใช่.. ไม่ใช่เขา” คุณพฤกษ์บ่นพึมพำก่อนจะผลักเขาให้ออกห่าง “เขาไม่มีหัวสีแสบตาชาวบ้านแบบเธอ” 

อัคราฉุนขาดแต่กระนั้นก็ยังอุตส่าห์ปั้นหน้ายิ้ม ไม่ถือสาหาความเอากับคนเมา 

“จ้า ขอโทษละกันเนอะที่หัวผมมันไปแสลงตาคุณพี่” 

“เขี้ยว..” คนเมาเรียกชื่อใครสักคนก่อนจะล้วงหากุญแจรถในกระเป๋า “มันคงรอฉันอยู่” 

“ใจเย็น” เขาจับแขนอีกฝ่าย “ผมโทรตามไอ้อินทร์แล้ว เมาแบบนี้อย่าขับเลยมันอันตราย” 

“อย่ายุ่ง” ฝ่ามือเรียวตีแขนเขาดังเปรียะ พูดว่า “หลีกไป” 

ร่างโปร่งเดินโงนเงน ก้าวไปข้างหน้าได้หนึ่งก็ถอยหลังกลับมาอีกสอง เดี๋ยวเอียงไปซ้าย เดี๋ยวก็ไปขวา โซซัดโซเซอยู่อย่างนั้นหลายนาทีกว่าจะไปถึงรถยนต์ทั้งที่ก็จอดอยู่ไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ พอไปถึง มือยังไม่ทันจะได้จับประตูก็หน้าคว่ำลงกับหลังคารถและยืนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นไปเสียแล้ว 

“โอ๊กกกกกกกก!! ” เสียงอาเจียนดังขึ้นจากอีกด้าน ชายหนุ่มจึงนึกเป็นห่วงฉัตรตะวันขึ้นมาแต่พอหันกลับไปดูก็เห็นว่าคนที่โก่งคอส่งเสียงโอ้กอ้ากดันเป็นพี่พนักงานคนนั้น ส่วนฉัตรตะวันกำลังนั่งยอง ๆ เอามือลูบหลังอีกคนให้ทั้งที่ตายังปิดอยู่ 

อัครามองภาพนั้นก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมาที่ขมับ รู้สึกทนไม่ไหวจนอยากจะกรี๊ดออกมาอีกครั้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับคนเมาที่ยืนหลับหัวทิ่มกับหลังคารถดี เสียงบีบแตรก็ดังลั่นขึ้นมาจนเขาสะดุ้ง 

“เชี่ยไอ้อินทร์! ” อัคราด่าเพื่อน “กูต๊กกะใจ! ” 

อินทรชิตกระโดดลงมาจากดูคาติ พุ่งมาหาคนเมาอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดกับเพื่อนสนิทสักคำ ชายหนุ่มดึงคนเมาที่ตัวอ่อนปวกเปียกมาไว้ในอ้อมแขนและประคองศีรษะให้ซบลงบนซอกคอก่อนจะจ้องเขม็งไปที่อัครา 

“มึงจะทำอะไร” 

“กูยังไม่ได้ทำอะไร! ” 

“อย่าให้กูรู้” ชายหนุ่มชี้หน้า 

“กูแค่จับแขน..” 

“นั่นปะไร ไอ้เพื่อนชั่ว!! ” 

อัคราเอี่ยวตัวหลบฝ่าเท้าเพื่อนสนิทก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ 

“ใจเย็นเพื่อนรัก” เขาหัวเราะแห้ง “กูสาบาน แค่พยุงเขาเฉย ๆๆ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีไม่งามให้มัวหมองเลยไอ้เหี้ย เชื่อกูเถ๊อะ! ” 

“..หนวกหู” 

“.....” อินทรชิต 

“.....” อัครา 

“คุณเมามากแล้ว กลับบ้านเรานะครับ” 

ราวกับเสียงสวรรค์มาโปรด พอคุณพฤกษ์พูดขึ้นมาคำเดียวไอ้เพื่อนหมาบ้าของเขาก็เชื่องลงทันตาเห็น มันไม่หันมาสนใจเขาอีกเลย ความสนใจทั้งหมดของมันอยู่ที่คุณพฤกษ์เพียงคนเดียว อินทรชิตถือวิสาสะล้วงเอากุญแจจากกระเป๋ากางเกงมาใช้เปิดประตูรถ จับคนเมานั่งเบาะหน้าและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพก่อนจะเดินมาล่ำลาเพื่อนสนิท 

“เดี๋ยวมึงเจอกูวันหลัง” 

อัคราตีความไปในแง่บวกก่อนว่ามันคงหมายถึงค่อยเจอกันวันหลังนะ วันนี้ขอตัวกลับบ้านก่อน 

“อุ๊บ ..อ๊วกก! ” อินทรชิตชะโงกหน้าไปด้านหลัง เห็นฉัตรตะวันกับใครอีกคนกำลังอาเจียนอยู่แถว ๆ กระถางต้นไม้ อัคราหันตามไปมองก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ 

“พี่ฉัตรแม่งเมาเหมือนหมา” 

ชายหนุ่มหรี่ตามอง “มึงรู้จักเขาด้วยหรือไอ้อัคร? ” 

“แม่รู้จักกัน กูกับพี่แกเลยเจอกันบ่อย” 

“บังเอิญจริง ๆ ..” 

“มึงพูดอะไรนะ” 

อินทรชิตกระแอม “ถ้าอย่างนั้นมึงก็ไปส่งเขาแล้วกัน” 

“เออ ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น” 

“งั้นกูไปก่อน” 

“เดี๋ยว! ” อัคราเรียกก่อนจะแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมาอีกครั้ง “กูไม่ได้ทำอะไรเขาจริง ๆ นะมึง” 

“อืม” อินทรชิตพยักหน้า “เมื่อกี้กูกลัวมากเกินไปหน่อย ขอโทษที่พาลใส่มึงด้วย ส่วนรถกูขอฝากจอดไว้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเอา” 

“เออ ๆ ดีแล้ว ๆ อย่าโกรธกัน ๆ เรื่องรถเดี๋ยวกูบอกพี่เขาให้” 

แม้จะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘กลัวมากเกินไปหน่อย’ แต่อัคราก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจมากมายนัก แค่ไม่มีอะไรผิดใจกับอีกฝ่ายก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว 

“ขับรถดี ๆ นะมึง” 

 

 

 

“ร้อน” 

อินทรชิตขับรถออกมาได้ไม่ถึงห้านาที คนเมาที่ก็เริ่มขยุกขยิก คุณพฤกษ์ถอดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนจะยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตนเองจนหมด ชายหนุ่มที่กำลังตั้งใจขับรถ พอหันไปด้านข้างอีกทีเจอความขาวผุดผ่องสาดใส่ตาเข้าหน่อยก็เกือบจะหักพวงมาลัยหลบรถยนต์ด้านหน้าไม่ทัน 

“ผม อะแฮ่ม! ..” เขาพูดใหม่ “ผมเร่งแอร์ให้ครับ” 

“เขี้ยว? ” เสียงนุ่มเรียกหาก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้เสียจนลมหายใจร้อนจัดผสมกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดอยู่ข้างลำคอ อินทรชิตเกร็งไปทั้งตัว ตอบกลับไปว่า 

“ผมเอง” 

“มาได้ยังไง อึ่ก..” คุณพฤกษ์สะอึก “ฉันบอกให้รออยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือ” 

“ผมไม่ใช่หมาเหมือนไอ้โจอี้นะที่พอคุณบอกให้รอก็รออยู่อย่างนั้นไปจนตายน่ะ” 

“แกหงุดหงิด..” 

คุณพฤกษ์พูดอย่างนั้นก่อนจะทิ้งศีรษะซบลงตรงไหล่และถูขึ้นลงเบา ๆ “โกรธหรือ” 

โอเค ..เขายอมเป็นหมาก็ได้ 

“เปล่าครับ แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเมาขนาดนี้” 

“ฉันแค่ดื่มเป็นเพื่อนคุณฉัตรเท่านั้นเอง” คราวนี้เปลี่ยนจากศีรษะมาใช้แก้มนุ่ม ๆ อุ่น ๆ เบียดไปมากับแขนแกร่ง อินทรชิตถึงกับไปไม่เป็น ชายหนุ่มนั่งตัวแข็งทื่อเป็นหิน ตามองตรงไปยังถนนตรงหน้าทว่าภายในอกกลับเต้นเร่าและบีบรัดจนทรมานไปหมด 

“คุณพฤกษ์กำลังอ้อนผม” ชายหนุ่มเสียงสั่น 

“ไม่ได้อ้อน” คุณพฤกษ์ว่า “ฉันทำแบบที่แกทำ” 

คุณเขาว่าพลางช้อนสายตางามงอนขึ้นมอง อินทรชิตจอดรถยนต์ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ ใช้ริมฝีปากจูบระหว่างคิ้วสวยและแก้มนุ่มที่กำลังขึ้นสีแดงจัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ 

“นั่นแหละครับ ..อ้อน” 

คุณพฤกษ์ทำหน้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม 

เสียงนุ่มออกคำสั่ง “ไปคอนโด” 

“ไม่กลับบ้านหรือครับ” 

“ไม่” มือเรียวยกขึ้นนวดขมับ “ปวดหัว ฉันอยากนอนเร็ว ๆ ” 

เพราะคอนโดมิเนียมของพวกเขาอยู่ใกล้มากที่สุดในเวลานี้ อินทรชิตจึงใช้เวลาขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็สามารถพาคุณพฤกษ์มาถึงห้องชุดสุดหรูที่เอาไว้ใช้ซุกหัวนอนเป็นครั้งคราว ชายหนุ่มพยุงอีกฝ่ายนั่งลงบนโซฟาก่อนที่ตัวเองจะนั่งลงบนพื้น มือหนาทั้งสองยกเท้าข้างหนึ่งมาวางไว้บนตัก ค่อย ๆ ถอดรองเท้าและถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าเรียวสวยอย่างนุ่มนวล 

“อืม..” คนเมาครางออกมาเบา ๆ “เสียว” 

“อะไรนะครับ” 

“ฉันเสียว” ดวงตาเฉี่ยวคมหลังกรอบแว่นสีทองทอดมองลง คุณพฤกษ์เริ่มหายใจรุนแรง แก้มและผิวกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อทีละน้อยจนคนมองใจกระตุก 

“แต่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย” 

“แกทำอยู่” ฝ่าเท้าเรียวสวยที่วางอยู่บนตักอีกข้างถูไถไปมากับผิวกางเกงที่หยาบกระด้าง “อืม..” 

“คุณ ..พฤกษ์” 

“ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแข็ง” ไม่ว่าเปล่าแต่คุณเขายังใช้ฝ่ามือแหวกเสื้อเชิ้ตออกก่อนจะเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นอก อินทรชิตตัวแข็งทื่อ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเล่นสนุกกับเรือนร่างอย่างยั่วยวนแต่เขากลับเป็นแค่ไอ้งั่งที่เอาแต่นั่งจ้องตาไม่กระพริบ 

‘ไม่ได้’ เขากัดฟันกรอด ‘เอาเปรียบคนเมาไม่ได้’ 

“อะ อ๊า” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อคุณพฤกษ์กำลังลูบเน้นและบีบคลึงเป้ากางเกงตนเองอย่างหนักหน่วงก่อนจะปลดเข็มขัดออกแล้วล้วงเอาแกนกายที่แข็งตัวออกมาสาวขึ้นลง 

“อื้ม..” อินทรชิตนั่งจิกหน้าขาตนเองแน่น พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะข่มใจของตนไม่ให้เตลิดเปิดเปิง แต่ทุกอย่างก็พังครืนลงมาเมื่อขาเรียวสวยข้างหนึ่งวางพาดลงมาบนบ่า ส่วนฝ่าเท้าอีกข้างก็กำลังเสียดสีไปมากับหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง 

“เสียว..” 

คุณพฤกษ์พูดว่าเสียวทุกครั้งที่ใช้ฝ่าเท้าสัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกายของเขา อินทรชิตเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างจึงคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าทันที 

“ตรงนี้อ่อนไหวง่ายหรือครับ? ” 

“อ่า..” เสียงนุ่มครางตอบ ร่างโปร่งทิ้งแผ่นหลังพิงโซฟาและแหงนคอขึ้นบน อกขาวกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงมือที่รูดรั้งอย่างหนักหน่วง อินทรชิตช้อนสายตาขึ้นมอง เห็นเพียงแค่หัวนมสีแดงเรื่อทั้งสองข้างที่ลอยเด่นตัดกับแผ่นอกขาวผุดผ่องและลูกกระเดือกที่เคลื่อนลงจากการกลืนน้ำลาย 

“อ๊ะ..” คุณเขาสะดุ้งโหยงเมื่อริมฝีปากร้อนจูบลงบนฝ่าเท้า 

“ไม่ชอบหรือครับ” อินทรชิตเอ่ย 

“ไม่..” อีกฝ่ายตอบเสียงกระเส่า “ทำต่อไป” 

“แต่คุณเมา” 

“ฉันสร่างแล้ว” และ “ถ้าเป็นแกต่อให้เมาฉันก็โอเค” 

สิ้นเสียงคำนั้นก็เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่อดทนมาตลอดได้ทะลักทะล้นออกมา อินทรชิตหัวใจเต้นแรง ..แรงมาก แรงเสียจนรู้สึกเหมือนกับตนเองกำลังจะตาย ชายหนุ่มค่อย ๆ บรรจงจูบลงบนฝ่าเท้าเย็นเฉียบ ลากไล้ริมฝีปากลงมาถึงส้นเท้าและวนกลับขึ้นไปใหม่ 

“อ๊า.. เขี้ยว” ไม่มีอะไรจะสุขเท่าเสียงทุ้มนุ่มที่กำลังเพรียกหาเขา ..เพรียกหาแค่เขาแต่เพียงผู้เดียว 

“คุณพฤกษ์ ..คุณพฤกษ์ ผมรักคุณ” เขาเอ่ยชื่อผู้ที่ตนรักสุดหัวใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่ลิ้นร้อนจะแลบออกมาจากริมฝีปากและแทรกเข้าไปในช่องว่างระหว่างง่ามนิ้วเท้า ชายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมอง เห็นสีหน้าคุณเขามีอารมณ์จนถึงขีดสุด ฝ่ามือเรียวยังคงรูดรั้งแกนกายไม่หยุดหย่อน ปากสวยก็ส่งเสียงครวญครางออกมาให้ได้ยินไม่ขาด อินทรชิตที่เห็นคุณพฤกษ์เป็นอย่างนั้นเพราะตนเองก็รู้สึกย่ามใจ ทวีคูณความเร่าร้อนจากปลายลิ้นส่งไปปรนเปรอคุณเขาจนสุขสม 

หยาดของเหลวสีขาวข้นคลั่กพุ่งกระฉูดออกมาจากรูเล็ก ๆ บางส่วนไหลย้อนกลับลงไปที่ฝ่ามือ บางส่วนกระเด็นมาเปรอะเปื้อนใบหน้าเขา อินทรชิตวางฝ่าเท้าข้างนั้นลงบนเป้ากางเกงก่อนใช้นิ้วมือปาดคราบคาวที่ติดอยู่ข้างแก้มเข้าปากและดูดเลียนิ้วมือจนหมด แม้รสชาติจะขมเฝื่อนคอกว่าทุกครั้งแต่เขาก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นผลมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ 

“สกปรก” เสียงหอบดังขึ้นพร้อมกับคุณพฤกษ์ที่ลุกนั่งตัวตรง ดูจากท่าทางและน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำกว่าก่อนหน้านี้คุณเขาคงจะสร่างเมาเหมือนอย่างที่บอกแล้วจริง ๆ 

“ผมไม่รังเกียจ” 

คุณพฤกษ์เลิกคิ้วก่อนจะส่งนิ้วชี้เรียวยาวล้วงเข้ามาในปากเขา เสียงนุ่มท้าทาย 

“งั้นก็เลียให้หมดสิ” 

อินทรชิตทำตามคำพูดนั้นแทบจะทันทีโดยไม่อิดออด ชายหนุ่มอมนิ้วเรียวเข้าไปในปากก่อนจะรูดเอาของเหลวที่ติดอยู่ตามนิ้วกลืนลงคอจนหมด และแน่นอน.. ว่าเขาทำอย่างนั้นกับอีกสี่นิ้วที่เหลืออยู่ 

“แกเองก็แข็งแล้วนะ” คุณพฤกษ์ว่าขณะใช้ฝ่าเท้าเหยียบคลึงไปมาบนเป้ากางเกงที่คับตึง 

“ให้ฉันช่วย–” 

“ผมไม่อยากโดนอมอีกแล้ว” เขาร้องขอเผื่ออีกฝ่ายจะใจอ่อนยอมเมตตาตนสักครั้ง คุณพฤกษ์นิ่งไปราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ชายหนุ่มเห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันก็เริ่มหวาดกลัวว่าคุณเขาจะโกรธเพราะความโลภมากของตน อินทรชิตนั่งนิ่ง ไม่ยอมปริปากหรือขยับตัวไปไหน เขากำลังนับหนึ่งถึงร้อยอยู่ในใจเพื่อฟังคำตอบ 

“ได้” เสียงนุ่มเอ่ย “ทำอย่างที่แกต้องการมาตลอดเถอะ” 

 

 

“อื้ม! ..” เสียงนุ่มร้องขึ้นเมื่อเรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก มันไล่ล่า รุกล้ำและกวาดต้อนเขาเสียจนเพลี่ยงพล้ำ พฤกษ์รู้สึกสมองมึนชาคิดอะไรไม่ออกนอกจากความรู้สึกเสียวสุดยอดจากปลายลิ้นที่ถูกอีกฝ่ายดูดเลียอย่างตะกละตะกลามราวกับจะกินลิ้นของเขาอย่างไรอย่างนั้น 

เขาทุบบ่าอีกฝ่ายแรง ๆ ก่อนผละจากมา 

“ฉัน.. แฮ่ก หายใจไม่ทัน” 

อินทรชิตเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองเผลอปลดปล่อยอารมณ์ให้ควบคุมมากไปจนเกินพอดี ชายหนุ่มจึงทำหน้าหงอย พูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด 

“ผมขอโทษ” เขาว่าพลางจูบลงบนริมฝีปากแดงซ้ำ ๆ “ผมคึกมากเกินไปหน่อย” 

พฤกษ์สูดหายใจเข้าปอดอีกสักเล็กน้อยก่อนจะพลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมตักอีกฝ่ายบนโซฟา เขาวางแขนโอบรอบลำคอแกร่งและทาบริมฝีปากลงไปอย่างแผ่วเบา พฤกษ์ไม่ได้สอดลิ้นร้อนเข้าไปทว่าใช้กลีบปากขบและดูดดึงกลีบปากล่างของอีกคนเล่นอย่างยั่วยวน 

“คุณพฤกษ์อนุญาตให้ผมทำรุนแรงได้แค่ไหน” เสียงเข้มกระซิบถามพลางไล่จูบตั้งแต่ปลายคางลงมาที่ลูกกระเดือก 

“จนกว่าฉันจะบอกว่าไม่ไหว” 

พฤกษ์ว่าก่อนจะจงใจบดสะโพกช่วงล่างเสียดสีและถูไถไปมากับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแรง ๆ อินทรชิตยกมือขึ้นจับบั้นท้ายกลมกลึงที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงขายาว เขาบีบขยำและเค้นคลึงอย่างเมามันก่อนจะฟาดฝ่ามือลงมาอย่างรุนแรง 

“อ๊า” พฤกษ์สะดุ้งโหยงก่อนจะทิ้งใบหน้าซบลงบนบ่า 

“แกอยากตีก้นฉันหรือ? ” 

เสียงนุ่มถามอย่างใคร่รู้ 

“ผมอยากทำกับก้นของคุณมากกว่าตีเสียอีก” 

พฤกษ์ลุกออกจากตัก เขาเดินไปที่ลิ้นชักก่อนจะกลับมาพร้อมกับเจลหล่อลื่นและกล่องถุงยางอนามัย ชายหนุ่มโยนมันลงบนตักของอีกฝ่าย พูดว่า 

“ใส่ถุงยางซะ” 

“ผมอยากแตกใน” อินทรชิตทำสีหน้าเหงาหงอย 

“คุณกลัวเรื่องโรคหรือ? ผมยังไม่เคยมีเซ็กส์เลยนะ” เขาไม่ได้โกหกมดเท็จ ถึงกาลก่อนเขาจะมีเซ็กส์ไม่บันยะบันยังมาตลอดแต่สามปีที่ผ่านมานี้เขาไม่เคยนอนกับใครหน้าไหนเลย กับคุณพฤกษ์ที่ดูชำนิชำนาญขนาดนั้นก็เพราะอาศัยประสบการณ์เก่าที่สั่งสมมาทั้งนั้น 

“ฉันไม่เชื่อว่าแกไม่เคยนอนกับใคร” ร่างโปร่งว่า “ใส่ไปเถอะน่า ถึงไม่ใช่เพราะเรื่องโรคก็เห็นแก่ฉันที่ต้องเป็นคนล้างคนเช็ดในสิ่งแกทำทิ้งไว้เถอะ” 

“กับคุณพฤกษ์ผมไม่อยากใส่ถุงยางเลย” 

“เป็นรุกก็พูดได้นี่ ลองมาเป็นรับดูบ้างไหมล่ะ” 

พฤกษ์เริ่มทำน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย ทำเอาชายหนุ่มถึงกับผวา อินทรชิตยิ้มแห้งก่อนจะรีบหยิบถุงยางอนามัยออกมาเตรียมจะสวมใส่ 

“รู้วิธีใส่ใช่ไหม” 

“ผมไม่ใช่เด็กเสียหน่อย” 

ชายหนุ่มถอดกางเกงขายาวและชั้นในออกจนเหลือเพียงแค่ท่อนล่างที่เปลือยเปล่า อินทรชิตเลิกเสื้อยืดของตนขึ้นมากองไว้ที่หน้าท้องก่อนจะงัดท่อนเอ็นขนาดใหญ่โตขึ้นตั้ง มือหนาข้างหนึ่งชักรูดขึ้นลงหนัก ๆ ไม่กี่ครั้งก็สามารถทำให้มันแข็งขึ้นกว่าเก่า พฤกษ์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับสั่นไหว ยิ่งมองเห็นลวดลายเส้นเลือดที่พาดผ่านไปมาก็ยิ่งรู้สึกว่าไอ้ของสิ่งนั้นมันเหมือนกับขนาดของสัตว์ป่ามากกว่าจะเป็นขนาดของมนุษย์เสียอีก 

“จ้องตาเป็นมันเลยนะครับ” เสียงทุ้มหัวเราะหลังจากที่สวมใส่ถุงยางอนามัยเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มกำแกนกายของตนไว้ในมือก่อนจะส่ายมันขึ้นลงเหมือนกำลังเชื้อเชิญเขา 

“ไม่ต้องห่วง มันเป็นของคุณพฤกษ์คนเดียวเท่านั้น” 

อินทรชิตลุกขึ้นยืนขณะที่เขาล้มตัวลงนั่งบนโซฟา อีกฝ่ายช่วยถอดกางเกงและชั้นในออกจากเรียวขาก่อนจะจับเขาให้หันหน้าเข้ากับพนักพิงโซฟา พฤกษ์เท้าแขนกับเบาะด้านบน ใบหน้านุ่มนวลหันกลับมาพูด 

“แกทำเป็นใช่ไหม? ” 

“คอยดูเถอะครับ” 

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะบีบสารหล่อลื่นลงบนฝ่ามือ 

“ใส่เยอะ ๆ ” อีกฝ่ายสั่งเสียงเด็ดขาด “รู้ใช่ไหมว่าของตัวเองใหญ่กว่าชาวบ้าน แกอยากให้ฉันเจ็บหรือไง” 

“โธ่ ทูนหัว” อินทรชิตจูบลงบนกระหม่อม “ใครจะไปอยากเห็นคุณเจ็บ” 

“ดี” พฤกษ์ว่าก่อนจะหันหน้ากลับไป 

อินทรชิตบีบสารหล่อลื่นออกมาอีกในปริมาณมากจนไหลลงมาที่ข้อมือ ชายหนุ่มจึงปาดเอาส่วนนั้นมาทาตรงท่อนเอ็นของตนก่อนจะนำส่วนที่เหลือมาชโลมให้ทั่วฝ่ามือ เขาสูดหายใจลึก รู้สึกตื่นเต้นจนแทบบ้าแต่ก็ต้องพยายามอดกลั้นไม่ให้ตนเองสติแตกหรือบ้าคลั่งจนทำอีกฝ่ายหวาดกลัวไปมากกว่านี้ 

ชายหนุ่มวางมือข้างหนึ่งลงบนก้นกลมที่อยู่เบื้องหน้า ใช้สารหล่อลื่นป้ายถูไปตามรอยจีบสีชมพูอ่อนที่เด่นชัดตัดกับผิวขาวผุดผ่องก่อนจะส่งนิ้วชี้รุกล้ำเข้าไปร่างกายเป็นนิ้วแรก 

“อ๊ะ..! ” คุณเขาครางออกมาราวกับแมวร้องตอนฤดูติดสัดเมื่อนิ้วเรียวยาวชำแรกแทรกผ่านไปเพียงครึ่งนิ้ว ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสูงขณะที่ไหล่บางห่อเข้าหากัน ถึงจะเห็นทุกอย่างจากข้างหลังแต่นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกกำหนัดเพิ่มขึ้นจากเดิมเสียอีก 

“ทำต่อสิ” คุณพฤกษ์ว่าหลังจากที่เขาไม่ขยับนิ้วมือไปไหนเลยเป็นเวลาเกือบหนึ่งนาที อินทรชิตที่เห็นว่าผนังอ่อนนุ่มที่บีบรัดนิ้วมือเริ่มคลายตัวจึงค่อย ๆ ดันส่วนที่เหลือเข้าไปอย่างใจเย็น 

“เจ็บไหมทูนหัว” 

คุณเขาส่ายศีรษะ เขาจึงเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกช้า ๆ 

“อ๊ะ! ..อื๊อ” 

ชายหนุ่มกระทำเช่นนั้นจนรู้สึกว่านิ้วมือสามารถขยับได้ง่ายและไหลลื่นมากขึ้นจึงกดนิ้วกลางเข้ามาภายในเป็นนิ้วที่สอง 

“คุณพฤกษ์ครับ” ร่างสูงลุกขึ้นและโน้มตัวลงจนอกหนาซ้อนทับกับแผ่นหลังบาง อินทรชิตจูบลงต้นคอขาวสะอาด พูดว่า “เจ็บหรือเปล่า” 

“อ่ะ.. ยังได้อยู่” 

“งั้นผมจะขยับแล้วนะครับ” 

เขาว่าก่อนจะขยับสองนิ้วเข้าออกอย่างช้า ๆ คุณพฤกษ์ซบใบหน้าลงและจิกเล็บบนโซฟาไว้แน่น ชายหนุ่มที่เห็นว่าอีกคนกำลังเจ็บปวดก็เริ่มใช้ทุกส่วนของร่างกายเสียดสีและเล้าโลมหวังให้คุณเขารู้สึกซ่านเสียวจนลืมความเจ็บปวดนี้ไปได้ 

“อ๊า.. เขี้ยว” ใบหน้าสวยเอี่ยวกลับมาด้านหลังพร้อมร้องขอเอาจากเขา “จูบฉัน” 

อินทรชิตโน้มใบหน้าลงและทำตามคำสั่งเอาแต่ใจนั้นอย่างยินดี เขาบดริมฝีปากลงไปอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่คนหยาบโลนอย่างเขาจะสามารถทำให้ได้ โยนความรู้สึกเห็นแก่ตัวของตนเองทิ้งไปชั่วครู่ สิ่งที่สำคัญในตอนคือทำทุกอย่างให้คุณพฤกษ์รู้สึกดีมากที่สุด 

“อื้ม” เสียงครางดังขึ้นขณะที่เขาสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปาก ทั้งสัมผัสและเกี่ยวกระหวัดอีกเรียวลิ้นจนแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน อินทรชิตบรรจงจูบอย่างละเมียดละไมและอ่อนนุ่มเพื่อปลอบประโลมยอดดวงใจและขับไล่ความเจ็บปวดให้เลือนหายไป 

“อีกนิ้ว.. เพิ่มอีก” 

“แต่” 

“ของแกใหญ่” คุณเขาเบ้หน้า “เร็วสิ” 

อินทรชิตหมดหนทาง ขนาดสองนิ้วคุณพฤกษ์เขายังหน้านิ่วคิ้วขมวดขนาดนั้น ไม่อยากจะนึกเลยถ้าใส่เข้าไปสามนิ้วจะเป็นอย่างไรบ้าง… 

‘ทูนหัวตัวคุณก็เท่านี้เอง จะรับทั้งหมดของผมไหวหรือเปล่านะ’ 

ชายหนุ่มก้มลงจูบปากอีกฝ่ายก่อนจะค่อย ๆ ส่งนิ้วนางดันเข้าไปรวมกับอีกสองนิ้วข้างในโพรงอุ่นร้อน เขาแช่นิ้วทั้งสามค้างเอาไว้เพื่อรอดูท่าทีของคุณพฤกษ์ พอเห็นคุณเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนที่เป็นกังวลก็เริ่มขยับนิ้วเข้าออกอย่างเนิบนาบ 

“ซี๊ด..” 

อินทรชิตจูบลงบนไหล่เปลือย ส่วนเสื้อเชิ้ตก็เปิดลงไปกองอยู่ข้อแขน 

“เสียวหรือครับ” 

“สะ ..เสียว” คุณเขาฟุ่บหน้าลงและครางออกมา “อ๊า” 

ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าช่องทางข้างหลังขยายกว้างมากพอจึงค่อย ๆ ถอนนิ้วทั้งสามออก อินทรชิตเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนก่อนจะใช้ฝ่ามือสาวแกนกายของตนให้ตั้งชันพร้อมสอดใส่ 

“ผมจะใส่แล้วนะ..” ริมฝีปากร้อนกระซิบชิดหลังใบหู น้ำเสียงหนักแน่นและเริ่มเปลี่ยนไปราวกับคนละคน 

“ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหนีไปไหนได้อีกแล้ว” 

เขาพูดเช่นนั้นราวกับจะสลักถ้อยคำที่ว่าผูกมัดอีกฝ่ายเอาไว้กับตนไปชั่วชีวิต อินทรชิตคำรามอยู่คอขณะที่กดปลายหัวมนใหญ่เข้าไปในช่องทางคับแคบตรงหน้า 

“อ๊า อ๊า! ” คุณพฤกษ์เชิดคอขึ้นสูงพร้อมกับสูดปากไม่หยุด มือหนาข้างหนึ่งเปลี่ยนมาตะปบบั้นเอวบางข้างหนึ่งไว้แน่น ..เพราะเขากลัว กลัวว่าหากจับเอาไว้ไม่แน่นพอคุณพฤกษ์อาจจะหนีจากเขาไปอีกหน 

“มันเข้ามาหมดแล้วหรือ” คุณเขาเสียงสั่น อินทรชิตจึงตอบไปตามความจริงว่า 

“ยังได้แค่ครึ่ง” 

“อึ่ก.. ช้า ๆ ” 

“ครับ.. ช้า ๆ ” ชายหนุ่มว่าพลางใช้มืออีกข้างรองหน้าท้องราบเอาไว้ขณะที่อีกข้างก็จับอยู่บนบั้นเอวไว้มั่น เขาสูดลมหายใจลึกและค่อย ๆ ดันกลางกายขนาดใหญ่ของตนเข้าไปในช่องทางของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ..ใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดเขาทั้งสองก็เชื่อมต่อกันราวกับเป็นคน ๆ เดียว 

..อา ในที่สุด 

อินทรชิตสูดปากเสียงเบา ผนังนุ่มทว่าร้อนจัดกำลังบีบรัดท่อนเอ็นของเขาจนปวดหนึบไปหมด ชายหนุ่มทิ้งศีรษะซบลงบนแผ่นหลังบางก่อนจะใช้ริมฝีปากระดมจูบไปทั่วอย่างรักใคร่หวงแหน คุณพฤกษ์เป็นของเขาแล้ว เป็นของเขาในที่สุด นี่ไม่ใช่ความฝัน ถ้าหากเป็นความฝันเขาก็ขอไม่ยอมตื่นขึ้นมาพบเจอกับความอันโหดร้ายอีกต่อไป อินทรชิตคิดแบบนั้นอยู่ในหัว ตัวของเขาในตอนนี้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือภาพฝัน คุณพฤกษ์คนนั้นที่เขารู้จักเคยเป็นบุคคลที่เขาคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ แต่ดูตอนนี้สิ คุณพฤกษ์อนุญาตให้เขาได้อยู่ข้างกาย เคยแม้กระทั่งลูบศีรษะเขา เมตตาเขา กอดเขา จูบเขา ให้เขาได้สัมผัสและกระทำได้อย่างที่ใจปรารถนามาตลอด 

แล้วแบบนี้.. จะไม่ให้เรียกว่าฝันได้อย่างไรกัน 

ในที่สุดเขาก็ได้รับความรักจากคุณพฤกษ์บ้างเสียที 

“อ๊า.. อูย” คุณเขาร้องครางพลางเกาะโซฟาเอาไว้แน่นก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อร่างสูงกำยำกลับมีน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง 

“แกร้องไห้ทำไม? ” เสียงนุ่มเอ่ยถามอย่างตกใจจนลืมความเจ็บจุกเบื้องล่างไปจนหมด 

“ผม.. ฮึก” อินทรชิตตาแดงก่ำ เขาเอ่ยออกมาทั้งที่ยังร้องไห้ออกมาไม่หยุด “ผมรักคุณพฤกษ์” 

“เด็กน้อย” คุณเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะยื่นฝ่ามือออกมาเพื่อเกลี่ยน้ำตาจากใบหน้านั้นให้ อินทรชิตแนบแก้มของตนกับฝ่ามืออีกฝ่ายด้วยความรักและเทิดทูนบูชาเหนือสิ่งอื่นใด 

“ผมรักคุณ” 

 

 

“อ๊า! อึ่ก.. ช้า ๆ อ่ะ เดี๋ยว.. เดี๋ยวก่อน ขะ เขี้ยว อ๊าง! ” 

ร่างโปร่งที่นอนคว่ำอยู่บนโซฟาร้องออกมาด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นขณะที่สะโพกส่วนหลังถูกยกขึ้นสูง ชายร่างกำยำที่ยืนชันเข่าอยู่ด้านหลังส่งเสียงคำรามในลำคอก่อนจะสวนเอวสอบกระแทกกระทั้นแกนกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง 

“อ่า.. คุณพฤกษ์ ..คุณพฤกษ์” อินทรชิตเหมือนคนสติหลุดไปแล้ว ชายหนุ่มเอาแต่ร้องเรียกชื่อเขาอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา พอผ่อนจังหวะลงบ้างก็จะโน้มตัวมาถามเขาว่าเจ็บหรือเปล่า ทนไหวไหม แต่ไม่ว่าเขาจะตอบออกไปอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมหยุด มีแต่จะทวีความรุนแรงและตะบี้ตะบันใส่เสียจนเขาหัวสั่นหัวคลอนไปหมด 

นี่มันไม่ใช่แบบที่เขาคิดเอาไว้เลย ..ทำไมอีกฝ่ายถึงเป็นคนควบคุมทุกอย่างแบบนี้! 

“หยุด” 

“ผมหยุดไม่ได้ ..อา เสียวไปหมด” 

“แกสนุกอยู่คนเดียวแบบนี้ก็แย่สิ” เขาว่าก่อนจะยื่นมือไปดันหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเอาไว้ “หยุดก่อน” 

“อินทรชิต” 

เจ้าของชื่อหยุดทุกการเคลื่อนไหวทันตาเห็น ชายหนุ่มมีสีหน้าหงุดหงิดที่แสดงออกอย่างเปิดเผยแต่กระนั้นก็ไม่กล้าหาญพอที่จะขัดใจหรือพูดอะไรที่เอาแต่ใจตนเองออกมา พฤกษ์ที่เห็นช่องทางก็ผลักอีกคนให้หงายหลังนอนลงไปบนโซฟาจากนั้นจึงหมุนตัวกลับมาคร่อมอยู่ด้านบนทั้งที่ส่วนล่างยังเชื่อมต่อกันอยู่ภายใน 

“อ๊า..” คราวนี้จะเป็นอินทรชิตที่ต้องนอนส่งเสียงครางออกมาแทน พฤกษ์ยกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะนั่งทับแกนกายลงมารวดเดียวจนสุดลำ 

“อึ่ก..” ยอมรับว่าขนาดของมันทำให้เขาจุกจนน้ำตาเล็ด ทว่าพอปรับตัวได้ก็ไม่ได้เจ็บจนทรมานเหมือนครั้งแรกที่สอดใส่ 

“เสียวไหม? ” เขาถามพลางลูบฝ่ามือลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยลอนซิกแพ็ค 

“สะ เสียวครับ อ่า..” ชายหนุ่มสูดปากอย่างทรมานเมื่อเขาเอาแต่ขยับสะโพกไปมาอย่างเนิบนาบไม่ทันใจ พฤกษ์ยิ้มพรายก่อนจะเหยียดตามองอีกคนผ่านเลนส์แว่นที่สวมใส่อยู่ ร่างโปร่งโน้มตัวลงและแลบลิ้นเล็กออกมาแล้วตวัดเลียเน้น ๆ ตรงหัวนมสีคล้ำ อินทรชิตถึงกับเชิดหน้าขึ้นสูงแล้วครางเครือออกมาไม่หยุดเมื่อเขาใช้ลิ้นปรนเปรออีกฝ่ายอย่างช่ำชอง 

“คุณพฤกษ์.. ซี๊ด ทูนหัว อย่า.. อย่าแกล้งผม” ชายหนุ่มพูดเสียงกระเส่าก่อนจะเคลื่อนฝ่ามือลงไปกุมแกนกายของผู้ที่กุมบังเหียนอยู่ด้านบนหวังเพื่อจะเอาอกเอาใจ พฤกษ์หายใจสะดุด เขากัดริมฝีปากแน่นขณะมองคนใต้ร่างลูบไล้และชักรูดท่อนเอ็นที่แข็งยาวของตนหนักบ้างเบาบ้างสลับกัน 

“อย่างนั้น.. อ๊า คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้า” อินทรชิตครางออกมาอย่างหมดรูปเมื่อเขาเริ่มบดเอวลงไปแรง ๆ ยิ่งพฤกษ์กระทำมากขึ้นไปเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ยิ่งครางกระเส่าและหอบหายใจรุนแรงราวกับสัตว์ป่าอย่างไรอย่างนั้น 

“อ๊ะ.. คุณพฤกษ์ ผมรักคุณ… อื๊อ–” 

พฤกษ์นึกสนุก เขาหยิบชั้นในของตนเองที่ถอดทิ้งเอาบนโซฟาขึ้นมาขยำเป็นก้อนก่อนจะยัดเข้าไปในปากของอินทรชิตในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังครางออกมา 

“เป็นไง? รู้สึกดีไหม? ” เขาว่าขณะที่ร่อนสะโพกควบแกนกายที่คับแน่นอยู่ภายในไม่หยุด ความยาวของมันสาวเข้าสาวออกจนสุดลำ มิหนำซ้ำยังกระแทกโดนจุดเสียวของเขาแทบจะทุกครั้ง พฤกษ์เริ่มจะเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวเสียเอง เขารู้สึกตื่นเต้นและกระสันกำหนัดมากกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยมีเซ็กส์ ความรู้สึกนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อา.. ยิ่งบดสะโพกตอดรัดท่อนเอ็นใหญ่ยักษ์นั่นมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกดีจนแทบคลั่ง ให้ตายเถอะ ..เขาชอบมัน ชอบมันจริง ๆ ชักจะชอบมากขึ้นไปเสียแล้วสิ 

อา.. พฤกษ์เร่งจังหวะเอวและสะโพกของตนเองพอ ๆ กับที่อินทรชิตเร่งจังหวะรูดรั้งแกนกายของเขา ความสุขสมและเสียวกระสันเพิ่มขึ้น มันเพิ่มพูน ..มากขึ้น เพิ่มจำนวน และสั่งสมเอาไว้เรื่อย ๆ จนจวนเจียนใกล้จะปะทุออกมา 

“อ๊า อ๊า.. ฉัน” พฤกษ์ครางไม่เป็นไรศัพท์ เขาวางมือลงบนหน้าอกขนาดใหญ่ของอีกฝ่ายก่อนจะบีบขยำและจิกเล็บลงไปอย่างรุนแรงเพื่อระบายความเสียวที่ใกล้จะเสร็จสมของตนเอง กระทั่งช่วงเวลานั้นมาถึง พฤกษ์กระแทกสะโพกลงมาอย่างหนักก่อนจะกระตุกไปทั้งร่างและหลั่งของเหลวออกมาเปรอะเปื้อนฝ่ามือของชายหนุ่มเป็นหนที่สอง 

“อื้อ.. ” พฤกษ์ทิ้งร่างอันอ่อนเหลวไร้เรี่ยวแรงของตนลงมาทับอีกฝ่ายอย่างแรง เขานอนหอบหายใจอย่างหนักก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง ทว่า.. 

“ผมยังไม่เสร็จเลยนะครับ” 

เสียงเข้มปนหอบดังขึ้นอยู่เหนือศีรษะก่อนที่ร่างกายของพฤกษ์จะถูกวงแขนใหญ่โตรวบเข้าไปกอดไว้แน่นก่อนจะยกขึ้นนั่งท่าเดิม แต่คราวนี้อินทรชิตกลับลุกขึ้นมาด้วยอีกคน 

“ฉันไม่ไหวแล้ว” พฤกษ์ทำเสียงออดอ้อนพลางกอดคออีกคนไว้ 

“อย่าเห็นแก่ตัวสิทูนหัว” 

อินทรชิตตอบกลับด้วยสีหน้าร้ายกาจก่อนจะกระชับร่างของเขาเอาไว้แน่น ริมฝีปากหนาครอบลงมาบนหัวนมก่อนที่ลิ้นร้อนจะตวัดเลียจนพฤกษ์เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้เตรียมตัวหรือเตรียมใจ จู่ ๆ อีกฝ่ายก็กระแทกสะโพกสวนขึ้นมาจากด้านล่างทีเดียวจนสุด! พฤกษ์สะดุ้งเฮือก เขาเบิกตากว้างก่อนจะผวาตัวเข้ากอดศีรษะของอินทรชิตเอาไว้แนบอก 

“อื๋อ! อ๊า..” 

“คืนนี้มันไม่จบง่าย ๆ หรอก คุณพฤกษ์ไม่มีทางรู้เลยว่าผมรอวันนี้มานานแค่ไหน ผมจะทำให้คุณเบลอจนจำอะไรไม่เลยนอกจากผมคนเดียว! ” 

นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินจากอินทรชิตก่อนจะถูกอีกฝ่ายตะบี้ตะบันร่วมรักครั้งแล้วครั้งเล่า ..ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเขาแทบจะจำทางกลับบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ 

ก่อนเขาจะหลับตาลงเพราะความเหนื่อยล้า เขาเห็นร่างสูงของอินทรชิตดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอด อีกฝ่ายกอดเขาแน่นราวกับว่าเขาจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น นอกจากกอดก็ยังจูบ อินทรชิตไล่จูบไปทุก ๆ ส่วนของร่างกาย และทุก ๆ ที่ที่ริมฝีปากนั้นเคลื่อนผ่านยังฝากรอยกัด รอยฟันและรอยดูดเป็นจ้ำแดง ๆ เอาไว้ทุกแห่งหนเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของเพียงหนึ่งเดียว 

“ผมรักคุณ ได้ยินไหมครับ” 

หลังจากนั้นเขาไม่สามารถรับรู้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้อีกเลย สิ่งที่พฤกษ์รับรู้ได้มีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น 

สุดยอด ..แรงดีไม่มีตกจริง ๆ 

ชายหนุ่มเนี่ยพลังงานล้นเหลือดีจริง ๆ เลยนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว