email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Special - ||

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 947

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2564 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Special - ||
แบบอักษร

 

 

Special - ||

 

"วันนี้ไปกินข้าวบ้านฉันนะ" ผมเอ่ยปากชวนหลังผ่านจากบทสนาของเราวันนั้นมาได้เกือบเดือน ไม่ใช่ว่าผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปเฉย ๆ หรอกนะ คนจะหมั้นหมายจะสู่ขอมันก็ต้องวางแผนก่อน

 

แต่ละวันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร..

 

"ทำไม?" พีคเอ่ยถามพร้อมกับเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมกลับบ้าน ทุกวันนี้ผมแทบจะสิงร้านพีคอยู่แล้ว เรียกว่าเป็นพนักงานขายคนนึงเลยก็ว่าได้เพียงแค่ไม่เอาเงินเดือนแค่นั้นเอง

 

ที่จริงพีคก็บอกจะให้อยู่หรอก แต่ผมไม่อยากเอาเผื่อวันนึงเป็นครอบครัวเดียวกันยังไงเงินทองก็ไม่สำคัญเท่าไหร่

 

พูดถึงตอนนี้เถอะ ผมชวนพีคไปบ้านอีกครั้งเพราะอยากจะชวนไปดินเนอร์ ๆ กันแบบสองต่อสอง

 

"ก็อยากให้ไป"

 

"อืม" ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ตั้งแต่เราคบกันมาแบบเรียกว่าเป็นแฟนกันจริง ๆ พีคก็ตามน้ำง่ายขึ้น ไม่ค่อยเล่นตัวอะไร

 

ถึงผมจะยังเสียใจนิดหน่อยที่พีคไม่ท้องจริงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เธอบอกจะยอมมีให้มันก็คงจะต้องติดสักวัน ก็ได้แต่คิดชื่อลูกรอและจินตนการภาพตัวเองในอนาคตอยู่ทุกวัน

เอาตามตรงคือผมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองคงเข้ากับเด็กไม่ได้สักเท่าไหร่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าได้มาเลี้ยงเด็กที่เป็นลูกตัวเองจริง ๆ แล้วผมจะเป็นยังไง

 

"ถ้าแต่งงานแล้วจะมาอยู่ด้วยกันปะ" ผมถามขึ้นขณะที่รถแล่นอยู่บนท้องถนน แอบคิดอยู่หรอกเพราะทุกวันนี้เริ่มเหงายังไงชอบกล เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลยสักนิด

 

บางคืนก็มีกอดหมอนข้างจินตนาการว่าเป็นพีคด้วย ก็คนมันเหงาอะเนาะ คงต้องรีบขอลูกสาวเขามานอนกอด

 

"ก็ต้องแบบนั้น"

 

"งั้นแต่งกันเลย"

 

"แต่ฉันไม่อยากให้แม่อยู่บ้านคนเดียว เพราะงั้นอาจต้องคิดดูอีกทีในตอนที่เวลานั้นมาถึง" ทำไมพูดเหมือนจะไม่ได้มาอยู่บ้านเดียวกันยังไงไม่รู้ ก็แค่แม่พีคคนเดียว เอามาอยู่ด้วยกันไปเลยก็ได้นี่บ้านผมออกจะใหญ่โต

 

"ให้แม่มาอยู่ด้วยกันดิ"

 

"ไม่มีทางหรอก" เธอพูด "แม่คงไม่อยากทิ้งบ้าน"

 

"งั้นเดี๋ยวไปอยู่ด้วยเอง"

 

"..."

 

"นอนด้วยกันก็เคยทำมาแล้วกลัวอะไร" ผมพูดติดตลก แต่เรื่องที่เคยนอนด้วยกันแล้วเป็นเรื่องจริง ผ่านขั้นนั้นมาแล้วไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก ผมเดินเข้าออกบ้านนั้นได้สบาย และคงสบายกว่านี้ถ้าได้เป็นลูกเขย

 

"ฉันคิดว่าบางคืนนายอาจจะไม่ได้แค่อยากนอนกอดฉันเฉย ๆ" พีคพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบตึงขณะที่เรากำลังติดไฟแดงกันอยู่ ผมนี่รีบหันหน้าควับไปมองเธอทันทีที่ได้ยินงั้น

 

นี่ไม่ได้หูฟาดใช่ไหม? พีคพูดเรื่องทะลึ่งอยู่?

 

"กลัวเสียงดังรบกวนแม่?"

 

"อือ"

 

"หึหึ" ยอมรับซะด้วย งี้ผมจะไปกลั้นขำไหวได้ยังไงกัน คิดแล้วก็อยากจะขำให้ดังกว่าเดิมเสียจริง มีอะไรที่ผมคาดไม่ถึงเสมอเลยนะผู้หญิงคนนี้น่ะ

 

"ขำอะไร" เธอถามเมื่อผมยังหัวเราะไม่หยุดแต่ก็ไม่ได้หัวเราะเสียงดังจนน่าเกลียดอะไร

 

"ตรงไปหรือเปล่า?"

 

"ก็.."

 

"ก็?"

 

"ไม่มีอะไร"

 

"เราก็ทำเบา ๆ ดิ"

 

"..."

 

"ลองทำกันไหม?"

 

"ทะลึ่งเยอะเกินไปแล้วเปรม" พอเอาเข้าจริงก็เป็นตัวเองที่มาดุผมซะงั้น ผมเหลียวมองหน้าเธอเล็กน้อยว่าตอนนี้จะทำหน้าตาแบบไหนอยู่ก่อนจะพบว่าคนตัวเล็กข้าง ๆ แก้มแดงเป็นลูกตำลึงเลย อดใจไม่ไหวที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนวลขาวนั่นไปที

 

"ฉันแก่กว่าเธอหลายปีเรียกว่าพี่ได้จะดีมาก"

 

"ฝันไปเถอะ" พีคปฏิเสธอย่างไม่ต้องฉุกคิด เอาจริงผมก็อยากให้เรียกว่าพี่เปรมนะ เหมือนแซลมอนเรียกไอ้ปลื้มมันอาจจะน่ารักไปอีกแบบนึงก็ได้ ใครจะไปรู้

 

ยิ่งเป็นแม่คนปากแข็งคนนี้เข้าแล้วใหญ่ น่ารักตายเลย!

 

"น้องพีค"

 

"..."

 

"หนูพีค"

 

"ไอ้เปรม"

 

"เอ้า!" สองคำสั้น ๆ จากปากพีคทำเอาผมต้องหยุดทำพูดทุกอย่างลง ก่อนจะถูกเรียกว่าพี่ชาตินี้คงต้องถูกเรียกว่าไอ้เปรมไปก่อนอีกนาน

 

งั้นเรียกเปรมเฉย ๆ เหมือนก่อนหน้านี้ก็ได้.. ยังดี ยังดีกว่าไอ้เปรมแหละว่ะ!

 

ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งเราสองคนก็มาถึงบ้านของผม ผมหยิบอาหารสดที่ซื้อเอาไว้ออกมาวางไว้ในครัว ถึงจะเป็นการชวนพีคมาดินเนอร์แต่เราก็ต้องลงมือทำอาหารกันก่อนน่ะนะ

 

"อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?" พีคเอ่ยปากถามขึ้นระหว่างที่สองมือกำลังหั่นวัตถุดิบอยู่

 

พอดีว่าซื้อมาหลายอย่างน่ะ อยากกินอะไรก็เลือกทำได้เลย

 

"เธอ"

 

"อื้อ" พอผมพูดแบบนั้นพีคก็หันมาหาพร้อมกับทำท่าจะถอดเสื้อผ้าออก เหตุการณ์วันนั้นนี่ลอยเข้ามาในหัวของผมเลยครับ วันที่เรามีอะไรกันครั้งล่าสุดแล้วพอตื่นมาพีคก็หายไป

 

"ไม่เอางี้ดิ" ผมรีบคว้ามือเธอเอาไว้ให้แล้วหยุดการกระทำของเธอลงก่อนเธอจะทำอะไรมากกว่านี้

 

ใจคอไม่ดีเลยแหะ..

 

"หยอกเล่น"

 

"พีค.."

 

"ฉันล้อเล่นจริง ๆ ไม่ได้คิดจะทำจริงสักหน่อย" ว่าแล้วพีคก็หันกลับไปสนใจวัตถุดิบตรงหน้าต่อ ทำเอาคนอย่างผมใจคอไม่ดีไปเลยทีเดียว

 

"อย่าเล่นแบบนี้อีก มันใจหาย" ผมสวมกอดเธอจากด้านหลัง สูดกลิ่นกายหอม ๆ เข้าไปเต็มปอด สาบานได้เลยว่าที่หัวใจเต้นแรงตอนนี้มันเพราะกลัว กลัวว่าพีคจะไม่ได้รู้สึกกับผมเลยสักนิด

 

ตอนเธอทำเฉยใส่มันเดาไม่ออกจริง ๆ นะว่าเธอคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่น่ะ

 

"ทำไมใจหาย"

 

"ก็แล้วใคร.. ยอมเสียความเป็นตัวเองตอนนั้นล่ะ โคตรเย็นชาเลยจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนั้นอีกแล้ว" พูดไปก็กอดเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย โชคดีที่ไม่ถูกรำคาญ

 

"หมายความว่านายจะไม่ให้ฉันรุกแล้วเหรอ?"

 

"อืม ไม่ต้อง เดี๋ยวรุกเอง" ว่าแล้วมือไม้ผมมันก็เลื่อนไหลไปทั่วเหมือนมือปลาหมึก ก็ไม่ได้อยากจะกวนเท่าไหร่หรอก แต่ผมโดนอ่อยมาก่อน ถึงจะทำเอาใจหายไปแว้บหนึ่งก็เถอะ

 

"แล้วจะเข้ามาคลอเคลียทำไมเนี่ย"

 

"ก็เธออ่อยฉันอยู่"

 

"ถ้าไม่หยุดจะไม่ได้กินข้าวเย็นฝีมือฉันนะ"

 

"ทำไมจะได้กินอะไรแทน?"

 

"..."

 

"ฉันอดทนมาตั้งนาน.. พอโดนเธออ่อยนิดเดียวติดเลยว่ะพีค" พูดเล่นเหมือนกัน แต่ถ้าได้ก็ดีถือว่าเป็นผลพลอยได้ เพราะตั้งแต่วันนั้นก็คือเงียบเลย ผมต้องอยู่แบบเหงา ๆ กับน้องชายมาตลอด

 

"อยากโดนหั่น แทง หรือสับ?"

 

"โอเค ๆ ยอมแล้ว" ทว่าท่าทางของแม่หญิงคนนี้คงจะไม่เล่นด้วยสักเท่าไหร่ พอได้ยินแบบนั้นผมจึงผละออกจากพีคปล่อยให้เธอเริ่มทำอาหารไป ส่วนตัวผมทำได้แค่เพียงช่วยเป็นลูกมือก็เท่านั้น

 

แถมยังไม่ได้ทำอะไรมากมายอีก จับนู่นทำนี่ได้เพียงเล็กน้อยจริง ๆ พอทำอาหารเสร็จเรียบร้อยเราก็ลงมือทานอาหารกัน

 

บอกก่อนเลยว่าพีคเลิกงานกลับบ้านมันเวลาเกือบสองทุ่ม เพราะงั้นไม่ต้องถามเลยว่าเราจะได้กินข้าวเย็นกันตอนไหน กว่าจะทำอาหารเสร็จแล้วได้นั่งกินด้วยกันก็ปาไปสามทุ่มเกือบสี่ทุ่ม คืนนี้ผมเลยขอให้พีคนอนที่นี้ซะเลย ส่วนเรื่องเสื้อผ้ามันเรื่องเล็ก

 

อีกหน่อยก็คงต้องขนส่วนหนึ่งของเธอมาไว้บ้านผมแล้วล่ะ

 

"นายไปอาบน้ำเลยเปรม" ร่างบางเอ่ยปากไล่หลังเราทานข้าวด้วยกันเสร็จแล้วเธอกำลังล้างจานอยู่ ส่วนผมเดินเข้าไปสวมกอดพีคอีกครั้งพร้อมใช้คางเกยบ่ามนเอาไว้ ถึงจะต้องย่อตัวลงนิดหน่อยเพราะส่วนสูงของพีคที่ต่ำกว่ามากก็ไม่เป็นไร ไม่เมื่อยหรอก

 

"มีเรื่องสำคัญ"

 

"ไว้เดี๋ยวค่อยคุยไม่ได้หรือไง"

 

"ไม่เอา อยากคุยแล้ว"

 

"งั้นว่ามา" ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่สองมือเธอก็กำลังทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่ดีอยู่ไม่ยอมหยุด

 

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วจึงล้วงเอาแหวนวงเดิมออกมาอีกครั้ง ยื่นไปตรงหน้าของเธอในขณะที่เธอมือไม่ว่างอยู่นั่นแหละ ใช้โอกาสนี้แหละดีที่สุด!

 

"แต่งงานกันนะ"

 

"..." พีคชะงัก เธอมองแหวนตรงหน้าอยู่ครู่นึงแล้วจึงจะหันมาหาผม แต่ผมกอดรัดร่างเธอเอาไว้ก่อนไม่ยอมให้เธอหันมาหาง่าย ๆ

 

"อย่าหันมา"

 

"ทำไม?"

 

"ฉันอายอยู่" เพราะผมตอนนี้โคตรรู้สึกเขินเลย เหมือนไม่ใช่ผมอย่างนั้นแหละ ครั้งก่อนบุ่มบ่ามขอแต่งงานไปหน่อยเลยไม่ค่อยรู้สึกเขินอายเท่าไหร่ พอมาตั้งใจขอแบบนี้มันก็เล่นเอาทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

 

"..."

 

"ตอบก่อน"

 

"อือ ก็ต้องแต่งอยู่แล้ว" พีคตอบกลับเสียงหนักแน่น คำตอบที่ค่อนข้างพึงพอใจทำผมระบายยิ้มออกมาอ่อน ๆ พร้อมกับจูบลงบนหัวเธอไปที กว่าผมจะสวมแหวนให้พีคก็คือรอให้เธอล้างจานจนเสร็จนั่นแหละ

 

ก็แล้วใครจะไปคิด.. ว่าไอ้แหวนวงที่ซื้อมาเพราะอยากซื้อมันจะพอดีนิ้วของพีคพอดีเป๊ะ!

 

พรมลิขิตชัด ๆ เลย!

 

- The End -

 

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

 

ขออนุญาตปิดเรื่องค้าา

เขตห้ามรักเพื่อน เจอกันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะอัปให้ได้เยอะๆต่อวันเลยงับ Mission เดือนนี้คือต้องจบเรื่องน้ำใส!

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ รักเสมอ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและดาวที่มอบให้นะคะ😙

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว