ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 : ดร.เฟื่องฟู ครูของมาร์ค ซัคเคิลเบิร์ค (2)

ชื่อตอน : บทที่ 8 : ดร.เฟื่องฟู ครูของมาร์ค ซัคเคิลเบิร์ค (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 36

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2564 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 : ดร.เฟื่องฟู ครูของมาร์ค ซัคเคิลเบิร์ค (2)
แบบอักษร

“จริงดิ!” 

. 

“โอ้โหดีจัง...” , “เฮ๊ยโคตรสุดยอด...!” , “ ทำได้จริงเหรอวะ?” , “เราอยากลองเล่นบ้างอ่ะ” ฯลฯ สารพัดคำอุทาน คำเยินยอสรรเสริญและการแสดงความคิดเห็นมากมายเกิดขึ้นที่ด้านล่างเวที  

. 

พวกเด็กนักเรียนตื่นเต้นกันมากจนต้องงัดเอาสมาร์ทโฟนออกมาโพสต์โต้ตอบกัน ทั้งถ่ายรูป และแชทในอินบอกซ์ จากนั้นคุณครูก็ได้ถามต่อ 

. 

“สมเป็นอาจารย์ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กจังเลยนะครับ ดูเหมือนว่านวัตกรรมของด็อกเตอร์ จะก้าวกระโดดนำหน้าเขาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วใช่รึไม่ครับ?” 

. 

“โฮะๆๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกที่นำมาแสดงในวันนี้ยังเป็นแค่เครื่องต้นแบบ ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกสักระยะ และตอนนี้เราก็พยายามทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง Visual ตัวนี้อยู่ โดยการใช้อาสาสมัครเป็นนักเรียนม.ปลายในแต่ละประเทศเพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเอาไว้ โฮะๆๆ...” 

. 

“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่านักเรียนโรงเรียนอุดมรักของเรา จะได้รับโอกาสนั้นใช่ไหมครับดร.เฟื่องฟู?” 

. 

“ใช้แล้ว^^ โฮะๆ” 

. 

ท่านเจ้าเมืองเสียดายมากที่ไม่ได้มีโอกาสติดตามกิจกรรมนี้ต่อ เพราะมีงานราชการที่ต้องไปทำจึงได้ฝากฝังให้หลานรักอย่างเด็ดเดี่ยวจดบันทึกทุกอย่างลงในสมุดเอาไว้ กลับถึงบ้านตอนเย็นจะได้เอาออกมาเล่าให้ฟังซ้ำอีกรอบ  

เจ้าเมืองท่านก็เป็นคนแบบนี้แหล่ะ ท่านเป็นผู้นำสมัยใหม่เห็นอะไรแปลกใหม่ก็อยากรู้อยากเห็น ตรงกันข้ามกับเด็ดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง ก็แน่ล่ะเพราะเขาเกลียดโซเชียลเป็นทุนเดิมอยู่แล้วโลกออนไลน์แย่งเพื่อนๆ ไปจากเขา ยิ่งมาเห็นเทคโนโลยี Visual อะไรนี่แล้วยิ่งแย่ไปกันใหญ่ เพราะคราวนี้เพื่อนจะไม่ได้แค่แตะหน้าจอ แต่พวกเขาจะหายตัวไปแบบจริงๆ 

. 

หลังจากบอกลาท่านเจ้าเมืองที่หน้าประตูโรงเรียนเสร็จ เด็ดเดี่ยวก็สัมผัสได้เลยว่า ณ ตอนนี้โรงเรียนกลายสภาพเป็นป่าช้าไปเสียแล้ว ไม่มีใครอยู่เลยสักคนเต็นท์กิจกรรมถูกทิ้งให้ว่างเปล่า สนามบอลก็มีแต่หญ้า โรงอาหารเมสซี่เจไม่เหลือแม้กระทั่งแม่ครัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนทำไมถึงต้องเห่อกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของดร.เฟื่องฟูกันขนาดนั้น ด้วยความหงุดหงิดเด็ดเดี่ยวจึงเดินอาดๆ ย่างสามขุมเข้าไปที่ห้องวิทยาศาสตร์ 

. 

แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้เมื่อทุกคนในโรงเรียนยืนออกันอยู่ที่นี่ เพื่อดูการทำงานของเจ้าเครื่อง Visual Effect Humanity เขาพยายามจะแทรกตัวเข้าไปให้ใกล้ที่สุดจะได้เก็บรายละเอียดไปเล่าให้ท่านเจ้าเมืองฟังได้ 

. 

จากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ณ ตอนนี้ในห้องวิทยาศาสตร์ ถูกเคลียร์อุปกรณ์ออกไปหมดจนโล่งโจ้ง ตรงกลางห้องมีเพียงเก้าอี้นวมสี่ตัวตั้งเรียงกันเป็นรูปวงกลม รูปร่างมันเหมือนเก้าอี้ในร้านตัดผมบาเบอร์ที่มีสายระโยงรยางค์ยื่นออกมา สายไฟพวกนั้นต่อเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และแผงควบคุมต่างๆ  

. 

มีดร.เฟื่องฟูยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเก้าอี้ทั้งสี่ตัว ในมือของด็อกเตอร์ถืออุปกรณ์อะไรบางอย่างเอาไว้ ลักษณะคล้ายกับหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบแต่มีหลอดไฟเล็กๆ กระพริบอยู่ตลอด พร้อมกับช่องสี่เหลี่ยมบางๆ ขนาดพอที่จะใส่โทรศัพท์มือถือลงไปได้ แสงไฟแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปกระพริบกันให้พรึบ ราวกับว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือภาพประวัติศาสตร์ที่จะต้องบันทึกไว้ในหอจดหมายเหตุก็มิปาน ทุกคนตื่นเต้นมากกับสิ่งที่เห็น แม้แต่เด็ดเดี่ยวเองในตอนนี้ก็ยังใจเต้นตุบๆ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น 

. 

ดร.เฟื่องฟู ผายมือและมองไปรอบๆ สบตากับทุกคนที่จ้องมองเขาอยู่ ก่อนจะพูดว่า 

“โฮะๆๆ...ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ขาดแค่คนที่จะอาสามาทดลองนั่งเท่านั้น มีใครอยากอาสาบ้าง” 

. 

“หนูค่ะ! ”  

สายรุ้งยกมือขึ้นเป็นคนแรกตัดหน้าเพื่อนคนอื่นๆ มิหนำซ้ำเธอยังวิ่งพรวดออกมาเองโดยไม่มีใครบอกด้วย 

 

“หนูเองค่ะหนูขอนั่งเก้าอี้ตัวนี้เลยนะคะด็อกเตอร์^^” 

. 

“โฮะๆ..โฮะๆ.. ใจกล้าดีนี่นาแม่หนูขนาดเป็นผู้หญิงนะเนี่ยะ ได้สิเชิญนั่งได้เลยเอาโทรศัพท์มือถือของเธอล็อคอินเข้าเฟสบุ๊คไว้ซะแล้วก็เสียบไว้ตรงช่องสี่เหลี่ยมบนหมวกแบบนี้...ใช่แล้วแบบนั้นแหล่ะ นั่งรอสักพักนะเรายังต้องการอีกสองคนมีใครจะอาสาอีกไหม โฮะๆ” 

. 

คราวนี้ไม่มีใครช้าอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างตะโกนชูไม้ชูมือให้ดร.เฟื่องฟูรู้ถึงความต้องการ จนเกือบจะกลายเป็นจราจลแบบย่อมๆ แต่ก็สงบลงได้ในไม่ช้าด้วยพลานุภาพแห่งเงินตรา สตางค์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับธนบัตรในกำมือเป็นฟ่อน เขาเดินแจกทุกคนโดยไม่เสียดาย แจกไปก็ทำปากจู๋ไปด้วยเป็นนัยว่า “ได้ตังค์ไปแล้วก็ให้เงียบซะ แล้วถอยไป” เพราะเขาคนนี้คือคนที่จะได้นั่งเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่ 

. 

“ว้าว!...โฮะๆ..โฮะๆ อาสาสมัครคนที่สองคือเธอสินะ มาทางนี้เชิญนั่งได้เลยแต่ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งว่าเงินของเธอที่ถืออยู่ในมือน่ะควรจะเก็บไว้ดีๆ เพราะหากเครื่อง Visua ทำงานพวกเธอทุกคนจะต้องสลบคล้ายกับคนนอนหลับ และจะไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ถ้าไม่เก็บให้ดีกลับออกมาแล้วเงินหายไป ด็อกเตอร์จะไม่รับผิดชอบนะ... โฮะๆๆๆ ” 

 

“โนพล็อมแพลม! ไม่มีปัญหาครับด็อกเตอร์ บ้านผมรวยจะหายเท่าไหร่ก็ได้ ยังไงซะต่อให้ใช้ทั้งชาติเงินของที่บ้านผมก็ไม่มีทางหมดหรอก รีบหาอาสาสมัครคนสุดท้ายเถอะครับผมเอาโทรศัพท์เสียบใส่ช่องเหมือนกับที่สายรุ้งทำไว้แล้ว”  

. 

“..........” 

“อ่ะนะ...โฮะๆๆ หรืออีกหนึ่งที่นั่งสุดท้าย...ยังมีใครอยากอาสาอีกไหม?” 

. 

ผิดคาดถนัดเพราะหนนี้ไม่มีเสียงระเบ็งเซ็งแช่แย่งชิงกันอีกต่อไป ด้านหลังของกลุ่มนักเรียนที่ห้อมล้อมห้องวิทยาศาสตร์อยู่ ณ ตอนนี้ปรากฏเป็นเงาทะมึนใหญ่ยักษ์ย่างก้าวเข้ามาข้างในอย่างช้าๆ ทุกคนค่อยๆแหวกทางออกให้เจ้าของร่างเคลื่อนผ่านไปแต่โดยดี นี่มันคนหรือปีศาจถึงได้มีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมามากมายขนาดนี้ 

. 

“เชิญคร๊าบพี่บัวขุ่น...” , “ทางนี้เลยค่ะพี่ขอให้สนุกนะคะ” ,  

“หลบเร็วพวกเราอยากตายรึไง” , “เดินทางโดยสวัสดิภาพนะพี่...” , “ขอโทษจริงๆครับไม่รู้ว่าพี่เองก็อยากลอง” 

. 

มีแต่ถ้อยคำประเภทนี้หลุดร่วงออกมาจากริมฝีปาก เมื่อพี่บัวขุ่นอยากได้อะไรแกก็ต้องได้ครั้งนี้ก็เช่นกัน ขืนมีใครมาหือกับแกมีหวังโดนกระทืบจมดินแน่ 

. 

“ตัวนี้ใช่ไหมด็อกเตอร์! ไหนพาผมไปหน่อยซิ...ผมล่ะโคตร! อยากจะรู้เลยว่าไอ้โลกเฟสบุ๊คที่อาจารย์ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กสร้างมันจะเจ๋งแค่ไหน...เพราะถ้าไม่เจ๋งอย่างที่คุยนะ หึๆ... (คงต้องมีวิวาทกันแน่!!!)” 

 

“...........”  

ดร.เฟื่องฟูถึงกับขำไม่ออก แกกลืนน้ำลายไปหลายอึก ก่อนจะจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องเสียบโทรศัพท์ให้พี่บัวขุ่น  

. 

. 

หลังจากเช็คระบบครั้งสุดท้ายจนเป็นที่แน่ใจแล้ว เก้าอี้ 4 ตัวมีคนนั่งอยู่ 3 ทุกคนพยักหน้าพร้อมรับการทดสอบ ดร.เฟื่องฟูจึงได้ทำการสับสวิทซ์เพื่อเดินเครื่อง...! 

เด็ดเดี่ยวกับเพื่อนคนอื่นๆ จับตามองอย่างตื่นเต้น จ้องเขม็งรอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ชั่วพริบตานั่นเองที่ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้า มันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนต้องก้มลงมามอง ปรากฏว่าสิ่งที่เห็นคือพื้นคอนกรีตของอาคารเรียนเกิดเป็นรอยร้าวเล็กๆขึ้นมาอย่างเด่นชัด แถมยังวิ่งลู่เข้าไปหาขาเก้าอี้แต่ละตัวอย่างรวดเร็ว  

เกิดแผ่นดินไหวขึ้นหรือไงกัน ดร.เฟื่องฟูยังคงนิ่ง แกนั่งอยู่หน้าแผงควบคุมจ้องมองตัวเลขที่วิ่งไปมาอยู่บนหน้าจออย่างสงบโดยไม่สะทกสะท้าน พื้นอาคารกำลังระส่ำหนักจนพวกเด็ดเดี่ยวต้องหาที่จับยึด พอลองมองไปที่พวกสายรุ้งดูบ้าง ก็จะเห็นว่าร่างของพวกเขาทั้งสามหมุนติ้วๆๆๆ....อยู่บนเก้าอี้ แม้แต่คนที่ทั้งตัวมีแต่กล้ามอย่างพี่บัวขุ่นยังหมุนเป็นลูกข่างไปเลย!!!  

. 

ไฟฟ้าเริ่มสปาร์คที่ขาโต๊ะที่หมุน มันเหนี่ยวนำลำแสงสีฟ้าสลับม่วงออกมาเป็นเส้นๆ ราวกับปรากฏการณ์ฟ้าผ่าบนยอดเขาคีรีมันจาโร แต่ที่นี่มันห้องวิทยาศาสตร์! มันคับแคบ! สันนิษฐานว่าไม่นานนักจะต้องเกิดประกายไฟตามมาแน่  

. 

“เปรี๊ยะ!...เปรี๊ยะ!ๆ...เปรี๊ยะ!ๆๆ”  

เสียงประจุไฟฟ้าตีกันไปมาอยู่บนพื้นห้องอย่างสยดสยอง ลามขึ้นไปจนถึงฝ้าเพดานสถานการณ์ดูไม่ดีเลย มันน่ากลัวมากกว่าจะตื่นเต้นแล้ว 

. 

“ทุกอย่างโอเคไหมครับด็อกเตอร์ ผมไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้!”  

เสียงคุณครูร้องตะโกนพลางยึดขอบวงกบหน้าต่างเอาไว้แน่น 

. 

“โฮะๆ...โฮะๆๆ...ไม่เป็นไรหรอกนี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แล้วแถวหน้าต่างน่ะระวังด้วยนะเดี่ยวมันจะ ปลิวเอา... โฮะๆ” 

. 

โดยไม่ทันตั้งตัวบานหน้าต่างทั้งแผงก็ล้มครือลงมาด้วยแรงสั่นไหว พวกนักเรียนพากันร้องกรี๊ดหนีตายเอาชีวิตรอด นี่มันนวัตกรรมประเภทไหนกัน มันคือเครื่องสร้างภัยพิบัติชัดๆ ไม่ใช่เครื่องข้ามมิติ visual อะไรเลย ลมกรรโชกแรงจากภายนอกพัดโหมเข้ามาได้ เสื้อผ้าหน้าผมปลิวสะบัดรุงรัง เอกสารกระด่งกระดาษที่มีหลงเหลืออยู่ในห้อง รวมทั้งเงินเป็นฟ่อนของสตางค์ปลิวกระจายขึ้นไปบนอากาศ เด็ดเดี่ยวเหลียวมองไปที่มันพร้อมกันนั้นเขาจึงได้เห็นในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ 

. 

เมื่อร่างของพี่บัวขุ่น สายรุ้ง และสตางค์ก็ได้ลอยขึ้นไปด้วย เขาทั้งสามลอยอยู่เหนือเก้าอี้หมุนและถูกยึดไว้ด้วยสายสัญญาณไม่กี่เส้นจากหมวกที่สวมใส่อยู่บนหัวเท่านั้น 

. 

“เอาล่ะถือว่าพร้อมแล้วนะ.....จะทำการวาร์บในอีก” 

“5...4...3...2..... วาร์บ!!!” 

. 

ดร.เฟื่องฟูตบเข้าที่ปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนแผงควบคุม เสียง “วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!” ดังลากยาวนานแสนนาน จนแสบแก้วหู ภาพในจอคอมพิวเตอร์จากที่เคยเป็นตัวเลขกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรูปร่าง เสียงวี๊ดค่อยๆ เงียบลงภาพก็ค่อยๆ ชัดขึ้น แล้วพอเสียงปริศนานั้นเงียบไป ตัวของทั้งสามก็หล่นลงสู่เก้าอี้เสียงดังตุ๊บ!... 

. 

พวกเขาหลับสนิทสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูมีความสุข....  

. 

. 

มองไปที่หน้าจอตรงแผงควบคุม ทุกคนในโรงเรียนรวมทั้งเด็ดเดี่ยวต่างเห็นแล้วกับตาตัวเอง สายรุ้ง สตางค์ และ พี่บัวขุ่น พวกเขาทั้งสามได้เข้าไปใช้ชีวิตในโลกของเฟสบุ๊คโดยสมบูรณ์แล้ว... 

. 

*** 

. 

ปล. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว