email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 259 – องค์หญิงขอร้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 259 – องค์หญิงขอร้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2564 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 259 – องค์หญิงขอร้อง
แบบอักษร

ตอนที่ 259 – องค์หญิงขอร้อง 

    “คุณช่วยถอดชุดมาสคอตให้ฉันดูหน่อยจะได้ไหมคะ?”

    มาสคอตรูปม้าทำท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้ฟังคำขอของเมเบล มาสคอตรูปม้าส่ายหัวไปมาเบาๆเพื่อสื่อว่าเขาไม่สามารถทำตามคำขอของเมเบลได้

    “ทำไมล่ะคะ? หน้าที่ของมาสคอตคือทำให้ผู้พบเห็นมีความสุขไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าฉันบอกว่าฉันจะมีความสุขเมื่อคุณถอดชุดมาสคอต คุณก็ควรจะถอดชุดมาสคอตให้ฉันดูไม่ใช่เหรอคะ?”

    มาสคอตรูปม้ามีท่าทีลนลานเล็กน้อยก่อนจะยื่นลูกโป่งที่ถืออยู่ทั้งหมดให้เมเบล แล้วใช้ภาษามือเพื่อบอกว่า’ผมถอดไม่ได้หรอก เพราะจะทำให้เหล่าเด็กๆรู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นคนที่อยู่ในตัวมาสคอต’ หลังจากนั้นมาสคอตรูปม้าก็ขอลูกโป่งคืนจากเมเบล แต่เมเบลก็ไม่ยอมส่งให้แล้วถามคำถามต่ออีกว่า

    “ทำไมคุณถึงรู้ล่ะคะว่าฉันอ่านภาษามือออก? บนโลกนี้มีอยู่เพียงไม่กี่คนหรอกนะคะที่รู้ว่าฉันอ่านภาษามือออกน่ะค่ะ”

     มาสคอตรูปม้าใช้ภาษามือเพื่อบอกว่า’เพราะคุณหน้าตาเหมือนกับองค์หญิงเมเบลในโทรทัศน์ ก็เลยคิดว่าน่าจะเข้าใจภาษามือน่ะ’

    “แล้วทำไมคุณถึงยังใช้ภาษามืออีกล่ะคะ ทั้งๆที่คุณก็ฟังฉันรู้เรื่องแท้ๆ เพราะฉะนั้นก็น่าจะพูดกับฉันมันจะไม่ดีกว่าเหรอคะ? หรือว่าที่คุณไม่ยอมพูดเพราะรู้ว่าฉันจำเสียงคุณได้สินะคะ ซาจิทาเรียส”

     มาสคอตรูปม้าใช้ภาษามือเพื่อบอกว่า’จะบ้าเหรอคุณ!? ผมมันก็แค่คนธรรมดา จะไปเป็นถึงจอมเวทย์ประจำราศีธนูได้ยังไงกันล่ะ’

    “ก็คนบนโลกนี้ที่ยังเรียกฉันว่า’องค์หญิง’อยู่ก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือซาจิทาเรียสยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นยอมรับมาเถอะว่านายน่ะคือซาจิทาเรียส”

    มาสคอตรูปม้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งอย่างสุดกำลัง เมเบลจึงรีบใช้เวทย์ดินมาถ่วงลูกโป่งเหล่านั้นไว้ก่อนจะรีบวิ่งตามมาสคอตรูปม้าไป

    “การที่นายวิ่งหนีฉันแบบนี้ แสดงว่านายเป็นซาจิทาเรียสจริงๆด้วยสินะ หยุดเดี๋ยวนี้นะซาจิทาเรียส! นายเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ค่อยถูกโรคกับการวิ่งน่ะ โอ้ย!”

      ทันใดนั้นเองเมเบลก็สะดุดล้มลง มาสคอตรูปม้าจึงหยุดวิ่งแล้วหันกลับไปมองเมเบล ก่อนจะเดินไปหาเมเบลอย่างช้าๆ แต่ผลสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจหันกลับไปวิ่งหนีต่อ

     “ถ้าเป็นนายล่ะก็พอเห็นฉันล้มแบบนี้แล้วก็น่าจะเข้ามาประคองฉันขึ้นมาทันทีเลยไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมนายถึงเลือกที่จะวิ่งหนีต่อล่ะ? หรือว่านายไม่เห็นว่าฉันเป็นคนที่ต้องคอยปกป้องดูแลอีกแล้ว”

     เมื่อได้ยินคำพูดของเมเบล มาสคอตรูปม้าก็หยุดวิ่งอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่หันกลับไปมองเมเบล แต่แค่ยืนอยู่ที่เดิมนิ่งๆพร้อมกับกำมือไว้แน่นราวกับกำลังอดทนอยู่กับอะไรสักอย่าง

     “ทั้งๆที่ตอนที่นายตัดสินใจลาออกครั้งแรก ฉันก็พูดแล้วว่า’คนที่จะให้นายออกได้ มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น’แท้ๆ แล้วทำไมคราวนี้พอท่านพ่อไล่นายออก นายก็ออกไปในทันทีเลยล่ะ ทำไมถึงไม่รอคำอนุญาตจากฉันก่อน หรือว่านายอยากจะถูกฉันสั่งประหารอย่างนั้นเหรอ?”

    ทันใดนั้นเองท้องฟ้าที่อึมครึมตั้งแต่ช่วงบ่ายก็ปล่อยน้ำฝนจำนวนมากลงมา ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างหลบเข้าไปในใต้อาคารหรือสถานที่ที่สามารถใช้หลบฝนได้ แต่เมเบลก็ยังคงนอนอยู่กับพื้น และมาสคอตรูปม้าก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหน

    “ตอนที่ฉันรู้สึกเหมือนกับอกหักจากนายท่านโซจิโร่ นายก็เข้ามาปลอบฉันแล้วพูดเองไม่ใช่เหรอว่า’ถึงจะโดนไล่ออก ก็ยังจะอยู่เคียงข้างฉัน’ แล้วทำไมคราวนี้ทำแค่จัดเก็บสัมภาระให้ฉัน แต่ถึงไม่อยู่รอให้ฉันกลับมาล่ะ ทำไมล่ะ ทำไมนายถึงผิดคำพูดกับฉันตลอด ทั้งๆที่นายเป็นจอมเวทย์สิบสองราศีที่ฉันไว้ใจมากที่สุดเลยแท้ๆ แต่นายก็ยังผิดคำพูดกับฉันมาแล้วถึงสองครั้ง สรุปแล้วนายน่ะไม่เคยที่จะรักษาคำพูดกับฉันเลยสินะ...”

    น้ำตาของเมเบลได้ไหลปนกับฝนที่ตกลงมา มาสคอตรูปม้าตัดสินใจเดินกลับมาหาเมเบลเพื่อประคองเธอให้ลุกขึ้นมา แล้วจะพาเธอเข้าไปหลบฝนใต้อาคารที่อยู่แถวๆนั้น แต่เมเบลกลับกอดมาสคอตรูปม้าเอาไว้เพื่อรั้งให้อยู่ที่เดิม

     “ขอร้องล่ะซาจิทาเรียส กลับมาเป็นองครักษ์ให้กับฉันอีกเถอะนะ ถ้าไม่มีนายล่ะก็ ชีวิตในพระราชวังของฉันก็ไม่มีความหมายกันพอดีน่ะสิ”

    “แต่ผมถูกท่านอาเธอร์ไล่ออกแล้วนะครับ”

    เสียงที่ออกมาจากมาสคอตรูปม้านั้นเป็นเสียงของซาจิทาเรียสจริงๆ เมเบลจึงยิ่งกอดเข้าแน่นกว่าเดิม

     “ก็จริงอยู่ที่นายโดนไล่ออก แต่ท่านพ่อบอกว่าถ้านายสัญญาว่าจะไม่ทำผิดอีกแล้วมาสมัครเป็นจอมเวทย์ประจำราศีธนูใหม่ ท่านพ่อเขาก็ยอมรับเข้าทำงานอยู่แล้ว เพราะว่าเขาไม่อยากเสียคนที่ขยันขันแข็งและก็ทำงานเก่งอย่างนายไป”

     “แต่ว่าผม...”

     “ซาจิทาเรียสนายช่วยกลับมาอยู่เคียงข้างฉันอีกครั้งเถอะนะ ตลอดเวลาห้าวันมานี้ฉันคิดถึงนายตลอดเลย คิดถึงจนทานอะไรแทบไม่ลงเลยล่ะ นายท่านโซจิโร่กับคารอลเป็นห่วงมากเข้า ก็เลยบังคับให้ฉันออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกน่ะ นึกๆดูแล้วก็ต้องขอบคุณนายท่านโซจิโร่ล่ะนะ เพราะถ้าไม่มีเขา ฉันก็คงจะไม่ได้มาเจอนายที่นี้หรอก ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญก็เถอะ”

     “ไม่หรอกครับ คุณโซจิโร่เขาจะต้องรู้อยู่แล้วล่ะครับว่าผมทำงานอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่เลือกพาองค์หญิงมาเที่ยวที่สวนสนุกเล็กๆแบบนี้หรอกครับ”

    “นั่นสินะ ฉันนี่ดันติดกับนายท่านโซจิโร่ไปซะได้ แต่ก็เป็นกับดักที่ดีเลยละนะ เพราะว่ามันทำให้ฉันได้กลับมาเจอนายอีกครั้ง”

    เมเบลยิ้มน้อยๆก่อนจะยื่นมือไปถอดหัวมาสคอตรูปม้าออกเพื่อดูหน้าจริงๆของซาจิทาเรียส

     “แล้วนายล่ะ จะกลับมาเป็นองครักษ์ให้ฉันอีกได้ไหม?”

    ซาจิทาเรียสลงไปนั่งคุกเข่าอย่างนอบน้อม

     “ถ้าองค์หญิงต้องการล่ะก็ ผมยินดีครับ”

     “มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะเป็นองครักษ์ที่ฉันชื่นชอบที่สุด”

     เมเบลดึงร่างซาจิทาเรียสขึ้นมากอดอย่างแนบชิด

     “ขอโทษนะครับ ที่ผมทำให้องค์หญิงต้องรู้สึกเหงามาตลอดห้าวัน”

     “ไม่ต้องขอโทษหรอก เพราะนายหายไปห้าวันนี่แหละ ฉันถึงได้รู้ว่านายสำคัญกับตัวฉันมากแค่ไหน”

     ซาจิทาเรียสหน้าแดงเล็กน้อยพร้อมกับพยายามผลักตัวออกจากเมเบลด้วยความเขิน แต่เมเบลก็กอดเขาไว้แน่นเกินไปจนซาจิทาเรียสไม่สามารถผลักตัวออกมาได้

     “หยุดกอดผมเถอะครับองค์หญิง ขืนคุณโซจิโร่มาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะครับ”

     “ก็ฉันคิดถึงนายมากเลยนี่นา ขอกอดให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ”

     เมเบลกอดซาจิทาเรียสแน่นมากกว่าเดิมพร้อมกับซุกใบหน้าของเธอลงบนอกของซาจิทาเรียส

     ในเช้าวันต่อมา ซาจิทาเรียสได้เดินทางไปที่ราชสำนักเพื่อสมัครเป็นจอมเวทย์ประจำราศีธนู และเขาก็ได้รับการแต่งตั้งจากอาเธอร์ให้เข้ารับตำแหน่งเป็นจอมเวทย์สิบสองราศีประจำราศีธนูโดยที่ไม่ต้องทำการทดสอบใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากซาจิทาเรียสเคยดำรงตำแหน่งตำแหน่งเป็นจอมเวทย์สิบสองราศีประจำราศีธนูอยู่แล้วนั่นเอง

 

~ [ (To Be Continued) ] ~ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว