email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เดทกับแม่-ลูก

ชื่อตอน : เดทกับแม่-ลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2564 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เดทกับแม่-ลูก
แบบอักษร

หลังจากนั้นทั้งสามเลยเดทกัน...นับจากนี้อีก 1ชั่วโมง ใช่รอไปก่อนพวกเธอยังแต่งตัวไม่เสร็จสักที

 

“แต่งตัวกันนานจัง...จะให้รอถึงพรุ่งนี้เลยรึไง?” เขาบ่นอิดออดด้วยท่าทีวัยรุ่นเซ็ง หลังจากแม่-ลูกเข้าห้องส่วนตัวไปนานเสียเหลือเกินคงจะผ่านมานับชั่วโมงแล้ว

“งั้นให้ข้าแก้เบื่อให้รึเปล่าคะ” หญิงสาวผมขาวสวมแว่นดำและชุดพ่อบ้านกล่าวด้วยท่าทีมีมารยาท เธอคือคนรับใช้ของราชวงศ์โรมานอฟมีชื่อว่าหมายเลข3

“งั้นเราอยากรู้ว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับหมายเลขสองรึเปล่า” เขาถามสิ่งที่สงสัยตั้งแต่พบเธอครั้งแรก จนเธอถึงกับนิ่งไปสักพัก ทว่าสายตาของเขายังคงมองเธออย่างใคร่รู้ต่อ ทำเอาเธอถึงกับต้องพูดความจริง

“กลุ่มของพวกเรามีถึงหมายเลขสิบและพวกเรายังเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน แน่นอนว่าคุณพี่หมายเลขสองเป็นที่เคารพของทุก ๆ คน การที่คุณรู้จักถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับพวกเราเพราะเธอไม่ได้ติดต่อพวกเรามานานแล้ว”

“โลกใต้ดินอีกแล้วสินะ”

“ถูกต้องตามที่คุณพูด”

“เห้อ!” เขาถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ว่าใครไปเกี่ยวข้องกับที่นั่น คงต้องเกี่ยวพันกันไปตลอดชีวิต เหมือนเขาที่มาเจอเธอตอนนี้

‘แต่ว่าหน้าของเธอโคตรเหมือนเจ้านายเลยน่ะ ไม่ว่าจะมองมุมไหน บางทีอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้โลกนี้ต้องมีคนหน้าคล้ายกันอยู่บ้างแหละ เหมือนเธอคนนี้’ เขาคิดพลางชำเหลือบมองเธอช้า ๆ

ไม่ว่าจะมองไปตรงไหนมันเหมือนกันอยู่ดีไม่ว่าใบหน้า ส่วนสูง รูปร่าง น้ำเสียง ทุกอย่างเหมือนเป๊ะราวกับแฝดเลยทีเดียว ‘เอ๊ะ แฝดเหรอ? คงจะใกล้เคียงสุดล่ะ’ เขายังคงคิดไม่ตกจนมีเสียงดังขึ้นดึงความสนใจไป

“เราดูเป็นยังไงบ้าง” เสียงนั้นดังขึ้นจนเขาต้องหันไปทางนั้นแต่ก็พบกับ...

“คิดจะใส่ชุดสาวน้อยเวทย์มนต์เดทเนี่ยน่ะ?? นี่เธอดูดมารึเปล่า” เขาแหกปากหลังเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน

“เจ้าช่างมีตาหามีแววไม่ ไม่ว่าเราจะสวมอะไรทุกอย่างก็ดูดีหมดนั่นล่ะ พวกไพร่บอกเรามาเช่นนั้น” เธอเอามือทาบอกพลางหลับตาขณะพูด เล่นเอาซะมนตราต้องค้านกลับ

“ใส่แล้วสวยคือเรื่องจริง แต่ว่าใส่แล้วเหมาะกับสถานการณ์มันก็อีกเรื่อง!!”

“เฮือก!!” เธอถึงกับตาขาวพลางอ้าปากเล็กน้อย หากมองดูลึก ๆ จะเห็นเธอหน้าซีดเชียว

“เข้าใจแล้ว....เราจะไปเปลี่ยน...” เธอเดินคอตกเข้าห้องของตนไป

เขาถึงกับโล่งอกที่ไม่ต้องไปเดินกับเธอในชุดนั้น แน่นอนว่าสายตาของหมายเลข 3 มองเขาอย่างชื่มชมแม้แต่เธอเองยังไม่กล้าปฏิเสธราชวงศ์เลยด้วยซ้ำ

แต่มนตรากลับยิ่งผยองไม่กลัวกฎหมายเลยสักนิดเขาช่างกล้าหาญเหลือเกิน เพราะเขาไม่รู้ว่าการว่าร้ายราชวงศ์ ทำให้กินข้าวแดงในคุกได้ฟรีๆ ปากของเขาเลยจัดเป็นอย่างมาก

 

อยากรู้จัง? ถ้าเขารู้ว่ามีกฎหมายคุ้มครองราชวงศ์อยู่เขาจะทำหน้ายังไง “หิ หิ หิ หิ”

เขาถึงกับเงียบเมื่อเห็นคนใช้หัวเราะแปลก ๆ เหมือนมีเรื่องลับลมคมในแอบแฝง

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพัก...

“จงชื่มชมความงามของเราซะ” เสียงนั้นดังขึ้นจนเขาต้องหันไปมองอีกครั้งจนพบกับ...

“เป็นตู้ทองเคลื่อนที่รึไงฟ่ะ!?” ชุดของเธอยาวตั้งแต่เอวถึงไหล่เป็นชุดเดรสที่มีทองติดจนประกายแวววับอย่างน่าเกลียด

“ไม่ดีงั้นเหรอ นี่เป็นชุดตัวเก่งของเราเลยน่ะ”

“ทองทั้งตัวแบบนี้อยากโดนด่ารึไงห๊ะ!! แต่งชุดไปรเวทธรรมดาก็ได้มั้ง ไม่ต้องประกาศศักดาความรวยถึงขนาดนี้เลยก็ได้!!” เขาใส่ไม่ยั้ง

“...ถูกตามที่เจ้ากล่าวมา” เธอเดินไหล่ตกเข้าห้องของตน เขาถึงกับโล่งอก ชุดนั้นมันล่อสายตาคนอื่นซะเหลือเกินหากสวมมันเดิน คนใส่ก็ไม่ต่างจากตัวตลกเลย

“...ทำไมพระเจ้าถึงประทานความงดงามมาอย่างสูญเปล่าเฉกเช่นนี้” หมายเลขสามเอ่ยด้วยความสลดใจ

หลังจากนั้นเวลาอันแสนสำคัญก็ได้ผ่านไปอย่างสูญเปล่า ซึ่งแน่นอน เวลาต้องผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง แม่-ลูกทั้งสองจึงจะออกมาจากห้องแต่งตัวพร้อมกัน

ราชินีแต่งตัวด้วยเสื้อเปิดแขนสีขาวกับกางเกงดำยาวจนปิดขา เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีแดง หากมองรวม ๆ เธอสวมระดับนางแบบของโลกเลยทีเดียว

เจ้าหญิงแต่งชุดมินิเดรสสีฟ้าลายคราม หนำซ้ำยังสวมถุงน่องลายทางอีกด้วย ผมกับดวงตาสีทองประกายนั้นตัดกับชุดจนเด่น หากมองภาพรวมจะเห็นถึงความสง่างามของเจ้าหญิงผมทองแบบขั้นสุด เขาตาค้างกับภาพตรงหน้า

“อึ้งจนพูดไม่ออกเลยรึ หึหึ” เธอยิ้มเชิด “ขอบคุณสำหรับคำชมของเจ้า” เธออ่านใจเขาก่อนจะรับคำชม

“เราไม่ค่อยชินกับชุดนี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้เจ้าพอใจเราก็จะเต็มใจสวมมัน” ราชินีพูดพลางมองตัวเองก่อนจะยกส้นสูงขึ้นเล็กน้อย

“เราฝันไป...?”

 

...

 

การเดตเริ่มต้นในเวลาบ่าย 2 ของวัน เพราะประเทศนี้นำไทยไป 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ภูมิอากาศของรัสเซียค่อนข้างเย็นสบายต่างจากเมืองไทยที่ร้อนทั้งชาติ

“ทำไมถึงมีแต่คนมองพวกเธอล่ะ?” เขาบ่นขณะกำลังเดินตามหลังแม่-ลูกทั้งสอง ผู้คนต่างจ้องมองราชวงศ์ทั้ง 2 อย่างสนอกสนใจ โดยสายตาเหล่านั้นมาจากคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กยันคนแก่

“พวกเขากำลังมองคนผลาญภาษีของตัวเองอยู่ยังไงล่ะ” ราชินีตีหน้านิ่งขณะเดิน สิ่งที่เธอพูดทำให้มนตรากระตุกคิ้วเล็ก ๆ พวกเธอว่าแม้กระทั่งตนเอง

“อย่างน้อยมันก็คือความจริงไงตามที่ท่านแม่กล่าว” เจ้าหญิงเสริมต่อขณะใช้สายตาสีทองมองมายังเขา

ภาษีของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญของประเทศ เงินเหล่านั้นสามารถนำไปพัฒนาประเทศได้ แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนสิบเปอร์เซ็นของเงินทั้งหมดในหนึ่งปีถูกส่งเข้าท้องพระคลังของราชวงศ์ผ่านทางรัฐบาลของรัสเซีย จนทำให้การพัฒนาล่าช้าไปในหลายจุด ซึ่งทำให้ประชาชนบางส่วนต่างไม่พอใจกับการผลาญภาษีอย่างสูญเปล่า

‘ตัวเองมีส่วนผิดแท้ๆ แต่กลับคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ไหวเลยแม่-ลูกคู่นี้’ เขาคิดขณะมองรอบข้าง

“ท่านจะว่าเรายังไงก็เชิญ แต่ห้ามว่าประชาชนเด็ดขาด ไม่อย่างงั้น เราจะส่งท่านไปนอนเป็นเพื่อนฉลามแน่” เธอส่งสายตาจริงจังมาทางมนตราราวกับอ่านใจเขาออก

“อ่า เราจะระวังไว้...” เขารับคำเตือน

ใครจะไปรู้ว่า ราชินีจะแคร์ประชาชนมากซะขนาดนี้ ถ้าหากไม่รู้จักเธอดีพอทุกคนคงคิดว่าเธอเป็นพวกเอาแต่ใจไม่ห่วงราษฎร นั้นคือฉากหน้าของราชวงศ์โรมานอฟ แน่นอนว่าคนรู้จักฉากหลังมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

ทั้งสามเดินมานานจนมาถึงสถานที่เดทแห่งแรกคือตลาด Izmailovsky

 

“โคตรสวย!” เขาเบิกตากว้างกับความงดงามตรงหน้า อาคารของตลาดค่อนข้างประหลาด มันมีเอกลักษณ์เป็นหลากสีสันแถมยังมีรูปทรงที่สมบูรณ์แบบอีก มันสวยกว่าตลาดนัดในไทยคนละชั้นเลยทีเดียว

“เราว่ามันเป็นแค่ตลาดธรรมดาเองนะ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก” อนาสตาเซียมองอย่างชินตา

ความงดงามของสิ่งของเป็นสิ่งที่เธอเห็นมาจนเบื่อ ทว่าไพร่กลับตื่นตาขนาดนี้ เธอไม่อาจจินตนาการเลยว่าประเทศของเขามีตลาดยังไง

“เอาล่ะ เราเข้าไปกันเถอะ” แม่พูดก่อนเดินนำเข้าไปในตลาดอย่างเคยชิน เธอยกพัดสีทองปิดหน้าของตนเล็กน้อย

‘ข้างในดูเหมือนตลาดนัดบ้านเราแต่กลับมีของแปลกตาเยอะ ทั้งเครื่องประดับ ผลไม้ แม้กระทั่งของฝาก แน่ล่ะเป็นคนละภูมิภาคนี่จะไปเหมือนกันได้ยังไง’

ราชินีเดินนำอย่างสง่าผ่าเผยทุกกิริยาแสดงออกด้วยความเรียบร้อย เจ้าหญิงเช่นกันเธอเองยังเดินเหมือนแม่ไม่มีผิด ทุกสายตาเลยจับจ้องมายังพวกเธอ

“แสบตาชิบ” เขาบ่นพร้อมกระตุกคิ้ว ท่าทางของทั้งสองเวลาอยู่กับเขากับอยู่ต่อหน้าประชาชนต่างกันโดยสิ้นเชิง การเดินชมเป็นไปเรื่อยจนกระทั่งเดินชมเสร็จและเดินออกจากตลาดไป

“เป็นไงเริ่มชอบเราขึ้นมาใช่ไหม”

อนาสยิ้มอย่างภาคภูมิต่างกับมนตราที่ทำหน้างงจนถึงกับเอ่ยปากถามอย่างสิ้นหวัง

“...นี่คือเดทของพวกเธอเหรอ”

“ใช่ ๆ” ทั้งสองพูดพลางพยักหน้าพร้อมกัน

“อย่างนี้คงพิชิตใจใครไม่ได้หรอก...” เขาเอียงคอไปด้านซ้ายก่อนถะถางอย่างไม่ใยดี

“ไม่จริงน่ะ!?” “ว่าแล้วเชียว...”

ทั้งสองไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเดทมาก่อน ที่หายไปชั่วโมงไม่ใช่เพราะอะไรพวกเธอกำลังเปิดหาข้อมูลในอากู๋ต่างหาก เมื่อเป็นเช่นนั้นมันพอจะอธิบายการเสียเวลาอันมีค่าไปถึง 2 ชั่วโมง

มนตราถอนหายใจ ตัวเขาเคยเดทมาอยู่สักสอง-สามครั้ง ส่วนมากจะมาเดทกับน้องสุดรัก เธอสอนวิธีการเดทเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้จนเขาพอมีประสบการณ์บ้าง บางทีถ้าไม่ใช่มันตอนนี้อนาคตคงไม่ได้ใช้อีก

“งั้นช่วยบอกทางเราที” เขามองไปยังใบหน้าของทั้งสองหลังจากเอ่ยปาก

 

...

 

จากนั้นทั้งสามได้เดินต่ออีกหน่อยจนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ที่รวบรวมเรื่องราว ภาพเคลื่อนไหว และเสียงอันดังสนั่นไว้ ซ้ำยังมีเบาะสีแดงมากมายวางเรียงราย

“พวกเธอเคยดูหนังบ้างรึเปล่า” เขาถามหลังจากเห็นราชินีใช้มือของตนปิดหูอย่างทุลักทุเล

“เราไม่เคยดูสิ่งนี้มาก่อน” เธอสั่น “เรามักจะดูโรงละครเป็นประจำ ข้าไม่ชอบเสียงดังเลยสักนิด” เธอใช้มือปิดหูแน่นกว่าเดิมซะอีก หลาย ๆ คนต้องมีสิ่งที่แพ้ทางบ้างสำหรับราชินีคือเสียงที่ดังสนั่น

“จัดการมันเลย! รุรุริ” เจ้าหญิงส่งเสียงเชียร์ตัวละครในหนังด้วยท่าทางเหมือนเด็กเล็ก

เขาพาทั้งสองมายังโรงหนังนั่นเอง ตามจริงเขาไม่รู้ว่าจะไปไหนดี แต่พอเหลือบไปเห็นโปสเตอร์หนังฉายใหม่ติดอยู่ตรงกำแพงเขาเลยตัดสินใจมาที่นี่ เขาหวังว่าหนังจะพอทำให้เขาพอสนุกบ้าง แต่ไม่ใช่เลยมันดันเป็นหนังที่พูดแต่ภาษารัสเซียทั้งเรื่อง เขารู้ในทันทีว่าตลอดมาแม่-ลูกคงใช้เวทย์แปลภาษาแสนสะดวกสบายแน่ ๆ

“...” เขานั่งอยู่ในท่าเท้าคาง สายตาสีดำมองไปยังใบหน้าของราชินี เธอสวยมากเลยทีเดียวในแง่ของผู้ใหญ่ผู้มีเสน่ห์โดยเฉพาะแววตาประกายสีทองนั้น จะมองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อราวกับภาพวาดจากจิตกรดังที่มีชีวิต

“เจ้าจะมองเราอีกนานเท่าไหร่รึ” ราชินีหน้าแดงเล็กน้อยก่อนมองลงขอบตาเพราะไม่อาจทนมองหน้าของเขา เธอรู้สึกถึงสายตาที่มองเธอตลอดเวลาเหมือนเสือจ้องจะคาบเหยื่อ

“โทษทีล่ะกัน” เขาเบือนหน้าหนี ก่อนมองไปทางด้านขวาที่มีอนาสตาเซียนั่งอยู่ เธอค่อนข้างสวยมากเลยทีเดียว เขากลับมานั่งเอื่อย ๆ ตามเคย ก่อนจะรอเวลาอันน่าเบื่อนี้ผ่านไปสักที...

 

...

 

หลังจากดูหนังเสร็จเวลาล่วงเลยไปถึงสี่โมงเย็น อากาศเริ่มเย็นขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่าการเดทยังไม่จบ การเดทยังคงดำเนินต่อจนกว่าทั้งสองจะพอใจ

สถานที่เดทถัดไปคือสวนสนุก

เริ่มด้วยการนั่งรถไฟเหาะสุดเสียวจนเขาหลุดพร้อมตะโกนด่าคนสร้างมันขึ้น ต่างจากแม่-ลูกที่นั่งเครื่องเล่นด้วยความสนุกแถมยังชื่นชมคนสร้างอีก ถึงตอนลงมาแล้วจะต้องอ้วกแตกพร้อมกันก็เถอะ

 

“ให้ตายสิ” เขาบ่นพลางใช้มือลูบหลังทั้งสองอย่างช้า ๆ ถึงอย่างงั้นเขาถึงกับสัมผัสความนุ่มอย่างดีอกดีใจ

“เอาล่ะไปเครื่องเล่นต่อไปกัน”

“อืม ๆ”

แม่เปิดเรื่องตามด้วยลูกเห็นด้วยช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ ดูเหมือนว่าพวกเธอยังไม่เข็ด คงต้องให้เล่นจนกว่าจะพอใจไปข้างเลย

ถัดมาคือการนั่งบนถ้วยโดยมีทั้งสองหมุนจานตรงกลางอย่างเร่งรีบ การหมุนของถ้วยรุนแรงเสียจนมนตราถึงกับตาลายเลยเชียว พวกเธอหัวเราะ โฮ่โฮ่โฮ่ ก่อนจะมาอ้วกแตกอีกรอบ

 

‘เชี่ยไรเนี่ย...’ เขาสบถในใจทว่า

“ย...ยังไม่พอ”

“ช...ใช่”

“เดี๋ยวก่อนคิดจะอ้วกจนตายเลยรึไง!?” เขาตะโกนพลางนึกถึงคนกลุ่มหนึ่งที่พูดว่าจะอ้วกในหัว สภาพของทั้งสองย่ำแย่มากจนเหมือนคนกำลังจะตายยังไงอย่างงั้น

 

“ต.ตามมา!” ราชินีพูดในขณะที่เดินเข้าไปในบ้านผีสิง แน่นอนว่าอนาสต้องตามไปด้วย เขารู้สึกเป็นห่วงเลยเข้าตามเหมือนลืมว่าตัวเองกลัวผีระดับสุดท้ายเลยทีเดียว

ทั้งสองกอดแขนเขาแน่น เขารู้สึกถึงความนุ่มและความหอมของหญิงสาวขึ้นมาแต่ถึงอย่างนั้นความน่ากลัวของรอบข้างกลับดึงความสนใจของเขาไปจนหมด

พวกเขาค่อย ๆ เดินผ่านความมืดที่มีทางเดินทางเดียวรอบข้างมีรอยเลือดสีแดงติดตามทาง ตุ๊กตาที่น่าขนลุกห้อยโตงเตงผ่านเชือกสีดำ เขาหน้าซีดก่อนจะสั่นระรั่วเขาหวังว่าที่นี่คงไม่มีสิ่งนั้นอยู่... ทว่าสิ่งนั้นก็คือ...

ผีหลอก!!!

“แว๊กกกกกกกกกกกกกกก” เขากรีดร้องอย่างไม่ลืมหูลืมตาเมื่อเห็นฉากจั้มสแกร์เข้า...ทว่า

“อุแว๊ะ!!” “อุแว๊ะ!!” ทั้งสองกลับปล่อยสิ่งมหัศจรรย์ใส่ผีตรงด้านหน้าไปแล้ว...

 

...

 

“ห๊าวววว” เขาหาวออกมาอย่างเบื่อหน่ายไหล่ทั้งสองกลายเป็นหมอนให้กับแม่-ลูกผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเขากำลังนั่งบนชิงช้าสวรรค์ลอยฟ้าอยู่แล้วทั้งสองเกิดเพลียขึ้นมาเลยมาหลับบนไหล่เขาแบบไม่ขอซะอย่างงั้น แน่ล่ะว่าเขาปฏิเสธไม่ได้ต้องรับลูกเดียว โอกาสทองแบบนี้ใครจะไปปฏิเสธกัน

“จะว่าไปทำไมตั้งแต่ได้ระบบมาเราถึงเจอแต่ผู้หญิงสวย ๆ ละเนี่ย โชคดีในโชคร้ายงั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างงั้นคงจะดี...” เสียงพึมพำดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า พลางนึกถึงอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนจะสะดุดเข้ากับใครบางคนในความทรงจำ...

“ถ้าเป็นนาย...นายจะทำยังไง...ตัวฉันอีกคนหนึ่ง” เขายังคงนึกถึงใครบางคนอันแสนสำคัญสำหรับเขาเหมือนดั่งทุกที

 

...

 

สุดท้ายนี้มนตราไม่ได้หลงในตัวของแม่-ลูกแม้แต่น้อย ถ้าเต็มสิบเขาคงให้แค่หนึ่ง เป็นเพราะฉากอ้วกสุดจะตราตรึงใจนั่นล่ะ

“จงดีใจเสียเถิด เราจะให้เจ้ามานอนห้องของเรา โฮ่ โฮ่ โฮ่” ราชินีกอดอกพลางหัวเราะตามภาษาชนชั้นสูง เธอกำลังเชื้อเชิญชายหนุ่มสุขภาพดีเข้าห้อง สามัญสำนึกเธอคงไม่มีตั้งแต่แรกถึงได้ทำแบบนี้

“ไม่เอาอ่ะ...” ใครเขาจะไปเสียครั้งแรกให้กับคนไม่มีสามัญสำนึกกันถึงจะสวยเหมือนนางฟ้าก็เถอะ

“เจ้าคงเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันสิน่ะ” เธอกล่าวอย่างโศกเศร้าพลางใช้มือปาดน้ำตาที่ไม่มีสักหยด

“หน๊อย!!” เขาโกรธอย่างไม่ลืมหูลืมตาหลังเจอคำสบประมาทที่ไม่คิดจะได้เจอไป

“หึหึ” อนาสขำเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของทั้งสอง

มนตราแปลกใจ ตอนเจอกันครั้งแรกพวกเขาไม่ค่อยลงรอยกัน ทว่าหลังจากเดทกัน เขากลับเริ่มผูกผันกับทั้งสองเหมือนเป็นคนสนิทกันไปแล้ว

‘เริ่มจะรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาแล้วแหะ’

“ชีวิตของมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้แหละ พบเจอกันเพียงไม่กี่วันกลับกลายเป็นคนสนิทไปแล้ว ไม่ก็เป็นคนรักกันไปเลย นั่นล่ะคือความน่าทึ่งของชีวิตของเรา” อนาสยิ้มอ่อนพลางใช้มือกอดแขนของเขา

“ฟังดูเหมือนไม่ได้คิดเองเลย” เขาอายเล็กน้อยที่ถูกสาวสวยกอดแขนแน่น

“แน่นอนว่าต้องมาจากหนังเรื่องเมื่อกี้ยังไงล่ะ!”

“ว่าแล้วเชียว”

เขาส่ายหน้าก่อนเดินให้อยู่ระหว่างแม่-ลูกทั้งสอง พระอาทิตย์เริ่มตกดิน อากาศหนาวขึ้นจนเกือบสั่น การเดทสิ้นสุดลงทว่าเขากลับหาทางหนีไม่เจอ แม่-ลูกจับจ้องเขาตลอดเวลาจนไม่มีเวลาคิดอะไรให้เป็นรูปเป็นร่าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีตะวันตกดินซะแล้ว คงต้องหาทางหนีพรุ่งนี้เอา

แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าทางหนีถูกเปิดออกแล้ว...

“นี่มัน!?”

วังสีทองอร่ามถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานจนไม่เหลือทองสักแห่ง ความร้อนของมันส่งมาถึงผิวหนังจนอุ่น ราชวงศ์ทั้งสองต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในเพลิงสีชาดนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นเขารีบกุมหัวก่อนจะพึมพำเบา ๆ

“มีเรื่องอีกแล้วสิน่ะ...” เขามองเข้าไปในเปลวเพลิง...

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว