email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 Truth or Dare

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2564 07:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 Truth or Dare
แบบอักษร

ตอนที่ 19

โดย แยมขนมปัง

 

 

 

 

#THALAY

ฟึ่บ

"แม่งเอ้ย!!" ผมสบถออกมาเสียงดังลั่นระบายความอึดอัดที่สุมอก หลังจากสะบัดแขนออกจากไอ้บีกันกับไอ้มอสหลังจากที่ถูกมันสองคนลากออกมานอกร้านเหล้าของเฮียคูเปอร์ ผมยกมือขึ้นลูบมุมปากที่ตอนนี้มีของเหลวสีแดงข้นซึมไหลออกมา แต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เพราะผมไม่มีอารมณ์มาสนใจแผลของตัวเองในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือไอ้คูปองที่มันกล้าจับมือไอ้ฝันดีแล้วพาไปห้องน้ำต่อหน้าต่อตาผม ผมรู้ว่าการที่ผมไม่พอใจเพื่อนของตัวเองเพราะเรื่องแบบนี้มันฟังดูงี่เง่ามากขนาดไหน แต่ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมผมถึงได้โมโหได้ถึงขนาดนี้

ที่เรื่องมันวุ่นวายแบบนี้เพราะความปากดีของไอ้ฝันดีแท้ ๆ

ยิ่งคิดผมก็ยิ่งหงุดหงิด

"มึงเป็นอะไรของมึงวะไอ้ทะเล ถึงได้โวยวายเป็นหมาบ้าแบบนั้น" ไอ้มอสถามผม แต่ผมก็ไม่มีคำตอบอะไรจะให้มัน "แล้วเมื่อกี้แม่ง เฮียคูเปอร์โคตรน่ากลัว กูไม่ได้เห็นเฮียของขึ้นแบบนี้มานานแล้วนะ นี่กูยังขนลุกอยู่เลย" ไอ้มอสพูดพลางลูบแขนตัวเองปอย ๆ "แม่ง...ทั้งก่อเรื่องในร้านเฮีย แถมยังจะหาเรื่องน้องชายของเฮียอีก มึงโดนแค่หมัดเดียวก็ถือว่าเฮียแกเมตตามึงแล้วรู้ไหมไอ้ทะเล"

ผมได้แต่ยืนฟังไอ้มอสบ่นเงียบ ๆ ไม่มีอารมณ์จะโต้ตอบอะไรกับมัน ถึงผมจะรู้ว่าเมื่อกี้ผมใจร้อนเกินไป แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะ

"มึงคิดไงถึงเอาเหล้ากรอกปากไอ้ฝันดี" ไอ้บีกันที่เงียบอยู่นานถามขึ้นมา

"มึงก็เห็นว่ามันมาปากดีใส่กูก่อน ที่กูทำยังน้อยไปด้วยซ้ำ"

"แค่นั้นจริง ๆ เหรอ"

ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจที่ไอ้บีกันพูด

"อะไรของมึง"

"ไม่รู้สิ การที่มึงก่อเรื่องเมื่อกี้ กูก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรมากหรอกนะ เพราะมึงก็เป็นของมึงแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไอ้ที่ทำให้กูแปลกใจ คือสายตาของมึงที่มองไอ้ฝันดีมากกว่า แล้วที่จู่ๆ มึงโมโหใส่อารมณ์กับมันน่ะ ก็ไม่ใช่แค่เพราะมันปากดีใส่มึงหรอก ไหนจะเรื่องที่มึงหาเรื่องไอ้คูปองอีก มึงเป็นเหี้ยอะไร ไอ้คูปองมันเป็นเพื่อนมึงนะเว้ย"

"....." ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง แม้อยากจะแย้งในสิ่งที่ไอ้บีกันพูด แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออกราวกับน้ำท่วมปาก นี่ผมเป็นอะไรของผมกันแน่นะ ผมสับสนเกินกว่าจะคิดเรื่องนี้ ผมยังไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น

"มึงยังจำได้ไหม ว่าสาเหตุที่มึงดึงไอ้ฝันดีเข้ามาในวงจรชีวิตของมึงเพื่ออะไร"

ผมเงียบไปนิด

"อืม...กูจำได้ แล้วมันยังไง"

"มึงไม่น่าถามกูนะ การที่มึงไปยุ่งกับฝันดีก็เพราะไอ้ท้องฟ้า"

"ก็ใช่ไง"

"เออตอนแรกน่ะมันใช่" ไอ้บีกันพูดสวนผมขึ้นมาทันควัน "แต่ตอนนี้กูว่ามันแปลก ๆ ว่ะ มึงไม่เหมือนเดิมว่ะทะเล กูสังเกตมึงมาสักพักละ มึงรู้ตัวไหมว่ามึงติดไอ้ฝันดีขนาดไหน มึงน่ะหลงมันแล้ว"

"กูไม่ได้หลง ไม่ได้อะไรกับมันทั้งนั้นแหละ!!" ผมเถียงกลับเสียงดังอย่างไม่ยอมรับในสิ่งที่ไอ้บีกันพูด

"มึงแน่ใจนะ มึงคงไม่ได้คิดจะจริงจังกับฝันดีหรอกใช่ไหม"

"ไม่มีทาง ฝันดีมันก็แค่ของเล่นที่กูไว้ใช้เอาคืนไอ้ท้องฟ้าเท่านั้น"

"งั้นมึงก็ช่วยจำคำพูดของมึงไว้ด้วยละกัน มึงก็รู้ใช่ไหมว่ากูเองก็เกลียดไอ้ท้องฟ้าไม่ต่างจากมึง ถึงแม้ว่าเรื่องที่ไอ้ท้องฟ้าทำน้องสาวกูเสียใจ จะไม่หนักหนาเท่าเรื่องที่มันเคยทำกับมึง แต่กูก็อยากเห็นวันที่คนอย่างมันเจ็บปวดเหมือนกัน"

ไอ้บีกันพูดด้วยสีหน้าโกรธเคืองในตัวไอ้ท้องฟ้า แต่เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครเกลียดมันมากเท่าผมอีกแล้ว สาเหตุที่บีกันมันเกลียดไอ้ท้องฟ้า ก็เพราะว่าบิงโกน้องสาวของมัน เคยสนิทกับไอ้ท้องฟ้า จนเธอคิดว่าท้องฟ้ามีใจให้ บิงโกเลยสารภาพรักออกไป แต่กลับโดนไอ้ท้องฟ้าปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยต่อหน้าคนมากมาย ตอนนั้นน้องสาวมันทั้งอับอายทั้งเสียใจร้องไห้ข้ามวันข้ามคืน บีกันมันรักน้องสาวของมันยิ่งกว่ารักตัวมันเองเสียอีก มันเลยโกรธไอ้ท้องฟ้ามากเพราะมันคิดว่าไอ้ท้องฟ้าให้ความหวังน้องสาวมัน แล้วสุดท้ายก็ทำน้องมันเสียใจ

"นี่ไอ้ทะเล ไอ้บีกัน" จู่ ๆ ไอ้มอสก็เรียกพวกผม "คือเรื่องที่พวกมึงจะใช้ฝันดีเพื่อเอาคืนไอ้ท้องฟ้าอันนี้กูเข้าใจนะ แต่แบบ...ก็ช่วยถนอมมันหน่อยไหม ฝันดีมันก็ตัวกระจิ๊ดริดนิดเดียว กูกลัวมันจะช้ำตายก่อนที่พวกมึงจะได้ใช้มันเอาคืนไอ้ท้องฟ้าน่ะสิ"

"....." / "....." ทั้งผมทั้งไอ้บีกันต่างพากันเงียบ

"เหอะ พอกูพูดบ้างล่ะทำเป็นเงียบกัน เฮ้อ~ พอ ๆ กูฟังเรื่องของพวกมึงจนกูปวดหัวแล้ว กูว่าเราออกมานานแล้วนะ กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ" ไอ้มอสพูดก่อนหันมามองผม "มึงหายบ้าแล้วใช่ไหม ไอ้ทะเล"

ผมพยักหน้าตอบส่ง ๆ

"งั้นกลับเข้าไปในร้านกันเถอะ และขอร้องนะ ได้โปรดอย่าทำลายวันศุกร์หรรษาของกู" ไอ้มอสพูดจบ มันก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในร้าน ผมหันมองหน้าไอ้บีกัน ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินตามไอ้มอสกลับเข้าไปเช่นกัน

ตอนนี้บรรยากาศภายในร้านกลับเข้าสู่โหมดปกติแล้ว ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเพราะแรงโทสะของเจ้าของร้านเหล้าที่แผ่คลุมไปทั่วทั้งร้าน แต่ก็ยังมีสายตาของบางคนหันมาเหล่มองผมอยู่บ้าง คงกลัวว่าผมจะเข้ามาก่อเรื่องอะไรอีก ถึงผมจะเป็นคนอารมณ์ร้อนยังไง แต่ผมก็ไม่กล้าก่อเรื่องในร้านเฮียคูเปอร์ซ้ำหรอก

พวกเราสามคนเดินกลับมาถึงที่โต๊ะเดินของพวกเรา ผมก็ไม่เห็นเฮียคูเปอร์แล้ว เห็นก็แต่ไอ้ฝันดีกับไอ้คูปองที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ทว่าไอ้ฝันดีกลับย้ายที่นั่งไปนั่งข้างไอ้คูปองแทน ซึ่งเป็นอะไรที่โคตรจะขัดใจผม ยิ่งเห็นไอ้ฝันดีสวมใส่เสื้อแจ็กเก็ตของไอ้คูปองที่มันใส่มาก่อนหน้านี้ ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ แต่ผมก็เลือกข่มอารมณ์ไว้ เพราะไม่อยากสร้างปัญหาในร้านเฮียอีก

ผมนั่งลงฝั่งตรงข้ามไอ้ฝันดีแล้วมองหน้ามัน แต่มันกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามองผม ดวงตาของมันยังคงแดงก่ำพอ ๆ กับปลายจมูกบ่งบอกให้รู้ว่าผ่านการร้องมาอย่างหนักหน่วง และคงพึ่งจะหยุดร้องก่อนที่ผมจะเข้ามาได้ไม่นาน

หรือว่าเมื่อกี้ผมจะทำเกินไปนะ...

ไม่สิ ก็ใครใช้ให้มันมาปากดีใส่ผมล่ะ...

บนโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครเปิดบทสนทนาขึ้นมา ต่างคนต่างยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ผมเองก็เช่นกัน ส่วนฝันดีก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบยิ่งกว่าหุ่นลองผ้า ไอ้คูปองยิ่งแล้วใหญ่ มันนี่ชำเลืองมองผมตาขวาง มันคงยังเคืองที่ผมตะคอกใส่มันแล้วก็กระชากคอเสื้อของมันแบบที่ผมไม่เคยทำแบบนั้นกับมันมาก่อน พอผมเย็นลงก็แอบรู้สึกผิดกับมันขึ้นมา แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ในเมื่อคูปองมันเงียบ ผมเองก็ไม่มีอะไรจะพูด

ปึง!

"โอ๊ยยยยย!!! กูไม่ไหวแล้วนะ!!" จู่ ๆ ไอ้มอสก็วางแก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะ ก่อนจะแผดเสียงออกมาดังลั่น ทำเอาพวกผมหันไปมองมันเป็นตาเดียว "พวกมึงเลิกเก็กกันสักทีกูขอร้อง นี่ร้านเหล้านะเว้ยไม่ใช่สถานที่นั่งวิปัสสนาที่พวกมึงจะมานั่งสำรวมกาย สำรวมวาจาไม่พูดไม่คุยกันแบบนี้ กูนี่โคตรรรรอึดอัดจะตายห่าอยู่แล้ว พวกมึงไม่อึดอัดกันบ้างหรือไง"

"อึดอัด...อึดอัดฉิบหาย" ไอ้บีกันที่นั่งเงียบอยู่นานไม่ต่างจากผมพูดขึ้นเช่นกัน

"แล้วพวกมึงสามคนล่ะยังไง ไอ้คูปอง ไอ้ทะเล ฝันดี"

"....." / "....." / "....."

"สัด ถ้ามีการแข่งเงียบ กูจะส่งพวกมึงเข้าประกวดเลย" ไอ้มอสพูดประชดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

พรึ่บ

"มึงจะไปไหน" ไอ้บีกันหันมาถามผม เมื่อเห็นว่าผมลุกจากเก้าอี้

"ไปห้องน้ำ" ผมพูดบอกมันแค่นั้นก็เดินออกมาจากโต๊ะทันที ไม่ใช่อะไรหรอก ผมเหนื่อยที่ต้องนั่งอยู่ตรงนั้น แค่เห็นหน้าไอ้ฝันดีนั่งอมทุกข์ ผมก็หงุดหงิดใจจะแย่อยู่แล้ว นี่ต้องมามีปัญหากับไอ้คูปองเพื่อนของตัวเองอีก นี่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะหนีกลับให้รู้แล้วรู้รอด

ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำ ซึ่งโชคดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในนี้เลย ผมจึงเดินเข้าไปยังอ่างล้างมือก่อนจะเปิดน้ำแล้วกวักน้ำลูบหน้าตัวเอง ไม่อยากออกไปเลย ผมแม่งไม่อยากเจอใครเลยจริง ๆ นี่มันวันเหี้ยอะไรกันนะ

"ไอ้ทะเล" เสียงที่คุ้นเคยเรียกผมจากทางด้านหลัง ซึ่งพอหันไปก็พบไอ้คูปองที่มายืนหน้าหงิกอยู่ด้านหลังผม

"มึงตามกูมาทำไม"

มันถอนหายใจ

"นี่ตอนนี้มึงกับกูทะเลาะกันอยู่เหรอ"

ผมเงียบไปครู่หนึ่ง

"...กูก็ไม่รู้"

"แล้วทำไมมึงไม่พูดกับกู"

"ก็มึงไม่พูดกับกูก่อน"

"เอ้าไอ้นี่...แล้วมึงไม่พูดกับกู แล้วจะให้กูพูดอะไรกับมึงล่ะ"

"มึงก็ไม่พูดกับกู...แล้วมึงจะให้กูพูดอะไร"

"....." / "....." ผมกับมันตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

"...ขอโทษ" / "...กูขอโทษ" ถ้อยคำที่สื่อความหมายเดียวกันถูกเอ่ยออกมาจากปากของทั้งมันทั้งผมพร้อมกัน ก่อนที่ผมกับมันจะยิ้มขำใส่กัน

"กว่าจะพูดได้นะมึง" ไอ้คูปองว่า

"มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ"

"แต่เอาจริง ๆ มึงต้องเป็นฝ่ายขอโทษกูมากกว่านะ จู่ ๆ ก็มาขึ้นเสียงใส่กู รู้ทั้งรู้ว่ากูไม่ชอบ" มันพูดเสียงกระเง้ากระงอดใส่ผม

"เออ...กูก็ขอโทษแล้วไง มึงอย่าพูดมากดิ"

"งั้นสรุปมึงกับกูเคลียกันแล้วนะ"

"อืม" ผมกับไอ่คูปองก็เป็นแบบนี้แหละครับ ไม่สิ ทั้งกลุ่มของผมเลยดีกว่า ไม่ว่าเราจะมีปัญหา มีปากเสียงหรือไม่เข้าใจอะไรกัน เราก็จะเคลียกันให้จบภายในวันนั้นเลย เพราะถึงจะทะเลาะกันยังไงสุดท้ายพวกเราก็ต่างรู้ว่าภายในกลุ่ม ไม่มีใครคิดร้ายกับใครหรอก ก็เพื่อนกันทั้งนั้น

"นั่นรอยมือเฮียกูเหรอ" มันถามพลางมองมาที่มุมปากผม

"อืม...เฮียมึงยังหมัดหนักเหมือนเดิม"

"เฮียนะเฮีย ถ้ารู้ว่าจะซัดมึงปากแตกแบบนี้ กูจะขอฝากให้เพิ่มอีกซักสี่ห้าหมัด"

"สัด" ผมด่ามันไม่จริงจังนัก ซึ่งไอ้คูปองก็ยิ้มขำ

"แล้วเรื่องฝันดี..."

"เรื่องนั้นไว้กูจัดการของกูเอง" ผมพูดแทรกขึ้นทันทีที่รู้ว่ามันกำลังจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับฝันดีก่อนหน้านี้

ไอ้คูปองถอนหายใจ

"กูก็ไม่ได้อยากยุ่งนะ แต่มึงรู้ไหม ตอนกูพาฝันดีมาล้างคราบเหล้าที่มึงเป็นคนทำ ฝันดีร้องไห้หนักมาก เล่นซะกูไปไม่เป็น ขนาดพากลับไปนั่งที่โต๊ะก็ยังไม่หยุดร้อง ปากก็พูดแต่จะกลับบ้าน จะกลับบ้าน กูล่ะแทบบ้า จนมึงเดินเข้ามานั่นแหละถึงได้สงบลง มึงไม่สงสารมันบ้างเหรอวะ"

"....."

"เนี่ย พอกูพูดมึงก็เงียบใส่กูอีกละ มึงน่ะอะไรเบาได้ก็เบานะ กูกลัวฝันดีมันจะช้ำใจตายเพราะมึงเข้าสักวัน" สิ่งที่ไอ้คูปองพูดเตือนผม ไม่ต่างจากที่ไอ้มอสพูดกับผมก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

"กลับไปที่โต๊ะกันเถอะ ป่านนี้ไอ้มอสมันคงใกล้อกแตกแล้วมั้ง"

"เปลี่ยนเรื่องเก่ง...เฮ้อ~"

ไอ้คูปองถอนหายใจอีกครั้ง แต่มันก็ยอมเดินตามผมออกมาจากห้องน้ำ โดยที่ไม่พูดหรือถามเซ้าซี้อะไรผมต่อ ซึ่งพอเราสองคนเดินกลับมาที่โต๊ะ สายตาของไอ้บีกันกับไอ้มอสก็หันมองพวกผมมาแต่ไกลอย่างลุ้น ๆ ว่าผมสองคนจะดีกันหรือยัง จนเราเข้ามานั่งลงที่เดิม พวกมันก็ยังจ้องผมสลับกับไอ้คูปองไม่วางตา

"พวกกูเคลียกันแล้ว...โอเคนะ" ไอ้คูปองเป็นคนพูดบอก ไอ้บีกันกับไอ้มอสก็พากันถอนหายใจเฮือกใหญ่

"โอ๊ยย กว่าจะเคลียกันได้นะพวกมึง เป็นเพื่อนกันใครเขาให้ทะเลาะกันฮะ" ไอ้มอสได้ที่พูดบ่น

"ไหนใครทะเลาะกับใคร กูกับไอ้ทะเลไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อย เนอะทะเลเพื่อนรักกกก" ไอ้คูปองไม่พูดเปล่าใช้มือทั้งสองข้างมาเกาะแขนผมยิ่งกว่าหนวดปลาหมึกเสียอีก

"เออ เพื่อนรัก ทีเมื่อกี้ล่ะนั่งเป็นไม้คดหน้างอกันเชียว"

"พูดมากว่ะไอ้มอส มา ๆ มาชนแก้วกันดีกว่า คืนนี้ใครเมาหัวทิ่มเป็นคนจ่ายตังค์ เอ้าชน!" ไอ้คูปองพูดจบ พวกผมก็ยิ้มส่ายหน้ากับคำพูดของมัน แต่ก็ยกแก้วขึ้นมาชนตามคำชวนของมัน

บรรยากาศในโต๊ะของพวกเราเริ่มกลับมาครึกครื้นขึ้น ความสนุกกลับมาอีกครั้ง จะมีก็แต่ไอ้ฝันดีที่ยังคงนั่งนิ่ง ถึงจะมีพูดตอบไอ้มอสอยู่บ้าง แต่ก็เงียบเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ดูจากหัวของมันที่เริ่มโอนเอน นั่งทรงตัวไม่อยู่ ดูท่ามันคงง่วงมากแล้ว ก็ฝันดีมันเป็นเด็กอนามัยนี่ ปกติมันคงเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มสิท่า

"ดื่มเหล้าเฉย ๆ กูว่ามันน่าเบื่อว่ะ มาเล่นเกมกันดีกว่า" ไอ้มอสเสนอ

"Truth or Dare อีกล่ะสิมึง" ไอ้บีกันพูดอย่างรู้ทัน

"ถะ ถะ ถะ ถะ ถูกต้องนะครับบบ!!" พวกผมพากันส่ายหน้าอย่างเอือมระอาความโอเวอร์ของไอ้มอส

"มึงไม่เบื่อบ้างหรือไง แดกเหล้าทีไรก็เล่นแต่เกมนี้" ไอ้คูปองพูด

"มึงน่ะทำมาเป็นพูดไอ้คูปอง กูเห็นเวลาเล่นทีไร มึงน่ะตัวคิดคำท้าเหี้ย ๆ เลย" ไอ้คูปองยักไหล่ไม่มีท่าทีที่จะปฏิเสธ

"มา...เล่นก็เล่น แล้วจะเล่นกันกี่คน" ไอ้บีกันถาม ซึ่งผมรู้ว่าที่มันถามแบบนี้มันจงใจจะถามถึงใคร แล้วทุกคนก็พากันหันไปมองไอ้ตัวเล็กที่นั่งใบ้มาเป็นชั่วโมง ซึ่งพอมันเห็นเพื่อนของผมหันไปมองที่มัน มันก็เลิกคิ้วขึ้น จากที่นั่งตาปรือในตอนแรก ก็ถึงกับตาโต

"ฝันดีคนสวยยย เล่นด้วยกันนะ"

"เอ่อ...แต่เราเล่นไม่เป็น" มันตอบเสียงอึกอัก

"เฮ้ยเล่นไม่ยาก เอาเป็นว่ามึงเล่นด้วยนะ โอเค" ไอ้มอสพูดเองเออเองเสร็จสรรพไม่เว้นจังหวะให้ไอ้ฝันดีได้พูดแทรก ซึ่งคนอ่อน ๆ อย่างมันเลยปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้คัดค้านอะไร ผมทำเพียงชำเลืองมองมันเป็นระยะ ๆ แต่มันนี่สิ ไม่แม้แต่จะชายตามองผมเลยด้วยซ้ำ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้กับผมไปได้สักกี่น้ำ

"กูเคลียโต๊ะเลยนะ" ไอ้บีกันพูดบอกก่อนจะจัดการเคลียที่ว่างกลางโต๊ะไว้สำหรับวางขวดเพื่อใช้หมุน

"งั้นเดี๋ยวกูไปเอาลูกเต๋าแป๊บ" แล้วไอ้คูปองก็ลุกออกไป ไม่นานมันก็กลับมาพร้อมกับลูกเต๋าเจ้าประจำหนึ่งเดียวของกลุ่มพวกเรา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ไอ้บีกันเคลียโต๊ะเสร็จพอดี ทว่าไอ้คูปองมันไม่ได้เดินกลับมาคนเดียว แต่มันกลับเดินมาพร้อมกับเจ้าของรอยหมัดที่อยู่บนหน้าผม

"จะเล่นไร้สาระกันอีกแล้วเหรอพวกมึง ถึงให้ไอ้คูปองไปหยิบลูกเต๋า" เฮียคูเปอร์ถามก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมของเฮีย

"ก็นิดนึงน่ะเฮีย สร้างสีสันในวงเหล้า" ไอ้มอสตอบ แล้วเฮียก็หันมามองหน้าผม

"ไงมึง สติกลับมาครบหรือยัง"

"ครบแล้วครับ" ผมตอบเฮีย พอมาเจอหน้าเฮียแบบนี้ก็แอบเจ็บตรงรอยแผลนิด ๆ แฮะ

"เลิกถามเรื่องเก่าได้แล้วเฮีย วัยรุ่นเขาจะเล่นกัน คนแก่แบบเฮียมาทำไมเนี่ย" ไอ้คูปองนั่งลงข้างผมแล้วหันไปพูดแขวะพี่ชายของมัน

"ตอนนี้กูว่าง"

"แล้วไง"

"กูจะเล่นด้วย" เฮียคูเปอร์ตอบ ซึ่งปกติแล้ว เวลาที่พวกผมมานั่งเล่นเกมนี้ที่ร้านเฮีย ก็มีบางครั้งที่เฮียจะลงมาเล่นด้วย แต่ก็ไม่บ่อยนัก

"เฮียจะเล่นด้วยจริงดิ โธ่ ถ้าเฮียบอกเร็วกว่านี้ผมจะได้ไปลิสต์คำท้าเตรียมไว้ท้าให้เฮียทำไว้ก่อน"

"เหรอ" เฮียพูดพร้อมทั้งขยี้หัวน้องชายตัวเองอย่างหยอกล้อ

"โอ๊ยพอเลยเฮีย...มา ๆ มาเล่นกัน อย่าเสียเวลา" ไอ้คูปองพูด ก่อนจัดการวางขวดเปล่าไว้กลางโต๊ะเตรียมเล่น

 

#FHANDEE

เกมอะไรกัน...

ผมไม่เห็นอยากเล่นเลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง สิ่งเดียวที่ผมต้องการในตอนนี้คือ...

ผมอยากกลับบ้าน...

บรรยากาศบนโต๊ะที่กลับมาดีเหมือนเดิม ทุกคนดูสนุกสนานกับการเตรียมของเพื่อเล่นเกมและพูดคุยดื่มเหล้ากัน คงจะมีก็แต่ผมที่ยังรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องนั่งอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าของคนใจร้าย...

คำพูดดูถูกของทะเลที่ว่าได้ตัวผมมาฟรี ๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวผม คำพูดไร้หัวใจที่เหมือนปลายมีดที่กรีดลงมาบนอกข้างซ้ายที่อ้นอ่อนของผม มันทั้งเจ็บ ทั้งหน่วง ทั้งวูบโหวงไปหมด นี่สินะคือสิ่งที่ทะเลมองผมมาโดยตลอด เขาคงมองผมเป็นแค่สิ่งของไร้ค่าสำหรับเขา เขาถึงได้พูดมันออกมาต่อหน้าคนอื่น ๆ ง่าย ๆ แบบนั้น อีกทั้งการกระทำที่เลวร้าย ที่จู่ ๆ เขาก็เอาเหล้ากรอกปากผมแบบนั้น

ในวินาทีที่น้ำสีอำพันรินไหลเข้ามาในปากผม ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งลำคอ รสชาติขมเฝื่อนบาดปลายลิ้นคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากของผมจนผมแทบอยากจะอาเจียน ความรู้สึกคล้ายกับคนกำลังจมน้ำจนสำลักออกมาแทบหายใจไม่ออก ในตอนนั้นผมทรมานมาก

แม้คูปองจะพาผมไปล้างปากล้างตัวแล้ว แต่กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ยังติดอยู่บนตัวผมจนผมวินเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา เสื้อยืดสีขาวอาบไปด้วยน้ำเหล้า จนเนื้อผ้ามันแนบไปกับผิวเนื้อผม คูปองคงทนดูไม่ได้เลยสละเสื้อแจ็กเก็ตของเขามาให้ผมสวมใส่ ซึ่งผมก็รู้สึกขอบคุณเขามาก แต่หากเขายอมพาผมกลับบ้านตามคำขอของผม ผมคงจะรู้สึกขอบคุณเขามากกว่านี้

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บยิ่งกว่าการกระทำป่าเถื่อนของทะเล คือการที่เขากลับมานั่งยิ้มหัวเราะและสนุกกับเพื่อนได้ราวกับไม่ได้รังแกผมก่อนหน้านี้ เขาไม่มีวี่แววของความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นมันก็ยิ่งทำให้ผมเจ็บ เจ็บจนอยากจะร้องไห้ออกมาอีกครั้งแต่ก็ต้องอดกลั้นไว้ เพราะต่อให้ผมร้องออกมาจนน้ำตาเป็นสายเลือด คนอย่างทะเลก็ไม่มีทางรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับผมหรอก

เพราะผมมันก็แค่ของเล่นไร้ค่าของเขาเท่านั้น...

"เดี๋ยวก่อนไอ้คูปอง อย่าพึ่งเล่น...ไอ้มอสมึงช่วยอธิบายเกมให้ไอ้ฝันดีฟังก่อนดิ มันนั่งเอ๋อแล้วนั่น" บีกันทักขึ้น ซึ่งทุกคนก็พากันหันไปมองหน้าผมรวมถึงคนใจร้ายอย่างทะเล แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คิดที่จะชายตาไปมองเขาแม้แต่นิด

"อ๋อจริงด้วย ลืมไปเลย คืออย่างนี้นะฝันดี เกมนี้ก็แค่เอาขวดวางกลางโต๊ะแบบนี้แล้วหมุน" มอสเริ่มอธิบายให้ผมฟังพร้อมสาธิตหมุนขวด "ปากขวดไปหยุดอยู่ที่ใคร คนนั้นต้องโยนลูกเต๋า ถ้าได้เลขคู่ต้องเลือกพูดความจริง แต่ถ้าได้เลขคี่ต้องเลือกรับคำท้า ซึ่งคนถามหรือท้าก็คือคนที่หมุนขวดนั่นเอง" ผมพอจะเคยได้ยินเกมนี้อยู่บ้าง แต่วิธีการเล่นที่มอสพูดบอกทำไมผมถึงไม่รู้สึกคุ้นเลยนะ

"คือความจริงเกม Truth or Dare น่ะ ผู้เล่นสามารถเลือกเองได้ว่าจะพูดความจริงหรือรับคำท้า" คูปองพูดอธิบายเสริม "แต่แบบนั้นพวกเราว่ามันธรรมดาเกินไป ก็เลยเปลี่ยนกติกาอย่างการเอาลูกเต๋าเข้ามาสร้างความตื่นเต้น เรียกง่าย ๆ เลยคือเกมนี้น่ะ ไม่ใช่แค่มีความกล้าอย่างเดียว แต่ต้องพึ่งดวงด้วย"

"อ๋อ..." ผมเริ่มจะเข้าใจกติกาการเล่นแล้ว แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ "แล้วถ้า...ผู้เล่นไม่ทำตามล่ะ" เหมือนกับว่าคำถามของผมจะทำให้คูปองยิ้มกริ่ม ก่อนที่เขาจะหยิบขวดเหล้าขึ้นมาขวดหนึ่งแล้วรินใส่แก้วตรงหน้าผมจนเกือบล้นแก้ว

"ถ้าผู้เล่นไม่ยอมตอบคำถามหรือไม่ยอมรับคำท้าก็ต้องรับบทลงโทษ โดยการดื่มเหล้าในแก้วนี้ให้หมดรวดเดียว" ผมถึงกับชะงักหน้าถอดสีเมื่อได้ฟังบทลงโทษ หะ...ให้ดื่มเหล้าเพียว ๆ เต็มแก้วที่ไม่มีแม้แต่น้ำแข็งสักก้อน แถมแก้วก็ใหญ่มากด้วย แค่คิดว่าผมต้องดื่มมัน ผมก็อยากจะอาเจียนแล้ว ก็อย่างที่บอก กลิ่นเหล้ายังคละคลุ้งอยู่ทั่วโพรงปากและตามเนื้อตัวผมอยู่เลย นี่แค่เห็นขวดเหล้าผมก็ขยาดแล้ว

"เอาเป็นว่าเข้าใจแล้วนะ งั้นมาเริ่มกัน ฝันดีเลข 1 กูเลข 2 เฮียเลข 3 ไอ้คูปองเลข 4 ไอ้ทะเลเลข 5 แล้วก็ไอ้บีกันเลข 6 โอเค งั้นกูถอยลูกเต๋าเลยนะ ตกเลขอะไรคนนั้นได้เป็นคนเริ่มหมุนขวด" มอสพูดจบก็โยนลูกเต๋าขึ้น ทุกคนก็พากันมองอย่างลุ้น ๆ คงมีแต่ผมที่นั่งงุนงง

"คือถ้าลูกเต๋าตกที่เลขอะไร คนนั้นจะได้เริ่มเป็นคนหมุนก่อนน่ะ" เฮียคูเปอร์ที่คงสังเกตเห็นสีหน้างงงวยของผม เลยโน้มตัวเข้ากระซิบบอก ซึ่งก็ทำให้ผมเข้าใจได้ในทันที

ฟุ่บ

"เย้!" คูปองตะโกนลั่นอย่างดีใจ เมื่อลูกเต๋าตกที่เลขสี่ "งั้นกูหมุนขวดเลยนะ" เขาจับขวดบนโต๊ะตั้งท่าจะหมุน

"เดี๋ยวก่อนไอ้คูปอง" บีกันท้วงขึ้น

"อะไรของมึงอีกฮะไอ้บีกัน"

"มึงลืมอะไรไปหรือเปล่า วันนี้มันมีคนมาสายนะเว้ย" พอบีกันพูดแบบนั้น สายตาของทุกึนก็หันขวับไปมองทะเลด้วยสายตาแพรวพราวทันที

"อะไรเหรอมอส" ผมหันไปถามมอส เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่บีกันพูด

"นี่เป็นกติกาเพิ่มเติมอีกหนึ่งอย่างของพวกเราน่ะ นั่นก็คือ หากมีการเล่นเกมนี้ในวงเหล้า คนที่มาสายเกินกว่าเวลานัดกินเหล้า คนนั้นจะต้องเป็นผู้เล่นคนแรก ซึ่งจะถูกบังคับให้เลือกรับคำท้าไปโดยปริยาย ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้โยนลูกเต๋าเสี่ยงดวงเลยด้วยซ้ำ แล้ววันนี้ไอ้ทะเลกับมึงก็มาช้าไง แต่เพราะมึงคือผู้เล่นใหม่ พวกกูอะลุ่มอล่วยให้ได้"

ผมพยักหน้าเข้าใจ

"พวกมึงจะท้าอะไรกูก็ท่ามา" ทะเลถาม

"ในฐานะที่กูเป็นคนท้วงเรื่องนี้ งั้นกูขอเป็นคนท้ามึง" บีกันพูดขอ ซึ่งมอสกับคูปองก็พยักหน้าตกลง

"เออ มึงจะท้าอะไรกู"

บีกันกระตุกยิ้มมุมปาก

"มึงเห็นผู้หญิงชุดสีแดงโต๊ะนั้นไหม" ทุกคนหันมองตามนิ้วของบีกันที่ชี้ไปยังโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของพวกเรา ผมเองก็เช่นกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมได้เห็นหญิงสาวรูปร่างดีสมน้ำตาที่ดูแล้วเธอคงอายุมากกว่าพวกผม สักยี่สิบต้น ๆ เห็นจะได้

"อืม แล้วไงวะ"

"กูขอท้าให้มึงไปพาเขามาที่โต๊ะพวกเรา แล้วจูบผู้หญิงคนนั้นแบบดูดดื่ม"

กึก...

ผมชะงักนิ่งเมื่อได้ยินสิ่งคำท้าของบีกัน ทะเลเองก็เงียบไปเช่นกัน ผมชำเลืองมองเขานิด ๆ ด้วยใจที่หวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ทำไมกันนะ ผมไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจเลย ทะเลจะทำหรือไม่ทำมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ทำไมกัน ทำไมผมถึงได้รู้สึกเป็นกังวลแบบนี้ด้วย

"อะ...ไอ้บีกัน มึงท้าเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย" คูปองพูดพลางหันชำเลืองมองผม ที่ตอนนี้ทำได้เพียงนั่งก้มหน้านิ่ง ๆ

"เหี้ยตรงไหน ปกติเราก็ท้ากันแบบนี้อยู่แล้วนี่...ว่าไงไอ้ทะเล ปกติคำท้าแบบนี้หวานหมูสำหรับมึงเลยไม่ใช่เหรอ" บีกันหันไปถามทะเลอีกครั้ง ดูแล้วทะเลคงเจอคำท้าแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วครั้งนี้...ครั้งนี้เขาจะรับคำท้านั้นไหม

พรึ่บ

ทะเลไม่ได้พูดตอบอะไร แต่เขากลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้น สองคนกระซิบกระซาบบางอย่างซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทะเลเข้าไปคุยอะไรกับหญิงสาว แต่ไม่นานเธอก็เดินตามทะเลกลับมาที่โต๊ะของพวกเรา ก่อนที่ทั้งสองจะ...

จูบกัน...

"....."

คงไม่ต้องบอกนะว่าทะเลรับคำท่าหรือเปล่า...

สองมือหนาโอบรัดเอวบางของหญิงสาวที่ยกแขนขึ้นโอบรอบคอทะเลไว้พร้อมทั้งเงยหน้ารับริมฝีปากหนาที่โน้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากสีกุหลาบของเธออย่างเร้าร้อน เรียกเสียงโห่แซวจากผู้คนในร้านที่หันมาเห็นเหตุการณ์ สองคนยืนบทจูบกันราวกับจะกลืนกินอีกฝ่ายเข้าไป ผมที่ทนดูไม่ได้จึงรีบก้มหน้ามองมือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นอยู่บนตักของตัวเองที่ตอนนี้สั่นระริก ดวงตาร้อนผ่าวไปหมด ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกคออีกครั้งจนต้องระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ ข่มกลั้นความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุ

เสียงบทจูบที่ดังแข่งกับเสียงเพลงในร้าน ยิ่งทำให้ผมแทบอยากจะลุกหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ร่างกายมันขยับไม่ได้เลย มันชาวูบไปทั้งตัว ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของผมในตอนนี้มันเรียกว่าอะไร ผมรู้แค่ว่า...ผมเจ็บที่เห็นทะเลจูบกับคนอื่นโดยที่ไม่สนเลยสักนิดว่ามีผมอยู่ตรงนี้

"พอใจมึงหรือยัง" ทะเลพูดถามบีกันเสียงนิ่งหลังจากถอนริมฝีปากออกจากหญิงสาว ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ทะเลมีสีหน้ายังไง เพราะผมนั่งก้มหน้าอยู่ รู้เพียงว่าตอนนี้หญิงสาวได้เดินกลับไปที่โต๊ะของเธอแล้ว

"เอ่อ...กะ...กูว่าเรามาเล่นกันต่อเถอะ อะ...ไอ้คูปองมึงหมุนขวดสิ" มอสพูดขึ้นเสียงอึกอัก

"อะ...เออ โอเค งะ...งั้นกูหมุนละนะ พวกมึงเตรียมตัวเลย"

หลังจากที่คูปองตอบรับ เขาก็จัดการหมุนขวด เกม Truth or Dare ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนต่างโดนคำถามและคำท้าสุดแปลกประหลาดที่ไม่ต่างจากการเอามาแกล้งกัน แต่ผมไม่ได้รู้สึกสนุกเลยสักนิด ตอนนี้จิตใจของผมมันล่องลอยแทบไม่อยู่กับตัว ผมอยากให้เวลาตรงนี้ผ่านไปเร็ว ๆ ผมไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว

"มึงโดนแล้วไอ้ฝันดี!" มอสพูดขึ้นหลังจากที่เฮียคูเปอร์เป็นฝ่ายหมุนขวดแล้วปากขวดหันมาทางผม นั่นหมายความว่าผมกลายเป็นผู้เล่น ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ปากขวดหันมาทางผมตั้งแต่เริ่มเล่นมา "เอามึงโยนลูกเต๋าเลย" ผมรับลูกเต๋าจากมอส ก่อนจะทอยลูกเต๋าส่ง ๆ ไม่ได้สนใจนักว่าตัวผมจะได้อะไร

ฟุ่บ

ห้างั้นเหรอ...

"มึงได้เลขคี่!!" มอสพูดขึ้นเสียงดังยิ้ม ๆ เมื่อเห็นเลขบนลูกเต๋า

"กูจะท้าอะไรมึงดีล่ะ" เฮียคูเปอร์ถามผมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำเอาผมหวั่นกลัวไม่น้อย แม้ผมจะไม่สนิทหรือรู้จักกับเฮียเป็นการส่วนตัว แต่ก็พอรู้ว่าเฮียคูเปอร์น่ากลัวแค่ไหน แต่แล้วจู่ ๆ เฮียคูเปอร์ก็หันไปหาทะเล "ไอ้ทะเล กูจะท้าอะไรเมียมึงดีล่ะ" ผมชะงักกับสิ่งที่เฮียคูเปอร์หันไปถามทะเล และเหมือนทะเลจะนิ่งไปเช่นกัน ก่อนที่เขาจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

"มันไม่ใช่เมียผม เฮียอยากจะท้าอะไรก็เรื่องของเฮียสิ"

"....." ผมกลืนน้ำลายลงคงอย่างฝืดเคืองๆ วาจาเย็นชาที่เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแสผม ทำเอาใจของผมหล่นไปวูบหนึ่ง แต่ทะเลก็พูดถูกจริง ๆ นั่นแหละ ผมกับทะเลไม่ได้เป็นอะไรกันน่ะถูกแล้ว

"เหรอ...แล้วไหนตอนแรกมึงยังเรียกมันว่าเมียอยู่เลยนี่" เฮียคูเปอร์ยังคงถาม

"ตอนนั้นผมแค่เรียกเล่น ๆ น่ะ"

เล่น ๆ งั้นเหรอ...อืม ผมเข้าใจแล้ว

เฮียคูเปอร์ไม่ได้ถามอะไรทะเลต่อ คนอื่น ๆ ก็พากันเงียบอีกครั้ง ก่อนที่เฮียจะหันมามองหน้าผม

"ไงมึง พร้อมรับคำท้าหรือยัง"

ผมพยักหน้าตอบรับช้า ๆ

"เฮียคิดคำท้าได้แล้วเหรอ อย่าท้าอะไรแผลง ๆ ล่ะ ฝันดีมันเป็นเด็กดี สงสารมัน" คูปองพูดกับพี่ชายตนเอง

"เออน่า" เฮียพูดแค่นั้น

"เฮียจะท้าอะไรเหรอครับ" ผมถามเสียงแผ่ว อยากจะเล่นให้มันจบ ๆ ไป เกมบ้า ๆ นี้น่ะ

เฮียคูเปอร์ยกยิ้มมุมปาก

"เดินมานั่งตักกู" ผมชะงักกับสิ่งที่ได้ยิน และดูเหมือนคนอื่น ๆ ก็จะชะงักไม่ต่างจากผม "อ๋อ...หอมแก้มกูทีนึงด้วย ตอนแรกกะจะให้จูบ แต่เห็นว่ามึงน่าเอ็นดู งั้นแค่หอมก็พอ"

ประโยคที่เฮียคูเปอร์พูดต่อ ไม่ได้ทำให้คำท้านั้นน่ากลัวน้อยลงได้เลย นั่งตักกับหอมแก้มงั้นเหรอ ทำไม่จู่ ๆ เฮียถึงท้าผมแบบนั้น ผมไม่รู้จักเฮียเลยด้วยซ้ำ พึ่งจะได้คุยกันก็วันนี้วันแรก ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยจะให้ผมทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน ทว่าเกมนี้ก็มีแต่คำท้าแปลก ๆ ทั้งนั้น

"ทำไมท้าแบบนั้นวะเฮีย" คูปองพูดถามเสียงแข็ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากเฮียคูเปอร์

ผมไม่อยากรับคำท้า ผมไม่ใช่คนที่ชอบไปแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น และไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวผมด้วย แต่ถ้าให้ผมดื่มผมก็คงอาเจียนออกมาแน่ ผมจึงหันไปมองทะเล แต่เขากลับนั่งนิ่งเฉยพร้อมทั้งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มไม่หยุด ไม่คิดจะสนใจกันเลยจริง ๆ สินะ ผมจะทำอะไรกับใครทะเลเขาก็คงไม่สนอยู่แล้วสินะ

"ฝันดี ถ้ามึงไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรนะเว้ย มันก็แค่เกม" คูปองพูดบอกผม

"ไม่เป็นไร" ผมพูดบอกคูเปอร์ แล้วจึงหันไปหาเฮีย "ผมรับคำท้าครับ"

ปึง!

เสียงแก้วกระแทกโต๊ะเสียงดังด้วยมือแกร่งของทะเลทำเอาผมสะดุ้ง และคนอื่น ๆ ก็หันไปมองที่เขา

"โทษที แก้วมันหลุดมือ" ทะเลพูดแค่นั้นก่อนจะยกแก้วเหล้าดื่มรวดเดียวหมด

"รับคำท้าแล้วก็ทำสิมึง จะนิ่งอยู่ทำไม" เฮียคูเปอร์พูด ผมจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ เฮียแล้วยังคงยืนนิ่ง ถึงแม้ปากผมจะรับคำท้า แต่พอเอาเข้าจริงผมเองก็ไม่กล้าทำเหมือนกัน

“นี่มันเกมจริงหรือท้า หรือเกมเอาคืนกันแน่วะ” มอสพูดพึมพำ

หมับ

"อ้ะ!" ผมร้องตกใจเมื่อจู่ ๆ แขนทรงพลังของเฮียก็รั้งเอวผมแล้วดึงเข้ามานั่งลงบนตักของเฮียโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว ผมสั่นไปหมด รู้สึกหวาดหวั่นที่ต้องมานั่งบนตักของผู้ชายแบบนี้ สองแขนของเฮียยังคงโอบเอวผมไว้ไม่ห่าง ผมรู้สึกไม่ดีเลย แต่ก็ฝืนนั่งนิ่ง ไม่ได้ลุกหนีเหมือนใจคิด

"มึงต้องทำอีกอย่างนึงด้วยนะ" เฮียพูดบอก ซึ่งผมรู้ดีว่าเฮียหมายถึงอะไร

"พอแล้วมั้งเฮีย ผมว่าเฮียเล่นเยอะไปแล้วนะ ปกติไม่เห็นเคยท้าอะไรแบบนี้" คูปองพูดด้วยน้ำเสียงติดจะห้วนนิด ๆ

"กติกาก็ต้องเป็นกติกาสิ ในเมื่อมันบอกว่ามันรับคำท้า มันก็ต้องทำตาม" เฮียพูดตอบน้องชายตัวเอง คูปองนิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะถอนหายใจแรงเฮือกใหญ่แล้วหยิบแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมาดื่ม

ผมที่ยังนั่งอยู่บนตักของเฮีย หันไปมองทะเลอีกครั้งซึ่งนั่นก็ทำให้ผมสบตากับเขาที่มองผมอยู่ก่อนแล้วได้อย่างพอดิบพอดี สายตาคู่คมที่จ้องมองผม มันทั้งดุดัน แข็งกร้าวและวาวโรจน์แลดูน่ากลัวจนผมต้องเบนหน้าหลบ อะไรกัน ทำไมทะเลต้องมองผมแบบนั้นด้วย

"มึงจะหอมได้ยัง" เฮียคูเปอร์ถามย้ำ ผมที่ไม่มีทางเลือก จึงหลับตากลั้นใจฝืนขยับหน้าเข้าไปใกล้กับแก้มของเฮีย

จุ๊บ

ริมฝีปากของผมแตะโดนแก้มของเฮียคูเปอร์ไม่ถึงวินาทีผมก็รีบผละหน้าออกทันที ก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเอง ไม่ชอบเลย รู้แบบนี้ยอมแพ้แล้วดื่มเหล้าแก้วยักษ์ยังจะดีเสียกว่า

ผมรีบลุกจากชายร่างแกร่งแล้วเดินกลับมานั่งลงที่เดิมของตัวเอง ส่วนเฮียคูเปอร์ก็กระตุกยิ้ม ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ผมหันไปมองทางทะเลอีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่ได้หันมามองทางผมแล้ว แต่กลับก้มหน้าก้มตายกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นดื่มท่าเดียว ไม่พูดไม่จากับใคร เป็นอะไรไปอีกนะ

การเล่นเกมดำเนินการต่อ ทุกคนสลับกันถาม สลับกันท้า สลับกันเป็นคนหมุนขวด วนกันไปหลายรอบ ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่เริ่มเล่นเกมนี้มันผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว รู้แค่ตอนนี้มันดึกมากจนผมตาแทบปิด แต่ทุกคนก็ไม่มีแววที่จะเลิกเล่นเกมเลย เหล้าขวดแล้วขวดเล่าถูกนำมาเปิดใหม่ ดื่มกันยิ่งกว่าอาบเสียอีก

เกมนี้สำหรับผมน่ะ การพูดความจริงมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมเลย ไม่ว่าใครจะถามอะไร ผมก็ตอบได้ในทันที แต่ที่ยากก็คงเป็นไอ้ตรงคำท้านี่แหละ โดยเฉพาะมอสที่แต่ละคำท้าของเขา ทำเอาผมต้องเลือกยอมแพ้ จากที่ตอนแรกผมไม่คิดที่จะดื่ม ตอนนี้กลับกลายเป็นยกแก้วแล้วแก้วเล่าจนเลือดในตัวจะกลายเป็นแอลกอฮอล์แล้ว นี่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าผมง่วงหรือเมากันแน่

"อะ ตามึงหมุนแล้วฝันดี" มอสบอกผม ผมที่เริ่มมึน ๆ ก็หรี่ตาเพ่งหาขวดเหล้าที่อยู่กลางโต๊ะ ตอนแรกมันมีขวดเดียวนี่ แต่ทำไมตอนนี้ผมเห็นมันมีหลายขวดเหมือนมีภาพมาซ้อนทับกันนะ ผมเลยตั้งใจเล็งอีกครั้งก่อนที่มือของผมจะจับขวดนั้นได้พอดี ผมจัดการหมุนแล้วนั่งมองลุ้น ๆ ขอให้ไปโดนมอสทีเถอะ ผมจะท้าให้แก้ผ้าแล้ววิ่งรอบร้านเลยคอยดู โทษฐานที่เอาแต่แกล้งผม

ฟึ่บ

หืม...

ปากขวดมันไปหยุดอยู่ฝั่งตรงข้ามผมเหรอ ว่าแต่ใครแล้วนะที่นั่งตรงข้ามผม...?

ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะโน้มหน้าหรี่ตามอง ด้วยเพราะทัศนียภาพในการมองเห็นของผมมันช่างมัวหมองเสียยิ่งกว่าเลนส์กล้องที่ยังไม่ได้ปรับ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม...

"ไอ้ทะเล โดนมึงแล้วมึงก็โยนลูกเต๋าดิวะ" บีกันพูดขึ้น

เดี๋ยวนะ บีกันเรียกใครนะ ทะเลงั้นเหรอ...

ทะเลไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบลูกเต๋าขึ้นมาทอย คือตั้งแต่เริ่มเล่นเกิมนี้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ทุกตาที่ผมเป็นคนหมุน มันไม่เคยโดนทะเลเลย และทุกตาที่ทะเลหมุน ก็ไม่โดนผมเช่นกัน ครั้งนี้มันเลยทำให้ผมตื่นเต้นมาก ผมพยายามมองไปที่ลูกเต๋าจนมันหยุดนิ่ง ว่าแต่ได้เลขอะไรกันนะ

"เลขคู่...ไอ้ทะเลได้พูดความจริงว่ะ" มอสพูดบอกเบา ๆ "มึง...จะพูดความจริงหรือดื่มวะ" ความจริงคำถามที่มอสถามทะเลต้องเป็นผมที่ถาม แต่เพราะคงเห็นว่าผมเอาแต่นั่งเงียบ มอสเลยถามแทบให้

"จะถามอะไรล่ะ ก็ถามมาสิ" คำพูดของทะเลบ่งบอกว่าเขาเลือกที่จะพูดความจริง

"เอ่อ...ฝันดี อยากจะถามอะไรไอ้ทะเลก็ถามสิ" คูปองหันมาเรียกสติผมที่เลือนลางเต็มทน ผมไม่ได้พูดหรือโต้ตอบอะไรในทันที เพียงแค่หันไปมองหน้าทะเลนิ่ง ๆ

"ทา...เล..." ผมเรียกชื่อคนตรงหน้า ทว่าเสียงของผมกลับยานคางจนน่าใจหาย เรื่องที่ผมจะถามเขางั้นเหรอ ต้องมีอยู่แล้วสิ

"อะไร"

ผมเงียบไปครู่หนึ่ง

"ทา...เล...เคยรู้สึก~ อะไร...กับเราบ้างหรือเปล่า..."

"....." ทะเลเงียบ คนอื่นก็เช่นกัน ทำไมเหรอ หรือผมถามอะไรที่ไม่ควรถาม ว่าแต่...เมื่อกี้ผมถามเขาว่าอะไรนะ ทำไมรู้สึกปวดหัวจัง อยากนอนแล้ว

"กู..." ผมที่นั่งคอตกเอียงไปเอียงมา เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายเริ่มพูดขึ้น ทำไมใจผมเต้นแรงแบบนี้นะ ทำไมผมต้องลุ้นในสิ่งที่เขาจะตอบด้วย "...กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมึง"

"....." ทำไมจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนหูอื้อเลยนะ เหมือนมีเสียงแมลงหวี่ดังก้องอยู่ในหูเลย ผมยกมือขึ้นมาทาบตรงอกข้างซ้ายก่อนจะเกามันเบา ๆ เพราะรู้สึกขันยุบยิบแต่เกายังไงมันก็ไม่หาย เหมือนมันเจ็บแปล็บ ๆ อยู่ข้างใน

"ฝันดี..." มอสที่นั่งอยู่ข้างผม เรียกชื่อผมเสียงแผ่วพร้อมกับส่งทิชชูมาให้ แล้วให้ผมทำไมกัน ผมเลิกคิ้วใส่มอสอย่างไม่เข้าใจ "มึง...ร้องไห้"

หืม?

ผมร้องไห้งั้นเหรอ...

ผมยกมือขึ้นลูบแก้มของตัวเอง สัมผัสเย็นชื้นจากของเหลวที่อาบสองข้างแก้มเป็นการยืนยันว่าผมร้องไห้จริง ๆ ผมร้องไห้ตอนไหนกันไม่เห็นรู้เลย แล้วผมร้องไห้ทำไม

"ฮึ่ก ระ...เราร้องไห้เหรอ ฮึ่ก...เราร้องทำไม ฮึ่กฮื้อออ ละ...แล้วทำไมเราเจ็บตรงนี้...ฮึ่ก" ผมทุบอกข้างซ้ายของตัวเอง "ฮึ่ก ฮื้อออ...เราเป็นอะไร ฮึ่ก...ฮื้อออ" มอส บีกันและคูปองต่างพากันตกใจที่จู่ ๆ ผมก็ฟูมฟายขึ้นมา น้ำตาไหล่ท้วมหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามเช็ดมันออกเท่าไหร่มันก็ไม่หมด

"เห้ยฝันดี ใจเย็น อย่าร้องดิวะ คนมองกันใหญ่แล้ว" คูปองที่นั่งอยู่อีกฝั่งลุกขึ้นเดินมาหาผมแล้วพูดปลอบ

"ฮึ่ก ฮื้อออ...ฮึ่ก...ใจร้าย...คนใจร้าย...ฮึ่ก...คนนิสัยไม่ดี...ฮึ่ก...ทำไมต้องทำกับเราแบบนี้ด้วย...ฮึ่ก...ไม่เอาแล้ว...ฮึ่ก...เราไม่ชอบ...ฮึ่ก...เราเจ็บ...ฮึ่กฮื้อออ"

"กูว่าไอ้ฝันดีมันเมาแล้วหรือเปล่าวะ" บีกันพูดขึ้น

"นั่นสิ มันถูกดื่มไปสามสี่แก้วเลยนี่" เฮียคูเปอร์พูดขึ้นอีกคน

"เพราะมึงเลยไอ้มอส ท้าเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ ไอ้ฝันดีเลยต้องดื่มจนเมาแบบนี้" คูปองหันไปว่ามอส

"มึงค่อยมาด่ากูแล้วทำให้มันหยุดร้องก่อนไหม...ไอ้ทะเล มึงไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไง!" มอสตะคอกถามทะเล แต่เขากลับนั่งนิ่งเงียบ เขาคงไม่คิดจะสนใจผมอยู่แล้วสินะ คงจะรำคาญผมมากสินะ

พรึ่บ

"เฮ้ยฝันดีจะไปไหน!" คูปองถามผม แต่ผมก็ไม่สนใจ รีบวิ่งออกมานอกร้าน สองมือยกขึ้นปาดน้ำตา แทบมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้าที่กำลังวิ่งไป ผมรู้แค่ว่า ผมไม่อยากนั่งอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

กึก...

ปวดหัวจัง...

ปวดมากด้วย...

สติของผมค่อย ๆ จางหายลงไปเรื่อย ๆ จนทุกอย่างดับวูบ...

หมับ!

.

.

.

.

อีทะเล!! นั่นปากหรือหินกันฮะ

สงสารน้องไม่ไหวแล้วววว T^T

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ใครที่ยังไม่เข้าไปถูกใจและกดติดตามเพจของแจมทางเฟสบุ๊ก ก็เข้าไปกดไปตามกันด้วยน้าาา facebook fanpsge: แยมขนมปัง

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว