ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่31 เข้าพบฮ่องเต้และฮองเฮา

ชื่อตอน : ตอนที่31 เข้าพบฮ่องเต้และฮองเฮา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 283

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2564 09:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่31 เข้าพบฮ่องเต้และฮองเฮา
แบบอักษร

ก่อนจะถึงงานวันเกิดขององค์รัชทายาทก็เกิดข่าวลือที่ว่า องค์รัชทายาทพาใครไม่รู้ไปเดินเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ยังจับมือกันเดินกลางตลาดอีกด้วย 

 

ข่าวลือนี้ส่งผลให้ผู้คนฮือฮาเป็นวงกว้างคาดเดาต่างๆนาๆ ถึงผู้ที่เดินจับมือกับรัชทายาท หญิงสาวหลายคนที่หมายตาตำแหน่งไทจื่อเฟยขององค์รัชทายาทหลีไป่หลง ต่างจ้างคนไปสืบสาวหน้าตาและประวัติของบุคคลที่เดินจับมือเคียงข้างกับองค์รัชทายาทที่ตลาด

 

เนื่องจากอีกฝ่ายก็ใส่หน้ากากไม่ต่างจากองค์รัชทายาทเช่นกัน ทุกคนจึงคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงมีใบหน้าอัปลักษณ์ แต่ก็มีบางคนที่คิดว่าอีกฝ่าย มีใบหน้างดงามดังนางมารจิ้งจอกที่ล่อลวงผู้คนจึงต้องปิดบังใบหน้าเอาไว้ แต่คนเหล่านี้ก็เป็นส่วนน้อยนิด 

 

ต่างจากผู้ที่ตัดสินไปแล้วว่าอีกฝ่ายมีหน้าตาอัปลักษณ์ไม่ต่างจากองค์รัชทายาทที่พวกเขาเคยคิดเช่นกัน 

 

......

 

 

หนึ่งวันก่อนงานวันเกิดขององค์รัชทายาท

 

หลี่ไป่หลงและเฟิงเย่เดินทางเข้าวังมาในวันนี้เนื่องจากฮองเฮาหรือพระมารดาของหลีไป่หลงต้องการพบเฟิงเย่ 

 

ร่างบางรู้สึกตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบกลัวพระมารดาของคนรักไม่ชอบตน จนหลีไป่หลงต้องคอยปลอบประโลมตลอดการเดินทาง ผ่านไปสักพักก็มาถึงพระราชวัง 

 

ความใหญ่โตของพระราชวังนั้นสวยงามและใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก ด้วยครานั้นเขาแค่มีเป้าหมายมาหาร่างสูงเท่านั้นจึงไม่มีเวลาสำรวจพระราชวังมากนัก  

 

ระหว่างเดินทางไปยังตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา เขาเห็นเหล่าดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์หลากหลายชนิดประดับตกแต่งอยู่สองข้างทาง ส่งผลให้อากาศลมรื่นเย็นสบายน่าหลับนอนยิ่งนัก 

 

เหลานางกำนัลในวังหลวงต่างสวมเสื้อผ้าประณีตหน้าตาสะอาดงดงามก้มหน้าก้มตาเดินเป็นระเบียบ ส่งผลให้พระราชวังหน้าอยู่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งสำหรับคนนอกที่ไม่รู้เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดอยู่ในพระราชวังเท่านั้น

 

พอถึงหน้าตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา เฟิงเย่ยื่นสูดหายใจเข้าลึกๆที่หน้าตำหนัก โดยมีหลีไป่หลงจับมือให้กำลังใจอยู่เงียบๆด้านข้าง 

 

"...." 

 

หลังจากตั้งสติอยู่สักพักร่างบางก็หันหน้าไปมองหลีไป่หลงก่อนพยักหน้า 

 

ฝ่ามือใหญ่ผลักประตูเปิดเข้าไปด้านใน

 

 ห้องรับแขกของตำหนักฮองเฮาถูกประดับตกแต่งอย่างประณีตงดงาม มีรูปแกะสลักลวดลายหงส์อันงดงาม ลวดลายนูนสมจริงราวกับมีชีวิต สิ่งของประดับตกแต่งมากมายล่วนมีค่าราคาแพงเต็มตำหนัก มีเก้าอี้สี่ตัวในห้องรับแขกซึ่งตัวที่ใหญ่ที่สุดมีคนจับจองไปแล้วสองคน 

 

ทั้งคู่ทำความเคารพฮ่องเต้และฮองเฮาที่นั่งบนเกาอี้ตัวเดียวกันอยู่ด้านหน้า ซึ่งเก้าอี้ตัวนั้นมีความหรูหรางดงามและมีขนาดใหญ่สามารถให้คนตัวใหญ่นั่งได้สี่คน แต่ทั้งสองพระองค์กลับนั่งเบียดเสียดกันอยู่..... 

 

เฟิงเย่รู้สึกคุ้นหน้าฮองเฮายิ่งนัก แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก จึงได้แต่ก้มหน้าประหม่าอยู่เช่นนั้นยามที่ฮองเฮาบอกให้ลุกขึ้น หลีไป่หลงจึงจับมือเขาไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ 

 

ร่างบางที่ก้มหน้าอยู่รู้สึกถึงฝ่ามืออบอุ่นของใครบางคนที่กำลังลูบศีรษะของตนอย่างอ่อนโยน เขาจึงเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพื่อมองเจ้าของฝ่ามืออันอบอุ่นและอ่อนโยนนั่น

 

เป็นฮองเฮาที่กำลังลูบหัวเขาอย่างอบอุ่นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้เฟิงเย่อย่างอ่อนโยน ร่างบางจึงลดความเกร็งลงเผลอทำตัวผ่อนคลายมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

ฮองเฮาจางฟางเซียนเห็นว่า ว่าที่ลูกสะใภ้ที่ถูกใจของตนผ่อนคลายลงแล้วจึงส่งสายตาบอกให้บุตรชายจอมเย็นชาของตนไปนั่งส่วนตนเองก็จูงมือเฟิงเย่ไปนั่งลงด้านข้างอย่างถัดจากบุตรชาย

 

หลังจากเงียบมาสักพักฮองเฮาจึงเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เดินทางมาเมืองหลวงสะดวกสบายหรือไม่ หลงหลงน้อยไม่บอกแม่เกี่ยวกับเจ้าเลยสักนิด" 

 

เฟิงเย่หลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำเรียกขานบุตรชายตัวใหญ่ของพระนาง 

 

"...." หลงหลงน้อย ซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างเขาอย่างเงียบๆ ใบหูแดงกล่ำด้วยความอับอาย 

 

"ลูกบอกแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงเรียบนิ่งตอบกลับ 

 

"เจ้าบอกแม่แล้วหรือเหตุใดแม่จึงจำไม่ได้" ความจริงแล้วพระนางยังจำได้อยู่ว่าลูกชายเคยเล่าเรื่องราวของคนรักที่มีนามว่าเฟิงเย่ให้ฟังหลายครั้ง แทบจะทุกคราที่เดินทางมาหาพระนางเขาจะชอบเล่าเรื่องคนรักตัวน้อยของเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ดวงตาสีเขียวอ่อนเป็นประกายรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง

 

 ฮองเฮาก็แค่อยากแกล้งลูกชายจอมเย็นชาของตนให้เสียอาการบ้างก็เท่านั้น ซึ่งผลงานที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจมาก 

 

ฮองเฮามองว่าที่ลูกสะใภ้ของตนด้วยสายตาความอ่อนโยน พอเห็นว่าเฟิงเย่ยังไม่ได่ถอดหน้ากากพระนางจึงบอกให้ถอดด้วยความอยากเห็นหน้าตาของว่าที่ลูกสะใภ้ชัดๆ 

 

"เสด็จแม่"หลีไป่หลงรีบคัดค้านด้วยความหึงหวง แม้จะเป็นแม่ของตนเขาก็ไม่อยากให้ผู้ใดเห็นหน้าตาของเฟิงเอ๋อร์ของเขา! 

 

"เอ้ะ ลูกคนนี้นิ แม้แต่มารดาก็ยังจะหวง"ฮองเฮาบ่นแบบไม่จริงจังนัก 

 

ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำของฮ่องเต้หลีเหวินหลงกล่าวเสริม"ตามใจมารดาของเจ้าเถิด" 

 

องค์รัชทายาทหลีไป่หลงหมดหนทางโต้แย้งจึงยอมให้มารดาของตนเห็นหน้าคนรักอย่างไม่ยินยอม เฟิงเย่เห็นท่าทางของหลีไป่หลงจึงหันไปสบตาอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้เพื่อบอกเป็นนัยให้อีกฝ่ายเลิกหึงหวง 

 

ก่อนจะหันมาหาฮ่องเต้และฮองเฮาพร้อมฝ่ามือเรียวยกขึ้นถอดหน้ากากออก 

 

เผยให้เห็นหน้าตาน่ารักออกไปทางงดงาม ผมยาวสลวยสีม่วงขวับแปลงตารับกับใบหน้างดงาม ดวงตาสีน้ำตาลลูกกวางกลมโต ริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูระเรื่อ 

 

รวมแล้วใบหน้านี้ถือเป็นใบหน้าที่สมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ฮองเฮามองหน้าตาหน้ารักออกไปทางงดงามของเฟิงเย่ด้วยสายตาเป็นประกาย"งดงามยิ่ง" 

 

ฮองเฮาจางฟางเซียนกล่าวความจริง ตั้งแต่พระนางเกิดมายังมิเคยเห็นผู้ใดงดงามเท่านี้มาก่อน ถ้าพระนางเป็นบุตรชายของตน ก็คงจะหวงแหนอีกฝ่ายใว้ผู้เดียวมิอยากให้ผู้ใดพบเห็น 

 

คราแรกจางฮองเฮาดีใจเป็นอย่างมาก ที่บุตรชายผู้เย็นชา ไร้หัวใจมีความรัก ถึงรูปร่างหน้าตา ชาติตระกูลอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไรก็หาได้สนใจไม่ พระนางแค่คาดหวังให้อีกฝ่ายเป็นคนดีก็พอแล้ว 

 

แต่พอได้รู้ว่าคนรักของลูกชายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพระนางและลูกชายกับผู้ใช้คนสนิทเอาไว้ยิ่งรู้สึกถูกใจเข้าไปอีก เนื่องจากฮองเฮารู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น 

 

ทั้งสี่คน คุยกันในห้องรับแขกอยู่สักพักซึ่งจริงๆแล้วมีแค่ฮองเฮาและเฟิงเย่คุยกันแค่สองคนเท่านั้น ส่วนฮ่องเต้และหลีไป่หลงก็ออกความเห็นเวลามีคำถามหรือเรื่องเกี่ยวกับตนเอง 

 

เฟิงเย่ได้ฟังฮองเฮากล่าววีรกรรมของรัชทายาทหลีไป่หลงตั้งแต่ตอนเด็ก รวมทั้งเรื่องที่อีกฝ่ายตกต้นไม้จนเป็นแผลถลอกร้องไห้เสียงดัง ร้องคำว่าเสด็จแม่ลูกเจ็บดังลั่นตำหนัก

 

เฟิงเย่กลั้นหัวเราะสุดความสามารถเพื่อไม่ให้เสียมารยาทต่อฝ่าบาทและฮองเฮา ส่วนเจ้าตัวที่ถูกมารดาเผาระยะประชิดถึงจะนั่งนิ่งเฉยดังรูปปั้นเช่นเดิม แต่ใบหูและลำคอกลับแดงกล่ำจนแทบจะคั้นออกมาเป็นเลือดได้ 

 

เจ้าตัวอับอายเป็นอย่างมากจึงรีบหาทางพาเฟิงเย่ปลีกตัวออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุด จนกระทั่งเห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแล้วจึงกล่าวลาก่อนที่ตนจะถูกมารดาเผาจนหมดเปลือก"เสด็จแม่ ลูกว่านี้ก็เย็นมาแล้วลูกขอพาเฟิงเอ๋อร์กลับไปส่งก่อนพ่ะย่ะค่ะ" 

 

จางฮองเฮาเห็นว่านี้ก็มืดค่ำแล้วเช่นกันจึงอนุญาตให้ทั้งคู่กลับก่อนจะกล่าว"เสี่ยวเฟิงถ้าหลงหลงน้อยรังแกเจ้าให้มาฟองแม่ได้เลยนะลูก" 

 

"ขะขอรับ"เฟิงเย่ตอบในขณะที่ใบหน้าแดงกล่ำ

 

ส่วนฮ่องเต้ก็อวยพรให้ทั้งคู่เดินทางปลอดภัย 

 

.....

 

 

 

หลังจากออกมาจากตำหนักคุนหนิงก็มีเกี้ยวที่หรูหรางดงามมารับทั้งคู่ที่หน้าตำหนักเนื่องจากเป็นคำสั่งของฮองเฮา ทำให้เฟิงเย่ไม่อยากขัด 

 

เนื่องจากเป็นการขึ้นเกี้ยวเป็นครั้งแรกเฟิงเย่จึงรู้สึกเกร็งนิดหน่อยขณะนั่งเกี้ยว จนผ่านไปสักพักจึงลดความเกร็งลงได้ หลีไป่หลงที่นั่งด้านข้างมองร่างบางด้วยความเอ็นดู ก่อนจะดึงอีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนตักแล้วกอดไว้แน่น  

 

พอถึงที่จอดรถม้าทั้งคู่ก็รีบลงจากเกี้ยวก่อนจะเปลี่ยนมาขึ้นรถม้าแล้ว ออกไปจากพระราชวัง 

 

 

....

 

 

เช้าวันต่อมาเนื่องในวันนี้เป็นงานวันเกิดขององค์รัชทายาททั่วทั้งเมืองหลวงต่างประดับตกแต่งอย่างงดงาม ผู้คนสวนทางกันไปมาแน่นขนัด เพื่อรอชมความยิ่งใหญ่ของขบวนบรรณาการที่มาถึงในวันนี้ และรอคอยชมความงามขององค์หญิงรองผู้เลอโฉม 

 

"...." เฟิงเย่ยืนมองอาภรณ์ที่หลีไป่หลงส่งมาให้ใส่ด้วยความสงสัย 

 

ใครจะไม่สงสัยบ้างล่ะก็อาภรณ์ที่อีกฝ่ายส่งมาให้มันคืออาภรณ์จอมยุทธ์ ซึ่งก็คือชุดที่เขาต้องสวมไปงานวันเกิดของอีกฝ่ายอย่างไรล่ะ 

 

"...." 

 

ดูท่าเฟิงเย่คงต่องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับงานวันเกิดอีกฝ่ายแล้วล่ะ.......

 

 

 

 

 

                ตัดตัดตัดตัด 

 

เอ้ะ! เป็นงานวันเกิดแบบไหนกันนะถึงต้องใส่ชุดจอมยุทธ์ไป 

 

หึ ไรท์ว่าถ้าเป็นงานวันเกิดธรรมดาคงน่าเบื่อแย่จึงคิดงาวันเกิดรูปแบบใหม่ซึ่งอาจจะน่าเบื่อกว่าเดิม ฮ่าาาาาาาาาาาาาาา

 

อัพแบบไม่ระบุเวลา

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว