email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18 เปิดประสบการณ์ใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 เปิดประสบการณ์ใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2564 04:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 เปิดประสบการณ์ใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 18

โดย แยมขนปัง

 

 

 

#FHANDEE

"สำหรับการสอบในครั้งนี้ คู่ที่ได้คะแนนสูงสุดคือคู่ของเหนือสมุทรกับเขมนันท์ เก่งมาก ทุกคนปรบมือให้เพื่อนหน่อย"

แปะ แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือจากเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนดังก้องไปทั่วทั้งโรงยิม พร้อมด้วยสายตาหลายคู่ที่พากันหันมามองผม สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความอยากรู้อยากเห็น

"สองคนนั้นดูสนิทกันเนอะ"

"นั่นสิ ไปสนิทกันตอนไหน เห็นตอนแรกทะเลมันเอาแต่ตามแกล้งฝันดีนะ"

"กูว่าต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ ๆ"

"หรือสองคนนั้นมันจะกิ๊กกั๊กกัน"

"เหรอวะ แต่ไอ้ทะเลมันชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ มันจะเป็นเกย์ได้ยังไง"

"จะไปรู้เหรอ อีกอย่างฝันดีมันเหมือนผู้ชายซะที่ไหน พวกมึงดูดิ เป็นกูกูก็เอาอะ"

เสียงซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปากราวกับผมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ดังแว่วเข้าหูของผม แต่ผมก็ไม่มีกะจิตกะใจหันไปสนใจคำนินทาเหล่านั้นนัก เพราะสิ่งที่ผมสนใจในตอนนี้ คือรูปภาพที่ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ของผมด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่ผมไม่รู้จัก

ในเช้าวันนั้นหลังจากที่ผมตื่นนอนแล้วลงไปทานข้าว ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูนั่นนี่ตามปกติ แต่แล้วข้อความที่ระบุว่าถูกส่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงตีหนึ่งของคืนวันนั้นมันสะดุดตาของผมจนผมต้องกดเปิดอ่าน ภายในนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากรูปภาพรูปเดียว รูปภาพที่เป็นภาพแอบถ่ายวันที่พี่ท้องฟ้ามาส่งผมที่บ้านและทะเลก็มาจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านของผมเมื่อสองวันก่อน ด้วยความสงสัยผมจึงลองกดโทรออกไปยังหมายเลขดังกล่าวแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

ใครเป็นคนที่แอบถ่ายรูปนี้แล้วส่งมาให้ผมกันนะ...

แล้วทำไปเพื่ออะไรกัน...

แต่ที่แน่ ๆ คนคนนั้นไม่ใช่ทะเลแน่นอน เพราะตอนนั้นทะเลเองก็อยู่ในรูป อีกอย่างเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะมาถ่ายรูปตอนที่ผม พี่ท้องฟ้าและตัวเขาอยู่ด้วยกันมาให้ผมแบบนี้ หรือว่าจะเป็นคนคนเดียวกับที่ติดรูปผมประจานหน้าห้องเรียนเมื่อสองวันก่อนกันนะ

"ฝันดี ไหนแกบอกว่าเล่นบาสไม่เป็นไง แต่ชู๊ตพลาดแค่ลูกเดียวเอง" ตุ๊กตาที่นั่งข้างผมถามขึ้น

"เราเล่นบาสไม่เป็นจริง ๆ แต่พอดี...เอ่อ...มีคนช่วยสอนน่ะ" เพื่อน ๆ ในกลุ่มผมพากันหันขวับมาหรี่ตามองผมเป็นตาเดียว

"ใคร? พี่ท้องฟ้าเหรอ" มะนาวถาม

"เอ่อ...ไม่ใช่" ผมควรจะบอกไปว่ายังไงดีล่ะ หากบอกความจริงว่าทะเลเป็นคนสอนผม พวกเธอต้องถามเซ้าซี้ผมไม่หยุดแน่

"ถ้าไม่ใช่พี่ท้องฟ้า แล้วใครกันที่สอนให้คนเล่นบาสไม่เป็นอย่างแก ชู๊ตบาสลงรัว ๆ แบบนั้น" มะนาวถามย้ำอีกครั้ง และดูเหมือนว่าพวกเธอจะต้องการคำตอบเอามาก ๆ

"ใช่ทะเลหรือเปล่า ก็วันนั้นฝันดีบอกว่าไปซ้อมบาสกับทะเลนี่" จินพูดขึ้น นี่ผมแทบลืมไปเลยว่าวันที่ผมออกไปซ้อมบาสกับทะเล จินก็อยู่ด้วย

"ฮะ! ไอ้ทะเลอะนะที่สอนแกเล่นบาส มันไม่ได้พาแกไปแกล้งใช่ไหมฝันดี" ตุ๊กตาถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"นั่นสิ แล้วทำไมฝันดีไม่เคยบอกเรื่องนี้กับพวกเราเลยล่ะ" โบว์ถามด้วยสีหน้าสงสัย เอายังไงดีล่ะทีนี้

"ก็...ก็เรากับทะเลต้องสอบคู่กัน ทะเลกลัวว่าเราจะทำคะแนนได้ไม่ดี แล้วทะเลจะพลอยเสียคะแนนไปด้วย เลยช่วยสอนเราชู๊ตบาสน่ะ" ผมบอกไปตามความเป็นจริง แม้มันจะเป็นเพียงความจริงส่วนหนึ่งก็ตาม

"ทะเลเนี่ยนะกลัวเสียคะแนน มันเคยสนใจเรื่องคะแนนสอบที่ไหนกัน" มะนาวพูดอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ผมบอก

"ไม่รู้สิ ก็ทะเลบอกเราแบบนั้น"

"วันนั้นทะเลไม่ได้แกล้งอะไรฝันดีใช่ไหม" จินถาม ผมก็ได้แต่อ้ำอึ้ง จะพูดยังไงดีล่ะ จะว่าแกล้งก็คงใช่ แต่ถ้าผมบอกไป พวกเธอต้องถามผมแน่ ๆ ว่าทะเลแกล้งผมยังไง แล้วจะให้ผมตอบเหรอว่าทะเลแกล้งให้ผม...

ช่วยตัวเอง...

ฉ่า~

แค่คิดถึงเรื่องนั้น หน้าผมก็ร้อนจนแทบไหม้แล้ว

"ฝันดี ไม่สบายเหรอ ทำไมหน้าแดงแบบนี้ล่ะ" มะนาวถามก่อนจะเอามือมาอังหน้าผากของผม

"เอ่อ ปะ...เปล่า เราแค่ร้อนน่ะ เอ้อ ว่าแต่พวกเธอรู้เรื่องเข้าค่ายหรือยัง" ผมจงใจเปลี่ยนเรื่องเพื่อตัดปัญหา

"ค่ายเหรอ ใช่ค่ายคุณธรรมหรือเปล่า" โบว์ถาม ผมจึงรีบพยักหน้าระรัว "ปกติโรงเรียนเราก็จัดค่ายคุณธรรมให้พวกม.ปลายอย่างพวกเราทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่รู้กำหนดการเลย ว่าไปช่วงไหนของเทอม"

"เห็นไอ้บุ๊กที่เป็นสภานักเรียน มันบอกว่าอีกสองอาทิตย์นะ ช่วงนี้พวกสภานักเรียนก็ประชุมเรื่องค่ายนี้อยู่ คงจะประกาศอย่างเป็นทางการวันจันทร์หน้าล่ะมั้ง" มะนาวพูดบอก

"โอ๊ยยย ค่ายคุณธรรมอีกแล้วเหรอ แค่ชื่อก็น่าเบื่อแล้ว เมื่อปีก่อนก็ทำเอากูแทบเหี่ยวตายคาสถานปฏิบัติธรรม" ตุ๊กตาพูดโอดครวญ

"นั่นสิ จะหนีค่ายก็กลัวโดนบำเพ็ญประโยชน์ชดเชยอีก เฮ้อ~" มะนาวพูดด้วยน้ำเสียงหน่าย ๆ ไม่ต่างจากตุ๊กตา ผมก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่สามารถเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาครั้งนี้ได้ เพราะขืนพวกเธอจี้ถามผมเรื่องทะเลนานกว่านี้ ผมต้องหลุดพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปแน่ ๆ

"นี่ ช่วงก่อนถึงวันไปค่าย เราไปซื้อของที่ห้างเตรียมสำหรับไปค่ายกันไหม ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยกันทั้งกลุ่มด้วย" โบว์เสนอขึ้น

"อื้ม แบบนั้นก็ดีนะ" จินตอบรับก่อนหันมาหาผม "คราวนี้แกจะไปกับพวกเราหรือเปล่าฝันดี แต่ฉันอยากให้แกไปนะ แกชอบปฏิเสธพวกฉันตลอดเวลาชวนออกไปเที่ยว"

ผมนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก็อย่างที่จินพูดนั่นแหละ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา ผมยังไม่เคยออกไปเที่ยวกับพวกเธอเลยสักครั้ง

"เอางั้นก็ได้ ยังไงเราก็ต้องออกไปซื้อของสำหรับไปค่ายเหมือนกัน"

"เย้!!!" หญิงสาวทั้งสามคนส่งเสียงดีใจออกมาดังลั่นจนเพื่อน ๆ และอาจารย์ที่สอนวิชาพละศึกษาหันมามองพวกเรา จนพวกเราก้มหน้าหลบกันแทบไม่ทัน

อาจารย์สอนบทเรียนเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยจนเสียงสัญญาณเลิกเรียนดังขึ้น ซึ่งก็ถึงเวลาที่จะได้แยกย้ายกันกลับบ้านเสียที ผมเดินแยกออกมายืนรอพี่ท้องฟ้าตรงศาลาที่เดิมกับที่รอพี่ท้องฟ้าเหมือนทุก ๆ วัน ซึ่งวันนี้ผมคงต้องรอนานเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเช้าพี่ท้องฟ้าบอกกับผมว่ามีประชุมกับสภานักเรียนหลังเลิกเรียน แต่พี่เขาก็บอกว่าคงใช้เวลาไม่นานนักและให้ผมมารอที่เดิม

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันยอดฮิตแล้วไถโทรศัพท์ไปมาเพื่อฆ่าเวลา ตอนนี้แทบไม่เหลือใครอยู่ในโรงเรียนแล้วนอกจากลุงยาม แต่ก็ยังพอมีนักเรียนที่ยังรอคนมารับเหมือนอย่างกับผมอยู่บ้าง แต่ก็บางตามาก

ผมได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซต์มาจอดอยู่ตรงหน้าผมก็คลี่ยิ้มนิด ๆ เพราะคิดว่าต้องเป็นพี่ท้องฟ้าแน่นอน แต่แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมามอง ผมก็เป็นต้องชะงักยิ้ม เพราะคนตรงหน้ากลับไม่ใช่พี่ท้องฟ้า แต่เป็นคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายพี่เขา กำลังลงจากรถแล้วเดินเข้ามาหาผมในศาลา

"ทะเล...มีอะไรเหรอ" ผมเอ่ยถามผู้มาเยือน แต่เขากลับไม่พูดตอบอะไร แล้วนั่งลงข้าง ๆ ผมแทน

"รอไอ้ท้องฟ้าเหรอ"

ผมพยักหน้านิด ๆ แทนคำตอบ

"ทำไมมึงต้องให้มันคอยรับคอยส่งด้วย มึงมาเองกลับเองไม่ได้หรือไง โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว"

"....." ผมนิ่งเงียบไม่ได้พูดโต้ตอบอะไร แต่ภายในใจก็ไม่ค่อยชอบคำพูดของทะเลนัก แม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนหยาบคายมากเพียงใด แต่ผมก็ไม่เคยคุ้นชินเลยสักที

"...เดี๋ยวคืนนี้กูไปรับ"

ผมเลิกคิ้วหันมองทะเล

"มารับเราเหรอ" ผมถามกลับพลางชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ทะเลบอก

"ก็เออน่ะสิ"

"แล้วจะมารับเราทำไม"

"ก็วันนี้เป็นวันศุกร์หรรษา" คำตอบของทะเลไม่ได้ไขข้อสงสัยของผมได้เลยแม้แต่น้อย

"แล้ว...?"

ทะเลถอนหายใจใส่ผมเฮือกหนึ่ง

"ก็ต้องออกไปเที่ยวสิวะ"

"แต่เราไม่ได้บอกว่าเราจะออกไปเที่ยวกับทะเลสักหน่อย"

"อืม มึงไม่ได้บอก แต่นี่ไม่ใช่คำเชิญชวน แต่เป็นคำสั่งว่ามึงต้องไปกับกู"

ผมขมวดคิ้ว

หมับ

แขนแกร่งโอบไหล่ผมก่อนจะบีบที่ต้นแขนของผมเบา ๆ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกหวาดหวั่นแปลก ๆ

"เอาน่า ถือว่ากูพาไปเลี้ยงที่มึงทำคะแนนวิชาบาสได้ดีจนพวกเราได้ท็อปชั้น เดี๋ยวกูจะพามึงไปเปิดประสบการณ์ใหม่เอง"

เปิดประสบการณ์ใหม่งั้นเหรอ...

ทำไมฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลยแฮะ...

"ตะ...แต่แม่เราคงไม่ให้ออกไปหรอก" ผมพูดเสียงแผ่ว จะบอกว่าผมเอาแม่มาอ้างก็ได้ แต่ผมไม่อยากออกไปกับทะเลจริง ๆ เพราะไม่ค่อยไว้ใจทะเลสักเท่าไหร่

"มึงก็บอกไปสิ ว่าออกไปทำโปรเจกต์หรืออะไรที่บ้านเพื่อนก็ได้ อ๋อ บอกว่าค้างคืนด้วยล่ะ"

ผมชะงัก

"คะ...ค้างอะไร เราไม่ชอบค้างที่อื่น แล้วเราก็จะไม่ไปด้วย"

"....." รอยยิ้มบนใบหน้าคมจางลงแทนที่ด้วยสีหน้าและสายตาที่ดุดันพร้อมกับแรงบีบที่ต้นแขนของผมที่เพิ่มขึ้นจนผมนิ่วหน้า รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งต้นแขน "เห็นกูดีด้วยหน่อย มึงก็จะแข็งข้อกับกูเหรอฮะไอ้ฝันดี กูบอกให้ไปก็ไป อย่ามาขัดใจกู หรือมึงอยากเจ็บตัวแบบเมื่อก่อนฮะ!"

"ปะ...เปล่า" ผมสะดุ้งก้มหน้าเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ เมื่อโดนอีกฝ่ายตะคอกเสียงใส่

"สองทุ่มกูจะไปรับที่หน้าบ้าน ถ้ากูไม่เจอมึง กูขึ้นไปจัดการมึงถึงบนห้องแน่ กูบอกไว้เลยว่าแม่มึงก็ช่วยอะไรไม่ได้ เข้าใจไหม!"

ผมรีบพยักหน้าตอบรับระรัว

"ดีมาก งั้นไว้เจอกัน แล้วอย่าแต่งตัวเห่ย ๆ ล่ะ"

"อืม..."

ผมไม่คิดจะพูดหรือถามอะไรต่อ เพราะรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา จึงทำได้เพียงตอบรับไปทั้งที่ใจอยากจะปฏิเสธ ทะเลไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาปล่อยตัวผมและลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปจากศาลา แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็หันกลับมาจุ๊บที่ขมับซ้ายของผมจนผมสะดุ้งตาเบิกกว้าง เมื่อหันกลับไปมองร่างแกร่ง ก็ขับรถออกไปเสียแล้ว

ผมยกมือขึ้นสัมผัสความอุ่นร้อนตรงขมับข้างซ้ายที่ถูกริมฝีปากนิ่มประทับติดตรึงอยู่ไม่จางหาย ผมมองแผนหลังกว้างขับรถมอเตอร์ไซค์ของเขาจนออกไปพ้นประตูโรงเรียน แล้วได้แต่คิกว่าแท้จริงแล้วทะเลเป็นคนยังไงกันแน่ เดี๋ยวผีเข้าผีออก ผมตามเขาไม่ทันแล้วจริง ๆ

เฮ้อ...

ผมได้แต่ถอนหายใจ และคิดถึงสิ่งที่ทะเลมาพูดกับผมเมื่อครู่ ออกไปเที่ยวงั้นเหรอ จะให้ผมหนีเที่ยวเนี่ยนะ ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเที่ยงกลางคืนเลยสักครั้ง แต่หากผมไม่ไป ทะเลคงโกรธมากแน่ ๆ คนอย่างผมนี่ไม่เคยมีทางเลือกเลยสินะ

-----------

20.10 น.

เวลาที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้เลยเวลานัดมากว่าสิบนาทีแล้ว ตอนนี้ผมมายืนอยู่ที่หน้าบ้านตั้งแต่ทุ่มห้าสิบเห็นจะได้ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่บังคับผมออกไปเที่ยวในคืนนี้ ปากบอกผมว่าอย่าสาย แต่ทำไมคนพูดสั่งถึงได้มาสายเองนะ

กว่าผมจะปั้นเรื่องโกหกแม่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เพราะผมไม่เคยมีประวัติหนีแม่เที่ยวเลยสักครั้ง เลยทำให้แม่เชื่อในคำพูดของผมที่บอกว่า เพื่อนในกลุ่มนัดทำโปรเจกต์ใหญ่ เลยต้องไปค้างคืนที่บ้านเพื่อนคืนนี้เพราะเสาร์อาทิตย์ครอบครัวของเพื่อนต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งแม่ก็ไม่ถามเซ้าซี้อะไรผมสักคำและอนุญาตอย่างง่ายดาย นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดกับท่านมาก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพูดขอโทษท่านอยู่ในใจ

การไปเที่ยวในคืนนี้ ผมแทบไม่รู้เลยว่าทะเลจะพาผมไปที่ไหน แต่การที่ต้องไปค้างคืนแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ผมหวั่นใจกลัว ผมรู้ดีว่าทะเลคงไม่ปล่อยให้ผมได้นอนเฉย ๆ แน่ แต่ถึงจะรู้ว่านั่นมันไม่ต่างอะไรกับกับดัก แต่สัตว์ตัวน้อยอย่างผมจะไปขัดขืนเจ้าป่าดุร้ายอย่างทะเลได้ยังไง ผมก็ทำได้เพียงแค่เดินเข้าไปในกับดักที่เขาวางไว้ทั้งที่รู้ว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวผม

แต่หากผมทำตัวดี ๆ ไม่ขัดใจทะเล ไม่ทำให้ทะเลอารมณ์เสีย ทะเลอาจจะไม่ทำอะไรผมก็ได้ ผมคิดแบบนี้ได้ไหมนะ

ผมที่กำลังยืนคิดฟุ้งซ่าน จินตนาการในแง่ร้ายถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้ จู่ ๆ รถมอเตอร์ไซค์คันคุ้นตากับคนขับที่เป็นคนเดียวกับที่ทำให้ผมว้าวุ่นอยู่ในตอนนี้ ก็ขับรถมาจอดอยู่ตรงหน้าของผม

ทะเลที่มาถึงก็ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสีหน้าดุ ๆ จนผมแอบกลืนน้ำลายลงคอเพราะรู้สึกหวั่น ๆ กับสายตาคู่นั้น

"มึงแต่ตัวเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยฮะ" ทะเลถามเสียงเข้ม

ผมไม่ได้ตอบอะไร แล้วได้แต่หันกลับมาดูตัวเองที่สวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว กับกางเกงขาสามส่วนสีครีมที่สั้นเหนือเข่า นี่เป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ผมเคยซื้อไว้ตั้งแต่ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ เลยนะ แต่ยังไม่เคยได้ใส่ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยสักครั้ง และที่ผมเลือกใส่ชุดนี้เพราะทะเลบอกว่าอย่างแต่งตัวเห่ย ๆ ผมก็ว่าชุดนี้มันก็ไม่ได้เห่ยนะ แต่ทำไมทะเลถึงต้องมองผมตาขวางเหมือนไม่พอใจแบบนี้ด้วย

"แม่ง นี่ถ้าไม่ติดว่าสายแล้ว กูไม่ให้มึงออกไปด้วยชุดล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้หรอก เหอะ รีบขึ้นรถสิ นี่สายมากแล้วนะ พวกไอ้บีกันเล่นกูแน่" ทะเลพูดสั่งเสียงเข้มก่อนจะพูดบ่นพึมพำ อะไรกัน ทั้งที่ตัวเองเป็นคนมารับผมสายเองแท้ ๆ แต่กลับมาใส่อารมณ์ใส่ผมเนี่ยนะ แล้วไอ้ที่บอกว่าชุดของผมมันล่อเสือล่อตะเข้นี่มันหมายความว่ายังไงกัน หรือทะเลจะพาผมไปสวนสัตว์กันนะ แต่สวนสัตว์อะไรมันจะมาเปิดป่านนี้ล่ะ

ช่างเถอะ เพื่อไม่ให้ทะเลต้องพูดซ้ำและหงุดหงิดใสผมไปมากกว่านี้ ผมจึงรีบขึ้นไปซ้อนท้ายรถของเขา และไม่ถึงอึดใจ ทะเลก็ขับรถออกไปทันทีเล่นเอาผมเกือบตกรถ โชคดีที่คว้ากอดเอวเขาไว้ได้ทัน ไม่งั้นผมคงได้ลงไปนอนกลิ้งอยู่บนถนนแล้วแน่ ๆ

แสงสีในยามค่ำคืนของที่นี่ ค่อนข้างจะสงบเงียบต่างจากที่กรุงเทพฯ มาก อาจจะเพราะเป็นต่างจังหวัด ผู้คนในยามค่ำคืนจึงไม่พลุกพล่านนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเงียบเชียบเลยทีเดียว สองข้างทางที่ขับผ่านมา ก็ยังมีร้านมากมายที่เปิดให้บริการอยู่ ทว่าเส้นทางที่ทะเลพาผมมานั้น ผมแทบไม่คุ้นตาเลย จะเอ่ยถามก็ไม่กล้า อีกอย่างตอนนี้ทะเลก็ขับรถเร็วมากด้วย เร็วมากจนตัวผมแทบปลิว หูนี่อื้อไปหมด แต่ผ่านไปไม่นาน ความเร็วของรถก็ชะลอลง ทะเลเลี้ยวเข้ามาจอดยังร้าน ๆ หนึ่งที่ดูเหมือนร้านอาหาร แต่ผมก็ไม่แน่ใจนัก แต่ดูบรรยากาศนอกร้านแห่งนี้จะครึกครื้นเป็นพิเศษ มีผู้คนเดินเข้าออกมากมาย เสียงเพลงจากในร้านก็ดังออกมาถึงข้างนอก

"ทะเลพาเรามาร้านข้าวทำไมเหรอ เรากินข้าวมาแล้วนะ" ผมถามหลังจากที่ลงจากรถ

"มึงซื่อจริง หรือแกล้งซื่อเนี่ยฮะ ที่มองว่าที่นี่เป็นร้านข้าว" ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจที่ทะเลพูด ทะเลเองก็เงียบไปแล้วถอนหายใจใส่ผม "ถ้าเข้าไปแล้ว ห้ามห่างจากกูเด็ดขาดเข้าใจไหม" ผมยังคงไม่เข้าใจที่ทะเลพูดบอก แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบรับไปแบบนั้น

เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันต่อ ทะเลพาผมเดินเข้ามาในร้าน ซึ่งเมื่อเข้ามาข้างในก็ทำผมชะงักไปนิด บรรยากาศภายในร้านดูไม่เหมือนร้านอาหารเลยสักนิด เสียงเพลงจากวงดนตรีที่เล่นสดเสียงดังจนใจผมเต้นตามจังหวะเพลง แสงไฟในร้าน ก็ดูสลัว ๆ ผู้คนนั่งกันแน่นโต๊ะ แถมกลิ่นแอลกอฮอล์ยังคละคลุ้งไปทั่วจนผมแสบจมูก และที่สำคัญ สายตาของคนในร้านโดยเฉพาะผู้ชายที่หันมามองผมด้วยสายตาหยาบโลน มันก็ทำให้ผมรู้สึกหวั่นกลัวสายตาเหล่านั้นมากจนต้องจับแขนเสื้อของทะเลไว้

ทะเลหยุดเดินแล้วหันมามองผม หรือเขาจะไม่พอใจที่ผมมาเดินจับเสื้อเขาแบบนี้ ผมจึงผละมือออกเพราะกลัวว่าทะเลจะโกรธ

หมับ

กึก

แต่แล้วสิ่งที่ทะเลทำก็ทำเอาผมชะงัก แขนแกร่งโอบรอบเอวผมก่อนจะดึงเข้าไปหาตัวเขาจนผมตาโตชะงักตกใจ ทะเลไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินโอบผมผ่านสายตาของผู้คนในร้านเข้ามาจนถึงโต๊ะหนึ่งที่กลุ่มเพื่อนของทะเลอย่างมอส บีกันและคูปองนั่งอยู่ ผมรู้สึกร้อนหน้าแปลก ๆ ที่ทะเลโอบผมไม่ห่าง แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ เพราะไม่มีใครหันมามองผมด้วยสายตาน่ากลัวแบบในตอนแรกแล้ว

"ถึงว่า…ทำไมมึงถึงได้มาช้า ที่แท้ก็ไปพาเด็กมาด้วยนี่หว่า" มอสพูดทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

เด็กงั้นเหรอ...

ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย ผมสิบเจ็ดแล้วนะ...

"เด็กพ่องมึงสิ" ทะเลพูดว่ามอสไม่จริงจัง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ และไม่ลืมที่จะดึงผมให้นั่งลงข้าง ๆ เขา

"ว่าไงฝันดี ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอนายในสถานที่แบบนี้ด้วย" คูปองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผมพูดขึ้น

"ที่นี่...ร้านอะไรเหรอ" ผมถามคูปอง แต่เขากลับเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันไปมองหน้ามอส

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!

มอสกันคูปองปล่อยเสียงหัวเราะออกมาลั่นจนผมงงงวย คำถามของผมมีอะไรน่าขำงั้นเหรอ

"ไอ้ทะเล นี่มึงหลอกพาฝันดีมาเหรอ มันถึงไม่รู้ว่าที่นี่คือร้านเหล้า" ผมที่ได้ยินที่คูปองพูดก็ตาเบิกกว้างหันมองทะเลทันที

"ทะเลพวกเราเข้ามาร้านเหล้าไม่ได้นะ พวกเรายังอายุไม่ถึง" อย่างที่รู้ ๆ ว่าพวกผมพึ่งจะสิบเจ็ดปีเท่านั้น คงไม่ดีนักหากมีเด็กไม่บรรลุนิติภาวะมานั่งดื่มเหล้าในร้านเหล้าแบบนี้

"ไม่ต้องห่วงฝันดี ที่นี่ร้านของพี่ชายเราเอง กลุ่มพวกเราเลยได้สิทธิพิเศษน่ะ ฝันดีจำพี่ชายเราได้ใช่ไหม ที่เจอกันตอนซ้อมบาสที่บ้านไอ้บีกันคราวก่อนน่ะ" ผมพยักหน้าเป็นคำตอบเพราะพอจะจำพี่ชายของคูปองที่ทุกคนเรียกว่าเฮียได้ "แล้วฝันดีไม่เคยมาเที่ยวร้านเหล้าเลยเหรอ ย้ายมาจากกรุงเทพฯ นี่ ที่นั่นร้านเหล้าผับบาร์ออกจะเยอะแยะ"

"ไม่เคยอะ นี่ก็ครั้งแรกเลย"

"ว้าว ถือว่าทะเลมันพาฝันดีมาเปิดประสบการณ์ใหม่เลยนะเนี่ย"

ผมยิ้มเจื่อนกับสิ่งที่คูปองพูด ประสบการณ์แบบนี้ ผมก็ไม่ได้อยากมีนักหรอก ถ้าแม่รู้มีหวังแม่ต้องโกรธผมมากแน่ ๆ

"ไอ้ทะเล แล้วมึงคิดไงถึงพาไอ้ฝันดีมาด้วยฮะ" บีกันที่นั่งหัวโต๊ะใกล้กับฝั่งทะเลถามคำถามที่ผมเองก็อยากจะรู้คำตอบ

"ทำไมพวกมึงพูดมากกันจังวะ ชวนออกมาแดกเหล้าก็แดกสิ เลิกเซ้าซี้กูสักที" ทะเลเลี่ยงที่จะตอบ บีกันจึงไม่คิดจะถามอะไรต่อ แล้วหันมาจ้องหน้าผมแทน ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าบีกันไม่ค่อยชอบหน้าผมสักเท่าไหร่ เวลาที่บีกันมองผมทีไร ผมรู้สึกขนลุกแปลก ๆ ทุกที

"เออ ๆ พวกกูไม่เซ้าซี้อะไรมึงแล้ว งั้นมาดื่มกัน ไม่เมาไม่กลับนะครับบบ เอ้าชน!"

มอสพูดจบก็ยกแก้วเหล้าขึ้น ตามมาด้วยคนอื่น ๆ รวมถึงทะเลที่ยกแก้วเหล้ามาชนกันก่อนจะยกดื่มกันหมดแก้วราวกับกำลังดื่มน้ำเปล่า จะมีก็แต่ผมที่นั่งนิ่ง แทบจะเกร็งไปทั้งตัว เพราะไม่คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้มากนัก

"เอ้า ฝันดียังไม่มีแก้วเหล้าเหรอ มา ๆ เดี๋ยวกูชงให้" มอสพูดก่อนจะหยิบแก้วเหล้าที่รินเหล้าไว้แล้วยื่นมาตรงหน้าผม

"เอ่อ..."

"รับไปสิ กูชงเหล้าอร่อยนะเว้ย"

"เอ่อ...คือ..."

"รับไปดื่มเถอะน่า รับรองคล่องคอ"

ผมได้แต่อึกอักมองแก้วเหล้าในมือของมอส ผมไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อน เรียกได้ว่าดื่มไม่เป็นไรล่ะ แต่มอสก็คะยั้นคะยอให้ผมดื่มท่าเดียว หากผมไม่ดื่ม พวกเขาอาจจะมองผมแปลก ๆ ก็ได้ งั้นรับมาดื่มตามมารยาทสักนิดคงไม่เป็นไรหรอก

พรึ่บ

หืม?

แต่แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะรับแก้วเหล้าจากมือของมอส จู่ ๆ มือของชายที่นั่งอยู่ข้างกายผมก็มาแย่งแก้วเหล้าไป ก่อนจะยกแก้วนั้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

"อะไรของมึงเนี่ยไอ้ทะเล แก้วนั้นกูตั้งใจชงให้ฝันดีคนสวยของกูสุดฝีมือเลยนะ ถ้ามึงอยากแดกทำไมไม่ชงเองวะ" มอสโวยวายใส่ทะเล

"กูไม่ให้มันดื่ม" ทะเลตอบสั้น ๆ แล้วตักกับแกล้มเข้าปาก ไม่ได้สนใจมอสที่กำลังโวยวายอยู่

ผมได้แต่นั่งมองทะเลอึ้ง ๆ การกระทำของทะเลเหมือนกับว่าเขารู้ว่าผมกำลังลำบากใจที่จะรับแก้วเหล้าจากมอส ทั้งที่ผมไม่ได้พูดอะไร แต่ทำไมทะเลถึงรู้ได้ล่ะ และการที่เขาแย่งแก้วเหล้าไปดื่มแทนผมแบบนี้ ทะเลจงใจช่วยผมใช่ไหม หรือผมแค่คิดไปเองนะ

"มึงจะหวงอะไรนักหนา มันไม่ใช่เด็กนะ ฝันดีมันก็อายุเท่าพวกเราแล้ว ดื่มนิดดื่มหน่อยจะเป็นอะไรไป" คำถามของบีกันทำผมชะงักไปนิด

หวงงั้นเหรอ...

คงไม่หรอกมั้ง ทะเลจะมาหวงผมทำไม

ผมชำเลืองมองทะเลนิดๆ รอฟังว่าเขาจะปฏิเสธคำถามของบีกันว่ายังไง แต่แล้วทะเลกลับเอาแต่นั่งดื่มเงียบ ๆ ไม่พูด ไม่โต้ตอบ ไม่แม้แต่จะปฏิเสธบีกันสักคำ แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน ละ...แล้วหัวใจผมจะเต้นแรงทำไมเนี่ย สงสัยเป็นเพราะเพลงในร้านดังสินะ หัวใจผมถึงเต้นรัวตามเสียงกลองแบบนี้

"เงียบเว้ย ๆ ไม่ปฏิเสธซะด้วย อะไรยังไงครับเนี่ยคุณทะเล" มอสถามเสียงล้อเลียนพลางหันมองผมสลับกับทะเล

"หวงเหี้ยอะไร ทำไมวันนี้พวกมึงพูดมากจังวะ กูชักจะรำคาญแล้วนะ" ทะเลพูดน้ำเสียงหงุดหงิด แต่มอสกับคูปองกลับยิ้มขำชอบใจ จะมีก็แต่บีกันที่เอาแต่จ้องผม จนผมนั่งเกร็งจะตัวหดเล็กเท่ามดอยู่แล้ว

หลังจากที่โดนทะเลบ่นไป บทสนทนาในวงเหล้าก็เปลี่ยนเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องของผม ส่วนผมที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่พวกเขาคุยกันมากนัก แถมไม่ได้ดื่มเหมือนคนอื่น ๆ ด้วย จึงทำได้เพียงหันมองบรรยากาศในร้านด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ ยิ่งดึก เหมือนจังหวะเพลงจะยิ่งครึกครื้นขึ้น ผู้คนที่มาเที่ยวดื่มกันต่างพากันโยกย้ายตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับที่แบบนี้นะ แต่ถามว่าชอบไหมก็ไม่ ผมไม่ค่อยชอบสถานที่ที่เสียงดังสักเท่าไหร่น่ะ

"เฮียคูเปอร์ไปไหนวะ ตั้งแต่มากูยังไม่เห็นเลย" ทะเลพูดถามขึ้นหลังจากดื่มเหล้าหมดไปขวดใหญ่ ทำไมดื่มเก่งกันจังเลยนะ

"เฮียเคลียร์เอกสารอยู่ในห้องทำงานน่ะ เดี๋ยวก็คงออกมา" คูปองพูดบอก "นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี ทำไมเฮียกูถึงตายยากแบบนี้นะ"

พวกเราต่างพากันหันไปมองตามสายตาของคูปอง ก็เจอกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีแดงกำมะหยี่ดูสะดุดตา เรียกได้ว่าดึงดูดสายตาของทุกคนในร้านได้เป็นอย่างดี ผมยอมรับเลยว่าเฮียคูเปอร์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์และหล่อมากด้วย หล่อมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของคูปองเลยล่ะ ผมไม่ได้ว่าคูปองไม่หล่อนะ แต่จะว่าไงดี คูปองน่ะหล่อแบบหนุ่มตี๋ขาว ต่างจากเฮียคูเปอร์ที่หล่อคมเข้ม ถ้าไม่บอกคงดูไม่ออกว่าเป็นพี่น้องกัน

"สวัสดีครับบบบเฮีย" มอสยกมือไหว้ทักทายเฮียรวมถึงคนอื่น ๆ ด้วย ผมเองก็เช่นกัน

"อืม มากันนานแล้วเหรอพวกมึงน่ะ" เฮียถามก่อนจะนั่งลงหัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามบีกัน ซึ่งอยู่ระหว่างผมกับคูปอง

"มาได้สักพักแล้วเฮีย ว่าแต่เฮียเถอะ มานั่งร่วมวงกับพวกผมแบบนี้ จะมาเลี้ยงพวกผมใช่ไหมเอ่ย" มอสถามยิ้ม ๆ

"ไอ้มอส นี่มึงกะจะมาแดกเหล้าร้านกูฟรีทุกครั้งเลยหรือไง"

"แฮะ ๆ ก็เปล่า ผมก็แค่ถามเฉย ๆ เผื่อฟลุ๊ค ฮ่า ๆ" ทุกคนต่างพากันส่ายหน้าใส่มอสอย่างเอือมระอา

ผมก็ได้แต่ยิ้มขำในความเป็นมอส จะว่าไงดี ครั้งแรกที่ผมเจอมอส ผมค่อนข้างที่จะกลัวเขามาก เพราะเขาชอบทำตัวหื่น ๆ ใส่ผม แถมพูดจาสองแง่สองง่ามกับผมตลอด แต่พอได้รู้จักจริง ๆ มอสดูจะเป็นคนที่ตลกที่สุดในกลุ่มแล้ว ต่างจากทะเลแล้วก็บีกันที่ชอบทำหน้าเหี้่ยมโหดตลอดเวลา ส่วนคูปอง เขาก็มักจะพูดจาดี ๆ กับผมเสมอ

"เฮียจะมานั่งกับพวกผมทำไมเนี่ย เห็นไหมสาว ๆ ในร้านเอาแต่มองเฮีย ไม่มองพวกผมเลย" คูปองพูดบ่นพี่ชาย

"ก็กูหล่อ มึงไม่หล่อก็ทำใจหน่อยนะไอ้ปอง"

"ผมไม่หล่อตรงไหน" คูปองโวยวายใส่พี่ชายทันที

"แล้วตรงไหนของมึงที่หล่อ"

"ทุกตรงเลยเถอะ"

"เหรอ...งั้นกูขอดูหน่อยสิว่ามีตรงไหนบ้าง" เฮียคูเปอร์พูดยิ้ม ๆ แต่เหมือนจะยิ่งทำให้คูปองหน้าหงิกเข้าไปใหญ่

"ผมจะฟ้องป๊า ว่าเฮียว่าผมไม่หล่อ" คูปองกอดอกแล้วสะบัดหน้าหันมองทางอื่น ส่วนเฮียคูเปอร์ก็ยิ้มขำราวกับชอบใจที่ทำให้น้องชายตัวเองหงุดหงิดได้

"โอ๊ยไอ้คูปอง มึงนี่เอะอะก็จะฟ้องป๊าเวลาเถียงสู้เฮียไม่ได้" มอสว่าเพื่อนขำ ๆ

"ไอ้มอสมึงเพื่อนใคร" คูปองถามเสียงแข็ง

"โอ๋ ๆ กูก็เพื่อนมึงสิครับบบคูปองเพื่อนรัก ไม่งอนกูนะ" มอสพูดด้วยน้ำเสียงออเซาะ ก่อนจะตั้งท่ากางแขนเข้าไปกอดคูปอง

พลั่ก

มอสที่ไม่ทันได้กอดคูปองก็โดนมือของเฮียคูเปอร์ผลักหัวมอสจนมอสแทบจะตกจากเก้าอี้อีกฝั่ง

"โธ่เฮีย ผลักผมซะหัวทิ่มเลยนะ ทำไม ผมกอดนิดกอดหน่อยไม่ได้หรือไง ไอ้คูปองน่ะ" มอสโวยวายใส่เฮียคูเปอร์ไม่จริงจังนัก

"ไม่ได้ น้องกูกูกอดได้คนเดียว" เฮียคูเปอร์ไม่พูดเปล่า ดึงตัวคูปองเข้ามากอดแนบอก แต่ก็ถูกคูปองผลักออก

"เล่นบ้าอะไรของเฮียเนี่ย" คูปองพูดบ่น ก่อนจะหันไปหามอส "มึงเองก็เหมือนกัน แดกเหล้าไปเลยไป กูรำคาญ" หลังจากด่าทั้งพี่ชายทั้งเพื่อนของตัวเอง คูปองก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยสีหน้ามุ่ย ๆ ทำเอาผมที่ไม่ค่อยเห็นคูปองในมุมนี้อดไม่ได้ที่จะยิ้มกับท่าทางของคูปอง

"ยิ้มอะไร" ทะเลที่เงียบไปนานหันมากระซิบถามผม

"เปล่านี่" ผมเอ่ยตอบแล้วได้แต่งุนงง ที่ทำไมทะเลต้องทำหน้าดุใส่ผมด้วย

"ก็กูเห็นอยู่ว่ามึงมองไอ้คูปองแล้วยิ้ม ทำไม มึงชอบมันเหรอ"

ผมขมวดคิ้ว

"อะไรของทะเลเนี่ย เมาหรือไง"

"กูถามก็ตอบ มึงชอบมันเหรอ" ทะเลยังคงกระซิบถามผม แล้วทำไมต้องมองผมด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนี้ด้วย จะว่าเมาก็ไม่ใช่ เพราะท่าทางของเขาไม่เหมือนคนเมาเลยสักนิด

"ก็ชอบนะ"

หมับ!

"อะ...โอ๊ย ทะเลเราเจ็บ" จู่ ๆ ทะเลก็บีบต้นขาของผมแน่น แถมมองผมด้วยสายตาวาวโรจน์

"มึงพูดไหมสิ มึงชอบไอ้คูปองงั้นเหรอ" ทะเลกระซิบถามเสียงแข็งพร้อมทั้งเพิ่มแรงมือบีบต้นขาของผมแรงขึ้น บทสนทนาระหว่างเราสองคน ไม่ได้มีใครหันมาสนใจนัก เพราะด้วยเสียงเพลงที่ดังในร้าน กับคนอื่น ๆ ที่ยังคงคุยกันอยู่อย่างออกรสจนไม่ได้หันมาสนใจเราสองคน

"ทะเลปล่อยเราก่อน...เราเจ็บ" ผมพูดพลางใช้มือของตัวเองจับมือของทะเลข้างที่กำลังบีบต้นขาของผมไว้ ก่อนที่เขาจะทำให้ผมเจ็บไปมากกว่านี้

"มึงอยากเอากับมันใช่ไหมฮะ"

"เอาบ้าอะไร ทะเลพูดอะไรเนี่ย"

"ก็มึงบอกว่ามึงชอบไอ้คูปองนี่"

"เราก็ชอบคูปองเหมือนที่ชอบมะนาว ตุ๊กตา โบว์ จินแล้วก็เปเปอร์เพื่อนของเราไง ไม่ได้หมายความว่าชอบแบบที่ทะเลคิดสักหน่อย" ผมพูดบอกเสียงสั่นเพราะความเจ็บที่ต้นขา ทะเลที่ได้ยินที่ผมบอกก็นิ่งไป แล้วมือหนาก็ค่อย ๆ คลายมือออกจากต้นแขนผมช้า ๆ ก่อนจะปล่อยออก ผมรีบใช้มือลูบขาตัวเองทันที ซึ่งตอนนี้มันคงขึ้นเป็นรอยมือของทะเลแล้วแน่ ๆ

"ก็แล้วไป ทีหลังก็พูดให้มันเคลียร์ ๆ สิ" ทะเลพูดพึมพำกับตัวเอง แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ผมได้แต่ชำเลืองมองทะเลด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง แต่ก็ไม่คิดจะพูดอะไรจึงได้แต่นั่งนิ่งเงียบ แทบไม่มีอารมณ์จะหันไปสุนทรีชื่นชนบรรยากาศในร้านเหมือนก่อนหน้านี้ ทะเลเองก็เอาแต่ดื่ม ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ ไม่แม้แต่จะขอโทษด้วยซ้ำ ทำไมทะเลถึงเป็นแบบนี้ทุกที ชอบใส่อารมณ์ใส่ผมตลอด เห็นผมเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรือไง

 

#THALAY

นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่จู่ ๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมาเพียงเพราะเห็นไอ้ฝันดีเอาแต่นั่งมองไอ้คูปองแล้วยิ้ม แต่จะไม่ให้ผมอารมณ์เสียได้ไง ก็มันดันมาพูดว่าชอบไอ้คูปองนี่ แล้วใครจะคิดล่ะว่าคำว่าชอบที่มันหมายถึง คือชอบแบบเพื่อน พูดไม่เคลียร์เองนี่หว่า แล้วดูมันสิ ตอนนี้นั่งทำหน้าเป็นตูดเลย เหอะ คิดว่าผมจะเป็นฝ่ายคุยกับมันก่อนเหรอ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร อยากเงียบก็เงียบไปสิ ผมจะดูว่ามันจะเงียบได้สักกี่น้ำ

"บรรยากาศแปลก ๆ แบบนี้มันคืออะไรกันเนี่ย" ไอ้มอสที่พึ่งสังเกตเห็นว่าผมกับไอ้ฝันดีเอาแต่นั่งเงียบจึงถามขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากทั้งผมและไอ้ตัวเล็ก ที่เอาแต่นั่งนิ่งยิ่งกว่าหุ่นขี้ผึ้งเสียอีก

"นี่ใครวะ" เฮียคูเปอร์ที่เหมือนจะพึ่งสังเกตเห็นไอ้ฝันดีทั้งที่นั่งอยู่ใกล้กันถามขึ้น

"นี่เฮียจำไม่ได้เหรอ ก็ฝันดีไง ที่เฮียเจอตอนไปเล่นบาสที่บ้านไอ้บีกันน่ะ อะไรกันแก่เอาเรื่องแล้วนะเฮียน่ะ ถึงได้ความจำเลอะเลือนแบบนี้" ไอ้คูปองได้ทีพูดแขวะพี่ชายมัน

"อ๋อ ฝันดี เมียไอ้ทะเลอะนะ"

แค่ก! แค่ก!

ผมถึงกับสำลักเหล้าที่กำลังเข้าปากเมื่อได้ยินที่เฮียพูด และดูเหมือนว่าไอ้ตัวเล็กข้างผมจะชะงักไปเช่นกัน แถมหน้ามันนี่แดงเสียยิ่งกว่าคนดื่มเหล้าอย่างผมเสียอีก

"ใครบอกเฮียว่าไอ้นี่เป็นเมียผม"

"ก็ไอ้คูปองไง"

ผมหันขวับไปมองไอ้คูปองทันที ซึ่งมันก็ส่งยิ้มเจื่อนกลับมาให้ผม ก่อนจะหันไปตีต้นแขนเฮียของมัน

"ไอ้เฮีย ทีแบบนี้ล่ะจำแม่นเลยนะ" ไอ้คูปองว่าพี่ชายมัน แต่เฮียก็ไม่ได้สนใจ

"แล้วนี่มึงไม่ให้เมียมึงดื่มอะไรหน่อยเหรอ ไอ้ทะเล"

ไอ้มอสกับไอ้คูปองพากันหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เฮียเอาแต่เรียกไอ้ฝันดีว่าเป็นเมียผม ผมที่กะจะปฏิเสธออกไป แต่พอหันไปเห็นไอ้ฝันดีนั่งก้มหน้างุดด้วยแก้มที่แดงระเรื่อลามมาถึงใบหู กลับทำให้ผมยกยิ้มชอบใจอย่างน่าประหลาด จะว่าไปที่เฮียพูดมันก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ ในเมื่อได้กันแล้ว ไอ้ฝันดีมันก็ต้องเป็นเมียผมสิ

สงสัยผมต้องแกล้งมันสักหน่อยแล้ว...

หมับ

"เมียผมมันไม่ดื่มเหล้าหรอก" ผมได้ทีโอบไหล่ของคนตัวเล็กจนมันสะดุ้ง ก่อนจะเรียกมันว่าเมียเต็มปากเต็มคำ ทำเอาพวกเพื่อน ๆ ของผมยิ้มชอบใจกันใหญ่ คงจะมีก็แต่ไอ้บีกันนี่แหละ ที่นั่งดื่มเหล้าเงียบ ๆ ไม่สนใจห่าเหวอะไร

"ทะเล ระ...เราไม่ใช่เมียทะเลนะ" ไอ้ฝันดีพูดเสียงติดขัดด้วยใบหน้าแดง ๆ และนั่นยิ่งทำให้ผมอยากแกล้งมันเพิ่มขึ้นอีก

"กูเอามึงแล้ว ถ้ามึงไม่ใช่เมียกูแล้วมึงจะเป็นอะไร อีตัวหรือไง ไม่ใช่สิ ก็กูได้มึงมาฟรี ๆ ไม่ได้จ่ายเงินซะหน่อย หึหึ"

"....." ผมพูดออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่กลับทำให้ไอ้ฝันดีแน่นิ่งไป ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่ผมจะเห็นแว่วตาสั่นเครือที่จ้องมองผมราวกับกำลังตัดพ้อ เป็นอะไรของมันอีกวะ จะมาดราม่าอะไรใส่ผมอีก แล้วทำไมทุกคนในโต๊ะถึงได้เงียบกันไปหมดแบบนี้ ผมพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ

"กูว่ามึงพูดแรงไปนะ" ไอ้บีกันกระซิบบอกผม นี่ผมพูดแรงไปเหรอ ถึงขั้นที่ขนาดไอ้บีกันยังเอ่ยทักเลย ผมหันมองคนร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนผม มันนิ่งไปเลยครับ อย่าบอกนะว่ามันกำลังโกรธผม

"มอสชงเหล้าให้เราหน่อยสิ เราอยากลองดื่มน่ะ"

ฮะ?

ผมขมวดคิ้วหันมองไอ้ฝันดีอีกครั้ง เมื่อกี้มันขอให้ไอ้มอสทำอะไรนะ ชงเหล้างั้นเหรอ คนที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนตอนที่ไอ้มอสส่งแก้วเหล้าให้ตอนแรกเนี่ยนะมาขอให้ไอ้มอสชงเหล้าให้ เป็นเหี้ยอะไรของมันอีกล่ะ

"อะ...เอ่อ..." ไอ้มอสอ้ำอึ้ง แล้วหันมามองหน้าผม

"ถ้ามอสไม่ชงให้ งั้นเรารินดื่มเองก็ได้" มันไม่พูดเปล่า โน้มตัวไปหยิบขวดเหล้าพร้อมกับแก้วเปล่าที่วางอยู่ ก่อนตั้งท่าจะรินเหล้าใส่แก้ว

พรึ่บ!

"มึงจะทำบ้าอะไร รู้หรือเปล่าว่าที่มึงจะดื่มน่ะคืออะไร" ผมแย่งขวดเหล้ามาจากมือเล็ก ก่อนถามมันเสียงแข็ง

"รู้สิ ก็เหล้าไง เอามาเราจะดื่ม" ไอ้ฝันดีโน้มเข้ามาจะแย่งขวดเหล้าในมือผม แต่ผมก็เอาหลบไม่คิดจะส่งให้มัน

"รู้แล้วมึงยังจะดื่มอีกเหรอฮะ!"

"ก็เราจะดื่ม"

"กูไม่ให้ดื่ม!"

"แต่เราจะดื่ม! ทะเลพาเรามาร้านเหล้า แต่จะไม่ให้เราดื่มเนี่ยนะ" มันเถียงผมตาข้นราวกับไม่ใช่ไอ้อ่อนฝันดีที่ผมรู้จัก ที่ปกติแค่ผมพูดเสียงดังใส่มันนิดหน่อย มันก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว แต่มันคิดยังไงถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับผม เป็นบ้าอะไรของมันวะ คิดว่าผมเป็นคนใจเย็นนักหรือไง

"มึงอยากดื่มนักใช่ไหม ได้ งั้นมึงก็ดื่มให้หมดขวดเลยแล้วกัน" พูดจบผมก็จัดการใช้มือบีบปากไอ้คนปากเก่งให้เปิดออก ก่อนจะเทเหล้าในมือกรอกเข้าปากมันจนเหล้าทะลักออกมาจากมุมปากเล็กไหลลงมาตามลำคอเลอะเต็มเสื้อผ้ามันไปหมด

แค่ก! ฮึ่ก! แค่ก

"เฮ้ยไอ้ทะเล พอแล้วมึง ฝันดีมันสำลักใหญ่แล้ว ไอ้บีกันมึงห้ามไอ้ทะเลก่อน!" ไอ้มอสพูดขึ้น ไอ้บีกันก็เข้ามาจับล็อกตัวผมไว้ทันที ส่วนไอ้คูปองกับไอ้มอสก็ลุกเข้าไปหาไอ้ฝันดี ก่อนจะใช้กระดาษทิชชูเช็ดคราบเหล้าที่ตัวของไอ้ฝันดี

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ฝันดีไออกมาไม่หยุด ดวงตาที่จองมองผมแดงก่ำระเรื่อไปด้วยน้ำใส ๆ ที่กำลังปริ่มไหลออกมา ตอนนี้คนทั้งร้านแทบจะหันมาสนใจพวกผมเป็นตาเดียว จนเฮียคูเปอร์ต้องลุกไปพูดเคลียร์กับลูกค้าในร้านเพื่อให้สถานการณ์ในร้านกลับมาเป็นปกติ

"กูว่ามึงทำเกินไปแล้วนะทะเล" ไอ้คูปองที่ประคองไอ้ฝันดีอยู่พูดขึ้น

"กูทำเกินไปตรงไหน ก็ใครใช้ให้มันมาปากดีใส่กูก่อน"

"แต่มึงก็ควรพูดกันดี ๆ ไหม ไม่ใช่เอาเหล้ากรอกปากฝันดีแบบนี้"

"กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู มึงอย่าเสือกไอ้ปอง" ผมพูดเสียงแข็งใส่ไอ้คูปอง รู้สึกไม่ชอบใจที่มันมาพูดปกป้องไอ้ฝันดีแบบนี้ ไหนจะมือของมันที่จับแขนของฝันดีไว้ไม่ห่าง ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

"ฮึ่ก...คูปอง...เราอยาก กะ...กลับบ้าน ฮึ่ก ฮื้ออ" ไอ้ฝันดีพูดบอกไอ้คูปองทั้งน้ำตาที่ไหลออกมานองหน้า

"กูไม่ให้มึงกลับ! แล้วมึงก็เลิกอ่อยเพื่อนกูสักที" ผมตั้งท่าจะกระโจนเข้าไปหาไอ้ฝันดี ทำให้มันขยับตัวไปหลบหลังไอ้คูปอง ซึ่งนั่นยิ่งทำผมฉุนเฉียวเข้าไปใหญ่จนคว้าคอเสื้อของไอ้คูปองไว้แน่น ไอ้บีกันกับไอ้มอสจึงเข้ามารั้งตัวผมไว้

พลั่ก!

"มึงหยุดเลยนะทะเล" เฮียคูเปอร์ที่เดินกลับมา ผลักตัวผมจนผมเซแทบล้ม ก่อนจะมองผมด้วยสายตาวาวโรจน์ "ไอ้บีกัน มึงลากไอ้ทะเลออกไปสงบสติอารมณ์ก่อนไป ส่วนมึงไอ้คูปอง พาไอ้เด็กนั่นไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน เลอะเหล้าไปหมดทั้งตัวแล้ว"

ผมตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินที่เฮียบอก ให้ไอ้คูปองพาไอ้ฝันดีไปล้างตัวงั้นเหรอ จะบ้าหรือไง! ไอ้คูปองพอได้รับคำสั่งจากเฮียมัน มันก็พยักหน้ารับก่อนจะจูงมือไอ้ฝันดีไปทางห้องน้ำต่อหน้าต่อตาผม

"ไอ้คูปอง มึงหยุดเลยนะ! มึงจะพาไอ้ฝันดีไปไหนฮะ!" ผมโวยวาย พยายามจะเดินตามไปแต่ก็ถูกทั้งไอ้บีกันทั้งไอ้มอสรั้งไว้ "พวกมึงปล่อยกูสิวะ! ปล่อยกู!!"

ผั้วะ!

หมัดเน้น ๆ หนัก ๆ จากชายร่างกำยำซัดเข้ามาเต็มหน้าของผมจนใบหน้าของผมสะบัดไปตามแรงมือของอีกฝ่าย ผู้คนในร้านถึงกับชะงักนิ่งอึ้ง ไม่เว้นแม้แต่นักดนตรีที่กำลังเล่นเพลงก็เป็นต้องชะงักไปด้วย ภายในร้านตกอยู่ในความเงียบ เมื่อเห็นเจ้าของร้านปล่อยหมัดใส่ผมจัง ๆ ซึ่งเป็นอันรู้ดีว่า หากเฮียคูเปอร์ลงไม้ลงมือกับใคร นั่นหมายความว่าเฮียกำลังโมโหมาก ซึ่งก็ไม่มีใครกล้ากระดุกกระดิกในยามที่เฮียกำลังของขึ้นเลยก็ว่าได้

"มึงเลิกบ้าได้หรือยังฮะ!" เฮียคูเปอร์ตะคอกถาม ผมก็ได้แต่ยืนนิ่งพูดไม่ออก เพราะรู้สึกชาไปทั้งซีกหน้า เลือดกรบปากชนิดที่ว่ากรามแทบเคลื่อน แต่หมัดของเฮียก็ดึงสติของผมที่หลุดไปในตอนแรกให้กลับมาได้ "ไอ้บีกันไอ้มอส มึงพาเพื่อนมึงออกไป มันดีขึ้นแล้วค่อยพาเข้ามา"

"คะ...ครับเฮีย" ไอ้มอสตอบรับเสียงตะกุกตะกัก ก่อนที่มันจะรีบลากผมออกมาจากร้านพร้อมกับไอ้บีกัน ซึ่งครั้งนี้ผมก็ยอมให้มันสองคนลากผมออกมานอกร้านเงียบ ๆ

.

.

.

แต่งไปแต่งมา แต่งให้พระเอกเป็นบ้าเฉยเลย อะไรกันเนี่ย!! สงสารก็แต่ฝันดี ตามอารมณ์ทะเลผืนนี้ไม่ทันเลยใช่ไหม เดี๋ยวก็สงบ เดี๋ยวก็มีคลื่นลมแรง เฮ้อ~

โปรดติดตามตอนต่อไป...

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว