facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 14 NC

คำค้น : 18+, นิยายวาย, ตลก, ชายรักชาย, ขุนศึก, คับฟ้า, y, ชายxชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58.5k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2564 04:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 NC
แบบอักษร

บทที่ 14 

  

             ขุนศึก P 

  

             ความโกรธที่กำลังปะทุลุกเป็นไฟถูกระบายออกด้วยการเหยียบคันเร่งของรถซูเปอร์คาร์ มันเร็วจนภาพข้างทางตัดเป็นภาพเคลื่อนไหวราวกับฉายในวิดีโอ มือผมสั่นด้วยห้วงอารมณ์แห่งโทสะ สายตาพยายามจ้องมองตรงไปยังท้องถนนในช่วงค่ำคืน แขนขวาหักพวงมาลัยรถปาดซ้ายปาดขวาโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารถคันอื่นจะก่นด่าผมหรือเปล่า  

  

             โกรธ… 

  

           หงุดหงิด… 

  

           หงุดหงิดคำพูดของคับฟ้าด้วยประโยคที่เอ่ยออกมาอย่างหน้าตาเฉย... 

  

             ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่ได้มีตั้งแต่แรกงั้นเหรอคับฟ้า แล้วตอนนี้มันไม่เรียกว่าความสัมพันธ์หรือไงวะ!! 

  

             “…” 

  

             “โธ่เว้ย!!” 

  

             มือผมฟาดพวงมาลัยรถอย่างสุดแรงจนมันรู้สึกเจ็บ แต่วินาทีนี้ใครสนกันเพราะตั้งแต่บึ่งรถออกมาในหัวผมมีแต่ประโยคเดิมซ้ำ ๆ ประโยคที่คับฟ้าพูดด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก ชีวิตของผู้ชายคาสโนวาอย่างผมผ่านผู้หญิงมาก็มากมายทั้งชีวิตเจอมาหมดทุกรูปแบบ ผู้หญิงมีแต่อยากได้ผมไปครอบครองแต่แล้วทำไมคนอย่างคับฟ้าที่เป็นเมียถูกต้องตามทำนองคลองธรรมถึงไม่ยินดียินร้ายที่มีผมเป็นสามี 

  

             วันนี้ผมอุตส่าห์ละจากงานยกเลิกการเข้าประชุมที่สำคัญแล้วให้ไอ้ธนินเข้าแทนแต่สิ่งที่ผมได้รับคือการผิดนัด…ผิดนัดอย่างเดียวไม่พอร่างบางยังดูจะสนิทสนมกับพนักงานในทีมอีกต่างหาก ภาพถ่ายภาพนั้นผุดขึ้นมาในหัวผมอีกครั้ง ความโกรธเคืองทวีคูณขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แรงเหยียบคันเร่งจนเกือบสุดก่อนที่จะตีไฟเลี้ยวเข้าคอนโดหรูย่านทองหล่อ ผมเลี้ยวเข้าไปทางลานจอดรถซูเปอร์คาร์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวในใจ ตอนนี้ผมไม่สนแล้วว่าจะมีพวกปาปารัสซี่แอบตามมาหาทำข่าวผมหรือเปล่าเพราะตอนนี้ผมกำลังหาที่ระบาย….ระบายเพื่อดับอารมณ์ความเกรี้ยวกราดของตัวเองให้ดับลง 

  

             “สวัสดีครับคุณขุนศึก” 

  

             พนักงานรักษาความปลอดภัยเอ่ยทักทายผมทุกครั้งที่ผมมาคอนโดแห่งนี้ ผมพยักหน้าตอบกลับไปเล็กน้อยก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปยังตัวตึกของคอนโด หากถามว่าผมมาบ่อยแค่ไหนก็คงจะตอบไปด้วยความสัตย์จริงว่าหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ผมไม่ชอบร่วมหลับนอนกับใครเกินสามครั้งเพราะกินของซ้ำมันน่าเบื่อ แต่สำหรับดาราสาวคนนี้ดันถึงใจเสียจนผมต้องวนกลับมาซ้ำอีกหลายรอบ  

  

             บัตรคีย์การ์ดสีดำถูกแตะลงบนประตูห้องหรูที่คุ้นตาและเมื่อมันถูกง้างออกสองแขนเรียวยาวของสาวเซ็กซี่ก็เขย่งปลายเท้าขึ้นโอบรอบคอแล้วดึงลงไปรับสัมผัสจูบอันร้อนแรง สองฝ่ามือผมยกขึ้นกุมใบหน้ารูปไข่และบดขยี้ริมฝีปากบางตามบันดาลโทสะที่มันถูกก่อขึ้นจากคับฟ้า 

  

             เสียงดูดปากกันหน้าห้องคงจะดังไปทั่วทั้งชั้นของคอนโด สองมือจากที่กุมหน้าอยู่นั้นผมเลื่อนลงมาจับบริเวณเอวคอดแล้วยกสะโพกบางขึ้นอุ้มอย่างว่องไว เจ้าตัวที่รู้งานอย่างดีรีบตวัดขาเกี่ยวพันรอบเอวผมไว้โดยไม่ต้องสอน สองเท้าผมเดินตรงเข้าไปยังห้องกว้างและจุดมุ่งหมายคือเตียงที่คุ้นเคย ในระหว่างเดินเข้ามาเสียงดูดปากแลกลิ้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อพาร่างเดินมาถึงที่หมายตัวผมจึงเป็นฝ่ายหย่อนก้นนั่งลงบนเตียงใหญ่โดยมีหญิงสาวนั่งคร่อมผมอย่างยั่วยวน 

  

             “คิดถึงแพรมมากเลยเหรอคะ วันนี้ดูรุนแรงเชียว” 

  

             หญิงสาวในชุดนอนเดรสสั้นลูกไม้ผ้าละตินสีเทาอ่อนผละใบหน้าช้อนตาขึ้นมองผมอย่างเอาใจ แต่ผมไม่สนที่จะตอบกลับแต่เลือกรั้งท้ายทอยสาวใบหน้ารูปไข่ตรงหน้ามาประกบริมฝีปากอีกครั้ง รสชาติจูบที่ไม่มีแม้แต่คำว่าอ่อนโยน และมันยังเป็นการจูบครั้งแรกที่ผมนึกถึงภาพใบหน้าของคับฟ้า คำพูดตอนอยู่บนรถกำลังตามมาหลอกหลอนผมซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบและมันยิ่งทำให้ความโกรธที่มีทวีคูณมากขึ้น หากจะให้ความโกรธดับไปผมคงต้องใช้ริมฝีปากบางคู่นี้เป็นสนามระบายอารมณ์แทน 

  

             “โอ๊ย!....” 

  

             เสียงร้องดังขึ้นอย่างเจ็บปวดเมื่อรสชาติจูบมันอบอวลไปด้วยโทสะมากกว่าตอนแรกจนผมเผลอกัดริมฝีปากหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้คู่นอนหน้าสวยนี้ถึงกับเลือดซึมออกมาบริเวณกลีบปากล่าง  

  

             แต่ใครจะสนกัน… 

  

             “วันนี้คุณเป็นอะไรคะขุนศึกอารมณ์เสียจากไหนมา” 

  

             แพรมดาราสาวที่ผมควงเล่นนานกว่าทุกคนเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาสงสัย สองมือทาบลงมาบนตัวผมหวังปลดกระดุมเสื้อเหมือนอย่างทุกครั้งที่ทำ สายเดี่ยวลายลูกไม้ถูกเจ้าตัวถอดออกจนไม่เหลือสิ่งปกคลุมบนร่างกาย สายตาผมจับจ้องไปยังเนินอกนูนทั้งสองข้างแล้วก้มลงใช้ลิ้นเลียเม็ดทับทิมอมชมพูสวยที่ผมชอบเป็นพิเศษ 

  

             “อ๊า ขุนศึกเสียวจังเลยค่ะ” 

  

             เสียงครวญครางที่ผมเคยคิดว่ามันเสนาะหูแต่ทำไมมาวันนี้ถึงกลับกลายเป็นว่าเสียงของร่างบางอีกคนมันดันเข้ามาแทรกในโสตประสาทผมแทน 

  

             เพราะอะไรทำไมผมถึงสลัดทุกอย่างของคับฟ้าออกไปจากหัวไม่ได้… 

  

           ทำไมถึงคะนึงหาแต่ใบหน้าหวาน… 

  

           ใบหน้าเย่อหยิ่งแต่ก็ดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน… 

  

             ทุกห้วงความคิดมีแต่คำว่าคับฟ้าแล่นในหัวผมไม่หยุด ความหงุดหงิดและความรำคาญใจเริ่มเพิ่มมากขึ้นจนผมต้องใช้ลิ้นตัวเองละเลงเลียและงับหัวนมชมพูทั้งสองข้าง เผื่อมันจะทำให้สมองเลิกนึกถึงใบหน้าหวานของภรรยาตัวเองเสียที 

  

             “อ๊ะ อ๊า” 

  

             ริมฝีปากขบเม้มเข้าหาเม็ดทับทิมตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าร่างตรงหน้าจะรู้สึกอย่างไรเพราะผมแค่อยากได้ยินเสียงครางให้แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของหญิงสาวที่ชื่อแพรมไม่ใช่ใครอื่น แต่เมื่อเสียงครางเริ่มดังขึ้นมันกลับกลายเป็นผมเสียเองที่ยังคงได้ยินเสียงของใครบางคน  

  

             ใครบางคนที่วันนี้ทำเอาผมแทบบ้าคลั่ง!... 

  

             “อ๊ะ! หยุดทำไมคะขุนศึก…” 

  

             สองมือผมยกร่างที่นั่งคร่อมออกจากตักด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ ผมลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง โดยมีสายตาของแพรมนั่งอยู่บนเตียงจ้องมองอย่างไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตัวผมจึงค่อย ๆ หันหน้ามาเผชิญกับร่างอันเปลือยเปล่าที่มีทรวดทรงเนินอกอวบอิ่ม ยอดเม็ดเชอร์รีตั้งเต้าขึ้นด้วยพันธะสวาทที่ผมเป็นคนนำพา 

  

             “ถ่างขาออก…” 

  

             ผมยืนกอดอกพร้อมกับชี้นิ้วสั่งให้คนตรงหน้าทำตามด้วยเสียงเย็นชา ถึงแม้ใบหน้าของหญิงสาวจะมึนงงด้วยความไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามคำสั่งของผมอย่างว่าง่าย ขาเรียวยาวสองข้างค่อย ๆ ถ่างออกกว้างด้วยอาการเขินอาย ผมยืนกอดอกมองกรีบอ่อนสีชมพูที่เปิดอ้าให้ผมได้เชยชม หากเป็นเมื่อก่อนตัวผมคงจะปรี่เข้าก้มลงลิ้มลองแต่วันนี้ผมกลับไร้อารมณ์ความอยากขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เพราะร่างที่ผมกำลังยืนจ้องมองมันกลับเป็นร่างของใครอีกคน  

  

           อีกแล้ว… 

  

             ผมเห็นร่างของคับฟ้าอีกแล้ว… 

  

             “ยืนมองอยู่ทำไมคะ แพรมไม่ไหวแล้วนะ…” 

  

             เสียงยั่วยวนเชื้อเชิญให้ผมก้มลงไปจัดการกับกลีบบานสีนวลชมพู แต่ทว่าอารมณ์พิศวาสที่ผมเคยมีมันหายไปจนหมด ถึงแม้หญิงสาวตรงหน้าจะเซ็กซี่แค่ไหนแต่ผมกลับมองภาพของคับฟ้าซ้อนทับอยู่ตลอดเวลา  

  

             ทำไม…. 

  

             ทำไมในหัวมีแต่ภาพชายหนุ่มหน้าหวานที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ผมแม้แต่ครั้งเดียว… 

  

             “หลังจากนี้เธอไม่ต้องติดต่อฉันมาอีก เช็คใบนี้คงพอสำหรับค่าตัวที่เธอเคยนอนกับฉัน” 

  

             ผมหยิบเช็คออกมาจากกระเป๋าสูทและตัวเลขที่ผมเขียนลงเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อย เพราะผมอยากตอบแทนให้มันสมน้ำสมเนื้อกับการที่หญิงสาวตรงหน้าเคยร่วมหลับนอนกับผมมาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าร่างบางบนเตียงจะไม่ยอมจบ เธอรีบดีดตัวเองวิ่งเข้าสวมกอดผมทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังเปลือยเปล่า เสียงสะอื้นร่ำไห้อยู่บริเวณหน้าท้องดังขึ้นเมื่อรู้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายระหว่างเราสองคน 

  

             “ไม่นะขุนศึก อย่าทำแบบนี้กับแพรบนะคะ แพรมรักคุณ! เงินพวกนี้แพรมไม่ได้ต้องการ แพรมเข้าหาคุณเพราะแพรมรักคุณนะคะ ฮือ! ” 

  

             เมื่อเหตุการณ์เริ่มจะไม่เป็นอย่างที่ใจปรารถนามือขวาจึงยกขึ้นเสยผมอย่างไม่สบอารมณ์ สิ่งหนึ่งที่ผมสุดแสนจะเกลียดเข้าไส้คือการรั้งผมไว้อย่างที่คนตรงหน้าทำ การที่ผมบอกจบนั่นแปลว่าหลังจากนี้เราไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกันอีกแต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้จะลืมข้อตกลงที่เราทั้งคู่เคยคุยกันไว้ 

  

             “ก่อนจะเดินเข้ามาเธอก็รู้หนิว่าระหว่างเรามีแค่เซ็กซ์ไม่เกี่ยวกับความรัก” 

  

             “…!” 

  

             “อย่าเรียกร้องอะไรเยอะ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง ถ้ายังอยากจะอยู่ในวงการบันเทิงแบบสงบ มีงานไว้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็รับเช็คไปแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก…หวังว่าเธอจะเข้าใจและฉลาดพอนะแพรม” 

  

             “…!” 

  

             น้ำเสียงเย็นยะเยือกของผมเอ่ยขึ้นโดยการใช้สรรพนามที่แปรเปลี่ยนไปเพื่อสื่อให้รู้ว่าสถานะของผมกับหญิงสาวตรงหน้าจะเป็นเพียงมนุษย์ที่แย่งกันหายใจบนโลกใบนี้เท่านั้น หลังจากที่ผมก้าวออกจากประตูห้องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจะถูกปิดผนึกไว้ในโลกแห่งความลับและต่างคนต่างใช้ชีวิตดำเนินต่อไปตามทางของใครของมัน 

  

             เมื่อทุกอย่างผมพูดชัดเจนให้เคลียร์กันทั้งสองฝ่ายจึงหันหลังเดินตรงไปยังประตูห้องแล้วยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา แต่ทว่ามันเร็วเกินไปที่ผมจะกลับบ้านจึงตัดสินใจยกโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนสนิทตัวเองอย่างไอ้ธนิน เพื่อให้มันออกมาดื่มคลายเครียดเป็นเพื่อนผมเสียหน่อยเพราะถ้ากลับเข้าบ้านไปตอนนี้มีแต่จะเปิดสงครามกับภรรยาของตัวเองเสียเปล่า ๆ  

. 

. 

. 

. 

. 

  

             นอนไม่หลับ… 

  

             คำนี้วนอยู่ในหัวมานานนับหลายชั่วโมงตั้งแต่แยกตัวจากเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายใจจนถึงตอนนี้ ประโยคที่ศิลป์พูดยังตามมาหลอกหลอนผมไม่เป็นอันหลับอันนอน หากจะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนก็คงจะพากันหลับหมด…แหงสิก็ตอนนี้มันปาเข้าไปตีหนึ่งถ้าผมต่อสายหาเพื่อนพวกมันคงจะลุกขึ้นมาก่นด่าผมกลางดึกแน่ 

  

             “นอนไม่หลับดันหิวอีก อะไรของมึงวะคับฟ้า” 

  

             ผมยันตัวขึ้นจากหมอนเมื่อเสียงท้องร้องดังขึ้นมาได้สักพักใหญ่ ความหิวที่ก่อขึ้นกลางดึกเวลาตีหนึ่งแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องตลกสักนิด ปรกติตอนผมอยู่บ้านป๊าม๊าผมมักจะติดนิสัยหิวแบบนี้เป็นประจำและทุกครั้งก็ต้องแอบย่องเดินลงมาหาของกินเพราะถ้าหากม๊ารู้เข้ามีหวังโดนบ่นยาวเป็นอาทิตย์ 

  

             เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวใหญ่กว่าผมหลายเท่ามันเป็นเสื้อโปรดที่ผมมักจะใส่นอนเพราะมันสบายและคล่องตัวกว่าชุดอื่น สองขาผมเดินลงตามขั้นบันไดทีละขั้นจนเท้าอันเปลือยเปล่าสัมผัสลงกับพื้นกระเบื้องด้วยอุณหภูมิที่เย็นยะเยือก ด้วยความที่รีบร้อนจนลืมใส่รองเท้าลงมาแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่เพราะตอนนี้ผมกำลังเดินตรงไปยังตู้เย็นเพื่อหาของกินมารองท้องก่อนที่ตัวเองจะหิวจนไส้ขาด  

  

             “โยเกิร์ตก็ได้วะ อิ่มดีไม่อ้วนด้วย” 

  

             ตัวผมก้มลงไปหยิบถ้วยโยเกิร์ตรสมะพร้าวขึ้นมาเปิดกิน เนื้อข้น ๆ ในคำแรกทำให้ผมระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อได้สิ่งที่ต้องการจึงหันหลังหวังเดินกลับขึ้นห้องเพื่อที่จะหอบของอร่อยไปนอนกินบนเตียงอย่างที่ชอบทำ แต่เมื่อตัวผมเดินพ้นออกจากห้องครัวไม่นานสองขาที่กำลังก้าวถึงกับชะงัก ร่างที่เซไปเซมาจากประตูบ้าน ร่างสูงในชุดสูทตัวเดิมตั้งแต่เมื่อวานมันบ่งบอกให้ผมรับรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไปดื่มมาหนักแค่ไหน  

  

             “อึ่ก!...” 

  

             ขุนศึกพาตัวเองเดินมาถึงโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่น ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เงยหน้าขึ้นมาปะทะกับสายตาผม สายตาคมหรี่ตามองเหมือนจะประเมินภาพให้คมชัดว่าร่างที่ยืนอยู่ตรงนี้นั้นคือใคร ในขณะเดียวกันผมก็ยืนมองร่างของคนเมาที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือขวาตัวเองก็ตักโยเกิร์ตขึ้นกินต่อโดยไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเพราะความหิวมันไม่สามารถทำให้ผมละความสนใจไปได้ง่าย ๆ  

  

             “ภรรยาสุดสวย อึ่ก! ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” 

  

             เสียงเนิบนาบเอ่ยทักขึ้นและเมื่อได้ฟังประโยคคำถามก็ทำให้ผมรู้ได้ว่าขุนศึกยังคงมีสติเพียงแค่มีอาการมึนจนเซก็เท่านั้น ใบหน้าแดงก่ำเดินเซเล็กน้อยเหมือนกำลังจะเก็บอาการมึนเมาของตัวเองให้สลัดออกไปจากตัว ผมยืนตักโยเกิร์ตสีขาวเข้าปากด้วยสีหน้านิ่งและหากผมรู้มาก่อนว่าเดินลงมาแล้วจะเจอกับขุนศึกผมยอมหิวจนไส้ขาดตายเสียจะดีกว่า 

  

             “อืม…” 

  

             ผมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแล้วเบี่ยงตัวเองออกหวังเดินขึ้นห้อง แต่แรงฉุดรั้งบริเวณข้อพับแขนถูกผลักให้ผมล้มตัวลงนั่งบนขอบโซฟาด้วยฝีมือของขุนศึก ผมหน้าเหวอทันทีเมื่อถ้วยโยเกิร์ตเกือบหล่นและถ้าผมถือไม่มั่นพอมันคงจะหกเต็มพื้นแน่ ในระหว่างที่จะตวัดสายตาช้อนขึ้นไปต่อว่าตัวต้นเหตุที่รั้งแขนจนเซต้องชะงักไปเมื่อใบหน้าขุนศึกที่มีเพียงแสงไฟสลัวส่องกระทบลงทำให้ผมเผลอสบตาเข้ากับดวงตาคู่นี้มันกำลังมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ 

  

             “ปล่อย…” 

  

             “ขอโทษ…” 

  

           หัวคิ้วผมขมวดเข้าหากันเป็นปมเมื่อได้ยินคำพูดที่ขุนศึกเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่ว สายตาคมจ้องมองผมไม่ละออกไปไหน ผมเม้มริมฝีปากตัวเองเข้าหากันแน่นและเบือนหน้าหนีสายตาของผู้ชายตรงหน้าไปอีกทาง 

  

             “…” 

  

             “เจ็บไหม…เจ็บหรือเปล่า ขอโทษ…” 

  

             เสียงทุ้มเอ่ยถามผมแผ่วเบาขึ้นเป็นครั้งที่สองด้วยสีหน้านิ่ง ผมไม่รู้ว่าขุนศึกเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงถามผมแบบนี้และแน่นอนมันไม่มีคำตอบใด ๆ หลุดออกจากปากผม 

  

             มันกำลังง้อเหรอ… 

  

           ขุนศึกมันกำลังง้อผมใช่ไหม… 

  

              ความปากหนักของตัวเองที่ไม่อยากเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อนจนทำให้ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน ปล่อยให้ความเงียบครอบงำระหว่างเรา ฝ่ามือของขุนศึกเลื่อนขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากผมอย่างเบามือ ปลายนิ้วเรียวยาววาดนิ้วลงบนขอบปากผมก่อนที่จะยกขึ้นมาจรดเข้าปากตัวเอง โยเกิร์ตที่ผมเผลอกินเลอะถูกคนตรงหน้าทำความสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย  

  

           “ขอโทษ…” 

  

             ใบหน้าแดงก่ำเอ่ยพูดขึ้นแค่เพียงหนึ่งคำแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเบ้าตาตัวเองเริ่มเห่อร้อนคล้ายกับอาการของคนที่กำลังจะร้องไห้เมื่อความน้อยใจเมื่อช่วงค่ำวนเข้ามาใหม่อีกรอบ สายตาหวานเยิ้มตรงหน้าเลื่อนใบหน้าเข้ามาหาผมท่ามกลางความเงียบที่ก่อขึ้นจนริมฝีปากของเราทั้งคู่แตะเข้าหากันราวกับบรรยากาศโดยรอบนำพาไป  

  

             ใบหน้าขุนศึกเอียงคอเล็กน้อยให้ได้องศาเพื่อตั้งรับกับใบหน้าผม ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลจากนั้นลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดเข้ามาควานหารสชาติความหวานของโยเกิร์ต เปลือกตาที่ถูกปิดเปิดขึ้นทันทีเมื่อริมฝีปากของขุนศึกผละออก ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงระยะห่างของใบหน้าระหว่างเราห่างกันเพียงหนึ่งคืบ มันใกล้กันเสียจนผมรับรู้ถึงไอร้อนของแอลกอฮอล์จากลมหายใจตรงหน้า 

  

             “ขอโทษ…” 

  

             คำสั้น ๆ แต่ขุนศึกยังคงเอื้อนเอ่ยออกมาไม่หยุดแถมเจ้าตัวยังเล่นจ้องหน้าผมนิ่งทำเอาหัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้วยโยเกิร์ตที่อยู่ในมือถูกมือหยาบกร้านแย่งไปถือไว้ ช้อนพลาสติกคันเล็กถูกตักโยเกิร์ตสีขาวข้นเลื่อนเข้าสู่โพรงปากของผม ขุนศึกไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบก้มหน้าลงสอดลิ้มตวัดเกี่ยวพันหาความหวานของโยเกิร์ตในปากราวกับจะกลืนกินริมฝีปากผมเสียอย่างนั้น 

  

             หัวใจสั่นรัวเมื่อฝ่ามือใหญ่เลื่อนเข้ามาภายในเสื้อเชิ้ต นิ้วมือสองข้างกำลังบดขยี้หน้าอกผมเล่นอย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าเราผละออกจากกันก่อนที่ขุนศึกจะใช้ลิ้นร้อนลากลงมายังคอยาวระหงของผม ปลายลิ้นเลียวนบริเวณซอกคอผมทีละข้างจนใบหน้าผมเชิดขึ้นด้วยความรู้สึกเสียวซ่านที่ได้รับ 

  

             “อ๊ะ อื้อ” 

  

             ยิ่งปลายลิ้นแตะลงมาบริเวณต้นคอตัวผมก็กระสับกระส่ายไปหมด บรรยากาศรอบข้างนำพาอารมณ์ของเราทั้งคู่ไหลไปตามที่มันควรจะเป็น  

  

             ไม่มีการขัดขืนเหมือนทุกครั้ง… 

  

           ครั้งนี้มันอบอวลไปด้วยความเต็มใจอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน… 

  

             ส่วนล่างของผมจากที่เคยแน่นิ่งตอนนี้มันถูกปลุกเร้าอารมณ์จากคนตรงหน้าได้สำเร็จและเหมือนขุนศึกจะรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวสิ่งที่อยู่ภายใต้ร่มผ้ามือหยาบกร้านจึงเลื่อนมากอบกุมและขยับข้อมือในจังหวะเชื่องช้าและไม่รีบร้อน  

  

             “อ๊า อ๊ะ” 

  

             เสียงครางดังขึ้นเมื่อความเป็นชายผมถูกปลุกเร้า ผมปรือตามองไปยังใบหน้าของขุนศึกที่ใคร ๆ ต่างพากันอยากได้อยากครอบครองและตอนนี้กลายเป็นผมเสียเองที่กำลังจะเป็นหนึ่งในบรรดาคู่หลับนอนเหมือนกับบรรดาผู้หญิงที่ผ่าน ๆ มา 

  

             “อะ อย่า พอ อ๊ะ…” 

  

             มือสองข้างผมดันตัวขุนศึกไว้เพื่อไม่ให้ข้อมือคนตรงหน้าขยับความเร็วจนเกินไป ผมเบือนหน้าหนีเมื่อขุนศึกยังคงขยับแก่นกายผมไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ตัวผมไร้เรี่ยวแรงในการขัดขืนถึงปากอยากจะบอกให้พอแต่ร่างกายตัวเองดันคล้อยตาม ถ้วยเล็ก ๆ ของโยเกิร์ตถูกเขวี้ยงทิ้งออกไปด้านข้าง ขุนศึกไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันจะกระเด็นไปทางไหนเพราะสิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังสนใจนั่นคือการปลดเนกไทสีน้ำตาลเข้มออกจากเสื้อสูทตัวเอง สายตาราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหยพร้อมจะขย้ำผมให้แหลกคามือ…มือสองข้างผมถูกไขว้หลังก่อนที่ขุนศึกจะใช้เนกไทตัวเองโน้มลงมามัดข้อมือผมไว้ในเวลาอันรวดเร็วและการกระทำนี้ทำให้ผมตกใจไม่น้อย 

  

             “มะ มัดทำไม...” 

  

             “มึงโดนมัดแล้วสวยดี สวยจนทำกูสร่างเมาเลย…” 

  

             มุมปากของขุนศึกยกยิ้มขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงถอดกางเกงออกด้วยความว่องไว ท่อนล่างของขุนศึกเปลือยเปล่าไม่ต่างอะไรกับผม ในใจก่นด่าตัวเองบอกให้ดิ้นหนีไปจากบทสวาทที่กำลังจะเริ่มขึ้น แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับนั่งนิ่งให้สายตาคมไล่สำรวจทุกอณูผิว  

  

             เขิน… 

  

           แล้วทำไมผมต้องเขินสายตาแบบนั้นของขุนศึกกัน… 

  

           บ้า… 

  

           มึงมันบ้าไปแล้วคับฟ้า… 

  

             ตัวผมจากที่นั่งอยู่บนขอบโซฟาจู่ ๆ ก็ถูกจับตัวให้พลิกหันหลังและทันใดนั้นชายเสื้อเชิ้ตผมก็ถูกถกขึ้นจนถึงกลางหลังก่อนที่ตัวขุนศึกจะรีบเข้ามาประกบแล้วจับแก่นกายขนาดใหญ่จ่อเข้าปากทางสวาท ในขณะเดียวกันฝ่ามืออุ่นอีกข้างก็ชโลมน้ำลายเพื่อเป็นการเบิกทางให้ เสียงหายใจกระเส่าแนบอยู่ข้างหูกำลังบอกถึงความต้องการที่ก่อขึ้นมันเริ่มจะไม่ไหวเสียแล้ว 

  

             “อ๊ะ! เจ็บ! ขุนศึกปล่อย!” 

  

             สองนิ้วถูกสอดเข้ามาทีเดียวพร้อมกันจนน้ำตาผมคลอเบ้าจากความเจ็บปวด จากนิ้วที่เคยสอดใส่ได้ไม่ถึงนาทีก็ถูกถอดออกแล้วแปรเปลี่ยนเป็นแท่งเนื้อแข็งที่กำลังชูชันผงาดโดนเนื้อผิวด้านหลังผม แท่งเนื้อสีชมพูถูกสอดเข้ามาแต่ความใหญ่ของขนาดมันทำให้ผมจุกท้องน้อยแปลบ ๆ ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สองแต่ผมก็ไม่รู้สึกชินสักนิด 

  

             “อ่า…คับฟ้า” 

  

             เสียงกระเส่าขานเรียกชื่อข้างหูอย่างแผ่วเบาพร้อมกับก้มลงจูบบริเวณท้ายทอยผมไปหนึ่งที ริมฝีปากหนาดูดคลึงอย่างละเมียดละไมคล้ายกับต้องการทำรอยรักลงบนเนื้อผิวผมอย่างตั้งใจ ถึงแม้ตัวผมอยากจะหดคอหนีแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อสะโพกหนาเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะ 

  

             “อ๊า ขุนมันเจ็บ! อ๊ะๆๆ” 

  

             แรงกระทุ้งที่สอดใส่มันเป็นจังหวะที่เน้นลึกจนผมต้องเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวที่ขุนศึกมอบให้ แต่ในระหว่างที่กำลังสุขสมกับท่วงท่าจู่ ๆ แผ่นหลังผมก็ถูกผลักให้ก้มหน้าลงไปแนบชิดกับโซฟา สองแขนที่โดนมัดถูกขุนศึกดึงไปด้านหลัง เอวหนาไม่รีรอให้ผมได้ทำใจสวนแท่งเนื้อร้อนเข้ามาด้วยจังหวะที่เน้นและลึกกว่าท่าเดิม เสียงครวญครางดังขึ้นเมื่อจังหวะสอดใส่ถี่รัวอย่างไร้ความปรานี  

  

             “อ๊ะ!!...” 

  

             เสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อแท่งร้อนกำลังบรรเลงได้ถูกถอดออกกลางคัน ก่อนที่สะโพกผมจะถูกยกขึ้นจนตัวลอยไปอยู่บนขอบโซฟาหนัง สองขาถูกแบะกว้างออกอย่างอัตโนมัติและถ้าหากขุนศึกปล่อยมือจากผมมีหวังหน้าตัวเองได้คะมำกองลงไปกับพื้นเป็นแน่ 

  

             “ตัวมึงเล็กจังวะคับฟ้า…” 

  

             “อ๊ะ! เดี๋ยวตก! อ๊าๆๆ!” 

  

             อีกแล้ว…. 

  

           ขุนศึกสอดใส่เข้ามาในตัวผมอีกแล้ว… 

  

             ตัวผมถูกกดให้หมอบลง สองแขนที่ถูกพันธนาการถูกดึงให้ตึงไปทางด้านหลังเสียงหอบกระเส่าของเราสองคนเริ่มถี่ขึ้นเพราะจังหวะที่สอดคงที่ไม่มีตก มือสองข้างถูกแก้ออกเมื่อความต้องการเริ่มแตะจุดสุดยอด เสียงทุ้มกระเส่าที่หอบถี่อยู่ข้างหูมันยิ่งเป็นตัวเร่งอารมณ์ให้ผมเสร็จอย่างไม่รู้ตัว จนในที่สุดน้ำรักของผมที่ไร้การช่วยเหลือใด ๆ จากมือก็ถูกปลดปล่อยออกมา 

  

             กิจกรรมรักอันเร่าร้อนที่ผมเพิ่งเผชิญ… 

  

           เสียงครางอย่างกระเส่าด้วยความสุขสมอย่างรู้สึกดี… 

  

           ความรู้สึกนี้มันคืออะไร… 

  

             สองมือหนาเกาะสะโพกผมไว้แน่นเมื่อแรงกระแทกสอดใส่เข้าด้วยห้วงราคะที่เปี่ยมล้น เสียงครางทุ้มต่ำของขุนศึกดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ๆ จนในที่สุดน้ำรักของคนด้านหลังก็ปลดปล่อยออกมา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจผมหวิวด้วยความกลัว กลัวว่าสิ่งที่ครอบครัวกำลังยัดเยียดให้นั้นสักวันมันจะเกิดขึ้นจริงเพราะการร่วมหลับนอนในครั้งนี้ 

  

             ขุนศึกเลือกที่จะปลดปล่อยน้ำกามของตัวเองเข้ามาในตัวผม… 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว