ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 : ฤทัยตัวจริงหรือตัวปลอม?

ชื่อตอน : บทที่ 17 : ฤทัยตัวจริงหรือตัวปลอม?

คำค้น : ยูริ

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2564 02:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 : ฤทัยตัวจริงหรือตัวปลอม?
แบบอักษร

 

 

หนูเจ้าพึ่งผ่าตัดที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาได้ราวหนึ่งเดือนนิด ๆ ก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาขนานกับช่วงที่เกิดเรื่องราววุ่นวายกับสองพี่น้องฝาแฝดอย่างพอดิบพอดี ด้วยความคิดถึงและอยากจะเห็นหน้าคนที่เธอรัก สาวน้อยร่างบางก็รีบเร่งเร้าให้คุณพ่อพาเธอกลับบ้านที่ประเทศไทยก่อนกำหนดราวหนึ่งสัปดาห์

ทันทีที่เท้าของเธอเก้าเหยียบเข้าไปในตัวบ้าน ก็ได้พบกับร่างสูงที่ยืนหันหลังอยู่ โดยข้าง ๆ ก็มีคนเป็นแม่จับมือลูกชายไม่ห่าง พร้อมทำหน้าอมยิ้มมีความสุข

เด็กสาววัยสิบแปดที่ยามนี้ตาได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง ก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาคนที่คุ้นเคย แต่ตัวของเธอก็แอบกลัวกับพฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสมของตัวเอง ที่มาจากการต้องแบกรับความรู้สึกที่คิดถึงเอาไว้จนเอ่อล้น หากเธอเผลอไปกอดพี่ฤดีคนอื่นอาจไม่ถูกใจนัก ดังนั้นเด็กดื้อจึงทำหน้าตาอ้อนวอนคนเป็นพ่อ ส่วนฝ่ายชายสูงวัยนั้นก็ใจอ่อน ยอมพยักหน้าอนุมัติอย่างว่าง่าย ไม่นานน้องเจ้าก็รีบวิ่งไปหาร่างสูง พร้อมเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่โหยหาและคิดถึง

“พี่ดี”

“ตอนนี้หนูมองเห็นแล้วนะคะ หนูอยากเห็นหน้าของพี่ชัด ๆ”

“....คนที่จะเป็นสามีของหนู”

พูดไปคนน้องก็พยายามยื่นมือไปจับมือของคนพี่ที่หันหลัง หากแต่ทว่า มือที่ไขว่คว้านั้นกลับพยายามขยับถอยห่างเธอออกไป ใบหน้าของคนที่หันหน้ามานั้นไร้ความอ่อนโยน ไร้ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยมีก่อนหน้า แต่เมื่อฝ่ายนั้นรู้ตัววาทำอะไรไม่ดีไป เจ้าตัวหันไปมองหน้าหญิงวัยกลางคนที่อยู่เคียงข้าง ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตครีมกางเกงสีเบจ ก็รีบเปลี่ยนท่าทีไปทันที

“พี่ขอโทษครับน้องเจ้า”

“พอดีพี่ไม่ค่อยชินกับการถูกจับมือแบบทีเผลอน่ะ เลยเผลอสะบัดมือออกไป น้องไม่โกรธพี่ใช่ไหมครับ”

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”

เมื่อตาของทั้งสองประสานมองกัน หนูเจ้าก็เริ่มรู้สึกถึงอะไรหลายอย่างที่ไม่คุ้นเคย ตอนนี้หัวใจที่สั่นเพราะความคิดถึงยังคงเต้นของมันไปตามประสา หากแต่ว่าคนตรงหน้าไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกที่เธอมีได้

กลิ่นน้ำหอมที่ไม่เหมือนเดิม…. 

ท่าทางที่เย็นชา..... 

“คนคนนี้เป็นใคร”  

ฤทัยทำหน้าตกใจกับแววตาของเด็กสาวอายุน้อยกว่า แต่เขาก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว ไม่รู้เขาคิดไปเองรึเปล่า แต่พอได้ตั้งใจดูท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะรับรู้แล้ว ว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอรัก คนที่เคยตาบอด เราไม่สามารถดูถูกความสามารถของพวกเขาได้ พอตาบอดประสาทสัมผัสอื่น ๆ ก็จะเริ่มมีการทำงานมากขึ้น ซ้ำยังดีกว่าคนทั่วไป เพื่อชดเชยในสิ่งที่พวกเขาขาดหาย

ดังนั้นคุณหมอหนุ่มจึงคิดจะพิสูจน์คำตอบของตัวเอง ว่าพี่สะใภ้ของเขา จะสามารถแยกตัวของเขาและพี่สาวได้จริง ๆ อย่างที่คิดหรือไม่

“อืม งั้นพี่ขอกอดหน่อยนะ ให้หายคิดถึง”

“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ”

หนูเจ้าใช่มือทั้งสองข้างกันท่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ให้กอด ฝ่ายของพ่อทัยก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธหรืออะไร เขายิ้มให้กับเด็กสาว เจ้าตัวเปลี่ยนจากการกอด ค่อย ๆ ขยับหน้าของตัวเองไปใกล้กับหูของคนตัวเล็กแล้วกระซิบเบา ๆ

“พี่สะใภ้ครับ ช่วยเล่นละครกับผมไปก่อนได้ไหม”  

พูดจบ เขาก็หันหน้ามามองประชันหน้ากับพี่สะใภ้ สายตามุ่งมั่นไม่ต่างจากตัวของฤดีที่กำลังทำอะไรจริงจัง น้องเจ้ายิ้มตอบและยอมเล่นไปตามบทบาทที่คนตรงหน้าต้องการ แม้จะมีคำถามมากมายเกิดขึ้น ว่าเหตุใดถึงต้องทำแบบนี้ แต่ถ้ามันจะทำให้เธอได้รู้คำตอบว่าตอนนี้พี่ฤดีอยู่ไหน มันก็คงคุ้มค่าที่จะทำ

“พี่คิดถึงน้องเจ้าจังเลยครับ”

“หนูก็คิดถึงพี่ฤทัยเหมือนกันค่ะ”

เมื่อครู่ภาพที่หญิงสาวผู้เป็นแม่เห็น คือตัวของพ่อทัยกำลังหอมแก้มหนูเจ้า จากนั้นก็มองหน้ากันไปมาอย่างละมุนโรแมนติก เธอจึงไม่ได้เอะใจอะไร ซ้ำยังยิ้มดีใจคิดว่าแผนการกำลังไปได้สวย

“แหม ดีจริง ๆ เลยนะ”

พอแผนการของตัวเองไม่มีปัญหา ผู้หญิงโลภก็เริ่มทำตามแผนขั้นต่อไปของตัวเองต่อ เจ้าหล่อนเดินไปหาพ่อของหนูเจ้าที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง แล้วทำท่าทางกระซุบกระซิบ

“เจ้าสัวคะ ไหน ๆ เด็ก ๆ ก็รักกันขนาดนี้แล้ว เรามาเร่งงานแต่งให้เร็วขึ้นดีไหมคะ”

“ผมยังไงก็ได้ครับ ผมตามใจลูกสาวของผมทุกอย่างอยู่แล้ว”

คนเป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ตาก็จ้องมองไปที่สองหนุ่มสาวที่ดูเข้ากันได้ดี แต่เขาก็ไม่คิดจะเออออห่อหมกเสียทีเดียว รีบกวักมือเรียกลูกสาวตัวน้อยมาคุยเรื่องดังกล่าวอย่างทันที

“คิดว่ายังไงดีลูก หนูอยากจะแต่งงานกับพี่เขาเลยไหม พ่อจัดการให้หนูได้ตลอดนะ”

“เอ่อ คือว่า เรื่องนี้หนูขอไปคุยกับพี่ฤทัยก่อนนะคะ”

“หรอจ๊ะ”

คนเป็นแม่พูด พร้อมทำหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่ภายในกลับรู้สึกไม่พอใจเด็กสาวเอามาก ๆ หากสังเกตท่าทางดี ๆ ตอนนี้หญิงสาวมีอายุกำลังกำมือแน่น

“ใช่ครับ”

ฤทัยที่รับรู้ทุกอย่าง ก็รีบออกตัวปกป้องเด็กสาว มือของเขาพยายามทำท่าทำทางเป็นโอบไหล่เป็นเชิงปกป้องการถูกแม่ที่อารมณ์แปรปรวนมาจับ

“พี่ฤทัยค่ะ จะเป็นการรบกวนไหมคะ ถ้าหนูอยากจะขอไปค้างที่บ้านพี่สักหน่อย”

หนูเจ้าพูดเสร็จ ก็รีบหันหน้ามาหาคนเป็นแม่ของสองฝาแฝดและพ่อของตัวเองเป็นเชิงอนุญาต

“ได้ไหมคะคุณพ่อ หนูอยากจะอยู่กับพี่เขาเยอะ ๆ เพราะตอนนี้ตาก็กลับมามองเห็นแล้ว”

“ได้ลูก อยากไปวันนี้เลยไหม”

พ่อของหนูเจ้าเคยอยู่สหรัฐอเมริกามานาน จึงเป็นคนหัวสมัยใหม่และเป็นคนค่อนข้างจะสากลนิยมจึงไม่ได้ขัดคออะไร พอเห็นว่าเด็ก ๆ ใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ร่วมด้วยกับไว้ใจครอบครัวนี้ จึงยอมปล่อยให้เด็กทั้งสองคนได้มีเวลาส่วนตัวได้พูดคุยกัน

“ค่ะพ่อ”

“เอาล่ะ เด็ก ๆ ไปเตรียมเสื้อผ้าให้คุณหนูหน่อย”

คนพ่อเอ่ยพลางใช้นิ้วชี้ไปที่เหล่าคนรับใช้ พวกหล่อนก็รีบวิ่งกันอย่างจ้าละหวั่นไปเตรียมของให้คุณหนูของบ้าน

“ช่วงนี้ปิดเทอมแล้ว ถ้าลูกอยากกลับมาเมื่อไหร่ก็โทรหาพ่อได้เลยนะ”

“ได้เลยค่ะ”

หนูเจ้าวิ่งไปหาพ่อแล้วหอมแก้มไปหลายฟอดใหญ่ เด็กสาวกอดคนเป็นพ่อเอานานพักหนึ่ง จนคนพ่อเริ่มทำหน้างงงวยว่านางฟ้าตัวน้อยของเขาเป็นอะไร แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบถามอะไรมากมายนัก จึงเลือกที่จะกอดลูกสาวตอบ ก่อนจะปล่อยให้ไปกับพ่อฤทัยดั่งใจเจ้าตัวหวัง

ตกเย็นในวันเดียวกัน ตัวของพ่อเลี้ยงทำหน้าตาตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็จับจ้องมาที่ตัวของหนูเจ้าราวกับว่าสนใจ แต่พ่อฤทัยก็เอาตัวมากันท่าไว้ก่อน ปกติพ่อเลี้ยงจะไม่ค่อยเข้ามาในบ้านใหญ่เท่าไหร่ เพราะแม่จะจัดบ้านเล็กให้ หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนว่าแม่กำลังจะวางแผนทำอะไรอีกงั้นหรือ?

ไม่ว่าจะอย่างไร คนเป็นแม่ก็เลือกจะเพิกเฉยต่อฤติกรรมของสามีตัวเอง แล้วพาร่างของตนไปเกาะแกะกับเด็กสาวลูกสะใภ้ ซ้ำยังทำหน้าแสร้งเป็นคนดี พยายามจะคุยกับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร

“เชิญเลยจ้ะ หนูเจ้า”

“ขอบคุณค่ะคุณน้า”

“เรียกแม่เถอะจ้ะ”

หนูเจ้ายิ้มให้ ตาก็พยายามหันไปมองฤทัยที่อยู่กับตนไม่ห่าง ฝ่ายร่างสูงก็เอาแต่พยักหน้าให้คนเป็นพี่สะใภ้ทำตัวตามธรรมชาติไปก่อน

“ค่ะ คุณแม่ ว่าแต่ห้องหนูอยู่ไหนหรอคะ”

“ตายจริง ถามอะไรแบบนั้นลูก หนูก็นอนห้องเดียวกับพี่เขายังไงล่ะ”

คราวนี้แพทย์หนุ่มหน้าซีดเป็นไก่ต้ม น้องเจ้าก็ไม่ต่างกัน หันหน้ามามองกันครู่หนึ่ง จากนั้นก็ทำหน้าไม่เข้าใจกับคนเป็นแม่ ว่าหล่อนกำลังคาดหวังอะไรจากพวกเขา

หรือว่าเจ้าหล่อนกำลังจะเสี้ยมให้พี่น้องตีกันเรื่องผู้หญิง?  

เมื่อพ่อทัยคิดได้แบบนั้น เขาก็รีบพาตัวน้องเจ้าหนีออกมาจากจุดนั้นทันที หากอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ แม่คงคาดหวังให้เขาและเด็กสาวทำอะไรเกินเลย เพื่อให้มันเข้าล็อกกับแผนการของเธอก็ได้

“อ่อ ครับ งั้นผมขอพาน้องเจ้าขึ้นห้องเลยนะครับ”

“ไปดีมาดีนะลูก”

ณ ห้องนอนของฤทัย 

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอคะ พี่ฤทัย แล้วพี่ดีไปไหน”

“สมกับเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของผมจริง ๆ คุณแยกได้ตั้งแต่แรกเลยสินะครับ”

“งั้นเขาเรื่องเลยนะ คือผมกับพี่ฤดีกำลังถูกบังคับให้ทำเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นวางแผนเอาไว้”

“ผู้หญิงคนนั้น? หมายถึงคุณแม่หรอคะ”

“ครับ ความจริงแล้ว ในวันแต่งงานของผม ตัวของผมที่ไม่รู้เรื่องงานแต่งก็ได้มีความรักมีครอบครัวไปแล้ว แต่แทนที่แม่จะหยุด แม่สั่งให้พี่ฤดีไปแทน ตอนแรกพี่ฤดีก็ไม่โอเค ไม่อยากมาสวมรอยเป็นผมแล้วมาหลอกคนอื่น แต่เพราะแม่เอาแต่บังคับแล้วก็ขู่ผมและพี่ตลอด เรื่องเลยเป็นแบบนี้ ผมต้องขอโทษน้องเจ้าด้วยนะครับ ที่หลอกลวง”

“เรื่องนั้นพี่ดีบอกหนูแล้วค่ะ เราสองคนเข้าใจกันดี ตัวของหนู ก่อนหน้านี้ถึงจะตาบอด แต่ก็พอแยกออกว่าคนที่อยู่กับหนูเป็นผู้หญิง”

“สมกับเป็นพี่จริง ๆ ถ้าผมซื่อตรงได้สักครึ่งของพี่ก็คงดี”

“ว่าแต่พี่ดีไปไหนคะ”

“ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ชะตากรรมของพี่เหมือนกัน ล่าสุดที่เห็น คือแม่พาคนมาจับตัวพี่ดีแยกออกไป แต่ก่อนที่พี่จะหายไป เราได้คุยกันอยู่พักหนึ่ง เหมือนพี่ให้คำใบ้อะไรบางอย่างเอาไว้ครับ”

“….เป็นคำใบ้เกี่ยวกับอายุของย่าเลขห้าสิบแปด เรื่องอายุที่แท้จริงของย่า มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ครับ นอกจากพี่ดีแล้วก็ป้าศรีก็มีผมอีกคนที่รู้ เพราะได้ยินพี่ดีพูดถึงย่าบ่อย ๆ ในช่วงที่ยังเด็กอยู่ ย่าอายุจริง ๆ ก่อนท่านเสีย อายุประมาณหกสิบสองเห็นจะได้ ดังนั้นเลขห้าสิบแปดอาจเป็นเบาะแสบางอย่างที่จะสืบหาอะไรที่จะเป็นกำลังช่วยพี่เขาได้”

“อืม หนูว่าหนูรู้นะคะ คราวก่อนที่หนูกับพี่ดีไปเที่ยวกัน เราไปที่ขอนแก่น เห็นพี่ดีเล่าให้ฟังว่าพี่เขาเคยมาที่นี่ตอนเด็ก ๆ แหละนั้นก็คือบ้านของย่า พี่ดีชอบเข้าไปในห้องของย่าบ่อย ๆ เราอาจจะเริ่มสืบตั้งแต่ตรงนี้ ส่วนเรื่องป้าศรี ปัจจุบันแกยังมีชีวิตอยู่ค่ะ น่าจะให้ความช่วยเหลือพวกเราได้”

“เป็นความคิดที่ดีมากครับน้องเจ้า งั้นเราจะเดินทางไปที่ขอนแก่นกัน”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ คราวก่อนพี่ดีต้องโกหกก่อนไป ไม่แน่ว่าพี่เขาอาจไม่อยากให้คุณแม่รู้ก็ได้”

“อืม ผมว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องของย่า ฝ่ายของแม่บอกว่าห้ามติดต่อย่าโดยเด็ดขาด หากรอบนี้เราจะไปสืบเบาะแสกัน เราควรจะโกหกสถานที่ที่จะไปดีกว่านะครับ ไม่งั้นพี่ดีอาจเกิดอันตรายได้”

“ได้ค่ะ ไปพรุ่งนี้เลยได้ไหมคะ หนูห่วงพี่ดี”

“ตกลงครับ ผมเองก็เหมือนกัน”

แผนการของทั้งสองคนเริ่มขึ้น ทั้งคู่ได้แต่ภาวนาของให้พวกเขาไปทันก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป โชคยังดี ที่อย่างน้อย ๆ ตัวของฤทัยก็ไม่ได้คล้อยตามคนเป็นแม่ปลอม ๆ ยอมลงเรือไปตามแผน ดังนั้นฤทัยกับน้องเจ้าที่นอนร่วมห้องกันจึงไม่มีอะไรเกินเลย ตัวของชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษมากพอยอมนอนพื้น ปล่อยให้พี่สะใภ้ของเขานอนบนเตียง

แต่ก่อนที่จะนอน ตัวของคนเป็นน้องชายได้คิดเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เรื่องการที่คนเป็นแม่คาดหวังให้เขาสองคนหลับนอนกัน หากแม่เห็นว่าเป็นแบบนั้นได้ ตัวของหล่อนอาจจะมาราวีพวกเขาน้อยลง เพราะเชื่อสนิทใจ ว่าน้องเจ้ายังไม่รู้ว่าสองพี่น้องฝาแฝดนั้นสลับตัวกัน...

ในเช้าวันถัดมาหนูเจ้าและฤทัย จึงได้ตกลงว่าให้น้องเจ้านอนโดยไม่ใส่เสื้อผ้า ส่วนฤทัยก็จะทำทีไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะว่าคนเป็นแม่อาสาเอาอาหารเช้ามาให้ทั้งคู่ ซึ่งภาพที่ตัวของหล่อนเห็น คือตัวของพ่อฤทัยที่พึ่งอาบเสร็จ นุ่งผ้าขนหนูไว้ที่คาดเอวอยู่ ส่วนน้องเจ้าก็นอนขดตัวคลุมผ้าห่มในสภาพเปลือยเปล่า หล่อนจึงได้พอใจและปล่อยพวกเขาไป

แพทย์หนุ่มจึงได้โอกาสนี้ ขออนุญาตคนเป็นแม่แสร้งว่าจะไปออกเดต แต่ความจริงคือการแอบออกเดินทางไปที่ขอนแก่นเพื่อหาเบาะแส

พอเสียงประตูปิดลง ทั้งสองคนก็มองหน้าอย่างรู้กัน ก่อนจะแยกย้าย เตรียมตัวออกเดินทางด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ 'ช่วยฤดี' 

 

 

 

“แฮ่ก แฮ่ก”

เสียงของลมหายใจที่รวยรินของร่างสูง ตอนนี้หนูดีกำลังอยู่ในโลงศพที่ถูกฝั่งในดินลึกกว่าสองเมตร เจ้าตัวพยายามใช้แรงที่มีเคาะเป็นจังหวะไปมาเพื่อให้สัญญาณแก่ลัท แต่ทว่ามันก็ไร้การตอบรับจากอีกฝ่าย

ลัทหาฤดีไม่เจอ.... 

ฝ่ายของลัทที่อยู่เหนือพื้นดินเขตบ้านของพ่อสองแฝด ก็พยายามไล่หาพื้นที่ที่มีหน้าดินแปลกไปไม่เสมอกับตำแหน่งอื่น ๆ แต่เธอพยายามกวาดสายตาหามันอย่างไรก็ไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่หน้าดินที่ถูกขุดใหม่ ๆ ไม่ควรจะหายากแบบนี้ ไม่แน่ว่าแม่ปลอม ๆ ของฤดีคงเชี่ยวชาญเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้และดินไม่น้อย

ทุกอย่างในตอนนี้เริ่มเข้าสู่วิกฤติ แผนการทั้งหมดที่ได้วางเอาไว้ กลับมีความสามารถพิเศษของคนร้ายมาเป็นตัวแปรสำคัญ เวลาในการตามหาหญิงสาวหน้าคมจึงยากมากไป ด้วยความเป็นห่วงอีกฝ่ายจนแทบจะขาดใจ แม่สาวนิติเวชศาสตร์ก็ส่วนเสียบุคลิกมาดนิ่งของตัวเองไปจนหมดสิ้นเพราะความร้อนใจ เจ้าหล่อนวิ่งไปรอบสวนย่อมรอบตัวบ้าน ปากก็พยายามตะโกนหาชื่อคนที่เธอรักไม่หยุด น้ำแต่แห่งความสิ้นหวังเริ่มไหลรินออกมาหนักขึ้นและหนักขึ้น

“ฤดี”

“ฤดีตอบพี่หน่อย ได้ยินพี่ไหม”

เสียงของหญิงสาวอายุมากกว่าพูดอย่างสั่นเครือ ส่วนตัวฤดีก็พยายามที่จะทุบโลงศพอย่างสุดแรงที่มี แต่ฤทธิ์ยาก็ทำให้หญิงสาวเริ่มขยับร่างกายช้าลงเรื่อย ๆ

ตอนนี้อากาศภายในนี้ มันกำลังจะหมดลงแล้ว... 

ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่กำลังจะมาถึง ฤดีนึกย้อนถึงภาพต่าง ๆ ของครอบครัว เพื่อน มิตรภาพและน้องเจ้า จนสุดท้ายเธอก็ไร้การตอบสนอง นอนสลบไปในที่สุด

“แกร๊ก”  

แต่ความเลวร้ายมันก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อมีเสียงปืนปริศนาถูกเล็งมาที่ด้านหลังของคนหมดหวัง ลัทค่อย ๆ ยกมือขึ้น ไม่กล้าตอบโต้อะไรกลับไป เพราะหากเธอต้องตายตอนนี้ แล้วใครจะช่วยคนที่ถูกจับไปกันล่ะ?

“แกเป็นใคร”

เสียงของชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกลาง ๆ เอ่ยด้วยอารมณ์ที่ดุ ๆ เมื่อลัทค่อย ๆ หันหน้าไปหา ก็พบว่าเป็นหนึ่งในคนของพวกแม่ของหนูดีจากข้อมูลที่ได้รวบรวมเอาไว้ในช่วยวางแผนกันเอาไว้ก่อนหน้า

“เอ่อ คือว่า”

หญิงสาวพยายามคิดหาข้อแก้ตัวต่าง ๆ นานา แต่ปากเจ้ากรรมกับไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรได้ออก

“ถ้าตอบช้ากว่านี้ ปืนของฉันมันก็คงจะลั่น”

ลุงพูดพร้อมขยับปืนที่จ่อบริเวณส่วนหน้าท้องของเธอ เคลื่อนย้ายมาประจันหน้ากับลัท ยามนี้ปืนอยู่ใกล้กับเธอเพียงไม่กี่ฟุต ความรู้สึกภายในใจของร่างเพรียวบางก็หนักขึ้น อาการมือสั่นไปหมด สติสตางค์ก็พยายามที่จะตั้งมั่นเต็มที่ และแล้วข้อแก้ตัวที่แสนจะไม่สมเหตุสมผลก็เอ่ยออกมา

“ฉันเป็นแค่ เพื่อนของเจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ”

“หึ”

เจ้าของปืนพกสีดำขำในลำคอ สื่อโดยนัยว่าเขานั้นไม่ได้เชื่อหญิงสาวตรงหน้า

“ปัง!”  

สิ้นคำตอบของสาวหน้าหวาน ปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด ภาพทุกอย่างตัดไป ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น มีแต่ภาพของชายปริศนาที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข ดูท่าว่าศึกในคราวนี้ เราจะรู้ผลแพ้ชนะกันแล้วว่าใครคือผู้ชนะที่ ‘แท้จริง’  

 

⚙ ติดตามตอนต่อไป ⚙ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว