ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่4 หญิงสาวปริศนา

ชื่อตอน : ตอนที่4 หญิงสาวปริศนา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2564 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 หญิงสาวปริศนา
แบบอักษร

16:45 p.m  

"โอ๊ะ...ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเจ็บ"  

"....แล้วนี้คุณเป็นใครคะ?" 

 

ลิเลียทำหน้าตาคิ้วขมวดด้วยความสงสัยและความไม่พอใจเล็กน้อยต่อคู่สนทนา 

 

"ขอโทษที่แนะนำตัวช้าครับ...ผมแมทธิว วอลเกอร์ พึ่งย้ายเข้ามาใหม่ครับ"  

"อ่อค่ะ ฉันมาลิเลียน่า แคมป์เบล พึ่งย้ายเข้ามาใหม่เหมือนกันค่ะ"  

"งั้้นก็ดีเลยครับ! งั้นเรามาสนิทกันไว้ดีกว่านะครับ"  

"อ๋อค่ะ..."  

 

รำคาญตานี่ชะมัด จะมาตีซี้กับฉันทำไมกันนะ นี้มันอาการของคนบ้าชัดๆ 

 

"เฮ่อ..."  

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"  

" ^^ "  

 

เป็นย่ะ! เป็นมากด้วยไอ้งั่งเอ้ย! 

"คุณน้าคะ..."  

 

เด็กน้อยวัย6ขวบเดินมาหาคุณน้าของเธออย่างกล้าๆกลัวพร้อมกับกอดตุ๊กตาแกะตัวโปรดของเธอแน่น เธอรู้สึกกลัวชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างมากทำให้เธอสั่นเล็กน้อยไปทั้งตัว แมทธิวสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวน้อยกำลังสั่นเขาจึงได้ย่อตัวลงเพื่อให้เด็กน้อยได้รู้สึกคลายกังวลได้บ้าง 

 

"หนูน้อยน่ารักจังเลย ไม่ทราบว่าหนูน้อยชื่ออะไรครับ ? "  

 

ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้เด็กหญิงตัวน้อย แต่ทะว่าเด็กหญิงได้เดินไปหลบข้างหลังของน้าสาว 

 

"แคโรไลน์ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ..."  

"ไม่เป็นไรครับสงสัยแกจะกลัวผม ^^"  

 

แมทธิวตอบออกมาพร้อมกับความเอ็นดูเล็กน้อย ก่อนจะหยิบลูกอมรสสตอเบอร์รี่ออกมาแล้วยื่นไปให้เด็กหญิงตัวน้อย 

 

"คุณน้าให้นะครับ"  

 

เด็กหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองน้าสาวของตน ลิเลียพยักหน้าให้เด็กน้อยก่อนจะลูบหัวด้วยความอ่อนโยน 

 

"ขอบคุณค่ะ..."  

 

เด็กหญิงตอบรับอย่างเป็นมิตร ชายหนุ่มพลางยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน 

 

"ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีมีของอีกเยอะเลยที่ผมต้องไปจัดการ"  

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ว่าจะขอตัวพาหลานสาวไปโบสถ์เหมือนกัน"  

"อ๋อ โอเคครับงั้นไว้เจอกันนะครับคุณมาลิเลียน่า"  

"แคมป์เบลค่ะ"  

"อ่อ...ขอโทษด้วยนะครับพอดีนึกว่าเราสองคนสนิทกันแล้ว....งั้นไว้เจอกันนะครับคุณแคมป์เบลคนสวย^^"  

"ค่ะ"  

 

ตาบ้านี่กวนประสาทชะมัด 

 

"คุณน้าไปก่อนนะครับ"  

 

ชายหนุ่มทำหน้ายิ้มระรื่น ก่อนจะหันไปหาเด็กหญิงตัวเล็ก 

 

"ค่ะ...."  

 

เขาทำหน้าสบายใจก่อนจะเดินจากไป ทำให้ลิเลียถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบ่นพึมพำออกมา 

 

"ตานี่น่ารำคาญชะมัด..."  

"คุณน้าพูดอะไรหรอคะ" เด็กหญิงเอียงคอด้วยความสงสัย  

"ไม่มีอะไรจ๊ะ.....งั้นเราไปโบสถ์กันนะ"  

"ไปทำไมเหรอคะ?"  

"อืมม เราต้องไปแนะนำตัวกันจ๊ะ เพราะเราพึ่งย้ายมาใหม่การที่เราไปแนะนำตัวเราจะได้รู้จักคนอื่นๆในหมู่บ้านด้วยไงจ๊ะ อีกอย่างจะได้ไปสวดภาวนาถึงคุณแม่ด้วยไง"  

"โอเคค่ะ หนูกำลังคิดถึงคุณแม่พอดี..."  

 

เมื่อลิเลียได้ยินหลานอันเป็นที่รักเอ่ยแบบนั้นพลางทำหน้าเศร้าไปด้วย เธอจึงกอดหลานสาวตัวน้อยก่อนจะจูบหน้าผากเบาๆอย่างอ่อนโยน จากนั้นเธอจึงพาหลานสาวเข้าบ้านและพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนจะออกจากบ้านแล้วจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินตรงไปที่โบสถ์ที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ทะว่าหญิงสาวรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองเธอตลอดเวลา เธอเลยหันกลับไปดูแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติอะไรเมื่อเธอจะหันหน้ากลับสายตาของลิเลียได้เหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยเส้นผมของเธอปลิวไสวตามแรงลม เธอคนนั้นได้ยืนจ้องมองลิเลียมาจากตอกเล็กๆข้างอาคารก่อนจะยิ้มให้ลิเลียเล็กน้อยแล้วได้หายไประหว่างที่ผู้คนในหมู่บ้านเดินผ่านไปมา หญิงสาวประหลาดใจกับหญิงแปลกหน้าที่ได้ยิ้มให้เธอ เพราะเธอพึ่งเห็นหญิงสาวคนนั้นตรงหน้าต่างชั้นสอง 

 

หรือจะเป็นผี? ไม่มีทาง! ฉันคงจะตาฝาดแหงๆ หรือไม่ก็เพราะว่าฉันไม่ค่อยได้นอนแน่ๆ คนอะไรมันจะวับไปวับมาอย่างกับนินจาฉันคงจะหลอนไปเอง แต่เธอคนนั้นก็สวยน่าดูเลยนะรู้สึกชอบจัง 

 

หญิงสาวได้ใช้ความคิดไปอย่างมากก่อนที่ปลายเท้าจะหยุดที่อาคารหลังใหญ่สีขาวรายล้อมไปด้วยกระจกขนาดใหญ่มีเสียงร้องเพลงอวยพรที่ประสานเสียงกันออกมาเป็นระยะพร้อมกับกลิ่นหอมหวานของดอกเชอร์รี่ที่กำลังใกล้จะบานตามช่วงเวลาของมันเป็นต้นที่ใหญ่โตแข็งแรงและสง่างาม ลิเลียได้เดินจูงมือหลานสาวเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนจะได้กลิ่นของดอกลิลลี่ที่โชยออกมาจากด้านในโบสถ์เธอรู้สึกผ่อนคลายลงมากทำให้เธอรู้สึกประหม่าน้อยลง หญิงสาวเดินเข้าไปพร้อมกับหลานสาวตัวน้อยภายข้างในดูสงบอบอุ่น ผู้คนมากมายพากันสวดอ้อนวอน มีเสียงขับร้องพร้อมกับบทเพลงที่เล่นเป็นระยะ เธอได้พาหลานสาวนั่งโต๊ะหลังสุดก่อนจะนั่งสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้ชีวิตใหม่ของเธอราบรื่น และขอให้พ่อแม่และพี่สาวอันเป็นที่รักโปรดคุ้มครองและอวยพรเธอกับหลานสาวในทุกๆวัน เมื่อลิเลียกับแคโรไลน์ได้อธิษฐานเสร็จเธอได้เห็นเจนนี่กำลังคุยกับบาทหลวงอยู่ด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก ก่อนจะมีผู้คนที่อยู่โดยรอบได้ยินบทสนทนาของสองคนนั้นก็ได้มาร่วมวงสนทนากันเป็นจำนวนมาก เมื่อหญิงสาวเห็นว่ามีผู้คนเยอะเกินไป เธอรู้ประหม่าอีกจึงได้ตัดสินใจลุกขึ้นพลางจูงมือเด็กหญิงตัวน้อย 

 

"เรากลับบ้านกันเถอะจ๊ะ"  

"คุณน้าไม่ไปแนะนำตัวเหรอคะ"  

"น้าว่า พรุ่งนี้เราค่อยมาก็ได้จ๊ะ ยังไงน้าก็หยุดหลายวัน^^"  

"โอเคค่ะ"  

"งั้นเรากลับบ้านกันเนอะ"  

"ค่า"  

 

สิ้นสุดเสียงของเด็กหญิง ลิเลียจึงเดินตรงไปที่ประตูทางออกก่อนจะได้ยินเสียงทักทายที่ไม่คุ้นหูกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรจากด้านหลัง 

 

"สวัสดีครับ"  

 

หญิงสาวหันหลังกลับไปพร้อมกับความมึนงง 

 

"สวัสดีค่ะ"  

"คุณคือคนในตระกูล แคมป์เบล ที่เจนนี่พูดถึงใช่มั้ยครับ"  

"อ๋อ ใช่ค่ะ ฉันชื่อมาลิเลียน่า แคมป์เบล....ส่วนนี่หลานสาวฉันชื่อแคโรไลน์ แคมป์เบลค่ะ" 

 

หญิงสาวได้มองไปที่คู่สนทนาสักครู่ก่อนจะยิ้มออกมา 

 

"ส่วนคุณคงจะเป็นบาทหลวงของที่นี่ใช่มั้ยคะ"  

"อ๋อใช่ครับ ผมซามูเอล คอมฟอร์ด เป็นบาทหลวงของที่นี่มีอะไรสงสัยถามได้ตลอดเลยนะครับ"  

"อ๋อค่ะ ฉันคงต้องถามอีกเยอะเลยค่ะ รบกวนด้วยนะคะ" 

"ครับผม....ผมก็พอจะดูออกว่าคุณเป็นคนของตระกูลแคมป์เบล"  

 

เมื่อสิ้นเสียงของบาทหลวง ผู้คนที่ได้ยินต่างทำตาเบิกกว้างและตกใจ จากนั้นผู้คนจำนวนมากได้หันไปมองลิเลียที่ยืนอยู่กับหลานสาวพร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังไปทั่วทั้งโบสถ์

 

"คุณพ่อรู้จักตระกูลฉันด้วยหรอคะ?" 

"อ๋อผมได้ฟังมาจากเจนนี่ว่าคนตระกูลแคมป์เบลมาหมู่บ้านของเราแต่ผมก็ไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก จนผมได้เห็นดวงตาสีฟ้าครามของคุณที่จะมีให้พบเห็นได้เฉพาะคนที่เกิดในตระกูลแคมป์เบลเท่านั้นและตระกูลนี้ยังเป็นตระกูลหลักและยังเป็นตระกูลเก่าแก่ของหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย" 

"คะ? อะไรนะคะ?" 

 

นี้มันเรื่องอะไรกัน ฉันก็พอจะรู้นะว่าพ่อกับแม่เคยอยู่ที่นี้แต่ไม่ยักรู้ว่าเป็นตระกูลหลักที่นี้เลย ทำไมมีแต่เรื่องให้น่าสงสัยและทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ย้ายออกไปและไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับที่นี้เลย ทำไมนะ โอ๊ยยยยยยยยย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวชะมัด

 

"ดูแล้วคุณแคมป์เบลคงมีเรื่องสงสัยเยอะแยะเลยสินะครับ ไว้เราพบกันคราวหน้าแล้วผมจะอธิบายให้ฟังนะครับตอนนี้คุณคงจะเหนื่อยมากแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะนะครับ ดูเหมือนว่าหลานสาวของคุณจะอยากพักผ่อนแล้ว " 

 

หญิงสาวได้ก้มหน้าหันไปมองแคโรไลน์ก่อนจะเห็นว่าหลานสาวตัวน้อยของเธอขยี้ตาเบาๆ และง่วงนอนจนแทบจะยืนไม่ไหว

 

"แคโรไลน์หนูง่วงนอนแล้วใช่มั้ยจ๊ะ" 

"ก็...ใช่ค่ะหนูง่วงนิดหน่อย" 

 

เด็กหญิงได้หาวออกมาอย่างหน้าเอ็นดูพร้อมกับขยี้ตา เมื่อลิเลียได้เห็นอย่างนั้นเธอจึงอุ้มแคโรไลน์ขึ้นมาก่อนจะลูบหัวหลานสาวอันเป็นที่รักของเธอ แคโรไลน์ได้กอดน้าสาวของเธอแน่แล้วจึงผล็อยหลับไปอย่างหน้าทะนุถนอม

 

"งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ส่วนเรื่องที่ฉันสงสัยฉันจะกลับมาถามคุณพ่อที่โบสถ์นี้อีกครั้งนะคะ" 

"ยินดีครับ" 

 

หญิงสาวยิ้มเบาเบา ก่อนจะอุ้มหลานสาวออกมาจากโบสถ์ไม่นานนักได้มีสายลมพัดผ่านเธอไปชั่วครู่พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ ลิเลียได้ยืนอยู่หน้าโบสถ์สักพักก่อนจะหันหน้ากลับมาหาบาทหลวง

 

"กลิ่นดอกลิลลี่ที่เมืองนี้หอมมากเลยนะคะ" 

 

เมื่อบาทหลวงได้ยินดังนั้น เขาจึงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะมองแผ่นหลังของลิเลียที่ได้เดินจากไปอย่างงุนงง เขาได้มองไปโดยรอบๆแต่ก็ไม่เห็นดอกลิลลี่สักดอกเลยแต่เมื่อเขาได้มองไปที่ต้นเชอร์รี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับโบสถ์ สายตาของเขาได้มองจับจ้องไปที่หญิงสาวคนหนึ่งได้นั่งอยู่บนต้นเชอร์รี่ที่มีรั้วกั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆหรือมีคนมาเก็บเอาผลเชอร์รี่โดยไม่ได้รับอนุญาต เธอผมยาวปลิวไสวตามสายผม สีผมของเธอมีสีขาวสว่างไสวดั่งดวงดารา ดวงตาของเธอมีสีเหลืองอำพันดั่งแสงตะวันยามเย็นผิวกายเธอผุดผ่องดังน้ำนมบริสุทธิ์ เธอชั่งสวยสดงดงามเหมือนรูปปั้นเทพีที่ปั้นอย่างประณีต บาทหลวงได้ยิ้มออกมาก่อนจะทักเธอด้วยเสียงที่แผ่วเบา

 

"ตื่นแล้วสินะ แองเจอล่า" 

 

เธอตอบรับเขาด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ไม่นานนักใบหน้าที่สวยงามนั้นได้ปรากฏบาดแผลผุพองขึ้นและเริ่มมีรอยไหม้ไปทั่วร่างกาย หญิงสาวที่งดงามดั่งเทพีได้มีรูปลักษณ์แตกต่างจากก่อนหน้า เธอทั้งน่าเกลียดน่ากลัวเส้นผมของเธอที่ปลิวไสวก่อนหน้านี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเถ้าธุลีปรากฏให้เห็นหนังศีรษะของเธอที่ลอกออกมา จากที่เธอได้มีกลิ่นกายดั่งดอกลิลลี่ตอนนี้เธอได้มีกลิ่นกายที่เหมือนกลิ่นเนื้อโดนไฟแผดเผา เธอแสยะยิ้มเบาๆให้กับเขาทำให้บาทหลวงรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ก่อนที่หญิงสาวจะหายไปพร้อมกับมีเมฆดำปรากฏขึ้นและปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน

 

"ขอโทษนะแต่มันคือหน้าที่ของฉันยัยหนู อภัยให้ฉันด้วย" 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว