email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 รู้เขารู้เรา

ชื่อตอน : บทที่ 3 รู้เขารู้เรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2564 00:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 รู้เขารู้เรา
แบบอักษร

บทที่ 3 รู้เขารู้เรา 

 

 

 

หลังจากเผชิญกับคุณโปรดและได้ทำการถอยร่นกลับมา เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องเตรียมตัวรับมือเรื่องราวหลังจากนี้อีกมาก ความจริงมันคืออีกมากๆ ผมถือคติ 'รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะครั้งเดียวถือว่าชนะ'  เพราะฉะนั้นผมต้องการข้อมูลของคุณโปรดมากกว่านี้ และแหล่งข่าวไม่ใช่ใครที่ไหน ...ป้าเจียม 

 

 

 

เจ็ดโมงเช้าผมอยู่ในสภาพพร้อมทำงาน แต่มองข้ามใต้ตาหมีแพนด้าของผมไปเถอะ ข้อมูลที่ได้จากป้าเจียมค่อนข้างเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย ส่วนผมเองก็ขอคำปรึกษากับคุณหญิงและหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อจะได้ดูแลคุณโปรดได้อย่างเต็มที่ 

 

 

คุณโปรดไม่ได้มีอายุความทรงจำในช่วงอายุสิบสามตลอดเวลา เท่าที่จับใจความจากป้าเจียมได้ ในแต่ละวันความทรงจำของคุณโปรดไม่คงที่ แต่สิ่งที่จำได้มากที่สุดคือช่วงตอนสิบสาม อารมณ์แปรปรวนตามสิ่งเร้าภายนอก กลัวเสียงดังและมีแนวโน้มทำร้ายผู้อื่น หวาดกลัวคนแปลกหน้า นั่นหมายความว่าบางวันผมอาจเจอคุณโปรด สองขวบหรือสามขวบก็เป็นได้ 

 

 

ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ไม่มีของมีคมที่สามารถมาทำเป็นอาวุธ เสื้อผ้าของคุณโปรดเป็นการสั่งทอพิเศษเพื่อไม่ให้คุณโปรดใช้ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น อาหารการกินเองก็เช่นเดียวกัน เช้าแปดโมงครึ่ง เที่ยง และหกโมงเย็นนั่นคือเวลาอาหารของแต่ละวัน 

 

 

คุณโปรดชอบต่อจิ๊กซอว์หรือรูบิก มีบางวันที่ป้าเจียมพาออกมาข้างนอก และข้างนอกที่ว่าก็รอบ ๆ ตัวบ้านเท่านั้น ทุก ๆ เจ็ดวันคุณหมอเฉพาะทางจะเข้ามาพบและทำการประเมินอาการเพื่อวางแนวทางการรักษาต่อไป 

 

 

ส่วนการอาบน้ำอาบท่า ไม่ถึงกับต้องอาบให้แต่ต้องระวังหรือคอยดูเผื่อเกิดอุบัติเหตุ ผมจดในสิ่งที่ควรทำไว้ในสมุดเล็ก ก่อนยิ้มให้กับตัวเอง ที่เห็นสะท้อนเงาของผม ซึ่งมันไม่ใช่กระจกนะครับ มันเป็นพลาสติก 

 

 

ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผมถูกป้าเจียมตรวจอย่างละเอียดตั้งแต่เมื่อคืน พวกของมีคมหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายจะถูกเก็บไว้ที่คฤหาสน์ เช่นที่ชาร์จแบตหากแบตหมดผมต้องเอาไปชาร์จที่นั่น นับว่ายังดีที่ผมมีแบตสำรองติดกระเป๋ามาด้วย 

 

 

และที่สำคัญคือสัญญาณฉุกเฉินที่ติดไว้ทั่วบ้าน ชื่อมันบอกว่าสัญญาณฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นอย่ากดสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นอันขาด ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า ผมพร้อมสำหรับงานแล้วครับ 

 

 

ถึงจะบอกตัวเองว่าพร้อมแต่ผมก็ยืนเซ่อหน้าห้องคุณโปรดได้ประมาณห้านาทีแล้วครับ เนื่องจากหนึ่งคุณโปรดกลัวคนแปลกหน้า สองไม่ชอบเสียงดัง จะเคาะประตูเรียกก็กลัวคุณโปรดจะตกใจ เพราะผมไม่รู้ว่าเสียงดังระดับไหนที่คุณโปรดกลัว และที่สำคัญผมยังเป็นคนแปลกหน้า   

 

 

ผมลองเอาหูแนบประตูเพื่อฟังเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องปรากฏว่าทุกอย่างเงียบกริบ ผมเลยลองเอาหูแนบประตูอีกครั้ง ปรากฏว่าหน้าคะมำเข้าไปในห้องพอดี จังหวะนรกเหลือเกิน คุณโปรดเปิดประตูตอนผมเอาหูแนบประตู 

 

 

 "อย่าเข้ามาใกล้นะ!" ฝ่ามือใหญ่ๆ ของคุณโปรดผลักหัวผมเสียหงายเงิบ ใช่ครับหงายเงิบจริงๆ 

 

 

"อรุณสวัสดิ์ครับคุณโปรด พี่ชื่อพี่จอมนะครับเราเจอกันแล้วเมื่อวานตอนค่ำๆ" ผมถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อดูปฏิกิริยาและแนะนำตัวเอง ผมไม่รู้ว่าน้องโปรดตอนนี้อยู่ในสภาวะกี่ขวบ หรืออยู่ในอารมณ์ไหน 

 

 

"..."

 

 

"จำได้ไหม..?"

 

 

"หิวแล้ว โปรดหิว" ในขณะที่กำลังจะรื้อฟื้นเรื่องเมื่อวาน คุณโปรดก็หน้านิ่วคิ้วขมวดบอกว่าหิว 

 

 

ผมกวาดสายตามองผ่าน ๆ คุณโปรดอยู่ในชุดสั่งทอพิเศษ เสื้อตัวโคร่งสีขาวกับกางเกงสีเดียวกันถ้ามองไม่ผิดมันกลับด้านอยู่ 

 

 

"ถ้าอย่างนั้นไปรอทานข้าวที่ห้องโถงกันครับ อีกแป๊บนึงป้าเจียมน่าจะมาแล้ว" 

 

 

"โปรดให้กินข้าว กินเยอะ ๆ อ้วน ๆ ปีศาจมาจับ กินเยอะ ๆ" คุณโปรดมองหน้าผมแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนพยักหน้าพึมพำกับตัวเอง 

 

 

"ปีศาจที่ไหนจะเก่งสู้จิ้งจอกเก้าหาง นี่พี่จอมเก้าหางนะไม่กลัวหรอก...เฮ้ย?!" ยังไม่ทันจบประโยคดีผมต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อ (ไอ้) คุณโปรด อยู่ๆ ก็ฟาดบั้นท้ายผมเสียเต็มแรง 

 

 

"โกหก" เท่านั้นยังไม่พอ นิ้วเรียวๆ จิ้มเข้ามาที่กลางกบาล เอ่อ กลางหน้าผากแล้วหาว่าผมโกหกอีก 

 

 

"..."

 

 

"ไหนหาง?" ผมว่าผมพอจะเข้าใจคุณโปรดขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะครับ ดูๆ ไปแล้ววันนี้น่าจะอารมณ์ดี ผมเลยลองขวนคุยอีกประโยค 

 

 

"ก็นี่ร่างมนุษย์ไง จะมีหางต้องร่างจิ้งจอกไม่รู้เหรอ?" พอผมพูจบปุ๊บก็เหมือนเปิดสวิตช์คุณโปรดปั๊บ จากท่าทางนิ่งๆ เมื่อครู่ คุณโปรดก็ตะโกนขึ้นมาว่า 

 

 

"โปรดไม่ให้อยู่ โปรดไม่ให้ ปีศาจมันน่ากลัว มันน่ากลัว" ผมรีบคว้ามือคุณโปรดเอาไว้ก่อนจะทึ้งหัวตัวเอง เท่าที่จับใจความได้คือ คุณโปรดไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี่ เพราะกลัวว่าปีศาจจะกินผม 

 

 

"โปรดครับ พี่ไม่เป็นไร มันไม่มีปีศาจครับโปรดมองหน้าพี่ครับ" ผมพยายามทำให้โปรดสงบลง ได้โปรดเถอะครับคุณโปรดถ้าผมไม่ได้ดูแลคุณ สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าปีศาจรอผมอยู่ข้างนอกแน่นอน 

 

 

ยังไม่ทันที่คุณโปรดจะสงบลง เสียงเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแตรดังลั่นลากยาวประสานเสียงกับเสียงกรี๊ดลั่นของคนตรงหน้าผม 

 

 

ดวงตาของคุณโปรดเปลี่ยนไปทันที ยังไม่ทันที่ผมจะรั้งเขาไว้ คุณโปรดกระโจนพรวดออกไปทางหน้าบ้าน เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนผมตามไม่ทัน และสิ่งที่ผมเห็นทำเอาผมอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง 

 

 

เก้าอี้สนามที่อยู่ไม่ไกลถูกคุณโปรดยกแล้วทุ่มให้รถคันหรู พร้อมตะโกนให้คนข้างในหยุดบีบแตร 

 

 

บ้าไปแล้ว! คนบ้านนี้น่าจะรู้ว่าคุณโปรดกลัวเสียงดังทำไมต้องจงใจบีบแตรลากยาวแบบนั้นด้วย ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

 

 

รถคันนั้นถอยหลังไปบีบแตรในลักษณะลากยาวสลับถี่ๆ ในขณะที่ น้องโปรดยังกรีดร้องไม่หยุดและในมือยังมีเก้าอี้สนาม 

 

 

ผมคิดว่ารถคันนั้นจะถอยออกไปเลย แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันถอยหลังออกไปเพื่อพุ่งเข้ามาหาคุณโปรด แล้วเหยียบเบรกจนดังสนั่น คุณโปรดผงะถอยจนล้มคว่ำล้มหงายไปกับพื้น ผมใจหายวาบ กว่าจะสมองจะสั่งการเสียงกรี้ดของคุณโปรดก็ดังขึ้นไปอีก 

 

 

บ้าไปแล้วมันจงใจจะชนเหรอ?

 

 

"คุณโปรด" ผมรวบตัวเขาไว้ในขณะที่กำลังดิ้นปัดๆ อยู่บนพื้น เนื้อตัวคุณโปรดสั่นเทาดวงตาเบิกกว้าง อย่างคนตกใจสุดขีด ผมที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่กอดเขาเอาไว้แน่น 

 

 

"คุณโปรดไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ พี่จอมอยู่นี้ไม่เป็นไรแล้ว" 

 

 

"เป็นบ้าอะไรของมึงไอ้บ้า รถกู...." เสียงด่านำมาก่อนตัวพร้อมคำสบถยาวเหยียด ผมกอดคุณโปรดอาไว้แน่นเพราะ ตอนนี้เริ่มเกร็งไปทั้งตัว 

 

 

 

"เฮ้ย! ไอ้โปรด ไอ้ปัญญาอ่อน มึงลุกขึ้นมาลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้.."

 

 

"หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณ" คำพูดคำจา หมาไม่แดกดังขึ้นจากเจ้าของรถ เดาไม่ยากเลยครับว่าเด็กคนนี้เป็นใคร คงหนึ่งในลูกเจ้าลูกนายของปรรณกร 

 

 

"ไม่ใช่เรื่องของคนใช้หุบปากไป" นั่นไงครบสูตรอันธพาล 

 

 

"คุณนี่เหมือนตัวร้ายไอคิวต่ำในละครไม่มีผิด คุณดูหนังมากไปหรือเปล่า? จิตสำนึกตกหล่นกลางทางเหรอครับ สาบานไหมว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ คุณก็รู้ว่าคุณโปรดกลัวเสียงดัง ไม่ทราบว่าจะบดล้อแล้วบีบแตรหาพระแสงอะไรครับ?" ผมยอมรับว่าตัวเองค่อนข้างว้อแตกพอสมควร แต่ถ้าคุณเห็นสภาพคุณโปรดคุณจะรู้ว่าคำที่ผมพูดมันน้อยไป 

 

 

สาบานให้ตายเถอะ ผมไม่เคยอยากลงมือลงไม้กับใครมากเท่านี้มาก่อน อยากฟาดกะโหลกสักป๊าบ

 

 

คุณคนขับรถที่ผมไม่รู้จักชื่อ สบถสิ่งหยาบคายเท่าที่ผมเคบได้ยินมา แต่ผมไม่ได้สนใจเขา ผมหันกลับไปสนใจคุณโปรดที่หอบหายใจอยู่ต่างหาก  

 

 

"นี่มึง" 

 

 

"เลิกชี้หน้าด่าผมเสียที ถึงผมเป็นคนใช้หรือคนดูแล ก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของคุณจะมาก้าวก่ายถ้าไม่ได้ชื่อ ปราณ ปรรณกร หรือ โปรด ปรรณกร คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม" ตายเป็นตายให้ผมทนโดนด่าแบบไม่เถียงคืนก็หาอะไรมาฟาดหัวผมเถอะ สาบานว่าถ้าไอ้เด็กนี่ไม่หุบปากละก็ ผมจะทำให้หุบเอง และก่อนจะเกิดการวางมวย ป้าเจียมกับพรรคพวกก็แห่กันมาเป็นพรวน 

 

 

"เกิดอะไรขึ้นคะคุณปลื้ม ป้าได้ยินเสียงดังลั่นเลย" 

 

 

"นั่นสิครับป้าเจียม ผมก็อยากทราบเหมือนกัน ทุกคนในบ้านรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าคุณโปรดไม่ชอบเสียงดัง ทำไมคุณคนนี้ถึงขับรถแล้วมาบีบแตรถึงหน้าบ้าน" ผมไม่เชื่อว่าทุกคนจะไม่ได้ยิน ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคฤหาสน์ปรรณกร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ดีต่อคุณโปรดแน่ ๆ 

 

 

"ก็แค่มากลับรถอย่าพูดจาเหลวไหล" 

 

 

"โกหกตาเห็นเป็นยังไงผมก็เพิ่งเจอ" กลับรถบ้านพ่องต้องบีบแตร ต้องบดล้อเบิร์นยางขนาดนี้ไหม?

 

 

"นี่ม.. นี่นาย"

 

 

"ผมเจ้าจอม จารวีร์ครับ เป็นคนดูแลคุณโปรด และผมอยากให้ทราบไว้ว่า จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ส่วนเรื่องวันนี้ ผมจะรายงานกับคุณปราณ" ผมทำได้แค่ขู่ และดูเหมือนว่าคำขู่ของผมจะได้ผล เมื่อเอ่ยชื่อคุณปราณทุกคนหน้าเปลี่ยนสีกันเลยทีเดียว 

 

 

"ไอ้บ้า มึงนั่นแหละบ้า ไอ้ปีศาจ ไอ้ฆาตกร" คุณโปรดลุกพรวดพราดขึ้นมาแล้วชี้หน้าคุณปลื้ม ส่วนคนที่ถูกด่ายักไหล่แล้วทำเสียงเหอะใส่ 

 

 

"ก็แค่เข้ามากลับรถ ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่" แถตาเห็นเป็นยังไง ผมก็ได้รู้วันนี้เหมือนกันครับ คุณปลื้มลอยหน้าลอยตาได้น่าประเคนบาทา ก่อนสะบัดตูดขึ้นรถแล้วถอยออกไป 

 

 

เมื่อคุณปลื้มขับรถออกไปแล้ว คุณโปรดก็หันหลังวิ่งกลับเข้าบ้านทันที ส่วนผมและป้าเจียมยืนมองหน้ากัน เรื่องนี้ผมต้องการคำอธิบายครับ

 

 

ผมเดินตามหลังคุณโปรดที่เห็นหลังไวก่อนจะหายวับเข้าห้องตัวเอง สภาพของคุณโปรดตอนนี้ ซึ่งผมเลื่อนลำดับให้ในใจว่า 'น้องโปรด' เหมือนกุหลาบขาวปักกองขี้ควายไม่มีผิด จริงอยู่ว่าคุณน้องโปรดเป็นคนป่วยที่สมควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ผมคิดว่าควรแยกคำว่าดูแลใกล้ชิดกับจับขังออกจากกันนะครับ

 

 

หลังจากอาละวาดกับคุณปลื้มแล้ว น้องโปรดก็วิ่งกลับมาที่ห้องของตัวเอง กอดเข่าซุกตัวอยู่ตรงที่เดิม ในห้องทึบ ๆ แบบเดิม สภาพที่เห็นตอนนี้ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงเขาอย่างบอกไม่ถูก สภาพความเป็นอยู่ถูกดูแลเป็นอย่างดีแต่กลับรู้สึกว่าถูกกดดันแปลก ๆ ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกที่ไม่ถูกทาง มันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งผมก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร 

 

 

แน่นอนว่าทุกคนกลัวน้องโปรดอาละวาดตัวผมเองก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่อาการของน้องโปรดจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีสิ่งกระตุ้น นั่นคือเสียงดังที่อยู่ๆก็ดังขึ้นแบบไม่รู้ตัว และสิ่งที่คุณปลื้มทำมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากจงใจให้น้องโปรดอาละวาด ซึ่งผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ทำแบบนั้น 

 

 

 

น้องโปรดในตอนปกติไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับใคร ผมคิดว่าถ้าดูแลถูกวิธีน้องโปรดอาจหายจากอาการที่เป็น ถ้าญาติพี่น้องใส่ใจมากกว่านี้ เข้าใจโรคที่เป็นมากกว่านี้  

 

 

"โปรดครับ เจ็บไหม?" ผมก็ถามออกไปได้แผลถลอกปอกเปิกขนาดนั้น ไม่เจ็บมั้ง  

 

 

"อย่ามายุ่ง โปรดเกลียด" เจ้าตัวปัดไม้ปัดมือผมออกเป็นพัลวัน 

 

 

"ให้พี่จอมดูแผลก่อน" จะเกลียดก็เกลียดเลย แต่มาล้างแผลก่อนได้ไหมล่ะ เดี๋ยวอักเสบขึ้นมาล่ะงานเข้าเลย  

 

 

"ไม่"  

 

 

"โปรดครับเดี๋ยวมันอักเสบ ถ้าล้างแผลแล้วพี่จอมพาไปกินขนมดีไหม? เมื่อกี้โปรดหิวไม่ใช่เหรอ?" งานหลอกเด็กก็มาครับ พอได้ยินคำว่าขนม คนที่เสียงแข็งเมื่อกี้หยุดไปพักหนึ่ง  

 

 

"สองอัน" ฮั่นแน่ะ! มีต่อรองด้วน ผมนี่แทบกระโดดในที่สุดก็ยอมญาติดีด้วยแล้ววุ้ย 

 

 

 "ได้! พี่จอมทำให้สองอันเลย โปรดมานั่งตรงนี้" ผมตบพื้นข้าง ๆ ตัว เพื่อเรียกน้องโปรด ตอนนี้ผมเลื่อนขั้นให้เป็นโปรดเฉย ๆ ไปแล้ว 

 

 

อันที่จริงเพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงดี ยังไม่สนิทกันเท่าที่ควร แต่ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำตัวห่างเหิน ผู้ดูแลคือผู้ดูแล แค่เข้าใจว่าโปรดเป็นยังไง และต้องเข้าหาเขาด้วยวิธีไหน เพื่อให้อาการดีขึ้นก็น่าจะพอ แต่ตอนนี้ผมต้องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อครู่ขึ้นมาอีก นึกถึงแล้วยังโมโหไม่หาย ไอ้คุณปลื้มไอ้เด็กนิสัยเสีย 

 

 

คุณเคยเห็นคนช็อคไหมครับ ภาพคุณโปรดช็อคตาตั้งเมื่อครู่ มันไม่ดีเอาเสียเลยและผมปฏิเสธไม่ได้ว่า...โคตรสงสาร 

 

 

ผมไม่ได้เร่งโปรด แต่รื้อพวกอุปกรณ์ล้างแผลออกมาแทน ในที่สุดคนที่กอดเข่าอยู่มุมห้องก็ขยับออกมาเอง ผมบังคับมุมปากของตัวเองไม่ให้ยกขึ้น 

 

 

เมื่อน้องโปรดยอมขยับออกมาจากมุมมืด และผมที่ถือสำลีคอยท่าอยู่ พอหันกลับไปเท่านั้นแหละครับ

 

 

คำหยาบคายที่มากกว่า ไอ้เชี่ย ดังลั่นในหัวไปหมด เมื่อวานเห็นหน้าไกล ๆ ก็ว่าหล่อแล้ว มองใกล้ ๆ แบบนี้นี่มันลูกรักพระเจ้าชัด ๆ พ่อคุณเอ้ย ผมนี่ซูฮกเลย...ให้ตายเถอะ อิจฉา!!! 

 

 

"ยื่นขามา" เอาล่ะวางเรื่องหล่อไว้ก่อนผมหันมาสนใจแผลที่เข่าของเด็กตรงหน้า คุณหญิงเคยบอกไว้ว่า การทำความสะอาดแผลที่ถูกต้องคือเช็ดรอบ ๆ แผล อย่าชโลมเบตาดีนใส่สำลีแล้วโป๊ะลงไปเลย ผมเล็งอยู่พักนึงก่อนจะจิ้มลงไป ยังไม่ทันที่สำลีจะโดนเข่า ข้อมือผมก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อน 

 

 

"โปรดแสบ" 

 

 

"....?" แสบอะไรยังไม่โดนเลยเถอะ 

 

 

"ไม่แสบหรอก ถึงจะแสบก็นิดเดียวลูกผู้ชายอกสามศอกทนได้อยู่แล้วแค่นี้เองจิ้บๆ" ถึงจะบอกไปอย่างนั้นแต่โปรดก็ยังไม่ยอมปล่อยมือผม 

 

 

"โปรดครับรีบทำ รีบเสร็จดีกว่าเดี๋ยวเราไปกินขนมสองชิ้นไง เอาอย่างงี้พี่จอมให้กินสามชิ้นเลยดีไหม?" 

 

 

"ก็ได้" อ้าว? น้องโปรดที่ลีลาท่ามากนี่หลอกกินขนมเพิ่มป่ะเนี่ย บทจะยอมก็ยอมง่าย ๆ ซะอย่างนั้น 

 

 

ถึงแต่มันเป็นการล้างแผลที่ทุกลักทุเลที่สุดเท่าที่เคยมีมา น้องโปรด (แม่ง) กำข้อมือซะแน่นเลย จะเช็ดแผลหน่อยก็ขยับเข่าหนี ไม่ก็โอดครวญเสียงหลง กว่าจะล้างแผลเสร็จปาไปเป็นสิบนาที 

 

 

"เป่าให้โปรดหน่อย"

 

 

ครับ? 

 

 

"เป่าเร็ว ๆ สิมันแสบ คุณแม่เคยทำแล้วมันไม่เจ็บ" เด็กน้อยนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่รวมเบ้ปากกับน้ำตาคลอปริ่ม ๆ แล้วครับ?

 

 

เห็นแบบนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ ผมก้มลงไปเป่าแผลที่เข่าแบบได้อารมณ์แม่และเด็ก ถ้ากระเตงเข้าเอวได้ผมก็จะทำ 

 

 

"ไม่เจ็บโปรดหายแล้ว" เป่าเพี้ยงไปสองสามที คุณเขาว่าอย่างนั้นครับก่อนยิ้มทั้งน้ำตา โธ่พ่อคุ๊ณ ผมเก็บสายตาสงสารของตัวเองเอาไว้เพราะกลัวคุณโปรดรู้สึกไม่ดี เลยทำได้แค่ส่งยิ้มให้ 

 

 

ยังไม่ครบสี่สิบแปดชั่วโมง ที่ผมมาถึงคฤหาสน์ปรรณกร ยังไม่ข้ามวันที่ผมได้เจอคุณโปรด ในฐานะลูกจ้างที่เซ็นต์สัญญารับงานมาแล้ว ผมต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด 

 

 

ผมมีบางเรื่องที่ต้องคุยกับคุณปราณโดยตรง ผมคิดว่าคุณโปรดจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าอยากให้น้องชายคนเดียวอาการดีขึ้น คุณปราณต้องดูแลและใส่ใจมากกว่านี้ ด้วยความที่ปรรณกรร่ำรวยมหาศาล การดูแลน้องชายคนเดียวให้ดีกว่านี้ ผมเชื่อหมดใจว่าขนหน้าแข้งไม่หลุดสักเส้นแน่นอน 

 

 

ผมทุ่มเทกับงานครั้งนี้เต็มที่หวังว่าปลายปีโบนัสจะงอกงามตามน้ำพักน้ำแรงของผมเช่นกัน วางใจได้เลยกุหลาบขาวดอกนี้ต้องได้ปักในแจกันทองแน่นอนครับ 

 

 

 

 

#ลับเหลี่ยมตะวัน by @Lilyformb1  

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว