facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 51

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2564 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51
แบบอักษร

ตอนที่ 51 

เสียงร้องจากบทรักสยิวซ่านของทั้งคู่ ไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนคนภายในบ้าน อาจเป็นเพราะตัวบ้านกว้างขวางเกินกว่าที่จะทำให้คาริสาและคนรับใช้ให้ความสนใจ อีกอย่างทุกคนไม่คิดรบกวนเวลาส่วนตัวของเจ้านายอยู่แล้ว

ยิ่งได้อยู่กับแฟนสาวของตนยิ่งไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปบริเวณห้องของภาคินด้วยซ้ำ

กระทั่งเวลาผ่านไปจวนใกล้ทำงาน คาริสายังไม่เห็นหน้าว่าที่ ‘น้องสะใภ้’ และน้องชายของตนดูเหมือนว่าทั้งคู่จะใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไปเสียแล้ว

เห็นทีคนเป็นพี่สาวต้องขึ้นไปตามแล้วกระมัง และความคิดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อทั้งคู่เดินลงมาจากบันได พวกเขาอยู่ในชุดพร้อมทำงาน สีหน้าท่าทางยิ้มแย้มจนคาริสาอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมีความสุขอะไรนักหนา ถึงได้หน้าชื่นตาบานแบบนั้น

“ทำไมลงมาช้าจัง อาหารเย็นหมดแล้วเนี่ยมัวทำอะไรกันอยู่”

“คะ…คือเรา…” หญิงสาวพูดพลางปรายตามองชายหนุ่ม สายตาของเธอบีบบังคับอีกฝ่ายให้ช่วยออกโรงปกป้อง

“ผมผิดเองครับพี่คาร่า กลับถึงห้องเผลอหลับซะงั้น ยังไงผมกับมนต์ขอตัวไปทำงานก่อนแล้วกันเดี๋ยวจะสายเอา”

“ไม่อยู่กินข้าวเช้ากันก่อนละ”

“ไม่ดีกว่าครับผมอิ่มแล้ว”

‘อิ่ม’ คำโปรยของน้องชายทำหล่อนแปลกใจ ตั้งแต่ตื่นนอนข้าวสักเม็ดน้ำสักหยดยังไม่ตกถึงท้องด้วยซ้ำ แล้วเขาอิ่มอะไร

ชายหนุ่มกินของว่างรองท้องแล้วหรือ?

แม้จะรู้สึกแปลกใจ ทว่าหล่อนไม่อยากซักไซ้อีกฝ่ายให้มากความมีแต่จะถ่วงเวลาทั้งคู่ให้ช้าลงยิ่งกว่าเดิม คนเป็นน้องเป็นประธานบริษัทก็จริง แต่การไปทำงานให้ตรงเวลาก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เขาต้องมี

เหมือนที่คนอื่นมักพูดกันว่า…ช้างเท้าหน้าควรเป็นตัวอย่างที่ดี

ใช่! ภาคินควรเป็นแบบนั้น

บริษัทพันธนรัตดีไซน์

รินลดาเดินอวดองค์ทรงเครื่องมาหยุดเบื้องหน้าดาริกา หล่อนคลี่ยิ้มหวานก่อนพูดขึ้นน้ำเสียงใสทำเอาคนฟังตกใจมิใช่น้อย

“น้ำมนต์ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”

“คะ? คุณรินมีเรื่องจะคุยกับมนต์ ทำไมถึงยอมลดตัวมาคุยกับคนแบบมนต์ละคะ” ดาริกาพูดเย้าแหย่หวังให้อีกฝ่ายรู้สึกหงุดหงิด เธอรู้ดีว่าหล่อนต้องการพูดเรื่องอะไร ความเกลียดชังที่อยู่ในใจ หล่อนไม่มีทางปลดเปลื้องมันออกง่ายๆ

หากไม่เห็นความพ่ายแพ้ของเธอ

แววตาโกรธขึ้งฉายชัด หญิงสาวรับรู้ถึงความอดกลั้นที่อีกฝ่ายพยายามทำสุดความสามารถ หากเป็นเมื่อก่อนรินลดาคงไม่อยู่เฉย แต่วันนี้หล่อนเป็นฝ่ายยอมเพราะต้องการให้เธอตกหลุมพรางที่วางไว้

“ฉันก็แค่รู้สึกผิดที่ทำเรื่องแย่ๆกับเธอไว้เยอะ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกัน เธอว่าไหม?”

“คงงั้นมั้งค่ะ ไม่คิดว่าคุณรินจะยอมมนต์ง่ายๆขนาดนี้ ถ้าคุณรินว่าดีมนต์ก็ว่าตามนั้น”

หัวใจหยาบกร้านไม่ทำให้ความแค้นมอดดับลงเลย รินลดายังคงฝังลึกกับความปรารถนาที่ต้องการทำลายชีวิตดาริกาให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน หล่อนไม่เคยคิดผูกมิตรกับเธอ

เพราะสิ่งที่เธอช่วงชิงไป รินลดาต้องการทวงคืนกลับมา

ช่วงค่ำ

“แกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมยัยมนต์” น้ำเสียงแผ่วแฝงความห่วงใย พลอยประภาเอ่ยถามคนเป็นเพื่อนสีหน้าเคร่งเครียด

คืนนี้รินลดาต้องการเลี้ยงขอโทษหญิงสาว ทว่าทุกคนรู้ดีถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย การที่หล่อนทำดีกับเธอครั้งนี้เพียงเพื่อต้องการส่งต่อดาริกาให้กับสินธร

พลอยประภาอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่าแผนการทั้งหมดดาริกาและภาคินวางไว้อย่างแยบยล ทั้งคู่ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ ทั้งการติดเครื่องดักฟังที่ตัวเธอ สอดส่องดูสถานการณ์ไม่ห่าง

ทว่ามันก็ยังเป็นเรื่องอันตรายสำหรับดาริกาอยู่ดี

“ฉันตัดสินใจดีแล้วพลอย พวกแกไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะระวังตัวให้มากที่สุด”

“ไม่ให้เป็นห่วงได้ไงแกลงทุนเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้ แต่เอาเถอะในเมื่อแกตัดสินใจแล้วพวกฉันจะพูดอะไรได้ ระวังตัวเองด้วยแล้วกัน”

“เอานร่าฉันจะระวังตัวเองให้มากที่สุด มันถึงเวลาที่ความชั่วต้องถูกเปิดโปงสักที” นัยน์ตาสีเทาฉายแววแน่วแน่ เธอไม่มีทางปล่อยให้โอกาสครั้งนี้หลุดมือ

ดาริกาไม่รอช้า รีบไปตามนัดที่ตกลงไว้

ครั้นมาถึงร้านอาหารรินลดาเป็นฝ่ายนั่งรอหญิงสาวอยู่ก่อนหน้า หล่อนคงอยากเห็นเธอเป็นเมียสินธรเต็มที ท่าทางกระตือรือร้นที่แสดงออกมาไม่ใช่ตัวหล่อนเลยสักนิด กลับเป็นผีร้ายที่ฝังลึกอยู่ในตัวอีกฝ่าย ความเคียดแค้นอยากเอาชนะทำให้รินลดากลายเป็นนางมารร้ายไปโดยปริยาย

“มาเร็วจังนะคะคุณริน อยากเจอมนต์มากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

กล่าวจบดาริกาไม่รอฟังคำตอบ เธอเดินไปอีกฝั่งของโต๊ะอาหาร ดึงเก้าอี้ออกเล็กน้อยก่อนหย่อนก้นลงนั่งพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า

“มื้อนี้ฉันเป็นเจ้ามือจะปล่อยให้แขกมารอได้ไงล่ะ ระหว่างที่นั่งรอเธอฉันสั่งน้ำมาให้แล้วดื่มน้ำก่อนสิ” หญิงสาวหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มโดยไม่ลังเล รินลดาเหยียดยิ้มมุมปากสีหน้าฉายชัดถึงความพอใจ

“อร่อยดีนะคะ น้ำส้มแก้วนี้!” ดาริกานึกขัน ครั้นนึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนตอนถูกสินธรวางยา แล้วเหตุใดครั้งนี้รินลดายังทำมันกับเธอ

หล่อนคิดว่าเธอโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ? หากอีกฝ่ายอยากให้เธอโง่ งั้นเธอแกล้งโง่หน่อยแล้วกัน

‘คิดจะวางยาฉันมันไม่ง่ายนักหรอก ฉันจะแกล้งโง่ตามแผนคุณแล้วกัน’

สองชั่วโมงก่อนหน้า

พลอยประภามาที่ร้านอาหารแห่งนี้เพื่อปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟ เป้าหมายของหล่อนคือให้บริการลูกค้าโต๊ะริมหน้าต่าง ซึ่งก็คือรินลดา หล่อนไม่รู้ว่าการกระทำทุกอย่างไม่สามารถหลุดพ้นสายตาของพลอยประภาไปได้

หลักฐานชิ้นดีที่รินลดาแอบใส่ยาในแก้วน้ำส้มถูกบันทึกเก็บไว้เป็นที่เรียบร้อย และในระหว่างที่หล่อนไปเข้าห้องน้ำ แก้วน้ำส้มเจ้าปัญหาถูกเอาออกไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

สิ่งที่ภาคินย้ำนักย้ำหนาคือหลักฐาน นั่นเป็นสิ่งเดียวที่สามารถมัดตัวพวกเขาได้ เพราะฉะนั้นทุกการกระทำทั้งหมดต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน

“ขอบคุณมากนะคะคุณริน ที่เลี้ยงข้าวมนต์”

“ฉันตั้งหากที่ต้องขอบใจ เธออุตส่าห์ยอมรับคำขอโทษจากฉัน”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วช่างมันเถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรมนต์ขอตัวกลับก่อนดีกว่า รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ” ประโยคคำพูดของดาริกาทำให้รินลดาเผยยิ้ม

ในที่สุดแผนของหล่อนก็สำเร็จ ยาที่ใส่คงเริ่มออกฤทธิ์ รินลดาอยากรู้เหลือเกินหากภาคินเห็นคลิปแฟนตัวเองมีเซ็กส์กับผู้ชายคนอื่นเขาจะเป็นยังไง จะยังรักเธออยู่หรือเปล่า

“เอ่อ...น้ำมนต์เดี๋ยวสิ"

"มีอะไรคะ?"

"เธอก็รู้ว่าฉันรักคินมาก กว่าจะลืมเขาคงต้องใช้เวลาพอสมควร วันนี้เธอไปดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”

“ดื่มเป็นเพื่อน อืม..." ดาริกาทำทีครุ่นคิด ในใจของเธอมีคำตอบอยู่แล้ว

"ได้สิคะ คุณรินกล้าขอมนต์จะกล้าปฏิเสธได้ยังไง”

 

เพื่อผู้ชายต้องทำขนาดนี้เชียวเหรออีริน เกียมไม้หน้าสามรอแล้วนะ เดี๋ยวแม่ฟาดให้หลังหักเลยคอยดู 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว