facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

14. ลูกโป่งบอกรัก 100%

ชื่อตอน : 14. ลูกโป่งบอกรัก 100%

คำค้น : ยิ้ม

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 145

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2564 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14. ลูกโป่งบอกรัก 100%
แบบอักษร

“หวัดดีค่ะบอส”

บรรดาพนักงานสาวกล่าวทักทายเฉินเฉียวอิงเมื่อเจอเขาที่หน้าลิฟต์ในตอนเช้า

เช่นเคย...ที่บอสมักจะรอให้ลูกน้องเข้าลิฟต์ไปก่อน แล้วตนเองจึงเข้าเป็นคนสุดท้าย แถมยังบริการกดลิฟต์ให้ รวมทั้งเปิดประตูเข้าออฟฟิศให้ด้วย

แต่วันนี้...

“แก ๆ” พนักงานสาวเริ่มเม้าท์เมื่อบอสเดินเข้าห้องทำงานไปแล้ว

“แกเห็นอะไรป่าว”

“เออ ๆ ฉันนึกว่าฉันเห็นคนเดียว แกก็เห็นเหมือนกันใช่ไหม? ”

“ฉันว่าฉันไม่ได้ฝาดนะ ฉันเห็นบอสยกมุมปากมากกว่าสององศาว่ะ”

“เขาเรียกว่าฉีกยิ้มเลยล่ะแก! ”

และนั่นก็กลายเป็นหัวข้อใหญ่ในวันนี้เลยทีเดียว

ส่วนคนเป็นบอสเมื่อเดินไปถึงหน้าห้องทำงานแล้วก็เรียกเกาซิ่งเข้าไปพบ

“คุณเฟิร์นล่ะครับบอส ไม่ได้มาด้วยกันหรือครับ? ”

เกาซิ่งประหลาดใจที่วันนี้เห็นบอสเข้าออฟฟิศมาคนเดียว

“เฟิร์นลาครึ่งวัน”

เท่านั้นเองเกาซิ่งเบิ่งตาโตจนแทบถลนออกนอกเบ้า อุทานออกมา

“นี่...เมื่อคืนบอสกับคุณเฟิร์น? ”

เท่านั้นเองสายตาคมกริบของบอสก็ตวัดฉับมาทันทีจนเกาซิ่งต้องรีบหุบปาก ก่อนจะได้ยินเสียงเย็น ๆ จากผู้บังคับบัญชา

“ไม่ได้ทำอะไร”

เกาซิ่งก้มหน้างุดอย่างเกร็ง ๆ เลยไม่ได้เห็นบอสคลี่ยิ้ม จวบจนได้ยินประโยคถัดมา

“ขอบใจนะ”

เลขาหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองและพิจารณาถี่ถ้วนจึงพบว่าแววตาของบอสนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่คิดไว้ แถมยังรอยยิ้มที่เปล่งประกายอย่างมีความสุขที่สุดขณะบอกประโยคถัดไป

“สำเร็จ”

เกาซิ่งพอได้ยินคำนี้ก็ลิงโลดใจราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

“ยินดีด้วยครับบอส! เยี่ยมเลยครับ! ”

เฉินเฉียวอิงยิ้มรับก่อนจะผายมือไปที่เก้าอี้

“นั่งก่อน มีเรื่องจะคุยด้วย”

เรื่องที่ว่านั้นคือเรื่องที่เฉินเฉียวอิงกับชิดชญาได้ตกลงกันเมื่อวานนี้ว่าจะยังไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ส่วนตัวให้ใครรู้ ดังนั้นในออฟฟิศนี้จะมีเพียงเกาซิ่งเท่านั้นที่รับรู้ และหลังจากนี้ต้องมีประชุมนอกรอบสำหรับภารกิจลับที่กำลังจะดำเนินจากนี้

ชิดชญาก้าวเข้ามาในออฟฟิศตอนบ่าย

เป็นเธอจงใจลางานเองเพราะ...

ขอเวลาปรับตัวในการทำงานที่เดียวกับ ‘แฟน’

การนั่งรถมาทำงานด้วยกันมันยังรู้สึกขัดเขินพิกล และกลัวว่าตัวเองจะแสดงอาการให้คนในออฟฟิศจับพิรุธได้

เมื่อวานเธออยู่ที่ห้องเฉินเฉียวอิงจนกระทั่งถึงมื้อเย็น

ไม่มีลวนลามล่วงเลย ไม่มีอะไรให้น่ากลัว

พอเป็น ‘เวอร์ชั่นพี่อิง’ แววตาของเขาลดความเคร่งขรึมเย็นชาลงไปมากมาย เหลือไว้เพียงความอบอุ่นอันบริสุทธิ์ และอ้อมกอดอ้อยอิ่งอาวรณ์ตอนเธอจะกลับ

“อาเฟิน! ”

เสียงเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในโซนพนักงานร้องทักเธอ

“คะ”

“ทำไมเพิ่งมา! ” น้ำเสียงของบรรดาแก๊งพนักงานสาวขาเม้าท์บ่งบอกว่าเป็นการต่อว่าต่อขานมากกว่าถามจริง ๆ

“อ่า...เฟิร์นท้องเสียน่ะค่ะ เลยขอลาช่วงเช้า”

“ปัดโธ่! ”สาวช่างเม้าท์เอามือตบตัวเอง

ในขณะที่เพื่อนพนักงานอีกคนยื่นหน้าเข้ามาเสริมทัพอย่างออกรสชาติ

“อาเฟินอดเห็นของดีเลยรู้ไหม”

“ของดี? ของดีอะไรคะ? ” ชิดชญาเบิ่งตาโต

“ยิ่งกว่าดาวหางที่ร้อยปีจะโคจรมาให้เห็นครั้งนึงเลยล่ะ รู้ไหมเมื่อเช้าพวกเราเห็นอะไร พวกเราเห็นบอสยิ้ม! ”

พูดถึงตรงนี้ก็พากันกรี๊ดกร๊าดกันทั้งกลุ่ม

“งู้ยยย!!! น่ารักโคตร ๆ ”

“อาเฟินแกต้องไปทำบุญมาเยอะ ๆ นะ จะได้เห็นบอสยิ้มเป็นบุญตา กรี๊ดดดด!!!”

“ฉันนี่ฟินจนลืมลืมผัวที่บ้านไปเลยอะ”

แต่ละคนเพ้อเหมือนเมากาวจนชิดขญาอดทึ่งไม่ได้

พี่อิงของแรงเบอร์นี้นี่เองถึงไม่ค่อยกล้ายิ้ม เชื่อแล้วล่ะว่ายิ้มแล้วโลกถล่มทลายได้ขนาดนี้

“นี่อาเฟิน แกรู้รึเปล่าว่าบอสไปอารมณ์ดีอะไรมา”

“ถูกหวยมั้งคะ” ชิดชญาพูดส่งเดช

แต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้รอบวงและยังคงเป็นหัวข้อสนทนาต่ออย่างเมามัน

ในขณะที่ชิดชญาคิด....

อานุภาพความหล่อทำลายล้างมันมีจริง!

 

“คุณนภัทรส่งข่าวมาว่าคนที่ซื้อที่ตัดหน้าเราไปเป็นคนของจูหลิงจริง ๆ ”

เกาซิ่งรายงานในที่ประชุมลับ

นั่นก็คือในวงหม้อไฟหมาล่าที่คอนโดของเฉินเฉียวอิง

หม้อไฟฝีมือเฉินเฉียวอิงกับวายุที่กินกันมาตั้งแต่บ่ายจนเย็น

งานนี้ครบองค์ประชุม ทั้งเฉินเฉียวอิง ชิดชญา เกาซิ่ง และวายุ

สี่คนที่กุมข้อสงสัยเรื่องไส้ศึก

“เราควรให้คุณนภัทรเป็นทีมเดียวกับเราอีกคน ไหน ๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว”

เฉินเฉียวอิงกล่าว

ในขณะที่วายุรู้สึกอิหลักอิเหลื่อเมื่อคิดว่าต้องเผชิญหน้ากับนภัทร

ไม่ได้รังเกียจ แต่เกรงว่ายิ่งนานไปนภัทรจะปักใจกับเขามากเกินจนยากจะถอนตัว ทั้ง ๆ ที่วายุรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน

ฮวงเอ๊ยฮวง...วายุร่ำร้องในใจ

จัดการให้พี่อิงกับอิเจ๊ได้แฮปปี้กันแล้ว แต่ตัวเองกลับติดบ่วงจนแกะไม่ออก

เกิดเป็นฮวงมันช่างยากลำบาก

“ถ้างั้น...” ชิดชญาเอ่ยบ้าง

“ที่เราสงสัยว่าคนในเป็นหนอนก็น่าจะมีเค้า”

เฉินเฉียวอิงพยักหน้าช้า ๆ นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าว

“เรื่องนี้จะให้คนรู้เยอะไม่ได้ แม้แต่คุณลุงคุณป้าก็ไม่รู้  เอาเป็นว่าเรื่องที่เชียงใหม่ก็ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ดูไปก็ได้ ตอนนี้มีเรื่องอื่นต้องจัดการอีกเยอะ”

คนเป็นบอสพูจบ เลขาก็รายงานต่อทันที

“สัปดาห์หน้าบอสต้องไปดูสตูดิโอถ่ายภาพโปรโมตภาพยนตร์ สร้อยเพชรจำลองที่สั่งทำก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนครูภาษาไทยที่บอสสั่งให้หา ตอนนี้ได้แล้วนะครับ”

“อือม์ หาได้เร็วดีนี่” เฉินเฉียวอิงเอ่ยชม

“พอดีคุณพานแกบอกว่า จะแนะนำหลานชายให้ แกบอกว่าเป็นลูกชายของคนรู้จักบอกกันมาอีกที เห็นว่าโปรไฟล์ดี ประสบการณ์ก็เยอะ ผมลองสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แล้ว เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาด้วยนะครับ”

เฮ้อ...พี่อิง

วายุแอบขำเล็กน้อย เพราะรู้ว่าเฉินเฉียวอิงนั้นไม่ปรารถนาจะใกล้ชิดผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไร คล้ายเป็นโรคกลัวผู้หญิงขึ้นสมอง ทุกตำแหน่งที่ต้องเข้าใกล้พี่แก ก็จะระบุว่าขอเป็นผู้ชายอยู่เสมอ

นี่ถ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้อย่างเฉินจวิ้นเชาและหยางเชี่ยนไม่ได้วางหมากไว้ให้ สงสัยชาตินี้พี่อิงคงเป็นโสดไปตลอดชีวิต

ตำแหน่งล่ามที่ชิดชญาทำ ที่จริงแล้วก็ถูกเฉินเฉียวอิงระบุว่าต้องการผู้ชาย

แต่พอเอาเข้าจริงเฉินจวิ้นเชากลับลงประกาศคุณสมบัติตอนรับสมัครว่าต้องการผู้หญิงโสด อายุไม่เกินสามสิบปี

ข้อนี้ทั้งพี่อิงและอิเจ๊เฟิร์นไม่เคยรู้

เจ๊เฟิร์นเข้าใจว่าบริษัทต้องการคุณสมบัติแบบนั้นจริง ๆ

ส่วนพี่อิงก็เชื่อสนิทว่าหาล่ามผู้ชายไม่ได้จึงจำต้องรับผู้หญิง

เรื่องนี้วายุรู้ทีหลัง ส่วนเกาซิ่งซึ่งทำตัวเนียนใสอยู่นาน ไม่บอกแต่แรกว่าที่แท้เป็นทีมเดียวกับบอสจวิ้นและภรรยาที่ถูกจัดมาเป็นสายอวยโดยเฉพาะ

วายุมารู้เอาตอนที่หยางเชี่ยนชวนไปกินกุ้งมังกรคราวนั้น

หลังจากที่หยางเชี่ยนอวยให้เฉินเฉียวอิงไปส่งชิดชญาที่คอนโดแล้ว จึงได้หันมาถามวายุถึงความคืบหน้าของบอสและล่ามสาว พร้อมกับเฉลยว่ากำลังซ้อนแผนให้เฉินเฉียวอิงได้ใกล้ชิดกับชิดชญาอยู่

ซึ่งวายุก็เห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย อย่าว่าแต่เขาเองก็ถูกชะตากับกลิ่นน้ำหอมของเฉินเฉียวอิงอยู่แล้ว จึงร่วมทีมช่วยอวยด้วยเสียเลย

ภารกิจนี้ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

สองคนตกลงคบกัน

ขั้นตอนอื่นก็ไปจัดการกันเองได้เลย

ส่วนฮวง...

คงต้องหาวิธีแกะบ่วงของคุณนภัทรซะแล้ว....เฮ้อ

ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าอาณาจักรจิวเวลรี่

สถานที่ซึ่งเขาต้องปฏิบัติภารกิจให้บรรลุตามคำสั่ง

“ผมมั่นใจว่าคุณทำได้ หน้าตาดี โปรไฟล์เด่น เป็นถึงอาจารย์ ผมว่าคารมคุณต้องดีอยู่แล้ว” 

นั่นคือคำกล่าวของพานลั่วเฉิง ผู้ที่จ้างเขามาให้จีบชิดชญา

“แค่จีบเธอให้ติด ให้เธอหลงคุณหัวปักหัวปำ จากนั้นค่อยชักชวนมาอยู่จูหลิง ยังไงผู้หญิงก็ต้องยอมก้มหัวให้คนที่เธอรักอย่างแน่นอน ถ้างบเปย์จ่ายไม่พอมาเบิกที่ผมได้ เพราะบางฉากอาจต้องใช้ทุนสูง” 

‘เหล่าซือ’ คือคำคุ้นเคยที่บรรดานักเรียนใช้เรียกอาจารย์หนุ่มเจ้าของโรงเรียนสอนภาษา

และวันนี้เขาจะมีนักเรียนเพิ่มมาอีกคนก็คือบอสใหญ่แห่งเจินเป่า

เขาเดินมาถึงหน้าห้องทำงานบอส และได้รับการต้อนรับจากเลขา

“เหล่าซือ ‘ต้นกล้า’ ใช่ไหมครับ ผมเกาซิ่งนะครับ เป็นเลขาบอสอิง”

เกาซิ่งแนะนำตัวกับต้นกล้า

ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่า ‘เหล่าซือ’ ตวัดสายตาไปมองหญิงสาวที่เป็นเป้าหมาย

ชิดชญานั่งทำงานที่โต๊ะตรงข้ามกับเกาซิ่ง เธอส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วก้มหน้าทำงานต่อ ปล่อยให้เลขาหนุ่มทำหน้าที่พาเข้าไปพบบอส

หลังจากเคาะประตูสามทีอย่างมีมารยาท เกาซิ่งก็เปิดประตูเข้าไป

บอสใหญ่นั่งก้มหน้าทำงานอยู่ที่โต๊ะ พอเห็นว่ามีคนเข้ามาก็ยืนขึ้นต้อนรับ

“เหล่าซือต้นกล้าใช่ไหมครับ เชิญนั่งครับ”

บอสอิงผายมืออย่างผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดี

ต้นกล้าไม่เคยเห็นใครที่เปี่ยมด้วยสง่าราศีเช่นนี้มาก่อน

ดวงหน้าเล็กของฝ่ายนั้นสว่างใส กรอบหน้าเหลี่ยมเล็กน้อย ทว่าดูละมุนอย่างลงตัว แม้ยามยิ้มจะดูแทบไม่ออก ทว่าประกายเจิดจ้ากลับฉายชัดในดวงตา

อาจารย์หนุ่มสูงกว่าบอสเล็กน้อย ทว่าฝ่ายบอสรูปร่างผอมบางจึงพรางตาจนคล้ายสูงพอ ๆ กัน ในขณะที่ต้นกล้านั้นเป็นคนเล่นกล้ามจึงรูปร่างใหญ่ล่ำ

“ฝากตัวด้วยนะครับ”

บอสอิงค้อมศีรษะและกล่าวอย่างถ่อมตน

ในสายตาของต้นกล้า คนผู้นี้สุภาพเรียบร้อยอย่างหาที่เปรียบได้ยาก

ดีไซเนอร์ฮวงคนนั้นช่างโชคดี ที่ได้ใจบอสเจินเป่าไปครอง

ก็น่าสนุกอยู่หรอกกับภารกิจนี้

อยากรู้เหมือนกันว่าบอสอิงมีดีอะไร จึงขั้นสั่นสะเทือนวงการจิวเวลรี่ได้ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาไม่นาน

แรงจูงใจมันอยู่ตรงนี้แหละ

ความท้าทายที่จะได้รู้ความลับของเจินเป่า

และหากหลอกแม่สาวน้อยหน้าห้องไปเป็นพวกได้ งานนี้ต้นกล้ารับทรัพย์เบาะ ๆ ที่สามารถปลดภาระคอนโดหรูที่เขากำลังผ่อนอยู่ให้หมดไปได้ในคราวเดียว

ค่าตัวชิดชญาแพงขนาดนั้น!

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว