email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๕ มาอยู่คอนโดฯ ผมไหม 100%

ชื่อตอน : บทที่ ๕ มาอยู่คอนโดฯ ผมไหม 100%

คำค้น : ท่านประธาน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2564 07:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๕ มาอยู่คอนโดฯ ผมไหม 100%
แบบอักษร

หลังออกมาจากห้องประธานบริหารลาคาซ่ากรุ๊ปมินตราก็เรียกประชุมน้อง ๆ พนักงานในแผนกเพื่อแจ้งเรื่องที่แผนกขายจะถูกยุบรวมเข้ากับแผนกขายของลาคาซ่าสำนักงานใหญ่ ซึ่งทำให้ต้องย้ายเข้าไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ลาคาซ่ากรุ๊ปด้วย ซึ่งแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ทุกคนก็พอใจที่ไม่มีใครในแผนกตกงานอย่างที่หวั่นเกรง 

ตลอดบ่ายนั้นมินตราประชุมตลอดเวลากับหลาย ๆ ฝ่าย จนกระทั่งห้าโมงกว่า ๆ เธอจึงกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตนอย่างเหนื่อยล้า การทำงานที่ใช้สมองตลอดเวลา ก็ทำให้เหน็ดเหนื่อยได้ไม่ต่างกับการใช้แรงงานเลย 

“เจ้ มีประชุมต่ออีกเหรอคะ” พลอยใสที่กำลังเก็บของเตรียมกลับบ้านถาม เมื่อเห็นเธอยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มินตราหันไปยิ้มเหนื่อย ๆ ให้ ก่อนตอบ 

“เปล่า นั่งพัก เดี๋ยวจะออกละ ต้องไปดูคอนโดฯ” เธอไม่ได้ปิดบังน้อง ๆ เรื่องที่ย้ายออกมาอยู่คนเดียวและกำลังหาที่พักอยู่ ซึ่งน้องในแผนกก็ช่วยเธอหาอยู่ด้วย แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเลือกที่ไหน ก็ต้องมาย้ายที่ทำงานเสียก่อน 

“ที่ไหนอะคะ ถ้าที่เคยดูไว้แถวนี้จะไม่ไกลกับที่ทำงานใหม่เหรอ” 

“คอนโดฯ ใกล้ ๆ ที่ลาคาซ่าน่ะ พอดี...เอ่อ...คนรู้จักเขามีห้องว่าง เลยว่าจะไปดู” ตอนเอ่ยถึงคนรู้จักเธอพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย และหัวใจแอบเต้นระบำเพราะกลัวพลอยใสถามว่าคนรู้จักที่ไหน แต่ดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ถามละลาบละล้วง แต่เอ่ยตัดบทสนทนาแทน 

“งั้นก็ขอให้ถูกใจนะคะ เจ้จะได้ย้ายเข้าเสียที ถ้าจะย้ายวันไหนบอกพวกเราได้นะคะ จะได้ไปช่วย เดี๋ยวพลอยใสกลับบ้านก่อนนะคะ” หลังจากนั้นพลอยใสก็ยกมือไหว้เธอ แล้วสะพายกระเป๋าพาดบ่า อีกมือหิ้วกระเป๋าคอมพิวเตอร์แลปทอป แล้วเดินออกไปจากห้อง 

หลังพลอยใสลับตัวไป มินตราก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวออกมากดหาหมายเลขสุดท้ายที่เพิ่งบันทึกไว้ พอเห็นชื่อที่บันทึกไว้ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอบันทึกชื่อเขาว่า ‘ท่านประธาน’ ไม่ได้บันทึกเป็นชื่อตามที่เขาบอก เพราะมินตราคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำตามที่เขาบอก ต่อให้เขาไม่ชอบให้เรียกท่านประธาน แต่ถ้าเธอจะเรียกแล้วเขาจะทำอะไรได้ 

หลังกดโทร. ออกและมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นอยู่อึดใจหนึ่ง ก็มีเสียงตอบกลับมาตามสาย 

“ครับมีน” 

“ฉันกำลังจะออกจากที่ทำงานนะคะ ส่งโลเคชั่นคอนโดฯ คุณมาให้หน่อยค่ะ” 

“โอเคครับ” เขารับคำโดยไม่มีคำถาม 

“งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ฉันต้องขับรถ” 

“ครับ ใกล้ถึงแล้วโทร. มาอีกทีนะ ผมจะไปรอ” 

หลังวางสายจากเขา มินตราก็เก็บของออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ในช่องจอดประจำของตน แล้วขับออกไปยังจุดหมายปลายทางทันที 

 

ในชั่วโมงเร่งด่วนอย่างในเวลาหลังเลิกงานเช่นนี้ทำให้รถยนต์บนท้องถนนคืบคลานไปได้อย่างเชื่องช้า และรถของมินตราก็ไม่อยู่ในข่ายยกเว้น ทำให้กว่าจะถึงที่หมายก็กินเวลาไปชั่วโมงกว่า ซึ่งเธอได้โทร. บอกเจ้าของคอนโดมิเนียมในตอนที่ติดไฟแดงแยกสุดท้ายก่อนถึงจุดหมายแล้ว และแม้ว่าจะมองเห็นอาคารคอนโดมิเนียมสูงเสียดฟ้าอยู่ข้างหน้าไม่ไกล แต่มินตราก็ยังใช้เวลาขับรถเกือบครึ่งชั่วโมงจึงนำรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่ไปจอดลงที่บริเวณที่จอดรถของแขกของคอนโดฯ ได้ จากนั้นก็โทร. หาชายหนุ่มอีกครั้ง 

“ฉันมาถึงแล้วค่ะ” เธอบอกออกไปเมื่อได้ยินเสียงเขารับสาย 

“ผมรออยู่ที่อยู่ล็อบบี้ครับ” เขาบอกกับเธอ 

“ฉันกำลังจอดรถ งั้นเจอกันค่ะ” เธอว่าแล้ววางสาย ดับเครื่องยนต์และเข้าเบรกมือ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนเบาะที่นั่งด้านข้างขึ้นสะพาย แล้วก้าวออกจากรถ 

มินตราเดินตรงไปยังล็อบบี้ของคอนโดมิเนียมที่ประตูกระจกเลื่อนเปิดให้อัตโนมัติพร้อม ๆ กับที่คนที่รออยู่ภายในเดินตรงมาหาเธอพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า 

“มีน รถติดไหมครับ” 

“มากค่ะ” มินตราตอบ พลางเดินตามการผายมือของเขาไปประตูกระจกใสที่มองเห็นว่าด้านหลังประตูนั้นเป็นโถงรอลิฟต์ ซึ่งชายหนุ่มต้องกดรหัสเพื่อเปิดประตูจึงจะเข้าไปภายในได้ ซึ่งมินตราค่อนข้างพอใจกับระบบความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมแห่งนี้ เพราะคนนอกจะเข้ามาได้อย่างเสรีแค่เพียงบริเวณล็อบบี้เท่านั้น 

ห้องที่เขาพาเธอไปดูนั้นอยู่บนชั้นสูงสุด และสิ่งแรกที่มองเห็นในตอนที่ก้าวเข้าไปภายในคือวิวมุมสูงของกรุงเทพมหานคร เพราะหลังบานประตูเป็นโถงทางเดินที่ตรงไปยังห้องนั่งเล่นเปิดโล่งที่มีผนังเป็นกระจก และดูเหมือนว่าเขาจะมาเปิดม่านไว้รอเธอแล้ว ถึงได้ไม่มีอะไรปิดกั้นสายตาเธอเลย 

“ตรงนี้เป็นห้องนั่งเล่นแบบโอเพ่นแพลน ครัวกับห้องกินข้าวอยู่ทางนั้นครับ” เขาอธิบาย 

โอเพ่นแพลนคือแปลนแบบเปิดที่บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องรับประทานอาหารติดต่อกันโดยไม่มีผนังกั้นห้อง ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวาง ไม่อึดอัด แต่เพราะเป็นแบบเปิดโล่งถึงกันหมดก็ทำให้ไม่เหมาะที่จะทำอาหารไทยแบบมีกลิ่นและควัน เพราะจะทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์เดินทางไปได้ทุกพื้นที่ ซึ่งมินตราก็ทดเอาไว้ในใจ ว่าหากเธอเลือกที่จะเช่าห้องนี้ คงจะไม่มีโอกาสได้ทำอาหารแบบเต็มรูปแบบ แต่แม้อย่างนั้นก็คิดว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะปกติเธอก็ไม่ได้ทำอาหารกินเองอยู่แล้ว 

“ในนี้มีกี่ห้องเหรอคะ” เธอหันไปถามเขา  

“สองห้องนอน สองห้องน้ำครับ” เขาตอบ ผายมือไปทางหนึ่ง “ไปดูห้องนอนกันดีกว่าครับมีน” 

เขาพูดด้วยถ้อยคำธรรมดา สีหน้าก็ยิ้มแย้มเป็นปกติ แต่มินตรากลับสะดุดกับสายตาเขาในยามที่ชวนเธอไปดูห้องนอน มินตราไม่รู้ว่าสายตาเขาซ่อนแววบางอย่างที่ทำให้เธอเห็นแล้วใจสั่น หรือจริง ๆ แล้วเป็นเธอเองที่คิดไม่ดี ที่แค่ได้ยินเขาพูดคำว่าห้องนอน ความคิดก็แล่นปราดไปยังเหตุการณ์ ‘นอน’ ที่เกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมากันแน่ แต่แล้วเมื่อเข้าไปในห้องนอน มองเห็นเตียงขนาดคิงไซซ์หลังใหญ่กลางห้อง แล้วเขาหันกลับมาเอ่ยกับเธอ มินตราก็ได้รู้ว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง เพราะเขาบอกกับเธอยิ้ม ๆ ดวงตาเป็นประกาย 

“เตียงใหญ่ นอนสองคนไม่เบียดครับ” 


อยู่คนเดียว จะให้นอนกับใครคะท่าน 😳😳😳
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว