facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 17 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2564 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 17 [100%]
แบบอักษร

Let me be yours 17 

 

ความโกลาหลเกิดขึ้นในวินาทีนั้น เมื่อหน่วยจู่โจมจำนวนหนึ่งแยกตัวไปซุ่มดูสถานการณ์อยู่ด้านข้าง ตัดสินใจยิงฝ่ามือวินเซนต์ที่กำมีดไว้ การกระทำนี้ต้องใช้การวางแผนและความแม่นยำอย่างถึงที่สุด เพราะหากเป้าหมายผิดพลาดคงไม่มีใครอยากนึกถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา 

กระสุนเจาะทะลุฝ่ามือทำให้วินเซนต์จำต้องปล่อยมีดด้วยความเจ็บปวดมหาศาล หมาจนตรอกที่บาดเจ็บยิ่งออกอาการคลุ้มคลั่ง ยกมือข้างที่ดีขึ้นบีบลำคอนาธานโดยไม่สนว่าตัวประกันของมันจะหมดสติไปแล้ว เรี่ยวแรงของคนที่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้มากมายอย่างหน้าเหลือเชื่อ ทำเอาเลือดยิ่งทะลักออกจากบาดแผลอย่างน่ากลัว แต่ในเมื่อมือไม่มีอาวุธแล้วกระสุนนัดอื่นๆ จึงตามมา 

โจเซฟคือคนแรกที่วิ่งฝ่าวงล้อมเข้าถึงตัวนาธานได้ก่อน ไหล่กระแทกเจ้าหน้าที่จู่โจมนายหนึ่งออกไปให้พ้นทาง ยกขาถีบหน้าอกวินเซนต์ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล ฝ่ายนั้นกระอักเลือดออกมาคำโต มือคลายออกจากลำคอนาธานโดยอัตโนมัติ ดวงตาแข็งกร้าวแดงฉานเห็นภาพน่ากลัวของคนรักพลันหันไปสะบัดหลังเท้าใส่ปลายคางวินเซนต์อีกครั้งเต็มแรงจนล้มลงแน่นิ่งไปกับพื้น 

"นาท!!" 

เสียงเรียกดังก้องไม่ต่างจากสัตว์ร้ายบาดเจ็บ ทรุดตัวลงคว้าคนไร้สติเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความหวงแหน หัวใจแหลกสลายไปแล้วเมื่อเห็นเลือดจำนวนมากไหลริน ฝ่ามือสั่นเทาพยายามกดบาดแผลที่ยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ผู้ชายตัวโตที่แข็งแกร่งดังหินผาบัดนี้กลับสั่นสะท้านไปทั้งตัวหวาดกลัวไปทั้งหัวใจ ทำได้เพียงส่งเสียงตะโกนเรียกรถพยาบาลจนแสบคอ ปากพึมพำเรียกชื่อคนในดวงใจซ้ำไปซ้ำมา เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ามาประถมพยาบาลเบื้องต้น และเคลื่อนย้ายเขาขึ้นรถฉุกเฉินออกไป 

ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาเท่าไหร่โจเซฟไม่อาจรู้ เพราะทุกอย่างเคลื่อนไหวเหมือนอยู่ในโหมดสโลโมชัน กระทั่งเสียงไซเรนค่อยๆ ห่างไกลออกไปถึงเพิ่งรับรู้เสียงตะโกนของดีแลนผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ กำลังพยายามดึงสติเพื่อนกลับมา 

"โจ! นายต้องตามเขาไปโรงพยาบาล! ไอ้บ้าเอ๊ย! ได้ยินหรือเปล่าวะ ตั้งสติเดี๋ยวนี้!!" 

โจเซฟกะพริบตาสองทีเมื่อหัวไหล่ชาหนึบเพราะแรงต่อยของดีแลน ตอนนั้นเองที่ดวงตาเลื่อนลอยเริ่มมีประกายรับรู้เกิดขึ้น 

"ให้ตายสิวะ! ฉันจะไปเอารถ" 

โจเซฟกัดฟันกรอด หันไปมองวินเซนต์ที่กำลังถูกเข็นขึ้นไปบนรถฉุกเฉินอีกคัน อยากตรงเข้าไปขย้ำลำคอมันกระชากฝาครอบออกซิเจนออกให้มันค่อยๆ ขาดใจตายช้าๆ ด้วยความทรมานอย่างถึงที่สุด และเขาสาบานว่าจะยืนอยู่ตรงนั้น มอบรอยยิ้มเยาะหยันให้มันในวินาทีสุดท้ายของชีวิต 

....แต่เขาทำไม่ได้ 

เพราะยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่เขาเป็นห่วงมากกว่า อาการวูบโหวงในหน้าอกข้างซ้ายเหมือนมีใครกระชากเอาอะไรออกไปเอาชนะความเคียดแค้นจนหมดสิ้น 

เขาหันหลังวิ่งไปทางเดียวกับดีแลน 

อีกฝ่ายโยนเสื้อยืดตัวหนึ่งมาให้หลังจากติดเครื่องยนต์ 

"เปลี่ยนซะ" 

สองมือสั่นเทายกขึ้น มันยังคงเต็มไปด้วยเลือดของคนที่เขารัก ลามมายังเสื้อด้านหน้าทั้งแถบบ่งบอกว่าเจ้าเม่นแคระของเขาเสียเลือดไปมากแค่ไหน ปริมาณมากมายเสียจนเขากลัว 

"ใจเย็นๆ เขาจะไม่เป็นไร" 

เสียงปลอบจากดีแลนเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะภาพสุดท้ายที่ติดตามันไม่ได้บอกแบบนั้น ประสบการณ์ของโจเซฟที่เคยเห็นชีวิตคนดับสิ้นลงตรงหน้าหลายครั้งหลายคราบ่งบอกว่าอาการของนาธานสาหัสเพียงใด 

....ไม่ ไม่ 

เจ้าเด็กแสบจะต้องไม่เป็นอะไร 

จะต้องไม่เป็นไร! 

"เขาจะต้องไม่เป็นไร" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นเพื่อย้ำเตือนกับตัวเองอีกครั้ง ราวกับว่าต้องพูดมันซ้ำๆ ถึงจะทำใจยอมเชื่อได้ 

"ใช่ เขาจะไม่เป็นไร" 

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ดีแลนได้เห็นน้ำตาของผู้ชายเข้มแข็งที่ชื่อว่าโจเซฟ 

 

นาธานตัดสินใจเล่าเรื่องภาพถ่ายของโยลันดาให้โจเซฟฟังตั้งแต่ในรถวันนั้น หลังจากคลื่นอารมณ์รุนแรงสงบลง เพราะเขาคืออำนาจเดียวที่นาธานมี รู้ดีว่าลำพังตัวเองคนเดียวคงจัดการเรื่องทุกอย่างไม่ได้อีกแล้ว บทเรียนราคาแพงครั้งนี้สอนให้เขาหลาบจำ โจเซฟส่งนาธานกลับบ้านและออกไปจัดการปัญหาครั้งนี้กับดีแลน ทำทีเหมือนกลับไปทำงานที่ร้านตามปกติ เล่นละครของเขาต่อไป 

แผนคือนาธานส่งข้อมูลบอกวินเซนต์ตามจริงทั้งหมด ให้ในสิ่งที่มันต้องการเพื่อหยุดการคุกคามโยลันดาและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาซะ แต่เพื่อยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดจะถูกถอนรากถอนโคนโดยไม่มีใครแว้งกลับมากัดพวกเขาอีกแล้ว ดีแลนจึงแจ้งเรื่องทั้งหมดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุ้นเคยกันดี การนำจับครั้งนี้จะรวบได้ทั้งสองเครือข่ายใหญ่ และมันควรถูกกวาดล้างไปโดนไม่มีอะไรมากระทบถึงพวกเขา 

แต่ใครจะรู้ว่าวินเซนต์จมูกดีเกินคาด ใช้ช่วงเวลาที่ยังไม่มีใครตั้งตัวลักพานาธานไป ตัวแปรใหม่ที่ดีแลนไม่รู้คือลูกค้าของแมทธิว มันเร่งปฏิกิริยาให้วินเซนต์ลงมือก่อนเวลา ทุกอย่างจึงผกผันเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดแบบนี้ หน่วยจู่โจมมาช้าไปเพียงไม่กี่นาที แต่มันกลับกำลังจะพรากคนสำคัญของเขาไป 

นาธานมีภาวะช็อกจากการเสียเลือด เพราะวินาทีที่วินเซนต์คลุ้มคลั่งและบีบคอเขาทำให้บาดแผลฉีกขาด สูญเสียเลือดไปในปริมาณมากทำให้เกิดภาวะล้มเหลวของระบบไหลเวียนโลหิต ตอนนี้ทางแพทย์กำลังดำเนินการช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ 

สิ่งที่โจเซฟทำได้ตอนนี้คือภาวนา เดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเหมือนหนูติดจั่นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ราวกับหากเขาหยุดก้าวเท้าลมหายใจของนาธานก็จะหลุดลอยตามไปด้วยโดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลย 

"บ้าเอ๊ย!" 

มือทุบผนังปูนระบายอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี มันอึดอัดกระวนกระวายไปหมด เหมือนคนติดอยู่ในเขาวงกตซับซ้อนหาทางออกไม่ได้ อากาศหายใจก็น้อยเต็มที เหมือนมีมือปริศนากำบีบหัวใจของเขาเอาไว้ จะหนีไปทางไหนก็หนีไม่พ้น 

"ใจเย็นๆ โจ ที่นี่โรงพยาบาล" ควินตันที่ตามมาพร้อมกับทอมทันทีที่รู้ข่าวตบบ่าโจเซฟเบาๆ เพื่อปลอบใจและเตือนสติเขาไปด้วย 

"ฉันควรระวังให้มากกว่านี้" 

"นายทำดีที่สุดแล้ว พวกเราทุกคนไม่ใช่พระเจ้า ไม่มีใครคาดเดาเรื่องราวได้ถูกต้องครบถ้วนทั้งหมดหรอก มันเป็นเหตุสุดวิสัย" ดีแลนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ 

"เขาอยู่ในมือหมอแล้วเพื่อน ใครก็รู้ว่าหมอที่นี่เก่งจะตาย ต้องช่วยเขาได้แน่" ทอมช่วยเสริมอีกแรง 

เพราะตอนนี้สิ่งที่ทุกคนทำได้คือเอาใจช่วยให้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี ....ทำได้เท่านั้นเอง 

ตอนนี้แรนดี้กำลังเดินทางไปรับโยลันดาที่สนามบิน ทางเจ้าหน้าที่พยายามหาเที่ยวบินที่เร็วที่สุดเท่าที่หาได้ให้เธอกลับมาดูลูกชาย 

"เขาเป็นนักสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ยังไงก็ต้องหาทางกลับมาหานายได้แน่" คำพูดของควินตันทำให้ดวงตาแดงก่ำของโจเซฟสั่นเครืออีกครั้ง 

ใช่สิ เขารู้ดียิ่งกว่าใคร 

เจ้าเด็กแสบนั่นต้องหาทางกลับมาได้แน่ 

ได้โปรดเถอะนาธาน ขอแค่นายลืมตาขึ้นมา ฉันยินดีตามใจนายไปชั่วชีวิต เจ้าเม่นจอมยั่วของฉัน 

 

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นโยลันดาก็มาถึง เสี้ยวนาทีที่ได้พบหน้าเธอโจเซฟก็เข้าใจคำว่าครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง ในความหนักใจยังมีความโล่งอกสายหนึ่งแฝงเข้ามาด้วย ชิ้นส่วนกระจัดกระจายในทีแรกพลันพบที่ทางของมันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ความรู้สึกที่ได้พบหน้าแม่อีกครั้งที่เขาหลงลืมไปนานแล้วคงเป็นแบบนี้เอง 

คำพูดขอโทษมากมายที่เตรียมไว้สะดุดอยู่ในลำคอเหมือนคนสะอึก เมื่อเธอคว้าร่างกายสูงใหญ่ของเขาเข้าสู่อ้อมแขน ไหล่ที่เล็กเพียงสามในสี่ของเขาเวลานี้กลับกว้างใหญ่ราวกับท้องทะเล 

"แรนดี้เล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้ว ไม่เป็นไรนะโจ นาทเป็นเด็กเข้มแข็ง เขาจะต้องไม่เป็นไร" 

กลายเป็นว่าคนที่ควรอ่อนแอที่สุดกลับเข้มแข็งที่สุดเสียอย่างนั้น โจเซฟที่เตรียมใจรับถ้อยคำตำหนิกลับยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม เขาดูถูกหัวใจของหญิงแกร่งคนนี้ได้อย่างไร 

โจเซฟผละออกช้าๆ "ขอโทษครับ เป็นความผิดของผมเอง" 

"พูดอะไรกัน ถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นฉันที่เลี้ยงดูเจ้าเด็กคนนั้นขึ้นมาให้หัวรั้นแบบนี้ ก๋ากั่นไม่มีใครเกิน จบเรื่องครั้งนี้แล้วคงยอมสงบเสงี่ยมขึ้นมาหน่อยหรอก" 

ฝ่ามืออ่อนนุ่มตบลงบนบ่าโจเซฟเบาๆ ด้วยรอยยิ้มบาง แม้ใบหน้างดงามจะยังคงมีเค้าลางของความเหน็ดเหนื่อยและกังวลใจอย่างถึงที่สุดแต่เธอก็ยังพยายามยิ้ม 

"หลังจากนี้ก็คงต้องพึ่งเธอช่วยอบรมสั่งสอนเจ้าเด็กดื้อให้มากกว่านี้แล้วละ" 

หัวคิ้วที่กดแน่นอยู่ตลอดเวลาพลันคลายออกโดยไม่รู้ตัว การพูดคุยถึงอนาคตที่เราจะมีต่อไปในวันข้างหน้าสามารถช่วยเยียวยาจิตใจในเวลานี้ได้จริงๆ เพราะนั่นหมายถึงเราจะผ่านพ้นมันไปได้ในที่สุด 

โจเซฟไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณโยลันดาอย่างไรดี 

ตอนนั้นเองที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก คุณหมอในชุดกาวน์คนหนึ่งเดินออกมาแจ้งข่าวว่านาธานพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่แม้จะผ่านพ้นช่วงที่น่าเป็นห่วงที่สุดไปแล้ว นาธานยังคงถูกย้ายตัวไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤตเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ดี 

"คนไข้ได้สติแล้วนะครับ สามารถเข้าเยี่ยมได้ทีละสองคนในห้องผู้ป่วยวิกฤติ แต่ตอนนี้สติอาจจะยังกลับมาไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ พยายามอย่าเพิ่งกระตุ้นอะไรเขามาก และยังคงต้องสวมเครื่องช่วยหายใจไว้ก่อน ถ้าพรุ่งนี้ประเมินแล้วว่าคนไข้สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ดีพอแล้วหมอจะถอดให้ ญาติสามารถไปรอเยี่ยมที่แผนกผู้ป่วยวิกฤติได้เลยนะครับ" 

โลกทั้งใบที่กดทับลงมาพลันหายวับไปกับตา ฝ่ามือปริศนาที่บีบรัดหัวใจโจเซฟอยู่ตลอดเวลาพลันคลายลง รู้สึกว่าสามารถหายใจสุดปอดได้เสียที ....เจ้าเด็กดื้อของเขากลับมาแล้ว 

ไม่ต่างจากโยลันดาที่ยืนน้ำตาคลอ จับมือคุณหมอเขย่าไปมาและพูดขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความโล่งใจ 

"ไปกันเถอะครับ เจ้านั่นคงรอเจอทุกคนไม่ไหวแล้ว ชักช้าเดี๋ยวเกิดอาละวาดขึ้นมาให้คุณพยาบาลเขาหนักใจกันอีก" แรนดี้เอ่ยติดตลก แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาเองก็อยากเจอเพื่อนสนิทเร็วๆ เหมือนกัน 

โยลันดายิ้มทั้งน้ำตา "จ้ะ ไปกันเถอะ" 

 

แม้จะเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังคงทำให้โจเซฟหัวใจสลายได้อยู่ดี โล่งใจบ้าบออะไรกันในเมื่อมีสายระโยงระยางเต็มตัวคนรักของเขาไปหมด บนลำคอมีผ้าปิดแผลขนาดใหญ่ปิดอยู่ แต่ที่ปิดไม่มิดนั่นเต็มไปด้วยรอยช้ำน่ากลัว เพียงไม่กี่ชั่วโมงเจ้าตัวกลับดูบอบช้ำอ่อนล้าจนแทบกลายเป็นคนละคน 

โจเซฟถอยให้โยลันดาเข้าหาลูกชายก่อนโดยที่เขายืนรออยู่ด้านหลัง เฝ้ามองสองแม่ลูกน้ำตาไหลรินท่ามกลางเสียงการทำงานของเครื่องแพทย์ 

หมอบอกว่านาธานอาจจะมีอาการเสียงแหบแห้งและเจ็บคอเพราะกล่องเสียงกระทบกระเทือนจากการถูกบีบรัดอย่างแรง ดังนั้นตอนนี้เมื่อเจ้าตัวพยายามจะเรียกแม่ผ่านหน้ากากออกซิเจนจึงฟังแทบไม่เป็นคำ 

"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว เจ็บก็ไม่ต้องพยายามนะลูก" โยลันดาเอ่ยเสียงปนสะอื้นลูบฝ่ามือข้างที่ไม่ถูกเจาะของลูกชาย หากเป็นไปได้เธอขอรับเรื่องโหดร้ายทั้งหมดนี้ไว้ด้วยตัวเองยังดีเสียกว่า การที่ต้องเห็นแก้วตาดวงใจของเธอเจ็บปวดแบบนี้ทำหัวใจเธอสลาย แต่ถึงอย่างนั้นก็จำต้องแข็งใจส่งยิ้มให้เขา 

"แม่ไม่เป็นไร นาทไม่ต้องห่วงนะ เพราะลูกตำรวจถึงพาแม่ไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น ป้าซาแมนธาของลูกเป็นห่วงใหญ่ เดี๋ยวตอนออกไปก็ต้องโทรบอกเธอด้วยว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี หลานชายตัวแสบของเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงกลับมาซ่าได้เหมือนเดิม" 

มุมปากนาธานยกขึ้นเพียงน้อยนิด ฝ่ามือบีบแม่เบาๆ อย่างอ่อนแรง สายตาห่วงหาอาทรของเขาถ่ายทอดแทนคำพูดออกไปจนหมดแล้ว สองแม่ลูกต่างสื่อสารกันด้วยความเงียบอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนโยลัยดาจะลุกขึ้นโน้มตัวลงจูบบนหน้าผากขาวซีดแผ่วเบาด้วยความรักใคร่ 

"ยังมีอีกคนที่เป็นห่วงลูกมากกว่าใคร เห็นแบบนี้แล้วแม่ก็ยินดีฝากดวงใจของแม่ให้เขาดูแลแล้วล่ะ" โยลันดาหันมองโจเซฟด้วยรอยยิ้มบาง ขยับถอยหลังให้โจเซฟมาแทนที่เธอพลางลูบต้นแขนเขาเบาๆ "ฝากน้องด้วยนะโจ" 

โจเซฟตอบรับโดยไม่ต้องคิดแม้เสี้ยววินาที "ครับ" 

....เป็นคำสัญญาที่กำหนดระยะเวลาชั่วชีวิต 

โยลันดาออกไปแล้ว ทว่าโจเซฟกลับยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไรสักคำนอกจากมองเจ้าเม่นแคระไม่วางตาเพื่อชดเชยช่วงเวลาน่าหวาดหวั่น ใช้ภาพนี้ลบความทรงจำสีแดงฉานที่ยังคงตามหลอกหลอนทุกวินาที กลัวว่าหากเขาละสายตาคนตรงหน้านี้จะอันตรธานหายไปอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่มีวันได้คืน 

กระทั่งฝ่ามืออ่อนนุ่มแนบลงข้างแก้ม เช็ดของเหลวเปียกชื้นซึ่งเจ้าตัวไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จนเมื่อตอนนี้รู้แล้วเขากลับไม่อายที่จะให้นาธานได้เห็นมัน 

โจเซฟในมุมอ่อนแอมากที่สุด 

"ฉันนึกว่าจะเสียนายไปแล้ว....รู้ไหม" 

มือใหญ่ทาบทับลงบนฝ่ามือบอบบาง แนบแก้มลงรับสัมผัสอุ่นเพื่อยืนยันว่าคนตรงหน้ายังมีชีวิต เขายังไม่ได้เสียหัวใจของเขาไป 

น้ำตาหยดหนึ่งไหลกลิ้งลงจากหางตาของนาธาน โจเซฟบรรจงเช็ดให้อย่างเบามือ "แต่สุดท้ายฉันก็ได้นายกลับคืนมา เจ้าเม่นแสบของฉัน" 

คนสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ หรือว่าเขาหูฝาดไปเอง โจเซฟเรียกเขาว่าเม่นอย่างนั้นหรือ 

ทำไมถึงเป็นเม่นล่ะ? 

แต่เพราะสติยังไม่กลับมาครบถ้วน เขาจึงลงความเห็นว่าตัวเองหูฝาดไป 

โจเซฟหันหน้าจูบลงบนกลางฝ่ามือนาธานด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม ยังมีคำพูดอีกมากมายที่เขาต้องการบอกเจ้าเม่นแคระ แต่เพราะเวลานี้ดวงตาสีเข้มฉายประกายอ่อนล้าเต็มที เจ้าตัวแสบฝืนตัวเองไว้จนถึงที่สุดแล้ว 

"พักผ่อนเถอะนะเด็กดี คืนนี้คงต้องให้นายนอนที่นี่คนเดียวไปก่อน หมออนุญาตให้เยี่ยมได้แค่สองชั่วโมง นอนเฝ้าไม่ได้ หายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับบ้านของเรากันนะ" 

ปลายนิ้วโป้งสีซีดลากไล่แก้มสากของโจเซฟแผ่วเบา ดวงตาอ่อนล้าปิดลงช้าๆ เหมือนน้ำเสียงนุ่มทุ้มของโจเซฟเป็นดั่งเพลงกล่อมนอน 

บ้านของเราหรือ.... 

เขาชอบคำนี้จัง 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

งือออ ลูกชายคนเล็กของหม่ามี้  

หนูโดนหนักที่สุดเลยลูก คนพี่หัวใจสลายแล้ววว 

รีบหายไวๆ นะ! 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว