email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิล ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 5 วนเวียน

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 วนเวียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 599

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 วนเวียน
แบบอักษร

ตอนที่ 5 วนเวียน 

@หลายวันต่อไป 

นิ้วเรียวเคาะลงโต๊ะเป็นจังหวะขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นเท้าคาง ดวงตาวาววับฉ่ำน้ำคู่สวยเหม่อมองวิวทิวทัศน์ของเมืองกรุงผ่านกระจกของห้องทำงานบนตึกสูงนิ่งนาน สีหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย 

เมื่อไหร่จะฝึกงานเสร็จนะ?  

ประโยคเดิม ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวทุกวี่วันนับตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ซีทูพี อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด และยิ่งใกล้ถึงวันสิ้นสุดสถานะนักศึกษาฝึกงาน ความถี่ของการถอนหายใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  

แม้ว่าการได้ฝึกงานในบริษัทของครอบครัวนั้นจะสุขสบายเนื่องจากได้เริ่มทำในตำแหน่งสูง ไม่จำเป็นต้องทำงานเล็ก ๆ น้อย อาทิ ชงกาแฟหรือเดินเอกสารระหว่างแผนก ซ้ำยังมีห้องทำงานส่วนตัว ทว่านี่กลับไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ 

เธอไม่ได้อยากดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ เธอไม่ได้อยากให้ใครมาคอยพะเน้าพะนอหรือก้มหัวทำความเคารพยามเดินผ่าน เพียงเพราะเธอคือฐานะทายาทที่อาจจะได้ขึ้นแท่นผู้บริหารในอนาคต 

หลายคนอาจจะมองว่านี่คือชีวิตที่ทุกคนใฝ่ฝัน เส้นทางสวยงามโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ สามารถคว้าทุกอย่างมาครอบครองได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เอ่ยปาก  

แต่ใครเลยจะรู้ว่าความจริงแล้ว .... เธออยากเป็นแค่ 'นางสาวโชติกานต์' คนธรรมดาที่มีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นหัวหน้าทัวร์ตัวเล็ก ๆ 

ก้อกก้อกก้อก 

พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นดึงความสนใจ บริ้งค์ยืดหลังนั่งตัวตรง ปรายตาไปมองตัวเลขที่ปรากฏบนมุมล่างของหน้าคอมพิวเตอร์เพียงนิดก่อนเอ่ยอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามา 

"เชิญค่ะ" 

สิ้นเสียงหวานใสบานประตูกระจกก็เปิดออกกว้าง ก่อนที่ปนัดดา เลขาวัยสี่สิบของบิดาจะก้าวเข้ามาด้านในพร้อมกับเอกสารเกี่ยวกับการบริหารงานของบริษัทในแต่ละปีที่นำมาให้เธอศึกษาในทุกวัน 

"ขอบคุณนะคะ" 

บริ้งค์กล่าวขอบคุณสั้น ๆ รอกระทั่งอีกฝ่ายถอยออกไปแล้วจึงค่อยดึงแต่ละแฟ้มมากางดูรายละเอียดด้วยสีหน้าเซ็งจัด เธอเกลียดการคิดคำนวณ เธอเกลียดการท่องจำ แต่ไม่ว่าจะเกลียดแค่ไหนสุดท้ายก็ยังหนีมันไม่พ้น เฮ้ออ~ 

ครืดครืด ครืดครืด 

ดวงตากลมชำเลืองอุปกรณ์สื่อสารที่สว่างวาบแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ ยกตัวขึ้นหลังมองเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ 

( ขวัญข้าว : ออกมาแรดด้วยกันหน่อยเร็ววว อีกเดี๋ยวเพื่อนจะกลับดอยแล้วนะ ) 

มาได้เวลาเหมือนรู้ใจ! บริ้งค์อมยิ้มพลางจรดปลายนิ้วลงพิมพ์ข้อความตอบกลับไป ไหน ๆ ก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน แถมตอนนี้ก็ใกล้จะพักเที่ยง ถือซะว่าเธอออกไปทานข้าวกลางวันข้างนอก เจอรถติดจนกลับมาไม่ทันเลยต้องลาช่วงบ่ายก็แล้วกัน 

หลังวางแผนหาข้ออ้างในการอู้งานเสร็จสรรพแล้วคนที่เบื่อกับการอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมใจแทบขาดก็คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์ C คู่ใจมาคล้องบ่า ก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังประตูอย่างร่าเริง 

ทว่าในจังหวะที่ขาเรียวก้าวข้ามพ้นประตูมาได้ไม่เท่าไหร่ ร่างบางก็ชะงักฝีเท้าหยุดกึกเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่กำลังเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องทำงานของบิดา 

"โอ๊ะ! เหมือนจัง ... " 

บริ้งค์พึมพำเสียงแผ่วเมื่อภาพสีหน้ายียวนกวนประสาทของผู้ชายที่เธอเคยลากมาเป็นไม้กันหมาผุดขึ้นมาในความทรงทำ แต่พอนึกถึงลักษณะท่าทางของเขาแล้ว เธอก็ส่ายหน้าไปมา 

"ไม่ใช่หรอก ตาลุงนั่นเหมือนมาเฟียมากกว่านักธุรกิจเยอะ ฮึ!" 

คิดถึงพฤติกรรมที่เขาทำกับเธอในคืนนั้น ริมฝีปากบางก็เบ้คว่ำน้อย ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ไอ้เราก็อุตส่าห์ปลื้มเห็นว่าทั้งหล่อทั้งใจดี แต่ที่ไหนได้ ... พอเปิดปากพูดที อยากจะเอามืออุดมันซะเดี๋ยวนั้น! 

"แล้วจะไปนึกถึงตาบ้านั่นทำไมเนี้ย โอ๊ยยย อารมณ์เสีย" 

ใบหน้าหวานหงิกงอ สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนเร่งฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปในลิฟต์ คอยดูนะวันนี้เธอจะช็อปปิ้งให้หายเครียดกันไปข้างเลย! 

 

@ห้างสรรพสินค้า 

"ทางนี้ยัยสีชมพู!" 

บริ้งค์ทำหน้าเมื่อยทันทีหลังได้ยินเสียงแหลม ๆ ของเพื่อนสาวซึ่งกำลังโบกไม้โบกมือเรียก ก่อนจะมุ่งตรงไปยังทิศที่เจ้าหล่อนนั่งทำหน้าแป้นแล้นอยู่ 

"กลัวคนไม่รู้หรือไงยะว่าฉันใส่ชุดสีอะไร" 

"แหม ๆ แล้วแกล่ะ กลัวคนไม่รู้หรือไงว่าชอบสีอะไร" 

ขวัญข้าวกระแหนะกระแหนพลางใช้ปลายนิ้วจิ้มไปตามเครื่องแต่งกายที่คลุมทับชุดนักศึกษาบนเรือนร่างของเพื่อนสาว เห็นแล้วอยากจะจับแต่งตัวใหม่เสียจริง มองไกล ๆ นี่นึกว่าลูกอมสตรอว์เบอร์รี่เดินได้! 

กิริยากวาดสายตามองไล่ขึ้นมาทำเอาใบหน้าหวานยิ่งหงิกงอกกว่าเก่าหลายส่วน มือเรียวฟาดเพี้ยะเข้าที่หลังมือเพื่อนสาวก่อนปัดให้พ้นทางอย่างแง่งอน  

"ทำไมยะ มีปัญหากับชุดฉันเหรอ" 

"มิกล้าเจ้าค่ะมิกล้าาา" 

"ดีมากค่ะ อย่าให้คุณโชติกานต์ต้องโมโหหิวนะคะ แล้วนี่ตกลงคุณศิริกานดาคิดได้หรือยังคะว่าจะรับประทานอะไร" 

ถ้อยคำสุภาพหากแต่ใช้น้ำเสียงประชดประชันทำเอาขวัญข้าวหลุดหัวเราะพรืดใหญ่ ชำเลืองไปมองป้ายข้อมูลที่รวบรวมรายการร้านอาหารทั้งหมดของห้างแล้วหันกลับมาส่ายหน้า 

"ยังคิดไม่ออกเลยอะ ขอเดินดูก่อนแล้วกัน" 

"ให้ไวเลย อ้อ แล้วก็ห้ามตอบว่า 'อะไรก็ได้แกคิดแล้วกัน' ในเมื่อวันนี้แกเป็นคนชวนฉันออกมา แกก็ต้องเป็นคนเลือก" 

บริ้งค์พูดดักอย่างรู้ทันก่อนเดินเลี่ยงไปยังเคาน์เตอร์หมายจะสั่งของว่างมาทานรองท้องระหว่างรอเพื่อนคิดเมนู เพราะถึงเธอจะยังไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่ แต่การใช้ของหวาน ๆ เย็น ๆ มาช่วยกับความหัวร้อนที่ยังไม่มอดดีก็เป็นเหตุผลที่เข้าท่า  

"สวัสดีค่ะ ลูกค้ารับเป็นรสชาติไหนดีคะ" 

พนักงานสาวสวยเอ่ยทักทายก่อนส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจไปให้ทันทีที่เห็นลูกค้าเขย่งปลายเท้าขึ้นเกาะบนกระจกใสทรงโค้งพร้อมกวาดสายตามองไอศกรีมสีสวยไล่ไปทีละถังด้วยสีหน้าครุ่นคิด 

"อา เอาเวรี่สตรอว์เบอร์รี่ใส่โคนค่ะ" 

"แกสั่งให้เขาใส่แบบถ้วยสกุ๊ปดีกว่าไหม เดี๋ยวก็ได้หกเลอะเทอะอีกหรอก" 

ขวัญข้าวซึ่งเพิ่งชำระค่าเสียหายถ้วยใหญ่ไปหมาด ๆ รีบโน้มใบหน้าเข้าไปทักท้วงด้วยรู้ดีว่าสกิลการประคองไอศกรีมของเพื่อนนั้นค่อนข้างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยิ่งต้องเดินไปกินไปด้วยแล้ว มีสิทธิ์ร่วงลงไปกองที่พื้นแทนที่จะเป็นปากสูงมาก ทว่าคนถูกทักกลับขึงตาดุ 

"นี่! ฉันโตแล้วนะยะไม่ใช่เด็กประถม" 

"ก็มีแต่ตัวนี่แหละที่แกโตจนไม่เหมือนเด็ก" 

คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก! เด็กที่ไหนจะใช้เสื้อในคัพซียะ! บริ้งค์เถียงในใจ ทำหน้าบูดบึ้ง ทำไมใคร ๆ ต่างก็เอาแต่มองว่าเธอเป็นเด็กกันนัก ขนาดเพื่อนก็ยังไม่เว้นเลย ฮึ้ย! 

พลันดวงตาก็เปล่งประกายวาววับเกเรเมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ฮึ! ไหน ๆ ก็ว่าเธอเหมือนเด็กแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้แกก็เป็นพี่เลี้ยงเด็กน้อยตาดำ ๆ คนนี้สักหนึ่งวันก็แล้วกัน!  

บริ้งค์รับเอาไอศกรีมมาถือไว้แล้วหันมาออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน "จ่ายให้หนูบริ้งค์ด้วยนะคะ คุณน้าขวัญข้าว~" 

ปั้นหน้าบ้องแบ๊วใส่ทิ้งท้ายแล้วเธอก็ก้าวฉับ ๆ หนีออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว คนข้างหลังจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้ววางธนบัตรจ่ายแทนตามคำขอกึ่งคำสั่ง 

"มานี่เลยนะยัยตัวดี!" 

เสียงแหลมตะโกนไล่หลังกระตุ้นให้บริ้งค์เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เอี้ยวหน้าไปมองคนเกรี้ยวกราดแล้วยักคิ้วหลิ่วตาใส่อย่างย่ามใจ ทว่าในจังหวะที่หันกลับมามองทางเบื้องหน้า ดวงตาก็เบิกกว้าง รีบกระโดดหลบตามสัญชาตญาณทันที 

"อันนั้นของหนู / ของหนู!" 

เงาเล็ก ๆ วูบผ่านก่อนที่เสียงเจี๊ยวจ๊าวสลับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจะค่อย ๆ แผ่วลงตามระยะที่ห่างออกไป  

บริ้งค์หอบหายใจรัวเร็วด้วยความตกใจ มองตามเด็กน้อยทั้งสองที่วิ่งผ่านไปแล้วยกมือขึ้นทาบอก เกือบไปแล้วเชียว ...  

เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ตัวเองหยุดฝีเท้าแล้วเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีการปะทะ ไม่อยากนั้นล่ะก็ ... ไอศกรีมทั้งโคนคงได้เข้าไปอยู่ในปากเธอซะหมดในคราเดียว  

"ลูกหลานใครเนี้ย ทำไมถึงปล่อยให้มาวิ่งเล่นในห้างแบบนี้" 

บริ้งค์บ่นอุบ เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ทำให้เธออดนึกตำหนิผู้ปกครองที่ไม่สามารถควบคุมบุตรหลานของตัวเองไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่านี่คือที่สาธารณะยังจะปล่อยให้วิ่งกันเยี่ยงสนามเด็กเล่น 

เธอส่ายหน้าไปมา มองตามจนเด็กทั้งสองหายลับไปจากสายตาแล้วจึงหันไปหาเพื่อนหมายจะบ่นต่อ พลันสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นงุนงงระคนสงสัยเมื่อพบว่าอีกฝ่ายหน้าถอดสีซีดเผือด ยืนอ้าปากเหวอซะอย่างงั้น 

"นี่หิวถึงขนาดอ้าปากดักรอกินแมลงวันเลยเหรอ" 

บริ้งค์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพลางใช้ปลายนิ้วดันคางมนให้ด้วยความเวทนา แต่ดูท่าว่าสติสตังของเพื่อนจะปลิวหายไปพร้อมกับเด็กน้อยเพราะนอกจากจะไม่ตบมุกแล้วยังอ้าปากพะงาบ ๆ อีกต่างหาก 

"เป็นอะไรของแกเนี้ย" 

"ไอ ... ไอติมแก ..." 

หืื้ม? อยากกินเหรอ? คิดแล้วก็ยื่นมือข้างที่ถือไอศกรีมไปให้ด้วยเข้าใจว่าเพื่อนอยากขอชิม ก่อนจะชะงักค้างกลางอากาศหลังสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง 

หะ...หาย! ไอติมเธอหายไปไหนแล้ว! เธอเพิ่งได้กินแค่ไม่กี่คำเองนะ!  

บริ้งค์ทำตาโตแล้วหันซ้ายหันขวา ก้มมองหาเจ้าก้อนสีชมพูอ่อนอย่างร้อนรน พลันใจดวงน้อยก็กระตุกวูบเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีชมพูอ่อนจำนวนหนึ่งบนรองเท้าหนังราคาแพงซึ่งหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอไปเพียงก้าวเดียว 

ซวยแล้ว! นี่คือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวในตอนนี้ บริ้งค์ลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำด้วยความหวาดหวั่นระคนรู้สึกผิดขณะค่อย ๆ ช้อนสายตามองไล่ขึ้นไปมองหน้าผู้ที่น่าจะเป็นฝ่ายรับเอาไอศกรีมของเธอแทนพื้น  

และทันทีที่ก้อนไอศกรีมบนหัวไหล่กับสีหน้าถมึงทึงของผู้เคราะห์ร้ายปรากฏสู่สายตา ใบหน้าหวานก็ซีดเผือด หดลงเหลือเพียงสองนิ้ว ...  

"ยัยเด็กบ้า!" 

 

*********** 

น้องน่าจะยกสูงอีกนิดนะ จะได้เข้าปากอิพี่มันพอดี 55555555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว