Twitter-icon

"มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่ไม่ได้เขียนหนังสือเพื่อเงิน" "No man but a blockhead ever wrote, except for money." James Boswell. Life of Samuel Johnson (1791). 5 April 1776

ตอนที่ 4 เพื่อนรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เพื่อนรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2564 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เพื่อนรัก
แบบอักษร

ตอนที่ 4 เพื่อนรัก 

               ตลอดทางที่เดินไปโรงเรียน นิสาก็มองดูภาพรอบตัวแล้วทบทวนความจำให้ได้มากที่สุด ภาพของรถสองแถวที่วิ่งขวักไขว่ เด็กนักเรียนผู้ชายโหนรถสองแถวกันเป็นพวง ใครที่บ้านพอมีฐานะหน่อยก็ขับมอเตอร์ไซค์มาโรงเรียน ภาพที่ไม่ได้เห็นมาหลายสิบปีตอนนี้เธอกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของมันโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งภาพจากโทรศัพท์มือถืออีกแล้ว

               มือถือ...ใช่ ตอนนี้ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเลยด้วยซ้ำ แค่คอมพิวเตอร์ก็ยังไม่น่าจะมีใช้กันเลย...ในหัวของนิสาสับสนไปหมด เธอย้อนกลับสู่อดีตพร้อมกับความทรงจำในชีวิตที่แล้วจริงหรือ...ความทรงจำนั้นคือภาพฝันที่เธอวิปลาสไปเองหรือความเป็นจริงกันแน่ ต้องมีอะไรที่จะต้องพิสูจน์ให้แน่ใจให้ได้

               ...แม้นในความรู้สึกของเธอ เธอมั่นใจว่าเธอได้รับโอกาสอีกครั้งแล้วจริงๆ ก็ตาม

               เธอมาถึงโรงเรียนแล้ว ปัญหาใหญ่ก็คือ เด็กสาวแทบจะไม่เหลือความทรงจำวัยเด็กตอนนี้เลย ทุกอย่างมันเลือนรางไปหมด ที่นี่คือโรงเรียนประจำจังหวัดชั้นนำที่นิสาสอบเข้าเรียนไม่ได้ แม่ของเธอต้องไปวิ่งเต้นฝากนิสาเข้าเรียนที่นี่ ซึ่งตรงกันข้ามกับพี่ชายของตัวเองที่เรียนหนังสือเก่งจนได้เรียนในห้องคิง ในขณะที่นิสาต้องอยู่ห้องเด็กฝาก

               เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง ทำอะไรแต่ละอย่างก็ไม่เคยให้แม่ภาคภูมิใจสักครั้ง เป็นตัวตลกที่ใครต่อใครหัวเราะเยาะ เป็นแค่วัตถุทางเพศให้ใครต่อใครใช้ระบายความใคร่...

               ภาพไอ้พวกนั้นลอยมาอีกแล้ว นิสาจิกเล็บมือแน่น ความรู้สึกโกรธแค้นก็พลุ่งพล่านขึ้นมา

               “สา!”

               เด็กสาวหันไปทางต้นเสียง ก็พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงผิวออกสีน้ำผึ้ง หน้าตามีสิวเขรอะ ใส่แว่นตาหนาทรงเหลี่ยมหนาเตอะ นิสายิ้มให้แล้วร้องเรียกชื่อเพื่อนด้วยความคิดถึงทันที

               “อิง!”

               เด็กหญิงใส่แว่นชะงัก

               “เป็นอะไรของแกเนี่ย วันนี้มาแปลก ทำอย่างกับไม่เห็นมาสิบปีอย่างงั้นแหละ”

               “เปล่า....เปล่า ก็ดีใจไง เห็นแกเป็นคนแรก” แล้วนิสาก็โผเข้าไปกอดเพื่อนตัวเองให้หนำใจ

               “เฮ้ย แก เป็นอะรั้ยยยยย ชั้นขนลุก ปล่อยนะ ปล่อยยย” เด็กผู้หญิงคนนั้นร้องดังลั่นหัวเราะร่วนไม่หยุด

               แก...แกจริงๆ ด้วย ฉันคิดถึงแกมากเลยรู้มั้ย? ฉันคิดถึงแกมากๆ เลยล่ะ – นิสาพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ร่างตัวเป็นๆ ของเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิตมาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เธอกอดร่างสหายคนนี้แน่นราวกับจะอยากรั้งชีวิตของคนผู้นี้เอาไว้ให้อยู่บนโลกใบนี้นานๆ

               “ทำมะ? กอดไม่ได้ หวงเนื้อหวงตัวเหรอ” เมื่อเธอมั่นใจว่าเธอกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจได้แล้ว ก็ตั้งสติและกลับมาคุยกันดังเดิม

               “ก็มันขนลุกง่ะ น่าเกลียด เธอนี่ แล้ววันนี้นึกไงมาแต่เช้าเนี่ย”

               “ก็อยากรีบมาโรงเรียนแต่เช้าบ้างนี่ เธอมาเช้าได้คนเดียวรึไง?” เด็กหญิงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “ไปห้องเรียนกันเถอะ”

               และนิสาก็ไปที่ห้องเรียนของตัวเองอย่างถูกต้อง โต๊ะเรียนหนังสือก็นั่งได้อย่างถูกต้อง เพราะเจอเพื่อนคนนี้เป็นคนแรกนั่นเอง ชีวิตใหม่วัยเรียนของเธอเริ่มต้นด้วยการเจอเพื่อนที่ดีที่สุดชีวิตของตัวเอง 

               ช่างโชคดีเหลือเกินที่เจออิงเป็นคนแรก นิสาจำได้ว่าเพื่อนคนนี้มีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน รู้สึกว่าตัวเองด้อยเหมือนกัน สมัยมัธยมหนึ่งกับสองนิสากับอิงไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ นั่งเรียนหนังสือข้างกันเสมอ  แม้กระทั่งตอนที่ทุกข์ใจก็ยังเคยเช็ดน้ำตาให้กันและกัน

               เสียดายว่าอิงตาย...ตายไปอย่างน่าสงสาร ในงานศพของอิงนิสาจำได้ว่าตัวเองไปร่วมงานศพของเพื่อนทุกคืน ร้องไห้ทุกวันหน้าศพ ยิ่งวันที่เผาศพเพื่อนคนนี้นิสาร้องไห้จนเป็นลมด้วยซ้ำไป

               ความทรงจำนั้นมันเป็นความฝันหรือ หากเป็นความฝันก็เป็นความฝันที่เหมือนจริงจนน่ากลัว   ภาพศพของอิงที่แสนน่าเวทนายังติดเป็นภาพจำอย่างแจ่มชัด

               เธอมองดูเพื่อนสนิทที่ยังมีชีวิตคุยกับเธอเจื้อยแจ้วไม่หยุด แล้วถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าจริงหรือ...จริงหรือที่ส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ในชีวิตของตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

               ในชีวิตนี้ นิสาจะไม่ยอมให้ความตายพรากเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอในชีวิตได้อีกครั้งเป็นอันขาด นิสาตอนนี้ไม่รู้หรอกว่าสภาพอันน่าสยดสยองของอิงที่เธอจำได้ติดตานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเธอฝันร้ายไปเอง แต่นิสาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นจริงเป็นอันขาด

               นิสาสัญญากับตัวเองด้วยชีวิต!

               “สาทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยป่าว?”

               นิสาได้ยินแล้วก็นึกขึ้นได้เธอรีบหยิบสมุดการบ้านขึ้นมา วิชาที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้ตั้งแต่เด็ก นิสาจำได้ว่าอิงเรียนหนังสือเก่งกว่าเธอ หลายครั้งต้องรบกวนให้อิงช่วยเรื่องการบ้านบ่อยๆ 

               “ตายแล้ว ยังไม่เสร็จอีกตั้งหลายข้อแน่ะ มาๆ เราช่วย เดี๋ยวโดนอาจารย์ดุหรอก”

               “ไม่เป็นไรหรอกอิง เดี๋ยวอิงนั่งเป็นเพื่อนเรานะ ขอเวลาเราทำการบ้านแป๊บเดียว”

               “หืมมม? วันนี้มาแปลกจริงๆ ถ้าสาไม่ไหวบอกอิงนะ” เด็กหญิงยิ้มกริ่ม “มีเวลายี่สิบนาที จะทันมั้ยเนี่ย”

               นิสาไม่ตอบอะไรอีก เพียงหยิบปากกาขึ้นมาแล้วก้มหน้าทำการบ้านในส่วนที่ยังไม่เสร็จอย่างช้าๆ หากว่าอิงสังเกตใบหน้าของนิสาดีๆ อิงจะเห็นหน้าตาคลอหน่วยที่รื้นออกมาด้วยความสุขอย่างล้นพ้น                

ความคิดเห็น