facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 59 พระสนมอวิ๋นเฟย / ตอนที่ 60 คารวะพระสนม?

ชื่อตอน : ตอนที่ 59 พระสนมอวิ๋นเฟย / ตอนที่ 60 คารวะพระสนม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2564 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 59 พระสนมอวิ๋นเฟย / ตอนที่ 60 คารวะพระสนม?
แบบอักษร

ตอนที่ 59 พระสนมอวิ๋นเฟย 

ก่อนจะข้ามเวลามา นางก็เป็นคนที่พ่อไม่รัก ญาติมิตรไม่สนใจ มีเพียงแม่ที่รักนางมากที่สุด ไม่ว่าจะได้รับความอยุติธรรมและขมขื่นสักแค่ไหน ก็จะคอยยืนปกป้องอยู่ข้างหน้านาง... 

เมื่อเห็นฮูหยินใหญ่ร่างอ่อนแอคุกเข่าร้องขอความเมตตาอยู่บนพื้น นางก็รู้สึกเจ็บปวดทันที ความตื้นตันเอ่อล้นเต็มหัวใจ 

เฉียนเฮ่าฮั่นเป็นคนชอบใช้บารมีข่มเหงผู้อื่น พอได้ยินว่าพี่สาวคนโตกลับมาแล้วก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที พลันวางท่าใหญ่โต “นังสารเลวเฉียนตั่วตั่วอยู่ไหน” 

“กูไหน่ไนของท่านอยู่ที่นี่!” เฉียนตั่วตั่วโฉบลงมาทางด้านหลังของเฉียนเฮ่าฮั่นราวกับผี ยกเท้าถีบเข้าไปที่บั้นท้ายของเฉียนเฮ่าฮั่นให้เขาล้มคว่ำทั้งยืน 

เฉียนเฮ่าฮั่นกำลังจะสบถคำหยาบออกมาโดยสัญชาตญาณ แต่พอหันกลับไปก็เห็นเฉียนตั่วตั่วถือกระบี่เอาไว้ในมือชี้มาทางตัวเอง 

เขาอาจจะตกใจกลัว นึกถึงพฤติกรรมที่อาจหาญของเฉียนตั่วตั่วเมื่อครู่ ก็รู้สึกเจ็บแปลบในหน้าอกและกล่องดวงใจของเขา พอรู้สึกตัวก็เอามือกุมเป้าทันที ปากสั่นแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว 

เฉียนตั่วตั่วยื่นมือออกมาคว้าผมของเฉียนเฮ่าฮั่นขึ้น แล้วดึงเขาเข้ามาตรงหน้านาง 

แล้วก้มตัวลงเล็กน้อยเข้าใกล้ใบหน้าของเขา รอยยิ้มเยาะค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง เอ่ยปากพูดขึ้นช้าๆ “ใครสารเลว...” 

“ข้า...ข้าคือคนสารเลว...” เฉียนเฮ่าฮั่นหวาดกลัวกับภาพลักษณ์ที่มืดทึมน่ากลัวของเฉียนตั่วตั่ว ดูเหมือนนางจะไม่เกรงกลัวพี่สาวของตนเลย คอยตามรังควานไม่มีที่สิ้นสุด เขาหมดความมั่นใจ เอ่ยปากด้วยเสียงสั่นเครือ 

“เสียงดังกว่านี้ ไม่ได้ยิน...เมื่อครู่ตกใจกับพลังของพี่ชาย...หูดับไปแล้ว...” 

“ข้ามันสารเลว...ข้าคือคนสารเลว...” เฉียนเฮ่าฮั่นเสียงสูงเพราะถูกคว้าผมไว้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวหรือเจ็บปวด... 

“อืม...นี่สิถึงเรียกว่าไม่ดื้อ...” เฉียนตั่วตั่วพูดพลางลูบศีรษะเขาอย่างพึงพอใจเหมือนกำลังชมเชยลูกสุนัข ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พูดว่า “เช่นนั้นวันหลังพี่สาวจะเรียกเจ้าว่าไอ้สารเลวเป็นไง” 

“ได้สิ ได้สิ...” เฉียนเฮ่าฮั่นพูดซ้ำๆ อย่าว่าแต่สารเลวเลย ต่อให้เรียกเขาว่าสัตว์นรก เขาก็จะตอบตกลงโดยไม่ลังเล 

เมื่อได้ยินเช่นนี้เฉียนตั่วตั่วก็รู้สึกสบายใจ จับเฉียนเฮ่าฮั่นกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะขยิบตาให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลัง ให้พวกเขาพยุงเฉียนเฮาฮั่นเข้าไปในห้องโถงด้านหน้าอย่างทะนงองอาจ 

ในเวลานี้... 

จวนสกุลเฉียนทั้งหลังสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ บ่าวรับใช้ทุกคนคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียงที่หน้าประตูห้องโถงใหญ่ ก้มหัวรับคำอย่างเดียว 

ก็ใช่น่ะสิ คุณหนูใหญ่ของสกุลเฉียน พระสนมอวิ๋นเฟยได้เสกสมรสแล้ว พวกเขาต้องระมัดระวังแม้แต่การหายใจแรง 

ยิ่งไปกว่านั้นพระสนมอวิ๋นเฟยนั้นโกรธเพราะน้องชายแท้ๆ ของนางถูกทำร้าย บางทีตนเองอาจจะเป็นคนต่อไปที่โชคร้าย 

เมื่อเฉียนตั่วตั่วเดินโงนเงนไปถึงห้องโถงด้านหน้า ก็เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกินจริง 

บนที่นั่งด้านหน้าสุด มีสตรีงามที่สุดในแผ่นดินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แดงอย่างสง่างามและสูงศักดิ์ 

ข้างกายนางคือเฉียนเจิ้งควนและฮูหยินรองตามลำดับ ในส่วนของอนุคนอื่นๆ ทำได้เพียงแค่ยืนด้วยความเคารพ 

เห็นเพียงอวิ๋นเฟยสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนลากยาวถึงพื้น เอวบางคาดด้วยสายรัดเอว ยิ่งทำให้กว้างไม่ถึงคืบ มีปิ่นปะการังแก้วเจ็ดประการปักอยู่บนเส้นผม ใบหน้างดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ ผมดำขลับเกล้าเป็นมวยแบบจีน งามสง่า ตาเหยี่ยวราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง พราวเสน่ห์อย่างไม่อาจพรรณนาได้ 

  

  

ตอนที่ 60 คารวะพระสนม? 

แต่ทว่า ในสายตาที่เลิกขึ้นมาของนางสะท้อนให้เห็นแผนการอันลึกซึ้ง หญิงงามเช่นนี้เป็นสตรีที่ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายกายได้ในทันทีที่เห็น 

อย่างไรเฉียนตั่วตั่วก็มีจิตวิญญาณของคนอายุยี่สิบสี่ปี นางดูออกทันทีว่าคนที่วางมาดใหญ่โตเช่นนี้ต้องเป็นพระสนมอวิ๋นเฟยแห่งราชสำนักอย่างแน่นอน จึงยิ้มมุมปากเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ช้าๆ แล้วพูดขึ้นว่า “อ้าว ท่านมาแล้วหรือ” 

“...” ท่านมาแล้วหรือ นี่หรือวิธีทักทาย 

สาวใช้ข้างกายเห็นอวิ๋นเฟยเลิกตาขึ้นเล็กน้อย ความไม่พอใจแสดงออกมาบนใบหน้าอันงดงาม จึงตวาดขึ้นอย่างรู้กาลเทศะ “บังอาจนักเฉียนตั่วตั่ว เห็นพระสนมแล้วยังไม่คารวะอีกหรือ” 

“คารวะ?” เฉียนตั่วตั่วหัวเราะหึหึแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ เอาขาไขว่ห้างโดยไม่ได้มองไปที่อวิ๋นเฟยเลย ท่าทางเอ้อระเหยลอยชาย “ตอนแรกข้าควรจะคำนับพระสนมอวิ๋นเฟย แต่เมื่อครู่น้องได้ตีคนจนระบมทั้งตัวเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ออกแรงไม่ได้แล้ว การคารวะนี้ขอเลี่ยงแล้วกัน...ถ้าท่านพี่ติดใจเอาความจริงๆ งั้นคราวหน้าเวลาท่านมาก็บอกข้าล่วงหน้าสักหน่อย ข้าสัญญาว่าจะตีกลองตีฆ้อง จุดประทัด โบกธงแดง ป่าวประกาศต่อผู้คนมืดฟ้ามัวดินให้ท่านเอง!” 

“บังอาจ! กล้าพูดจาเช่นนี้กับพระสนมอวิ๋นเฟยได้อย่างไร!” ใบหน้าแก่ชราของเฉียนเจิ้งควนบึ้งตึงทันที 

“ที่ลูกพูดคือความจริง หรือว่าจะให้ทำทีราวกับท่านพี่ลักเล็กขโมยน้อยกลับมา?” เฉียนตั่วตั่วพูดอย่างไร้เดียงสา 

ทางด้านนี้ ในขณะที่เฉียนเจิ้งควนไม่รู้ว่าจะสั่งสอนเฉียนตั่วตั่วที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอย่างไรดี ทางด้านนั้น พอเฉียนเฮ่าฮั่นเห็นพี่สาวของตนก็วิ่งล้มลุกคลุกคลานเข้ามา 

เขาวิ่งตรงไปหาอวิ๋นเฟยแล้วแผดเสียงตะโกนขึ้นมา “ท่านพี่ ท่านต้องจัดการให้ข้านะ!” 

อวิ๋นเฟยค่อนข้างงุนงงที่เห็นเฉียนเฮ่าฮั่นเป็นเช่นนี้ นางประคองใบหน้าของเขาแล้วพูดด้วยความเสียใจ “เฮ่าฮั่น ทำไมตัวเจ้าถึงเต็มไปด้วยบาดแผล” 

“ฮือๆ...ท่านพี่ เบาๆ เจ็บ...” 

สกุลเฉียนมีเฉียนเฮ่าฮั่นเป็นลูกชายเพียงคนเดียว และยังเป็นแก้วตาดวงใจของฮูหยินรองและเฉียนอวิ๋นเอ๋อร์ เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือตั้งแต่เขายังแบเบาะ อยากได้อะไรก็ย่อมได้ เกิดไม่สบายเพียงนิดเดียวก็ทำให้ทั้งสกุลเฉียนตื่นตระหนก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่ถูกทุบตีจนหน้าตาฟกช้ำดำเขียว 

เขาจึงยิ่งพยายามเพื่อเอาชนะใจพี่สาว 

“เฮ่าฮั่น เจ้าบอกข้าซิ ใครกันที่กินเสือดาวเข้าไปถึงกล้าบ้าบิ่นมาทำร้ายเจ้า ข้าจะไปถลกหนังนาง!” เป็นไปตามคาด อวิ๋นเฟยขึ้นเสียงแข็งกร้าวทันที 

บรรดาบ่าวรับใช้ของสกุลเฉียนคุกเข่าลงกับพื้นทันทีที่อวิ๋นเฟยหยุนโกรธ 

นึกไม่ถึงว่าเฉียนตั่วตั่วจะไม่มีความรู้สึกเลย แต่กลับเกาใบหูอย่างเหนื่อยหน่ายและจิบชาอย่างใจเย็น พลางเอ่ยปากอย่างเฉื่อยชา “ท่านพี่ ยังไงท่านก็เป็นสนมฮ่องเต้คนหนึ่ง อย่าทำตัวไร้การศึกษาเช่นนั้น เพียงแค่เด็กสาวคนหนึ่ง เอะอะก็จะถลกหนัง ท่านนึกว่าเป็นไก่ ถอนขนก็สะอาดแล้วหรือ” 

เฉียนอวิ๋นเอ๋อร์มีหรือจะไม่รู้ว่าน้องชายถูกเฉียนตั่วตั่วทำร้าย นางแค่อยากเห็นภาพเฉียนตั่วตั่วคุกเข่าขอความเมตตาเมื่อได้ยินคำพูดนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับการเหยียดหยามกลับมา นางโกรธจนหน้าตาเคร่งขรึมทันที 

นิ่งไปพักหนึ่งเฉียนตั่วตั่วก็พูดต่ออย่างเฉยเมย “ข้าเป็นคนตีเขาเอง แต่ข้าไม่ได้กินเสือดาวที่ไหน ท่านนึกว่าข้าจะกินได้ทุกอย่างเหมือนกับสุนัขอย่างพวกท่านหรือ” 

ผัวะ...ถ้วยน้ำชาบนโต๊ะถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ละอองน้ำสาดกระเซ็นทั่วพื้น อวิ๋นเฟยลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจนระงับไม่อยู่ ใบหน้าอันบอบบางบูดเบี้ยว ปรายตามองนางอย่างเย่อหยิ่ง 

ความคิดเห็น