ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : น้องชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 159

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2564 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น้องชาย
แบบอักษร

“คุณเซนถูกลอบทำร้ายโดยคนที่เรามั่นใจว่าเป็นใคร แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด และตอนนี้เขากำลังใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มันคิดว่า คุณเซนตายในที่เกิดเหตุแล้ว”

“แล้วรอดมาได้ยังไง”

“เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากครับ” โกสินทร์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “ระหว่างที่เรากำลังยิงตอบโต้กันอยู่นั้น ก็มีรถอีกคันขับมาเบียด จนรถของเราไถลลงข้างทางชนเข้ากับต้นไม้ แล้วพลิกตกน้ำไปในเวลาอันรวดเร็ว แต่ตอนนั้นทุกคนในรถยังมีสติดี แม้จะรู้สึกเจ็บปวดจากอุบัติเหตุมากก็ตาม แต่ก็พยายามช่วยกันดึงและตะเกียกตะกายออกจากรถจนได้”

“คุณเซนหมดสติไประหว่างที่เรากำลังเรียกรถพยาบาล ศีรษะของเขากระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แต่ไม่มีแผลให้เลือกไหลออกมา จึงเกิดการคั่งในสมองต้องได้รับการผ่าตัด ส่วนขาและแขนข้างซ้ายหัก นอกนั้นก็เป็นรอยกระแทกและฟกช้ำอย่างที่คุณซอร์เห็น”

“แล้วคนที่เหลือเป็นยังไงบ้าง”

“เราไปกันสามคนครับ คนขับรถฟื้นแล้วเมื่อวันก่อน ส่วนผมไม่เป็นอะไรมาก เนื่องจากนั่งอยู่ด้านหน้าและคาดเข็มขัดนิรภัย”

“เขาจะฟื้นเมื่อไรครับแม่” สรัญภพหันมาถามมารดาของตนเองบ้าง ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้รู้สึกเข้าใจความรู้สึกของมารดา เขารู้ว่าท่านต้องเจ็บปวดและรู้สึกผิดต่อคนบนเตียงมาก

“แม่ไม่รู้เลย หมอยังให้คำตอบไม่ได้ แต่แม่อยากให้เขากลับไปพักฟื้นที่ไร่ของเรา อยากให้เขาได้รับอากาศที่บริสุทธิ์เผื่อว่าบางที อาการเขาอาจจะดีขึ้นก็ได้” สุนทรีเริ่มเล่าในสิ่งที่คิดไว้ให้ลูกชายฟัง

“ถ้าหมออนุญาต แม่ก็พาเขากลับก็ได้หนิครับ สภาพนี้คงกลับญี่ปุ่นไม่ไหว”

“ใช่แล้วครับ สภาพนี้คงกลับญี่ปุ่นไม่ไหว” โชชิกะเปิดประตูเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายของการสนทนาพอดี

“และถ้าที่นั่นก็กำลังมีข่าวลือว่าเซนคุงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทั้งหุ้นส่วนและคู่ค้าต่างหวาดกลัวและเตรียมจะถอนหุ้นกันเร็วๆนี้ ส่วนคุณซูกิก็อาการไม่ค่อยดี ยิ่งพอรู้ว่าเซนคุงเป็นแบบนี้อาการก็ยิ่งแย่ลง”

สรัญภพเดินไปนั่งลงบนโซฟามุมห้องอย่างใช้ความคิด โดยที่คนทั้งห้องมองมายังเขาเป็นตาเดียว ซึ่งกำลังรอการตัดสินใจของเขาเพียงคนเดียวอย่างใจจดใจจ่อ

“แล้วผมต้องทำยังไงบ้าง” ในที่สุดเขาก็พูดออกไปจนได้ ก่อนจะเห็นปฏิกิริยาของคนในห้องที่ถอนหายใจคล้ายกับกำลังโล่งอกเป็นอย่างมาก

"ขอบใจมากนะซอร์ที่ช่วยน้อง" มารดาของเขาคือคนแรกที่พูดขึ้น

“ขอบคุณนายน้อยมากครับ” โชชิกะก้มศีรษะลงเป็นการขอบคุณ “นายน้อยต้องเดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมผมภายในวันนี้”

“ห๊ะ! วันนี้! ทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ แล้วผมจะเตรียมตัวทันได้ยังไง” สรัญภพเริ่มโวยวาย แต่จะกลับลำตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“นายน้อยจะเดินทางไปญี่ปุ่นในนามของนายน้อยเซนอิจิ ดังนั้นเรื่องเอกสารและการเตรียมตัวผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว เรารอแค่นายน้อยตอบตกลงเท่านั้นเอง”

“ที่แม่พาผมมาโรงพยาบาลวันนี้ก็เป็นแผนของลุงด้วยใช่ไหม” เขาหรี่ตาจับผิดชายสูงวัยที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวตรงหน้า

“หาเป็นเช่นนั่นไม่ครับ” ชายสูงวัยส่ายหน้าปฏิเสธ

“อีหนึ่งชั่วโมงเราต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว ผมกับโกสินทร์จะออกไปรอข้างนอกนะครับ” เพราะรู้ว่าแม่ลูกน่าจะมีอะไรที่ต้องคุยกัน เขาจึงขอตัวออกไปรอด้านนอก

“ขอบคุณมากนะคุณโชชิกะ” สุนทรียิ้มขอบคุณลูกน้องของอดีตสามี จะว่าเป็นอดีตสามีก็คงไม่ถูกนัก เพราะเธอกับพ่อของลูกชายไม่ได้แม้แต่จะกล่าวคำอำลาหรือเลิกรากัน แต่ก็ไม่รู้อีกว่าทำไมถึงไม่เคยติดต่อ พบปะกันจนเวลาผ่านไปเกือบสามสิบปี

“ซอร์” สุนทรีเรียกชื่อบุตรชายเพราะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ถึงแม้เขาจะไม่เคยเลี้ยงดู แต่ยังไงเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของผม ผมไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปหรอก ส่วนน้องชายที่เพิ่งรู้ว่ามี ถึงยังไงเขาก็เป็นน้อง ผมต้องช่วยเขาแน่นอนอยู่แล้ว”

“แม่ไม่รู้จะพูดยังไง ขอบใจซอร์มากนะลูก”

“แต่ระหว่างที่ผมไม่อยู่แม่อาจจะเหงาหน่อยนะ ไม่มีใครคอยกวน ถ้าคิดถึงผมก็มองหน้าเจ้าแฝดนี่ไปก่อนแล้วกัน”

“ถ้าเซนหายดี แม่สัญญาว่าซอร์จะได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง”

“แล้วถ้าผมติดใจ ไม่ยอมกลับมาละ” เขาเอ่ยหยั่งเชิงมารดา แต่ท่านกลับเงียบ ไม่มีคำตอบให้เขา

“ไม่หรอกครับ ชีวิตผมเหมาะกับไร่กับนามากกว่าความวุ่นวายแบบนั้น ถ้าทุกอย่างลงตัว ผมสัญญาว่าจะกลับมาหาแม่ มากวนแม่เหมือนเดิม แต่ขออย่างเดียว อย่าบังคับให้ผมแต่งงานกับกะเพรา เพราะผมมีคนที่ตัวเองรักอยู่แล้ว และจะพากลับมากราบแม่ด้วยในไม่ช้านี้” ขณะที่พูดเขาล้มตัวลงนอนหนุนตักมารดา เก็บความอบอุ่นนี้ไว้ให้มากที่สุด เพราะไม่รู้ต้องใช้เวลาอยู่ที่ญี่ปุ่นอีกนานแค่ไหนเช่นกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว