ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พรหมลิขิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2564 18:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พรหมลิขิต
แบบอักษร

ประเทศญี่ปุ่น 

“คุณเลขาเข้ามาพบผมในห้องหน่อย” ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มกดโทรศัพท์ภายในเพื่อติดต่อเลานุการส่วนตัวที่นั่งอยู่หน้าประตูห้องทำงานของตนเอง

จากนั้นก็นั่งรอเลขานุการส่วนตัวที่เหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้เขาได้เจอเธออีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาไม่มีทางปล่อยให้แมวน้อยอย่างเธอรอดเงื้อมมือเขาไปได้อย่างแน่นอน

ตลอดหลายวันมานี้ เขาต้องสวมรอยเป็นน้องชายฝาแฝดของตนเอง แฝดที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีตลอดอายุเกือบสามสิบปี และถ้าไม่มีเรื่องราวต่างๆมากมายเกิดขึ้น เขาก็คงไม่มีทางได้รู้อย่างแน่นอน

ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธตาแก่คนนั้นไปแล้ว ว่าจะไม่ยอมให้ความร่วมมือตามคำขอร้องของอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด แล้วทำไมเขาถึงได้พาตัวเองมาอยู่ที่นี่นะหรือ ก็คงต้องย้อนไปตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้วเห็นจะได้

 สองสัปดาห์ที่แล้ว 

“ซอร์ วันนี้ไปโรงพยาบาลกับแม่หน่อยนะ” สุนทรีเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกชาย แล้วนั่งลงบนโซฟามุมห้อง

“ไปทำไมครับ แม่ก็เห็นด้วยกับลุงคนนั้นหรือครับ ทำไมละแม่ ตั้งแต่เด็กๆ ผมอยากมีพ่อเหมือนคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยทำหน้าที่พ่อ แล้วตอนนี้ทำไมอยากให้ผมทำหน้าที่ลูกที่ดีต่อเขาละ” สรัญภพระบายทุกอย่างในใจออกมาจนหมด

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกลูก ถ้าจะโทษเขา ก็ต้องโทษแม่ด้วย ที่ไม่มีความอดทนมากพอที่จะยืดหยัดอยู่เคียงข้างเขา จะพาลูกทั้งสองคนมา ก็ทำไม่ได้ แม่เองก็รู้สึกผิดต่อน้องของลูกไม่ต่างจากที่พ่อรู้สึกผิดต่อลูกหรอกซอร์”

“...”

“แม่แค่อยากพาซอร์ไปดูสภาพของน้องในตอนนี้ แล้วลูกค่อยตัดสินใจเองว่าจะช่วยน้องหรือจะยังไงก็แล้วแต่ซอร์ ลูกก็รู้แม่เคารพการตัดสินใจของลูกเสมอ” สุนทรีจับมือลูกชาย แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาที่เริ่มลังเล

“ก็ได้ครับ แต่ผมไม่รับปากว่าจะทำตามแผนของตาแก่นั่น”

“ซอร์!”

“ขอโทษครับ” เมื่อตกลงกับมารดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลทันที

เนื่องจากการมาโรงพยาบาลในครั้งก่อน แม่เล่าว่า เขาทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเขาประสบอุบัติเหตุนอนเป็นเจ้าชายนิทรา แล้วยังเห็นเขาเดินร่อนทั่วโรงพยาบาล จึงเกิดเสียงเล่าขานว่าวิญญาณของเขาหลุดออกจากร่าง เร่ร่อนหาทางเข้าร่างไม่เจอ ตอนได้ยินครั้งแรกก็ขำไม่หยุด ได้แต่สงสารความเพ้อเจ้อของคนที่ทำงานในโรงพยาบาล

“ซอร์ใส่หมวก ใส่แว่นไปด้วยนะ” มารดาเอ่ยย้ำเป็นรอบที่ห้า

“ครับแม่ รู้แล้วครับ ผมไม่ไปหลอกใครให้ตกใจหรอกน่า” เขาส่ายศีรษะพลางยิ้มมุมปาก แล้วหยิบหมวกแก็ป แว่นกันแดดและหน้ากากอนามัยมาสวมเพื่อปิดบังใบหน้าก่อนลงจากรถตามคำสั่งของคุณนายสุนทรี

แต่พอเดินไปถึงหน้าห้องพักฟื้นของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายฝาแฝดของตนเอง เขากลับยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง

“เข้ามาสิลูก” สุนทรีเรียกลูกชาย หลังจากผลักประตูเปิดออกแล้ว แต่คนด้านหลังยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

สรัญภพค่อยๆย่างกรายเข้าไปในห้อง ที่มีคนป่วยนอนอยู่บนเตียงกลางห้องใหญ่ มีผู้ชายอีกคนที่ตอนนี้ศีรษะพันด้วยผ้าก็อตสีขาวและแขนข้างซ้ายเข้าเฝือกไว้นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา

“โกสินทร์” มารดาของเขาเอ่ยชื่อของคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาขนาดเล็ก

“คุณนาย” โกสินทร์รีบผุดลุกขึ้น เพราะรู้จักอีกฝ่ายจากโชชิกะว่าเป็นมารดาของคนที่นอนไม่ได้สติบนเตียง ที่แท้ท่านซูกิก็ให้คุณเซนอิจิมาตามหาภรรยาของท่านนั่นเอง แต่ยังไม่ทันได้พาคุณนายสุนทรีกลับไปหาท่านซูกิเลย ก็เกิดเหตุร้ายกับลูกชายของพวกเขาเสียก่อน

“คุณเซน!” โกสินทร์เบิกตากว้าง เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งถอดหน้ากากอนามัยและแว่นดำออก

“ไม่ใช่หรอก นี่สรัญภพพี่ชายฝาแฝดของเซนอิจิ” สุนทรีแนะนำแฝดคนโตให้กับลูกน้องคนสนิทของแฝดคนเล็กได้รู้จัก เพราะเธอมีลางสังหรณ์ว่าสองคนนี้น่าจะได้ทำงานด้วยกันในเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

“สวัสดีครับนาย...”

“เรียกผมว่าซอร์ก็ได้ครับ” สรัญภพแนะนำตัวเองบ้าง

“ครับนายซอร์ เรียกผมสินหรือโกสินทร์ก็ได้ครับ” โกสินทร์แนะนำตัวเอง พร้อมกับก้มศีรษะคำนับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายอีกคนของตัวเอง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว