email-icon

เข้ามาอ่านกับเยอะๆนร้าาา

ชื่อตอน : เรือลำเล็ก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2564 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรือลำเล็ก
แบบอักษร

“พี่โทรหาปิ่นไม่ติดเลย คิดถึงจะแย่แล้ว” น้ำเสียงรนรานแห่งความดีใจ

นายแพทย์ นิรุจ สรเกรียงไกรวัยยี่สิบเจ็ดปี ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพแถมติดหนึ่งในห้าของโรงพยาบาลที่ดีที่สุด เธอกับเขาคบกันมาได้เพราะฝ่ายชายเห็นรูปเธอจากโทรศัพท์มือถืออัสนัยหลังจากนั้นนายแพทย์หนุ่มก็แวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบให้เธอทุกวันจนฝ่ายหญิงใจอ่อนนี่ก็เข้าปีที่สองแล้วกับการคบหาดูใจ

“คิดถึงเหมือนกันค่ะ ให้ปิ่นไปหาที่โรงพยาบาลมั้ยคะ” สาวเจ้าพูดเสียงหวานสายใยความคิดถึง นี่ก็จะเข้าอาทิตย์ที่สองแล้วที่เธอกับเขาไม่ได้เจอกันด้วยฝ่ายชายงานยุ่งต้องเข้าห้องฝ่าตัดทุกวัน

ปิ่นประกาเข้าใจดีกับอาชีพที่เผื่อแพร่ชีวิตให้กับความเป็นความตายของทุกคนมันเป็นหน้าที่ที่หนักหนาพอควรการกับการรักษาชีวิตผู้คนให้คงอยู่

“วันนี้พี่ว่าง งั้นเดี่ยวพี่ไปรับ”

“ค่ะแล้วเจอกัน” สิ้นประโยคหญิงสาวจึงตัดสายยื่นมือถือคืนให้พี่ชาย

“ขอบคุณค่ะสำหรับมือถือ” ยิ้มส่งเชิงขอบคุณ

“จะออกไปไหนอีกล่ะเรา” การสนทนาทั้งคู่อยู่ในสายตาเขาตลอดเวลาถึงจะไม่ยินคำพูดของปลายสายแต่ชายหนุ่มก็พอจับใจความได้

“ปิ่นกะว่าจะไปเยี่ยมป้าแก้วน่ะค่ะ”

ป้าแก้วที่หมายถึงคือมารดา นิรุจ คุณหญิงจันทร์แก้ว สรเกรียงไกร ผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรักดุจมารดา หญิงที่ใจดีปฏิบัติกับเธอดีเสียมองไม่เห็นเค้าความดีของบิดาแท้ๆเสียอีก

“อย่ากลับบ้านค่ำล่ะ พี่เป็นห่วง” มือใหญ่ทาบบนศีรษะสวยโยกไปมาเบาๆดังที่เคยทำเป็นประจำ

“รับทราบค่ะ” สองนิ้วเรียวยกเทียบปลายคิ้วยื่นตัวตรงเยี่ยงหญิงเหล็กเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวโตอย่างน่ารักน่าชัง

 

หลังจากที่ทั้งสองคุยกันเสร็จปิ่นประกาและอัสนัยก็พากันลงมาทานมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารสายตาสองคู่สื่อแววเกลียดชังจากสองแม่ลูกที่นั่งอยู่ก่อนแล้วทว่าคนเป็นประมุขของบ้านที่นั่งหัวโต๊ะอย่างคุณสุพลกลับนั่งเงียบขรึมสายตาเบนตรงไร้ที่จับจ้องหญิงสาวและพี่ชายนั่งลงตรงข้ามสองแม่ลูกคู่นั้นคนใช้ที่ยื่นบริการก็ลงมือตักข้าวใส่จานให้กับนายทุกคนจนเสร็จ

“นึกว่าจะนอนกินบ้านกินเมืองไม่ยอมลงมาซะแล้วแม่คุณ!” เสียงเอื่อยกร่ายของคุณผู้หญิงของบ้านกล่าวกรายๆแต่สายตาจับจ้องมาที่หล่อนอย่างเชือดเฉือน

“ก็ดีกว่าตื่นเช้ามานั่งตั้งแง่ให้ร้ายคนอื่นนะคะ” คนอย่างหล่อนไม่เคยยอมใครร้ายมาร้ายกลับดีมาดีกลับไม่เคยนึกกลัว

“แกว่าฉันเหรอนังลูกเมียน้อย” สองมือเรียวที่เริ่มย่นตามกาลเวลาเกาะขอบโต๊ะใบหน้าบูดบึ้งทึ้งเมื่อโดนตอกหน้า

“แล้วเมื่อกี้คุณได้พูดให้ฉันรึป่าวละคะถ้าไม่ได้พูดให้ ฉันก็ไม่ได้พูดให้คุณ” ปิ่นประกาไม่ได้สนใจท่าทีเกลียดของอิสตรีใหญ่ตรงหน้าจับช้อนตักอาหารใส่จานป้อนเข้าปากอย่างเย้ยหยัน

คนถูกแสกหน้าทั้งเจ็บใจและโมโหระคนเกลียดชังจับจ้องคนที่กาฝากที่กินข้าวไม่อายปากทั้งที่หล่อนเสียหน้ากลางวงจนไม่มีอารมณ์แม้กระทั้งจับช้อน

 “ดิฉันขอตัวนะคะคุณ คงกินข้าวต่อไม่ลงแล้วละคะ” เอ่ยบอกสามีที่นั่งหน้าขรึมแต่เช้า กระฟัดกระฟี้ลุกออกจากเก้าอี้ไป

“คุณแม่คะรอฟ้าด้วยค่ะ ” กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมารดาไปเมื่อไม่มีคนค่อยถือห่างให้หล่อน อพิสรจึงไม่อยากอยู่ใกล้ปิ่นประกากลัวปากจะกระแนะกะแหนอีกฝ่ายจนได้เรื่องสุดท้ายต้องถกเถียงกันโดยรู้ดีว่าน้ำคำของหล่อนเบายิ่งกว่านุ่นเมื่อเทียบกับปิ่นประกาฝ่ายนั้นยิ่งกว่าแตงโมลูกโต

“อย่าใส่ใจเลย” เป็นเสียงของอัสนัยนั่นเองที่เอ่ยบอกน้องสาวต่างมารดาเมื่อเห็นหญิงสาวจับช้อนค้างตามองจานนิ่ง

ปิ่นประกาหันมายิ้มให้พี่ชายแฝงความนัยว่าหล่อนไม่เป็นอะไร

เสียงขยับเก้าอี้ดังขึ้นทำให้ชายหญิงหันไปมองเห็นว่าประมุขของบ้านเดินเลี่ยงไปบนบ้าน ทำให้สองพี่น้องหันมาสบตากัน

นี้มันไม่ใช่ครั้งแรกหลายต่อหลายครั้งหล่อนกับพี่ชายก็มักจะได้ทานข้าวด้วยกันสองคนถ้าหากวันใดที่ได้ทานข้าวกันครบทุกคนวันนั้นถือว่าแปลก

“ขอโทษนะคะที่ปิ่นทำให้เกิดเรื่องอีกแล้ว”  เธอไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดที่ทำให้สองแม่ลูกนั้นลุกออกไป แต่หล่อนรู้สึกผิดที่ทำให้บิดาไม่ได้ทานมื้อเช้า

“ไม่เป็นไร อย่ากังวลเลยทานต่อเถอะ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว