ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 ข้าเป็นหมาตัวผู้ เอ็งเป็นหมาตัวเมีย

ชื่อตอน : บทที่ 7 ข้าเป็นหมาตัวผู้ เอ็งเป็นหมาตัวเมีย

คำค้น : โสน อ้อยควั่น กำนัน จักร จักรธร คณิน แม่กลอง สมุทรสงคราม คุณชาย หม่อมราชวงศ์ ย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2564 10:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ข้าเป็นหมาตัวผู้ เอ็งเป็นหมาตัวเมีย
แบบอักษร

แม่ดอกโสนบานเช้า 

บทที่ 7 ข้าเป็นหมาตัวผู้ เอ็งเป็นหมาตัวเมีย   

By. นันทรูป

 

   โสนรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ คิดจะชวนลูกน้องไปเป็นเพื่อนสักสองคน แต่พอเห็นเด็กๆ ตั้งใจดูหนังกันตาแป๋ว ก็เลยเปลี่ยนใจเดินไปห้องน้ำของวัดเพียงคนเดียว โดยกำชับเจ้าเปียอย่างเข้มงวดให้คอดดูแลน้องๆ ไม่ให้เดินเตะเตร่ไปที่ไหน พวกเด็กๆ เชื่อฟังเธออย่างดี เพราะรู้ว่าถ้าหากดื้อในครั้งหน้าจะไม่ได้มาอีก และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือกลัวผีนั่นเอง  

  โสนก็กลัวผีอยู่เหมือนกัน ยิ่งตอนนี้อยู่ในลานวัดแถมเป็นเวลากลางคืน บรรดาคำร่ำลือต่างๆ ที่เคยได้ยินมามันก็ดูสมจริงกว่าเดิมสักร้อยเท่า 

 แต่เธอก็ปวดปัสสาวะเกินกว่าจะกลั้นไหว จึงต้องไปห้องน้ำด้วยความจำใจ ระหว่างทาง มีต้นตาลสูงใหญ่สี่ห้าต้น ใบของมันโยกพลิ้วตามแรงลมคล้ายกับคนตัวสูงใหญ่โบกมือให้ไหวๆ ยายเคยบอกว่าคนตีพ่อแม่พอตายไปต้องเป็นเปรต มือใหญ่เท่าใบตาล ปากเล็กเท่ารูเข็ม ส่งเสียงร้องหวีดๆ ในยามดึก เธอจำได้ขึ้นใจ   

 ว่าแต่เสียงหวีดหวิวที่ว่านั้น มันใช่เสียงที่เธอได้ยินอยู่ตอนนี้หรือแปล่า หรือว่าเป็นเพียงเสียงลมเท่านั้น ---  

 หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองทางต้นตาลทั้งที่รู้สึกว่ามีสายตาลึกลับจ้องมองมาจากตรงนั้น รีบสาวเท้าเดินไปอย่างห้องส้วมของวัดที่มีตะเกียงเจ้าพายุตั้งอยู่ ทำธุระเสร็จก็รีบเดินกลับมายังลานวัด อันที่จริงเธอควรมองทางเดินรอบๆ ตัวอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย เช่น งูเงี้ยวเขี้ยวขอ หรือแม้กระทั่งผู้ร้าย ที่ลือกันว่ามันมากบดานอยู่ย่านนี้ หากแต่ความกลัวผีทำให้ไม่กล้ามองสิ่งเคลื่อนไหวรอบๆ ได้แต่กำไม้หนังสติ๊กคู่ใจแน่นจนเหงื่อออกที่มือ  

 ทันใดนั้น!! มีมือลึกลับข้างหนึ่งยึดแขนหล่อนไว้ โสนเกือบเผลอกรีดร้องด้วยความตกใจ หากแต่ถูกมืออีกข้างปิดปากเสียก่อน  

 "ข้าเอง" ชายผู้นั้นกระซิบ โสนตั้งสติได้ก็พอจะคุ้นเสียงนั้นอยู่เหมือนกัน เขาเห็นว่าเด็กสาวคลายตระหนกแล้วก็คลายมือที่ปิดปากนั้นลง แปลกใจที่เจ้าหล่อนสติแข็งผิดกับสตรีทั่วไป ที่ป่านนี้อาจจะเป็นลมไปแล้วก็ได้  

 "ใครวะ" หล่อนถาม "หมาหรือคน"  

 แหม พอตั้งสติได้ก็ปากเก่งทีเดียว จักรคิด ขยับเดินมาอีกทางที่แสงตะเกียงส่องถึง "คนนะซี หมาที่ไหนจะพูดได้เล่า นังหนู"  

 โสนจ้องหน้าเขา “อ้อน้าจืดนั่นเอง นึกว่าหมาที่ไหนทัก"  

 "บ๊ะ นังนี่ คนสิวะ หมาที่ไหนจะพูดได้ หรือว่าเอ็งก็เป็นหมาด้วยกันกับข้าล่ะ จึงได้พูดกันรู้เรื่อง เอ็งเป็นหมาตัวเมีย ข้าเป็นหมาตัวผู้ยังไง"  

 คำยอกย้อนนั้นทำโสนรู้สึกแปลกๆ จึงรีบกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นด้วยอาการก๋ากั่น "ไม่เอาหรอก ใครจะอยากเป็นหมาไปกับน้าเล่า" เด็กสาวลอยหน้าเถียง  

 จักรชักจะโมโหแม่คนปากกล้า เขายกมือเงื้อขึ้น "ปากดีนักนะ เดี๋ยวข้าตีให้เนื้อลายเลยนี่"  

 เด็กสาวยกแขนขึ้นป้องตามสัญชาติญาณ เพราะนึกว่าเขาจะตีจริงๆ "อ๊าย ไม่เอานะ"  

 "กลัวเป็นเหมือนกันนะเรา" ชายหนุ่มเสียงอ่อนลง เขาแกล้งขู่ไปอย่างนั้นแหละ สุภาพบุรุษที่ไหนจะทำร้ายผู้หญิงได้ลงคอ เจ้าเด็กนี่ก็แค่ปากร้าย คงเพราะที่บ้านไม่มีใครสั่งสอนมารยาท หนังสือหนังหาได้เรียนหรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดไปคิดมาก็ชักจะสมเพชมัน "รู้จักกลัวบ้างก็ดีเป็นผู้หญิงยิงเรือ มาเดินมืดๆ ค่ำๆ คนเดียวไม่รู้จักระวัง"  

  

จักรสังเกตเห็นโสนตั้งแต่หล่อนเดินทางมาถึงกับน้องๆ เป็นโขยง เขาสังเกตการณ์เหตุการณ์ต่างๆ อยู่ห่างๆ กระทั่งเด็กสาวเดินหลับหูหลับตาไปส้วมเพียงคนเดียวและเดินกลับมา ก็เกรงว่าเจ้าหล่อนจะเหยียบเอางูเงี้ยวเขี้ยวขอเสียเปล่าๆ จึงจะเดินมาเป็นเพื่อน พอจับแขนเรียกก็เกือบจะวางมวยกันเสียนี่  

 โสนหน้ามุ่ย รู้อยู่หรอกว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง แต่ด้วยความดื้อทำให้ไม่ยอมรับง่ายๆ  

 "เดินมาทางนี้เถอะ ค่อยสว่างหน่อย เดี๋ยวใครไปฟ้องพ่อแม่เอ็ง ก็เอาปืนมาจ่อขมองข้าพอดี"  

 ทั้งสองเดินเรื่อยมาจนถึงลานวัด หนังฉายยากำลังถึงฉากสนุก ผู้ร้ายและพระเอกกำลังต่อสู้กับอย่างพัลวัน ทุกคนจึงให้ความสนใจไปยังจอภาพยนตร์ที่อย่างใจจดใจจ่อ 

  

จักรและโสนหยุดยืนที่ใต้ร่มไม้ อาศัยเงาของต้นไม้ช่วยพรางตัว ชายหนุ่มยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวในตอนนี้ ส่วนโสนก็ไม่อยากเป็นขี้ปากคนว่าลักลอบมาพบกับผู้ชายในยามดึกเช่นกัน  

 “เรื่องที่ให้สืบได้ความว่ายังไงบ้าง” ชายหนุ่มถาม  

 “โธ่น้า ฉันยังไม่ว่างเลย วันๆ นึงต้องทำมาหากินงกๆ แถมบ้านกำนันเขาเข้าออกง่ายๆ ได้เสียที่ไหน เลี้ยงหมาไว้ตั้งเยอะ สามสิบ-สี่สิบตัวโน้นละมั้ง มีคนอยู่อีกห้าสิบคน... ร้อยคนแน่ะ แถมได้ข่าวว่าเลี้ยงรักยมเลี้ยงกุมารทองเอาไว้อีกด้วย” เด็กสาวสาธยาย  

 "ไม่ได้เรื่อง" จักรบ่น ยกมือขึ้นเท้าเอวแล้วเสยผมอย่าหงุดหงิด เขาเสียเวลารอคำตอบของหล่อนทั้งสัปดาห์แต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย นอกจากนี้คำบอกเล่าก็ยังเหลือเชื่อเกินกว่าจะเป็นไปได้  

 สงสัยว่าเขาคงจะโดนเด็กตุ๋นแน่เสียแล้ว ---  

 “แล้วทำไมน้าถึงต้องให้ฉันไปสืบเรื่องในบ้านกำนันเอี่ยมด้วยล่ะน้า จะไปจีบลูกสาวเขาหรือยังไง” แม่ตัวแสบทำเป็นกระเซ้า   

 ชายหนุ่มส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของเขาอย่างแน่นอน แต่ว่าจักรก็ไม่อาจบอกเล่าให้ใครๆ ฟังถึงหน้าที่สำคัญที่ได้รับมอบหมายมา โดยเฉพาะเด็กสร้างบ้านอย่างหล่อน  

 “แต่ว่าน้าไม่ต้องห่วง วันพรุ่งนี้ฉันจะไปเก็บเห็ดอีก น้าก็แวะมาฟังข่าวก็แล้วกัน” โสนเห็นว่าน้าจืดไม่ยอมปริปากสารภาพ ถึงสาเหตุที่ให้เธอไปสืบความบ้านพ่อกำนัน หากปล่อยให้ไปติดต่อคนอื่น มีหวังความในบ้านของเธอถูกสาธยายจนทะลุปรุโปร่งแน่ เพราะใครๆ ก็รู้จักครอบครัวของเธอกันทั้งนั้น โสนจึงต้องการยื้อให้เขาติดต่อกับเธอต่อไปอีก  

 “แต่ตอนนี้หิวน้ำจัง น้าเลี้ยงโอวัลติลฉันหน่อยสิ” 

 จักรส่ายหน้า แล้วเขกหัวเธอไปหนึ่งที ไม่ได้รุนแรงอะไรนักหรอก แต่เจ้าตัวร้องเสียดังทีเดียว “ข่าวไม่ได้ ค่าจ้างก็อดนะสิ”  

 โสนหน้ามุ่ย มือลูบหัวป้อยๆ ตรงที่โดนเขกซ้ำรอยกับพ่อกำนัน บ่นพึมพำเหน็บแนมว่าเขางกจนเกลือเรียกพี่ทะเลเรียกน้า  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว