หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม
บทที่ 45 ไปชี้ตัวลูก
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ 45 ไปชี้ตัวลูก

 

สิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว แต่ละครอบครัวก็จะงานยุ่งขึ้นมาก จวนสกุลเกาก็มิใช่ข้อยกเว้น บรรดาบ่าวช่วยกันปัดกวาดลานบ้าน แขวนโคมแดง แปะกระดาษเขียนคำมงคลไปทั่วเรือน  

ฉีหลินก็ไปแปะกระดาษเขียนคำมงคลเช่นกัน มิใช่เพราะว่าเขาชอบ หากแต่เป็นเพราะนี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้เขาสามารถออกมาจากห้องหนังสือได้อย่างเปิดเผย  

ท่านปู่ใจดีกับเขาทุกเรื่อง เพียงแต่ชอบบังคับให้เขาอ่านหนังสืออยู่ร่ำไป 

“ไอหยา เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว!” ฉีหลินกลัวว่าท่านปู่จะไม่เห็นถึงความลำบากยากเข็ญของเขา จึงตั้งใจไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับท่านปู่โดยเฉพาะ  

เกาหย่วนกำลังเดินหมากล้อมกระดานหนึ่งอยู่  

ฉีหลินเห็นจนชินตา หมากล้อมกระดานนี้เป็นหมากล้อมที่อัครเสนาบดีในราชวงศ์ก่อนทิ้งเอาไว้ ส่งต่อกันมาเป็นเวลากว่าร้อยปี ตราบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครเล่นชนะได้ เขาเห็นท่านปู่เล่นมาตั้งแต่เขาจำความได้ 

ท่านปู่เป็นปราชญ์ที่ความรู้เป็นเลิศที่สุดในราชวงศ์ต้าลี่ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังคาดหวังว่าเขาจะเดินหมากกระดานนี้สำเร็จ  

“ท่านปู่ขอรับ ท่านปู่!” ฉีหลินโบกมือขึ้นด้านหน้าของท่านปู่ เขาพึมพำว่า “ท่านอย่ามองที่กระดานหมากรุกเช่นนี้สิขอรับ เหนื่อยแย่เลย ท่านนั่งอย่างนี้มาสามชั่วยามแล้ว” 

ประโยคนี้อาจจะกล่าวเกินจริงไปสักหน่อย ช่วงบ่ายเขาเพิ่งมานั่ง และนี่ยังไม่ตกเย็นเสียด้วยซ้ำ 

แต่ก็ทำให้เกาหย่วนได้สติกลับคืนมา เขาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา  

ฉีหลินรู้สึกได้ว่าที่ท่านปู่ถอนหายใจ มิได้เป็นเพราะไม่รู้จะเดินหมากอย่างไร เขากลอกตา ปีนขึ้นไปบนโต๊ะ แล้วพูดกับเกาหย่วนว่า “ท่านปู่ขอรับ ท่านคิดอะไรอยู่หรือ ใช่เรื่องของเยี่ยนจิ่วเฉาหรือไม่?” 

ตั้งแต่ที่จู่ๆ ท่านปู่ก็สั่งมิให้เขาไปมีปัญหากับเยี่ยนจิ่วเฉา เขาจึงเริ่มสืบหาข้อมูลของอีกฝ่าย 

มิได้คาดคิดเลยว่าชะตาชีวิตของคุณชายเยี่ยนอะไรนี่ช่างซับซ้อนเหลือเกิน ท่านพ่อของเขาเป็นอ๋องแห่งเมืองเยี่ยน ฮ่องเต้ในตอนนี้เป็นลุงแท้ๆ ของเขา เมืองเยี่ยนของเขานั้นมั่งคั่งที่สุดในราชวงศ์ต้าลี่ เยี่ยนอ๋องจากไปในตอนที่เขาอายุเจ็ดขวบ จากนั้นเยี่ยนจิ่วเฉาก็มิได้รับการแต่งตั้ง จึงไม่ได้อยู่ในลำดับที่จะขึ้นครองตำแหน่งใด มิใช่เพราะฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาต หากแต่เป็นเพราะเขาไม่เต็มใจ ฉีหลินไม่รู้ว่าในสมองของคนผู้นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าหากไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับฉีหลินก็นับว่าเพียงพอแล้ว  

หลังจากที่เยี่ยนอ๋องจากไปไม่ถึงหนึ่งปี เยี่ยนกุ้ยเฟยก็แต่งงานใหม่กับแม่ทัพสูงสุดนามว่าเซียวเจิ้นถิง 

ว่ากันว่าแม่ทัพเซียวรักและเอ็นดูเยี่ยนกุ้ยเฟยมาก ทั้งยังปฏิบัติต่อเยี่ยนจิ่วเฉาประหนึ่งลูกของตน เพียงแต่น่าเสียดายที่เยี่ยนจิ่วเฉาไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศของเมืองหลวง จึงได้แต่พำนักอยู่ที่เมืองเยี่ยน 

ฉีหลินกุมขมับแล้วกล่าวว่า “ปีนี้เยี่ยนจิ่วเฉาอายุเท่าใดหรือขอรับ ยี่สิบสอง? ยี่สิบห้า” 

“ยี่สิบสาม” เกาหย่วนกล่าว 

ฉีหลินหัวเราะอย่างมีเลศนัย “ท่านปู่กำลังคิดเรื่องของเขาจริงด้วย อ้อ ข้ามีข่าวคราวเกี่ยวกับเขา ท่านปู่อยากฟังหรือไม่” 

“ข่าวคราวอันใด” เกาหย่วนเอ่ยถาม  

“คุณหนูสกุลเหยียนทำลูกของเขาหาย!” ฉีหลินสืบเรื่องของเยียนจิ่วเฉามามาก แน่นอนว่าจะพลาดเรื่องซึ่งเป็นที่พูดถึงที่สุดในตอนนี้มิได้ เรื่องที่ทำให้ผู้คนสนอกสนใจมากที่สุด ว่ากันว่าเขาเป็นหมัน ทว่าเขามีลูกถึงสามคน ทำเอาคนที่กล่าวหาเขาหน้าหงายไปตามๆ กัน 

“ท่านปู่ ไฉนท่านไม่ตกใจเลยเล่า? ครั้งที่แล้วท่านบอกว่าสองวันให้หลังใครสักคนจะหายตัวไป เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเยี่ยนจิ่วเฉาใช่หรือไม่ ช่างเหมาะเจาะกระไรปานนี้ ท่านปู่ มิใช่ว่าท่านส่งคนไปขโมยลูกของเขาหรอกกระมัง?” 

เกาหย่วนคิดจะฆ่าเด็กเหล่านี้จริง  

ฉีหลินเบะปาก เอาเถอะ เขาก็เพียงพูดออกไปพล่อยๆ เท่านั้น ท่านปู่มิใช่คนแบบนั้นหรอก 

บ่าวผู้หนึ่งซึ่งกำลังแขวนโคมไฟที่ทางเดินกล่าวว่า “นายน้อยฉี ที่ท่านเพิ่งกล่าวไปนั้นคือเรื่องก่อนหน้านี้ บัดนี้พบลูกของคุณชายเยี่ยนแล้ว” 

ครานี้อย่าว่าแต่ฉีหลิน แม้แต่เกาหย่วนเองก็ตะลึงงันเช่นกัน 

….. 

ณ หมู่บ้านเหลียนฮวา ทหารองครักษ์ปิดล้อมหอหยกขาวเอาไว้อย่างแน่นหนา คุณหนูจากสกุลสูงศักดิ์สวมผ้าคลุมหน้าโปร่งแสงในอาภรณ์สีชมพูอ่อนและดูอรชรอ้อนแอ้นผู้หนึ่ง มีบ่าวช่วยพยุงจากรถม้า นางเดินเข้าไปในหอหยกขาวด้วยแววตาร้อนรน ทว่าท่วงท่ากลับสง่างาม  

ของต่างๆ ถูกเคลื่อนย้ายออกไป ห้องโถงกลางซึ่งใหญ่โตโอฬารนั้นเต็มไปด้วยองครักษ์จากจวนสกุลเหยียน 

“คุณหนูเหยียน เด็กๆ อยู่ในห้องด้านหลัง” องครักษ์นายหนึ่งกล่าวด้วยความปีติ 

“รางวัล” เหยียนหรูอวี้สั่งเสียงค่อย จากนั้นบ่าวก็หยิบเงินรางวัลออกมา 

องครักษ์ดีใจจนแทบเป็นบ้า  

เหยียนหรูอวี้เข้าไปในลานด้านหลังพร้อมกับบ่าว ที่นั่นคือห้องของไป๋ถัง 

ไป๋ถังและอวี๋หวั่นรออยู่แล้ว 

เป็นไป๋ถังที่ส่งคนนำสารไปส่ง เนื่องจากจวนสกุลเหยียนและคฤหาสน์สกุลไป๋อยู่ใกล้กัน เพียงครู่เดียวพวกเขาก็รู้ข่าว 

เหยียนหรูอวี้รีบรุดตามมา ทว่ามิได้กระวีกระวาดจนไม่งาม ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไรที่ใด นางก็จะดูใจเย็นและสง่างามเสมอ 

นี่เป็นครั้งแรกที่อวี๋หวั่นได้พบหน้าเหยียนหรูอวี้ สมกับเป็นสตรีที่คุณชายเยี่ยนผู้ปราศจากอารมณ์ทางเพศลุ่มหลง โฉมสะคราญงามล้ำยิ่งนัก 

อวี๋หวั่นมองไปยังเหยียนหรูอวี้ สายตาของเหยียนหรูอวี้ก็ไปหยุดลงที่อวี๋หวั่นเช่นกัน 

นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เหยียนหรูอวี้ได้พบหน้าอวี๋หวั่น มองปราดเดียวก็รู้ว่านางมิใช่คุณหนูจากสกุลไป๋ มิใช่เพราะเสื้อผ้ามอซอ หากแต่เป็นท่าทางสงบนิ่งไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ทำให้อดคิดถึงประโยคหนึ่งมิได้ ‘หากมิสมถะก็จะมิอาจแจ้งในปณิธาน หากมิสงบก็จะมิอาจตรองการณ์ไกล’  

คนที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ จะเป็นวาณิชไปมิได้  

สตรีชาวบ้านเช่นนาง แม้จะทำไร่ทำนา ก็ยังดูงดงามประหนึ่งภาพวาดอาทิตย์อัสดง 

บ่าววัยกลางคนผู้นี้เคยซื้อต้มพะโล้จากสกุลอวี๋ จึงจดจำอวี๋หวั่นได้ นางยิ้มอย่างเป็นมิตร “แม่นาง เป็นเจ้าหรอกหรือ? ยังจำข้าได้หรือไม่” 

“แม่หลิน ท่านรู้จักนาง?” เหยียนหรูอวี้ตกใจ 

แม่หลินหัวเราะ พร้อมกับกล่าวว่า “น้ำพะโล้ที่แม่นางชมว่ารสดีไม่แพ้พะโล้ฝีมือแม่นางตู้นั้น ซื้อมาจากจากแผงของนาง!” 

“สตรีชาวบ้านที่...เกือบถูกจับใช่หรือไม่” เหยียนหรูอวี้พึมพำ มองไปยังอวี๋หวั่น แล้วส่งรอยยิ้มอ่อนโยนผ่านผ้าคลุมหน้า “พวกเรามีชะตาต่อกัน” 

อวี๋หวั่นมิได้ตอบกลับ มิได้แม้แต่จะมองนาง เธอยืนเงียบๆ อยู่ข้างเตียง มองไปยังเด็กสามคนที่กำลังนอนหลับ 

บรรยากาศออกจะน่าอึดอัดไปสักหน่อย 

แม่หลินหัวเราะอย่างเคอะเขิน แล้วพูดขึ้นเพื่อลดความน่าอึดอัดนี้ “ครั้งก่อนคุณหนูบ้านข้าช่วยแม่นางอวี๋เอาไว้ ครั้งนี้แม่นางอวี๋ช่วยเลือดเนื้อเชื้อไขของนางเอาไว้ นับว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ!” 

คำพูดเช่นนี้ไป๋ถังไม่ชอบฟังเอาเสียเลย พูดอย่างกับว่าการที่เด็กๆ ถูกช่วยเอาไว้ เป็นเพราะความดีที่นางสะสมมา มิได้เกี่ยวอันใดกับผู้อื่น นางไม่คิดหรือว่า หากตอนนั้นมิใช่เพราะนาง อวี๋หวั่นก็คงมิต้องถูกจับ แต่ในครั้งนี้หากไม่มีอวี๋หวั่น ลูกๆ ของนางคงจากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว! 

รู้บ้างไหมว่าคนพวกนั้นเป็นใคร ทั้งหัวขโมยจนตรอก! ทั้งมือสังหารเลือดเย็น! พวกเขาเป็นคนที่ต่อกรด้วยง่ายๆ หรือ? อีกเพียงนิดเดียว ชีวิตน้อยๆ ของอวี๋หวั่นก็คงไม่เหลือกลับมาแล้ว! 

“กล่าวเช่นนี้มิได้ แม่หลิน” เหยียนหรูอวี้กล่าวอย่างอ่อนโยน “เรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องขอบคุณแม่นางอวี๋” 

แม่หลินพยักหน้า “คุณหนูกล่าวเช่นนี้ ข้าช่าง...” 

“คุยกันนานถึงเพียงนี้ พวกท่านไม่มาดูหรือว่าเด็กเป็นอย่างไรบ้าง” อวี๋หวั่นโพล่งขึ้น 

ทั้งเหยียนหรูอวี้และแม่หลินต่างเผยสีหน้าตกใจพร้อมกัน  

.......................................... 

กลับหน้าเรื่อง

 

 

#

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น