ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2564 22:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 12
แบบอักษร

ปานฝันรู้สึกตัวตื่นในตอนสาย ฝันวาบหวามเมื่อคืนวานสมจริงจนน่ากลัว

สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากตื่นนอน คือตรวจดูกลอนประตูและหน้าต่าง ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะใดๆ ทั้งนั้น กระนั้นหญิงสาวไม่อยากยอมรับว่าเธอถึงขั้น ฝันลากมก ถึงเด็กบ้านั่น

แผนกของเธออนุญาตให้พนักงานเข้างานก่อนสิบโมงได้ แต่เช้านี้เธอก็ยังเกือบจะมาสายกว่าปกติ พอมาถึงออฟฟิศ โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามกันก็ว่างเปล่า

"ไปไหนน่ะ"

ถามหนุ่มตี๋เพื่อนร่วมงาน พยักพเยิดไปทางโต๊ะของ เด็กใหม่

"พี่อุ้มคงพาไปต้องเดินสายแนะนำตัวเองกับแผนกอื่นๆ ตามธรรมเนียมมั้ง ตอนฉันมาก็ไม่เห็นแล้ว"

เพราะบริษัทไม่ใหญ่มาก การที่คนทั้งบริษัทจะรู้จักกันอย่างทั่วถึงจึงเป็นเรื่องธรรมดา การเดินสายแนะนำตัวเป็นธรรมเนียม 'กระชับความสัมพันธ์' ที่หนึ่งในผู้ก่อตั้งริเริ่มขึ้นมา 

วันนี้เป็นวันที่สองของการทำงานเท่านั้น และยังเป็นวันศุกร์ด้วย บรรยากาศในออฟฟิศจึงค่อนข้างผ่อนคลาย

"มีอะไรกับน้องเขางั้นเหรอ" ครีเอทีฟหนุ่มเหล่ตามองมา ยังเห็นเพื่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

"เปล่า"

อันที่จริงแล้วเธอไม่อยากจะเห็นหน้าหนุ่มรุ่นน้องด้วยซ้ำ ภาพฝันเมื่อวานมันชัดเจนเกินไป กระทั่งในตอนนี้ทุกสัมผัสที่เกิดขึ้นยังเด่นชัดในใจของเธอ ปานฝันไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้าเขาอย่างไรโดยที่ตัวเองจะไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมา

กล่องอีเมลของเธอแทบจะว่างเปล่า งานโปรเจกต์ใหม่ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการ ปานฝันจึงเป็นว่างงานชั่วคราวจนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า จะสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วเรย์ก็ยังไม่กลับมาที่โต๊ะ

มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะส่งเสียงครืดคราด กวินส่งข้อควมมา

'พี่ใกล้จะถึงร้านแล้ว'

ทั้งสองนัดเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในซอยไม่ไกลจากตึกแห่งนี้ เธอเหลือบมองนาฬิกา ใกล้เวลานัดเต็มที เธอคว้ากระเป๋าสตางค์แล้วลุกขึ้นยืน

"จะไปกินข้าวแล้วเหรอ"

"มีนัด"

"อ้อ" วรวุธส่งเสียงในลำคอ วันนี้ศรสรรค์เองก็ยังไม่เข้าออฟฟิศเช่นกัน เธอกำลังจะเดินออกไปอยู่แล้ว

 "เดี๋ยวป่าน"

"อะไร"

"เห็นพี่อุ้มว่าเย็นนี้เขาจะเลี้ยงรับน้องใหม่กัน จะไปด้วยมั้ย"

"ฉันไม่ว่าง" หญิงสาวตอบทันควัน

"แต่ว่า..."

"ฉันต้องรีบไปแล้ว" ปานฝันไม่ต่อความยาวแล้วรีบเดินออกจากออฟฟิศ ไม่คิดที่จะ พัวพัน กับเด็กบ้านั่นมากไปกว่านี้ เสียงแหบห้าวในความฝันวนเวียนอยู่ในหัว แม้เธอไม่อยากคิดถึงมัน

'เสร็จกับนิ้วผมสิครับ'

เธอรู้สึกถึงนิ้วเรียวยาวที่สอดแทรกเข้าออก

'ผมยังไม่เอาพี่หรอก ผมอยากให้พี่ถูกเอาตอนที่มีสติมากกว่า'

รู้สึกจุมพิตที่กดลงที่กลางหน้าผาก ก่อนที่จะตัวเองจะเคลิ้มหลับไป

ฝัน ฝัน ฝัน มันเป็นเพียงแต่ฝันฟุ้งซ่านของเธอเท่านั้น

"ทำไมฉันต้องหน้าร้อนด้วยนะ"

ปานฝันปัดความคิดนั้นออกไปจากหัว ผลักประตูกระจกเข้าไป ได้ยินเสียงน้ำไหลรินจากน้ำตกจำลองจากที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอล ตั้งอยู่ในทำเลธุรกิจไม่ไกลจากตึกที่ออฟฟิศของเธอตั้งอยู่

ปกติแล้วบรรดาหนุ่มสาวมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ไม่ค่อยข้ามฝั่งมากินมื้อกลางวันที่นี่เท่าไร นอกจากจะในโอกาสพิเศษจริงๆ เพราะราคาค่อนข้างสูง

กวินบอกว่าเขาจองห้องพิเศษเอาไว้ นั่นยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าเร่ื่องที่เขาต้องการจะ พูดคุย กับเธอนั้น มันสำคัญขนาดไหนกัน ถึงต้องการความเป็นส่วนตัวขนาดนั้น

พนักงานชายในชุดสูทนำทางเธอไปยังห้องพิเศษบนชั้นสอง หนุ่มรุ่นพี่รออยู่ก่อน แต่ยังมีใครอีกคนอยู่ด้วย 

"มาแล้วเหรอ"

ได้ยินเสียงกวินเอ่ยทัก ผู้ชายที่กำลังนั่งหันหลังให้เธอถึงหันมองมา

ปานฝันชะงักไม่คิดเลยว่าในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอจะได้พบพานเทพบุตรรูปงามเป็นคนที่สอง

"นั่งสิป่าน" หญิงสาวเดินอ้อมไปนั่งบนเบาะนวมข้างๆ กับหนุ่มรุ่นพี่ 

"นี่ชุณเพื่อนพี่เอง"

"สวัสดีครับ" ชุณส่งยิ้มให้เธอตามมารยาท

ใบหน้าของขาวเหมือนกับหยกเนื้อดั นัยน์ตาดำขลับเรียวยาว ปลายเฉียงขึ้นเล็กน้อย

จมูกโด่ง ปากหยักสวย เครื่องหน้าชัดได้ส่วนสัด ดวงตาดำขลับคู่นั้นเมื่อสะท้อนแสงไฟกลับเปล่งประกายสีครามออกมา รูปร่างสูงใหญ่ใกล้เคียงกันกับใครอีกคนที่เธอ...รู้จัก

อดที่จะเปรียบเทียบพ่อเทพบุตรเบอร์สองคนนี้กับใครคนนั้นไม่ได้

หากเรย์คือไฟที่โชติช่วงร้อนแรง เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ผู้ชายตรงหน้าก็เหมือนกับผืนน้ำเรียบเย็นที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง

ชุณน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับกวิน เขาน่าจะแก่กว่าเธอสองสามปี

"ไม่นึกว่าพี่วินจะพาเพื่อนมาด้วย

"ขอโทษที่ไม่ได้บอกป่านก่อน" กวินส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เธอ

หนุุ่มรุ่นพี่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวตำรวจ ทว่าตัวเขากลับไม่ได้เจริญรอยตามพ่อและปู่ หากแต่ผลันตัวเองมาทำงานอาชีพ นักสืบเอกชน ส่วนใหญ่แล้วเขาทำงาน หาของ ให้กับพวกเศรษฐีกระเป๋าหนัก

เพื่อนของเขาคนนี้คงมีสถานะเป็น ลูกค้า ของเขาด้วยกระมัง

 "ป่านอยากกินอะไรสั่งอาหารก่อนดีกว่า แล้วค่อยคุยกัน"

เธอสั่งอาหารเพิ่มอีกสองอย่างจากที่หนุ่มรุ่นสั่งไว้แล้ว เมื่อบริการออกไปจากห้องรับรอง หญิงสาวก็เปิดปากทันที สังหรณ์ใจว่าเรื่องที่จะพูดกันวันนี้ก็คงจะเกี่ยวข้อง เพื่อน ของกวินนั่นเอง

"พี่วินมีเรื่องอะไรจะคุยกับป่านเหรอคะ"

กวินชำเลืองมองชุณราวกับจะขออนุญาต ก่อนที่เขาจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดหน้าจอให้เธอดู

"แป้งเคยเห็นรูปสลักนี่มั้ย"

บนหน้าจอคือ รูปปลาที่สลักมาจากหินอ่อนสีขาวราวกับน้ำนม เพียงมองจากในรูปก็เห็นรายละเอียดประณีตอ่อนช้อยของมัน มันคืองานสลักชั้นเยี่ยม แม้ไร้ซึ่งสีสัน แต่กลับมีชีวิตชีวาอย่างน่าอัศจรรย์

 ปานฝันจ้องมองรูปสลักครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่นตรงข้ามที่กำลังมองมาที่เธอ 

"อันที่จริงแล้วผมกำลังตามหารูปสลักนี้อยู่น่ะครับ ผมคิดว่าคุณพ่อของคุณน่าจะรู้เบาะแสของมัน"

ก่อนที่พ่อของเธอจะหันมาทำอาชีพช่างสักอย่างจริงจัง ปิติเคยคลุกคลีอยู่กับงานในวงการช่างสลักมาก่อน แต่เธอไม่ค่อยรู้ถึงเรื่องราวในช่วงเวลานั้นของผู้เป็นพ่อนัก เห็นเพียงแต่งานแกะสลักไม่กี่ชิ้นที่อวดโฉมอยู่ในสตูดิโอที่บ้านของผู้เป็นพ่อ

"ตอนนี้พ่อของฉันไม่อยู่ อีกเป็นเดือนกว่าจะกลับมา"

ท่าทางของชุณสุภาพ แต่แฝงด้วยความกดดันบางอย่าง

"แล้วคุณป่านเคยเห็นรูปสลักนี้ที่ไหนบ้างมั้ย"

หญิงสาวพิศมองหยกสลักอีกครั้ง

ภาพบางอย่างแวบผ่านเข้ามาในหัว แล้วก็เลือนหายไปก่อนที่เธอจะคว้าจับมันเอาไว้ได้ อะไรบางอย่างในท่าทีของชุณทำให้เธอแสร้งทำเป็นคิดเล็กน้อย แล้วปฏิเสธ...

"ไม่เลยค่ะ"

ปานฝันหันไปหยิบถ้วยชาร้อนขึ้นมาจิบ

"ปลาตัวนี้สวยมาก ถ้าฉันเคยเห็น ต้องจำได้แน่ๆ "

"มันเป็นสมบัติของตระกูลเฉิน ต้นตระกูลของผม" ชุณว่าต่อ

"สิบกว่าปีก่อนมันหายไป"

เขาไม่ได้ให้ข้อมูลมากกว่าไปนั้น หญิงสาวเพียรบอกตัวเองในใจว่าตัวเธอไม่ได้โกหก เธออาจจะเคยเห็นปลาตัวนี้ แต่ จำไม่ได้ จริงๆ ว่าเคยเห็นที่ไหน

"พวกคุณอาจจะต้องรอพ่อฉันกลับมาก่อน ฉันไม่เคยเห็นจริงๆ น่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย" หันไปพูดกับหนุ่มรุ่นพี่ "พี่วินต้องเลี้ยงข้าวป่านฟรีแล้ว"

กวินหัวเราะออกมา บรรยากาศอึมครึมในห้องจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เขาลอบสบสายตากับชุณ ก่อนหันมาเชื้อเชิญเธอให้กินอาหารที่พนักงานเพิ่งลำเลียงเข้ามา ป่านฝันกินไปได้ไม่เท่าไรก็อิ่มตื้อ ทั้งที่ตัวเธอไม่ได้กินมื้อเช้า

 เธอไม่อยากซอกแซกให้มากความ ไม่ได้ต้องการรู้ตื้นลึกหนาบางอะไรของคนพวกนี้

 ยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งดี อย่าสาระแนในเรื่องที่ไม่จำเป็น

นั่นคือสิ่งที่พ่อของเธอสอนมาตั้งแต่ยังเยาว์

"งั้นถ้าป่านนึกอะไรเกี่ยวกับรูปปลาตัวนี้ออก ช่วยบอกพี่ทีนะ" กวินกล่าวทิ้งท้าย

"ค่ะพี่วิน"

เธอส่งยิ้มให้สองหนุ่มตามมารยาท พยายามไม่สบสายตาลุ่มลึกของชุณที่มองมา

ปานฝันเดินกลับมาที่ออฟฟิศอย่างใจลอย

วรวุธยังไม่กลับมาที่โต๊ะ หญิงสาวเดินเลยไปที่ห้องแพนทรีเพื่อชงกาแฟให้ตัวเอง แต่กลับเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนอยู่บนโถงทางเดินเสียก่อน เสียงหัวเราะร่าเริงของฝ่ายหญิงหยุดลง 

"ป่าน"

รดาหันมองมาทางเธอ ใบหน้าสดใสของ นางฟ้าประจำแผนก หม่นหมองลง เหมือนสาวน้อยไร้เดียวสาที่กำลังเผชิญหน้ากับนางมารร้ายโดยบังเอิญ เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าอดีตเพื่อนรักในที่ทำงาน เปลี่ยนสีหน้าได้ไวยิ่งกว่ากิ้งก่า ถ้าไม่เห็นกับตาว่าเจ้าหล่อนอ้าขาให้อดีตคนรัก เธอก็เขวไปได้เหมือนกัน

นังงูพิษกลับมาทำงานแล้วหรือ เวรจริงๆ

สองแก้มของป่านฝันร้อนวาบขึ้นมาเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ที่อยู่ข้างสาวสวย เธอคงเข้ามาขัดขังหวะคนคู่นี้สินะ ปานฝันปรายตามอง รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่บอกไม่ถูก แล้วเดินผ่านสองคนนั้นไปยังห้องแพนทรี

"ป่านยังโกรธฟ้าอยู่ใช่มั้ย"

รดาถามเสียงเครือ ขณะที่คนฟังที่ยืนหันหลังอยู่หน้าคัพบอร์ดกลอกตา

จะทำอย่างไรกับ นังคนเสเสแร้ง คนนี้ดีนะ จิกหัวมาตบก็กลัวมือจะสกปรกเปล่าๆ

 

"ฟ้าอยากจะขอโทษ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจ ฟ้ากับพี่พลก็แค่..."

"ฟ้าพอเถอะ" ปานฝันหันกลับไปมองอีกฝ่าย

"ป่านไม่โกรธแล้วนะที่ฟ้านอนกับพี่พลน่ะ" เธอขยับเข้าไปใกล้ วางมือลงบนไหล่เพื่อนรัก ปานฝันยิ้มเย็นเมื่อเห็นหล่อนทำตัวเกร็ง "ตอนแรกป่านก็คิดนะว่าฟ้าเป็นนังแพศยาจอมตอแหล แต่ตอนนี้ป่านเข้าใจแล้วว่าที่จริงมันเป็นแค่สันดานของฟ้าที่ชอบกินของเน่าเท่านั้นเอง เพราะพี่พลก็เป็นแค่ขยะที่ป่านไม่เอาแล้ว"

เธอตบไหล่หล่อนเบาๆ ดวงตาคู่งามของคนฟังเรืองโรจน์ขึ้นมา ตอนนี้ไม่เหลือความอ่อนหวานอีกต่อไป แต่เธอไม่สนใจ หันไปชงกาแฟให้ตัวเอง เรียบร้อยแล้วถือแก้วเดินออกจากห้อง

"ป่านไปก่อนนะ"

พอเดินออกมาได้ ปานฝันก็สบถออกมาเบาๆ

"ตอแหล"

เธอไม่เสียใจ แต่ยังโมโหอยู่ โมโหที่ตัวเองไว้ใจคนมากเกินไป

คิดว่าตัวเธอเป็นเหมือนนางเอกในละครน้ำเน่าอย่างนั้นหรือ ใบหน้าของหญิงสาวบึ้งตึงขึ้นไปอีก เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนล้วงกระเป๋า พิงผนังโถงทางเดินอยู่

วันนี้หนุ่มลูกผสมอยู่ชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงสแล็คขับเน้นให้เห็นท่อนขาเพรียวยาว ปานฝันพยายามไม่มองไปที่เส้นเอ็นจางๆ ที่พาดอยูู่บนท่อนแขนของชายหนุ่ม 

"เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ยครับ" เสียงเนิบๆ ดังขึ้นตอนที่กำลังจะเดินผ่านเขาไป

สองเท้าของเธอชะงัก หันไปมองเขาจนได้

"อาหารญี่ปุ่นในห้องวีไอพีเที่ยงนี้คงจะถูกปากพี่น่าดู"

ปานฝันย่นหัวคิ้ว เขารู้หรือว่าเธอไปทำอะไรที่ไหนมา

"สาวสวยอย่างนั้นก็คงจะถูกใจนายเหมือนกันสินะ"

เธอปรายตามองไปทางห้องแพนทรี เมื่อกี้ไม่ใช่ว่าเขากำลังพูดคุยกระหนุงกระหนิงอยู่กับนังงูพิษไม่ใช่หรือ ใครๆ ก็ชอบสาวสวยจอมปลอมด้วยกันทั้งนั้น

"ผมไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น" 

"ไม่ได้อยากรู้ซักหน่อย บอกฉันทำไม" 

หัวคิ้วของหนุ่มรุ่นน้องย่นเข้าหากัน นัยน์ตาสีคาราเมลเลื่อนลงมองไปยังกึ่งกลางลำตัวของเธอ...

"ยังเจ็บอยู่รึเปล่าครับ"

"พูดบ้าอะไร" หัวใจปานฝันกระตุก ก้าวถอยหลัง เตรียมจะเดินหนี ทว่ามือของคนข้างหลังยื่นออกมารวบเอวเธอไว้ แผ่นหลังของปานฝันร้อนวาบ เมื่อร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาประชิด

"พี่คิดว่ามันเป็นความฝันจริงๆ เหรอ"

ลมหายใจผะผ่าวที่เปล่ารดข้างหู ทำขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอเพียรบอกตัวเองเป็นพันๆ ครั้ง หลังจากตื่นขึ้นมาว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันเลื่อนเปื้อนเท่านั้น มันไม่มีทางเป็นความจริง

"เมื่อคืนนี้พี่ตอดนิ้วผมใหญ่เลย...จำได้มั้ยครับ"

ท้องน้อยของเธอเสียววูบ ปานฝันเบียดต้นขาเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นรัวแรง...

"แต่ผมอยากให้พี่ตอดอย่างอื่นมากกว่า"

To be continued... 

น้อนนนนนนนน > < ป.ล. มาดึกอีกแล้ว ใครอยู่ ส่งเสียงโหน่ยยยย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว