email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น : ฤทธิ์รักในรอยแค้น แก้แค้น 18+ วัยทำงาน วัยเรียน รุนแรง นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2564 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

บทที่ 8 

“ผมอยากว่ายน้ำ” 

ตอนนี้ผมกับเขาอยู่ในฟิตเนสของคอนโด คุณภคินมีกิจวัตรประจำวันอีกอย่างที่ไม่สามารถยกเว้นได้เลยนั่นก็คือการออกกำลังกาย พอมารู้แบบนี้ผมถึงได้หายข้องใจว่าทำไมเขาถึงได้แข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก แถมอาการป่วยกระท่อนกระแท่นก็ไม่มีเหลือให้เห็นอีกแล้ว 

“เอาชุดมาหรอ” 

“เอามา” ผมตอบแล้วช่วยเขาวางบาร์เบลที่หนักถึงข้างละ 30 กิโลลง จริงๆจะนอนต่อก็ได้นะ แต่เห็นว่าเขาต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อมาออกกำลังกาย ผมก็เลยอยากจะลงมาหาอะไรเล่นเป็นเพื่อน แถมยังได้ฟิตหุ่นอีกต่างหาก 

“ให้ว่ายได้ถึง 7 โมง” เขาบอกพลางลุกขึ้นมาหยิบน้ำไปดื่ม 

“7 โมงครึ่งไม่ได้หรอครับ” ผมพยายามต่อรอง 

“ไม่ได้” เขาตอบเสียงเข้มแล้วหยิบกระเป๋าเพื่อตรงไปยังห้องอาบน้ำ “เดี๋ยวผมต้องไปทำงาน” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีที่ได้ยินก่อนจะก้าวขาเดินตามร่างสูง เขาจะไปทำงานก็ไปสิ ผมไม่ได้ไปกับเขาซะหน่อย ขอว่ายน้ำให้มันเย็นชุ่มฉ่ำสักสองชั่วโมงไม่ได้หรอ 

“แต่ว่า” 

“ยืนอยู่ทำไม เปลี่ยนชุดสิ” คุณภคินพูดพลางถอดเสื้อผ้าออก แล้วนั่น..เขาหยิบกางเกงว่ายน้ำมาด้วยหรอเนี่ย 

“คุณจะว่ายกับผมหรอ” ผมถามแล้วรูดกางเกงลงเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง 

“ก็ใช่น่ะสิ ผมเพิ่งนึกได้ คราวหน้าถ้าอยากว่ายน้ำต้องมากับผมเท่านั้น” 

โหยอะไรแว้! ผมนึกเซ็งจิตขึ้นมาทันที เพราะหากเย็นวันไหนคุณภคินไม่เข้ามาหา ผมก็มักจะลงมาว่ายน้ำแก้เบื่อที่ชั้นนี้ทุกครั้ง แล้วต่อไปนี้ผมจะทำอะไรล่ะ ให้ทำกับข้าวทั้งวันมันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ 

อืม แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเขาในชุดกางเกงว่ายน้ำรัดรูป 

หุ่นดีจัง… 

“มองอะไรคุณ” เขาถามแล้วเดินเข้ามาผูกเชือกกางเกงว่ายน้ำให้จนใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ 

“เปล่าครับ” ผมหลุบหน้าหนีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน แต่ก็ดันมาป๊ะเข้ากับแผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเนียนสวยแทน โถ ชีวิตไอ้เก็ต! 

“เอาละเสร็จแล้ว” ผมตื่นจากภวังค์ทันทีเมื่อเขาพูด แล้วสายกรุ้มกริ่มนั่นหมายความว่ายังไง 

“หน้าแดงนะคุณ” เขาเอ่ยก่อนจะยกมือลูบแก้มผมเบาๆ 

“ผมเปล่า” ผมพูดขณะที่คนตรงหน้าเปลี่ยนจากจับแก้มมาเป็นเชยคางผมแทน 

“อื้มม” 

สุดท้ายเราก็ได้จูบกันจนได้ ช่วงบนที่เปลือยเปล่าของเราสองคนเสียดสีกันไปมา ขณะที่จังหวะการดูดดึงบนริมฝีปากก็เร่าร้อนมากเสียจนหายใจติดๆขัดๆ 

“อ๊ะ คุณภคิน อือ ผมอยากว่ายน้ำ” ผมยกมือจับใบหน้าของเขาให้ออกห่าง ปากและจมูกก็ทำหน้าที่โกยอากาศเข้าปอดในทันที 

“แต่ผมยังไม่อยากว่าย” เขาตอบ ก่อนจะใช้จมูกเข้าซุกไซ้ที่ลำคอของผม เอาละสิ! 

“อือ ไม่...ตรงนี้มัน อื้อออ” ผมกำลังจะห้ามเขาเพราะสถานที่นี้มันคือห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใครๆจะเข้าออกก็ได้ แต่ก็โดนปิดปากด้วยปากไปอีกรอบ 

“เข้าไปในห้องนั้นสิ” เขาบอกแล้วจับมือผมให้เข้าไปในห้องอาบน้ำเล็กๆ 

“คุณจะบ้ารึไง” ผมว่าขึ้นเมื่อร่างสูงหันไปปิดประตู ล็อกลูกบิดเสร็จสรรพ 

“ตื่นเต้นดีไม่ใช่หรอ” ผมสะอึกเล็กน้อย เพราะก็คุ้นๆเหมือนจะเคยพูดคำนี้ 

แต่พูดกับใครวะ? 

“ฮ่ะ คุณภคิน” ผมยกมือโอบรอบคอคนตรงหน้า ขณะที่เขากำลังแก้เชือกที่มัดเองกับมือเมื่อกี้เพื่อปลดกางเกงผมให้ลงไปกอง บนพื้นกระเบื้อง 

“ผมมีแต่เหงื่อ” แน่นอนแหละ ก็เพิ่งจะเล่นฟิตเนสกันเสร็จนิ 

“ผมก็มี” เขาบอกก่อนจะเอื้อมมือไปบิดฝักบัวที่อยู่ด้านหลังผม 

ซ่าาา 

เสียงน้ำไหลลงมากระทบร่างกายของเราสองคนจนเปียกชุ่มไปทั่ว ผมกอดเขาแน่นแล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสจูบที่เต็มไปด้วยไฟราคะ “อย่าส่งเสียงดังล่ะ” เขาพูดแล้วจับต้นขาผมขึ้นเกี่ยวเอวเพื่อให้ตรงจุดนั้นได้สัมผัสกับสัดส่วนที่กำลังร้อนรุ่ม ก่อนจะก้มลงสอดลิ้นใส่เข้ามาในปากผมเหมือนเดิม 

“ไหวมั้ย” 

เขาค่อยๆปล่อยขาผมลงแต่ก็ยังคอยประคองตัวผมไว้อยู่ 

“คุณมันโคตรเอาแต่ใจ” จริงๆอยากจะด่าให้แรงกว่านี้นะ คนเพิ่งออกจากฟิตเนสเพลียๆ โดนXXในห้องน้ำแคบๆแถมยังเป็นท่ายืนอีกต่างหาก 

“ฮ่าๆ” ขำๆ ถ้าไม่ติดว่า…นั่นแหละ จะต่อยให้ฟันร่วงหมดปาก 

“กล้าขึ้นเยอะเลยนะ” เขาจุ๊บต้นคอผมเบาๆ แน่นอนแหละว่าเรายังคงยืนกอดกันใต้ฝักบัว 

“ผมหมดแรงแล้ว” แกล้งอ้อนได้มั้ยนะ 

“อย่าสำออย ผมทำไปรอบเดียวเอง” ทำไมถึงปากคอเราะร้าย กูอ้อนเว้ย! อ้อนน่ะรู้จักมั้ย? 

“เหอะ” ผมพูดออกได้แค่นั้นแหละ เพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ ต่อไปก็แพ้ พอแพ้แล้วเดี๋ยวก็พาลทะเลาะกันอีก ผมไม่ชอบเลย 

“อาบน้ำแล้วขึ้นห้องเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” พอเสร็จสมดั่งใจแล้วก็ค่อยมาห่วงสุขภาพ 

ผมควรจะปลื้มดีมั้ยเนี่ย? 

เราผลัดกันอาบน้ำอยู่ในห้องแคบๆนั่นต่อเนื่องจากด้านนอกเริ่มมีคนเดินเข้ามา แต่ไอ้ของที่เขาปล่อยใส่พุงผมนี่สิ 

“คุณออกไปก่อนได้มั้ย” ผมขอเขาเสียงอ่อย หน้าก็ร้อนวูบขึ้นมาเชียว 

“ทำไม” เขาถาม 

“ผมจะ…เอ่อ” มันพูดไม่ออก เลยใช้สายตาหลุบไปด้านล่างแทน หวังว่าเขาจะฉลาดพอนะ 

“ก็ทำสิ ด้านนอกยังมีคนผมไม่อยากเดินออกไป” เขาตอบหน้าตาเฉยแล้วหยิบผ้าขนหนูที่ทางคอนโดจัดเตรียมไว้ให้ขึ้นมาเช็ดตาม ร่างกาย ฮือ มันไหลย้อนออกมาแล้ว 

“แต่” ผมพยายามเกร็งสุดฤทธิ์แต่ดูเหมือนร่างสูงตรงหน้าจะมีความสุขแปลกๆนะ 

“ทำไม่ได้หรอ” ทำได้ แต่ไม่อยากทำให้เห็นเข้าใจมั้ย!! 

“คนออกไปหมดแล้ว คุณออกไปเถอะครับ” เสียงด้านนอกเงียบไปแล้วผมจึงบอกเขาอีกครั้ง 

“คุณภคิน” นิ่งๆ ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตู 

นี่แทบจะวิงวอนเลยนะ 

“คุณภคิน” ไม่ไหวแล้วววว 

“โอเคๆ ผมไปก็ได้” ผมเหมือนจะชนะนะ แต่ก็เปล่า คนตรงหน้าค่อยๆแง้มประตูออกไปอย่างเงียบๆ ปล่อยผมให้ใช้เวลาอันเป็นส่วนตั๊ววว ส่วนตัวต่อไป 

แม่งเอ้ย เวรกรรมอะไรของกู 

............ 

“พี่” 

ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวออกจากห้องน้ำก็เจอช็อตเด็ดเลยทีเดียว ไอ้เด็กชั้น19 

“มาว่ายน้ำหรอครับ” 

“เออ” เมื่อกี้ก็น้ำเข้าจมูกไปหลายทีเหมือนกัน อารมณ์คล้ายๆว่ายน้ำนั่นแหละ ไม่ได้โกหกนะ 

“ปกติพี่ว่ายตอนเช้าหรอ” มันยังถามต่อ แล้วไอ้เชี้ยแม่งถอดกางเกงในต่อหน้ากูเลยนิ๊ มึงควรจะหาอะไรมาปิดลูกชายมึงบ้างนะ เห็นใจลูกกะตากูบ้าง 

“เปล่า” พรุ่งนี้คงไม่ตื่นมาแล้วแหละ เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้เขาจะมาหาผมรึเปล่า 

เออ แล้วเขาไปไหนละเนี่ย 

ผมชะเง้อคอหาจนทั่วห้องก็ไม่เจอร่างสูงที่คุ้นเคยเลยสักนิด 

“เมื่อกี้ผมเจอผู้ชายคนนึง แม่งหุ่นอย่างดี” มันเริ่มสร้างความสนิทสนมกับผมแล้วครับ ไอ้เด็กนี่ 

“หรอ” ผมเปิดล็อกเกอร์เอาเสื้อผ้าออกมาเตรียมจะใส่ 

“พี่เสื้อสวยอ่ะ” มันตาวาวทันที ที่เห็นเสื้อยืดของผม ก็แค่เสื้อสกรีนลายกราฟฟิกตามตลาดนัดทั่วไป 

จะเว่ออะไรเบอร์นั้นวะ? 

ขณะที่มองมันแล้วนึกสงสัยอยู่ในใจ รังสีอำมหิตจากไหนไม่รู้ก็แผ่ซ่านมาเสียจนรู้สึกเสียวหลังวูบวาบ ผมสอดส่ายสายตาหาต้นตอจนในที่สุดก็โป๊ะเช๊ะ! เขากำลังยืนกอดอกหน้านิ่งอยู่ตรงประตูในชุดออกกำลังกายเรียบร้อย ส่วนผมนั้นก็กำลังยืนกึ่งโป๊กึ่งเปลือยกับไอ้เด็กชั้น19 ความซวยคงจะมาเยือนกูในอีกไม่ช้า... 

“ดูรีบนะพี่” มันเอ่ยขณะที่ผมแต่งตัวด้วยความเร็วแสง และเขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้เดินเข้ามา ไม่ได้เรียก หรือทำอะไรทั้งสิ้น 

แค่ยืนอยู่ตรงนั้น… 

ด้วยใบหน้าเรียบเฉย 

นิ่งสนิทเสียจนผมรู้สึกน้อยใจนิดๆที่เขาไม่ยอมแสดงความรู้สึกอะไรเลย 

“ว่าแต่ชื่ออะไรน่ะเรา” ผมลดความเร็วในการเก็บของลงก่อนจะถามชื่อคนข้างๆด้วยสายตาและท่าทางที่ไม่ได้ใช้มานานพอสมควร 

“หา เอ่อ..” มันยกมือเกาหัวแก้เขินนิดๆ ก่อนจะยิ้มเบาๆ เสน่ห์กูก็ยังใช้ได้นี่หว่า 

“ผมโดมครับพี่ โดมินิค” เออ ชื่อแม่งก็ดูดีสมหน้าตาอยู่ 

“พี่ชื่อเก็ตนะ” ผมบอกมันเสียงนิ่ม แล้วแอบปรายตาไปทางประตูนิดๆ 

ทว่าร่างสูงของเขากลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว… 

นี่กูทำแบบนี้เพื่ออะไรวะ อยากให้เขาหึงหรอ? 

“ไปก่อนละ” 

“คือพี่..” 

“ไว้คราวหลัง” ผมบอกมัน ถ้าไม่รีบออกมาตอนนี้มีหวังได้ทะเลาะกันบ้านแตกแน่ๆ 

แผ่นหลังสูงตรงไปยังลิฟท์เพื่อขึ้นสู่ชั้นบน ผมถอนหายใจครู่นึงกับความคิดงี่เง่าของตัวเองก่อนจะรีบสาวเท้าไปให้ทันเขา 

“อะ อื้ม” กระแอ้มไอเล็กน้อยให้รู้ว่าเดินมาข้างๆแล้วนะ 

“ฮึ” เขาปรายตามองผมก่อนจะก้าวขาเข้าไปยืนในลิฟท์ที่มาถึงพอดี 

“แค่ทักทายตามประสาเพื่อนร่วมคอนโด” สุดท้ายคนที่ทำลายความเงียบเป็นคนแรกก็คือกูอยู่วันยังค่ำ 

“ผมอยากรู้?” เขาหันมาบอกด้วยใบหน้านิ่งๆ แล้วเดินออกจากลิฟท์เมื่อถึงชั้น26 

“ก็ดูคุณไม่พอใจ” ผมตอบแล้วเดินตามต้อยๆเข้ามาภายในห้อง 

“ฉลาดดีนิ” เขาโยนกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วหันมาพูดใส่ผมด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนจะหงุดหงิด 

แต่ทำไมมันกลับรู้สึกดีใจลึกๆวะ? 

“ผมเคยสั่งให้คุณหยุดพฤติกรรมมั่วๆนั่นไปแล้วไม่ใช่หรอ” นั่นมันม่อเว้ย ยังไม่มั่วซักหน่อย 

“สันดานเก่ามั้ง” ผมโกรธนิดๆที่เขาเลือกใช้คำแบบนั้น เลยตอบไปแบบประชดๆ 

“นั่นสินะ” เขาเอ่ยแล้วใช้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเป็นสายตาที่ผมเกลียดที่สุด เต็มไปด้วยความดูถูกและรังเกียจ 

“คุณภคิน” ผมเรียกเขาแล้วเดินเข้าไปกอดจากด้านหลัง 

อย่ามองกันแบบนั้นได้มั้ย…มันเจ็บ 

“ปล่อยๆ ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน” เขาพยายามผลักออกแต่ผมไม่ยอม ยังคงเกี่ยวเอวหนาไว้แน่น 

“คุณกัมปนาท” ร่างสูงถอนหายใจ 

“สำนึกผิดหรอ” เขาถาม ผมไม่ตอบแต่เลือกที่จะพยักหน้าแทน 

ผมยอมเขามาก ยอมจนบางครั้งก็นึกสมเพชตัวเอง แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อผมต้องการเขา ผมชอบเวลาที่เขาทำดีกับผม กอดผม จูบผม และสัมผัสร่างกายผมด้วยความนุ่มนวล หลายครั้งที่นึกเห็นแก่ตัว หลายครั้งที่นึกอยากจะครอบครองเขาไว้แต่เพียวผู้เดียว 

ทั้งที่ความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้… 

“คืนนี้คุณจะมามั้ย” คนตรงหน้าค่อยๆจับมือผมออกก่อนจะหันกลับมา 

“ไม่ มีดินเนอร์กับน้องพิม” 

“อ่อ” ผมพูดอะไรไม่ออก มันจุกอกทุกครั้งเลยเวลาที่ได้ยินอะไรแบบนี้ 

“ดูแลห้องดีๆ เงินเดือนคุณ ผมโอนเข้าธนาคารให้แล้ว เพิ่มอีกสี่หมื่นเผื่อคุณอยากจะเอาไปซื้อนาฬิกาอะไรนั่น” มันเป็นาฬิกาที่ผมเคยพูดว่าสวยตอนอ่านนิตยาสารแบบผ่านๆ 

ผมไม่ได้อยากได้มันจริงๆซะหน่อย ผมไม่ต้องการเงินเพิ่ม ไม่ได้ต้องการเลยสักนิดเดียว 

“ปล่อยมือออกจากแขนผมได้แล้ว คุณกำลังทำผมสาย” 

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เรียบเฉย มันเฉยมาก ประหนึ่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเมื่อครู่มีเพียงผมเท่านั้นที่คิดบ้าไปคนเดียว 

ผมค่อยๆนั่งลงบนโซฟาแล้วมองร่างสูงเดินหายเข้าไปในห้องนอนพร้อมกับคำถามที่ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยออกมา 

เขาเคยรู้สึกอะไรกับผมบ้างรึเปล่า? 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>TBC<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว