email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิล ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 3 สั่งสอนเด็ก

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 สั่งสอนเด็ก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 647

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2564 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 สั่งสอนเด็ก
แบบอักษร

ตอนที่ 3 สั่งสอนเด็ก  

"อย่าคิดว่าบริ้งค์จะจมปลักอยู่กับพี่แค่คนเดียว พี่มีใหม่ บริ้งค์ก็มีใหม่ได้เหมือนกัน!" 

ไปป์หรี่ตามองคนทั้งสองแล้วแค่นหัวเราะเย้ยหยันราวกับสิ่งที่ได้เพิ่งได้ยินนั้นเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน  

มีใหม่งั้นเหรอ? มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง?  

คนที่หลงรักเขาหัวปักหัวปำมานานแรมปี ไหนเลยจะเปลี่ยนใจได้อย่างง่ายดายภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน และที่ยิ่งไปกว่านั้น ... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทะเลาะกันเพราะเรื่องแบบนี้ 

คิดแล้วมุมปากก็ยกยิ้มอย่างเป็นต่อ ยังคงทะนงในความสำคัญของตัวเอง เขาปลดแขนออกจากการกอดรัดก่อนหันไปกระซิบสั่งคู่ขาเสียงเรียบ 

"ไปรอที่รถ" 

"แต่ว่า..." 

แววตาขึงขังเอาจริงทำให้สาวอวบอึ๋มได้แต่ทำหน้ากระเง้ากระงอดอย่างแง่งอน ยอมถอยทัพตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วยกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายโมโหแล้วถูกเขี่ยให้ตกกระป๋องเพราะความงี่เง่า 

หากแต่ไม่วายหันไปปรายตามองคู่กรณีด้วยสายตาขุ่นขวาง ฮึ! ทั้งที่อุตส่าห์หาทางกำจัดยัยแอ๊บแบ๊วนี่ให้พ้นทางได้แล้ว ทำไมผู้ชายถึงยังอาลัยอาวรณ์มันไม่เลิกอีกนะ! 

มือหนาดันร่างอวบออกห่าง รอกระทั่งเจ้าหล่อนเดินหายลับไปจากขอบเขตสายตาแล้วจึงสาวเท้าเข้าไปหาอดีตแฟนสาวด้วยสีหน้าสำนึกผิด 

"บี๋คะ พี่รู้ว่าบี๋โกรธ แต่บี๋อย่าประชดประชัน​พี่ด้วยวิธีนี้เลยนะคะ เรากลับไปคุยกันที่ห้องก่อนดีไหมคะ" 

"คุย? เรายังมีอะไรให้คุยกันอีกค่ะ กลับไปหายัยนมตู้มของพี่เถอะค่ะ" 

ไปป์จิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อแฟนสาวไม่ว่านอนสอนง่ายเยี่ยงครั้งก่อน ๆ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงดึงรั้ง 

"กลับไปคุยกันที่ห้อง" 

"เลิกแล้วก็เลิกเลยดิวะ!" 

บริ้งค์ตะโกนใส่หน้าอดีตแฟนหนุ่มเสียงดังลั่น สะบัดมือออกจากการเกาะกุมราวกับต้องของร้อนแล้วเชิดหน้าใส่ ตั้งมั่นแน่วแน่ว่าครั้งนี้เธอจะไม่ยอมใจอ่อนกลับไปกินหญ้าอีกเด็ดขาด 

"หมากฝรั่งที่บริ้งค์คายทิ้งแล้ว บริ้งค์ไม่เก็บเอากลับมาเคี้ยวอีกหรอกค่ะ มันเสียรสชาติ แล้วก็สกปรก!" 

"มันจะมากเกินไปแล้วนะ!"  

ไปป์ขบกรามแน่น ถึงจะรู้ตัวว่าทำผิดที่นอกกาย แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวได้อย่างไรในเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมให้เขาเผด็จศึกเสียที ไม่รู้จะหวงเนื้อหวงตัวเก็บไว้ให้ใครกัน 

"ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่พี่เป็นแบบนี้เพราะใคร"  

"นี่พี่โทษบริ้ิงค์เหรอ" 

"ก็ถ้ามันมีให้กินที่บ้าน ใครมันจะออกไปหากินข้างนอกวะ!" 

บริ้งค์อ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าคนที่เธอเทิดทูนให้เป็นรักครั้งแรกจะมีความคิดต่ำตมเช่นนี้ เธอยกมือขึ้นชี้หน้า ตั้งท่าจะพ่นคำก่นด่าออกมาอีกระลอก แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อคนข้างกายมีความเคลื่อนไหวหลังยืนนิ่งมานาน 

ใบหน้าหวานเสียอาการเล็กน้อยในตอนที่ชายแปลกหน้าดึงท่อนแขนออกจากการกอดรัด ทว่าวินาทีถัดมาดวงตาก็เบิกกว้าง เลิ่กลั่กจนเก็บอาการไม่อยู่เมื่อจู่ ๆ ชายแปลกหน้าตวัดแขนโอบรอบเอวคอดก่อนรั้งตัวเธอเข้าหา 

กลิ่นน้ำหอมสะอาดสดชื่นจากกายแกร่งทำเอาใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายกระชับวงแขนจนใบหน้าเธอขยับเข้าไปซุกซบกับแผงอกกว้าง พวงแก้มนวลก็เห่อร้อนแดงก่ำ 

"พูดจบหรือยัง"  

น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยถามพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ใช่ว่าอยากจะเอาตัวเข้าไปวุ่นวาย แต่เพราะรำคาญหูรำคาญตาและไม่ต้องการตกอยู่ในสถานะตัวประกอบฉากอันแสนน้ำเน่านี้อีกต่อไป 

"เสือก" 

ไปป์ตะคอกเตือนเสียงขุ่น ทว่าในวินาทีที่สบเข้ากับดวงตาสีนิลซึ่งเปี่ยมด้วยอำนาจคู่นั้น เขาก็กลับต้องเป็นฝ่ายเสหลบสายตา รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อ ๆ 

"หึ"  

ติณณ์ยกมือขึ้นสั่งลูกน้องให้ถอยกลับไปยืนจุดเดิม หากไม่ติดว่ามีกฏที่ตกลงไว้กับทางคลับล่ะก็ ไม่มีทางที่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนจะได้รอดกลับไปหลังยืนพ่นคำหยาบคายใส่หน้าเขาแบบนี้ 

"ถ้าจบแล้วก็ถอยไป" 

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" 

ดวงตาคมกริบปรายตามองเพียงนิด ริมฝีปากหนาหยักกระตุกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคู่กรณียอมเดินจากไปแม้มีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะออกแรงดันให้เด็กสาวเดินออกมายังลานจอดรถด้านหลังด้วยกัน 

"รถอยู่ไหน" 

เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัวพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่คลายออกทำให้บริ้งค์สะดุ้งหลุดออกจากห้วงภวังค์ แววตาเลือนลอยช้อนขึ้นมองสีหน้าเรียบเฉยติดจะถมึงทึงของผู้ช่วยชีวิตแล้วชะงักงัน ตกตะลึง 

จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วหนาคมเข้มขมวดมุ่นน้อย ๆ บวกกับสายตาดุดันให้ความรู้สึกกร้าวใจอย่างบอกไม่ถูก ตรงทางเดินที่แสงค่อนข้างสลัวนั่นก็ว่าหล่อแล้ว พอมาเจอไฟสว่างโร่ อื้อหื้อ ความหล่อระดับเฮชดีมีจริง! บริ้งค์กรีดร้องในใจ 

"จะจ้องฉันอีกนานไหม"  

ติณณ์เอ่ยถามเสียงห้วน เมื่อแววตาหลงใหลได้ปลื้มของเด็กสาวเอาแต่จดจ้องเขาอย่างไม่ลดละ ซ้ำยังยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่เจืออยู่ในลมหายใจอย่างชัดเจน 

"อะ อ้อ ขะ...ขอโทษค่ะ" 

บริ้งค์สะดุ้ง ถอยออกมายืนในระยะที่เหมาะสมแล้วละล่ำละลักขอโทษเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างขัดเขินที่ถูกจับได้ว่าเผลอตัวมองเขาจนเกินงาม 

"ตกลงว่ารถอยู่ไหน" 

"อา จะ...จอด จอดอยู่ด้านหน้าค่ะ" 

เมื่อทราบพิกัดของสิ่งที่ต้องการแล้วติณณ์จึงส่งสายตาข้ามไหล่ไปหากรณ์ ลูกน้องคนสนิทเป็นเชิงสั่งการให้แยกย้าย ก่อนจะพยักพเยิดหน้าส่งสัญญาณให้เด็กสาวเดินนำไปยังจุดที่เธอแจ้ง 

ไม่ใช่ว่าอยากจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ หากแต่เมื่อนึกถึงท่าทางเย้ยหยัน ประชดประชันทั้งที่น้ำตาจวนเจียนจะร่วงอยู่รอมร่อเมื่อครู่ เขาก็อดรู้สึกเวทนายัยเด็กนี่ไม่ได้ 

ความเกลียดชังในแววตาเศร้าสร้อยคู่นั้นมันทำให้เขาเหมือนเห็นภาพตัวเองยามเป็นเด็ก จะต่างกันก็ตรงที่เขาเลือกจะเก็บทุกอย่างไว้ในใจ ในขณะที่เด็กสาวนั้นแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาอย่างเปิดเผย 

ขาเรียวก้าวไปข้างหน้า โซเซบ้างในบางจังหวะเนื่องจากสายตาคอยแต่จะชำเลืองมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่เดินเคียงข้างมากกว่าถนนหนทาง ซึ่งใช่ว่าชายหนุ่มจะไม่รับรู้ 

"ถึงแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ" 

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน แม้ระหว่างทางจะไร้ซึ่งบทสนทนา ทว่าใจดวงน้อยกลับรู้สึกดีกับการปกป้องดูแลของคนแปลกหน้านี้อย่างประหลาด 

"กลับบ้านไปซะ" 

บริ้งค์ก้มศีรษะแทนคำขอบคุณอีกครั้ง มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าคลัชท์ซึ่งมักใช้ถือติดตัวเสมอหากมาเที่ยวเพื่อหยิบกุญแจรถ แต่พอนึกถึงคำที่เพื่อนสาวเคยพูดกรอกหูบ่อย ๆ เธอก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกครั้ง 

"เอ่อ คุณชื่ออะไรคะ คือ... ขอไอจีได้ไหมคะ" 

"ฉันไม่เล่น" 

"แล้วไลน์ล่ะคะ" 

"ไม่มี"  

ใบหน้าหวานม่อยลงไปหลายส่วนหลังฟังจบ ทว่ายังคงไม่ละความพยายาม เอาวะ! อย่างสุดท้ายแล้ว ถ้ายังไม่ยอมให้อีกเธอก็จะยอมตัดใจ 

"งั้นขอเบอร์ก็ได้ค่ะ"  

"ฉันไม่ชอบเด็ก" 

คำปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาทำเอาบริ้งค์หน้าม้าน เด็ก? เธอเด็กตรงไหน บรรลุนิติภาวะก็ถือว่าไม่ใช่เด็กแล้วหรือเปล่า ตวัดสายตามองค้อนหนึ่งทีแล้วสะบัดหน้าเตรียมจะเปิดประตูรถ  

แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นโจทก์เก่ายืนหลบมุมอยู่ไม่ไกล คล้ายกับรอจังหวะเพื่อทำอะไรบางอย่าง เธอก็หน้าตาตื่น หันกลับมารั้งแขนคนข้าง ๆ แล้วเบียดกายเข้าหา 

ขืนเธอขับรถกลับตอนนี้คงไม่แคล้วถูกลากขึ้นคอนโดแน่ ๆ ถึงที่ผ่านมาแฟนหนุ่มจะยอมทำแค่ภายนอก แต่ในเมื่อตอนนี้แตกหักกันแล้ว เธอกลัวใจเขาเหลือเกินว่าจะทำอะไรไม่ดี 

ยัยเด็กนี่เป็นไบโพลาร์เหรอวะ?  

ติณณ์ชักสีหน้าหงุดหงิด มือหนาแตะลงบนเอวคอดทว่าในจังหวะที่จะดันร่างบางออกห่าง ใบหน้าหวานก็เงยขึ้นมาสบสายตาก่อนตวัดสองแขนขึ้นโอบรัดรอบคอ 

"ขอสิบวิค่ะ" 

บริ้งค์กระซิบกระซาบเสียงอ่อน สายตาหวาดหวั่นชำเลืองมองไปทางทิศที่อดีตแฟนหนุ่มยืนแล้วลอบถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำเพียงสบถก่อนจะก้าวฉับ ๆ กลับเข้าไปในคลับด้วยสีหน้าไม่พอใจ ไม่ได้ตั้งมั่นปักหลักรออย่างที่นึกกลัว  

"ยัยเด็กแก่แดด" 

ติณณ์ตำหนิเสียงเข้มแล้วออกแรงผลักไสคนที่เกาะหนึบ ส่งผลให้ริมฝีปากบางประทับ ทิ้งรอยไว้บนเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งโผล่พ้นเสื้อสูทอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

"โอ๊ะ" 

บริ้งค์ทำตาโต ถลาเข้าไปหมายจะช่วยเช็ดทำความสะอาด พลันดวงตาก็เบิกกว้าง ผงะตกใจเมื่อจู่ ๆ คนหน้าดุยกสองมือขึ้นค้ำบนรถยนต์ กักขังเธอไว้ด้านในวงแขน 

"นะ..นี่ อย่าเข้าใจผิดนะคะ เมื่อกี้..." 

"พยายามขนาดนี้ อยากกลับกับฉันมากเลยเหรอ" 

คำถามที่ไม่ต่างจากคำปรามาสว่าเธออยากนอนกับเขาทำเอาใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโมโห แล้วเผลอโพล่งสิ่งที่คิดในหัวออกไปอย่างลืมตัว 

"อย่าคิดว่าหล่อแล้วจะพูดจาดูถูกกันยังไงก็ได้นะคะ" 

"ก็แล้วที่ทำนี่คืออะไร" 

บริ้งค์กำหมัดแน่น ฤทธิ์​แอลกอฮอล์​ที่ยังคงค้างในสายเลือดบวกกับสายตายียวนที่มองจ้องกระตุ้นให้เธอนึกอยากเอาชนะจึงเชิดหน้าท้าทาย ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ 

"ทำไมคะ จะคิดเงินเหรอ" 

ติณณ์ส่งเสียงเหอะในลำคอ หน้าตาเขาเหมือนผู้ชายที่ขายแบบนั้นหรือยังไงวะ คิดแล้วคนที่เพิ่งถูกทาบทามซื้อตัวเป็นครั้งแรกก็หน้าชา รู้สึกเหมือนถูกหยามทางอ้อม  

ดวงตาคมกริบหรี่มองสีหน้าดื้อรั้นของเด็กสาวนิ่งนาน ฮึ! สงสัยต้องสั่งสอนสักหนึ่งบทเรียนหน่อยแล้วว่าไม่ควรปากดีกับคนที่อายุมากกว่า 

"เธอคิดว่าเธอจ่ายไหวไหมล่ะ?" 

ติณณ์ย้อนถาม แล้วแกล้งขยับท่อนล่างเข้าใส่ ส่งผลให้คนที่กำลังเกรี้ยวกราดจนควันออกหูตัวแข็งทื่อหลังสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ดุนดันอยู่ตรงท้องน้อย 

"คะ...คุณ คุณจะทำอะไร ถอยออกไปนะ" 

ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ร่างกายร้อนผะผ่าว รู้สึกราวกับตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อนยามถูกแววตาวาววับเป็นประกายของชายหนุ่มมองไล่ไปตามเรือนร่างอย่างจาบจ้วง 

"ลองเทสบนรถดูก่อนไหม สักรอบ" 

"จะบ้าเหรอ!" 

"อ้อ อยากไปโรงแรมเลย?" 

มุมปากยกยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อเห็นเด็กสาวมีสีหน้าเลิ่กลั่กเหลอหลา เบือนหน้าไปอีกทางแล้วเอนกายถอยหนีจนแผ่นหลังแนบชิดติดกับกระจกรถ 

หลับตาปี๋ ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนี้ หึหึ มองแค่ปราดเดียวก็ดูออกว่ายังไม่เคยผ่านประสบการณ์อย่างว่า  

ติณณ์นึกขันในใจ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เด็กสาวเรื่อย ๆ กลั่นแกล้ง​ให้เธอยิ่งตื่นตระหนก​มากกว่าเดิม  

กระทั่งอีกเพียงไม่ถึงเซนปลายจมูกโด่งจะแตะลงบนพวงแก้มนุ่ม เขาก็เปลี่ยนทิศทางไปยังใบหูก่อนกระซิบเบา ๆ แทนว่า 

"เมาก็กลับบ้านไปนอนซะ เด็กน้อย" 

 

************* 

ต้องมีตังกี่ล้านถึงจะซื้อตัวพี่ติณณ์ได้ ส่วนอีพี่นั้นนนน สนุกเขาแหละ 55555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว