ด้วยเหตุขัดข้องหลายประการ เลื่อนคิวไปปลายปี2562 นะคะ

5 ไปทำงานกับน้ำมนต์

ชื่อตอน : 5 ไปทำงานกับน้ำมนต์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2560 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 ไปทำงานกับน้ำมนต์
แบบอักษร

#

เปิดตัวนายเอก? น้องเตเต้

 

วิลเลี่ยม

"วิลลี่ พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงาน นายอยู่บ้านคนเดียวได้ไหม" น้ำมนต์ถามขึ้นเมื่อเราเตรียมตัวเข้านอน

"ข้าอยากไปช่วยเจ้าทำงานได้ไหม" ผมไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว

" งานของฉันมันค่อนข้างเฉพาะทางนายคงช่วยไม่่ได้หรอก แต่ถ้าคิดว่ารอฉันทำงานทั้งวันได้ไปด้วยกันก็ได้" น้ำมนต์ยิ้มให้ข้า

วันรุ่งขึ้นน้ำมนต์ปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นางช่างทำงานหนักนัก ข้าอาบน้ำแต่งตัวตามที่นางเตรียมไว้ให้แล้วนางก็พาข้านั่งรถยนต์ไปที่ทำงานของนาง

"นี่คือที่ทำงานของเจ้าอย่างนั้นหรือ" ข้ามองตึกข้างหน้าอย่างสนใจ มีกลิ่นของยาคลุ้งในอากาศ

"ฉันเป็นหมอรักษาสัตว์น่ะนายตามฉันมาทางนี้ เราไปหาอะไรกินกันก่อน ยังพอมีเวลา" น้ำมนต์พาข้าไปโรงเตี๊ยม นางบอกว่าต้องเรียกว่าแคนทีน

"วิลลี่อยากกินอะไร" น้ำมนต์ชี้ให้ข้าดูภาพอาหารหน้าตาสวยงามแต่ข้าเลือกไม่ถูก

"ข้าเลือกไม่ถูก น้ำมนต์เลือกให้ข้าหน่อยสิ" ข้าส่งสายตาออดอ้อนให้นาง

"ไม่ต้องส่งตาหมามาอ้อนเลย เดี๋ยวสั่งให้ เอาข้าวต้มหมูสับสองชามครับป้า"  น้ำมนต์สั่งให้ 

เรายืนรอไม่นานก็ได้อาหารที่สั่ง นางส่งถาดอาหารมาให้ข้าแล้วชี้มือไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่

"ถือถาดไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ฉันจะไปซื้อน้ำก่อน"

ข้าทำตามอย่างว่าง่าย แป๊บเดียวจริงๆน้ำมนต์ก็ถือถ้วยร้อนๆมาสองถ้วย พร้อมขนมปังปิ้งอีกจานโต

"อ่ะ ฉันซื้อนมร้อนมาให้ ไม่แน่ใจว่านายดื่มกาแฟไหม คิดว่าถ้าเป็นนมยังไงคงกินได้ เพราะหมาชอบนมทั้งนั้น" 

"น้ำมนต์ ข้าเป็นเผ่าพันธุ์หมาป่าอันสูงส่งเจ้าอย่าเอาข้าไปเทียบกับหมาทั่วไปได้ไหม" ข้าบ่นแต่เขากลับหัวเราะคิกคัก

"เอาเถอะ ว่าแต่นายต้องปรับปรุงเรื่องการพูดก่อนนะ ต่อไปนี้ให้แทนตัวเองว่าผม เรียกคนอื่นว่าคุณ ข้ากับเจ้าน่ะ เลิกพูดได้แล้ว คนที่นี่เขาไม่พูดกัน" เขาตักอาหารเข้าปากอย่างสบายใจ

ข้าพึมพำกับตัวเองจะได้ไม่เผลอพูดอะไรที่ไม่เหมาะออกไป ถึงเขาไม่บอกข้าก็ไม่คิดจะเล่าอะไรออกไปหรอก ในโลกต่างมิตินี้ข้าไว้ใจแต่เขาเท่านั้น

"หมอน้ำมนต์คะ นี่เพื่อนหมอเหรอคะ"

มีผู้หญิงมาทักน้ำมนต์แต่มองหน้าข้า เอ่อ...ผมตลอดเลย

"เพื่อนผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศน่ะครับ ตอนนี้มาพักด้วยที่บ้านผมไม่มีเวลาพาไปเที่ยวเลยพามาทำงานด้วยกัน" 

"บอกหวานก็ได้ค่ะ ถ้าหมอไม่ว่างหวานยินดีพาคุณ...เอ่อ.. คุณ" นางพยายามยั่วยวนข้า ให้ตายเถอะ นางคิดว่านางมีอะไรสู้น้ำมนต์ได้

"วิลเลียมส์ครับ นี่คุณหวานเป็นประชาสัมพันธ์ของที่นี่"  น้ำมนต์แนะนำ แต่ผมไม่ได้อยากรู้จักหล่อนนี่จึงได้แต่มองเฉยๆจนเจื่อนไปเอง

"เอ่อคุณวิลเลียมส์ไม่เข้าใจภาษาไทยหรือคะ" เธอหัวเราะแห้งๆ

"เข้าใจครับ" น้ำมนต์ตอบแทนผมจึงถูกผมตวัดสายตามอง ให้ตายเถอะนี่น้ำมนต์จะซื่อไปไหมถึงปล่อยให้หญิงอื่นมายั่วยวนสามีตัวเอง 

"น้ำมนต์กินสิ" ผมจิ้มขนมปังไปจ่อปากน้ำมนต์ เขาอ้าปากรับเคี้ยวจนแก้มป่องน่าเอ็นดูนัก

"อย่าเอาแต่ป้อนฉันสิ นายกินเองบ้าง" น้ำมนต์จิ้มขนมปังมาจ่อปากผม

ผมอ้าปากรับแล้วเลียปากแบบที่ใครเห็นก็ต้องหน้าแดง น้ำมนต์ก็ไม่มีข้อยกเว้น แก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ ผมอดใจไม่ไหวจึงหยิกแก้มแดงๆนั้น

"อ่ะแฮ่มๆ หวานขอตัวก่อนนะคะหมอ" ผู้หญิงคนนี้คงพอรู้ตัวแล้วว่าเป็นส่วนเกิน นับว่าไม่โง่จนเกินไป ผมมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแต่น้ำมนต์กลับยิ้มให้เธออย่างอัธยาศัยดี

"อิ่มแล้วใช่ไหม เราต้องเอาจานไปเก็บตรงนี้นะ" น้ำมนต์ชี้ให้ดู 

ผมแย่งน้ำมนต์ถือจานทั้งหมดไปวางที่เก็บจาน จากนั้นก็ตามน้ำมนต์ไปทำงาน นางหยิบเสื้อคลุมยาวสีขาวมาใส่

"วิลลี่นั่งรอที่นี่นะ ดูหนังในไอแพดไปก่อน จำวิธีใช้ได้ใช่ไหม"

"จำได้ แต่ขอข้า เอ่อ ผมไปด้วยไม่ได้เหรอ" ผมรีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อน้ำมนต์ส่งสายตาจิกมาให้

"ตอนหมอตรวจโรคที่ไหนเข้าให้คนอื่นเข้าไปกัน นายนั่งเล่นอยู่นี่แหละ แล้วตอนเที่ยงจะพาไปกินข้าว ก๋วยเตี๋ยวเรือหลังโรงพยาบาลอร่อยนะ"

 

ผมไม่รู้จักก๋วยเตี๋ยวเรือที่เขาว่าหรอก แต่ถ้าไปกับน้ำมนต์ที่ไหนผมก็ไปทั้งนั้น

น้ำมนต์พูดฝากผมกับคนที่อยู่ในห้อง เป็นผู้หญิงมีอายุคนหนึ่ง เธอยิ้มให้

"พี่ชื่อชุติมานะคะ เรียกพี่ชุก็ได้ อยู่เฉยๆคงเบื่อสินะคะ ออกไปเดินเล่นตรงห้องรอก็ได้ค่ะ ถ้าน้องรักสัตว์ไปเล่นกับหมาแมวก็ได้ค่ะ พวกที่ไม่ป่วยแค่มาฉีดวัคซีนก็มี มาล้างมือตรงนี้ก่อนค่ะ"

ผมทำตามนางอย่างเงอะงะ ก่อนที่นางจะพาผมไปยังห้องโถงใหญ่ที่มีสัตว์หลายชนิดและคนหลายวัยอยู่เต็มไปหมด

ผมเดินไปตามแนว มีหมาเล็กหมาใหญ่กระดิกหางให้ผมอย่างกระตือรือล้น บางตัวก็หมอบซึม แมวนอนอยู่ในตะกร้า บ้างก็ถูกเจ้าของอุุ้มไว้

ผมรู้สึกดีที่ถึงสัตว์ในโลกนี้จะพูดไม่ได้แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากมนุษย์

"พี่ชายๆ" เสียงเล็กร้องอย่างดีใจ ผมมองหาเจ้าของเสียงจนไปเจอกับเจ้าหมาน้อยที่หาข้าวให้ผมกินก่อนที่ผมจะเจอน้ำมนต์

"เจ้าหมาน้อย ไม่สบายหรือไง ทำไมถึงรู้ว่าเป็นฉันล่ะ"

"ผมไม่ได้ป่วยนะ แม่บอกว่าพามาฉีดยา ผมจะได้แข็งแรง ผมจำกลิ่นพี่ชายได้ ตระกูลผมจมูกดีที่สุดเลยนะ" เจ้าหมาน้อยยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ข้ามองไปที่ตัวเตี้ยๆขาสั้นๆ หูยาวๆ เอาที่พอใจเลย

"รู้จักพี่เขาหรือไงลูก" ผู้หญิงวัยกลางคนที่อุ้มเจ้าหมาน้อยพูดเสียงอ่อนหวาน เจ้าหมาน้อยกระดิกหางให้จนส่ายไปทั้งตัว

"ผมพักอยู่กับน้ำมนต์ครับ เคยเห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งอยู่หน้าบ้าน" ผมบอกเธอ

"เพื่อนหนูน้ำมนต์เองหรือคะ ถึงว่าสิ ปกติเตเต้ไม่ค่อยยอมให้คนแปลกหน้าจับหรอกค่ะ" เธอเล่าชีวิตของเจ้าหมาน้อยอย่างเพลิดเพลิน

ผมนั่งเล่นกับเจ้าหมาน้อยอยู่พักนึงจนคุณน้าถือก้อนดำๆพูดคนเดียว น้ำมนต์เคยบอกว่ามันเรียกว่าโทรศัพท์มือถือ ใช้ติดต่อกัน แม้แต่คนที่อยู่ห่างไกลคนละทวีปก็คุยกันได้โดยไม่ต้องมีเวทมนตร์ 

คุณน้าคุยเสร็จก็มีท่าทีละล้าละลัง 

"ทำยังไงดีคะ น้ามีธุระด่วนมากแต่ก็จะถึงคิวของเตเต้แล้วด้วย" เธอมีท่าทีกังวล

"มาทำอะไรอยู่ตรงนี้วิลลี่ อ้าวน้าแอนสวัสดีครับ" น้ำมนต์ยกมือไหว้คุณน้า

"หนูน้ำมนต์มาพอดีเลยค่ะ น้ารบกวนหน่อยได้ไหมคะ คือน้ามีธุระด่วนค่ะ น้าอยากจะฝากเตเต้ไว้กับหนูหน่อยได้ไหมคน ค่ำน้าจะไปรับที่บ้าน พอดีใกล้ถึงคิวฉีดยาของเตเต้แล้วน้าก็เอาเตเต้ไปด้วยไม่ได้ด้วยค่ะ" เธอพูดอย่างรวดเร็ว

"ได้สิครับ เรื่องแค่นี้เอง น้าแอนไปธุระเถอะครับ ผมจะดูแลเตเต้ให้เอง วิลลี่จะได้มีเพื่อนด้วย" 

"ค่ะน้าขอบคุณหนูน้ำมนต์กับเพื่อนมากนะคะ นี่บัตรของเตเต้ค่ะ กับค่าวัคซีน" เธอยื่นกระดาษให้น้ำมนต์

"เยอะไปแล้วครับน้าแอน ค่าวัคซีนไม่แพงขนาดนี้หรอกครับ"

 

"น้าให้เผื่อค่าข้าวของสามคนเลยค่ะ ทั้งหนูน้ำมนต์กับเพื่อนแล้วก็ของเตเต้ด้วย น้าไปก่อนนะคะ" เธอร่ำลาเจ้าหมาน้อยก่อนที่จะเดินออกจากโรงพยาบาลไปด้วยความรวดเร็ว

 "งั้นฝากเตเต้ไว้กับนายก่อนนะ นี่เอาเงินติดไว้เผื่ออยากซื้อน้ำหรือขนม อีกสักสองชั่วโมงฉันถึงจะพักแล้วเราค่อยไปกินข้าวกัน" น้ำมนต์ยัดกระดาษสีเทาใส่มือข้าแล้วเดินจากไป ข้าไม่ชอบใจเลยที่น้ำมนต์แจกยิ้มไปทั่ว แล้วเหมือนกับว่าใครๆก็รู้จักเขา ขัดใจจริงๆ

"พี่ชายชอบพี่น้ำมนต์เหรอ" เสียงเล็กๆดังขัดขึ้น

"เจ้าเด็กแก่แดด รู้ได้ยังไง" ผมจิ้มหน้าหมาน้อยจนหน้าหงาย

"รู้สิ ผมดูละครกับแม่ทุกคืนเลยนะ เวลาพระเอกเริ่มชอบนางเอกก็จะมองคนอื่นตาขวางเพราะหวงแบบนี้ล่ะ" 

"ช่างข้าเถอะ ถึงอย่างไรน้ำมนต์ต้องเป็นของฉันคนเดียว" ผมไม่อยากปรึกษาปัญหากับหมาเด็กหรอกนะ

ผมนั่งรอจนถึงเวลาพักของน้ำมนต์ เขาพาไปกินอาหารที่เรียกว่าก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็อร่อยดี ส่วนเจ้าหมาน้อยได้กินหมูกับลูกชิ้นลวก

หลังจากนั้นน้ำมนต์ก็ต้องกลับไปทำงาน แต่ไม่ก่อนที่จะพาผมกับเจ้าหมาน้อยไปที่สวนเล็กๆในโรงพยาบาล

"นายกับเตเต้เล่นกันอยู่แถวนี้ก่อนก็ได้ ถ้าง่วงก็กลับไปนอนที่ห้องพักนะ ฉันไปทำงานต่อละ" น้ำมนต์จากไปอย่างรวดเร็ว

"พี่ชายให้ผมออกจากกระเป๋าหน่อยสิ ผมปวดฉี่" 

ผมปล่อยเจ้าหมาน้อยออกจากกระเป๋า มันวิ่งใส่หางชี้ดุ๊กดิ๊กไปฉี่ข้างพุ่มไม้ทันที 

ยามตะวันคล้อยแบบนี้ไม่มีใคร่ออกมาอยู่ในสวน มีแค่ผมกับเจ้าหมาน้อยวิ่งสำรวจตามพุ่มไม้ ผมจะถือโอกาสรวบรวมพลังเวทย์สักหน่อย 

ผมเดินพลังไล่ไปตามจุดเส้นทั่วร่างกาย ทำวนอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกถึงพลังงานสายหนึ่งที่ท้องน้อยจึงชักนำพลังงานสายเล็กนั้นเดินไปทั่วร่าง ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะมาอยู่ต่างมิติหรือเปล่าจึงรวบรวมพลังได้ยากเหลือเกิน ไม่ว่าจะพยายามทำแค่ไหนก็ได้เพียงพลังงานสายเล็กๆเท่านั้น

"วิลลี่ วิลลี่" เสียงน้ำมนต์นี่ ผมลืมตาขึ้นอยู่กับมองไปทางต้นเสียง เห็นน้ำมนต์ยืนกวักมืออยู่ใต้ตึก

"เกือบได้เวลาเลิกงานแล้ว นายเอาเตเต้มาฉีดวัคซีนก่อน เราจะได้กลับบ้านกัน" 

ผมยิ้มอย่างดีใจที่ได้ยินคำว่าเรา มองหาเจ้าหมาน้อยก็เห็นกำลังวิ่งพุงป่องมาอยู่

"ผมเดินไปเองก็ได้นะพี่ชาย ผมไม่อยากเข้ากระเป๋าเลย" เจ้าหมาน้อยใช้ตาโตๆมองผม

"เอาสิไปหาน้ำมนต์เลยไป" ผมเก็บกระเป๋าใส่เจ้าหมาเดินตามเจ้าหมาน้ำลายย้อยที่วิ่งแน่วไปหาน้ำมนต์

"ถ้ามีแต่คนไข้แบบเตเต้หมอคงมีความสุขมากเลย ดูซิขนาดจะพาไปฉีดยายังไม่กลัวเลย" น้ำมนต์พูดยิ้มๆอุ้มเจ้าหมาน้อยขึ้นมาที่ตอนนี้มันตัวแข็งทื่อไปแล้ว

"ไม่เอานะ โฮ...." เจ้าหมาน้อยร้องโหยหวน

 

หลังจับเจ้าหมาน้อยให้น้ำมนต์รักษาที่เขาบอกว่าคือการฉีดยา เราก็กลับบ้านกัน แต่น้ำมนต์พาเลี้ยวมาทางห้าง

"ฉันคิดว่าควรจะซื้อมือถือให้นายซักเครื่อง มีอะไรจะได้ติดต่อได้ แล้วจะได้ซื้อข้าวด้วย มีเตเต้อยู่เรากินที่ห้างแล้วทิ้งหมาไว้ในรถคงไม่ดีเท่าไหร่ รีบซื้อรีบกลับจะดีกว่า"

น้ำมนต์ให้ผมอยู่กับเตเต้ที่เก้าอี้ตรงทางเข้า ตัวเขารีบไปซื้อของให้ผม หายไปพักใหญ่ๆก็กลับมา หอบของมาพะรุงพะรัง

"ผมช่วยถือ น้ำมนต์อุ้มเตเต้มาแล้วกัน" 

ผมรวบของมาใส่รถยนต์แล้วเราก็กลับบ้านกัน 

เจ้าหมาน้อยวิ่งไปทั่วบ้านอย่างร่าเริงระหว่างที่น้ำมนต์แกะอาหารใส่จาน

"ฉันว่าจะถามอยู่ นายคุยกับเตเต้รู้เรื่องใช่ไหม" น้ำมนต์ถามพลางเอาชามแกงใส่ไมโครเวฟ เขาสอนผมใช้ด้วย

"ใช่ ผมเจอเจ้าหมาน้อยก่อนที่จะมาเจอน้ำมนต์ ได้เขาแบ่งอาหารให้กินแล้วก็มานอนอยู่หน้าบ้านนี้จนน้ำมนต์กลับมาเจอนั่นแหละ" 

"อ้อ เป็นหมาเหมือนกันนี่นะ"

"ผมเป็นเจ้าชายหมาป่าตระกูลผู้ปกครองอาณาจักรนะน้ำมนต์ หาใช่หมาบ้านแบบเจ้าเด็กนี่" 

น้ำมนต์ใจร้าย ทั้งๆที่รู้ว่าผมเป็นเจ้าชายหมาป่า ไม่ใช่หมาเด็กแบบนี้เสียหน่อย

"ล้อเล่นน่า นายไปตักข้าวไป แล้วไปเรียกเตเต้มากินข้าวด้วย วันนี้มีไก่กับตับบดด้วยนะ" น้ำมนต์ส่งชามข้าวของเจ้าหมาน้อยมาให้ ผมดมดูแล้วไม่น่ากินซักนิด แต่เหมือนเจ้าหมาน้อยจะชอบ

" นายเองก็มากินข้าวซะ หรืออยากได้อาหารแบบเตเต้" น้ำมนต์หัวเราะคิกคัก 

หลังกินข้าวเสร็จ น้ำมนต์สอนผมใช้มือถือซึ่งผมชอบมาก

"แบบนี้ผมอยากคุยกับน้ำมนต์เมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม"

"โทรหาได้ตลอดเวลาอยู่หรอกนะ แต่ฉันก็ไม่ได้ว่างรับโทรศัพท์ตลอดเวลา นายเข้าใจไหม ถ้าฉันไม่รับคือทำงานอยู่ ถ้าว่างแล้วจะโทรกลับนะ"น้ำมนต์อธิบาย ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็เข้าใจได้

"เข้าใจแล้ว งั้นพรุ่งนี้ผมไม่ไปทำงานกับน้ำมนต์นะ" 

"ทำไมล่ะ เบื่อแล้วเหรอ" 

"ผมอยากจะฝึกซ้อมการต่อสู้น่ะ ถ้าไปทำแบบนั้นที่โรงพยาบาลมันจะดูแปลกๆไหม"

"จริงของนาย งั้นก็อุ่นอาหารแช่แข็งกินเองนะ ไว้ฉันสอนนายขี่จักรยานให้เป็นก่อนแล้วนายจะได้ขี่ไปซื้อข้าวปากซอยได้"

 

"ขอบคุณนะน้ำมนต์" ผมดึงน้ำมนต์เข้ามากอดแน่น เขาช่างจิตใจดีเหลือเกิน 

 

ซึ่งน้ำมนต์ไม่ได้ผลักผมออก เขากลับกอดผมตอบแล้วลูบหลังผมซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจดีจริงๆ

 
 

 

ความคิดเห็น