email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครึ่งปีที่ผ่านไป

ชื่อตอน : ครึ่งปีที่ผ่านไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 549

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2564 01:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครึ่งปีที่ผ่านไป
แบบอักษร

สรุปผลโหวต 1ได้6คะแนน 2ได้2คะแนน และ3ได้5คะแนน ดังนั้นอีเว้นท์รองที่แบทแมนจะได้ไปก็คือเวน่อมเวิร์ส และถ้าบทสองจบไรท์ค่อยให้เฮียแกไปend game ส่วนคนที่อยากให้เฮีบบรูซไปเจอกับนักรบแมงมุมไม่ต้องเสียใจไป เพราะอีเว้นท์เวน่อมเวิร์สของไรท์ 

ไรท์บอกเมื่อไหร่ล่ะ ว่ามันเป็นเวน่อมเวิร์สปกติน่ะ=) 

. 

. 

. 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ตัวของบรูซได้ไปโจรกรรมสมบัติแห่งโซโลมอนก็ได้ผ่านมากว่าครึ่งปี แน่นอนว่าหลังทำสำเร็จเขาก็ให้ลูกน้องทั้งหลายที่เขานั้นฝึกสอนศาสตร์แห่งเวทมนตร์ให้ไปทำการเก็บกวาดร่องรอยทั้งหมด 

พร้อมกับทำการทิ้งหลักฐานไว้ให้สาวไปถึงตัวองค์กรใต้ดินองค์กรอื่น ส่วนสมบัตินะเหรอตอนนี้ก็ได้ไปอยู่ที่คลังสมบัติขององค์กรก็อตแทมของเขาหมดแล้ว 

ยกเว้นเพียงแต่บ้างสิ่งที่ได้ทำสัญญาและอาศัยอยู่ในร่างกายของเขา นั้นคือคัมภีร์เวทมนตร์โบราณที่มีจิตสำนึกเป็นของตนเอง สมบัติทางเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ดวงตาแห่งอาร์กาโมโต้ ไอเท็มเวทของจอมเสวทสูงสุดคนแรกที่ฝังมณีเวลาเอาไว้ 

นั้นคือหนังสือกุญแจแห่งโซโลม่อน หากแต่ชื่อดังเดิมที่'เธอ'ได้บอกกล่าวแก่เขานั้นคือต้นฉบับแอสทิล เป็นคัมภีร์เวทในตำนานจากหนึ่งในพหุความเป็นจริงที่อยู่นอกเหนือพหุจักรวาลคู่ขนานที่เขาอยู่ตอนนี้หรือห้าสิบสองโลกดั่งเดิมของเขา 

แต่เธอนั้นมาจากพหุจักรวาลที่อยู่นอกเหนือจากนั้นซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นที่ไหน เพราะการที่เธอข้ามผ่านมายังพหุจักรวาลนี้เธอนั้นก็ถูกบ้างสิ่งดึงดูดมาจนระหว่างการเดินทางนั้นข้อมูลความทรงจำยกเว้นองค์ความรู้ทางเวทมนตร์ของเธอก็ได้หายไป 

เสมือนเธอได้ย้อนข้อมูลรีเซ็ตเรื่องผู้ถือครองใหม่ตั้งแต่ต้น เธอไม่รู้ว่าใครสร้างเธอหรือใครเป็นผู้ถือครองเธอคนแรก ที่เธอรู้นั้นคือตัวของเธอได้มีบ้างสิ่งผิดแปลกไป 

แต่เธอก็ไม่สนใจเพราะตอนนั้นการหาคนมาเป็นมาสเตอร์ให้เธอนั้นสำคัญกว่า เธอนั้นเป็นคัมภีร์เวทแม้เธอจะเป็นคัมภีร์เวทในตำนานที่สามารถสร้างโลกขึ้นใหม่ได้ แต่นั้นก็หมายถึงการที่มีคนเป็นมาสเตอร์ให้เธอ 

คัมภีร์เวทอย่างไรก็ยังเป็นคัมภีร์เวท เป็นสิ่งที่ถูกสร้างเพื่อสนับสนุนจอมเวทผู้ทำสัญญา หากไร้ผู้ทำสัญญาก็เป็นเพียงหนังสือธรรมดาที่มีพลังเวทเท่านั้น  

และผู้ที่ได้เป็นมาสเตอร์คนแรกหลังระบบมาสเตอร์ของเธอถูกรีเซ็ตนั้นก็คือโซโลมอนที่ค้นพบเธอเป็นคนแรก เธอนั้นได้ส่งมอบความรู้เวทมนตร์และพลังบ้างส่วนให้โซโลมอน 

แต่ดูเหมือนเธอจะตัดสินใจเลือกผู้ทำสัญญาคนแรกได้ผิดพลาดมากๆ เพราะเธอดันไปเลือกผู้ทำสัญญาจากมนุษย์สามัญจนโดนปรสิตสิงสู่ 

เธอนั้นถูกใช้ในฐานะเครื่องมือประกอบและใช้ศาสตร์เวทแห่งการอัญเชิญ เล่นเอาคัมภีร์เวทในตำนานแบบเธอนั้นไม่ชอบใจเอามากๆจนอยากขอพูดเลยว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ขอเลือกทำสัญญากับใครอีก 

น่าเสียดายที่ต่อให้เธอนั้นจะสามารถหลุดจากนรกฝีมือปรสิตบ้านั้นได้ แต่เพียงไม่กี่ร้อยปีเธอก็ต้องถูกเจ้าปรสิตนั้นมาใช้งานเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างมันกับผู้สร้างมัน จนตัวคุมภีร์เช่นเธอนั้นเสียหาย 

จำต้องหาผู้ทำสัญญามาช่วยในการซ่อมแซมเธอ และบรูซที่ช่วยกำจัดเจ้าปรสิตบ้านั้นก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ดูแล้วเป็นจอมเวทที่พึ่งพาได้แถมยังมีพลังมหาศาลอีก 

นับได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีเกินพอสำหรับคัมภีร์เวทดวงซวยเรื่องมาสเตอร์แบบเธอ และครั้งนี้ก็นับว่าเธอตัดสินใจได้ไม่ผิดพลาด 

ในฐานะของราชามนตราที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้ครอบครองสมบัติวิเศษและความรํ่ารวยเอาไว้มากที่สุดนั้นทำให้การหาสิ่งของมาช่วยซ่อมแซมคัมภีร์เวทเล่มหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก 

และบรูซที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นสิ่งใดและมีที่มาคร่าวๆอย่างไร ตัวเขาก็เต็มไปด้วยความปิติยินดี องค์ความรู้จากความเป็นจริงอื่นนั้นย่อมเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดจอมเวทเช่นเขาเพื่อที่จะเดินบนเส้นทางแห่งสรรพสิ่งเพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของมนตรา 

โดยตัวของบรูซนั้นได้ตั้งชื่อให้จิตสำนึกของคัมภีร์เวทในตำนานนี้ว่าก็อตเคียน่าหรือสั้นๆว่าเคียน่า ไม่รู้ทำไมแต่สมองของเขาสั่งการให้ตั้งชื่อนี้ให้อีกฝ่าย(อำนาจแห่งไรท์ยังไงล่ะ) 

แต่เมื่อตรวจสอบคัมภีร์เวทเล่มนี้อย่างถี่ถ้วนแล้วตัวเขาก็ต้องตื่นตะลึง เพราะสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์เวทเล่มนี้นั้นคือมณีแห่งพลัง แต่มันไม่ใช่มณีทั้งหกเม็ดที่เขารู้จัก 

จากการตรวจสอบของเคียน่าผ่านต้นฉบับแอสทิลนั้นพลังอำนาจของมณีเม็ดนี้นั้นคือความว่างเปล่า เป็นมณีที่สามารถควบคุมความว่างเปล่าหรือช่องว่างได้ 

การเกิดช่องโหว่ของมิตและเวลาที่ทำให้มีผู้กลับชาติมาเกิดนั้นก็เป็นเพราะมณีเม็ดนี้ และด้วยการค้นพบมณีเม็ดนี้ก็ทำให้ระบบวีรชนของเขานั้นปลดล็อคDLCเพิ่มอีกแล้ว 

โดยคราวนี้DLCที่ว่านั้นก็คือHonkai impact 3rdและMonsterverse ซึ่งสิ่งที่ปลกล็อคมาด้วยDLCสองตัวนี้นั้นก็นับได้ว่าเป็นที่น่าตกใจของเขามากเพราะมันเต็มไปด้วยรายการสินค้าที่เกี่ยวกับสัตว์ประหลาด 

แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะจากศึกครั้งที่ได้สู้กับKnullนั้นทำให้เขารู้ตัวว่าตนเองยังอ่อนแอ่เมื่อเทียบกัยตัวตนระดับคอสมิคบีอิ้ง การที่เขาที่มีมณีในครอบครองถึงสองเม็ดอยู่กับตัวตลอดเวลา(วิญญาณกับเวลา) 

แต่ตัวเขากลับไม่อาจนำมาประยุกต์ใช้ได้เลย นั้นทำให้เขาหวนคืนสู่คาร์มาทาชที่เนปาลอีกครั้งก่อนจะกลับไปศึกษาเวทมนตร์ในตำราเวทที่มีวิชาเวทที่ใช้ดวงตาแห่งอาร์กาโมโต้หรือมณีเวลา 

แต่แน่นอนว่าตัวเขาที่ได้ฝึกฝนบทเวททุกบทในคลังหนังสือของเหล่าจอมเวทผู้ปกป้องโลกจากมิติอื่นอย่างอาศรมทั้งสามแบบนี้ ทำให้ตัวเขาใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็สามารถเข้าใจหลักแห่งเวลาและการใช้มณีได้มากขึ้น 

ส่วนมณีวิญญาณในแหวนวิญญาณหรือแบทริง(แหวนค้างคาว)ของเขานั้นคงต้องฝึกและสร้างวิธีการใช้เอาเอง  

แต่ว่านอกจากการฝึกใช้ศาสตร์แห่งมณีแล้ว อีกอย่างที่เขาต้องรีบแก้ไขนั้นคือความแข็งแกร่งของลูกน้องของเขา ลูกน้องที่เขาไว้ใจได้และให้ทำงานสำคัญหลายอย่างรวมถึงสอนสั่งวิชาไปเล็กน้อยนั้นอาจเรียกว่าอยู่เกินระดับของมนุษย์และพอจะสามารถตัวๆกับเอเลี่ยนต่างดาวได้สบายๆ 

หากแต่เมื่อต้องไปอยู่ต่อหน้านัลล์และกองทัพซิมไบโอตแล้ว คนของเขาคงถูกกำจัดในเวลาที่ไม่ถึงนาทีดูจากกรณีของนาตาชาที่แค่โดนรังศีคลื่นดาบของนัลล์เข้าไปก็สลบบาดเจ็บแล้วแม้จะมีบาเรียเวทที่เขาสร้างป้องกันอยู่ก็ตาม 

นั้นทำให้ตัวเขาต้องเพิ่มระดับขององค์กรให้มากยิ่งขึ้น แต่การจะลงไปสอนคุมเข้มลูกน้องก็คงใช่เรื่องและหากต้องเสียแต้มให้แก่ลูกน้องเป็นรายบุคคลก็คงเป็นไปไม่ได้ แต้มของเขาต่อให้ไม่ได้ใช้และมีจำนวนมหาศาลแต่ก็ไม่มากพอจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ได้ทุกคน 

นั้นทำให้เขาบังเกิดความสนใจในเทคโนโลยีของเหล่าเด็กน้อยฮีโร่รุ่นใหม่ทั้งในโลกเดิมของเขาและโลกใบนี้ ไม่ว่าจะอนุภาคพิมพ์หรือจะแมงอาบรังศี 

หรือจะเทคโนโลยีจากโลกอื่นๆในDLCทั้งหมด หากเขานำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในองค์กรของเขามันก็สามารถเพิ่มระดับขององค์กรได้โดยง่ายและไม่เผยแพร่ศาสตร์วิเศษมากเกินความจำเป็น 

อุปกรณ์เสริมและความแข็งแกร่งที่เกิดจากเทคโนโลยีนั้นแตกต่างกับความแข็งแกร่งพื้นฐานที่ติดตัวไปวันตาย ต่อให้จะมีคนในองค์กรเขาทรยศนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปขาย แต่มันก็แค่นั้น  

เขาสามารถผลิตใหม่ได้อย่างง่ายดาย แต่หากเขาลงทุนฝึกคนๆหนึ่งและคนผู้นั้นทรยศมันจะกลายเป็นการขาดทุนที่ไม่อาจประเมิณค่าได้ 

ที่สำคัญแม้เทคโนโลยีพวกนี้จะไม่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในศาสตร์วิเศษของเขาแต่ก็ยังนับเป็นการเพิ่มความสามารถต่างๆแก่เขาแทน 

ดังนั้นบรูซจึงไม่ลังเลที่จะทุ่มทุนทั้งหมดเพื่อซื้อข้อมูลวิทยาการอันลํ้าค่าจากร้านค้าทั้งหมดเท่าที่เขาซื้อได้ ตั้งแต่เทคโนโลยีไฮเทคไปยังวิทยาการเวทมนตร์ 

และด้วยการเพิ่มระดับของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ทำให้โปรเจ็คต่างๆย่นระยะเวลาดำเนินการมาอย่างรวดเร็ว สถานีและฐานทัพในอวกาศที่ไว้ใช้เป็นฐานในการปกป้องโลกจากภัยต่างดาวของเขานั้นถูกสร้างจนเสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดดั่งเดิมเกือบสิบเกือบร้อยเท่า! 

บัดนี้โลกถูกปกป้องด้วยบาเรียเวทจากอาศรมทั้งสามของคาร์มาทาช และฐานทัพอวกาศของเขา  

ส่วนถ้าถามว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ ตอนนี้เขานั้นกำลังคิดสร้างสัตว์อาบรังสีให้ผู้ที่ถูกกัดนั้นมีพลังของสิ่งมีชีวิตอื่นแลลพลังแมงมุมของเจ้าหนูสไปเดอร์แมน 

หากแต่การทำแบบนั้นเขาจำต้องลองทำตามข้ิมูลที่มีก่อนนั้นคือการสร้างแมงมุมอาบรังสีแบบของสไปเดอร์แมน โดยผู้เข้าร่วมโครงการแมงมุมนี้นั้นคือนาตาชา โรมานอฟสายลับสาวมากฝีมือที่ตกลงเข้าร่วมกับเขา 

และด้วยพรสวรรค์ของอีกฝ่ายนั้นทำให้เขาเลือกจะรับหญิงสาวผู้นี้มาเป็นศิษย์สายตรงคนที่สามต่อจากจีนและเอ็มม่าที่ตอนนี้กำลังนอนปรับสภาพดีเอ็นเออยู่ในแคปซูล 

คาดว่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ตอนนี้การปรับสภาพของทั้งสองนั้นจะเร็วขึ้นอีกสามปีทั้งสองก็คงตื่นแล้ว 

และแน่นอนว่าการสร้างแมงมุมอาบรังสีธรรมดานั้นมันช่างง่ายดายสำหรับเขาที่สามารถสร้างสิ่งที่เหนือกว่านี้ได้ การสร้างกองทัพผู้ใช้พลังแมงมุมแบบสไปเดอร์แมนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก 

การสร้างแมงมุมอาบรังสีทั่วไปนั้นเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่สามเดือนแรกที่เริ่มโครงการด้วยการทดลองกับนักโทษอุจฉกรรจ์ น่าเสียดายที่พลังแมงมุมนั้นอ่อนแอ่กว่าของเจ้าหนูสไปเดอร์เล็กน้อยเพราะต้องใช้ผลิตจำนวนมาก 

แต่ก็ยังแข็งแกร่งในระดับเดียวกับกัปตันอเมริกาเพียงแค่มีพลังของแมงมุมเสริมเข้ามา ส่วนสัตว์ฮาบรังสีชนิดอื่นๆนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนทดสอบ 

แต่เขาคงไม่ยอมให้เขาหรือคนที่เขาไว้ใจนั้นใช้ของเกรดตํ่าธรรมดาเช่นนี้แน่นอน เขาจึงคิดจะสร้างสิ่งมีชีวิตรังศีที่มีพลังคอสมิค! 

นั้นทำให้ตอนนี้เขาได้กลับมายังสถานที่ทดลองโปรเจ็คเพกาซัสของรัฐบาลที่เขาเคยเข้าร่วม โดยเป้าหมายของเขานั้นคือเทรสเซอแรคหรือมณีอวกาซในนั้นให้มาเป็นแหล่งพลังงานคอสมิคแก่การทดลองของเขา 

ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เป็นเขาที่เคยเข้าร่วมโครงการนี้แต่ก็วางมือไปแล้วการจะกลับมาใช้สมบัติระดับนี้ด้วยจุดประสงค์ส่วนตัวนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เขาเลยมอบเซรุ่มพลังแมงมุมฉบับพลังน้อยกง่ากัปตันอเมริกาเล็กน้อยให้แก่สหรัฐ 

แน่นอนว่ามันช่างเป็นเรื่องง่ายดายที่จะให้เขานั้นทำข้อตกลงสำเร็จและได้ใช้พลังของมณีอวกาศเพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตรังศีคอสมิค 

"เฮ้อ~ ช่างเป็นครึ่งปีที่ยาวนานเสียเหลือเกิน" 

ตอนนี้บรูซนั้นได้มาเดินเล่นหลังการทำงานวิจัยที่ไม่คืบหน้าไปไหน การกะพลังคอสมิคให้สิ่งมีชีวิตแบบแมงมุมหรือหนูนั้นไม่ตายตั้งแต่รับพลังไปทีแรกนั้นช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบาก 

ข้างๆเขานั้นคือนาตาชาที่ตอนนี้เป็นทั้งลูกศิษย์และผู้ช่วยของเขาขณะอยู่ที่นี้ 

"โอ้ มิสเตอร์เวย์นมาเดินเล่นอีกแล้วเหรอค่ะ" 

ตอนนั้นเองขณะบรูวกำลังเดินเล่นอยู่ก็ได้มีเสียงของหญิงสาวที่แลดูมีอายุดังทักขึ้น 

"โอ้ ดร.ลอว์สัน? คุณเองก็ออกมาเดินเล่นเหรอ?" 

บรูซเองก็พูดักกลับที่มาของเสียง ดร.เวนดี้ ลอว์สันนั้นคือชื่อของเธอผู้รับผิดชอบโปรเจ็คย่อยของโปรเจ็คเพกาซัสอย่างโปรเจ็คการสร้างเครื่องบินความเร็วสูงด้วยพลังของมณีอวกาศ 

โดยความจริงแล้วหญิงสาวผู้นี้ก็คือนักวิทยาศาสตร์ชาวคลี นามว่ามาเวลผู้ที่ทรยศเผ่าพันธ์ุของตนเองเพื่อชาวสกัล และยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้เกิดฮีโร่สาวพลังคอสมิคที่เก่งเป็นอันดับต้นๆในจักรวาลอย่างกัปตันมาเวลหรือแครอล แดนเวอร์ 

"ใช่แล้วละค่ะ ว่าแต่งานของคุณไปถึงไหนบ้างแล้วล่ะ" 

ดร.ลอว์สันพูดพรางนั้งลงที่ม้านั้งข้างๆ ตัวตนและเรื่องของบรูซนั้นกลับมาร่วมโปรเจ็คเพกาซัสด้วยโปรเจ็คส่วนตัวนั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วฐานจนมีคนไม่พอใจอยู่หลายคนที่เขานั้นสามารถเข้าออกและใช้มณีอวกาศได้ตามต้องการ 

แต่เมื่อเกลียดก็ย่อมมีคนชอบ ตัวของบรูซนั้นโด่งดังในฐานะนักประดิษบ์และนักวิจัยตั้งแต่สมัยก่อน ตอนนี้ก็มีหลายคนในฐานขอคำแนะนำจากเขา แน่นอนถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไปตัวเขาก็พร้อมช่วย 

และเธอเองก็ได้รับคำแนะนำช่วยเหลือจากบรูซเป็นจำนวนมาก จนเธออดทึ้งไม่ได้เทคโนโลยีของโลกนั้นหากให้พูดมันล้าหลังมากเมื่อเทียบกับอารยธรรมของเธอ 

แต่กลับเป็นเธอที่ได้รับคำแนะนำของอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายเดียว หากไม่บอกเธอก็ขอคงเชื่อว่าบรูซนั้นเป็นเอเลี่ยนจากเผ่าพันธ์ุที่มีอารยธรรมสูงกว่าชาวคลีเช่นเธอไปแล้ว 

"ยังไม่ไปถึงไหนเลยล่ะครับ ว่าแต่คุณเลือกนักบินทดสอบเครื่องบินของคุณได้รึยัง" 

บรูซพูดถามพรางดื่มกาแฟที่พึ่งกดมา โปรเจ็คของดร.ลอว์สันนั้นเขาได้แนะนำจนมันจวนจะเสร็จดีแล้วเหลือแค่ทดสอบ หากแต่ยังไม่มีใครที่ดร.สาวชาวคลีผู้นี้เลือกเลย 

แน่นอนว่าในอีกไม่นานเธอก็คงเลือกแครอล แดนเวอร์ผู้ที่จะกลายเป็นกัปตันมาเวล ฮีโร่สาวจอมพลังผู้พิทักษ์ความสงบสุขระดับจักรวาล 

"ยังเลยค่ะ" 

"งั้นผมขอเสนอเธอคนนี้ละกัน" 

บรูซพูดพรางยื่นเอกสารเกี่ยวกับแครอล แดนเวอร์ที่ตอนนี้พึ่งจบจากสถาบันทหาได้หมาดๆให้อีกฝ่าย  

ยังไงอีกฝ่ายก็ควรเป็นผู้ถูกเลือกให้รับหนึ่งในพลังอันทรงพลังแห่งมณีอยู่แล้ว เขาแค่เร่งเวลาที่ว่านั้นสักหน่อยจะเป็นอะไรไป โลกและจักรวาลนั้นต้องการผู้ปกป้องยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี 

. 

. 

. 

+++ 

ตอนนี้เป็นตอนนํ้าๆก่อนจะปูบทไปยังอีเว้นท์รองที่ไรท์จะสร้างขึ้นโดยอิงเบสมาจากเวน่อมและสไปเดอร์เวิร์สร่วมกัน แน่นอนว่ามันจะกลายเป็นสุดยอดแห่งความบันเทิง 

แล้วก็สำหรับคัมภีร์เวทของบรูซตอนนี้อย่างต้นฉบับแอสทิล ไรท์เชื่อว่าคงมีคนรู้จักอยู่บ้าง เพราะมันคือคัมภีร์เวทของพระเอกจากเรื่องtrinity seven 

อนิเมะแนวโรงเรียนเวทมนตร์ ฮาเร็ม ขายเซอวิสที่ก็คงพอมีคนดูอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงไรท์ก็แค่เอามาเป็นแขกรับเชิญยังไงไรท์ก็มีการเปลี่ยนข้อมูลความสามารถของคัมภีร์เวทเล่มนี้อยู่แล้ว 

ต้นฉบับแอสทิล โหมดคัมภีร์เวท(กริมมัวร์) 

ต้นฉบับแอสทิล ร่างมนุษย์(ดังเดิม) โซระ 

ต้นฉบับแอสทิล ร่างมนุษย์(ใหม่) ก็อตทูน่า เอ้ย ก็อตเคียน่า 

ปล.ไรท์เห็นว่ามีคนอยากเห็นท่านราชินีเลยใส่มาให้ แล้วก็เตรียมตัวเห็นแบทกลายเป็นซัมมอนเนอร์เรียกอสูรฮงไคมาสู้ได้เลย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว