[END] พี่คราม..เข้ามา [Yaoi 18+]
ตอนที่ 1 เรียกเราว่า “คุณเขมต์” (50%)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 เรียกเราว่า “คุณเขมต์” (50%)

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะการพักผ่อนของร่างโปร่ง เขมกันต์ ลุกขึ้นมานั่งไขว่ห้างที่ปลายเตียงด้วยใบหน้าบึ้งตึงเพราะถูกคนด้านนอกรบกวน เขาเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความที่ใช้เวลาในการเดินทางจากประเทศอเมริกามายังประเทศไทยค่อนข้างนานส่งผลให้มีอาการเจ็ทแลค

 

"เข้ามา" 

 

เมื่อร่างโปร่งเอ่ยอนุญาต คนด้านนอกก็เปิดประตูเข้ามาทันที ภาพแรกที่เห็นทำเอาคนมาใหม่แอบลอบกลืนน้ำลายทันที เพราะเจ้าของห้องที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตอนนี้สวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตตัวบางที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย ชายเสื้อปกคลุมต้นขาขาวอย่างหมิ่นเหม่ ร่างสูงเบนสายตาไปอีกทางเพราะคนตรงหน้าคือลูกชายของเจ้านาย

 

"มีอะไร"

 

"คุณท่านให้มาเชิญไปทานมื้อเย็นครับคุณหนู"

 

"ใครใช้ให้เรียกเราว่าคุณหนู!"

 

ร่างโปร่งขมวดคิ้วอย่างขุ่นเคือง สายตามองคนแปลกหน้าอย่างเอาเรื่อง เขาอายุ 22 แล้ว คนตรงหน้าจะมาเรียกเขาแบบนี้ได้ยังไงกัน

 

"จะให้ผมเรียกว่ายังไงคุณเขมต์สั่งมาได้เลยครับ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่สะทกสะท้าน หรือเกรงกลัวคนเอาแต่ใจตรงหน้าเลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้ลูกชายคนเดียวของบ้าน  'เตชะโรจน์หิรัญ' ยิ่งโกรธมากขึ้น เพราะท่าทางอวดดีของร่างสูง

 

"เรียกเราว่าคุณเขมต์" 

 

"ครับ"

 

ร่างสูงที่ดูแล้วอายุน่าจะมากกว่าเขาหลายปี โค้งรับคำสั่งของลูกชายเจ้านาย ก่อนจะหมุนตัวและกำลังเดินออกจากห้อง

 

"เดี๋ยว"

 

เสียงเรียกของร่างโปร่งทำชายหนุ่มหยุดชะงัก เพื่อรอฟัง "เก็บเสื้อผ้าเราไปใส่ในตระกร้าด้วย"

 

"ครับ" 

 

ชายหนุ่มก้มลงเก็บ กางเกงยีนส์สีซีด กับเสื้อแจ็คเกตสีดำเงาที่วางระเกะระกะอยู่ที่พื้น ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของคงถอดมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเดินเอาเสื้อผ้าไปใส่ในตระกร้าก่อนจะโค้งคำนับอีกครั้ง และจะเดินออกไปนอกห้องทันที

 

'หึ อวดดีชะมัด'

 

เขมต์เบ้ปากให้กับคนงานในบ้านที่เดินออกไปแล้ว ร่างโปร่งนึกแปลกใจ ว่าทำไมลูกน้องของคุณพ่อคนนี้ถึงได้ดูแตกต่างจากคนอื่น ทั้งรูปร่างหน้าตา สูงยาวเข่าดี หน้าตาก็จัดว่าดีกว่ามาตรฐาน อีกทั้งหมอนั่นยังกล้าเมินใส่เขา

 

เขมกันต์เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย และแต่งกายด้วยชุดใหม่ ก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน แต่จะเรียกบ้านก็ไม่ได้เพราะบ้านหลังนี้กว้างขวางและกินเนื้อที่ไปมากกว่าห้าไร่ ใครๆต่างก็เรียกบ้านหลังนี้ว่าคฤหาสน์ เมื่อเดินลงมาเขมกันต์ก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่บริเวณห้องโถง

 

"เป็นไงลูกรัก หายเจ็ทแลคหรือยัง"

 

"ดีขึ้นแล้วครับคุณแม่" ร่างโปร่งตอบก่อนที่จะกอด และหอมแก้มผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อนเอาใจ

 

"เรานี่ โตขนาดนี้ยังมาหอมแม่เป็นเด็กๆไปได้"

 

"ก็ผมคิดถึงคุณแม่นี่ครับ"

 

"แม่ก็คิดถึงลูกจ๊ะ ป่ะๆไปทานข้าวกัน คุณพ่อน่าจะอยู่ในห้องทานข้าวแล้ว"

 

สองแม่ลูกเดินโอบไหล่กันไปยังห้องทานข้าว ที่ตอนนี้มีประมุขของบ้านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขมกันต์หยุดชะงัก ใบหน้าบึ้งตึงทันทีเมื่อเห็นที่นั่งข้างบิดามีคนจับจองแล้ว ร่างโปร่งขยับเก้าอี้ให้มารดานั่งลงข้างบิดาอีกฝั่งที่ยังว่างอยู่ ส่วนตัวเขายังยืนนิ่งอยู่กับที่

 

"ลูกคนเดียวของบ้านอย่างผมต้องนั่งตรงไหนหรอครับ"

 

ทั้งที่พูดกับคนเป็นพ่อแต่เขากับปรายสายตามองลูกพี่ลูกน้องที่เขาคิดว่าเป็นกาฝากมาโดยตลอด

 

ดรัณ หรือ รัณ เป็นลูกของน้องชายของคุณพ่อ แม่ของดรัณถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย และคนที่ถูกฆ่าตายคือพ่อของดรัณกับเลขาสาวที่พ่วงด้วยตำแหน่งเมียน้อย เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นนานมากแล้ว ตั้งแต่เขาอายุ 4 ขวบ ส่วนดรัณ 6 ขวบ หลังจากที่ดรัณสูญเสียทั้งพ่อและแม่ คุณพ่อของเขาจึงรับอุปการะดรัณในฐานะหลานชาย ให้การศึกษา หรือชีวิตความเป็นอยู่เทียบเท่ากับเขา

 

เขมกันต์เกลียดลูกพี่ลูกน้องคนนี้ ...!

 

 

 

"เขมต์มานั่งข้างคุณลุงก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปนั่งที่อื่นเอง"

 

"ถ้าจะไปทีอื่น ทำไมไม่ไปตั้งแต่แรก"

 

"พี่แค่เคยชินหน่ะ ตอนเขมต์ไม่อยู่พี่นั่งตรงนี้ตลอด"

 

"งั้นจากนี้ไปพี่ก็ไปนั่งที่อื่น เพราะผมจะกลับมานั่งที่ของผม"

 

"เอาล่ะๆ ตารัณ เขยิบไปให้น้องมานั่งข้างลุงเถอะ"

 

ผู้เป็นพ่อเอ่ยห้าม เขารู้จักลูกชายหัวแก้วหัวแหวนดี หากไม่เอ่ยห้ามคงจะเป็นเรื่องใหญ่ไปมากกว่านี้

 

"คุณพ่อรับคนใช้ใหม่มาหรอครับ จำได้ว่าสองปีก่อนที่ลูกกลับมาไม่เคยเจอคนนี้"

 

"หืม คนใช้ใหม่หรอ มีแต่แม่ครัวนะที่เพิ่งรับมาช่วงต้นปี มีอะไรหรือเปล่าลูก"

 

"ไม่ใช่ครับ เป็นผู้ชาย"

 

"ผู้ชายงั้นหรอ บ้านเราไม่ได้รับคนงานผู้ชายเข้ามาใหม่นะ"

 

"แล้ว...คนที่ไปตามลูกมาทานข้าวล่ะครับ"

 

"ฮ่าๆ ลูกจำครามไม่ได้สินะ"

 

"คราม พี่ครามหรอครับ" เขมกันต์ตาเบิกกว้าง นึกไม่ถึงว่าพี่ครามในตอนนั้นจะโตมาสูงและหน้าตาดีขนาดนี้

 

"จริงสิ ลูกไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ลูกไปเรียนที่อเมริกา สองปีก่อนที่กลับมาไทยก็ไม่ทันได้เจอเพราะครามไปทำงานที่เชียงใหม่"

 

"อย่างนั้นหรอครับ" 

 

เขมกันต์ถูกส่งไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุได้10ขวบ เขาไปด้วยความสมัครใจ เพราะเขาชอบที่จะเรียนรู้ เขมกันต์เป็นคนฉลาดตั้งแต่เด็ก ดังนั้นการใช้ชีวิตที่อมริกาจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา อีกอย่างเขามีคุณน้าที่แต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ และลูกพี่ลูกน้องอย่างพร้อมรักคอยดูแลตอนอยู่ที่นั่นด้วย

 

กับครามเขาไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันที่เขาบินไปอเมรอกา และวันนั้นพี่ครามก็ไม่มาส่งเขาทั้งที่สัญญาเอาไว้แล้วคุณพ่อบอกเขาว่าครามไปวันเกิดเพื่อนในห้องเป็นเพื่อนพี่รัณ

 

หึ! พี่รัณสำคัญมากกว่าเขาสินะ

 

พี่ครามเป็นหลานของหลวงตาจันทร์ ที่คุณพ่อเคารพนับถือ คุณพ่อรับพี่ครามเข้ามาทำงานในบ้านตั้งแต่เด็กและส่งเสียให้พี่ครามเรียนหนังสือ คุณพ่อให้พี่ครามมาเรียนโรงเรียนเดียวกับเขาและดรัณ ทีแรกหลวงตาก็ปฏิเสธและขอให้ส่งเรียนแค่โรงเรียนรัฐบาลทั่วไปก็พอแล้ว แต่คุณพ่อบอกว่าให้เรียนที่เดียวกันจะได้ไปรับไปส่งพร้อมกัน อีกอย่างจะได้ช่วยดูแลเขากับดรัณด้วย หลวงตาจึงยอมรับความช่วยเหลือจากคุณพ่อของเขมกันต์

 

.

 

หลังจากทานอาหารอิ่มแล้วร่างโปร่งจึงเดินออกไปที่สวนหลังบ้านเพื่อย่อยอาหาร ตอนอยู่ที่อเมริกาเขาไม่ค่อยได้ทานอาหารไทยเท่าไหร่นัก พอได้ทานถึงกับติดใจเติมข้าวไปหลายจาน

 

เขมกันต์เดินเข้าไปจนถึงศาลาเล็กในสวนก็มองเห็นว่าครามนั่งอยู่ก่อนแล้ว 

 

"ทำไมมากินข้าวคนเดียวตรงนี้" 

 

******50%*****

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น