จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 16:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9
แบบอักษร

อี้หรง

ผมยังคงโดนท่านยายเคี่ยวกรำท่ารำให้อ่อนช้อยงดงามถูกใจท่าน หลังจากผ่านการฝึกซ้อมที่แสนทรมาน ผมก็ต้องมาลองชุดสำหรับใส่วันงาน

"ท่านยาย ข้าว่ามันดูเหมือนชุดสตรีไม่มีผิด" ผมอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

"เจ้ามีใบหน้าที่งดงามเยี่ยงนี้เหมาะกับชุดที่ข้าออกแบบให้นัก" ท่านยายพูดอย่างอารมณ์ดี

"ให้ข้าใส่แบบพี่จื้อเหยียนไม่ได้หรือครับท่านยาย" ผมลองออดอ้อนท่านต่อ

"แบบนี้แหละสวยแล้ว สีม่วงช่วยขับผิวของเจ้าให้ดูงามยิ่งขึ้น เฉากงกง พาหลานข้าไปขัดผิวได้แล้ว" ท่านยายโบกมือแค่ทีเดียว ผมก็โดนเฉากงกงและเหล่านางกำนัลลากไปห้องเชือด

ผมโดนจับถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและมีมือที่ไม่รู้ว่าเป็นของใครบ้างมะรุมมะตุ้มบนตัวของผม ทั้งขัดทั้งนวด แถมจับผมอบไอน้ำประพรมด้วยน้ำมันหอมที่สกัดจากดอกไม้จนผมคิดว่าบีบมะนาวอีกหน่อยก็กินได้แล้ว

ผมโดนจับแต่งตัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เดินหน้ามึนออกมา อายจนเลิกอายแล้ว เนื้อตัวลื่นเรียบกลิ่นดอกไม้บำรุงผิวอ่อนๆติดตัว เฉากงกงบอกว่าต้องทำทุกวันจนถึงวันงาน

"องค์รัชทายาทเสด็จ" ขันทีน้อยประกาศ ผมลุกขึ้นยืนรับเสด็จ คารวะเสียหน่อยพอเป็นพิธี แล้วก็เข้าไปออดอ้อนทันที

"พี่ซ่านเหยา ข้าโดนท่านยายบังคับให้ฝึกรำทั้งวันเลย ข้าเบื่อท่านพาข้าไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกได้หรือไม่" ผมส่งสายตาไปให้หวังให้พี่มันใจอ่อน

"จนกว่าจะถึงงานชมบุปผาข้าคงไม่สามารถพาเจ้าไปเที่ยวนอกวังได้ แต่ถ้าเป็นคอกม้าทรงในวังล่ะก็ข้าพาเจ้าไปได้นะ" พี่ซ่านเหยายิ้มละมุน นี่ผมต้องเปลืองตัวไปอ้อนมันใช่ไหม

"ถ้าท่านไม่สะดวกข้าให้พี่จื้อเหยียนพาไปก็ได้" ผมทำเป็นหลบสายตาลงต่ำ มารยาเก่งขึ้นทุกวันแล้วอายตัวเองจริงๆ

"จื้อเหยียนถูกท่านพ่อของเจ้าเรียกตัวกลับบ้านไปแล้ว" พี่ซ่านเหยายิ้มละไม ตกลงพี่มีหน้าเดียวใช่ไหม น่ากลัวไปแล้ว

"ข้าไปหอตำราหลวงก็ได้" ผมทำเป็นสลด

"ข้าพาเจ้าไปก็ได้ แต่ข้ามีเงื่อนไข" ผมมองพี่ซ่านเหยาอย่างระแวง 

"ท่านมีเงื่อนไขอันใด"

"จื้อเหยียนมาโอ้อวดว่าเจ้าทำขนมอร่อยนัก ข้าอยากให้เจ้าทำให้ข้ารับประทานบ้างได้หรือไม่" ผมฟังเงื่อนไขของพี่ซ่านเหยาแล้วพ่นลมหายใจ 

"ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง วันนี้ท่านพาข้าไปเที่ยวคอกม้า พรุ่งนี้ข้าทำขนมให้ท่านรับประทานดีหรือไม่" ผมเองก็อยากกินเค้กขึ้นมา พรุ่งนี้ทำให้ท่านยายกับท่านลุงท่านป้าดีกว่า ในวังคงมีวัตถุดิบให้ทำอยู่หรอก

"เด็กดี งั้นเราไปกันเถอะ" พี่ซ่านเหยาจับมือผมไปตลอดทางจนถึงคอกม้า ผมพยายามบิดมือออกอย่างเนียนๆแต่ไม่สำเร็จ

คอกม้าทรงอยู่ท้ายวังและมันไกลมาก ตอนแรกพี่ซ่านเหยาจะให้นั่งเกี้ยวมาแต่ผมเองที่อยากเดินเล่น ถือโอกาสสำรวจวังไปด้วยเลย มาถึงคอกม้าที่กว้างมากๆ พี่ซ่านเหยาสั่งให้ผู้ดูแลนำม้ามาให้แต่ผมกระตุกแขนเสื้อพี่ซ่านเหยาเสียก่อน

"ท่านพี่ข้าขี่ม้าไม่เป็น"

"ไม่เป็นไร เจ้านั่งม้าตัวเดียวกับข้า" พี่ซ่านเหยาขึ้นม้าไปก่อนแล้วดึงผมขึ้นไปนั่งด้านหน้า ทำให้ผมโดนโอบไว้ทั้งตัวน่าขนลุกเป็นที่สุด

"ข้าซ้อนหลังท่านก็ได้นะท่านพี่" ผมพยายามทักท้วง

"เจ้าตัวเล็กนิดเดียว นั่งหลังข้าจะเห็นอะไร ย่าส์" พี่ซ่านเหยากระตุ้นม้าวิ่ง ม้าของพี่ซ่านเหยาเป็นสีขาวปลอดเกือบทั้งตัวมีสีน้ำตาลครึ่งหน้าดูสวยงาม จากตำราที่ท่านตาเคยสอนถือว่าเป็นม้าชั้นเลิศ ม้าขององครักษ์ที่ตามมาก็เยี่ยมแต่ไม่เท่าตัวนี้

พี่ซ่านเหยาเร่งความเร็วขึ้นจนผมนั่งโงนเงนจึงถูกรวบมากอดไว้ทั้งตัว แถมก้มลงมาพูดข้างหูผมให้ปากเฉี่ยวใบหูผมอีก ถ้ามันไม่ใช่รัชทายาทผมจะวางยาพิษมันแน่ๆ

ผ่านการนั่งม้าที่น่าอดสูมาครึ่งชั่วยาม พี่ซ่านเหยาก็รั้งม้าให้หยุดบนเนินเขา มองกลับไปเห็นเมืองหลวงทั้งเมือง

"ชอบหรือไม่" ทำเสียงกระเส่าข้างหูผมทำไมไอ้พี่บ้า

"สวยนักท่านพี่" ผมมองทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างชื่นชม แต่อยู่ๆพี่ซ่านเหยาก็ชักม้ากลับ

"เรากลับกันเถอะ"

ผมนั่งสลึมสลือพิงพี่ซ่านเหยามาถึงวัง พอถึงก็อุ้มผมลงจากม้าโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

"ข้าจะไปส่งเจ้าที่วังหลัง" พี่ซ่านเหยาจูงมือผมมาส่ง

"ข้าคงไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าจนกว่าจะถึงงานชมบุปผา ไว้เจอกันในงานนะ" พี่ซ่านเหยาลูบหัวผมแล้วจากไปด้วยความรวดเร็วทิ้งผมยืนงงอยู่หน้าตำหนัก เป็นอะไรของเขานะ หรือพี่จะได้กลิ่นตดผม พอนั่งบนหลังม้ามันเขย่าท้องเลยตดออกมาตั้งหลายที พรุ่งนี้ผมไปหาซ่านเหล่ยก็ได้ ผมเดินเข้าตำหนักอย่างเซ็งๆ

วันถัดมา หลังจากผ่านการฝึกซ้อมร่ายรำให้ท่านยายดูจนท่านพอใจแล้ว ผมก็โดนพาไปทำสปาอีกครั้ง หลังจากนั้นยังโดนกวดขันเรื่องมารยาทจากผู้คุ้มกฎแห่งวังหลัง เป็นคุณข้าหลวงสูงอายุ โดนนั่งอบรมจนขาหมดความรู้สึกถึงได้รับการปล่อยตัวออกมา

ผมให้นางกำนัลพาไปที่ครัว อยากกินขนมหวานๆบ้าง สำรวจวัตถุดิบแล้วทำเค้กส้มดีกว่า ผมทำเป็นชิ้นเล็กๆเหมือนคัพเค้ก ใช้ชามน้ำแกงนี่แหละเป็นพิมพ์ เนยไม่มีใช้น้ำมันมะพร้าวแทน กวนน้ำส้มกับแป้งข้าวโพดเป็นแยมราดหน้า มีผลไม้เชื่อมตกแต่งให้สวยงาม ผมให้นางกำนัลนำไปถวายท่านยายกับท่านป้า ที่เหลือให้ถือตามผมไปวังหน้าไปถวายท่านลุงกับมีส่วนของพี่ซ่านเหยา 

ผมถามนางกำนัลว่าจะขอพบท่านลุงได้อย่างไร นางกำนัลจัดการไปบอกขันทีแล้วพาผมไปห้องทรงงานของท่าน ขันทีขานชื่อผมแล้วก็ปล่อยให้ผมเข้าไปได้ เจอพี่ซ่านเหยาอยู่กับท่านลุงด้วย

"ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี" ผมคุกเข่าคำนับตามธรรมเนียม แล้วก็คำนับพี่ซ่านเหยาด้วย อยู่วังหน้าเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะติเตียนไปถึงท่านพ่อท่านแม่ได้

"หรงเอ๋อมานั่งข้างๆลุงนี่ เจ้ามีธุระอันใดถึงมาหาลุงได้" พูดแบบนี้คือน้อยใจใช่ไหม ผมรีบเอาใจคนแก่ทันที

"หรงเอ๋อคิดถึงท่านลุง วันนี้จึงทำขนมมาให้ท่านลองชิม มีของพี่ซ่านเหยาด้วยนะครับ" ผมให้นางกำนัลวางขนมลงบนโต๊ะ กงกงเป็นงานมากชงชามาถวายทันที

"ลุงไม่เคยเห็นขนมหน้าตาสวยงามแบบนี้มาก่อนเลย เจ้าไปได้สูตรมาจากที่ใดรึ" ท่านลุงพิจารณาขนมใกล้ๆ

"ท่านตาที่เก็บหรงเอ๋อไปเลี้ยงมีตำรามากมาย หรงเอ๋ออยู่บนเขาได้แต่ศึกษาเองจากตำราครับท่านลุง" ตอแหลมาก ที่จริงเพราะอยากล้วนๆ

ท่านลุงลองใช้ช้อนตักชิม พอดีผมไปเจอช้อนไม้ไผ่เล็กๆเลยเอามาด้วย ดีกว่าใช้ตะเกียบล่ะนะ

"อร่อยยิ่งนัก ซ่านเหยาเจ้าเห็นว่าอย่างไร" ท่านลุงถามความเห็นพี่ซ่านเหยาที่ผ่านมาทานเกือบหมดชิ้นแล้ว

"อร่อยมากครับท่านพ่อ พรุ่งนี้เจ้าลองทำแบบอื่นมาให้ท่านพ่อได้หรือไม่" ฉลาดพูดไปแล้ว คือพี่ก็อยากกินใช่ไหม

"หรงเอ๋อรับบัญชา" ผมทำหน้าล้อเลียนไปให้

"เสียดายจัง ถ้ามีนมวัวจะอร่อยกว่านี้อีก" ผมมองขนมแล้วเผลอบ่นออกมา

"เจ้าสามารถสั่งให้พ่อครัวหามาให้เจ้าได้ ถ้าไม่ทำลุงจะสั่งโบยมันเอง" ท่านลุงเอ็นดูผมจนชะตาพ่อครัวจะขาดเลยหรือครับ

"จื่อจิง เจ้ามารับคำสั่งจากหลานข้า หาวัตถุดิบที่เขาต้องการและไปกำชับพนักงานประจำห้องเครื่องให้ดี" 

"พะยะค่ะฝ่าบาท" กงกงรับคำแล้วถอยไปแอบข้างเสาเหมือนเดิม

ผมอยู่คุยให้คนแก่หายงอนก็ทูลลากลับ พี่ซ่านเหยายังคุยงานกับท่านลุงต่อ ผมแวะบอกกงกงถึงของที่ต้องการแล้วไปหาซ่านเหล่ยดีกว่า 

นางกำนัลพาผมไปตำหนักของซ่านเหล่ย โอ่อ่าไม่เบาแต่ดูเงียบเหงา มีขันทีกับนางกำนัลอยู่ไม่กี่คน

ผมยืนรอหน้าตำหนักจนขันทีชราออกมาบอกว่าเข้าพบได้ จึงเดินตามขันทีเข้ามาในห้องโถงตกแต่งด้วยพรมแขวนผนังดูแปลกตา คงเป็นของเผ่าชาโม่ว ซ่านเหล่ยรีบวิ่งออกมาจากห้องด้านใน

"เจ้ามาหาข้าจริงๆด้วย" ซ่านเหล่ยท่าทางดีใจมาก

"ข้าบอกจะมาก็มาสิ นี่ข้าทำขนมมาให้เจ้าด้วยนะ" ผมให้นางกำนัลวางขนมลงบนโต๊ะ

"เดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เจ้าอยู่ทานอาหารเย็นกับข้าแล้วค่อยทานขนมกันดีหรือไม่" ซ่านเหล่ยเสนออย่างกระตือรือล้น ผมคิดว่าก็ดีเหมือนกันกลับไปก็ทานข้าวคนเดียวเพราะท่านยายไม่ทานอาหารเย็น พี่ๆก็ไม่ว่าง ผมจึงรับปากซ่านเหล่ย

"เจ้าไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับข้าและคุณหนูฟาง" ซ่านเหล่ยสั่งนางกำนัลแต่ผมคันเท้ายิบๆ

"ซ่านเหล่ย ข้าคือคุณชายฟางนะ เผื่อเจ้าจำไม่ได้" ผมจิกมันทันทีเมื่อนางกำนัลออกไปแล้ว

"เจ้าสวยกว่าสาวๆในวังอีกไม่รู้ตัวหรือไง" ซ่านเหล่ยยิ้มยั่ว ยั่วเท้าผมนี่แหละครับ

"งั้นหรือ เจ้าเองก็คิดว่าข้าสวยใช่ไหม อย่าอยู่เลย" ผมผลักซ่านเหล่ยลงไปนอนแล้วขึ้นคร่อมทันที ใช้น้ำหนักตัวกดไว้แล้วจี้เอวซ่านเหล่ย ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุด เราทำเสียงดังจนขันทีชราวิ่งเข้ามาดู พอเห็นว่าเราเล่นกันอยู่จึงค้อมศรีษะล่าถอยออกไป

"หรง..หรงเอ๋อ ปล่อยข้าเถอะ" ซ่านเหล่ยพูดไปหัวเราะไป

"ข้าไม่ปล่อยเจ้าง่ายๆหรอก ต่อไปนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่อี้หรง เข้าใจหรือไม่" ผมเพิ่มความโหดด้วยการสกัดจุดแล้วถอดรองเท้าถุงเท้าของซ่านเหล่ยออก ดึงขนนกยูงที่ประดับในแจกันมาเขี่ยเท้าซ่านเหล่ยไปด้วย

ผมลากเก้าอี้มานั่งดูซ่านเหล่ยนอนหอบอยู่อย่างไม่สงสาร เด็กนี่ต้องโดนเสียบ้าง 

"พี่ อี้หรง..." ซ่านเหล่ยพูดทั้งน้ำตา

"ดีมาก ลุกขึ้นมาแต่งตัวซะ ข้าหิวแล้ว" ผมเดินออกไปรอข้างนอก บอกให้ขันทีชรายกอาหารมาได้ แต่ก่อนที่จะไปขันทีชราก้มหัวต่ำให้ผม "ขอบคุณคุณชายฟาง" 

ผมยิ้มให้อย่างสดใส ผมเข้าใจครับว่าขันทีชราขอบคุณผมเรื่องอะไร

หลังทานทุกอย่างเรียบหมดผมก็ไถลนั่งคุยต่อ

"เจ้ามีเสื้อผ้าใส่ไปงานชมบุปผาหรือยัง" 

ซ่านเหล่ยส่ายหน้าปฏิเสธ "ข้าไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเป็นพิเศษแต่อย่างใด" 

"ไม่ได้ ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง" ผมเรียกขันทีนางกำนัลของซ่านเหล่ยมาประชุมโต๊ะกลมโดยไม่สนใจเจ้าตัว ออกแบบเสื้อผ้าให้นางกำนัลไปตัดเย็บมา พวกนางก็รับปากว่าเสร็จทันวันงานแน่นอน ขันทีชราที่ผมทราบทีหลังว่าคือเผิงกงกง เป็นคนดูแลซ่านเหล่ยมาตั้งแต่เกิด รับปากว่าจะจับซ่านเหล่ยแต่งตัวทำผมแบบที่ผมบรรยายให้ฟังทุกอย่าง

"พวกเจ้ายังมีข้าอยู่ในสายตาหรือไม่" ซ่านเหล่ยบ่นออกมา

"คุณชายฟางหวังดีกับท่านนะพะย่ะค่ะ" เผิงกงกงออกตัวแทนผม

"เราไม่ได้สนุกอย่างนี้มานานมากแล้วเพคะองค์ชาย" นางกำนัลต่างสดชื่นรื่นเริง ซ่านเหล่ยควรจะรู้ตัวได้แล้วว่ารอบๆตัวเขาก็มีคนที่รักและภักดีกับเขามากมาย เรื่องกบฏชาโม่วก็เก่าไปแล้ว ควรลุกขึ้นมาทำตัวให้มีคุณค่า ผมสร้างโอกาสให้เด็กนี่แล้ว ต่อไปเขาต้องกระเทาะเปลือกออกมาเองแล้วล่ะ

"จากนี้จนถึงวันงานข้าอาจจะไม่ว่างมาหาเจ้า  ไว้เจอกันวันงานเลยนะ" ผมลูบผมซ่านเหล่ยเบาๆแล้วกลับตำหนักโบตั๋น

พรุ่งนี้ก็จะถึงงานชมบุปผาแล้ว ผมจะได้กลับจวนแม่ทัพเสียที วันนี้ท่านยายให้พักหนึ่งวัน แต่โดนจับขัดสีฉวีวรรณอาบน้ำนม พอกสมุนไพรจนเย็นแถมยังห้ามผมเข้าครัวหรือออกไปเดินเล่นอีกด้วย

"คุณชายรีบเข้านอนเถอะเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ท่านต้องตื่นมาแต่งตัวแต่เช้านะเจ้าคะ" นางกำนัลบอกผม น่าเบื่อจะตาย ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงจนเผลอหลับไป

 

ซ่านหยวน

ข้ายืนมองหรงเอ๋ออยู่ข้างเตียง จับผ้าห่มคลุมให้เขานอนดีๆ ถึงข้าจะไปฝึกวิชาแต่ก็ทิ้งองครักษ์เงาไว้ดูแลหรงเอ๋อ ท่านพี่ก็ทราบแต่ยังยั่วโทสะข้าหวังให้ข้ากลับวังเร็วๆ จากที่องครักษ์เงาส่งข่าวไปว่าท่านพี่ขอหรงเอ๋อมาเป็นพระชายา ข้ารีบทิ้งทุกอย่างกลับมาทันที แต่ทำได้เพียงยืนมองหรงเอ๋ออยู่ข้างเตียง ใบหน้ายามหลับของเขาช่างน่ารักนัก ข้าไม่เข้าใจว่าหรงเอ๋อมีโทสะต่อข้าด้วยเรื่องอันใด ข้ายอมเขาทุกอย่างแล้วแบบที่ไม่ยอมผู้ใด พรุ่งนี้ยกโทษให้ข้าเสียทีนะหรงเอ๋อ

ข้าอดใจไม่ไหวจูบเขาที่แก้มนวล กลิ่นดอกไม้อ่อนๆชวนให้หลงใหลนัก แต่ยังไม่ถึงเวลา ถ้าข้าทำอะไรมากกว่านี้เขาอาจจะมีโทสะมากขึ้นอีก ข้าจำต้องตัดใจกลับตำหนัก พรุ่งนี้เจอกันในงานนะชายาข้า

 

ความคิดเห็น