facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2559 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 12

 

 

หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระ กลับไปซะก่อนที่กูจะเลิกทำงานกับพวกมึง เรื่องแค่นี้กูจัดการได้อย่าทำให้กูหมดทางเลือก ผมพูดเสียงเด็ดขาด ไอ้อาร์ชะงักนิ่งไปก่อนจะฮึดฮัดเสียงดัง

 

ก็ได้ แล้วผมจะมาหาใหม่

 

ปึก!

เสียงปิดประตูดังขึ้นทำให้ผมถอนหายใจออกมาทันที

 

เฮ้ออ...

ผมเดินกลับไปในห้องครัวอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโน๊ตบุ๊ค ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เห็นชามมันกำลังนั่งจ้องหน้าผมอยู่ สีหน้ามันดูเครียดมากกว่าจะดูโกรธ

 

(“เสี่ยคุยอะไรกับมัน”)

 

 

ไม่ได้ยินงั้นหรอ ผมค่อยๆคลี่ยิ้มบางออกมารู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่ไอ้ชามมันไม่ได้ยินที่ไอ้อาร์พูดและผมก็ไม่คิดจะบอกมันให้เป็นประเด็นขึ้นมา

 

กูแค่ไล่มันออกไปนอกห้อง ตอนนี้มันก็กลับไปแล้ว แล้วนี่จะกินข้าวได้ยัง ผมพูดเปลี่ยนเรื่องไอ้ชามก็พยักหน้ารับ มันคงไม่อยากทะเลาะกับผมถึงได้พยายามเชื่อคำพูดของผม ถ้าผมบอกไม่มีอะไรมันก็คือไม่มีอะไร ชามมันคงจะพยายามควบคุมอารมณ์อยู่ มันทำได้ดีเชียวล่ะ

 

(“งั้นก็มากินมื้อเที่ยงรอบบ่ายกันดีกว่า”) น้ำเสียงร่าเริงของมันทำให้ผมยิ้มออกมาได้กว้างกว่าเดิม ผมนั่งทานข้าวไปคุยกับมันในหน้าจอโน๊ตบุ๊คไปด้วย จนกระทั่งได้เวลานอนของไอ้ชามแต่ที่ที่ผมอยู่ยังเช้าอยู่ ผมก็นอนเล่นๆรอให้มันหลับผมถึงได้ลุกขึ้นไปเตรียมงานเพื่อออกไปทำงานในวันพรุ่งนี้

..

..

..

เช้าของอีกวันเวลาผมกับไอ้ชามไม่ตรงกันผมเลยจะโทรคุยกับมันเฉพาะเวลาที่ไอ้ชามเข้านอนเท่านั้น ถึงจะลำบากและต้องปรับตัวอีกมากแต่ผมก็พยายามที่จะได้คุยกับมันให้ได้นานที่สุด

 

 

ทันทีที่ผมลงจากรถกันต์ก็เดินเข้ามารับผมพาไปทักทายพวกผู้ใหญ่คนอื่นๆด้วย ผมเลยไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นมากนัก จนกันต์แนะนำให้ผมรู้จักทุกคนหมดมันก็พาผมไปที่ห้องทำงานที่เตรียมไว้ให้ผมชั่วคราว

 

 

เมื่อวานเป็นยังไงบ้าง

 

 

ดีครับผมตอบกันต์เสียงเรียบ ร่างสูงพอๆกับผมหันมาทำสีหน้าเครียดๆ

 

 

หมายถึงที่น้องชายตัวดีของพี่ไปรบกวนเราที่ห้องน่ะ กันต์พูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ ผมร้องอ๋อในใจก่อนจะตอบกลับไป

 

 

ก็ไม่ดีเท่าไหร่ครับ ผมตอบไปตามตรง ผมยังไม่คิดจะบอกหรอกว่าไอ้อาร์มันพูดอะไรมันคงจะเล่นสนุกสำหรับเด็กๆเท่านั้น ถึงได้พูดอะไรบ้าบอแบบนั้นออกมา

 

 

พี่ขอโทษเราด้วยนะ  แต่พี่ห้ามอาร์ไม่ได้จริงๆ เวลางอแงง้อยาก

 

 

ไม่เป็นไรครับ ผมตอบก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยให้กันต์สบายใจ ร่างสูงยกมือตบไหล่ผมสามสี่ครั้งก่อนจะเลิกทำสีหน้าเครียดๆนั่น แล้วกลับมายิ้มได้เหมือนเดิม ผมลอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเข้าไปดูห้องทำงานของตัวเอง

 

 

ไม่เล็กไปนะ พี่คิดว่าทราฟคงมาอยู่แค่เดือนเดียวเลยไม่ได้จัดใหญ่กว่านี้กันต์พูดบอกผมยิ้มๆ ผมมองไปรอบๆห้องที่มีแค่โต๊ะทำงานกับชั้นวางหนังสือเหมือนห้องทำงานธรรมดาทั่วไป

 

 

ไม่เล็กครับ ขอบคุณมากผมพูดบอกตามตรงเพราะไม่ได้ซีเรียสอะไร กันต์ยิ้มรับผมทันที

 

 

อ่า ตามสบายเลยนะถ้ามีอะไรก็มาบอกได้เลย

 

ครับ

ผมรับคำก่อนจะก้มหัวให้กันต์เล็กน้อยร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องทำงานชั่วคราวของผม ผมถอนหายใจออกมาทันทีก่อนจะกดส่งไลน์ไปบอกไอ้ชามว่าทำอะไรอยู่มันเองก็คอยรายงานผมตลอดที่ว่าง

 

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำงานทำให้ผมหันไปมองก่อนจะบอกให้เข้ามาได้ ร่างเพรียวของหญิงสาวที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นพนักงานทั่วไปเดินเข้ามาพร้อมเอกสารที่ผมต้องดู เป็นงานของฝ่ายวิศวที่ผมมีความรู้อยู่ผมเลยอาสาศึกษาดูตรงนี้ด้วย

 

 

ฉันชื่ออลิส ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อลิสแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษผมรีบยื่นมือไปจับมือกับเธอทันที

 

 

ผมทราฟ ยินดีเช่นกันครับ ว่าแต่เราจะเริ่มเลยมั้ยผมพูดบอกเธอยิ้มๆ อลิสยิ้มรับก่อนจะเดินเอาเอกสารต่างๆไปวางไว้บนโต๊ะผม ก่อนที่เราจะเริ่มคุยงานด้วยกันทั้งวัน อลิสก็ถือว่าอายุเยอะแล้วแต่เธอก็ยังดูสวยละนะ ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงไม่เกี่ยงพวกผู้หญิงแต่เดี๋ยวนี้ผมแทบจะไม่มอง

 

 

อ่าตรงนี้เราต้องการแบบนี้นะคะ อลิสชี้ภาพแพลนให้ผมดูพร้อมบอกรายละเอียดผมก็นั่งศึกษาเรื่องต่างๆกับเธอไปด้วยจนกระทั่งเสียงเคาะประตูห้องผมดังขึ้นอีกครั้ง ผมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆที่ถูกขัดจังหวะ

 

 

แกร๊ก

ร่างบางที่เปิดประตูเข้ามาทำให้ผมยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ไอ้อาร์รีบพาตัวเข้ามาหาผมทันทีที่เห็นผม อลิสก้มหัวทักทายน้องชายเจ้าของบริษัทก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงออกไปยืนห่างจากเรา

 

 

ออกไปก่อนสิอลิส ไอ้อาร์หันไปสั่งอลิสที่ทำสีหน้างุนงงอยู่

 

 

ไม่ต้องออกไปหรอกครับ มึงมีอะไร ผมพูดบอกอลิสก่อนจะหันไปถามไอ้อาร์ที่ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ผมด้วยสีหน้านิ่งๆ ไอ้อาร์ฮึดฮัดที่ผมไม่ให้อลิสออกไปแต่มันก็รีบยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นผมมองมันอยู่

 

 

ก็ผมอยากมาหาทราฟไม่ได้รึไง ผมจะมารอไปทานข้าวกลางวันพร้อมกับทราฟด้วย ไอ้อาร์พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ จนผมมองหน้ามันดุๆ

 

 

กูจะหากินเอง มึงไปอ่านหนังสือเตรียมเรียนเถอะ ผมพูดบอกมันด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามไม่ใส่อารมณ์มากนัก ไอ้อาร์หน้างอทันที

 

 

หึ ไม่เอาหรอก ยังไงทราฟก็ต้องไปกับผมอยู่ดี

 

 

ออกไปได้แล้วกูจะทำงานผมพูดเสียงเข้ม ไม่เถียงมันต่อเดี๋ยวจะยาว ไอ้อาร์ยิ่งทำหน้างอเข้าไปกันใหญ่

 

 

ผมจะนั่งรอในนี้ และถ้าทราฟไม่ออกไปกับผม ผมจะไล่อลิสออก ไอ้อาร์เริ่มพาลไปถึงคนอื่น อลิสที่ยืนเงียบๆหน้าซีดลงทันที ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง

 

 

มึงจะบ้ารึไง ผมพูดเสียงรอดไรฟัน แต่กลับเข้าทางไอ้อาร์มันทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะมองหน้าอลิสด้วยสีหน้าเอาจริง

 

 

ผมทำจริงแน่ คุณเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะอลิส ไอ้อาร์พูดโดยไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นและมันก็ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ผมยกมือกุมขมับตัวเองทันที

 

 

เออๆ อยากทำไรก็ทำ กูจะทำงานต่อ ผมพูดบอกไอ้อาร์ปัดๆมันยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ในห้องผมอีกตัวผมส่ายหน้าหน่ายๆให้มันกับอีแค่ไม่ไปกินข้าวด้วยทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ผมคิดว่าถ้ามันไล่อลิสออกจริงพี่มันก็คงยอมทำตามและผมก็ไม่อยากให้คนอื่นมาเดือดร้อนด้วยเลยต้องยอมมันไปก่อน ก็แค่ทานข้าวมื้อเดียว...ล่ะมั้ง

 

 

ผมกลับมานั่งทำงานกับอลิสอีกครั้งมีไอ้อาร์นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องด้วย ผมสนแต่งานจนลืมไปแล้วว่ามีมันอยู่ในห้อง จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ผมก็ยังคุยอยู่กับอลิสอยู่ออกนอกเรื่องบ้างแต่ส่วนใหญ่เราก็คุยเรื่องงาน

 

 

ตี๊ด ตี๊ด!

 

อ่ะ  ได้เวลาแล้วไปกันเถอะทราฟเดี๋ยวร้านเต็ม เสียงไอ้อาร์ดังขัดบทสนทาของผมกับอลิส ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดกับอลิสอีกนิดหน่อยเธอก็ขอตัวออกไป ผมลุกเก็บของก่อนจะมองหน้าไอ้อาร์ที่กำลังยิ้มไม่หุบอยู่ มันลงทุนตั้งนาฬิกาปลุกเลยหรอเนี่ย...

 

 

ไปร้านไหน ผมถามมันเสียงเรียบตอนที่เดินออกมานอกห้องแล้ว

 

 

เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละ ผมบอกคนเตรียมรถไว้แล้ว

 

 

อืม ผมตอบรับอย่างจำยอม ยังไงผมก็ต้องไปกับมันอยู่ดีเลยต้องทำใจยอมรับเรื่องนี้ แต่เราสองคนก็ต้องชะงัก กันต์ที่เดินมาพร้อมกับลูกน้องตัวเองเห็นผมกับไอ้อาร์ก็ตรงเข้ามาหาทันที

 

 

จะไปทานข้าวด้วยกันหรอ กันต์ถามน้องชายตัวเองยิ้มๆ

 

 

ใช่แล้ว ผมก็เคยบอกพี่ไปแล้วนี่ ไอ้อาร์ตอบกลับ กันต์หันมายิ้มให้ผม ผมก็แค่ยิ้มบางๆตอบเท่านั้น

 

 

โทษทีนะที่ไม่ได้ออกไปทานด้วย ถือว่าว่าอาร์พาเราไปฉลองที่ได้เข้ามาทำงานวันแรกก็แล้วกันนะ

 

 

ครับ ผมตอบกันต์เสียงเรียบ ไม่ได้ยิ้มรับหรืออะไร กันต์ขอตัวแยกออกไปคุยงานต่อไอ้อาร์ก็หันมาดึงแขนผมพาเดินออกไปที่รถผมปล่อยเลยตามเลยเพราะทำยังไงมันก็ไม่ยอมปล่อยแขนผมหรอก ผมกับไอ้อาร์มาถึงรถก็มีคนขับรถให้ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรจนกระทั่งรถวิ่งออกไปนอกบริษัทไอ้อาร์ก็จับแขนผมไปกอดไว้อีกครั้ง ผมตวัดสายตาแข็งๆมองหน้ามัน

 

 

กูเคยบอกแล้วว่าอย่ามากไป ผมพูดพร้อมจับมือมันออกจากแขนผม ไอ้อาร์เบะปากใส่ผมทันทีแต่ก็ยอมปล่อยมือออก

 

 

ชามไม่อยู่สักหน่อย ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย คำพูดของไอ้อาร์ทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้

 

 

มันไม่อยู่ใช่ว่ากูจะสนคนอื่น ผมตอบไอ้อาร์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่างบางกลับไม่รู้สึกอะไรมันยกยิ้มชอบใจด้วยซ้ำ

 

 

คนเราน่ะอยู่ด้วยกันได้ไม่นานหรอกสักวันก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี ไอ้อาร์พูดบอกผมด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ชอบทำ ผมขมวดคิ้วมองหน้ามันเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนีไม่คุยเรื่องนี้ต่อ ผมเงียบไอ้อาร์ก็พาผมเปลี่ยนเรื่องคุยเรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้

 

 

 

ครอบครัวกันต์ค่อนข้างมีชื่อเสียงและก็ถือว่ารวยมากถือว่ามีอิทธิพลมากพอสมควรผมก็ไม่น่าแปลกใจอะไรหรอกขนาดจะทำอะไรก็ต้องคอยมีคนคุ้มกันตลอด คนขับรถที่กำลังขับรถให้ผมกับไอ้อาร์ตอนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาผมดูออก ครอบครัวมันน่าจะจ้างพวกมาเฟียอะไรแบบนั้นมาคุ้มกันตัวเองเพราะเมืองนี้ก็ถือว่าเศรษฐกิจดี ถึงดีมาก ดังนั้นก็ต้องมีการแข่งขันกันแน่อยู่แล้ว บริษัทกันต์ก็ถือเป็นบริษัทใหญ่ไม่แปลกใจที่พ่อผมให้ความสำคัญและอยากร่วมมือด้วยขนาดนี้

 

 

ผมกับไอ้อาร์มาถึงร้านอาหารที่มันเป็นคนพามา ผมก็ยอมทานข้าวกับมันไปโดยไม่ได้บ่นอะไรเพราะไอ้อาร์มันไม่พูดเรื่องที่เกี่ยวกับผมและไอ้ชามแต่ส่วนใหญ่มันจะคุยเรื่องตัวเอง

 

 

พรุ่งนี้ผมอาจจะได้เรียนช่วงเช้า แต่จะเข้ามาหาทราฟช่วงบ่ายเหมือนเดิม ผมมองหน้าไอ้อาร์ที่กำลังมองหน้าผมยิ้มๆ

 

 

ไม่คิดว่าเป็นการรบกวนเวลากูทำงานรึไง ผมพูดเสียงเรียบ ไอ้อาร์ยักไหล่มาให้ผมไม่แคร์อะไร

 

 

ไม่เป็นไรหรอกน่า ทราฟก็เห็นว่าวันนี้ผมนั่งรอได้ไม่ได้รบกวนอะไรสักหน่อย

 

 

“….” ผมไม่ตอบเพราะที่มันพูดก็เป็นความจริง เวลาที่ผมคุยกับอลิสมันไม่ส่งเสียงรบกวนหรือเข้ามากวนผมก็ทำให้ผมไม่รำคาญมันมากไปก็ดีที่มันยังรู้จักคิดได้

 

 

ไม่ตอบแสดงว่ายอมให้ผมเข้าไปหา

 

ถ้ากูบอกว่าไม่

 

ก็ไปเหมือนเดิม

ผมถอนหายใจออกมาทันทีที่ได้รับคำตอบแบบนั้น ไอ้อาร์หัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่ที่เห็นผมไม่ขัดมัน

 

 

ถ้าวันหยุดเราตรงกันนะผมจะพาทราฟเที่ยวเองเชื่อเลยว่าทราฟต้องติดใจที่นี่แน่ๆ ไอ้อาร์พูดขึ้นมาอีก ผมก็พยักหน้ารับไม่ได้ตอบอะไรฟังมันโม้อยู่นานกว่าจะทานข้าวเสร็จก็ปาไปหลายชั่วโมงตอนนี้ไอ้ชามมันคงจะรอผมโทรหาอยู่ผมนั่งไม่ติดที่เท่าไหร่

..

..

ผมต้องไปเรียนเสริมช่วงบ่ายแล้วสิ แล้วเจอกันเย็นนี้นะ  ไอ้อาร์พูดทิ้งท้ายไว้ มันนั่งรถออกไปจากบริษัทหลังจากที่มาส่งผม ผมถอนหายใจออกมายาวเหยียดรู้สึกช่วงนี้สมองผมจะทำงานหนักพอสมควร

 

 

ผมกดโทรศัพท์หาไอ้ชามก่อนจะนั่งคุยกับมันสักพักก็ต้องทำงานต่อช่วงแรกๆเราคงไมได้คุยอะไรกันมากนักนอกจากผมจะมีวันหยุดถึงได้คุยกับมันเต็มที่ไอ้ชามเองก็เข้าใจผมเลยไม่ได้เครียดอะไรมากนัก

 

 

จนกระทั่งเลิกงานผมก็นัดกับไอ้ริโซ่ไว้มันก็มารับผมออกไปหาข้าวเย็นทาน เสียงโทรศัพท์ผมสั่นไม่หยุดเป็นไอ้อาร์ที่พยายามโทรเข้ามาแต่ผมปิดเสียงไว้

 

 

เป็นไงวันแรกไอ้ริโซ่ถามผมก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่ม สายตามันก็มองแทนที่ทานข้าวอยู่ตลอด

 

 

ยุ่งนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้หนักอะไร ผมตอบเสียงเรียบ ไอ้ริโซ่ละสายตาจากเมียมันหันมามองหน้าผม

 

 

แล้วเรื่องเด็กนั่น

 

ถูกที่มึงพูด ผมตอบเสียงเหนื่อยหน่าย ไอ้ริโซ่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

แล้วมึงจะทำยังไง มันถามผมเสียงเครียด ผมเองก็รู้สึกเครียดขึ้นมา

 

กูยังไม่อยากทำอะไร มันน่าจะแค่นึกสนุกเดี๋ยวก็หยุดเอง ผมพูดบอกตามที่ตัวเองคิด ไอ้ริโซ่ก็พยักหน้ารับ

 

แต่ก็ระวังอย่าให้น้องชามรู้แล้วกัน

 

รู้แล้ว ผมพูดเสียงเข้มเล็กน้อยไอ้ริโซ่กระตุกยิ้มที่มุมปากทันทีที่เห็นอาการผม

 

กูห่วงแบบน้อง ไม่ได้คิดอะไร

 

ก็ไม่ได้ว่าอะไร...ผมตอบเสียงเรียบ ไอ้ริโซ่ยิ้มขำออกมาทันทีก่อนจะตอบผมกลับมา

 

หรอ มองอย่างกับจะงับหัวกู หึหึ

 

....ผมเงียบ ขนาดแทนที่นั่งกินข้าวอยู่ยังหัวเราะตามคนรักของตัวเองออกมา

 

ขนาดไกลกันยังหวงกันขนาดนี้ ผมไม่อยากคิดเลยนะเนี่ยว่าพี่ทราฟจะขี้หวงขนาดไหน

 

ไม่เท่าไอ้ริโซ่มันหรอกครับผมตอบแทนก่อนจะยกยิ้มนิดๆ แทนหันไปมองหน้าไอ้ริโซ่ทันที ไอ้ริโซ่ยิ้มให้แทนก่อนจะหันมามองหน้าผม

 

หึ ยิ่งกว่ากูอีกเพื่อนก็ไม่เว้น

 

 

....ผมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆที่โดนมองออก ไม่ได้หวงจริงจังอะไรมากแต่ผมก็อดจะหวงไม่ได้หรอกที่เห็นคนอื่นหวงมันเกินหน้าเกินตาผม

 

...ก็ไอ้ชามเป็นของผมคนเดียวนี่หวา

 

 

เปลี่ยนเรื่องๆไอ้ริโซ่พูดขึ้นขำๆ ก่อนจะพาเราเปลี่ยนเรื่องผมก็นั่งทานข้าวไปเงียบๆ ป่านนี้ไอ้ชามคงนอนยังไม่ตื่นหรอกผมก็แค่กดส่งข้อความบอกมันว่าผมทำอะไรอยู่ในเวลานี้ แค่นี้ก็ถือว่าดีสุดๆแล้ว

 

 

หลังจากที่ไปทานข้าวกับพวกไอ้ริโซ่เสร็จผมก็กลับมาที่ห้องเองเพราะอยากจะลองนั่งแท็กซี่เองด้วย ผมเดินเข้าไปในคอนโดก่อนจะชะงักนิ่งไปเมื่อเห็นไอ้อาร์นั่งหน้าบึ้งอยู่โซนรับแขกของคอนโด ทันทีที่ใบหน้าหวานนั่นเห็นผมมันก็เดินตึงตังเข้ามาหาผมทันที

 

...ให้ตายเถอะมันไม่ล้มเลิกความพยายามเลยรึไงนะ

 

 

ทำไมผมโทรไปไม่รับสาย ผมบอกแล้วไงว่าจะไปทานข้าวเย็นด้วยไอ้อาร์พูดเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่แถวนั้นหันมามองด้วยความสนใจ ผมขมวดคิ้วมองหน้ามันด้วยสีหน้ายุ่งๆ

 

 

มึงบอกแค่เจอกันตอนเย็น

 

 

มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ทำแบบนี้ผมก็เสียใจนะ

 

 

เฮ้อ...ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายที่เห็นอาการมัน ขัดใจหน่อยก็ระเบิดอารมณ์แถมตอนนี้ผมก็อยากจะพักเต็มทีแล้ว ไอ้อาร์หน้างอเข้างอเข้าก่อนจะมองหน้าผมด้วยสายตาตัดพ้อ

 

 

ไม่รู้ละ ทราฟต้องมาทานข้าวกับผมก่อน ผมจะสั่งอาหารทางคอนโดแล้วขึ้นไปกินที่ห้องทราฟคำพูดของมันทำให้ผมนิ่งไปนิดก่อนจะพูดตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

 

 

ถ้าจะกินก็ออกไปกินข้างนอก

 

 

ไม่เอา!!!!”

“Damn!!!!” ผมตวาดใส่หน้ามันด้วยคำหยาบคายกลับไป ไอ้อาร์ที่เห็นผมตวาดใส่ครั้งแรกมันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวก่อนจะมองหน้าผมด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

 

 

อึก...ทะ ทำไมต้องด่ากันด้วย!” มันเถียงผมกลับมาเสียงสั่น สีหน้าและแววตามันสั่นไหวมันกำลังจะร้องไห้ แต่ผมก็ไม่คิดจะแคร์อะไร

 

 

ก็มึงมันไม่ฟังอะไรคนอื่นเขาเลย กลับไปได้แล้วไปนี้ถือว่าเบาๆแล้วนะที่กูจะทำผมพูดบอกปัดๆ ไม่ใส่อาการของมันแต่ไอ้อาร์กลับรีบเดินเข้ามาจับแขนผมไว้แน่น

 

 

มะ ไม่ ผมไม่กลับ ทราฟต้องกินข้าวกับผมก่อน!”

 

 

กูกินมาแล้ว มึงก็ไปหากินเองอย่ามายุ่งได้มั้ย รำคาญ!” ผมพูดออกไปอย่างสุดจะทน มือบางที่จับแขนผมอยู่ปล่อยออกทันทีก่อนที่ร่างเล็กๆนั่นจะทรุดตัวนั่งลงบนพื้นพร้อมปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดัง จนผมเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

 

 

ฮึกกกกก ฮือออออออออออ

 

 

สัสเอ้ยผมสบถเมื่อมันร้องไห้หนักขึ้นหนักขึ้น จนพนักงานเดินเข้ามาหาเราสองคน

 

 

มีอะไรรึเปล่าครับพนักงานถามผมเสียงเครียด ผมถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะตอบเขากลับไป

 

เปล่าหรอกครับ

 

ฮึกก ถ้าทราฟไม่ยอมกินข้าวกับผมนะ อึ่ก ผมจะนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้แหละ

 

มึงบ้าไปแล้วรึไงผมเถียงไอ้อาร์ที่นั่งสะอื้นไห้ทั้งพยายามพูดออกมา

 

 

ฮึกกก ฮือออไอ้อาร์ร้องไห้ออกมาไม่หยุดจนคนแถวนั้นหันมามองหน้าผมราวกับผมมันเป็นพวกใจยักษ์ใจมารที่ทำผู้ชายตัวเล็กๆร้องไห้โดยไมคิดจะสนใจมันอีก ผมจะบ้าตาย!

 

 

คุณครับรบกวนแขกท่านอื่น ช่วยเคลียสถานการณ์ด้วยครับพนักงานคนนั้นพูดบอกผมเสียงเครียดๆ ผมเองก็เครียดไม่ต่างกันก่อนจะจำยอมให้มันขึ้นไปห้องด้วย

 

กูจะบ้าตาย ลุกขึ้นมาแล้วเงียบซะผมพูดแค่นั้นไอ้อาร์ก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นพร้อมขยับตัวลุกขึ้นมากอดแขนผมไว้แน่นเหมือนที่ชอบทำ

 

 

ฮึกก แค่ยอมก็จบแล้วทำไมต้องทำให้เสียน้ำตาด้วยไอ้อาร์บ่นเสียงอ้อมแอ้ม ผมไม่ลืมขอโทษทางคอนโดก่อนจะพาไอ้อาร์ขึ้นไปบนห้อง

 

มึงทำตัวมึงเองผมตอบมันกลับเสียงเรียบ คิ้วผมขมวดอยู่ตลอดเวลา

 

เพราะทราฟนั่นแหละ

 

 

หุบปากสักทีผมพูดบอกมันอีกครั้ง อยากให้มันเลิกพูดคำพูดพวกนั้นออกมาได้แล้ว

 

อึ่ก ใจร้ายไอ้อาร์ตัดพ้อผม

 

.....  ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเราขึ้นมาถึงห้องผม ผมก็วางของไว้ที่โต๊ะกลางก่อนจะหันไปมองไอ้อาร์ที่กำลังลูบหน้าลูบตาตัวเองอยู่

 

 

ไปล้างหน้าแล้วออกมาโทรสั่งอาหารกินเองผมพูดเสียงดุเล็กน้อยไอ้อาร์ก็ยอมเดินเข้าไปในห้องน้ำล้างคราบน้ำตาออก ผมขบกรามกลั้นอารมณ์ตัวเองแน่นก่อนจะเดินเข้าห้องนอนเพื่อถอดสูทออกจนเหลือแค่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงเท่านั้น

 

 

ผมเปิดประตูออกมานอกห้องนอนก่อนจะมองไอ้อาร์ที่กำลังโทรสั่งอาหารของทางคอนโด มันหันมามองหน้าผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำและบวมเล็กน้อยเพราะร้องไห้หนัก

 

 

ไม่อยากร้องไห้อีกก็เลิกยุ่งกับกูผมพูดบอกมันเสียงเรียบ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเงียบๆ ไอ้อาร์คุยกับทางคอนโดเสร็จก็เดินมานั่งลงข้างผม

 

 

ผมก็แค่อยากสนิทด้วยแค่นั้นเองทำไมต้องใจร้ายด้วย

 

 

สนิทของมึงนี่หมายความว่ายังไง ผมถามมันกลับมองหน้ามันโดยไม่หลบ ไอ้อาร์ทำปากยื่นเล็กน้อยก่อนจะตอบผมกลับมา

 

 

ก็สนิทจนกว่าจะถูกยอมรับนั่นแหละ

 

ถ้ามึงทำตัวดีกว่านี้มึงก็เป็นน้องกูได้อยู่หรอกแต่นี่อะไรอย่าคิดว่ากูดูไม่ออกผมพูดเสียงเรียบ มันแสดงออกขนาดนี้ผมดูออกอยู่แล้วแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงทำแบบนี้

 

...ทำไมต้องเข้ามาแทรกเรา

 

 

หึ ก็ดีแล้วนี่ทราฟดูออกผมจะได้ไม่ต้องพูดอะไรมากไอ้อาร์ยิ้มออกมาได้ มันพูดโดยไม่สนว่าผมเครียดแค่ไหน และไม่สนว่าผมจะเห็นด้วยมั้ย

 

กูแต่งงานแล้วผมพูดบอกมันด้วยสีหน้าจริงจัง ไอ้อาร์ยักไหล่มาให้ผมทันที

 

ผมเคยบอกแล้วว่ามีคบก็ต้องมีเลิก

 

พวกกูไม่มีวันเลิกกันผมพูดตอกย้ำมันอีกครั้ง ไอ้อาร์กัดปากตัวเองด้วยความขัดใจแววตามันวาวโรจน์แต่ก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้กลับมารู้สึกไม่สะทกสะท้านอะไร

 

แล้วถ้าอีกคนไม่มีชีวิตอยู่ล่ะ แบบนั้นต้องเลิกกันแน่ๆ

 

มึงคิดจะทำอะไร!!” ผมเสียงดังทันที คำพูดของไอ้อาร์เกือบทำให้ผมน็อตหลุดไปแล้ว ไอ้อาร์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ริมฝีปากมันก็ยกยิ้มด้วยความชอบใจอยู่ตลอด

 

 

เปล่าสักหน่อย แค่ยกตัวอย่าง อ้ะ หิวน้ำจังไอ้อาร์พูดก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับลุกจะเดินไปยังห้องครัว

 

อาร์...”  ผมเรียกชื่อมันด้วยเสียงรอดไรฟัน ร่างบางหยุดยืนก่อนจะหมุนตัวมามองหน้าผมที่นั่งอยู่บนโซฟามองหน้ามันด้วยสีหน้าดุดัน

 

คึคึ สนุกจังที่เห็นทราฟดูร้อนรนแบบนั้น

 

....ผมเงียบที่เห็นท่าทางถูกใจไม่ทุกข์ร้อนของมัน...มันจะทำจริงรึเปล่า...ผมยอมรับว่ากลัวที่มันจะคิดจะทำเรื่องบ้าๆโดยพรากอีกคนแยกจากอีกคนแบบนี้ ยิ่งเกิดขึ้นกับตัวผมแล้วผมยิ่งกลัว

 

ผมคิดผิดที่ว่ามันจะแค่เล่นสนุกๆกับผมและไอ้ชามแค่นั้น...ผมคิดผิดจริงๆ มันเอาจริงแน่

 

 

ผมล้อเล่นน่า ผมไม่ได้สบายใจเลยกับคำว่าล้อเล่นของมัน

 

 

 

************************************************

 

 

เริ่มเกลียดอาร์แล้ววว -*-

ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ ตอนบทนำ....

 

 

TBC.

 

 

ความคิดเห็น