ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 7 หลบหน้า (100%)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2559 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 หลบหน้า (100%)
แบบอักษร

7 หลบหน้า

     ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่ได้ไปที่ตึกวิศวะมา 3 วันแล้ว อ้างด้วยเรื่องที่ว่าติดธุระนู่นธุระนี่

[  SaiLom : วันนี้มึงจะมาไหม                               ]

[                               ผมไปทำธุระกับพี่รหัส : TIN ]

[                                               คงไม่ได้ไปนะ         ]

     ซึ่งมันก็เป็นคำโกหกดีๆ สำหรับผม นี่เอง

     ผมยังไม่อยากเจอหน้า ไม่กล้าคุยอะไรตอนนี้กับพี่ลม...

     ผมไม่รู้พี่มันจะโกรธหรืออะไรผม ไหม แต่ดูท่าจากการส่งไลน์มาตาม ผมแล้ว เขาคงไม่ได้คิดอะไรเรื่องเมื่อ วันนั้นละมั้ง

     แต่กับผม... ผมนอนคิดอยู่ทุกคืน เกี่ยวความรู้สึกที่มันเกิดขึ้น

     ความรู้สึกดีๆ ที่เมื่อคิดได้ว่า...

     ถ้าพี่เขาอยู่ข้างๆ ผม

     ถ้าพี่เขาเป็นห่วงเป็นใยผม

     ถ้าพี่เขาปกป้องผม

     มันก็คงจะดี...

     และความรู้สึกที่ใจเต้นไม่หยุดนั้น

     ถ้าวันนั้นถ้าเราเผลอทำตามแรงดึง ดูดในตอนนั้น...

     เขาจะรู้สึกแบบเดียวกับผม.. อย่างที่ผมเป็นอยู่หรือเปล่า

     ผมยัง... สงสัยไม่คลาย กับชื่อเรียกความรู้สึกของตัวเอง

     RRrrrr ~

     “ครับ พี่โย”

     [ทินเลิกเรียนยัง?]

     “เลิกแล้วครับ”

     [ดีเลย พี่ปลาชวนไปกินหมูเลี้ยงสายรหัสกัน]

     “อ๋อครับ” พี่ปลาสายรหัสปีสี่ของผม เอง นานๆ ทีกว่าพี่เขาจะว่างกันแหะ

     [ทินว่างใช่ไหม]

     “ว่างครับว่าง”

     [อืม งั้นเดี๋ยวไปพร้อมพี่นะ จะได้ไปด้วยกัน]

     “อ่า ก็ได้ครับ” ยังไงพี่โยก็ยังดีกับ ผมจริงๆ

     [โอเค ทินอยู่ที่ตึกใช่ไหมเดี๋ยวพี่ไป หานะ]

     “ครับๆ” พอวางสายไปผมก็ถอน หายใจ

     อย่างน้อยก็มีครั้งนี้ที่ไม่ได้โกหก ละนะ

 

     “เอ้าชนนนนน”

     เคร้ง!

     แก้วทั้ง 5 ชนกันพร้อมกับเสียง ตะโกนลั่นของยายรหัสที่น่ารัก พี่แกเป็นคนเฮฮาปาร์ตี้ครับ โหวกเหวกโวยวายได้ทุกสถานการณ์ ตอนเจอกันครั้งแรกนี่ไม่ต้องพูดถึง พี่แกเล่นวิ่งเข้ามากอดบอกว่าผมน่ารักใหญ่ ตอนนั้นผมนี่อายแทบม้วน ตัวเลย

     “โห้ย พี่ปลา! จะตะโกนทำไมวะ”

     “แกก็เหมือนกันแหละไอ้โรม จะเสียงดังทำไมห้ะ!” พี่โรมสายรหัสปีสามของผม หรือก็คือเป็นน้องรหัสของพี่ปลานั่นเอง สองคนนี้เขาถูกคอกันจริงๆ นะ ถึงจะชอบกัดกันแบบนี้ก็เถอะ แต่นิสัยนี่เหมือนกันเด้ะ สมกับเป็นพี่น้องกัน ฮ่าๆ

     “พี่นั่นแหละโว้ยยย”

     “พอกันทั้งคู่แหละครับพี่ปลาพี่โรม” ก่อนจะบานปลายกันไปใหญ่ พี่โย เลยห้ามพี่ๆ ทั้งสองด้วยความสุภาพ

     “นั่นสิๆ กัดกันอยู่ได้ทั้งสองคนเนี่ย” เพื่อนผู้หญิงของพี่ปลาก็ร่วมวงห้าม คนนี้ผมเคยเห็นที่ชมรมเดียวกันด้วยแหละ แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร

     “เออๆ ไม่ทะเลาะละๆ กินกันๆ” พี่ปลาเปิดฉากคีบหมูในกระทะ พวกเราก็เริ่มละเลงกินกันบ้าง

     “หืมมม น้องทิน วันนี้แฟนจะมารับ อีกหรือป่าว” อยู่ๆ เพื่อนพี่ปลาก็ถาม ผมที่นั่งกินเงียบๆ จนชะงักมือ

     “ครับ?

     แฟนไหน?

     “ก็คนที่มารอน้องทินบ่อยๆ ไง เมื่อตอนจัดงานนิทรรศการน่ะ”

     มะ หมายถึงพี่ลมหรอ?

     “จริงหรอจีจี้! น้องทินเสียซิง แล้วหรอ”

     “มะ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แฟน! ”

     ไม่ได้เสียซิงด้วยพี่ปลาาา

     “งั้นที่ได้ข่าวว่าน้องไปที่ตึกวิศวะ บ่อยๆ นี่คืออะไรน้า”

     นะ นี่พี่เขาเป็นนักสืบรึไงเนี่ย

     “คือ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ คือ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันน่ะครับ”

     “แค่นั้นเองหรอออ" พี่ปลาไม่หยุดคาดคั้น ไหงเรื่องถึงเป็นแบบนี้เนี่ย

     “ครับ แค่นั้น... ”                                                                    

     “แล้วที่ไปรับไปส่งล่ะ...” พี่ปลายังไม่หยุด ยังต้อนผมที่ส่าย หน้าจนหัวจะหลุดอยู่แล่ว

     “คือ...”

     “พี่ปลา อย่าแกล้งน้องรหัสผมสิ ครับ” พี่โยช่วยพูดที่เห็นท่าว่าผมไม่ดี

     “ใช่ หยุดพูดมากได้แล้วพี่ปลา”

     “นี่ อย่ามารุมฉันสิ ฉันก็แค่อยากจะรู้ ว่าน้องทินกับคนที่เป็นข่าวด้วยมีสถานะความสัมพันธ์อะไรยังไง... ”

     “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกครับ” ผมยิ้มแห้งๆ ยืนยันแน่น พวกเราไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้นเลย

     อาจจะมีแต่ผมที่คิดไปเองคน เดียว...

     “ก็ได้ๆ ถ้าน้องทินยืนยันแบบนี้ก็ได้” ในที่สุดพี่ปลาก็ยอมแพ้ไป ผมถอนหายใจโล่ง 

 

     “น้องโย น้องทิน ไว้วันหลังพี่จะพามาเลี้ยงอีกนะ”

     “จริงดิ โห้ ผมจะนั่งขีดค่าวันรอพี่ปลาเลย”

     “เดี๋ยวเหอะไอ้บ้าโรม” ไม่ว่าเปล่าเงื้อมมือจะมาเขกหัวพี่โรมละหันกลับ “กลับดีๆ ล่ะ น้องโยส่ง หลานรหัสพี่ให้ถึงบ้านเลยนะ”

     “ครับ ผมจะดูแลอย่างดีเลย” พี่โยตอบกลับพลางยกมือมายีหัวเล่นจนผมยิ้มแห้งๆ

     “ดีมากกกก งั้นพี่ไปละ ไอ้โรมกลับสิ”

     พี่ปลากับพี่จีจี้เดินแยกไปแล้ว พี่โรมก็เดินแยกไปอีกทาง ส่วนผมกับ พี่โยก็ไปด้วยกันตามที่พี่เขาอาสา

     “จริงสิ พี่ยังไม่ได้เลี้ยงข้าวเลยนี่”

     “ครับ?

     “ก็เลี้ยงน้องรหัสไง” พี่โยธินพูดขึ้นทำให้ผมถึงกับบางอ้อ จำได้ว่าพี่เขาเคยจะพาผมไปไปเลี้ยงแต่ตอนนั้นดันมีธุระกับพี่ลมซะได้ “ทินยังพอกินของหวานได้ไหม”

     “ก็...ได้อยู่นะครับ”

     “งั้นไปกินไอติมกัน”

     อาหารคาวต้องตามด้วยของหวานเสมอ และผมกับพี่โยธินก็มาอยู่ใน ร้านไอศกรีมสั่งเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ด้วย

     “เดือนหน้าจะมีงานเปิดบ้านด้วย ตอนนั้นคงเหนื่อยหน่อยนะ เพราะปี หนึ่งต้องไปช่วยจัดสถานที่และก็ดูแลรอบๆ งานด้วย”

     “ครับ” ผมตอบรับไปอย่างเหนื่อยใจ เพิ่งหมดงานเก่างานใหม่ก็มาซะแล้ว

     “และช่วงนี้มีสอบบ้างไหม?

     “มีครับ สอบของอาจารย์ขนิษฐา”

     “อื้อ พี่มีสรุปแนวข้อสอบของอาจารย์อยู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอามาให้นะ”

     “ขอบคุณครับ” ผมยิ้มอย่างดีใจ เพราะผมยังงงกับวิชานี้อยู่เลย ถ้าได้ของพี่โยมาอ่านน่าจะเข้าใจมากขึ้นแน่ๆ

     พี่โยธินเขาดีกับผมมาก เป็นพี่รหัสที่ดีที่สุดของผมเลย

     พอคุยไปหลายๆ เรื่อง ไอศกรีมชาวเขียวและช็อกโกแลตที่สั่งก็วางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

     “ทิน”

     “ครับ?” ผมตอบรับทั้งที่ช้อนกำลังตักไอศกรีม พี่โยนิ่งสักพักจึงเริ่มพูด

     “เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ที่ไปตึกวิศวะบ่อยๆ น่ะ” คำถามทำผมชะงัก เริ่มอ้ำอึ้ง จนปลายนิ้วไปเกาคางแก้เก้อ

     อ่า... จะเขินทำไมน่ะเรา...

     “เอ่อ... ครับ”

     “ทำไมล่ะ? หรือว่า... ที่พี่จีจี้พูดจะเป็นความจริง”

     “มะ ไม่ใช่ ไม่ใช่นะครับ คือ... เอ่อ ผมแค่ไป... ไปเฉยๆ ไม่มีอะไรเลยนะ” ผมปฏิเสธทันควันด้วยท่าทางที่เลิกลัก คำพูดตะกุกตะกักจนถ้าผมเป็นคนฟังล่ะก็คงรู้ว่าผมโกหกแน่ๆ

     “แล้วทำไมทินต้องไปด้วยล่ะ?”

     “อ่า ผม...” ผมแทบจะพูดไม่ออก เล่นยิงคำถามที่เข้าขั้นอันตรายต่อการตอบมาอย่างต่อเนื่องอย่างนี้ ทำเอาผมก้มหน้ามิด

     ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงพูดได้เลยว่าถูกบังคับให้ไป แต่ถ้าเป็นตอนนี้บอกได้เลยว่ามันไม่ใช่ ผมเต็มใจที่จะไปเองทุกครั้ง

     ถึงช่วงนี้ผมจะไม่ค่อยได้ไปเพราะกำลังหลบหน้าใครบางคนก็ตาม

     แต่จะให้บอกไปอย่างนั้นมันก็คงไม่ดี

     “ช่างมันเถอะ พี่ไม่น่าถามอะไรแบบนี้เลย กินไอศกรีมต่อดีกว่า เดี๋ยวก็ละลายกันพอดี” พี่โยธินว่าพลางตักไอศกรีมตรงหน้ากลบคำถามที่เคยถามไป โล่งอกไปที...

     แต่แทนที่จะโล่งใจ กลับอึกอัดใจกว่าเดิม เพราะก่อนหน้านี้ที่พี่เขาคอยชวนคุยอยู่ตลอดกลับนิ่งเงียบ ซึ่งไม่ต่างจากผมที่นั่งเขี่ยไอติมตรงหน้าเล่นเพราะความรู้สึกที่ตกค้างจากคำถามเมื่อครู่

     คลุมเครือ...

     ความรู้สึกมันยังคลุมเครือ ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ไม่ชัดเจนเลยตัวผม...

     “อ้ะ!” อยู่ๆ ไอศกรีมที่ผมเขี่ยเล่นถูกพี่รหัสตรงหน้าเอื้อมมาตักไปกินอย่างกะทันหัน ผมมองพี่โยธินอย่างอึ้งๆ ยังตกใจกับการกระทำของพี่โยที่เมื่อกี้ยังนั่งเงียบอยู่เลย แล้วไหงมาแอบฉกของผมไปกินได้ล่ะ

     “อย่ามัวแต่เขี่ยเล่นสิ เดี๋ยวก็ละลายหมด” พี่โยกลับมาคุยกับผมอย่างยิ้มแย้ม เหมือนกลบเกลื่อนว่าเมื่อกี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

     “คะ ครับ”

     “อ่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ช้อนที่มีไอศกรีมชาเขียวถูกจ่ออยู่ตรงหน้า “ชดเชยที่เมื่อกี้พี่กินไป”

     “เอ่อ...” ผมจะปฏิเสธไป แต่สีหน้าพี่โยดูจะคะยั้นคะยอผมมากจนไม่กล้าที่จะปฏิเสธ และกินเข้าไป

     “อร่อยไหม?”

     “ครับ” ผมพยักหน้า พี่โยก็ส่งยิ้มขำๆ ให้ เห็นแล้วต้องเม้มปากกลั้น

     ให้ความรู้สึกเหมือนโดนแกล้งกันยังไงอย่างนั้นแหะ...

     RRrrrr ~ แรงสั่นในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมหยุดการกิน ควักโทรศัพท์ออกมาดูว่าใครโทรมา

     เห้ย!?

     ผมตาแทบถลนออกจากลูกตา เบอร์ที่มีการบันทึกชื่อแล้วทำให้ผมมั่นใจเป็นอย่างดีว่าเป็นเขาคนนั้นจริงๆ ที่โทรมา ซึ่งตั้งแต่ที่มีเบอร์ผมก็ไม่เคยเห็นโทรเข้ามาเลยสักครั้ง ใช้แค่ส่งไลน์อย่างเดียวด้วยซ้ำ

     “ฮะ ฮัลโหล?”

     “มึงอยู่ไหน” ผมสะดุ้ง เริ่มเกิดอาการผวากับน้ำเสียงที่ส่งผ่านปลายสายมา เย็นมาถึงปลายหูเลยด้วยซ้ำ

     “ผะ ผมมาทำธุระกับพี่รหัส”

     “...ธุระของมึงคือมานั่งกินไอติมหรอ?” ผมสะดุ้งเข้าไปใหญ่ เริ่มหันไปรอบๆ โดยอัตโนมัติ และก็ต้องตาโตอีกครั้ง

     คนที่โทรมา... ยืนหน้านิ่ง มองผมด้วยสายตานิ่งอย่างไม่คิดจะละสายตา

     “พี่ลม!

     “ออกมาหากูเดี๋ยวนี้”

     “อะ...” พี่มันตัดสายทันทีโดยที่ผมยังไม่ได้พูดค้านสักคำ ผมหันไปมองคนเอาแต่ใจอีกรอบ พี่มันยังคงยืนหน้านิ่งอยู่ตรงนั้น รอให้ผมออกมาตามคำสั่งที่เอาแต่ใจของเขา

     แต่... ครั้งนี้พี่มันสั่งแรงไปว่ะ...

     “มีอะไรรึเปล่าทิน?” ผมคิดว่าพี่โยต้องจับสีหน้าของผมได้แน่ ถึงได้ถามคำถามที่ดูน่าเป็นห่วงนัก

     “อ่า... คือผมต้องรีบไปก่อนนะครับ”

     “งั้นหรอ...” พี่โยธินหันข้าง “อืม ไว้วันหลังมากินด้วยกันอีกนะ”

     “ครับ” ผมยิ้มแห้งส่งตอบยิ้มอบอุ่นที่พี่โยชอบทำ แล้วออกจากร้านไปอย่างเร็วที่สุด

     ผมวิ่งมาหาคนที่ยืนรอ แต่พอมาถึงกลับหันหลังแล้วเดินนำไปโดยที่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ ผมเริ่มหวั่นใจ เดินตามไปอย่างระวัง เป็นท่าทางที่พี่มันโกรธแน่ๆ ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่รู้จักกัน เห็นแล้วก็แทบจะถูกแช่แข็งจนตัวสั่น

     โกรธอะไรผมกัน... หรือพี่ลมจะรู้ว่าผมหลบหน้าเขา?

     พอเดินออกมาได้สักพัก บทสนทนาก็เริ่มขึ้น...

     “ทำไมมึงต้องโกหกกูด้วย” พี่ลมหันมาถามคำถามใส่ผมที่เดินตามหลัง น้ำเสียงที่กดเข้มแสดงอารมณ์โกรธ

     “ผมไม่ได้โกหก ผมมาทำธุระกับพี่รหัสจริงๆ”

     “ธุระอะไรล่ะ อี๋อ๋อขนาดนั้น เขาเรียกว่าธุระเหรอวะ” ผมอึ้งกับประโยคที่เรียกว่าสบประมาทโถมใส่เข้ามาโดยอารมณ์เกรี้ยว

     “ผมไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นนะ”

     “แล้วที่มึงทำอยู่นั่นคืออะไรล่ะ ธุระหรอ?”

     “...ใช่!” อารมณ์ผมเริ่มคุกกรุ่น ต่อต้านด้วยสายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ละ “วันนี้พี่รหัสซีเนียร์ของผมเขาเลี้ยงสายรหัส แล้วพอเลิกพี่รหัสของผมก็พาไปเลี้ยงรับน้องต่อ เพราะตอนวันที่ไปช่วยงานวั้นนั้นน่ะ ผมไม่ได้ไปเพราะต้องไปซื้อหนังสือกับพี่ไง”

     “...”

     “พอใจไหมล่ะ ธุระของผมน่ะ” ผมหายใจเข้าออกแรง เม้มปากแรงๆ ข่มอารณ์ตัวเอง เพราะอารมณ์โกรธที่ไม่แพ้กับคนตรงหน้ามันทำให้ผมพ่นคำพูดซะยาวจนเหนื่อย

     ไอ้คนนิสัยเสีย ไอ้คนไม่มีเหตุผล ทำไมถึงไม่ฟังคนอื่นก่อนที่จะมาว่ามาด่ากันแบบนี้นะ แล้วยังพูดอะไรบ้าๆ ให้ใจเจ็บอีก ก่อนจะพูดอะไรเคยกลั่นคิดมันก่อนมาบ้างไหม พี่น่ะ...

     คนบ้าเอ้ย...

     “กูขอโทษที่พูดแบบนั้น” พี่ลมเสมองไปทางอื่น “แต่ที่กูโกรธก็เพราะมึง... ไม่ยอมมาหากู มึงหลบหน้ากู”

     “...”

     “กูไม่เข้าใจ ว่าทำไมมึงถึงทำอย่างนั้น มึงอ้างนู่นอ้างนี่ จนกูคิดไปต่างๆ นานาว่ามึงเป็นอะไรหรือป่าวหรือกูไปทำอะไรให้มึงโกรธ หรือมันเพราะอะไรยังไง มึงบอกกูสิทิน”

     “...” ผมหลุบมองต่ำ เป็นอีกคำถามที่วันนี้ผมก็ตอบไปไม่ได้

     เพราะผมเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าเพราะอะไรที่ผมต้องทำอย่างนั้น ผมแค่ยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าพี่ด้วยความรู้สึกที่กำลังสับสนในใจของผม ผมยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

     “มึงรู้ไหมว่ากูใจไม่ดีเลยที่มึงเป็นแบบนี้ กู... เป็นห่วงมึงนะทิน"

     ความโกรธก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวพร้อมกับหัวใจเริ่มที่เต้นแรง ผมดันคิดแต่ว่าเขาคงไม่มานั่งคิดมากเหมือนอย่างที่ผมเป็น แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วกลับทำให้รู้ว่าเขาก็แทบไม่ต่างจากผมเลยแม้แต่น้อย ผมไม่คิดว่าเขาจะมากังวลในเรื่องของผม ผม... ไม่คิดว่าจะทำให้เขาต้องคิดมากเพราะผมขนาดนี้

     “ผม... ขอโทษครับ”

     ดังนั้นแล้ว... ผมไม่ควรทำให้เขาเป็นแบบนี้

     “มึงจะไม่หลบหน้ากูแล้วใช่ไหม”

     “ครับ”

     “มึงจะไม่ทำอย่างนี้อีกใช่ไหม”

     “ครับ...” ผมพยักหน้าไปสองรอบ

     “มึงสัญญากับกูแล้วน่ะ ห้ามผิดคำพูดเด็ดขาด” สิ้นคำประกาศิต ผมก็เงยหน้ามองตรงหน้าหลังจากที่ก้มมองพื้นอยู่นาน แล้วพยักหน้าเบาๆ เขาถอนหายใจเบาๆ “เดี๋ยวกูไปส่ง”

 

     ผมเดินขึ้นบันไดชั้น 3 ชั้นที่ผมพักอยู่กับพัน คนที่มาส่งผมก็กลับไปพร้อมกับกำชับอีกว่าให้พรุ่งนี้มาให้ได้นะ ผมไม่คิดที่จะปฏิเสธและไม่คิดที่จะหลบหน้าพี่ลมอีกแล้ว เพราะถึงยังไง ผมก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี สู้ออกไปเผชิญหน้าเลย มันคงจะดีกว่าการมานั่งหลบหน้า

      ผมไขประตูห้องของตัวเอง เปิดเข้าไปวางกระเป๋าพร้อมกับตะโกนหาเพื่อนสนิทที่ชอบทำเป็นประจำ

      “หลับแล้วหรอพัน”

     “...ฮึก” ผมชะงักทุกกระทำ หันไปมองหาเพื่อนสนิทที่นอนซบหน้ากับหมอนอยู่บนเตียงชั้นล่าง

     แต่ที่น่าตกใจก็คือ มันกำลังร้องไห้?

     “พัน? มึงเป็นอะไร” ผมวิ่งเข้าไปหาเพื่อนที่นอนร้องไห้ มันลุกขึ้นแล้วโถมเข้ากอดผม

     “ฮึก... เขา... ทิ้งกู ฮึก... เขา... มีคนอื่น” ผมลูบหัวปลอบโยนคนที่สั่นเทา เสียงสะอื้นที่ปนมาถึงจะทำให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็พอจะจับใจความได้

     ทิ้ง? มีคนอื่น?

     อย่าบอกนะว่า...

 

2BeCon

ความคิดเห็น