facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 16 [50%] 18+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2564 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 16 [50%] 18+
แบบอักษร

Let me be yours 16 

 

คนสองคนนอนเคียงข้างอยู่บนเตียงกว้างขนาดห้าฟุต หากเป็นยามปกติคงหันไปตระกองกอดกันเป็นก้อนกลมอยู่มุมใดมุมหนึ่งของเตียง ทว่าเวลานี้กลับเลือกพื้นที่คนละฝั่ง มีความว่างเปล่ากั้นกลางระหว่างกัน ทั้งที่ห่างเพียงเอื้อมถึงกลับรู้สึกเหมือนสุดมือคว้า ไร้เสียงหัวเราะไร้บทสนทนา มีเพียงความอึดอัดกระอักกระอ่วนใจ ดวงตากลมเบิกกว้างจ้องมองเพดานสีหม่น ต่างฝ่ายต่างคิดทบทวนว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร 

จุดที่ความรักอย่างเดียวไม่เพียงพอ 

หางตาเหล่มองคนที่แสร้งทำเป็นหลับทว่าลมหายใจยังไม่สงบ กวาดสายตาลงยังแก้มสากที่รอยแดงจากฝ่ามือเขาหายไปแล้ว ถึงแม้ร่องรอยจะจางหายไปแต่ความเจ็บปวดจากการทำร้ายกันและกันจะคงอยู่ เป็นเครื่องตอกย้ำความผิดพลาดในวันนี้ 

นาธานยื่นมือเรียวยาวไล้ผืนเตียงไปยังพื้นที่ว่างเปล่า สัมผัสเย็นชืดส่งความหนาวเหน็บมาถึงหัวใจ 

กระทั่งอีกเพียงคืบจะแตะโดนท่อนแขนใหญ่ โจเซฟพลันผุดลุกขึ้นนั่งกะทันหัน นาธานชักมือข้างนั้นกลับมาด้วยความรวดเร็ว กลั้นลมหายใจมองใบหน้าเคร่งขรึม 

"ฉันจะไปนอนห้องอลัน" 

ร่างสูงใหญ่ลุกไปจากเตียง คนที่เหลือเพียงมองบานประตูปิดลงอย่างเงียบงัน 

....เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว 

 

นาธานกลับมาทำงานที่บาร์กะกลางวันอีกครั้ง เหมือนเป็นการหมุนเวียนเปลี่ยนช่วงเวลาการทำงานปกติของร้านค้าทั่วไป ดำเนินชีวิตทุกอย่างตามเดิมเหมือนที่มันเคยเป็น แตกต่างตรงที่ครั้งนี้นาธานได้เลื่อนขั้นมาประจำอยู่หน้าบาร์ถาวร 

รับหน้าลูกค้า นำส่งออเดอร์อาหารไปยังห้องครัว ช่วยบาร์เทนเดอร์เตรียมเครื่องดื่ม ไม่ใช่งานยากแต่ก็ไม่นับเป็นงานสบาย โดยเฉพาะช่วงเที่ยงวันลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษ นาธานและพนักงานคนอื่นๆ ในร้านจึงไม่ทันระแวดระวังลูกค้าแปลกหน้า กระทั่งอีกฝ่ายนั่งลงตรงเค้าน์เตอร์บาร์หน้านาธานพอดิบพอดี 

"ฟิชแอนด์ชิปส์กับโค้ก" 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเงยมองชายร่างสูงใหญ่เพื่อรับออเดอร์ เขาเป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แม้เมืองเสื่อมโทรมแห่งนี้จะเคยล้มละลายแต่ก็ยังพอมีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสายเหมือนกัน 

แปลกตรงที่อีกฝ่ายเลือกนั่งตรงนี้ทั้งที่ไม่ดื่ม แต่นาธานไม่มีเวลามาใส่ใจมากนัก 

"รออาหารประมาณสิบนาทีครับ" 

อีกฝ่ายเพียงพยักหน้ารับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดฆ่าเวลาไม่ต่างจากลูกค้าทั่วไป เวลานี้โจเซฟกำลังวุ่นวายอยู่กับหลังร้านเพราะมีเครื่องดื่มล็อตใหญ่มาส่ง แต่ก็ยังพอมีเวลาเดินออกมาสอดส่องเม่นแคระของเขาทุกสิบถึงสิบห้านาที 

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เงียบสงบไร้ระลอกคลื่นจนทุกคนวางใจ กระทั่งนาธานหมุนวนกลับมายังลูกค้าหน้าใหม่อีกครั้งเมื่อเขาเรียกเช็กบิล ทว่าสิ่งที่หยิบยื่นมาให้กลับไม่ใช่เพียงเงินสด แต่มีกระดาษแข็งสีขาวคุ้นตาใบหนึ่งแนบมาด้วย จากสัมผัสเรียบลื่นทำให้รู้ว่ามันคือรูปถ่ายที่คว่ำหน้าอยู่ 

นาธานชะงักงัน เงยหน้ามองชายร่างสูงคนนั้นอีกครั้งด้วยสายตาระแวดระวังมากกว่าเดิม อีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มลึกลับมาให้ โน้มใบหน้าเข้าใกล้เอ่ยคำพูดโดยที่ปากแทบไม่ขยับเพื่อส่งสารให้นาธานได้ยินเพียงคนเดียว ก่อนจะลุกจากไปโดยไม่รับเงินทอน 

ประโยคดังกล่าวก้องสะท้อนอยู่ในหูนาธานเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล "ละครฉากนี้ของนายเริ่มไม่สนุกแล้วสิ อย่าให้วินเซนต์รอนาน" 

ของที่อยู่ในมือพลันยับย่นเมื่อนาธานกำหมัดแน่นเข้าหากัน ดวงตาจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังที่หายลับไป กล้าส่งคนเข้ามาเหยียบปลายจมูกดีแลนในพื้นที่เขาแบบนี้แสดงว่ามั่นใจพอสมควรว่าควบคุมสถานการณ์ได้ หรือว่าคนของทอมจะเสียท่าไปอีกแล้ว หางตาหวาดระแวงเหลือบมองเพื่อนร่วมงานหน้าบาร์อีกคนกำลังรับลูกค้าไม่มีเวลาสนใจทางนี้ โจเซฟเองก็เพิ่งกลับเข้าไปหลังร้านเมื่อไม่กี่นาที จึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติตอนที่เขาปลีกตัวหลบออกมาเพื่อเข้าห้องน้ำ 

วินเซนต์รู้แผนการของพวกเขา? 

รู้ว่าระหว่างนาธานกับโจเซฟเป็นการแสดง? 

รู้ได้อย่างไร 

หรือหมอนั่นจะวางหมากของตัวเองไว้มากเกินกว่าที่ดีแลนตรวจเจอ 

เหงื่อเย็นชื้นซึมออกมาตามไรผม มือสั่นเทายกขึ้นมองรูปถ่ายกลับด้านยับยู่ หวาดกลัวที่จะได้เห็นสิ่งที่เป็นกังวล 

ขอให้ไม่ใช่ ขอให้ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด 

กระทั่งภาพถ่ายพลิกกลับ แข้งขาพลันอ่อนยวบทิ้งตัวนั่งลงบนชักโครกด้วยหมดแรง ดวงตาสั่นเทามองภาพโยลันดากำลังเดินออกจากบ้านป้าซาแมนธา ยิ้มแย้มสดใสใจดีเหมือนเคย ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่ากำลังถูกจับตามอง นาธานไล้ปลายนิ้วไปยังใบหน้าที่คิดถึง ผู้หญิงคนเดียวบนโลกที่รักเขาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ต่อให้ดื้อเอาแต่ใจหรือสร้างปัญหามากแค่ไหน แม่ไม่เคยดุด่าว่ากล่าวเขาจริงจังสักครั้ง มีเพียงฝ่ามืออ่อนโยนคอยโอบอุ้มปลอบประโลม 

ดวงตาแข็งกร้าวตวัดมองมุมภาพซึ่งมีลายมือขยุกขยิกน่ารังเกียจเขียนไว้ 

ฝากความคิดถึงมาให้ คิดว่านายคงอยากเห็น 

อยากให้เข้าไปทักแทนนายไหม? 

.... 

คนสารเลว! 

อุตส่าห์ให้หนีไปไกลถึงดีซีแล้วแท้ๆ ยังตามกลิ่นไปได้อีก ดูท่าว่าดีแลนจะประเมินฝีมือวินเซนต์ต่ำเกินไป 

กลายเป็นว่าในท้ายที่สุด โยลันดาก็ถูกลากเข้ามาแปดเปื้อนในกองโคลนสกปรกนี้อยู่ดี 

วินเซนต์!! 

กำปั้นกระแทกเข้ากับประตูดังตึง ลมหายใจหอบหนักด้วยความโกรธแค้น ทว่าเด็กอายุสิบแปดอย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจากหยิบยืมอำนาจจากคนที่มีมัน 

รูปถ่ายถูกยัดเก็บในกระเป๋ากางเกง มือกระชากประตูเปิดออกมาพบกับร่างสูงใหญ่ ยืนใบหน้าเคร่งขรึมอยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี อีกฝ่ายเพียงยืนนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้นราวกับปักหลักมานานแสนนาน เป็นดั่งกำแพงกว้างป้องกันภัยให้นาธานไม่ว่าจะเวลาใด 

อารมณ์ตกค้างคุกรุ่นส่งผลในนาธานมือเอื้อมคว้าคนด้านนอกลากเข้ามาด้านใน ดันแผ่นหลังกว้างแนบชิดติดบานประตูเพื่อปิดเสียงดังตึง 

ยังไม่ทันที่โจเซฟจะสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ริมฝีปากร้อนฉ่าพลันแนบลงมาอย่างดุดัน มือเรียวทั้งสองข้างดึงทึ้งเสื้อผ้าโจเซฟให้ยับย่น เปิดชายเสื้อเลิกขึ้นเพื่อแนบสัมผัสอุ่นร้อนที่คุ้นเคย พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นเขตแดนที่ปลอดภัยที่สุดของเขา บัดนี้นาธานอยากครอบครองมันโดยไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น โยนปัญหาทั้งหมดทิ้งไปเพื่อตักตวงความสบายใจเดียวที่เขามี เพียงตรงนี้เท่านั้นที่นาธานสามารถวางความระแวดระวังทั้งหมดลง 

ฟันคมกัดริมฝีปากล่างของโจเซฟอย่างหวงแทน ไม่สนใจแรงขัดขืนเมื่อโจเซฟพยายามหลบ ส่งลิ้นอุ่นชื้นเข้าพัวพันมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีให้อีกฝ่ายในจูบเดียว 

ฝ่ามือสากยกขึ้นประคองแก้มนิ่ม จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่เขาไม่เข้าใจ นาธานพยายามแสดงละครฉากนี้ให้ใครดูอีกหรือเปล่า เขารับไม่ไหวอีกแล้วหากมันไม่ใช่เรื่องจริง ทว่าแก้วกลมโตสีน้ำตาลเข้มฉ่ำวาวกลับไม่มีวี่แววเสแสร้งสักนิด ม่านหมอกแห่งความต้องการปกคลุมชัดเจนเสียจนโจเซฟร้าวระบม กัดฟันกรอดเค้นถามเสียงลอดไรฟัน 

"เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรนาย" ช่วงเวลาที่คลาดสายตาไป ใครทำเจ้าเม่นแคระของเขากลายเป็นแบบนี้ "หรือใครเอาอะไรให้กิน" 

นาธานย่นหัวคิ้วส่ายใบหน้าหงุดหงิด สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ไม่ใช่บทสนทนา 

มือเล็กลดลงต่ำ คว้าจับท่อนลำใหญ่โตภายใต้กางเกงยีนซึ่งบัดนี้พองขยายเหยียดยาว ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่แค่นาธานที่ต้องการ ออกแรงนวดคลึงเบาๆ พลันได้ยินเสียงลมหายใจสูดเข้าลึก ดวงตาคมกล้าเข้มจัดก้มลงมองการกระทำของนาธานด้วยความไม่เข้าใจ 

นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ 

"ฉันต้องนาย เดี๋ยวนี้" 

คนถูกจู่โจมกัดฟันกรอด จับร่างนาธานพลิกกลับแนบบานประตูแทนก่อนจะแนบริมฝีปากลงบดขยี้ ช่างหัวเรื่องเหตุผลไปก่อนเถอะ เพราะเขาเองก็ต้องการสิ่งนี้จนรวดร้าวไม่ต่างกัน 

เจ้าเม่นตัวนี้เป็นของเขา ใครอย่ามาบังอาจแตะต้อง! 

ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างบดเบียดอย่างไม่มีใครยอมลดละ เป็นเจ้าเด็กแสบที่ปลดกระดุมกางเกงโจเซฟออกโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้สึกด้วยซ้ำ กระทั่งซิปรูดรั้งลงลดความอึดอัดโจเซฟถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ที่ไหน 

....ห้องน้ำสาธารณะ 

แม้จะเป็นห้องน้ำในส่วนของพนักงาน แต่ทุกคนในร้านใช้ร่วมกัน 

มือใหญ่รวบจับฝ่ามือซุกซน ดันเจ้าเด็กแสบหน้ามืดตามัวออกทั้งที่ฝืนใจ 

"ทำที่นี่ไม่ได้" 

"ฮื่อ" เจ้าเม่นแคระโชว์เขี้ยวส่งเสียงขู่ร้องประท้วงขัดใจ แต่จนใจที่ทำอะไรไม่ได้เพราะโจเซฟพันธนาการมือทั้งสองข้างไว้หนาแน่น ท่าทีหื่นกระหายเสียจนร่างสูงใหญ่หลุดยิ้มออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ไม่ว่าอารมณ์ไหนของเขาเป็นต้องเกิดจากเจ้าเด็กแสบจริงๆ 

โจเซฟรวบตัวเม่นแคระเข้ามาในอ้อมกอด เอ่ยปลอบประโลมเสียงเบาข้างหู 

"ใจเย็นๆ จอมยั่ว ฉันไม่รอดจากมือนายอยู่แล้ว" 

นาธานมุมปากกระตุก เงยขึ้นมองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของโจเซฟที่ไม่เหมือนไม่ได้เห็นมานานหลายปี 

....ฮึ 

"งั้นจะรออะไร" 

คิ้วเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นด้วยท่าทียียวน เหมือนทั้งสองคนไม่ได้ถูกขวางกั้นด้วยความไม่เข้าใจอีกแล้ว เพียงวางมันลงเตะทิ้งขว้างไว้ข้างหลัง โจเซฟแย้มรอยยิ้มร้าย รูดซิปกลัดกระดุมกลับเข้าไปตามเดิม 

"ก็ถ้านายไม่ว่าอะไรหากมีใครผ่านมาได้ยินเสียงเรา ซึ่งผนังบางๆ นี่คงเก็บเสียงไม่ได้มากเท่าไหร่ และนายสามารถกลับไปทำงานได้โดยไม่สนใจสายตาแปลกๆ จากพนักงานในร้านคนอื่นที่มองมา ฉันก็ยินดีเป็นของนายที่นี่" 

เด็กแสบกดหัวคิ้วมุ่น ต่อให้เขาใจกล้ามากแค่ไหนก็ไม่ยินดีทำให้ใครมายืนฟัง 

มือเรียวยกขึ้นแบตรงหน้าโจเซฟ 

"อะไร" 

"กุญแจรถ ฉันขับเอง" 

ดวงตาคมกล้าเป็นประกายวาววับ วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือนาธานอย่างเต็มใจ 

โจเซฟสั่งงานพนักงานในร้านไม่กี่คำก่อนจะจูงมือเจ้าเม่นแคระออกจากร้าน ยิ่งเห็นแก้มขาวระบายสีแดงเรื่อด้วยความต้องการยิ่งก้าวเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

....ใครจะรู้ว่านาธานทนขับรถกลับถึงบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ 

สวนสาธารณะยามกลางวันยิ่งไร้ผู้คน นาธานเพียงหาทางเข้าเปลี่ยวล้างจอดรถในซอยแคบ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกปีนข้ามเบาะขึ้นไปนั่งคร่อมทับอยู่บนตักโจเซฟ ดวงตาสีเข้มปกคลุมไปด้วยความต้องการ อีกคนก็ช่างให้ความร่วมมือปรับเบาะถอยหลังเอนรออย่างดี 

ลมหายใจผ่าวร้อนพ่นออกจากริมฝีปากนุ่ม จุมพิตแนบลำคอระอุอุ่นลงบนเส้นชีพจร ไล้ปลายลิ้นลากเลียลูกกระเดือกนูน ฟันคมขบแทะเบาะๆ ยามมันขยับเคลื่อนไหวฝากรอยฟันไว้จางๆ ในขณะที่นิ้วมือคล่องแคล่วปลดปล่อยท่อนเนื้อใหญ่โตของคนด้านล่างออกมาจากซิปกางเกงอีกครั้ง ส่วนแข็งขืนดีดผึงสู้มือเจ้าเม่นแคระด้วยความองอาจ ถูกฝ่ามืออ่อนนุ่มกำรวบเข้าไว้เต็มไม้เต็มมือ 

"นาท" เสียงเรียกแหบต่ำเอ่ยเรียกไม่ต่างจากเสียงครางในลำคอ 

วันนี้เด็กแสบของเขาร้อนแรงเหลือเกิน 

แม้จะวางเหตุผลทั้งหมดทิ้งไปแล้ว แต่โจเซฟยังคงสังเกตเห็นความผิดปกติได้อยู่ดี จอมยั่วคนนี้คือคนเดียวกับที่ตบหน้าเขาเมื่อวาน ดังนั้นต้องมีอะไรบางอย่างกระตุ้นให้เด็กน้อยของเขาลุกขึ้นมาบ้าระห่ำแบบนี้แน่ 

....!! 

คนปล่อยความคิดล่องลอยสะท้านเฮือกเมื่อจุดศูนย์รวมความรู้สึกถูกบีบแน่นโทษฐานที่กล้าเอาใจไปไว้อื่น เบนสายตากลับมาก็พบว่าถูกจ้องคาดโทษอยู่ก่อนแล้ว 

"เวลาแบบนี้แล้วยังมัวคิดอะไร" 

มือสากยกขึ้นลูบแก้มใสเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม "นึกขอบใจคนที่ทำให้นายเป็นแบบนี้" 

"ฮึ" 

นาธานจัดการถอดเสื้อตัวใหญ่ของโจเซฟออก เผยแผงกล้ามเนื้อเป็นมัดได้รูปงดงาม กลิ่นอายบุรุษแข็งแรงกำยำแผ่ขยายยิ่งกระตุ้นให้นาธานอยากครอบครองยิ่งขึ้น ทำไมต้องแสดงละคร ในเมื่อผู้ชายคนนี้เป็นของเขาอยู่แล้ว 

โน้มตัวลงแนบริมฝีปากกับแผงอกกว้าง โจเซฟถึงกับลมหายใจสะดุดเมื่อเด็กแสบแลบปลายลิ้นแดงสดออกมาไล้เลีย นี่เขากำลังถูกเล้าโลม? 

กระทั่งลิ้นเล็กเสาะหาสองจุดสีเข้มของเขาจนพบ สัมผัสประหลาดสร้างความเสียวซ่านอย่างคาดไม่ถึง เพราะปกติตรงนี้เป็นหน้าที่เขาปรนเปรอให้นาธาน ทว่าตอนนี้ทั้งมือและปากเจ้าตัวแสบกำราบโจเซฟได้อยู่หมัด 

มือใหญ่สองข้างตะปบสะโพกกลมกลึง บีบขยำตามแรงรูดรั้งของมือเล็ก ก่อนจะช่วยปลดปล่อยความอึดอัดของนาธานออกมา ส่วนปลายไหลเยิ้มบ่งบอกว่าเขาพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม เพียงโจเซฟสัมผัสเสียงครางหวานก็ดังแว่วให้ได้ยิน มือใหญ่จับรวบส่วนแข็งขืนทั้งสองเข้าด้วยกันโดยทาบทับอยู่บนฝ่ามือเล็ก ขยับขึ้นลงเสียดสีสร้างความเสียวซ่านเหลือคณา นาธานจำต้องผละออกจากสิ่งที่ง่วนอยู่เพื่อส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจ แต่เป็นอิสระได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นเมื่อริมฝีปากด้านบนฉกลงมา ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดรึง สะโพกสอบกระดกขึ้นส่งแรงเสียดสีด้านล่างทำเอานาธานจวนเจียนจะขาดใจ กระทั่งออกแรงดันโจเซฟเอนราบไปกับพนักพิง ยกตัวขึ้นทรงตัวบนเข่า สองมือเท้าเบาะในท่าคลานกักขังโจเซฟไว้เบื้องล่าง 

"นายเป็นของฉัน" 

คนอายุมากกว่าเบิกตากว้าง ก่อนที่มุมปากจะกระดกขึ้น ....ไม่มีอะไรให้เขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว "ใช่ ฉันเป็นของนาย" 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลันคลายออกด้วยความพึงพอใจ สอดนิ้วเรียวเข้าสู่โพรงปากโจเซฟ อีกฝ่ายดูดดุนมันเข้าไปอย่างรู้หน้าที่ ขบกัดหยอกล้อเบาๆ ยามนิ้วซุกซนกดกระตุ้นกลางลิ้น เรียกของเหลวออกมาเท่าที่เขาต้องการ ก่อนเจ้าตัวจะดึงมันออกไปเพื่ออ้อมไปด้านหลัง เบิกทางให้ตัวเอง 

สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาโจเซฟแทบลุกเป็นไฟ ดีที่กระจกรถของเขาติดฟิล์มดำ ไม่อย่างนั้นความหึงหวงคงไม่ยอมให้นาธานเปิดเปลือยในที่สาธารณะอย่างนี้แน่ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ยามปากสีแดงสดเม้มแน่นส่งเสียงครางเต็มไปด้วยความอึดอัด ขณะที่เขากำลังสอดนิ้วเข้าไปในร่างกายตนเอง 

โจเซฟประคองเอวสั่นระริกของคนด้านบนเอาไว้แน่น ให้เวลาเขาได้ปรับตัวช้าๆ ก่อนขยับรูดรั้งท่อนเนื้อของตัวเองคลายความทรมาน อาศัยของเหลวที่ส่วนปลายคายออกมาชโลมนิ้วจนชุ่ม และทาบทับฝ่ามือลงบนมือเล็กที่กำลังขยับเข้าออก เพราะพื้นที่คับแคบทำให้นาธานไม่ถนัดและโจเซฟรู้ว่ามันยังไม่มากพอ เขาจึงอยากช่วย 

กว่านาธานจะรู้ตัว นิ้วสากนิ้วหนึ่งของโจเซฟก็สอดแทรกเพิ่มเข้ามาเบียดชิดกับนิ้วเขาพอดี 

"อื้ออออ ไม่ต้อง! อ....อย่า" 

ปากพูดว่าอย่าแต่ช่องทางกลับบีบรัดอย่างพอใจ แล้วมีหรือที่โจเซฟจะฟัง 

"ฉันรู้จักร่างกายนายดีกว่าตัวเองเสียอีก" 

"อึก!" 

แขนเล็กทรุดฮวบ ทว่าสะโพกยังคงยกไว้อยู่เพราะแรงประคองของโจเซฟ นิ้วยาวยิ่งสอดแทรกเข้าไปลึกขึ้นจนค้นเจอจุดที่ตามหา เพียงเท่านั้นนาธานก็จำต้องถอนมือออกมา ยอมแพ้และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโจเซฟอย่างที่มันควรเป็น 

ฟันคมกัดกล้ามเนื้อบนบ่ากว้างระบายความซ่าน ในปากส่งเสียงอู้อี้เมื่อโจเซฟกดย้ำอยู่ตรงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนต้องการทรมานกันให้ตาย 

"พอ.... พอแล้ว ถ้านายไม่หยุด อื้อ ....ฉันจะเสร็จ" 

"อดทนไว้ก่อนเด็กดี" 

คนหงุดหงิดงุ่นง่านกัดฟันชันตัวขึ้น ดึงมือโจเซฟออก ด้วยความคับแคบทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างจำกัด แต่เขาก็หาตำแหน่งหย่อนสะโพกลงทับท่อนแข็งขืนได้อย่างแม่นยำ มืออ้อมหลังประคองท่อนเนื้อใหญ่โตร้อนฉ่าเอาไว้ ออกแรงกดรับเอามันเข้ามาในร่างกายทีละนิด ฟันคมขบริมฝีปากร่างด้วยความอึดอัด ก่อนจะกลืนกินโจเซฟเข้ามาทั้งตัว 

เสียงสบถเบาๆ ดังมาจากคนด้านล่างแต่นาธานไม่สนใจ เริ่มขยับตัวขึ้นลงคลายความคับแน่น และทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ที่ทางที่มันควรจะเป็น ทั้งเสียงครางและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องภายในรถสี่ประตู กลิ่นอายบุรุษเพศเข้มข้นคละคลุ้ง หากใครบังเอิญผ่านมาเห็นรถซีดานในทางคับแคบกำลังขยับโยกคงมองเห็นความร้อนแรงได้ผ่านตาเปล่าทีเดียว 

ผ่านไปชั่วโมงกว่าก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงได้ ร่างเปลือยเปล่าหมดเรี่ยวแรงทาบทับอยู่บนคนตัวใหญ่ เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้นรถและเบาะข้างๆ เนื้อตัวเหนอะหนะไปด้วยของเหลวขาวขุ่นที่เจ้าเด็กแสบฉีดพ่นออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ร่างกายยังคงเชื่อมต่อกัน หากขยับออกของเหลวภายในคงไหลย้อนกลับมา 

มือสากลากไล้ไปตามไขสันหลังเนียนลื่นเพราะเหงื่อชื้น เจ้าตัวดีทิ้งแรงทั้งหมดมายังเขาทั้งตัวเหมือนของเหลวไม่มีกระดูกอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ร้อนแรงเสียจนเขาเกือบคลั่งตาย 

"เจ็บหรือเปล่า" 

ไร้เสียงตอบรับจากคู่สนทนา โจเซฟเพียงเผยรอยยิ้มอ่อนใจ ลูบเนื้อตัวบางอย่างปลอบประโลม 

"ทีนี้บอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น" 

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงอู้อี้จะดังขึ้นเพราะนาธานซุกซบอยู่กับซอกคอโจเซฟ 

"บอกฉันมา" 

คนได้รับคำตอบเป็นคำถามเลิกคิ้ว "บอกอะไร" 

"การขนส่งยาจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่" คนตัวอ่อนตั้งใบหน้าขึ้นเพื่อสบตาฉ่ำปรอยกับดวงตาคมกล้า ใช้เสน่ห์เย้ายวนร่ายเวทมนตร์ "ถึงเวลาที่นายต้องบอกฉันได้แล้ว" 

 

 

 

50% 

>>>> 

หายไปหลายวัน กลับมาแบบจุกๆ นะคะ 

เจ้าเม่นจอมยั่วคืนสังเวียน  

งัดไม้ตายขึ้นมาใช้แบบนี้แล้วคนพี่จะทำยังไงงงง 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว