facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

11. เมื่อบอสปะทะซีอีโอ 100%

ชื่อตอน : 11. เมื่อบอสปะทะซีอีโอ 100%

คำค้น : เมา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2564 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11. เมื่อบอสปะทะซีอีโอ 100%
แบบอักษร

“คืนนี้ฮวงไปกับพี่อิงเอง”

ตอนนี้ทุกคนในทีมอยู่พร้อมหน้าในรีสอร์ทคล้ายกำลังประชุมลับอยู่ที่รีสอร์ทที่พักหลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้วและเตรียมตัวออกไปที่ดินที่นัดไว้

“ให้ฉันกับคุณเกาไปก็ได้ พวกฉันเป็นมือซ้ายมือขวาบอสอยู่แล้ว แกไม่ใช่พนักงานบริษัทเราซะหน่อย” ชิดชญาว่า

“แกไปไม่ได้! แกเป็นผู้หญิง! ” วายุสั่งเสียงเด็ดขาด

“งั้นผมกับคุณเกาไปได้นะครับ” นภัทรเสนอ

“พวกคุณสองคน คนหนึ่งไม่รู้ภาษาจีน อีกคนหนึ่งไม่รู้ภาษาไทย ไอ้คุณเจิ้งน่ะมันพูดได้ทั้งไทยจีน ฮวงเคยเจอมันตามงานบ่อย ๆ ถ้าไม่ประกาศชื่อจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันเป็นคนจีน แล้วถ้ามันคุยอะไรกับพี่อิงเป็นภาษาไทยบ้างจีนบ้าง แล้วจะฟังกันยังไง”

“ก็ให้ฉันไป ฉันเป็นล่ามบอส” ชิดชญายังไม่เลิกความพยายายาม

วายุทำท่าละเหี่ยใจ...

ถ้าพี่อิงจะให้แกไปไหน เขาคงให้ออกงานกับเกาซิ่งไปนานแล้ว จะมาดองแกไว้ในออฟฟิศแล้วส่งพีอาร์ไปแทนทำไม

แล้วไอ้คุณเจิ้งนั่นก็หน้าตาดีแบบไม่ปรานีใครซะด้วย ตำแหน่งก็ธรรมดาซะที่ไหน เป็นมวยคู่สูสีกับพี่อิงทีเดียว แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ...

การพูดจาแบบเชื้อเชิญให้คนปฏิเสธไม่ได้ ชั้นเชิงในการจีบผู้หญิงก็น่าเข้าเส้นชัยได้ง่าย

แต่จะบอกได้ยังไงว่าพี่อิงกำลังคิดอะไร

ของอย่างนี้ฮวงบอกแทนใครได้ซะที่ไหน

“แกเป็นผู้หญิง แกเห็นสายตาคุณเจิ้งไหมว่ามันแพรวพราวขนาดไหน ช่วยสังเกตผู้ชายหน่อยได้ไหม สังเกตคนรอบข้างว่าเขาคิดอะไรอยู่ ช่วยรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นเขาบ้าง! ”

“เออ...ไม่ไปก็ได้วะ ต้องจริงจังขนาดนี้ด้วยเหรอ”

หญิงสาวเบ้หน้า

เป็นอันว่าคืนนี้บอสใหญ่กับ ‘น้องคนสนิท’ ต้องเป็นตัวแทนออกโรงไป ‘รบทัพจับศึก’ กับฝ่ายตรงข้าม

เฉินเฉียวอิงเข้ามาเป็นบอสใหญ่อยู่กว่าครึ่งปีได้แต่ก้มหน้าก้มตาบริหารงานในบริษัทตัวแอง แม้จะรู้ว่าใครบ้างที่เป็นรายใหญ่ด้านจิวเวลรี่ในเมืองไทยซึ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่เขาไม่เคยสนใจบริษัทคู่แข่ง

เกาซิ่งให้ข้อมูลของบริษัท จูหลิง จิวเวลรี่ มาแล้ว

บอสใหญ่ตั้งใจอ่านอย่างละเอียด

จูหลิง จิวเวลรี่ ดำเนินการในไทยมากว่ายี่สิบปีภายใต้การบริหารงานของตระกูลเจิ้งซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนและเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน

ส่วนเจิ้งสิงฝาน หรือในวงการธุรกิจรู้จักในชื่อ สเตฟาน เจิ้ง เป็นทายาทโดยตรงของผู้ก่อตั้งบริษัท ได้เข้ามาบริหารงานได้สิบปีแล้ว เป็นชาวเมืองซ่านโถว (ซัวเถา) ดีกรีนักเรียนนอกจากประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัท จูหลิง จิวเวลรี่ จำกัด

เอาเข้าจริงคือ…ตำแหน่งใหญ่กว่าเฉินเฉียวอิงที่ยังเป็นแค่กรรมการผู้จัดการใหญ่เท่านั้น

ตำแหน่งซีอีโอหรือประธานกรรมการบริหารของเจินเป่า กรุ๊ป สาขาประเทศไทยยังคงเป็นของไช่เหม่ยหลิงผู้เป็นป้า

เพียงแต่ไช่เหม่ยหลิงนั้นถือแค่ตำแหน่ง ส่วนการบริหารงานจริง ๆ ให้เฉินเฉียวอิงดูแลทั้งหมด

ซึ่งจะว่าไปการปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้ต่างจากซีอีโอ

เฉินเฉียวอิงไม่คิดสร้างศัตรู แต่นภัทรเตือนว่าอย่างไรก็ต้องระวัง

เพราะตั้งแต่เจินเป่าเข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทยแค่ไม่ถึงสามปีก็เหมือนจะแย่งยอดขายจากจูหลิงไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในทางธุรกิจแล้วไม่ได้มีมิตรแท้ที่ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินธุรกิจที่ใกล้เคียงกันนั้นจัดเป็นคู่แข่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ตอนบอสจวิ้นยังบริหารอยู่ ทางจูหลิงเหมือนดูทีท่าหยั่งเชิง แล้วบอสจวิ้นก็พูดภาษาไทยได้ ทางนั้นเลยไม่กล้าเข้ามาตอแย” เกาซิ่งเล่า

“หมายความว่าจุดอ่อนของผมคือพูดภาษาไทยไม่ได้งั้นหรือ? ” เฉินเฉียวอิงตั้งข้อสงสัย

“ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่เป็นเพราะบอสเพิ่งเข้ามาใหม่ เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงในบริษัท ผมมองว่าบางทีพวกเขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าบอสจวิ้นมาบริหารแค่ชั่วคราว”

เกาซิ่งแม้จะมีหน้าตาเหมือนผู้ชายไร้เดียงสา แต่พอเอาเข้าจริงกลับวิเคราะห์ได้อย่างมีเหตุผล

บอสหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ อย่างรับรู้

อย่างไรมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ควรทำความรู้จักกับเจิ้งสิงฝานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากเป็นไปได้เขาก็ไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับใคร

เจิ้งสิงฝานรออยู่ที่บาร์เครื่องดื่มของรีสอร์ทอยู่แล้ว

เนื่องจากที่นี่เป็นวิลล่าที่เน้นธรรมชาติ บาร์เครื่องดื่มจึงค่อนข้างเงียบสงบแบบโอเพ่น คือมีเพียงซุ้มเครื่องดื่มเงียบ ๆ มีบาร์และโต๊ะกลมสูง ๆ ใหญ่เล็กต่างกัน ซึ่งนั่งได้อย่างมากโต๊ะละ 5 คน ที่วางได้เฉพาะเครื่องดื่มและกับแกล้มเล็กน้อยเท่านั้น  ไม่ใช่ผับบาร์ที่เป็นแนวเฮฮาปาร์ตี้ แต่มีเพลงไสตล์ล้านนาเปิดคลอแผ่วเบา เคล้ากลิ่นธูปหอมที่ใช้ไล่ยุงในตอนกลางคืน

‘เจ้าภาพ’ ผายมือให้แขกทั้งสอง พร้อมเชื้อเชิญให้สั่งเครื่องดื่ม

เฉินฉียวอิงสั่งเบียร์มาเหยือกหนึ่ง และจิบทีละน้อยตลอดรายการ

“ผมเจอคุณฮวงบ่อยมาก แต่ไม่เคยทักกันเลย ไม่ยักรู้ว่าคุณสนิทกับคุณอิง”

“ผมเป็นลูกค้าประจำที่อาณาจักรจิวเวลรี่” วายุกล่าว

“อ้อ...” เจิ้งสิงฝานพยักหน้า

“หมายความว่าไม่ได้สังกัดกับใคร? ”

“ครับ ผมทำงานอิสระ”

“ถ้างั้นวันหลังถ้าผมจะยืมตัวน้องคนสนิทของคุณอิงมาร่วมงานด้วยก็คงไม่ว่ากันใช่ไหมครับ”

ซีอีโอหนุ่มกระตุกยิ้มมองหน้าบอสใหญ่แห่งเจินเป่า

ใบหน้าเล็กมีแววตาสงบนิ่งขณะกล่าว

“มันเป็นสิทธิ์ของเขา”

“ใจกว้างดีนะครับ” เจิ้งสิงฝานตบไหล่เฉินเฉียวอิง

หมอนี่ตั้งใจกวนประสาท!...วายุคิด

ดีที่อิเจ๊ไม่มา ถ้าเจิ้งสิงฝานรู้ว่าชิดชญาคือจุดอ่อนของเฉินเฉียวอิงล่ะก็ จะลำบากกว่านี้หลายเท่า

“มา…เรามาดื่มเพื่อมิตรภาพกันครับ หมดแก้วนะครับ”

เจิ้งสิงฝานยกแก้วเบียร์ขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้ว

เฉินเฉียวอิงหน้านิ่ง ส่วนวายุกระตุกยิ้มอย่างไว้เชิง

ทั้งสามคนชนแก้วแล้วดื่มพร้อมกัน

“คุณอิงดื่มไม่หมดแก้ว”

เจิ้งสิงฝานมองดูเบียร์ที่ยังเหลือครึ่งแก้ว

“ผมดื่มไม่เก่ง”

บอสใหญ่ตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ได้ยังไง…” ซีอีโอหนุ่มเอาแขนมาวางบนไหล่บอสใหญ่

“เป็นบอสต้องหัดดื่มไว้บ้างนะครับ มันต้องมีสังสรรค์กันบ้าง ให้ผมสอนเอาไหม? ”

เจิ้งสิงฝานมีสายตาดูแคลนเฉินเฉียวอิงอย่างเห็นได้ชัด

วายุเห็นเช่นนั้นแล้วก็แทบจะลุกขึ้นซัดซีอีโอหนุ่มสักหมัด

แต่พี่อิงยังหน้านิ่งและกล่าวเสียงเรียบ

“ขอบคุณที่สละเวลามาใส่ใจเรื่องของผม แต่เราทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง คุณก็มี”

พี่อิงด่าไอ้คุณเจิ้งว่า…เสือก!

พี่อิงหน้านิ่งแต่ปากกรรไกร!

เจิ้งสิงฝานตาลุกวาว บีบไหล่เฉินเฉียวอิงแน่น

“ขยันดีนะครับบอสอิง คุณเพิ่งหัดเดิน ต้องขยันให้มาก ๆ เพราะถ้าล้มแล้วมันจะเจ็บ! ”

เฉียวเฉียวอิงเอาขวดน้ำในตู้เย็นมาเทลงบนผ้าขนหนูสีขาวสะอาดก่อนจะยื่นให้วายุที่นั่งอยู่ตรงโซฟาในวิลล่า

พวกเขากลับออกมาจากบาร์ตั้งแต่ยังไม่ห้าทุ่ม หลังจากเจิ้งสิงฝานถูกบอสใหญ่แห่งเจินเป่าฟาดคารมเข้าให้ก็ทำให้บรรยากาศคุกรุ่น ดื่มกินได้ไม่นานก็พากันแยกย้าย

วายุรับผ้าเย็นจากคนพี่มาซับหน้า

เขาดื่มเยอะกว่าเฉินเฉียวอิง แต่ความจริงไม่ได้เมาเท่าใดนัก แค่เพราะผิวขาวจัดจึงทำให้หน้าแดงง่าย

“ขอบคุณนะพี่อิง”

เฉินเฉียวอิงส่ายหน้าช้า ๆ แล้วกล่าว

“พี่ต้องขอบใจนาย”

“เฮ้ย...อะไร ไม่เอาน่าพี่ อย่ามาทำซึ้ง”

วายุยิ้มกว้าง รู้สึกเหมือนตัวเองทำบุญมาเยอะถึงได้รับคำขอบคุณจากบอสใหญ่

“ว่าแต่พี่อิงนี่เห็นเงียบ ๆ อย่างนี้ก็ปากจัดเหมือนกันนะ ที่เขาว่าอย่าไปเถียงกับคนฉงชิ่งนี่ท่าจะจริง”

เฉินเฉียวอิงมีแววตาอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

“นายไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าอีก”

เขาส่งวายุหน้าห้องนอน แล้วก็ยืนครุ่นคิด

ชิดชญาออกไปไหน?

ตอนเขาเข้ามาเห็นว่ารองเท้าเธอไม่อยู่

จะถามเกาซิ่งดีไหมนะ เมื่อกี้นี้ได้ยินเหมือนเกาซิ่งกำลังอาบน้ำอยู่

ชายหนุ่มมายืนลังเลอยู่หน้าห้องชิดชญาครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินจากทางด้านนอกใกล้เข้ามา

ชิดชญานั่นเอง

เขาได้ยินเสียงเธอสนทนากับนภัทรอย่างออกรสชาติ

เฉินเฉียวอิงมองออกไปทางหน้าต่างเห็นทั้งคู่กำลังเดินมาทางรีสอร์ท

ที่แท้ชิดชญาก็ออกไปกับนภัทร...

บอสใหญ่กลับเข้าห้องตนเองไปอย่างเงียบ ๆ และอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะปิดไฟล้มตัวลงนอน ลืมตาโพลงอย่างนั้นท่ามกลางความมืด

ทั้งเรื่องเจิ้งสิงฝานผู้ประกาศตัวเป็นคู่แข่งอยู่กลาย ๆ มันทำให้คนรักสงบอย่างเฉินเฉียวอิงต้องรู้สึกหงุดหงิดใจ แล้วยังมีเรื่องของชิดชญามากวนใจอีก

ทำไมเธอสนิทกับนภัทรนัก

ความรู้สึกชนิดนี้ก่อกวนใจเฉินเฉียวอิงอย่างน่ารำคาญ

เวลาตีหนึ่ง...

ชายหนุ่มลุกออกจากห้องนอน ด้านนอกคือห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาอยู่ซ้ายมือ และขวามือนั้นมีบาร์สำหรับนั่งดื่ม โคมไฟสีเหลืองยังคงเปิดให้แสงสลัว เขาตรงไปยังตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องออกมาเปิด

ช่วยไม่ได้...

นาทีนี้มันหงุดหงิดเสียอารมณ์

ชิดชญาค่อย ๆ ขยับเปลือกตาที่ปิดสนิท เธอเพิ่งปิดไฟนอนไปได้ไม่นาน ก็ถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกจากเกาซิ่ง

“คุณเฟิร์นครับ คุณเฟิร์น”

หญิงสาวเดินสะลึมสะลือไปเปิดประตู

“ว่าไงคะคุณเกาซิ่ง”

“คุณเฟิร์นมาดูบอสหน่อยครับ”

หญิงสาวเกาศีรษะที่มีผมยุ่งด้วยความงัวเงีย

บอสจะเรียกใช้อะไรกลางดึกนะ

พอก้าวขาออกจากห้องก็เห็นที่บาร์เครื่องดื่ม

ร่างสูงบางของบอสสลบไสลอยู่ตรงนั้นและกระป๋องเบียร์ที่ดื่มแล้วอีกหลายกระป๋องกลิ้งระเนระนาดอยู่บนบาร์บ้างบนพื้นบ้าง

“บอส! ” ชิดชญาอุทานออกมา

เธอไม่เคยเห็นบอสผู้เคร่งขรึมเมาหมดท่าอย่างนี้มาก่อน

“ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องได้ยินเสียงกระป๋องเบียร์หล่น พอออกมาก็เจอแบบนี้”

“เรียกไอ้ฮวงดีไหมคะ ตัวสูงเหมือนกันน่าจะแบกบอสง่ายกว่า”

“ไม่ใช่เรื่องแบกไม่ไหวหรอกครับ แต่...”

เกาซิ่งอึกอัก

แล้วบอสก็ส่งเสียงอ้อแอ้

“เฟิร์น...อยู่...หนาย”

ชิดชญาได้ยินดังนั้นก็เบิ่งตาโต มองบอสที มองเกาซิ่งอีกที

“ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ เรียกแต่คุณเฟิร์น พอผมจะพาเข้าห้อง แกก็ไม่ยอมไป”

เกาซิ่งบุ้ยใบ้ไปทางทางบอสที่ฟุบอยู่ตรงบาร์โดยที่มือทั้งสองยึดชอบบาร์ไว้แน่น เหมือนเด็กงอแงเวลาแม่เรียกให้ไปโรงเรียน

ชิดชญาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

นี่บอสฉันเหรอเนี่ย!

 

********************* 

น้องฮวงอุตส่าห์ไปกันท่าไม่ให้พี่ดื่มจนเมา แต่ดันกลับมาเมาในที่พัก ให้มันได้ยังงี้สิคะบอส! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว