email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ชู๊ตให้ลงห่วง

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ชู๊ตให้ลงห่วง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2564 11:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ชู๊ตให้ลงห่วง
แบบอักษร

ตอนที่ 14 

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

#FHANDEE 

"งั้นวันนี้ไว้แค่นี้นะ อย่าลืมทำการบ้านมาส่งด้วยล่ะ" 

"นักเรียนทำความเคารพ" 

"ขอบคุณค่ะคุณครู" / "ขอบคุณครับคุณครู" 

หลังจากครูประจำวิชาเดินออกไป เสียงเจี้ยวจ้าวภายในห้องก็ดังขึ้น ทุกคนต่างพากันลุกจากเก้าอี้แล้วทยอยเดินออกไปจากห้องเรียนเพื่อไปโรงอาหารเพราะนี่ถึงเวลาพักกลางวันแล้ว  

ผมเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าเรียบร้อยก็ลุกตามเพื่อน ๆ ในกลุ่มออกไปเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ก่อนจะออกจากห้องเรียน ผมหันมองยังโต๊ะข้าง ๆ ที่มันว่างเว้นมาตั้งแต่เช้า รวมถึงโต๊ะแถวหลังที่มักจะสร้างความอึดอัดให้เพื่อนในห้องก็ไร้วี่แววของเจ้าของโต๊ะ ถึงแม้กลุ่มของทะเลจะโดดเรียนจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาหายไปไหนกัน จะว่าไปตั้งแต่วันที่ผมไปทำรายงานที่บ้านเปเปอร์ ผมก็ไม่ได้เจอทะเลอีกเลย และครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ทะเลก็ดูแปลก ๆ ไปด้วย โดยเฉพาะคำพูดที่เขาพูดกับผมมันยังคงวนเวียนดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวชวนให้ผมสงสัยและไม่เข้าใจ 

 

"ปล่อยมึงไปงั้นเหรอ...ไม่มีทาง ตราบใดที่กูยังไม่ได้ทำให้ไอ้ท้องฟ้ามันเจ็บปวด กูไม่มีทางปล่อยมึงไปเด็ดขาด"  

 

สิ่งที่ทะเลพูดมันหมายความว่ายังไงกันแน่นะ ทำไมเขาต้องพูดแบบนั้นกับผมด้วย การที่เขามาทรมานผม มันเกี่ยวอะไรกับการที่จะทำให้พี่ท้องฟ้าเจ็บปวด ผมไม่เข้าใจจริง ๆ 

"ฝันดี!!" 

เฮือก 

ผมสะดุ้งเฮือกกับเสียงเรียกของมะนาวที่ดังแทรกเข้ามาในภวังค์ของผมจนผมได้สติหันกลับไปตามเสียงเรียกของเธอ ผมหันมองไปรอบ ๆ ก็พึ่งจะรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเราเดินมาถึงโรงอาหารแล้ว 

"มะ...มีอะไรเหรอมะนาว" 

"เราเรียกตั้งหลายครั้งไม่ได้ยินหรือไง"  

"โทษทีนะ พอดีเราเดินใจลอยไปหน่อย" 

"แกเป็นอะไรหรือเปล่าฝันดี วันนี้ฉันเห็นแกเหม่อ ๆ ตั้งแต่ตอนเรียนแล้วนะ" ตุ๊กตาถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

"นั่นดิ มีอะไรไม่สบายใจปรึกษาพวกฉันได้นะ" โบว์พูดขึ้นอีกคน 

"เอ่อ ไม่มีอะไรจริง ๆ ช่วงนี้เรานอนน้อยน่ะ" 

"ไม่เป็นอะไรแน่นะ" จินถามย้ำด้วยสีหน้าไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่น 

"อื้ม เราโอเค...ว่าแต่เมื่อกี้มะนาวเรียกเราทำไมเหรอ" ผมแสร้งเปลี่ยนเรื่อง 

"ก็พวกเราเดินคุยเรื่องรายงานของครูสินชัยกันอยู่น่ะสิ เลยจะถามว่าฝันดีกับหัวหน้าทำเสร็จหรือยัง"  

"อ๋อ รายงานเหรอ เรากับเปอร์พึ่งทำเสร็จเมื่อวันเสาร์เอง"  

"เห็นมะ ฉันว่าแล้ว คนเก่งกับคนเก่งอยู่ด้วยกันงานก็เสร็จเร็ว ทำไมโลกนี้ถึงไม่ยุติธรรมมมมม" มะนาวพูดโอดครวญทำเอาผมนึกขำ 

"เก็บความอิจฉาเพื่อนแล้วไปหาที่นั่งกันก่อนที่โต๊ะจะเต็มไป นั่นมีโต๊ะว่างอยู่พอดี" โบว์พูดพลางชี้นิ้วไปยังโต๊ะ ๆ หนึ่ง พวกเราจึงหันไปมองตามก่อนจะพากันไปยังโต๊ะนั้น วันนี้ดูเหมือนว่าที่โรงอาหารจะคึกคักมาก ผู้คนดูหนาตาคงเป็นเพราะเมื่อกี้ครูท่านสอนเกินเวลาจนปล่อยช้า 

"ฝันดี"  

ผมที่เดินมาถึงโต๊ะที่ว่างอยู่พร้อมกับเพื่อน ๆ ก็ต้องหันไปมองยังฝั่งตรงข้ามตามเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อผม ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมคลี่ยิ้มทันทีที่เห็นเจ้าของน้ำเสียงนุ่มทุ้ม 

"พี่ท้องฟ้า" ผมเรียกพี่หน้าหล่อตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสวัสดีรุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่คงจะเป็นเพื่อนในกลุ่มของพี่ท้องฟ้า ซึ่งพวกพี่เขาก็ยกมือรับไหว้ผมรวมถึงเพื่อน ๆ ผมด้วย 

"วันนี้พักช้าเหรอ ปกติพี่ไม่ค่อยได้เจอเราที่โรงอาหาร" 

"ใช่ครับ นี่ก็พึ่งเรียนเสร็จเนี่ย"  

พี่ท้องฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ 

"นี่ฝันดีกับเพื่อนจะนั่งโต๊ะนี้ใช่ไหม งั้นตามสบายเลย เดี๋ยวพี่กับเพื่อนไปนั่งโต๊ะอื่นเอง"  

"แต่พวกพี่มาถึงก่อน นั่งตรงนี้เถอะครับ เดี๋ยวพวกผมไปหาโต๊ะใหม่เอง" 

"นั่นสิคะพี่ท้องฟ้า เดี๋ยวพวกเราไปเองดีกว่าค่ะ" ตุ๊กตาพูดขึ้นด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยนเขินอายและดูเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่มผมก็จะเก็บอาการคลั่งรักพี่ท้องฟ้ากันไม่อยู่จริง ๆ คงจะมีแค่จินที่ดูปกติที่สุดแล้ว 

"ไม่เป็นไร พวกน้องนั่งเถอะ" 

"ไม่เป็นเหมือนกันครับ พวกพี่นั่งเถอะ" 

"ไม่เป็นระ..." 

"พอ ๆ ๆ" รุ่นพี่ร่างโตพูดแทรกขึ้นมา "เอาแบบนี้ ยังไงนี่มันก็โต๊ะใหญ่ พวกพี่มีกันสามคน พวกน้องมีห้าคนยังไงก็นั่งพออยู่แล้ว งั้นก็นั่งด้วยกันนี่แหละ โอเคไหม เพราะถ้าไม่โอเควันนี้คงเกี่ยงกันจนไม่ได้กินข้าวแน่ ๆ หึหึ"  

ผมไม่ได้เอ่ยตอบในทันที เพราะรู้สึกทำตัวไม่ถูกหากต้องมานั่งกินข้าวกับพี่ท้องฟ้าที่โรงอาหารแบบนี้ ถึงแม้เราจะกินข้าวด้วยกันที่บ้านบ่อย แต่ผมก็ไม่เคยมานั่งทานข้าวกับพี่เขาในสถานที่ที่มีสายตาของคนในโรงเรียนจับจ้องอย่างสนใจแบบนี้ 

"เอ่อ..." 

"เอาอย่างที่ไอ้กุลว่านี่แหละ นั่งด้วยกันนะ" พี่ท้องฟ้าพูดด้วยรอยยิ้มจนตาเป็นสระอิ จะมีใครบอกพี่เขาบ้างไหมนะว่าอย่ายิ้มแบบนี้ เพราะอาจทำให้คนที่ได้เห็นอาจจะหัวใจวายตายได้ 

"โอเคค่ะพี่ท้องฟ้า ตกลงตามนี้เลยค่ะ...ไปฝันดี พวกเราไปซื้อข้าวกันเถอะ" มะนาวเป็นฝ่ายเอ่ยตอบรับแทนผมอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่จะลากผมมาซื้อข้าวพร้อมกับเพื่อนคนอื่น ๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไรด้วยซ้ำ 

มะนาวลากผมมาจนถึงโซนขายอาหาร ผม มะนาวและตุ๊กตาเลือกต่อแถวซื้อข้าวร้านเดียวกัน ส่วนจินกับโบว์ก็ไปต่อแถวซื้อข้าวร้านถัดจากพวกผม ไม่ได้ไกลกันเลย 

"บุญหล่นทับแล้วโว้ยยย กรี๊ดดดด" จู่ ๆ มะนาวก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เบิกบานใจพร้อมส่งเสียงกรี๊ดวี้ดว้ายเบา ๆ อย่างดีใจไม่ต่างจากตุ๊กตาและโบว์ราวกับคนถูกล็อตเตอร์รี่ 

"นั่นดิ ใครจะคิดจะฝันว่าจะได้มานั่งกินข้าวเที่ยงร่วมโต๊ะกับพี่ท้องฟ้าประธานนักเรียนสุดหล่อแบบนี้ เหมือนฝันเลยวะ" โบว์ที่ยืนต่อแถวอยู่ร้านข้าง ๆ พูดด้วยสีหน้าไม่ต่างจากมะนาวเลย 

"ต้องยกความดีความชอบให้ฝันดีมันเว้ย เพราะมันสนิทกับพี่เขา พวกเราเลยพลอยได้บุญไปด้วย มามะ มาให้ฉันจุ๊บเป็นรางวัล" ตุ๊กตาไม่พูดเปล่า ทำปากจู๋แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม  

"ฉันด้วย ๆ มามะมาให้พวกฉันจุ๊บให้รางวัล" ดูเหมือนว่ามะนาวจะเป็นไปอีกคน ทั้งสองคนสามัคคีกันเข้ามาจะจู่โจมผมอย่างรวดเร็ว ผมจึงถอยหลังผละหนีตามสัญชาตญาณ 

"ฮ่า ๆ ไม่เอา" ผมพูดขำ ๆ พลางถอยหลังหนีเพราะรู้ว่าพวกเธอกำลังแกล้งผมเล่น ๆ  

ปึก! 

"อ้ะ!" 

ในจังหวะที่ผมกำลังถอยตัวหนีเพื่อนขี้แกล้งทั้งสอง จู่ ๆ แผ่นหลังของผมก็ดันชนเข้ากับใครบางคนเต็ม ๆ เพราะไม่ทันได้มอง จนอีกฝ่ายจังรั้งต้นแขนทั้งสองข้างของผมไว้ 

"ขอโทษนะคระ..." 

กึก 

ผมเอี้ยวตัวไปทางด้านหลังหวังจะเอ่ยคำขอโทษที่ไม่ระมัดระวัง แต่แล้วผมก็เป็นต้องชะงัก เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่ผมชนชัด ๆ สายตาคู่ดุดันไม่ต่างจากสัตว์ป่าจับจ้องสบตาผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่นั่นก็ทำให้ผมถึงกับกลืนน้ำลายผวาได้ทุกครั้งที่ได้สบตากับคนคนนี้ 

"เอ่อ...ทะเล ระ...เราขอโทษนะ" ผมเบี่ยงสายตาหลบแล้วพูดขอโทษออกไปก่อนจะผละตัวออกจากร่างแกร่ง ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยตัวผมแต่โดยดี  

"เป็นอะไรไหมแก" มะนาวเดินเข้ามาหาผมแล้วกระซิบถามผมเบา ๆ พร้อมกับตุ๊กตา 

"ไม่เป็นไร" ผมเอ่ยตอบเพื่อน ๆ ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ 

"ตาบอดหรือไง ถึงมาชนคนอื่นน่ะ" ผมเม้มปาก กดสายตามองต่ำเมื่อคู่กรณีที่ผมชนอย่างทะเลพูดแบบนั้น ถึงแม้ปกติเขาก็ไม่เคยพูดจาดี ๆ กับผมอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังไม่เคยชินสักที 

"ระ...เราขอโทษจริง ๆ เราไม่ทันได้มอง"  

"แค่ขอโทษเนี่ยนะ" ผมบีบมือตัวเองไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงในสถานการณ์นี้เพราะผมนึกอะไรไม่ออกนอกจากคำขอโทษ และดูเหมือนว่าผู้คนที่กำลังต่อแถวซื้อข้าวและทานข้าวกันอยู่ในโรงอาหารจะเริ่มหันมามองทางพวกเราอย่างสนใจมากแล้วด้วย ทะเลคงกำลังหาเรื่องแกล้งผมต่อหน้าคนอื่น ๆ อยู่แน่ ผมควรทำยังไงดี 

"มีเรื่องอะไรกันเหรอ" แต่แล้วน้ำเสียงแห่งความหวังก็ดังขึ้นพร้อมกับชายร่างสูงเดินเข้ามาหาผม "มีอะไรหรือเปล่าฝันดี" พี่ท้องฟ้าเอ่ยถามผมพลางเหล่มองทะเลที่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเขา 

"เอ่อ..." ผมอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดบอกอะไรเพราะกลัวสายตาของทะเลที่จ้องผมกับพี่ท้องฟ้าเขม็ง 

"พอดีพวกเราเล่นกันแล้วบังเอิญฝันดีดันไปชนกับทะเลอย่างไม่ได้ตั้งใจค่ะ ฝันดีเลยขอโทษแต่เหมือน...ทะเลจะไม่ยอม" ตุ๊กตาเป็นคนตอบคำถามของพี่ท้องฟ้าแทนผม โดยพูดเสียงเบาในท้ายประโยคเพราะคงจะหวั่งเกรงกับสายตาของทะเลเหมือนกัน หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากตุ๊กตา พี่ท้องฟ้าก็ไม่ได้พูดตอบอะไร แล้วเดินไปหยุดยืนตรงหน้าของทะเล 

"ฝันดีก็ขอโทษแล้วนี่ แกจะต้องการอะไรอีก" พี่ท้องฟ้าพูดถามทะเลด้วยสีหน้าเรียบนิ่เหมือนอย่างเคย 

"กูจะต้องการอะไรมันก็เป็นเรื่องของกูกับไอ้ฝันดี มึงมาเสือกอะไรด้วย" ทะเลพูดเสียงดังขึ้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก ซึ่งนั่นก็ยิ่งเรียกความสนใจของผู้คนมากขึ้นไปอีก 

"พี่ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ แต่แกจะเอาแต่ทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้ใส่คนอื่นไม่ได้นะทะเล" 

"คนจอมปลอมเสแสร้งอย่างมึง ไม่มีสิทธิ์มาสอนกู" ทะเลพูดเสียงเข้มใส่พี่ท้องฟ้า ก่อนที่ตาคู่คมจะหันมามองผม ทำเอาผมสะดุ้งที่เห็นสายตาน่ากลัวแบบนั้น ก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มออกมาแล้วหันกลับไปมองพี่ท้องฟ้า "แต่ถึงขั้นออกโรงปกป้องกันขนาดนี้ มึงคงเป็นห่วงไอ้ฝันดีมากเลยสิ เอ๊ะ...หรือว่าหวงกันแน่นะ" 

ประโยคที่ทะเลเอ่ยออกมาทำเอาผมชะงักก่อนจะชำเลืองมองพี่ท้องฟ้าที่ตอนนี้ยังคงยืนนิ่งไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ แต่ทำไมกันนะ หัวใจของผมเหมือนกำลังคาดหวังคำตอบบางอย่างจากพี่ท้องฟ้า ผมจะหวังมากไปหรือเปล่านะ 

"ว่าไง ไม่คิดจะตอบหน่อยเหรอ" ทะเลถามย้ำด้วยรอยยิ้มและสีหน้ายียวน สายตาคู่สวยของพี่ท้องฟ้าจับจ้องมองสบตาสายตาคู่ดุดันของทะเลอย่างเชือดเฉือนโดยที่ไม่มีใครยอมใคร แรงกดดันและรังสีทมิฬของคนทั้งสองแผ่ซ่านออกมาปะทะกันสร้างความอึดอัดจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว  

สองคนนี้มีปัญหาอะไรกันนะ ดูยังไงก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ และดูเหมือนว่าการที่คนทั้งสองมายืนประจันหน้ากันแบบนี้จะยิ่งดึงดูดสายตาของทุกคนในโรงอาหารไม่เว้นแม้แต่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าในโซนขายอาหารก็พากันจับจ้องและหันไปซุบซิบกันยกใหญ่ แม้ผมจะอยากเข้าไปห้ามคนทั้งสอง แต่ผมก็ไม่ได้มีความกล้ามากพอ ผมไม่ได้อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ท้องฟ้ากับทะเลมีปัญหากันเลย 

"นั่นมีปัญหาอะไรกัน" เสียงของครูฝ่ายวินัยดังขึ้นก่อนที่ท่านจะเดินเข้ามาหาพวกเรา ซึ่งนั่นก็ทำให้คนอื่น ๆ ที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันสลายตัวตีเนียนกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น คู่พี่น้องก็ยังไม่ละสายตาออกจากกันเลย "นายเหนือสมุทร มาสร้างปัญหาอะไรที่โรงอาหารฮะ" ครูฝ่ายวินับเอ่ยถามทะเลขึ้นทันทีด้วยสีหน้าไม่ดีนัก และนั่นก็ทำให้พี่ท้องฟ้ากับทะเลผละสายตาออกจากกัน 

ทะเลหันมองหน้าครูฝ่ายวินับนิด ๆ ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร ก่อนที่เขาจะหันมาจ้องผม ผมจึงขยับตัวแอบด้านหลังพี่ท้องฟ้าและก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย ผมได้ยินเสียงทะเลถอนหายใจแรงบอกให้รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิดมากแค่ไหน แล้วเขาก็เดินออกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน โดยไม่แม้แต่จะสนใจคำถามของครูฝ่ายปกครองเลยด้วยซ้ำ 

"ไอ้พวกเด็กเกเรนี่ เมื่อไหร่จะโดนไล่ออกไปจากโรงเรียนสักทีนะ" ครูฝ่ายวินัยส่ายหน้าพูดบ่นพึมพำ "เมฆินทร์มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า นายเหนือสมุทรมาก่อปัญหาอะไรอีก" ครูฝ่ายวินัยเอ่ยถามพี่ท้องฟ้า  

"แค่เรื่องเข้าใจผิดกับนิดหน่อยครับ" 

ครูฝ่ายวินัยพยักหน้า 

"อืม ๆ ไม่มีปัญหาอะไรก็ดีแล้ว" ครูท่านพูดบอก ก่อนหันไปมองนักเรียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ในโรงอาหาร "รีบทานข้าวสิ มัวแต่สนใจคนอื่นอยู่ได้ เดี๋ยวก็จะเข้าคาบเรียนแล้ว ใครโดดเรียนฉันตามไปถึงบ้านแน่ เข้าใจไหม!!"  

ท่านพูดตักเตือนเสียงดังทำเอาทุกคนพากันก้มหน้าทานข้าว เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ครูฝ่ายวินัยจึงเดินออกไป  

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจที่ทุกอย่างจบลง ผมแอบหวั่นใจกลัวว่าจะมีเรื่องถึงขั้นลงมือลงไม้กัน เพราะทะเลอารมณ์ร้อนมากแค่ไหนใคร ๆ ก็ต่างรู้ดี ทว่าคำถามของทะเลที่เอ่ยถามพี่ท้องฟ้ามันก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม อยากรู้จังว่าหากพี่ท้องฟ้าจะตอบพี่เขาจะตอบว่ายังไง แต่บางทีการที่พี่เขาไม่ตอบvtwi 

มันอาจจะถือเป็นคำตอบแล้วก็ได้... 

"เราไม่เป็นอะไรแน่นะฝันดี ทะเลยังไม่ได้ทำอะไรใช่ไหม"  

ผมส่ายหน้า 

"ขอบคุณพี่ท้องฟ้ามากนะครับ ที่เข้ามาช่วย" 

"ไม่เป็นไร แล้วนี่ทะเลหาเรื่องเราแบบนี้บ่อยหรือเปล่า"  

"เอ่อ...ก็ไม่บ่อยหรอกครับ" 

"ไม่บ่อยอะไรกัน" มะนาวพูดขึ้น "พี่ท้องฟ้าคะ ไอ้...เอ่อ ทะเลอะค่ะ ชอบหาเรื่องแกล้งฝันดีตลอด ขนาดในห้องเรียนก็แกล้งให้ฝันมันย้ายไปนั่งข้างตัวเอง แล้วเอาแต่กวนประสาทจนฝันมันไม่มีสมาธิจะเรียนเลย" 

"ใช่ค่ะพี่ท้องฟ้า พวกเราไม่เข้าใจจริง ๆ เลยค่ะว่าทำไมทะเลถึงเอาแต่จะจ้องหาเรื่องฝันดี ทั้งที่ฝันมันก็ไม่เคยไปยุ่งอะไรกับมันเลย แล้วก็เรื่องครั้งนั้นก็ด้วยที่มีคนมาเขียนด่าฝันดีที่โต๊ะเรียน ต้องเป็นฝีมือของทะเลมันแน่ ๆ" ตุ๊กตาพูดขึ้นอีกคน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ตุ๊กตาพูดจะทำให้พี่ท้องฟ้าขมวดคิ้วแน่นแล้วหันมามองผมทันที 

"เขียนด่าที่โต๊ะงั้นเหรอ เขียนว่าอะไร" พี่ท้องฟ้าถาม  

"....." ผมเม้มปากแน่นไม่กล้าตอบ 

"เขียนว่า ไอ้ตุ๊ด ค่ะ คือแย่มากอะ แกล้งกันแบบนั้นมันเกินไปอะ ถึงฝันดีจะหน้าสวยตัวเล็ดบอบบาง แต่ฝันมันก็ไม่ได้ชอบผู้ชายสักหน่อย มาเขียนด่าเพื่อนแบบนั้นเลวจริง ๆ" 

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ไม่กล้ามองหน้าพี่ท้องฟ้าเลยด้วยซ้ำ ยิ่งได้ยินที่มะนาวพูด มันยิ่งทำให้ผมกลัวว่าหากทุกคนรู้ว่าผมชอบพี่ท้องฟ้าแบบที่ไม่ใช่รุ่นน้องที่ปลื้มรุ่นพี่ เพื่อน ๆ ผมจะยอมรับได้ไหม แล้วพี่ท้องฟ้า... 

จะรังเกียจผมหรือเปล่า... 

"ทำไมฝันดีถึงไม่เคยบอกพี่เลยว่าทะเลมันรังแกเราถึงขนาดนี้ พี่เคยบอกแล้วนี่ว่ามีอะไรให้บอกพี่" พี่ท้องฟ้าพูดดุผม 

"ฝันขอโทษครับ ฝันแค่ไม่อยากให้พี่ท้องฟ้ามีปัยหากับทะเล เพราะยังไงทะเลก็เป็นน้องชายของพี่" 

"ยิ่งมันเป็นน้องชายพี่ พี่ยิ่งปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ พี่จะไปคุยกับทะเลเรื่องของฝันดีเอง" พี่ท้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและกำลังจะเดินไปทางที่ทะเลเดินไปกับกลุ่มเพื่อน  

หมับ 

ผมตาเบิกกว้างรีบคว้ามือรั้งพี่ท้องฟ้าไว้ทันที หากพี่ท้องฟ้าไปคุยเรื่องผมกับทะเล ทะเลอาจจะพูดเรื่องไดอารี่ของผมกับพี่ท้องฟ้าก็ได้ แต่หากเลวร้ายกว่านั้นเขาอาจจะ...อาจจะบอกพี่ท้องฟ้าเรื่องที่ผมกับเขา...มีอะไรกัน ซึ่งผมคงรับเรื่องนั้นไม่ได้ 

"พี่ท้องฟ้าอย่าไปต่อว่าอะไรทะเลเลยครับ ฝันไม่เป็นอะไรจริง ๆ" 

"แต่ฝันจะปล่อยให้ทะเลมันแกล้เราแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เหรอ"  

"ฝันไม่เป็นไรจริง ๆ นะครับ พี่อย่าไปคุยอะไรกับทะเลเลย ถือว่าฝันขอ" ผมพูดขอร้องพี่ท้องฟ้าด้วยสายตาเว้าวอน พี่เขามองหน้าผมนิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาดฮือกหนึ่ง 

"ก็ได้ แต่ถ้าทะเลมาแกล้งอะไรฝันอีก ฝันต้องบอกพี่นะเข้าใจไหม" 

ผมพยักหน้าตอบรับทันที 

"เข้าใจครับ" 

"อืม...เรารีบซื้อข้าวเถอะ ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว"  

"ครับ" หลังจากผมตอบรับ พี่ท้องฟ้าก็เดินกลับไปที่โต๊ะ 

ผมถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งใจ เกือบไปแล้ว พี่ท้องฟ้าเกือบจะรู้เรื่องที่ผมไม่อยากให้พี่เขารู้แล้ว แต่หากเป็นแบบนี้สักวันหนึ่งพี่ท้องฟ้าต้องไปคุยกับทะเลเรื่องของผมแน่ แล้วถ้าทะเลพูดเรื่องพวกนั้นกับพี่ท้องฟ้าออกไป และเมื่อถึงตอนนั้นที่พี่ท้องฟ้ารู้ความจริงทุกอย่าง ผมควรทำยังไงดี 

ผมกลัว... 

"พี่ท้องฟ้าโคตรเท่เลยอะ" มะนาวพูดด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม 

"นั่นดิ ขนาดตอนพูดดุฝันดี ยังดูหล่อมาก ๆ เลย" โบว์ที่เงียบไปนานพูดขึ้นอีกคนด้วยสีหน้าไม่ต่างจากมะนาว 

"ต่างกับน้องชายลิบลับ เป็นพี่น้องกันประสาอะไร พี่อย่างกับเทวดา น้องอย่างกับหมาบ้า" ตุ๊กตาพูด 

ผมไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกับเพื่อน ๆ แล้วได้แต่ยืนมองพี่ท้องฟ้าที่เดินกลับไปนั่งกับเพื่อนที่โต๊เดิม 

"พี่ท้องฟ้านี่ดูเป็นห่วงเป็นใยฝันดีมากเลยเนอะ" จินพูดขึ้น 

"พี่ท้องฟ้าคงเห็นว่าฝันมันเหมือนน้องชายคนหนึ่งแน่เลย เป็นเพื่อนบ้านกับคนดี ๆ แบบพี่ท้องฟ้านี่ดีอะ กูเองก็อยากให้พี่เขาดูแลใส่ใจกูแบบนี้บ้างงงงง" มะนาวพูดครวญคราง 

น้องชายงั้นเหรอ... 

ไม่เห็นรู้สึกดีใจที่ได้ยินแบบนี้เลย... 

"ซื้อข้าวกันเถอะ กูอยากไปนั่งกินข้าวกับพี่ท้องฟ้าแล้วเนี่ย รับรองคนทั้งโรงอาหารได้อิจฉากลุ่มพวกเราแน่ ฮ่า ๆ" ตุ๊กตาพูด พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันต่อแล้วกลับมาต่อแถวซื้อข้าวราวกับว่าเมื่อกี้ไม่ได้มีเรื่องเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ในหัวของผมก็ยังมีเรื่องของทั้งพี่ท้องฟ้าและทะเลวนเวียนอยู่ดี 

หลังจากพวกเราซื้อข้าวและทานข้าวกันเสร็จ ก็เป็นเวลาที่สัญญาณหมดคาบพักดังขึ้นพอดี กลุ่มผมกับกลุ่มของพี่ท้องฟ้าจึงต้องแยกย้ายกันไปห้องเรียนของตัวเอง ผมกับเพื่อนเดินขึ้นมายังอาคารเรียน ซึ่งคาบนี้เป็นคาบวิชาคอมพิวเตอร์ พวกเราจึงต้องเดินไปเรียนที่ห้องคอม ไม่ได้เรียนที่ห้องประจำเหมือนอย่างเคย จึงเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะผมไม่ต้องนั่งข้างทะเลที่อยู่ ๆ ก็ดันมาเข้าเรียนในคาบบ่าย และสุดท้ายคาบท้ายสุดของวันนี้ ผมก็ต้องมานั่งข้างทะเลอยู่ดีเพราะต้องกลับมาเรียนที่ห้องประจำ 

ฟุ่บ 

ทะเลที่เดินเข้าห้องเรียนมาเป็นคนสุดท้ายนั่งลงข้าง ๆ ผม ผมหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเปิดดูบทเรียนที่จะเรียนในวันนี้ แสร้งทำเป็นไม่เห็นทะเลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม แต่ดูเหมือนว่าทะเลเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจผม เพราะพอเขานั่งลงไม่ถึงนาทีก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะไปเลย หลับงั้นเหรอ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้มีสมาธิกับการเรียน 

"ทุกคน เปิดหน้าที่ครูสอนค้างไว้เมื่อคาบที่แล้วเลยจ้ะ"  

ครูประจำวิชาเข้ามาก่อนจะเริ่มต้นสอน ผมฟังที่ครูสอนและจดบันทึกเนื้อหาตามที่ครูเขียนในกระดานอย่างตั้งใจ ยิ่งเนื้อหาที่เรียนยากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องตั้งใจเรียนมากเท่านั้น  

หมับ 

กึก! 

แต่แล้วสมาธิที่ผมมีในการเรียนตอนแรกก็เป็นต้องแตกซ่าน เมื่อจู่ ๆ คนข้างกายที่ฟุบหน้านอนมาตลอดคาบเรียน ก็ใช้มือหนาลูบต้นขาของผมที่โผล่พ้นขอบกางเกงนักเรียนออกมาทำเอาผมชะงัก หันไปมองคนข้าง ๆ ก็เป็นต้องชะงักสองต่อเมื่อผมดันไปสบตากับคนที่นอนฟุบหันหน้ามามองผมพอดี ทะเลไม่ได้หลับงั้นเหรอ แล้วหันหน้ามาทางผมตั้งแต่เมื่อไหร่ 

/"ทะ...ทะเล เอามือออกไป"/ ผมกระซิบพูดเสียงเบาพร้อมทั้งใช้มือแกะมือหนาออกจากต้นขาผม แต่อีกฝ่ายกลับจับมันแล้วลูบสลับบีบเค้นต้นขาของผมหนักขึ้นจนผมขนลุกซู่ 

"นั่งนิ่ง ๆ ถ้าไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น แล้วก็หันกลับไปสนใจกระดานหน้าห้องเหมือนเดิมไป" ทะเลพูดออกมาง่าย ๆ ทั้งที่มือยังไม่ห่างจากต้นขาผม แล้วแบบนี้ใครมันจะไปมีสมาธิเรียนกันเล่า 

/"ทะเลก็เอามือออกไปก่อนสิ บะ...แบบนี้เราเรียนไม่รู้เรื่อง"/ 

"กูจะจับจะลูบอย่างที่กูต้องการโทษฐานที่มึงเดินชนกูเมื่อเที่ยง แต่ถ้ามึงไม่ยอม กูจะทำมากกว่าแค่ลูบนะ จะเอาไหมล่ะ" 

ผมรีบส่ายหน้าทันที 

"งั้นก็หันกลับไปเรียนต่อ ไม่ต้องสนใจกู"  

พูดน่ะมันง่าย แต่ทำน่ะมันยาก ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำอะไรกับทะเล เพราะรู้ดีว่าหากทำให้เขาไม่พอใจมีหวังคงได้วุ่นวายกันยกใหญ่แน่ ผมเลยต้องจำใจนั่งอดทนให้ทะเลลูบขาผมอย่างนั้น โดยที่ผมหันกลับไปสนใจเรียนและจดบันทึกตามที่ครูสอน 

ทำได้ก็บ้าแล้ว... 

ถึงทะเลจะไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการลูบขาและบีบเค้นเบา ๆ แต่นั่นก็ทำให้ผมนั่งแทบไม่ติด ไม่สามารถละความสนใจไปจากต้นขาของตัวเองได้เลย แม้จะก้มหน้าจดทุกคนทุกตัวอักษรที่ครูสอน แต่ผมกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังขีดเขียนเลยสักนิด นี่คงเป็นการแกล้งรูปแบบหนึ่งของทะเลอีกแล้วสินะ 

อึ้ก! 

/"ทะ...ทะเล"/ ผมวางปากกาในมือแล้วรีบจับมือของทะเลที่กำลังจะสอดมือเข้ามาทางขอบกางเกงของผมทันทีด้วยความตกใจ แต่อีกฝ่ายกลับมองผมนิ่ง ๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเหมือนอย่างผมเลย 

"เย็นนี้ไม่ต้องกลับกับไอ้ท้องฟ้า" 

ผมขมวดคิ้ว 

"ทำไมเหรอ..." 

"หลังเลิกเรียนกูจะพามึงไปซ้อมบาส มึงอย่าลืมสิว่าสอบเก็บคะแนนรอบหน้ามึงคู่กับกู" ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าวิชาพละที่ต้องสอบบาสคาบหน้าผมต้องคู่กับทะเล 

"มะ...ไม่ซ้อมไม่ได้เลย" 

"มึงเก่งนักหรือไงถึงไม่ต้องซ้อม ตัวเท่าหมากระเป๋า มึงคงไม่คิดที่จะมาเป็นตัวถ่วงคะแนนกูหรอกใช่ไหม"  

ผมเม้มปากพูดไม่ออกเพราะก็จริงอย่างที่ทะเลพูด ผมเล่นบาสไม่เป็นและไม่เคยเล่นด้วย ขนาดดูยังไม่เคยดูเลย ผมรู้สึกรู้บาสเกตบอลก็ดีแค่ไหนแล้ว 

"ละ...แล้วจะไปซ้อมที่ไหน ตอนเลิกเรียนโรงยิมปิดนี่" 

"กูมีสนามให้มึงซ้อมแล้วกัน เลิกเรียนแล้วกูจะรอที่หน้าโรงเรียน ถ้ามึงช้ามึงโดนแน่" 

ผมที่ไม่มีทางเลือกจึงพยักหน้าตอบตกลง เพราะถึงยังไงนี่มันก็เกี่ยวกับเรื่องเรียน อีกทั้งมีผลต่อคะแนนสอบ ผมเองก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงอย่างที่ทะเลว่าด้วย 

พรึ่บ 

หลังจากผมตอบรับร่างแกร่งที่เอาแต่ลูบคลำต้นขาผมก่อนหน้านี้ลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยขณะที่ครูกำลังยืนสอนอยู่หน้าห้อง เขาหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นพาดบ่า แล้วเดินออกไปจากห้องเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเขาท่ามหลางสายตาของทุกคนที่หันไปมอง แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดทักท้วงอะไรแม้แต่ครูผู้สอนเองที่ทำได้เพียงถอนหายใจส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แล้วหันกลับมาสอนต่อ ถึงผมจะโล่งอกที่ทะเลไม่อยู่กวนสมาธิผมแล้ว แต่ผมก็แอบหวั่นใจที่เขาเอาแต่โดดเรียนแบบนี้แล้วจะเรียนรู้เรื่องได้ยังไง ยิ่งตอนนี้ม.5 แล้วด้วย ก็ควรตั้งใจเรียนให้มากจะได้ทำคะแนนออกมาดี ๆ สิ 

เดี๋ยวสิ ผมจะไปคิดเรื่องนั้นทำไม นั่นมันตัวของทะเลนี่ เขาอยากทำอะไรใครจะไปว่าไปห้ามเขาได้ สิ่งที่ผมควรเป็นกังวลคือเย็นนี้ต่างหาก ผมหวังว่าทะเลจะแค่นัดไปซ้อมบาสจริง ๆ ไม่ได้หาเรื่องจะแกล้งอะไรผมอีก ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ 

------------ 

"พวกเรากลับก่อนนะฝันดี ไว้เจอกันพรุ่งนี้" มะนาวพูดบอก ก่อนที่เพื่อนสาวทั้งสามคนจะส่งยิ้มโบกมือลาโดยที่ผมเองก็ยกมือโบกลาพวกเธอเช่นกันจนพวกทั้งสามคนเดินออกไปจากโรงเรียนเหลือเพียงผมกับจินที่ยังคงยืนอยู่ตรงศาลา 

"ฝันดียืนรอพี่ท้องฟ้าเหมือนเดิมใช่ไหม เดี๋ยววันนี้เรายืนรอเป็นเพื่อน" จินพูดบอก 

"เอ่อ...คือ ไม่เป็นไรก็ได้ เรายืนรอคนเดียวได้ จินกลับก่อนได้เลย"  

"เรายืนรอเป็นเพื่อนได้ พอดีเมื่อเช้าพี่เรามันบอกว่าวันนี้มันจะพาเพื่อนมาที่บ้าน เราเลยยังไม่อยากกลับบ้านน่ะ พวกนั้นชอบเสียงดังกัน เรานี่โคตรรำคาญ เลยกะว่าจะรอให้แม่กลับถึงบ้านก่อน เพราะถ้าแม่เราอยู่ เพื่อนพี่เรามันเผ่นหนีกลับบ้านกันแน่ แม่เราดุน่ะ เพื่อนพี่ชายเรานี่กลัวแม่เราทุกคนเลยล่ะ หึหึ" 

ผมได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่รู้จะพูดต่อยังไงดีในเมื่อเพื่อนพูดมาขนาดนี้ คือมีจินยืนเป็นเพื่อนมันก็ดีอยู่หรอกหากเป็นวันปกติที่ผมมายืนรอกลับพร้อมพี่ท้องฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน แต่เพราะวันนี้ผมต้องกลับกับทะเลไง เลยไม่อยากให้เพื่อนในกลุ่มรู้สักเท่าไหร่ เพราะอาจจะทำให้เพื่อนทั้งเป็นห่วงผมและสงสัยเรื่องของผมกับทะเลได้ 

ผมยืนคุยกับจินอยู่ไม่นาน พี่ท้องฟ้าก็ขับรถมาจอดตรงหน้าของผม เหมือนอย่างเคย 

"สวัสดีค่ะพี่ท้องฟ้า" จินเอ่ยทักทายรุ่นพี่ 

"ครับ ไม่ต้องไหว้พี่ทุกครั้งที่เจอกันก็ได้ เมื่อตอนเที่ยงก็ไหว้ไปแล้วนี่" ด้วยเพราะอัตลักษณ์ของโรงเรียนคือความนอบน้อม จึงทำให้โรงเรียนค่อนข้างเน้นย้ำเรื่องการไหว้จนมันกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในโรงเรียนไปเสียแล้ว 

"ค่ะ" จินตอบรับยิ้ม ๆ  

"แล้วนี่น้องมายืนรอผู้ปกครองเหรอ" 

"เปล่าหรอกค่ะ พอดีจินขี้เกียจรีบกลับบ้าน เลยมายืนเป็นเพื่อนฝันดีอะค่ะ" 

พี่ท้องฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนหันมามองผม 

"งั้นเรากลับกันเถอะฝันดี" 

"เอ่อ..." ผมได้แต่ยืนนิ่งอ้ำอึ้ง ผมจะบอกพี่ท้องฟ้ายังไงดีนะว่าวันนี้ผมกลับพร้อมพี่เขาไม่ได้ 

"มีอะไรหรือเปล่า" 

"คือ...พี่ท้องฟ้ากลับก่อนได้เลยครับ พอดีฝันต้องไปซ้อมบาสกับเพื่อนน่ะครับ" 

พี่ท้องฟ้าเลิกคิ้วขึ้น 

"ฝันดีชอบเล่นบาสด้วยเหรอ" 

"เปล่าหรอกครับ พอดีฝันต้องสอบชู๊ตบาสวิชาพลละน่ะครับ แล้วต้องสอบเป็นคู่ ฝันเลยต้องไปซ้อมกับเพื่อน" 

"ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม จะได้รอรับเรากลับเลย" 

"ไม่ต้องครับ!" ผมรีบปฏิเสธทันที "เอ่อ เดี๋ยวซ้อมเสร็จแล้วเพื่อนฝันไปส่งเองครับ" 

"อ๋อ โอเคงั้นพี่กลับก่อนนะ"  

"ครับ ขับรถกลับดี ๆ นะครับ" 

"อื้ม" พี่ท้องฟ้าตอบรับแล้วจึงขับรถออกไป 

ฟู่~ 

ผมพ้นลมหายใจออกจากปากอย่างโล่งอก โชคดีที่พี่ท้องฟ้าไม่ถามซักไซ้อะไรมาก ไม่งั้นผมคงหลุดพูดออกไปแน่ ๆ ว่าคนที่ผมต้องไปซ้อมบาสด้วยคือทะเล 

"ฝันดีจะไปซ้อมบาสกับทะเลเหรอ" 

กึก 

ผมชะงักงันหันมองเพื่อนสาวคนสนิทเมื่อนึกขึ้นได้ว่าจินและเพื่อนในกลุ่มต่างรู้ว่าวันนั้นทะเลบังครับให้ผมคู่กับเขา อุตส่าบ่ายเบี่ยงไม่พูดชื่อของทะเลออกมาเพราะไม่อยากให้ทั้งพี่ท้องฟ้าและจินรู้ว่าผมต้องกลับกับทะเล แต่ผมลืมเรื่องนี้ไปได้ไงนะ 

"อะ...อืม" 

"โดนทะเลบังคับอีกแล้วใช่ไหม" 

ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ 

"เราว่าฝันดีอย่าไปยอมทะเลบ่อยเลย ไม่งั้นทะเลจะได้ใจแล้วเอาแต่จะบังคับฝันดีนะ ฝันดีน่ะควรอยู่ห่าง ๆ ทะเลไว้เป็นดีที่สุด เราเตือนด้วยความหวังดี" ผมเข้าใจดีว่าจินกำลังเป็นห่วงผมอยู่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจะอยู่ห่างทะเล แต่ผมไม่สามารถขัดใจอะไรเขาได้เลยต่างหาก 

"ขอบใจที่เป็นห่วงเรานะ" 

"เอางี้ เดี๋ยวเราไปด้วย ทะเลจะพาฝันดีไปซ้อมบาสที่ไหนเหรอ" 

"เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จินไม่ต้องไปเป็นเพื่อนเราหรอก เราเกรงใจ" 

"จะเกรงใจทำไม เราเป็นเพื่อนกันนี่ ให้เราไปเป็นเพื่อนนะ" ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง หากจินไปด้วยผมเองก็อุ่นใจ แต่ผมก็กลัวว่าทะเลอาจจะพาลมาหาเรื่องจินด้วยก็ได้ "เถอะนะ สองหัวดีกว่าหัวเดียว"  

"อื้ม เอางั้นก็ได้"  

"แล้วทะเลนัดเจอที่ไหนเหรอ" 

"ทะเลรออยู่หน้าโรงเรียนน่ะ" 

"งั้นเราไปกันเถอะ"  

จินพูดอย่างกระตือรือร้นก่อนจะจับมือผมพาเดินออกจากศาลาไปยังหน้าประตูโรงเรียน ผมหันซ้ายมองขวาเพื่อหาร่างแกร่งก่อนที่สายตาของผมจะสบเข้ากับตาคู่คมที่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูโรงเรียน จินเองก็คงจะเห็นทะเลแล้วเหมือนกัน เธอจึงดึงมือผมให้เดินข้ามถนนไปหาทะเลอีกฝั่ง 

"ทำไมช้า" ทะเลถามผมเสียงแข็ง 

"เอ่อ โทษที พอดีเราอยู่รอบอกพี่ท้องฟ้าว่าไม่ได้กลับบ้านด้วยน่ะ" 

"แล้วทำไมมึงไม่ส่งข้อความไม่ก็โทรบอกมันฮะ จะไปยืนรอมันทำซากอะไร" ทะเลพูดเสียงดุ ทำเอาผมถึงกับเงียบ 

"ทะเลอย่าไปดุฝันดีเลย ฝันดีก็แค่อยากบอกพี่ท้องฟ้าต่อหน้าก็เท่านั้นเอง" จินพูดอธิบายให้แทนผม ทะเลจึงชำเลืองมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างผม แต่เพียงครู่เดียวก็หันกลับมามอผม 

"ขึ้นรถสิ ยังจะยืนโง่อยู่อีก" ทะเลพูดสั่งแล้วสตาร์ทรถเตรียมพร้อม 

"ทะเล คะ...คือ ถ้าจะซ้อนสามได้หรือเปล่า"  

ใบหน้าคมคิ้วขมวดมองผม 

"ทำไมต้องซ้อนสาม" 

"คือ..." 

"ฝันดีบอกเราน่ะว่าทั้งสองคนจะไปซ้อมบาสกัน เราเลยอยากจะขอไปซ้อมด้วย" จินเป็นฝ่ายพูดบอก แต่ทะเลกลับจ้องเขม้นมองผมตาเขียวจนผมต้องก้มหน้าหลบ 

"ฝันดี นี่มึงกวนตีนกูเหรอ กูบอกให้มึงไปกับกู ไม่ใช่ให้มึงชวนคนอื่นไปด้วย" ทะเลพูดเสียงเข้มขึ้น แววตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว  

"กะ...ก็เราเห็นว่าไหน ๆ เราก็จะไปซ้อมบาสกัน พาเพื่อนเราไปด้วยคนนึงคงไม่เป็นอะไร" 

"อย่าเสือกมาคิดแทนกู กูชวนแค่มึง เพราะฉะนั้นคนเดียวที่กูจะพาไปก็คือมึง" ทะเลพูดเสียงหนักแน่นจนผมไม่กล้าที่จะโต้แย่งอะไร ผมจึงหันไปหาเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย 

"เอ่อ...จิน คือ..." 

"โอเค ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ งั้นฉันกลับก่อนนะฝันดี แกก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ" ผมทำได้แค่ยิ้มรับจาง ๆ ก่อนที่จินจะเดินออกไป ผมมองตามแผ่นหลังเรียวบางของเธอด้วยความรู้สึกผิดที่จินต้องมาฟังคำพูดและท่าทางที่ไม่ดีของทะเลแบบนี้ 

"ยังไม่ขึ้นมาอีก กูมารอมึงนานแล้วนะ เดี๋ยวกูก็..." 

"ขึ้นแล้ว ๆ นี่ไงขึ้นแล้ว" ผมรีบขึ้นมาซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของทะเลทันทีก่อนที่เขาจะพูดขู่อะไรผมอีก 

เมื่อผมขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยทะเลก็ขับรถออกไปทันที ซึ่งเส้นทางที่เรากำลังไปนั้นมันรู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างมาก เวลาผ่านไปไม่นาน รถขอบทะเลก็ขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านหลังที่ผมเริ่มจะเห็นจนเคยชินไปเสียแล้ว 

"นะ...ไหนบอกว่าจะพาเราไปซ้อมบาส แล้วทะเลพาเรามาที่บ้านของบีกันทำไม"  

"ก็นี่ไง ที่ที่กูจะพามึงซ้อมบาส เลิกถามมากแล้วเดินตามกูมา" 

หลังจากจบคำพูด ทะเลก็เดินไปทันทีไม่รอให้ผมได้ถามอะไรต่อ แม้จะหวั่นใจกลัวว่าทะเลจะทำอะไรแปลก ๆ กับผมอีกหรือเปล่า แต่ผมก็จำใจเดินตามเขาเข้าไป ทว่าครั้งนี้ทะเลไม่ได้พาผมเดินไปเข้าทางประตูหน้าบ้านของบีกันเหมือนอย่างเคย แต่เขากลับเดินเลี้ยวมาทางหลังบ้านที่เป็นทางเดินเชื้อมระหว่างบ้านเล็กกับบ้านใหญ่ได้ และนั่นก็ทำให้ผมเห็นสนามขนาดเล็กที่มีแป้นบาสพร้อม แม้ผมจะเคยมาบ้านบีกันหลายครั้งแล้ว แต่ผมไม่เคยสังเกตเห็นบริเวณบ้านส่วนนี้มาก่อนเลย 

 

#THALAY 

"กว่าจะมาได้นะมึง ช้าฉิบหาย" ไอ้มอสพูดทักขึ้น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ผมหันไปมองดุไอ้คนตัวเล็กที่เดินคอตกตามผมมาแล้วก็ได้แต่นึกหงุดหงิดที่ผมมาช้า ก็เพราะต้องรอมันร่ำลาไอ้ท้องฟ้า ไหนจะเรื่องที่มันกล้าจะชวนเพื่อนมาด้วย มันคงคิดล่ะสิว่าถ้ามีเพื่อนอยู่ด้วยผมคงไม่กล้าทำอะไรมัน เหอะ คิดอะไรตื้น ๆ สมกับเป็นมันจริง ๆ 

"เฮียคูเปอร์มาได้ไงวะ" ผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ไอ้มอสพลางหันมองไอ้บีกันที่กำลังแข่งชู๊ตบาสกับเฮียคูเปอร์อยู่ 

"กูชวนมาเองแหละ" ไอ้คูปองที่นั่งถัดจากไอ้มอสเป็นคนตอบ "กูขี้เกียจขับรถ เลยชวนเฮียมาด้วย เฮียจะได้ขับรถให้กู" 

"เกิดเป็นมึงนี่สบายจังเลยนะ มีพี่ชายแบบเฮียคูเปอร์เนี่ย" ไอ้คูปองยักไหล่กับคำพูดของไอ้มอส "แล้วนั่นเด็กมึงเป็นอะไรวะ ถึงได้ยืนเกร็งอยู่แบบนั้น" ผมหันไปมองตามสายตาของไอ้มอส ก็เห็นว่าไอ้ฝันดีมันเอาแต่ยืนกอดกระเป๋าไม่ยอมเข้ามานั่งกับพวกผม 

"มึงจะยืนทำเหี้ยอะไร มานั่งข้างกูนี่มะ" ผมเรียกมันเสียงดังนิดหน่อยแต่ก็ทำให้ร่างเล็ก ๆ ของมันสะดุ้งได้ก่อนที่มันจะเดินมานั่งลงข้างผมด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่เต็มใจอย่างชัดเจน 

"แม้ ต้องเจาะจงว่าให้นั่งข้างมึงเลยเหรอ ทำไม ฝั่งไอ้ปองก็ยังมีที่นั่งว่างอยู่นะ" ไอ้มอสพูดด้วยรอยยิ้มล้อเลียนเหมือนอย่างเคย ผมเลยต้องด่ามันเป็นคำสั้น ๆ แบบไม่มีเสียงว่าสัด ซึ่งมันก็เข้าใจแล้วยิ้มหัวเราะชอบใจทันที ผมล่ะเบื่อมันจริง ๆ  

"เฮ้ยฝันดี มึงจะกินน้ำกินขนมอะไรไหม เดี๋ยวกูเอาให้" คูปองชะโงกหน้ามาถามไอ้ตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างผม 

"เอ่อ ไม่เป็นไร เรายังไม่หิวขอบใจนะ"  

ไอ้คูปองพยักหน้ารับ แต่ทำไมมันต้องถามไอ้ฝันดีด้วยวะ 

"ฮ่า ๆ ไอ้บีกันแพ้เฮียคูเปอร์อีกแล้ว สุดยอดมากเลยผมทีมเฮียนะ!!" ไอ้มอสตะโกนพูดเสียงดัง เมื่อเฮียคูเปอร์ชู๊ตเข้าแต้มบาสอีกครั้ง และดูเหมือนว่าตานี้เฮียคูเปอร์จะชนะแล้วด้วย ทั้งสองคนจึงเดินเข้ามาหาพวกผม ไอ้มอสก็ยื่นขวดน้ำให้เฮียคูเปอร์ทันที 

"เฮียโคตรเทพอะ ผมยอมให้เลย นี่ผมไม่เคยแพ้บาสใครสามตาติดแบบนี้เลยนะ" ไอ้บีกันพูดก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ไอ้คูปอง  

"เฮียกูน่ะ เทพทุกอย่างอยู่แล้ว พวกมึงเอาชนะเฮียกูไม่ได้หรอก" ไอ้คูปองพูดโอ้อวดพี่ชายอย่างภูมิใจ 

"เฮียเทพจริง ผิดกับน้องชายเฮียเลยเนอะ ขี้กากฉิบหาย ฮ่า ๆ" ไอ้มอสจงใจพูดเหน็บไอ้คูปอง ทำเอาทุกคนพากันยิ้มขำถูกใจ คงจะมีแค่ไอ้คูปองที่นั่งหน้าหงึก มองค้อนไอ้มอส 

"นี่ใครวะ เด็กมึงเหรอทะเล" เฮียคูเปอร์หันมองร่างบางที่นั่งอยู่ติดกับผมแล้วเอ่ยถาม แต่ทำไมต้องคิดว่ามันเป็นเด็กของผมด้วยนะ 

"ฮ่า ๆ ขนาดเฮียยังมองออกเลยเหรอว่านี่เด็กไอ้ทะเลมัน" ไอ้มอสพูดขำ 

"สัดมอส" ผมด่ามัน ก่อนหันกลับไปหาเฮียคูเปอร์ "มันไม่ใช่เด็กผมเฮีย ผมไม่มีดงมีเด็กอะไรทั้งนั้นแหละ" 

"งั้นเหรอ แต่น่ารักดีนะ ถ้าไม่ใส่ชุดนักเรียนชายกูคงคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง" ผมชะงักกับคำพูดของเฮียคูเปอร์ไปนิด ยิ่งเห็นสายตาคู่คมของเฮียที่จ้องมองไอ้ฝันดี ยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยชอบใจยังไงไม่รู้ 

"หยุดเลยนะเฮีย คนนี้กินไม่ได้" ไอ้คูปองที่คงจะรู้ทันสายตาของเฮียมันจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปยืนกอดอกพูดบอกตรงหน้าเฮีย เฮียคูเปอร์จึงหันไปมองมัน 

"แล้วคนไหนที่กูกินได้ล่ะ" เฮียคูเปอร์โน้มหน้าเข้าไปใกล้ไอ้คูปองแล้วยกยิ้มเอ่ยถามน้องชายตัวเองด้วยสายตาแพรวพราวแปลก ๆ แต่ผมคงคิดไปเอง 

"ออกไปไกล ๆ เลยไป เหม็นเหงื่อ" ไอ้คูปองผลักพี่ชายมันไปหนึ่งทีก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม ทำเอาเฮียหัวเราะหึหึในลำคอ แปลกจริงพี่น้องคู่นี้ 

"แล้วนี่มึงไม่คิดจะแนะนำเพื่อนให้กูรู้จักเลยหรือไงทะเล" เฮียคูเปอร์หันมาพูดกับผมอีกครั้ง 

"นี่ฝันดี มันพึ่งย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกับผม เรียนอยู่ห้องเดียวกัน" ผมพูดบอกเฮียก่อนหันมองคนตัวเล็ก "ส่วนนี้เฮียคูเปอร์ เป็นพี่ชายของไอ้คูปอง"  

"สวัสดีครับเฮียคูเปอร์" 

"อืม หวัดดี" เฮียคูเปอร์ตอบรับแล้วจึงเดินไปลากเก้าอี้มานั่งด้านหน้าไอ้คูปอง ผมไม่ได้สนใจอะไรแล้วหันมองไอ้ฝันดีที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ 

"สนามว่างแล้ว มึงจะซ้อมเลยไหม" 

"อื้ม ซ้อมเลยก็ได้" มันรับตอบทันที คงอยากจะกลับจนตัวสั่นแล้วสินะ 

ผมลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยิบลูกบาสบนสนาม ไอ้ฝันดีก็ลุกเดินตามแล้วมาหยุดยืนโง่ ๆ มองผมตาแป๋ว ที่ผมชวนมันมาซ้อมชู๊ตบาส ไม่ใช่ว่าผมห่วงคะแนนสอบหรือต้องการจะสอนมันเป็นจริงเป็นจังหรอก ผมแค่นึกอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้เลยชวนมันมาเล่นบาสด้วยกันยังไงล่ะ  

"มึงเคยเล่นบาสมาก่อนหรือเปล่า" 

มันส่ายหน้า 

"แล้วเคยดูคนอื่นเล่นบ้างไหม" 

มันส่ายหน้าอีก 

"ในโทรทัศน์ชองกีฬา ก็ไม่เคยเลยเหรอวะ"  

และมันก็...ส่ายหน้าอีกแล้ว 

"ฮ่า ๆ งานงอกแล้วไอ้ทะเล สอบครั้งนี้มีตกแน่ สมน้ำหน้า อยากทิ้งคนมากประสบการณ์อย่างกูไปดีนัก" ไอ้มอสได้ทีจิกกัดผมใหญ่ แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไร แล้วหันมามองไอ้คนไร้ประโยชน์ตรงหน้า 

"มึงจะยืนเฉย ๆ อีกนานไหม มานี่สิ" มันเดินเข้ามาหาผมอย่างว่าง่าย ผมจึงขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังมันซึ่งนั่นก็ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งหันมามองผมทันที 

"จะ...จะทำอะไร"  

"จะสอนมึงชู๊ตบาสไง มึงตกใจทำเหี้ยอะไร" 

"ทะ...ทะเลจะสอนบาสเราจริง ๆ ใช่ไหม ไม่ได้จะแกล้งอะไรเราใช่หรือเปล่า" มันถามเสียงอ้อมแอ้ม ไม่แม้แต่จะกล้าสบตาผม แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ผมชอบใจเข้าไปใหญ่ 

"กูจะสอนมึงจริง ๆ ไม่ได้จะแกล้งอะไรเลย อย่าคิดมากสิ" ผมตีหน้าซื่อพูดบอกมันไป ซึ่งคนใส่ซื่ออย่างมันก็คงเชื่อคำพูดของผมง่าย ๆ อยู่แล้ว 

"อืม...แล้วต้องเริ่มยังไงเหรอ" ผมยกยิ้ม ก่อนจะส่งลูกบาสให้มัน 

"ไหนมึงลองชู๊ตก่อนดิ"  

ผมพูดบอก คนตัวเล็กพยักหน้ารับ ก่อนหันหน้าไปมองหวงบาส สองมือจับลูกบาสไว้แน่น แต่ดูจากท่าเตรียมชู๊ตของมันแล้ว ไม่ต้องให้ทายก็รู้ว่างยังไงก็ไม่ลงหวง 

ฟึ่บ 

ปึก  

แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิด อย่าไปพูดถึงลงห่วงเลย ให้มันโยนออกไปพ้นตัวมันให้ได้ก่อนเถอะ ความสามารถทางบาสเก็ตบอลเป็นศูนย์เลยสินะ 

"ระ...เราบอกแล้วว่าเราไม่เคยเล่น ขอโทษนะ" มันพูดเสียงหงอยถึงกับซึมเพียงเพราะชู๊ตไม่ลงห่วง คนอะไรจพดูอ่อนแอได้ทุกเวลา ผมถอนหายใจแล้วขยับเข้ายืนซ้อนหลังมันอีกครั้ง 

"มึงยืนตรงไปทางแป้นบาส จับลูกบาสไว้ สายตาเล็งที่ห่วง" ผมกระซิบพูดข้างใบหูของมันพลางขยับเข้าไปยืนแนบชิดกับนักเรียนของผมมากยิ่งขึ้นจนแผ่นอกของผมติดกับแผ่นหลังของมัน สองมืออ้อมโอบทาบทับจับสองมือเล็กที่กำลังจับลูกบาสไว้ราวกับว่าร่างทั้งร่างของมันกำลังอยู่ในอ้อมกอดของผมจนผมแทบจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายและอุณหภูมิในร่างกายของมัน "ก้าวเท้าข้างเดียวกับมือที่ถนัดที่จะใช้ในการชู๊ตไปข้างหน้า" 

"บะ...แบบนี้เหรอ" มันพูดเสียงกระตุก ใบหูของมันฝั่งที่อยู่ใกล้กับริมฝีปากของผมแดงกำ ซึ่งหน้าของมันก็คงแดงไม่แพ้กันแน่ ๆ  

หึหึ... 

"อืม ถูกแล้ว จากนั้นมึงก็ย่อเข่าเล็กน้อย ยกลูกบาสขึ้นระดับศีรษะปิดมือที่ใช้ชู้ต ตั้งมือหันฝ่ามือออก ศองตั้งขึ้นเก็บไว้ไม่หงายออกข้าง มืออีกข้างประคองลูกไว้" ผมละเมียดละไมสอนมันทุกขั้นตอนอย่างระเอียดโดยที่เบียดกายแนบชิดมันไปด้วย ผมรับรู้ได้ว่าอุณหภูมิในร่างกายที่อยู่ในอ้อมแขนผมตอนนี้มันสูงขึ้น ไม่รู้เพราะอากาศที่ร้อนหรือเพราะอะไรกันแน่ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ผมชอบใจและอยากจะแกล้งมันเพิ่มขึ้นไปอีก  

จุ๊บ 

"ทะ...ทะเล" 

"ชู่~" ผมกดริมฝีปากลงบนซอกคอของมันเบา ๆ แต่ก็พอทำให้ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเรียกชื่อผมเสียงสั่นได้ "สนใจแค่หวงบาสสิ เวลาเล่นบาสน่ะ ต้องมีสมาธิเข้าใจไหมนักเรียน" มันนิ่งเงียบคงจะเม้มปากทำหน้าเหมือนคนหมดทางสู้เหมือนอย่างเคยอีกสิท่า 

"ยะ...อย่าแกล้ง พะ...เพื่อนทะเลก็มองอยู่ด้วย" มันพูดว่างั้น ผมจึงหันไปมองทางเพื่อน ๆ ของผมที่นั่งยิ้มมองมาที่ผมกับไอ้ฝันดีแล้วจึงหันกลับมามองมันอีกครั้ง 

"แล้วยังไงล่ะ กูจำเป็นต้องสนด้วยเหรอ" 

มันเงียบไปครู่หนึ่ง 

"ละ...แล้วนี่เราจะชู๊ตได้หรือยัง" 

"หึหึ เปลี่ยนเรื่องสินะ" มันย่นคอหนีโดยอัตโนมันติเมื่อผมขยับปากเข้าไปพูดใกล้ ๆ ซอกคอมันอีกครั้ง ซึ่งปฏิกิริยาของมันยิ่งทำผมสนุกเข้าไปใหญ่ "เวลาจะชู๊ตใช้ปลายนิ้วในการบังคับทิศทาง โดยจะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางในการออกแรงและควมคุมทิศทางเข้าใจไหม" 

มันพยักหน้าหงึก ๆ 

"งั้นลองชู๊ตดู ย่อตัวด้วยล่ะ" 

"ทะ...ทะเลถอยออกไปหน่อยได้ไหม ระ...เรายืนไม่ถนัด"  

ผมยอมถอยออกจากมันอย่างว่าง่าย แล้วยืนกอดอกมองดูคนตัวเล็ก ที่ยืนเหล่มองผม ก่อนที่มันจะหันไปจ้องห่วงบาสด้วยสีหน้าจริงจัง 

ฟุ่บ 

ปึก 

ไม่ลงห่วงตามที่ผมคิด... 

"เราทำไม่ได้..." มันพูดด้วยสีหน้าราวกับจะร้องไห้  

ผมถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปชู๊ตให้มันดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งระดับผม ยืนชู๊ตง่าย ๆ แบบนี้ผมทำได้อยู่แล้ว ไอ้ฝันดียืนมองผมอึ้ง ๆ แถมยังปรบมือให้ผม เห็นผมเป็นเด็กหรือไง ผมเข้าไปสอนมันต่อซึ่งในระหว่างสอนผมก็ไม่ลืมที่จะแทะเล็มมันไปนิด ๆ หน่อย ๆ ที่มีจังหวะ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ไอ้ฝันดีมันจะโฟกัสที่การสอนของผมจนไม่ทันรู้ตัวว่าผมลูบคลำ จูบซับตัวมันยังไงบ้าง 

"เอา ลองดูอีกครั้งสิ" ผมสอนมันอยู่นานซึ่งครั้งนี้หากมันไม่ได้อีก ก็ไม่ต้องซ้งต้องซ้อมมันละ คนอะไรจะโง่เง่าไร้ประสิทธิภาพได้ขนาดนี้ ตอนนี้ก็ลืมจะมืดแล้วด้วย 

ฟุ่บ! 

หืม... 

"เฮ้!!!! เก่งมากฝันดี"  

แปะ แปะ แปะ แปะ 

ไอ้มอสกับไอ้คูปองส่งเสียงเฮลั่นเมื่อไอ้ฝันดีชู๊ตบาสลงห่วงสักที ส่วนไอ้บีกันกับเฮียคูเปอร์ก็พากันปรบมือให้มัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าตัวถึงกับยิ้มหน้าบ้านวิ่งเข้ามาหาผม 

หมับ 

"ทะเลเราชู๊ตลงแล้ว ทะเลเห็นไหม!" 

"....." ผมได้แต่ยืนนิ่งเมื่อจู่ ๆ ร่างบางก็วิ่งถลาเข้ามากอดผมอย่างลืมตัว ทำเอาผมชะงัก เพราะมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่เหมือนฝันดีมันจะได้สติ จึงรีบผละออกจากผมทันที 

"อะ...เอ่อ ขอโทษที ระ...เราดีใจไปหน่อย" 

"อืม...กูเห็นแล้วว่ามึงชู๊ตลงห่วงแล้ว ดีใจเลยล่ะสิ"  

มันพยักหน้าด้วยรอยยิ้มระรัว ผมยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินเข้าใกล้มัน 

"ไหน ๆ มึงก็ชู๊ตลงแล้ว งั้นมาเพิ่มกติกากันหน่อยดีไหม"  

ไอ้ฝันดีนิ่งไป มองผมด้วยสายตาหวาดระแวง 

"กติกาอะไร" 

"ในเวลาสิบห้านาทีถ้ามึงสามารถชู๊ตบาสลงห่วงเกินห้าลูก กูจะยอมทำตามคำขอของมึงหนึ่งอย่าง" ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทันทีพร้อมรอยยิ้ม 

"งั้นเราขอไดอารี่ของเราคื..." 

"แต่..." ผมพูดแทรกคำพูดของมันขึ้น 

"ตะ...แต่อะไร" 

"แต่ถ้าภายในเวลาที่กำหนดแล้วมึงยังชู๊ตได้ไม่เกินห้าลูก" ผมขยับเข้าไปใกล้มันมากขึ้น ฝันดีถอนหลังหนีผมจึงใช้แขนรั้งเอวมันเอาไว้ไม่ให้มันถอยหนี "มึงต้องยอมทำตามคำขอของกูหนึ่งอย่างเหมือนกัน ตกลงไหม" 

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ในแววตามีความลังเลสะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

"ลองคิดดูดี ๆ นะ แค่เกินห้าลูกเอง เวลาตั้งสิบหานาทีมึงจะชู๊ตกี่ครั้งก็ได้ แต่ขอให้ลงห่วงเกินห้าลูก มึงก็จะได้ไดอารี่ของมึงที่มึงอยากได้คืนแล้วนะ" ผมพูดจาหว่านล้อมเหยื่ออีกครั้ง ซึ่งต่อให้ตอนนี้มันยังไม่ตอบรับอะไร แต่ผมก็คาดเดาคำตอบของมันได้แล้ว 

"อืมได้ อย่าลืมทำตามที่พูด้วยล่ะ ถ้าเราชู๊ตลงเกินห้าลูก ทะเลต้องคืนไดอารี่เรานะ" 

"ได้ ตามนั้นเลย" 

. 

. 

. 

ทะเลไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์ธรรมดา แต่ทะเลเป็นไบโพล่า!!! สงสารก็แต่ฝันดีT^T 

หายไปนาน ขอโทษด้วยนะคะ พอดีติดปัญหาสุขภาพนิดหน่อย 

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว