ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 80 โชคชะตา

ชื่อตอน : ตอนที่ 80 โชคชะตา

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 511

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2564 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80 โชคชะตา
แบบอักษร

“เพียงบุปผา” คำคำนี้แล่นเข้ามาในหัวตะวัน คนที่จะตอบเขาได้ก็คงมีเพียงคนของตระกูลนี้เท่านั้น 

ตะวันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานช้าๆ เขาพยายามใช้ความคิดที่จะเข้าถึงข้อมูลของตระกูลนี้ 

ใครนะที่จะบอกเขาได้? หรือว่าจะต้องบุกไปถึงบ้านนั้นเลย? 

คุณดอกไม้ หญิงชราแห่งบ้านเพียงบุปผาเก็บตัวเงียบมานานหลายปีแล้ว ว่ากันว่า การจะได้เจอเธอนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เธอสั่งงานทุกอย่างผ่านทางลูกน้องคนสนิทเท่านั้น 

ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว คงยากที่จะเข้าถึงตัวเธอ... 

พอล..... 

ใช่สิ...เขาไม่น่าลืมคนคนนี้ คนสำคัญที่อาจจะรู้อะไรบางอย่าง 

แม่พอลกับแม่นาราเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพอลต้องรู้อะไรบางอย่างถึงได้ชักนำให้นารามารักษาตัวที่กรุงเทพ 

 

พอลเลิกคิ้วเมื่อมองไปที่โทรศัพท์แล้วเห็นชื่อที่ไม่คาดคิดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ 

ตะวัน......อย่างนั้นเหรอ? 

รอยยิ้มถูกจุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขา ดูเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกๆ แล้วสินะ 

“ครับ” 

“ฉันต้องการคุยกับนาย...เป็นการส่วนตัว” ตะวันย้ำคำว่าส่วนตัวเป็นพิเศษ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ 

พอลหัวเราะในลำคอแล้วกรอกเสียงตอบไป “อยู่บ้านหรือเปล่า เดี๋ยวฉันไปหาที่บ้าน” 

“โอเค” 

สีหน้าของตะวันที่ยืนรออยู่หน้าบ้านนั้นทำให้พอลต้องเปลี่ยนความคิด เรื่องที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดกับเขาคงจะหนักหนากว่าที่เขาคิด  

เขาเดินตามตะวันเข้าไปในห้องทำงานแล้วทรุดตัวนั่งตรงข้ามกับตะวัน 

“มีอะไรเหรอ?” 

“คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนสั่งลักพาตัวอัยย์?” 

พอลส่ายหน้า “ไม่รู้ เจสันฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว ไอ้หมอนั่นมันไม่ชอบพูดมาก” 

“แน่ใจเหรอว่าไม่รู้?” 

“อ้าว........นี่เรียกมาหาเรื่องเหรอ?”  

ตะวันรีบยกมือห้ามแล้วถอนหายใจ “ขอโทษที ฉันคงเครียดมากไป.........เพียงบุปผา” 

แค่ตะวันเอ่ยชื่อนั้นออกมาลอยๆ ก็ทำให้พอลอึ้งได้แล้ว 

ถ้าคนทำคือพวกเพียงบุปผา นั่นหมายความว่า 

“นารา...?” เอ่ยชื่อเธอออกมาแล้วพอลก็ต้องขมวดคิ้ว แม้นาราจะมีศักดิ์เป็นหลานเหมือนเขา แต่เธอก็แทบไม่ได้ติดต่อหรือสนิทสนมกับใครในบ้านนั้นเลย 

อย่าว่าแต่นาราเลย แม่เขาหรือตัวเขาเองก็ไม่เคยติดต่อคนในตระกูลนั้นเหมือนกัน 

ตะวันส่ายหน้า “ไม่ใช่” 

เห็นแบบนั้นพอลก็ทำตาโต “อย่าบอกนะ...” 

ตะวันเข้าใจดีว่าทำไมพอลถึงตกใจ เพราะแม้แต่ตัวเขาก็ตกใจเหมือนกัน “ไม่ใช่นาราแต่เป็นแม่เธอ” 

พอลถึงขั้นต้องเอนหลังพิงเก้าอี้ นี่เป็นอีกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้นำพาความเจ็บปวดมาให้อัยย์ เขาได้แต่กัดฟันกรอด เมื่อคิดว่าคนเป็นยายได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า 

ตะวันเฝ้ามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของพอลอยู่ตลอดเวลา เขามั่นใจว่าพอลไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ แต่ก็มั่นใจเช่นกันว่า พอลต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเพียงบุปผา 

เขาปล่อยให้พอลใช้เวลาทบทวนความคิดอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงยิงคำถามสำคัญออกไป 

“บอกผมได้ไหมว่าคุณรู้เรื่องเพียงบุปผามากน้อยแค่ไหน และมีความลับอะไรที่คุณเก็บเอาไว้บ้างไหม?” 

พอลมองหน้าตะวันแล้วนิ่งคิด จริงอยู่ที่เขาเติบโตมากับการรับรู้ความเจ็บปวดที่ยายและป้าได้ทำลงไป และมันทำให้เขาไม่อาจดีกับอัยย์ได้อย่างสนิทใจ 

แต่เขาจะเก็บงำความลับไว้ แล้วปล่อยให้เธอต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้หรือ? 

แม้จะคิดได้แบบนั้นแต่พอลก็ยังอดลังเลไม่ได้ 

“รู้ได้ยังไง เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังก่อน แล้วผมจะบอกความลับอันยิ่งใหญ่ให้คุณฟัง” 

ใช่จริงๆ ด้วย.....เขาเดาไม่ผิดจริงๆ 

ตะวันเล่าเรื่องที่ได้ยินแม่นาราพูดกับคนจากเพียงบุปผาให้พอลฟัง หลังจากฟังแล้วพอลแทบจะไมเกรนกิน 

ไม่น่าเชื่อว่าป้าเขาจะบ้าได้ถึงขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ร่วมมือกับตะวันทำอะไรสักอย่าง อัยย์กับลูกคงจะเป็นอันตรายแน่ๆ 

“ตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้ว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมามีอะไรเป็นความจริงบ้าง ไม่รู้เลยว่า.........” ตะวันหยุดพูดเพื่อข่มอารมณ์ไว้ “นาราเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า แค่ได้รู้ว่าแม่นาราเป็นคนสั่งลักพาตัวอัยย์ มันทำให้ผมรู้สึกขนลุก คนที่ดูใจดีแบบเธอ ทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?” 

“แม่นาราถูกลูกสาวตัวเองครอบงำมาตั้งกี่ปี ไม่แปลกหรอกที่เธอจะยอมทำเรื่องบ้าๆ เพื่อให้นาราสมหวัง” 

พอลพูดถูก ขนาดเขาเองยังยอมทำตามความต้องการของเธอเลย จะแปลกอะไร คุณบุหงาที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดก็คงจะถูกล้างสมองไปนานแล้ว  

ตะวันหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่วางคว่ำไว้บนโต๊ะขึ้นมาดู เขามองดูเด็กหญิงนาราที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เขา นาราในตอนนั้นดูบริสุทธิ์และสดใสจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดำมืดแบบนี้ 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เธอมีความคิดน่ากลัวแบบนี้  

ตั้งแต่เด็ก...หรือว่าตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าป่วย 

ตะวันคว่ำรูปลงไปกับโต๊ะเหมือนเดิมแล้วถอนหายใจออกมา เขาไม่มีทางเลือก เขาคงต้องผิดสัญญากับนาราเพื่อปกป้องอัยย์กับลูก และหากจำเป็น เขาก็จะกำจัดเธอกับแม่ไปพร้อมๆกัน 

เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเมียกับลูกเขาได้อีก.... 

พอลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เขาเอื้อมมือไปหยิบรูปที่ตะวันคว่ำไว้ขึ้นมาดู 

หลังจากกวาดสายตามองไปทั่วๆ พอลก็หลุดปากออกมา “นี่มัน.....” 

“ผมกับนาราตอนเด็ก” 

ไม่ใช่........สายตาของพอลมองไปที่คนคนเดียว เด็กผู้หญิงคนนั้น.........อัยย์ 

“บ้านพรฟ้า” 

“รู้ได้ยังไง? ที่นั่นเป็นที่ที่ฉันได้เจอกับนารา นายรู้ไหม” 

มันคงเป็นโชคชะตาของสามคนนี้สินะ แล้วเขาจะทนเก็บงำไว้ได้ยังไง 

พอลวางรูปลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าตะวัน จากนั้นก็ชี้ไปที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่มุมหนึ่งของภาพ 

“เด็กคนนี้”  

“ใช่...นี่ก็เป็นเรื่องที่ผมสงสัย ทำไมสร้อยของนาราถึงไปอยู่กับเด็กคนนี้ได้นะ” 

“อะไรนะ?” 

“สร้อยไง” 

พอลมองไปที่ภาพอีกครั้ง แล้วก็เห็นสร้อยที่อยู่บนคอของอัยย์ ตะวันคงดูไม่ออกสินะ ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร 

ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย.............. 

พอลเคาะนิ้วลงไปที่สร้อยบนคอของเด็กในภาพ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“สร้อยเป็นของเด็กคนนี้ ไม่ใช่ของนารา เธอบอกเหรอว่าเป็นของเธอ?” 

“ใช่...เธอบอกว่าเป็นของดูต่างหน้าพ่อแม่ของเธอ” 

เท่านั้นแหละ พอลก็แหงนหน้าหัวเราะออกมาเสียงดัง  

ยัยนารานี่ขี้มโนจริงๆ มาขี้ตู่ว่าสร้อยของคนอื่นเป็นของตัวเองได้ยังไง 

อารมณ์ที่เปลี่ยนกะทันหันของพอลทำให้ตะวันต้องอ้าปากค้าง 

วันนี้มันวันอะไร เขาถึงได้เจอแต่เรื่องที่ชวนปวดหัวแบบนี้ 

“สร้อยนี่ไม่ใช่ของนารา ไม่เคยใช่ และไม่มีวัน” 

“คุณรู้เรื่องสร้อยได้ยังไง..ไม่ใช่สิ...คุณรู้อะไรกันแน่ บอกผมมาให้หมดเถอะ” 

“เพราะสร้อยเส้นนี้ แม่ผมเป็นคนซื้อกับมือ เธอให้มันกับเด็กผู้หญิงคนนี้ ด้านหลังสร้อยจะมีรูปสลักเป็นพระอาทิตย์ดวงเล็กๆ อยู่” พอลจ้องเข้าไปที่ตาตะวัน “ทำไมรู้ไหม?” 

ตะวันที่ปวดหัวกับเรื่องพวกนี้เต็มที เขาส่ายหน้าเบาๆ 

“เพราะไอริณ แปลว่าแสงสว่าง ยังไงล่ะ” 

ไอริณ...อัยย์......... 

ตะวันตาเบิกโพลงแล้วรีบหยิบรูปขึ้นมามองอีกครั้ง เขามองไปที่ใบหน้าของเด็กผู้หญิงที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่ไม่โดดเด่นอะไร แต่สีตาคู่นั้น ทำไมเขาถึงจำไม่ได้ก่อนหน้านี้นะ? 

อัยย์...เด็กคนนี้คืออัยย์เหรอ? 

เขาเงยหน้าจากรูปแล้วมองไปที่พอลที่พยักหน้าเบาๆ เหมือนรู้ว่าเขาต้องการจะถามอะไร 

“อัยย์คือลูกพี่ลูกน้องที่หายตัวไปของผม” พอลมองไปที่รูปถ่ายใบนั้นแล้วค่อยๆ เล่าเรื่องโศกนาฏกรรมของน้าราตรีแม่ของอัยย์ให้ตะวันฟัง 

“หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น แม่ผมก็แทบจะตัดขาดกับครอบครัวและป้าบุหงา แต่แม่ก็คอยแอบสืบหาข่าวคราวของหลานที่หายตัวไป เพราะรู้ว่าน้าราตรีมีลูกสาวและเด็กมีพี่เลี้ยงคอยดูแล” 

“หลังจากผ่านไปหลายปี แม่ก็เจอตัวอัยย์ แต่เพราะพ่อผมฝังใจกับเหตุการณ์นั้นมาก แม่ถึงต้องแอบไปที่นั่นเงียบๆ แม่หลอกพ่อว่าจะพาผมไปเที่ยว แต่ที่จริงแล้วก็เพราะอยากไปเจออัยย์” 

“สร้อยทองคำขาวเส้นนั้น แม่แอบสั่งทำไว้ พอรู้จากน้าราตรีว่าหลานชื่อ ไอริณ หรือ Aileen แม่ก็สั่งสลักรูปพระอาทิตย์เล็กๆ ลงไป หวังจะให้เป็นของขวัญหลาน แต่ทว่า........พวกเขาก็มาจากไปเสียก่อน” 

ตะวันที่ก่อนหน้านี้ช็อกจนแทบพูดไม่ออก ค่อยๆ เอ่ยปากถามออกมา “แล้วทำไมเธอถึงไม่ไปอยู่กับคุณ” 

“มันเป็นเพราะพ่อผมน่ะ ท่านยังลืมความเจ็บปวดไม่ได้ ถึงอัยย์จะเป็นหลานพ่อเหมือนกัน แต่ว่าก็เป็นลูกหลาน ของคนที่ทำให้อาผมตาย แม่ตั้งใจว่าถ้าหาอัยย์เจอแล้ว แม่จะกลับไปเกลี้ยกล่อมพ่อ ทันทีที่พ่อใจอ่อน แม่ก็จะมาพาอัยย์ไป แต่ว่า......” 

พอลถอนหายใจ เมื่อนึกไปถึงสีหน้าเสียใจของแม่ในวันที่ได้รู้ข่าว “แต่ว่าก่อนที่พ่อจะใจอ่อน แม่ก็มารู้ว่าบ้านเด็กกำพร้านั่นถูกยุบไปแล้ว แม่ติดต่อใครไม่ได้เลย สุดท้าย...แม่ก็ต้องตัดใจเรื่องหลานสาว” 

“แต่คุณมั่นใจได้ยังไง ว่าเด็กคนนี้กับอัยย์เป็นคนเดียวกัน?” 

“ผมอาจจะจำหน้าหรือจำชื่อเธอไม่ได้ แต่ผมจำสร้อยเส้นนี้ได้อย่างแน่นอน ผมเคยเห็นอัยย์ใส่มัน ก็เลยลองถามเธอ แต่ดูเหมือนว่าอัยย์จะไม่อยากพูดถึงชีวิตในบ้านเด็กกำพร้า” 

ตะวันถึงขั้นเท้าศอกกับโต๊ะ แล้วซบหน้าลงบนฝ่ามือ เรื่องราวที่เพิ่งได้ยิน มันช่างหน้าเหลือเชื่อ 

มันน่าเหลือเชื่อ ทั้งชาติกำเนิดของอัยย์และเรื่องที่พวกเขาทั้งสามคนเคยพบกันมาแล้วในวัยเด็ก 

โชคชะตา........ 

คงต้องใช้คำนี้สินะ โชคชะตาที่พัดพาพวกเขาให้เจอกัน และแม้โชคชะตาจะพัดพาอัยย์ให้ห่างไปไกล แต่สุดท้าย...เธอก็ได้กลับมาเจอเขาอีกครั้ง  

แต่เดี๋ยวนะ.... 

“ถ้าอัยย์เป็นลูกพี่ลูกน้องคุณ ก็หมายความว่าเธอเป็นหลานของคุณบุหงาเหมือนกันน่ะสิ?” 

“ใช่...พูดง่ายๆ ก็คือป้าผมที่เคยสร้างความเข้าใจผิดจนพ่อแม่อัยย์ต้องตาย วางแผนลักพาตัวหลานสาวตัวเองและอาจจะกำลังวางแผนฆ่าเธออีกด้วย” 

“ขอบคุณนะพอลที่บอกผมเรื่องนี้ ผมจะจัดการเอง” 

พอลพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู พอลแตะมือที่ประตูแล้วหยุดชะงัก เขาหันหลังกลับมาหาตะวันที่นั่งมองอยู่ “อัยย์เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเพียงบุปผาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นเป็นพ่อแม่เธอ” พูดจบเขาก็เปิดประตูแล้วเดินออกไป ทิ้งตะวันไว้กับความหนักใจ.... 

 

ที่โรงพยาบาล 

หลังจากใช้ความคิดอยู่นาน พฤตที่ปลีกตัวออกมาจากห้องพักของนาราก็โทรไปที่ฮ่องกง 

สิ่งที่เขาได้ยินมันหนักหนาเกินรับไหว เขาปล่อยให้แม่เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง แม่เขาคงได้ฆ่าใครเพื่อยัยลูกเลี้ยงปีศาจนั่น... 

“พ่อครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะบอก.....” พฤตกรอกเสียงลงไปทันทีที่พ่อรับสาย เขาจัดการมันด้วยตัวเองไม่ได้ คงต้องให้พ่อช่วยจัดการ...... 

 

ฟากพอลนั้น หลังจากกลับมาจากบ้านตะวัน เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับมีเรื่องให้ต้องคิดมากมาย 

“คิดอะไรอยู่?”  

“คิดถึงแม่” พอลตอบออกมาเบาๆ ทั้งที่ไม่หันกลับไปมองจินซึ่งนั่งเฝ้าเขาอยู่นานแล้ว  

“ฉันควรบอกให้แม่รู้ดีไหม เผื่อว่าสิ่งที่ติดค้างในใจของเธอจะได้หายไปบ้าง” 

จินยิ้ม แม้ว่าพอลจะทำเย็นชาใส่พ่อกับแม่มาตลอด แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความห่วงใยให้กับสองคนนั้นอยู่ 

เพราะรู้สึกผิดที่แม่และพี่สาวเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องชายสามีต้องตาย แม่ของพอลจึงยอมตัดขาดจากครอบครัว และทุ่มเทให้กับสามีที่เจ็บปวดจากการเสียน้องชายคนเดียวไป 

เขาควรบอกเธอดีไหมนะ?............... 

 

วันรุ่งขึ้น 

ตะวันรีบไปโรงพยาบาลแต่เช้า เขารีบไปหาอัยย์ที่ห้องทันที เพราะเจอกับเรื่องไม่คาดคิดทำให้เมื่อวาน เขาไม่ได้มาหาเธอเลย  

เมื่อได้เห็นหน้าภรรยา ตะวันก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะรื้น ชีวิตของเธอนั้นผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน ชะตาชีวิตอันน่าเจ็บปวด มันควรจะหยุดได้แล้ว 

ถ้าคนพวกนั้นไม่หยุด เขาก็จะเป็นคนหยุดคนเหล่านั้นเอง....... 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” อัยย์เอ่ยปากถามออกมาเมื่อเห็นความเศร้าในแววตาเขา 

“เปล่า...ผมแค่คิดถึงคุณ ขอโทษนะที่เมื่อวานผมไม่ได้มาหา” ตะวันเดินไปกอดเธอไว้แล้วก้มลงจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก 

“ผมรักคุณนะ” 

“หา........” 

การบอกรักแบบปุบปับของเขาทำให้อัยย์ตกใจจนคิดว่าตัวเองหูฝาด 

ตะวันยิ้มแล้วประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยฝ่ามือ “ผมบอกว่าผมรักคุณ...ไอริณ” 

“ผมขอโทษ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวของเรา ได้โปรดเชื่อใจผมนะ” 

คำพูดที่หนักแน่นและจริงใจของเขาทำเอาอัยย์ต้องร้องไห้ออกมา  

ตะวันจะไม่ทิ้งเธอกับลูกไปแล้วใช่ไหม? 

เธอจะได้มีครอบครัวที่แท้จริงแล้วใช่ไหม? 

 

 

………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว