email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิล ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 2 ลงพื้นที่

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ลงพื้นที่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 533

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2564 17:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ลงพื้นที่
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ลงพื้นที่

"ป่ะ ฉันพร้อมแล้ววว"

สิ้นเสียงหวานใส บานประตูห้องน้ำก็เปิดออกกว้างเผยให้เห็นเจ้าของเสียงซึ่งก้าวเท้าออกมาพร้อมรอยยิ้มหวาน

"ชุดนี้เป็นไง สวยไหม ๆ"

บริ้งค์เอ่ยถามพลางหมุนตัวอวดชุดเดรสตัวเก่งด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ แต่แทนที่จะได้รับคำชม เหล่าเพื่อนสาวกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ทำเอาคนนำเสนอค้อนขวับ หุบยิ้มแทบไม่ทัน

"ขำอะไรของพวกแกเนี้ย!"

"ก็ดูแกแต่งตัวดิ" ขวัญข้าวพยักพเยิดหน้าพร้อมหัวเราะร่า

"ชุดเดรสแขนตุ๊กตา สีชมพูหวานแหวว แถมยังยาวคลุมตาตุ่ม ถามจริงนะ นี่แกจะไปผับกับพวกฉันหรือจะไปนั่งวิปัสสนากันฮะยัยบริ้งค์"

บริ้งค์ทำหน้ากระเง้ากระงอด เบนสายตามามองท่อนแขนเรียวที่พาดอยู่บนหัวไหล่เพียงนิดก่อนหันกลับไปมองเงาสะท้อนในกระจกเงาอีกครั้งด้วยความไม่มั่นใจ

เธออุตส่าห์เลือกชุดตั้งนาน แถมยังตั้งใจแต่งหน้าแบบสุด ๆ เลยนะ ถึงมันจะไม่แซ่บซ่าเท่าชุดของขวัญข้าวที่ให้ยืมใส่เมื่อคราวก่อน แต่มันก็พอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้ไม่ใช่เหรอ

เคทส่ายหน้ายิ้ม ๆ ด้วยรู้ดีว่าสไตล์การแต่งกายของเพื่อนนั้นค่อนข้างแตกต่างจากเธอและขวัญข้าวคนละขั้ว มือเรียวจึงหยิบเอาหนึ่งในถุงกระดาษที่เพิ่งหิ้วมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อเย็นมายื่นให้

"เอาตัวนี้ไปลองไป ฉันว่าแกน่าจะใส่ได้"

"ตัวนี้แกเพิ่งซื้อมาวันนี้นะ จะให้ฉันเจิมก่อนเจ้าของได้ไง"

บริ้งค์โบกไม้โบกมือปฏิเสธรัวเร็ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังเธอเลยเพราะยัยเพื่อนตัวดีกลับยัดชุดที่ว่าใส่ในอ้อมแขนก่อนจะผลักให้เธอถอยกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง โดยมีสายตาอีกคู่คอยจ้องกดดัน

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ เอาไปลองเร็ว ๆ สองทุ่มแล้วนะเดี๋ยวที่บ้านแกไม่ให้ออก"

เพราะข้อจำกัดด้านเวลาทำให้จำต้องหอบเอาเสื้อผ้าเข้าไปผลัดเปลี่ยนอย่างไม่มีทางเลือก แต่พอหันมาเห็นตัวเองในกระจก เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจเข้าไปใหญ่

สายเดี่ยวตัวสั้นอวดหน้าท้องแบนราบ จับคู่กับกระโปรงหนังสีดำสุดเซ็กซี่ ถึงจะสวยแต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็ไม่ใช่แนวเธอเลยสักนิด แล้วอีกอย่าง ... จะเดินยังไงให้ไม่โป๊เนี้ย?

ก้มมองความยาวของชุดที่คาดคะเนจากสายตาแล้วน่าจะแค่ไม่กี่คืบแล้วทำหน้าคิดไม่ตก ครั้นจะหาตัวอื่นที่เข้าท่า เพื่อนสาวทั้งสองก็พากันโผล่พรวดเข้ามาด้านในราวกับรู้ทัน

"อุ้ย! พอดีเป๊ะเลย"

ใช่..พอดีเป๊ะ! ไม่ใช่ชุดนะ แต่เป็นเวลาที่พวกแกเข้ามาเนี้ย บริ้งค์กลอกตาใส่ขวัญข้าวที่ปรี่เข้ามาล็อกแขนพร้อมหัวเราะร่าชอบอกชอบใจ ก่อนจะเดินตามแรงฉุดกระชากไปอย่างเสียไม่ได้

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสามก็ค่อย ๆ ย่องลงมาจากชั้นสองอย่างไร้สุ้มเสียง โชคดีที่ผู้ปกครองขึ้นห้องนอนกันไปแล้วบริ้งค์จึงไม่ต้องลำบากคิดหาข้ออ้างในการย่องออกจากบ้านยามวิกาล

 

@ไนต์คลับ Y

ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นานรถยนต์คันหรูก็แล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหน้า ดวงตากลมโตฉายแววตื่นเต้นขณะก้าวเท้าเข้ามาด้านในของไนต์คลับ

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่มา แต่ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างไปจากทุกที เธอจึงอดรู้สึกใจเต้นแรงด้วยความประหม่าไม่ได้

"พวกแก คือ...."

เมื่อเห็นว่าเพื่อนเอาแต่อิดออดขวัญข้าวจึงรุนหลังให้เคทเดินนำเข้าไปก่อน ปลายนิ้วเรียวดันคางมนให้เชิดหน้าขึ้นแล้วพูดปลุกเร้าเติมเชื้อไฟ

"สวยแล้วค่ะคุณเพื่อน ทำหน้าเริ่ด ๆ เชิด ๆ เข้าไว้ มาเร็ววว"

ละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่งบริ้งค์ก็ยอมปล่อยให้เพื่อนจับจูงไปยังโต๊ะประจำในโซนวีไอพีในที่สุด สองมือประคองแก้วเครื่องดื่มสีสวยมาวางไว้ก่อนหย่อนสะโพกลงนั่งบนโซฟาตามแรงกดบนหัวไหล่

ความเย็นของอากาศที่สาดเข้ามาปะทะผิวกายทำเอาร่างเล็กสั่นสะท้าน นั่งบิดกระมิดกระเมี้ยน มือหนึ่งพยายามดึงชิ้นบนขึ้นปิดเนินเนื้ออวบอิ่มที่นูนเด่น ขณะที่อีกมือก็พยายามดึงชิ้นล่างให้คลุมปิดต้นขาไปด้วย

เพี้ยะ!

บริ้งค์สะดุ้งโหยง หดมือที่กำลังดึงรั้งชายกระโปรงแทบจะในทันทีที่ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วหลังมือก่อนหันไปทำหน้ามุ่ยใส่คนตีอย่างขัดใจ

"วันนี้เรามาเป็นผู้ล่านะ มั่นใจในตัวเองหน่อย อย่าทำหงอเหมือนเป็นเหยื่อสิ มันเสียบุคลิก!"

"ก็มันไม่ชินนี่นา ใครจะไปเชี่ยวชาญแบบแกกับยัยเคท"

"นี่ ๆ อย่ามาเหมารวมสิยะ"

คนถูกพาดพิงรีบเถียงอย่างว่องไว หากแต่สายตากลับกวาดมองไปรอบ ๆ กายแล้วยกยิ้มมุมปากเมื่อมีชายหนุ่มส่งสายตาเชิญชวนมาให้

บริ้งค์แสร้งทำหน้าเอือมระอาแล้วใช้มือผลักใบหน้าเพื่อนสาวสุดฮอตด้วยความหมั่นไส้ แม้ภาพทำนองนี้จะมีให้เห็นบ่อยครั้งยามมีโอกาสได้ออกมาเที่ยวเล่นด้วยกันก็ตาม

"จ้ะ ๆ ไม่เหมารวมก็ได้ แม่เสือสาว"

"สนใจออกจากวัดแล้วมาเข้าป่าด้วยกันไหมล่ะยัยแม่ชี"

คำหยอกล้อเรียกเสียงหัวเราะให้ดังประสานกัน ก่อนที่ทั้งสามจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจรดริมฝีปากตามเสียงยุของแต่ละคนที่ผลัดกันเชียร์อย่างสนุกสนาน ไม่นานของเหลวสีเข้มก็พร่องจากแก้วไปภายในไม่กี่นาที

 

การที่ทั้งโต๊ะมีเพียงผู้หญิงทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดสายตาของเหล่านักท่องราตรี หลังปรากฏกายได้เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็เริ่มแวะเวียนเข้ามาขอทำความรู้จัักไม่ขาดสาย

หากแต่บริ้งค์กลับไม่นึกสนใจพูดคุยกับใครอย่างจริงจังเลยสักคน มือเรียวยกเครื่องดื่มขึ้นจิบเป็นระยะ ๆ โยกกายตามเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มพลางชำเลืองมองคนนู้นทีคนนี้ทีไปเรื่อยแก้เบื่อ

พลันท้องน้อยก็เกิดเกลียวคลื่นเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับสายตาคมกริบของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งจ้องมองเธออยู่เช่นกัน

หล่อ!

นี่คือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ซ้ำยังสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากละสายตาอีกด้วย

เขาคือใครกัน ดารา? นักร้อง? หรือนักการเมือง?

แม้ชุดสูทราคาแพงบนกายแกร่งจะบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี แต่การมีบอดี้การ์ดคอยห้อมล้อมอยู่ใกล้ ๆ ถึงสี่ชีวิตนั่นแปลว่าเขาไม่น่าจะใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป

"สวัสดีครับ"

เสียงทุ้มนุ่มที่ข้างใบหูดึงให้บริ้งค์หลุดออกจากห้วงภวังค์แล้วหันมามองผู้มาใหม่ ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อย ๆ แทนคำทักทาย ขยับกายถอยหนีอย่างสุภาพเมื่ออีกฝ่ายบดเบียดจนเกินงาม แต่สุดท้ายก็โดนเพื่อนสาวดันให้กลับมานั่งในตำแหน่งเดิม

"ลองคุยดู ไม่โอเคก็ไม่ต้องแลกไลน์"

ขวัญข้าวโน้มเข้ามากระซิบแล้วขยิบตาหยอกล้อ ใช่ว่าเธอจะส่งเสริมให้เพื่อนหาแฟนจากสถานที่แบบนี้ แต่เพราะเห็นเพื่อนจ้องไปทางนั้นจนตาจะถลน เธอจึงแกล้งยุยงหวังให้เพื่อนเกิดแรงฮึกเหิมที่จะก้าวออกมาจากวังวนเก่า ๆ บ้าง

"ไม่รู้จะคุยอะไรอ่ะ"

บริ้งค์ส่ายหน้าแล้วสารภาพตามตรง แม้ใบหน้าจะเข้าขั้นสะสวยไม่ด้อยไปกว่าเพื่อน ๆ แต่ด้วยความยึดมั่นในรักครั้งแรก ทำให้ที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดเผื่อใจและเผื่อสายตาไปมองใครที่ไหน ดังนั้นสกิลในการเข้าสังคมกับเพศอื่นจึงเรียกได้ว่าน้อยนิดหากไม่ใช่คนรู้จักตั้งแต่แรก

"มาเที่ยวที่นี่กันบ่อยไหมครับ"

ชายหนุ่มพอมองออกว่าหญิงสาวทำตัวไม่ถูก เขาจึงหันไปพูดคุยกับคนอื่น ๆ หากแต่แววตาเป็นประกายนั้นจดจ้องดวงหน้าหวานอย่างไม่วางตา ยิ่งได้เห็นท่าทีหวงเนื้อหวงตัวและความไร้เดียงสาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องแต่งกายที่แสนเซ็กซี่ของหญิงสาวเขาก็ยิ่งรู้สึกถูกอกถูกใจ

"ขวัญกับเคทมาบ่อยค่ะ แต่คนนู้นน่ะนาน ๆ ทีจะมา"

"ถึงว่าไม่เคยเห็นหน้าเลย เราชื่อนนท์นะ แล้วนี่..."

"บริ้งค์ค่ะ อา ขอไปห้องน้ำก่อนนะ"

สายตาที่พุ่งมาหาทำให้บริ้งค์จำต้องบอกชื่อเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ก่อนจะเอ่ยอ้างพาตัวเองหนีออกจากวงสนทนาเมื่อความอึดอัดเริ่มก่อตัวจนกลัวว่าจะเก็บอาการไม่อยู่

 

ดวงตาหยาดเยิ้มช้อนขึ้นมองภาพใบหน้าแดงก่ำในกระจกเงาแล้วขมวดคิ้วแน่น ยกมือขึ้นตบข้างแก้มของตัวเองเบา ๆ เรียกสติ

"กำลังทำอะไรของแกอยู่วะเนี้ยบริ้งค์"

แม้จะเจ็บปวดเพราะแฟนหนุ่มจนนึกอยากประชดชีวิตด้วยการหาใครสักคนเข้ามารักษาแผลใจอย่างที่เพื่อนยุยง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจหนีความจริงได้ว่าใจมันยังไม่เปิดรับ

"สุดท้ายก็มูฟออนเป็นวงกลม"

หัวเราะเย้ยหยันในความจงภักดีที่มอบให้ผิดคนแล้วร่างบางก็ประคองตัว เดินโซเซออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวจรดลงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ข้อความหมายจะส่งไปบอกเพื่อนว่าตัวเธอจะขอออกไปรอที่รถ

แต่เพราะความไม่ทันระวังบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ปลายเท้ายกไม่พ้นในจังหวะกำลังก้าวข้ามพื้นต่างระดับ ผลคือร่างเสียหลักจนเซถลา ใบหน้ากระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของคนที่เดินสวนมาอย่างจัง

บริ้งค์ทำตาโตเมื่อพบว่าตัวเองกำลังซุกซบอยู่ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้า ความใกล้ชิดส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ลนลานดันกายออกจากอ้อมแขนแล้วละล่ำละลักเอ่ยขอโทษเสียงยานคาง

"ขะ..ขอโทษค่ะ"

ทว่าเมื่อเงยขึ้นสบสายตากับคู่กรณี สีหน้าเกรงอกเกรงใจก็หายวับไปในเสี้ยววิ ก่อนถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง หากแต่แววตากลับสะท้อนความเจ็บปวดออกมาอย่างปิดไม่มิด

"บี๋!"

บี๋พ่อง! บริ้งค์ได้แต่ร้องตะโกนตอบในใจ สะบัดตัวออกจากการกอดรัดของคนตรงหน้าทันควัน พลันอุณหภูมิในร่างกายก็พลันพุ่งสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนกอดอก สีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอยู่ไม่ไกล

ถึงวันนั้นจะมีเพียงแสงสว่างวาบที่สาดเข้ามาผ่านรอยแยกของผ้าม่าน แต่ใช่ว่าสายตาเธอจะมืดบอด มองแค่ปราดเดียวเธอก็จำได้ว่าหล่อนคือคนเดียวกันกับคนที่บังเอิญเข้าไปเจอ

"บี๋โกรธอะไรพี่คะ โทรหาก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ยอมอ่านไม่ยอมตอบ นี่ถ้าพี่ไม่เห็นในสตอรี่ พี่คงหาบี๋ไม่เจอ"

"หาทำไมคะ ของก็ไม่น่าขาดนะเพราะคนสนองยืนรออยู่ตรงนู้น"

บริ้งค์พยักพเยิดหน้าไปทางชู้รักก่อนแค่นหัวเราะเย้ยหยันเมื่อแวบหนึ่งเธอมองเห็นความตกใจฉายชัดบนใบหน้าคมคาย ตอกย้ำให้แน่ใจว่าเธอจำคนไม่ผิด

"บี๋ บี๋พูดอะไรแบบนั้นคะ พี่..."

"เก็บคำอธิบายไว้ไปพูดให้ควายฟังเถอะค่ะ! พี่คิดว่าบริ้งค์จะยอมโง่ซ้ำซากเหรอ คิดว่าบริ้งค์จะยอมเป็นของตายให้พี่หลอกไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ เหอะ! ถ้าชอบกินของแสลงแบบนั้นก็กินต่อไปเถอะค่ะบริ้งค์ไม่ว่า"

คำกระทบกระเทียบทำเอาอีกคนที่แอบฟังอยู่นาน ทนนิ่งต่อไปไม่ไหว ก้าวเข้ามาคล้องแขนแสดงตัวแล้วลอยหน้าลอยตาใส่อย่างย่ามใจ

"ถ้าฉันของแสลง แล้วอย่างหล่อนเรียกอะไร ของที่ผู้ชายเขากินไม่ลงงั้นเหรอ"

บริ้งค์กำหมัดแน่น สายตาดูถูกเหยียดหยามที่อีกฝ่ายใช้มองไล่ขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอยางหยาบคายทำเอาเธอเดือดดาลจนตัวสั่นเทา พลันร่างบางก็สะดุ้งเล็ก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออุ่นจัดที่แตะลงเหนือสะโพกอย่างแผ่วเบา

ใจดวงน้อยวูบไหวอย่างประหลาดในวินาทีที่หันไปสบกับนัยน์ตาสีนิลของคนด้านหลัง ตั้งท่าจะเบี่ยงตัวหลบให้เขาเดินผ่าน ทว่าพอนึกถึงสายตาดูแคลนเมื่อครู่ เธอก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน

ของที่กินไม่ลงงั้นเหรอ อย่างเธอเรียกว่าของขึ้นภัตตาคาร ไม่ใช่ของข้างทางที่หากินได้ง่ายต่างหากโว้ย!

คิดแล้วสองมือเรียวก็สอดแขนเข้ากอดรัดท่อนแขนแกร่งแน่นโดยไม่สนใจว่าชายหนุ่มจะมีสีหน้าอย่างไร ก่อนเอ่ยออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน

"มาตามบริ้งค์เหรอคะ"

มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความสะใจเมื่อเห็นอดีตคนรักชักสีหน้าไม่พอใจ มิหนำซ้ำชู้รักที่ชูคอท้าทายยังจดจ้องผู้ชายข้างกายเธอตาไม่กะพริบ อยากกินคนนี้เหรอ หึหึ โทษทีเธอเจอก่อน

"อย่าคิดว่าบริ้งค์จะจมปลักอยู่กับพี่แค่คนเดียว พี่มีใหม่ บริ้งค์ก็มีใหม่ได้เหมือนกัน!"

 

**************

น้องบริ้งค์คะ แน่ใจเหรอคะว่าจะยัดเยียดอะไรพวกนี้ให้คนข้าง ๆ 55555

 

ปล. เรื่องราวของพี่ติณณ์ จะเป็นไทม์ไลน์ทับซ้อนกับเรื่อง สัญญารักร้าย นะคะ ซึ่งช่วงนี้น้องเคทยังไม่ลงเอยกับพี่วินค่ะ

แจ้งไว้ก่อนเผื่อรี้ดที่ตามอ่านจะงงกัน ส่วนใครที่เพิ่งเข้ามาใหม่ แวะไปอ่านเรื่องของน้องเคทรอกันได้นะคะ ขายของ ๆ ฮี่ฮี่

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว