ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 79 เธอคงเป็นปีศาจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 79 เธอคงเป็นปีศาจ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 445

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2564 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 79 เธอคงเป็นปีศาจ
แบบอักษร

 “นารา.........” 

เสียงตะโกนของคนเป็นแม่ ทำให้เธอชะงัก นาราหันไปเห็นแม่ที่ปรี่เข้ามา  

คุณบุหงาหวังจะเข้ามาช่วยลูกสาวแต่เพราะข้าวของที่ถืออยู่ประกอบกับความเร่งรีบทำให้เธอสะดุดขาตัวเองอย่างไม่คาดคิด.........ข้าวของที่อยู่ในถาดบนมือเธอถูกสาดไปทางลูกสาวที่ยืนอยู่ กาน้ำชากระแทกเข้าที่หน้าของนารา น้ำชาร้อนๆ ถูกราดลงบนใบหน้าขาวของเธอ  

“กรี๊ด...” นารากรีดร้องและสะบัดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด นั่นทำให้เธอข้อเท้าพลิกและล้มลงกระแทกเข้ากับพื้นแทนที่จะตกลงไปในสระว่ายน้ำตามที่ตั้งใจ นาราล้มลงไปกระแทกพื้นกรวดที่ใช้ตกแต่งทางเดินรอบๆ สระแทน 

ตะวันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดยืนตัวแข็ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนภาพสโลว์โมชันที่เคยเห็นในหนัง 

แต่มันไม่ใช่หนัง มันเป็นเรื่องจริงและเสียงกรีดร้องของผู้หญิงทั้งสองคนนี้ก็เช่นกัน 

นาราที่นอนกรีดร้องอยู่บนพื้น ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด ข้างๆ มีคุณบุหงาที่พยายามลุกขึ้นแล้วเดินกะเผลกเข้าไปประคองลูกสาวขึ้นมา  

เสียงกรีดร้องและคร่ำครวญของสองแม่ลูก ทำเอาตะวันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  

โชคดีที่เจ้าหน้าที่โรงแรมวิ่งเข้ามาช่วยเหลือทำให้เขาสามารถพานารากับแม่ไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว 

แม่ของนาราแค่ข้อเท้าแพลง แต่ตัวนารานั้นกลับได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าของเธอเสียหายจากน้ำชาร้อนๆ ที่สาดโดนหน้าและแผลจากการกระแทกลงกับพื้น 

คุณบุหงานั่งเฝ้าลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าข้างหนึ่งของนาราถูกปิดด้วยผ้าพันแผล หมอบอกว่าผิวของนาราบางมากจนทำให้อาการบาดเจ็บค่อนข้างร้ายแรง 

แน่นอนว่าเธออยากจะโทษตะวันว่าเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ แต่เพราะเห็นเต็มตาว่าตะวันไม่ได้แตะต้องตัวนารา แต่เป็นลูกสาวของเธอเองที่สะดุดขาตัวเองจนล้ม และก็เป็นเธอเองที่ซุ่มซ่ามจนทำให้ลูกต้องเจ็บตัว ทั้งหมดนั้นทำให้เธอต้องเก็บปากเก็บคำไว้... 

หมอบอกว่านาราจะเสียโฉมอย่างแน่นอน แต่จะมากน้อยแค่ไหน จะบอกได้หลังจากรักษาแผลให้หายก่อน แล้วค่อยทำศัลยกรรมให้เธอ แค่คิดว่าใบหน้าสวยๆ ของนาราได้ถูกทำลายไปก็ทำให้ใจของเธอเจ็บแล้ว 

เธอหันไปมองนาราที่หมอต้องให้ยานอนหลับเพื่อทำให้เธอสงบลง 

ตั้งแต่เกิดเหตุจนมาถึงโรงพยาบาล นาราเอาแต่คร่ำครวญเรื่องความเจ็บปวดจากบาดแผลบนใบหน้าและความเจ็บปวดทางใจจากสิ่งที่ตะวันเพิ่งบอกเธอ 

ตะวันจะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ผู้หญิงคนนั้น เขาแกล้งลูกสาวเธอ  

ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะต้องการบีบให้นาราเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญาเอง 

เธอเคยรู้สึกเสียใจที่วางแผนลักพาตัวผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเธอต้องมาเสียใจที่ไม่ได้กำจัดผู้หญิงคนนั้นให้สิ้นซาก ปล่อยให้เธอกลายเป็นกำแพงขวางอนาคตของลูกเธอเอง 

ทำไมเธอถึงไม่ขอให้ซ้งฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะนะ 

ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้นสักคน นาราก็ไม่ต้องมาพบเจอกับเรื่องแบบนี้ 

บุหงามองลูกสาวที่นอนให้น้ำเกลืออยู่ แล้วค่อยๆ ลุกออกไปข้างนอก 

เธอโทรไปขอร้องให้ซ้งมาพบเธออีกครั้ง...... 

 

วันรุ่งขึ้น 

หลังจากแวะเข้าไปทำงานที่บริษัทแล้วตะวันก็ตรงไปที่โรงพยาบาลทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันอยู่เหนือความคาดหมายของเขา  

แม้สภาพบาดแผลบนใบหน้าของนาราจะทำให้เขารู้สึกสงสารเธอ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา 

เขาจะไม่ยอมให้เธอยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหนี้บุญคุณหรือเป็นข้อต่อรองได้อีก.... 

ตะวันเดินตรงไปห้องพักของนารา แต่ก่อนที่เขาจะเคาะประตู เสียงพูดคุยที่ดังมาจากหลังประตูก็ทำให้เขาชะงัก 

ภายในห้องพักผู้ป่วย คุณบุหงาที่กลัวลูกสาวจะตื่นมาได้ยิน ลากแขนซ้งมายืนคุยกันอยู่หน้าประตูห้อง 

“เพียงบุปผาเป็นมืออาชีพไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่อะไร? ดูหน้าของนาราสิ นี่เป็นผลการการทำงานที่ผิดพลาดของพวกคุณ” 

ซ้งหันไปมองนาราที่นอนหลับอยู่ในห้อง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

“ผมกลัวว่าทางนั้นจะสาวมาถึงเพียงบุปผา ถึงได้ให้คนอื่นทำแทน” 

ซ้งคิดว่าเป็นความผิดของเขาเองที่มัวแต่กังวลว่าตะวันจะสาวมาถึงพวกเขา ถึงไม่ลงมือเอง แต่กว่าจะรู้ว่าพวกมันทำพลาดจนตายยกแก๊งก็ไม่ทันการแล้ว  

เมื่อได้ยินสาเหตุที่นาราทะเลาะกับตะวันแล้ว เขาก็มองไม่เห็นทางที่เธอจะได้สมหวังกับเขา 

ถ้าฝ่ายชายทำถึงขนาดนี้แล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากแต่งงานด้วย  

แล้วนาราจะยังทู่ซี้แต่งกับเขาไปทำไม? 

“ทำไมคุณไม่บอกให้ลูกสาวตัดใจเสียล่ะครับ? มันอาจจะง่ายกว่านะ” 

ได้ยินแบบนั้นคุณบุหงาก็โกรธจนตัวสั่น เธอชี้มือไปที่ลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงแล้วเผลอเสียงดังใส่เขา 

“ดูแผลบนหน้าของนาราสิ เธอเจ็บถึงขนาดนี้แล้ว ยังต้องยอมตัดใจอีกเหรอ? ซ้ง...ฉันเชื่อใจคุณ ปล่อยให้คุณจัดการเรื่องผู้หญิงคนนั้น แต่คุณก็ทำพลาด แล้วตอนนี้คุณยังมาบอกให้ฉันยอมแพ้ พูดได้ยังไง” 

สีหน้าของคุณบุหงาตอนนี้ไม่เหลือเค้าของความอ่อนโยนอีกต่อไปแล้ว  

 

ที่ด้านนอกประตู 

ตะวันหันไปมองหน้าพฤตที่มาหยุดยืนข้างๆ เขา 

แววตาของพฤตที่หันมามองตาเขานั้นเต็มไปด้วยคำขอโทษ 

เขาคงได้ยินแล้ว...ว่าแม่ของเขาทำอะไรลงไป 

เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่หน้าห้องทำให้คุณบุหงากับซ้งต้องหยุดการสนทนา 

เธอนึกขึ้นมาได้ว่าลูกชายที่ลงไปซื้อของและตะวันอาจจะมาได้ทุกเมื่อ 

ทั้งคู่เงียบลงทันทีที่คุณบุหงาเปิดประตูห้องพัก ซ้งก็รีบเดินก้มหน้าออกไป เขาไม่สนใจว่ากำลังเดินสวนใครและไม่หันไปสบตาใครทั้งนั้น 

คุณบุหงาแอบถอนหายใจด้วยความโล่อก เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูเป็นลูกชาย แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตาเข้ากับตะวันที่ยืนอยู่หลังพฤต 

เธอรีบยิ้มให้แล้วปรี่เขามาจูงแขนเขา “มาแล้วเหรอตะวัน? รีบมาดูนาราสิ...........” 

“อืม” คำตอบรับที่แสนห้วนกับสีหน้าเย็นชาของตะวัน ทำเอาแม่ของนาราหน้าตึง 

แต่เพราะมัวแต่สนใจกับท่าทีของตะวัน ทำให้เธอไม่ได้สังเกตสีหน้าของลูกชายที่เดินเข้าไปในห้อง 

และถ้าเป็นปกติ แม้ว่าเขาจะเย็นชาใส่ เธอก็คงจะไม่พูดอะไร แต่เพราะหวังว่าตะวันจะสนใจไยดีนาราที่ต้องเสียโฉมให้มากกว่านี้ เธอก็เผลอตัวแสดงความโมโหใส่เขา  

“อืมเหรอ? นารานอนเจ็บอยู่แบบนั้น เธอพูดได้แค่นี้เหรอ?” เสียงตวาดของแม่ทำเอาพฤตรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ 

“แม่” เสียงเรียกของลูกชายกระตุ้นให้เธอรู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป แต่มันก็สายไปแล้ว เธอหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว 

“ฉันปล่อยให้นารามาถึงนี่ก็เพราะไว้ใจเธอ เพราะเชื่อว่าเธอจะดูแลนาราได้ แต่กลายเป็นว่าเธอเอาลูกสาวฉันไปทิ้งไว้ที่โรงแรม แล้วดูตอนนี้สิ ดูหน้าของเธอสิ ลูกสาวฉันเสียโฉมไปแล้ว เธอจะรับผิดชอบยังไง?” 

“ลูกสาวของฉัน ลูกที่น่าสงสาร ทั้งหน้าตาทั้งอนาคต ทั้งหมดต้องเสียไปเพราะผู้ชายอย่างเธอไง ถ้าเธอไม่หลอกให้นารารอมาตลอด ลูกสาวฉันก็คงได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ คงจะได้เจอคนที่รักเธอจริงๆ  ทั้งหมดนี้ เธอคิดจะรับผิดชอบมันบ้างไหม?” 

คุณบุหงาเหมือนคนเสียสติ เธอคว้าคอเสื้อตะวันไว้แล้วเขย่าอย่างแรง เธอเตะเหตุผลและสติสัมปชัญญะทิ้งไป เธอคิดถึงแต่นาราเท่านั้น นาราต้องสมหวังกับความรักของเธอ..... 

พฤตรีบเดินเข้ามาแยกแม่ออกจากตะวัน ยิ่งเห็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเธอ แม่ของเขาถูกนาราครอบงำไว้นานเกินไป เธอหมกมุ่นกับนาราจนลืมคิดถึงคนอื่น ลืมไปว่าทุกคนต่างก็มีสิทธิ์เลือกเส้นทางให้กับชีวิตของตนเอง 

คำพูดของแม่นาราบวกกับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินเมื่อสักครู่ทำให้ตะวันแทบอยากจะระเบิดออกมาแล้ว 

เขาพยายามกัดฟันและตอบเธอด้วยน้ำเสียงน่ากลัวว่า “ที่เธอต้องมานอนแบบนี้ก็เพราะตัวของเธอเอง และไม่ใช่แค่ครั้งนี้ด้วย แต่ทุกครั้งที่เธอต้องไปนอนในโรงพยาบาลก็เป็นเพราะตัวเธอเองทั้งนั้น” 

“ตะวัน...กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง” คุณบุหงาที่ถูกลูกชายยึดตัวไว้ตะโกนใส่ตะวันจนได้ยินไปทั่วห้อง 

“เธอให้ความหวัง หลอกให้นารารอมานานหลายปี แต่พอเจอผู้หญิงคนใหม่ก็สลัดนาราทิ้ง เธอยังมีจิตสำนึกอยู่หรือเปล่า?” 

“แม่..แม่พูดอะไรออกมา หยุดเถอะแม่” พฤตทำถึงขั้นพยายามยกมือขึ้นปิดปากคนเป็นแม่ แต่คุณบุหงากลับดิ้นไม่หยุดและหันไปต่อว่าเขาแทน 

“พฤต อย่าห้ามแม่ ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” 

“แม่ครับ คุยกันดีๆ เถอะ ตะวันเขาคงไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้หรอกครับ” 

“นี่แกเข้าข้างคนนอกเหรอ?” 

คุณบุหงาที่ตอนนี้โกรธจนแทบเสียสติหันมาตวาดใส่ลูกชายบ้าง 

ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ พฤตก็ตัดสินใจเอื้อมมือมาปิดปากแม่ไว้แน่น แล้วหันไปพูดกับตะวันแทน 

“ได้โปรดเข้าใจแม่ผมด้วยนะครับ คุณช่วยกลับไปก่อนได้ไหมครับ ถ้าแม่ได้สงบสติอารมณ์แล้วก็คงจะดีขึ้น” 

ตะวันจ้องไปที่ใบหน้าของคุณบุหงาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกแต่น่ากลัว 

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอสงบสติอารมณ์เสียเถอะ เพราะหลังจากนี้ ผมก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับแม่คุณเหมือนกัน” 

สายตาของตะวันทำเอาพฤตเริ่มกลัว เขากลัวว่าตะวันอาจจะทำอะไรแม่ของเขา 

ต่อให้ตะวันจะแต่งหรือจะทิ้งนารา เขาก็ไม่สนใจเลย แต่แม่ยังไงก็เป็นแม่ เขาปล่อยให้ตะวันทำอะไรแม่เขาไม่ได้ 

 

ตะวันก้าวเท้าออกมาจากห้อง สีหน้าของเขานั้นทั้งโมโหและสับสน สิ่งที่เขาบังเอิญได้ยินมันเกินจินตนาการ และเหนือความคาดฝันไปมาก  

เขาสาวเท้าเดินออกจากโรงพยาบาลไปพร้อมๆ กับความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว 

แม่ของนาราเป็นคนบงการลักพาตัวอัยย์อย่างนั้นเหรอ? 

แน่นอนว่าหลังจากเกิดเรื่องลักพาตัว เขาก็คาดการณ์ไว้มากมาย เขาเอาแต่โทษตัวเองและคิดว่าผู้บงการอาจจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจหรือศัตรูของเขาเอง คิดว่าตนเองอาจจะเป็นสาเหตุให้อัยย์ต้องตกอยู่ในอันตราย 

แต่เขาคิดไม่ถึง...คิดไม่ถึง.....ว่าจะเป็นแม่ของนารา.......... 

 

ตะวันไม่พูดไม่จา เขาเดินตรงดิ่งขึ้นไปนั่งบนรถแล้วกลับไปที่บ้าน  

เขาเดินผ่านคุณอำภาที่ยืนมองอยู่ ตรงขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วเข้าไปนั่งในห้องทำงาน  

ตะวันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานแล้วพยายามนิ่งคิด 

อะไรทำให้ผู้หญิงคนนั้นทำได้ถึงขนาดนี้ เธอทำมันลงไปเพราะนาราอย่างนั้นเหรอ? 

“เพียงบุปผา” ตะวันพึมพำชื่อนั้นออกมา เขารู้ดีว่าตระกูลเพียงบุปผาทำธุรกิจแบบไหน และก็รู้ว่าแม่ของนารามาจากครอบครัวนั้น แถมยังตัดขาดกันไปแล้ว 

อะไรทำให้ผู้หญิงที่เคยอ่อนโยนแบบนั้นสั่งทำเรื่องร้ายกาจแบบนี้ได้นะ? 

ทุกอย่าง...มันเริ่มต้นที่ตรงไหน? 

ตะวันเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน ที่นั่นใต้หนังสือเล่มโตมีรูปถ่ายใบเก่าถูกซ่อนไว้ 

เขาเหม่อมองรูปแล้วคิดทบทวนถึงจุดเริ่มต้น 

จุดเริ่มต้นระหว่างเขากับนารา........ 

แต่ทว่า........... 

ตะวันสังเกตเห็นบางอย่างในรูป บางอย่างที่ตัวเขาเองไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน  

นอกจากเขาและนาราที่ยืนอยู่กลางภาพแล้ว ยังมีเด็กคนอื่นๆ ในบ้านเด็กกำพร้า และมีเด็กคนนั้น 

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของภาพ เด็กที่เขาอาจจะมองไม่เห็น ถ้าไม่ได้สังเกตภาพให้ดี เด็กผู้หญิงที่มีสร้อยเส้นเล็กๆ อยู่บนคอ... 

สร้อยเส้นเล็กๆ....แบบเดียวกับที่นาราบอกเขาว่าเป็นของเธอ 

ทำไมเด็กคนนั้นถึงได้มีสร้อยเส้นนั้นล่ะ 

สร้อยเส้นนั้นมันเป็นของใครกันแน่ 

ของนารา...........หรือว่า.......ของเด็กคนนั้น 

ตะวันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัย  

เขาสงสัยว่าสร้อยที่นาราเฝ้าพร่ำบอกให้เขาตามหาเป็นของเธอจริงๆ หรือ? 

ที่ผ่านมา...เธอหลอกให้เขาตามหาสร้อยที่ไม่มีอยู่จริง สร้อยที่ไม่ใช่ของเธอ ใช่หรือไม่? 

ตะวันเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วกระแทกหัวเข้ากับพนักพิงเบาๆ เขาหลับตา แล้วพยายามเรียบเรียงความคิดของตัวเอง 

ตอนนี้เรื่องที่เขารู้อย่างแน่นอนก็คือ.............แม่ของนาราร่วมมือกับครอบครัวตัวเองทำการลักพาตัวอัยย์ 

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เขาต้องการรู้คำตอบก็คือ..........นาราโกหกเขาเรื่องสร้อยใช่หรือไม่  

และถ้าเธอโกหก มันก็คงไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เธอโกหกเขา 

ตะวันปรายตามองไปที่รูป เขาเบือนหน้าหนี หลับตาแล้วกำหมัดแน่น  

จินตนาการที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างในหัวทำให้เขาเริ่มกลัว เขากลัวจินตนาการของตัวเอง 

กลัวว่าจินตนาการเหล่านั้น มันจะกลายเป็นเรื่องจริง 

เขาจินตนาการว่านาราโกหกเขาเรื่องสร้อยคอและโกหกว่าได้ช่วยชีวิตเขาไว้ 

ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก ความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ และความอึดอัดที่เขาต้องเผชิญมาตลอดหลายปี 

มันคืออะไร............. 

ถ้านาราโกหกมาตั้งแต่แรก ถ้าเธอหลอกทุกคนมาตั้งแต่เด็ก 

ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนแล้ว............เธอคงเป็นปีศาจ 

ปีศาจที่เขาอยากจะฆ่าให้ตายด้วยสองมือของเขาเอง 

 

 

……………………………………………………………… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว