facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ของเล่นดารา 10

ชื่อตอน : ของเล่นดารา 10

คำค้น : ของเล่นดารา 10

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2564 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ของเล่นดารา 10
แบบอักษร

ตอนที่10 

#ของเล่นดารา 

 

 

 

เป็นเพราะตึงใส่กันมาตลอดทางดังนั้นเมื่อกลับมาถึงห้องบรรยากาศระหว่างพวกเขาถึงยังคงอึดอัด ใต้หล้านั่งอยู่บนโซฟาในขณะที่คลื่นเดินผ่านหน้าของเขาไปมาเพราะกำลังถอดเปลี่ยนเสื้อผ้า เหลือบมองไปยังนาฬิกามุมห้องพบว่าเป็นเวลาหกโมงเย็น ท้องของใต้หล้าเริ่มร้อง ถือเป็นช่วงที่ร่างกายของเขาต้องการอาหารมื้อเย็น ถึงอย่างนั้นแล้วไม่ยอมพูดหรือบอกเจ้าของห้อง มองหน้ากันไปมาโดยที่ในตอนนี้คลื่นเปลี่ยนมาเป็นการยืนกอดอก เหมือนกำลังเล่นสงครามประสาทว่าจะเป็นฝ่ายของใครที่ต้องเริ่มชวนคุยก่อน ..โครกกก.. เสียงท้องร้องของใต้หล้าเสมือนสิ่งที่ทำให้เขาได้รับความพ่ายแพ้ เมื่อเห็นว่าคลื่นยกยิ้มมุมปากทั้งยังเลิกคิ้วมอง

 

“ฉันหิวข้าว” ในที่สุดใต้หล้ายอมแพ้ ความหิวทำให้เขาเลือกจะยอมทุกอย่าง

“ถ้าไม่คิดจะหาอะไรมาให้กินงั้นก็ให้ฉันกลับบ้าน...จะพามาทำไมก็ไม่รู้”

“ขอข้าวคนอื่นกินควรพูดจาดีกว่านี้”

“อะไร? นายเป็นคนพาฉันมาห้องนายเองแล้วจะปล่อยให้หิวหรือไง”

 

“ไหนบอกให้คนอื่นพูดดีๆ ด้วยแต่ตัวเองมาขึ้นเสียงใส่ผมแบบนี้” โดนคลื่นสวนมาแบบนี้ใต้หล้าชะงัก เขาเลิ่กลั่ก

“ฉันไม่ได้ขึ้นเสียง เสียงฉันมันเป็นแบบนี้เอง”

“.......” การที่คลื่นเงียบทำให้ใต้หล้าทำตัวไม่ถูก อารมณ์เหมือนอีกฝ่ายกำลังให้โอกาสใต้หล้าได้พูดอีกครั้งว่าในรอบนี้จะน่าฟังมากกว่าเดิมขึ้นสักแค่ไหน นั่นทำให้คนอายุมากกว่าหน้างอ มันทำเหมือนเขาเป็นเด็กทั้งที่เขาอายุมากกว่ามันตั้งสามปี แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ช่วยไม่ได้ หากไม่ทำอะไรสักอย่างมีหวังต้องอดตาย

 

“ฉันหิวข้าว” ยังคงเป็นประโยคเดิมแต่น้ำเสียงดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก

“แล้วผมต้องทำไง?”

“ก็ไปทำกับข้าวมาสิ”

“ผมไม่ใช่คนใช้”

“ฉันจะช่วย...ช่วยกันทำ” สุดท้ายหาทางออกจนเจอสำหรับความวุ่นวายจนเกือบจะทะเลาะใส่กันอีกรอบ ใต้หล้าเดินตามคลื่นเข้ามาภายในห้องครัว บอกตามตรงว่าการทำอาหารเป็นอะไรที่เขาไม่ถนัดมากที่สุด อย่างมากก็ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือไม่ก็ไข่เจียวเท่านั้น เคยทำกับข้าวจริงจังเสียที่ไหน

 

“ฉันไม่กินมันหมู” ใต้หล้ายืนชะเง้อมอง

“นั่นของชอบผม เสียใจด้วย”

“มันทำให้อ้วน ไม่รู้หรือไง...ฉันไม่กินด้วยหรอกนะบอกไว้ก่อน”

 

“คุณต้องกินทุกอย่างที่ผมทำ”

“นายบังคับฉัน”

“ใช่ ผมบังคับคุณ” ใต้หล้าพูดไม่ออก เขารู้ว่าสถานะของตัวเองไม่สามารถพูดอะไรมากมายได้นัก สุดท้ายเลยกลับมานั่งเท้าแขนรอที่โต๊ะอาหารแม้ในตอนแรกบอกว่าจะช่วยกันทำมื้อเย็นก็เถอะ ตอนนี้ต่างคนต่างเงียบ เพราะคลื่นกำลังจดจ่ออยู่กับการทำอาหารที่คนอย่างใต้หล้าไม่ถนัดเอาเสียเลย ..พรึ่บ.. แต่แล้วถุงผักสดถูกโยนลงต่อหน้า

 

“หั่นผัก ทำตัวให้มีประโยชน์หน่อย”

“ฉันใช้มีดไม่เป็น” ใต้หล้าไม่จับมีดทำอาหาร แม่เขาไม่ให้ยุ่งกับอะไรที่เสี่ยงเจ็บตัวแบบนี้หรอก

“โง่มากสุดก็แค่นิ้วขาด...อย่าพูดเยอะ จะกินหรือไม่กิน”

“ฮึ่ย” สุดท้ายก็ต้องยอมคลื่น เขาถอนหายใจฟึดฟัดแต่มือคว้าผักไปล้างก่อนจะยกทั้งเขียงและมีดกลับมายังที่เดิม ใต้หล้านั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ตั้งใจหั่นผักมากแบบแทบจะเอาไม้บรรทัดมาวัดขนาด ขณะนั้นแอบเงยหน้ามองคลื่นเป็นระยะเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็กำลังยืนมองเขาอยู่เช่นกัน สายตาแบบนั้นที่ทำให้ใต้หล้าทำตัวไม่ถูก เขาเหมือนสติหลุดไปพักหนึ่ง ..ฉึบ..

 

“โอ้ย!” แล้วก็นั่น ผิดคาดที่ไหน ก็ถึงบอกไงว่าเพราะแบบนี้แม่ถึงไม่ให้เข้าครัว!

“มีดบาดฉัน!” ใต้หล้าตะโกนแต่การที่คลื่นยืนหัวเราะมันทำให้คนตรงนี้ยิ่งหน้าบึ้ง คลื่นไม่ได้มีท่าทางตกใจเลยแม้แต่น้อย แถมยังทำเพียงพเยิดหน้าไปทางลิ้นชักชั้นล่างของเคาท์เตอร์ภายในห้องครัว คนตัวขาวรีบกุมนิ้วที่ชุ่มเลือด แผลไม่ได้ลึกมากแต่ก็มีเลือดพอสมควร ภายในลิ้นชักที่คลื่นบอกมีพลัสเตอร์อยู่ ใต้หล้าล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แล้วจบลงที่นิ้วชี้มีพลัสเตอร์พันรอบ

 

“จะไปไหน หั่นผักเสร็จแล้วหรือไง” แถมพอจะหนีคลื่นยังเรียกไว้สุดท้ายเลยต้องกลับมานั่งหั่นผักต่อทั้งที่หน้าตาหงิกงอ แต่ในรอบนี้ใต้หล้าทำมันได้ถนัดมากขึ้น อย่างน้อยเขาก็รู้ระยะว่าต้องเว้นนิ้วห่างจากมีดมากแค่ไหนเพื่อไม่ให้ได้แผลอีก ใต้หล้าทำหน้าที่ภายในครัววันนี้ได้อย่างลุล่วง พอได้ลองทำอาหารเองแล้วแทบอยากจะกลับไปขอบคุณป้าแม่บ้านรวมถึงร้านอาหารทั้งหมดที่ช่วยทำกับข้าวแสนอร่อยที่วิธีการโคตรจะยุ่งยากให้ใต้หล้าได้กิน

 

กับข้าววันนี้มีสามชั้นทอดน้ำปลาที่คลื่นบอกว่าชอบ แต่ใต้หล้าไม่ชอบ

มีกระเพราหมูกรอบไม่ใส่พริกที่ใต้หล้าทานได้ แต่ไม่ชอบ เพราะมันอ้วน

แล้วก็มีผัดผัก ที่ใต้หล้าทานได้ แต่ก็ไม่ชอบเช่นกัน

 

“เคยกินหรือไงถึงบอกว่ามันไม่อร่อย” เพราะใต้หล้าเอาแต่เขี่ยจานผัดผักไปมาคลื่นเลยตั้งคำถาม

“แม่บอกว่ามันไม่มีประโยชน์ และฉันไม่กินของไม่มีประโยขน์”

“มันไม่ได้ทำให้คุณอ้วนได้ภายในวันเดียวหรอกนะ”

 

“แต่มันก็ทำให้อ้วนได้”

“เพราะงั้นเขาถึงต้องมีการออกกำลังกายไง”

“ฉันไม่ชอบออกกำลังกาย เหนื่อย ไม่ชอบใช้กำลัง”

 

“มันเหนื่อยน้อยกว่าตอนเอากับผมอีก” ใต้หล้าเงียบ จู่ๆ รู้สึกเหมือนเป็นใบ้ ได้ไง คลื่นพูดเรื่องแบบนี้หน้าตาเฉยได้ยังไง ..กึก.. เลือกไม่ตอบ ไม่สนใจ ไม่รู้ว่าควรทำอะไรจนจิ้มส้อมในมือลงบนหมูสามชั้นที่บอกว่าไม่มีวันคิดจะนำเข้าปาก ..งับ.. สัมผัสแรกที่ทำให้ใต้หล้าเริ่มเคี้ยว เขาชะงัก แอบยื่นมือไปตักมาอีกชิ้นเงียบๆ แถมยังทำเป็นไม่เห็นว่าคลื่นกำลังมองอยู่

 

“อ้วนแน่” แถมไอ้ปากหมายังแซวมาแบบนี้ ทำเอาใต้หล้ากระชับส้อมในมือ

“ก็ไหนนายบอกว่าออกกำลังกายก็ผอม”

“อ้วนเป็นหมูแน่” แถมนอกจากจะไม่ตอบแล้วคลื่นยังกวนประสาทต่อ ใต้หล้าเลยชักสีหน้าใส่ คราวนี้ลองหันไปตักหมูกรอบเข้าปากดูบ้าง ซึ่งมันทำให้เขานิ่งลงอีกครั้ง ให้ตายเถอะนะ อาหารอร่อยขนาดนี้ทำไมแม่จะต้องห้ามเขาด้วย ของอร่อยมักจะไม่มีประโยขน์สินะ

 

“กินเสร็จล้างจานด้วย” แต่แล้วคำสั่งใหม่จากคลื่นดังขึ้น

“มือฉันจะลอกถ้าโดนน้ำยาล้างจาน”

“ผมมีถุงมือให้ใส่” ใต้หล้าจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

 

“ที่บ้านฉันมีเครื่องล้างจาน ทำไม่เป็นหรอก”

“ข้ออ้างเยอะจริงนะ”

“ก็ทำไม่เป็นจริงๆ”

“พวกลูกคุณหนู” เป็นคำด่าที่ทำให้ใต้หล้าหน้างอ เกิดมาเขาก็ได้ยินแต่คำนี้จนรู้สึกไม่ถูกว่าควรจะโกรธหรืออะไรกับมันดี ใต้หล้าไม่ปฏิเสธก็ได้ว่าเขาเป็นแบบนั้นจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมองไม่ออกว่าทำไมจะต้องเอามาใช้ว่าคนในเชิงลบด้วย

 

“สรุปยังต้องล้างจานไหม”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวให้แม่บ้านขึ้นมาจัดการ...ยังไม่อยากต้องซื้อจานใหม่”

“งั้นแล้วฉันกลับได้ยัง?” คำถามนี้ที่คลื่นหันมามองใต้หล้าอย่างพิจารณา

 

“ปกติมาห้องผมจะต้องทำอะไรก่อนถึงจะกลับได้นะ”

“แต่วันนี้ฉันไม่สบาย”

“ผมต้องเห็นใจคุณใช่ไหมเนี่ย”

 

“บริษัทหน้าเลือดแค่ไหนเขาก็ยังมีลาป่วยเลย” คลื่นแอบยิ้ม ใต้หล้าต่อปากต่อคำเก่งเอาเรื่องเลยทีเดียว

“ก็ได้ งั้นวันนี้ผมให้คุณลาป่วย..กลับบ้านได้ แต่ผมไม่ไปส่งนะ”

“งั้นจะลากมาทำไมตั้งแต่แรก” ประโยคนี้ใต้หล้าพึมพำ เขาหันไปล้างมือหลังจากทานอาหารเสร็จ เดินไปยังห้องโถงขนาดกว้างเพื่อหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ คาดว่าคงต้องให้ที่บ้านมารับเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว

 

..ครืดดครืดดดด.. แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ดัง ใต้หล้าจึงหยุดเดินก่อนเพื่อรับสายจากเบอร์แปลก

“ใครน่ะ”

[ผมเองครับ คุณอาการดีขึ้นแล้วหรือยัง] ใต้หล้าคุ้นเสียงแต่ยังไม่มั่นใจ

“ใคร? เจอโรมเหรอ”

 

[ดีใจจังที่คุณจำผมได้]

“นายมีเบอร์ฉันได้ยังไง”

[ขอจากผู้กำกับครับ ขอโทษด้วยที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวตรงนี้แต่พอดีผมกังวลเรื่องที่คุณไม่สบาย]

“ฉันหายดีแล้ว...อีกอย่างก็ไม่ได้เป็นอะไรมากตั้งแต่แรกเพราะก็แค่...” ..หมับ.. โทรศัพท์ถูกแย่งไปทั้งที่ปากยังพูดอยู่

คลื่นกดตัดสายอย่างถือวิสาสะแถมยังขยับโทรศัพท์หนีเมื่อใต้หล้าจะคว้าเอาคืน

 

“อะไรของนาย”

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว คืนนี้คุณต้องค้างห้องผม”

“ไหนว่าให้ลาป่วยไง”

“ก็ลาป่วย แต่ต้องนอนห้องผม”

“แบบนี้ลาป่วยตรงไหน” ใต้หล้าเริ่มโวยวาย พนักงานอย่างเขากำลังถูกเจ้านายเอาเปรียบ

 

“เราจะไม่มีอะไรกัน คุณใช้ห้องเล็กตรงชั้นล่างได้”

“แล้วทำไมไม่ให้ฉันกลับบ้าน”

“คืนนี้คุณต้องอยู่ภายในคอนโดผม กันออกไปนัดเจอผู้ชายคนอื่น”

“โอ้ย ดูละครเยอะไปหรือไง” คลื่นไม่ฟัง ไม่สนใจเสียงพูดไม่หยุดจากคนด้านหลัง สุดท้ายใต้หล้าต้องเข้ามานั่งแหงกภายในห้องนอนเล็กที่เหมือนจะใช้เป็นห้องรับแขก แม้ปากจะเรียกว่าห้องเล็กแต่เอาเข้าจริงขนาดของมันไม่ได้ตรงตามชื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกครบคัน ถึงอย่างนั้นแล้วใต้หล้ายังไม่พอใจเท่าไหร่ แบบนี้ไม่ต่างจากถูกขัง

 

เขานั่งหน้าบึ้งกอดผ้าขนหนูหลังจากที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ..แกร๊กก.. กระทั่งประตุห้องนอนถูกเปิดเข้ามา

..กึก.. และแผงยาจำนวนสามสี่อันที่ถูกโยนลงบนตักของใต้หล้า คนป่วยอย่างเขาไม่พูดเยอะ คลื่นเข้าเอายามาให้แล้วก็เพียงเดินกลับออกไป ไม่มีอะไรที่เกินเลยไปมากกว่านั้น เพราะถ้าเอาตามความจริงแล้วตั้งแต่รู้จักกันมาคลื่นถือเป็นคนที่รักษาคำพูดคนหนึ่ง ฉะนั้นแล้วคืนนี้ใต้หล้าก็น่าจะไว้วางใจได้เลยว่าจะไม่มีเรื่องอย่างว่าเกิดขึ้น

 

เขานอนหลับสบาย เตียงนุ่มมากแถมกลิ่นห้องยังหอมอีกด้วย ..โครกกก... แต่เอาอีกแล้ว ความหิวเรียกให้คนบนเตียงตื่นด้วยท่าทางหงุดหงิด หิวบ่อยเกินไปแล้วในเวลาตีสองแบบนี้ อะไร? นี่เขากำลังจะอ้วนเป็นหมูแบบที่คลื่นล้อเหรอ

..แกร๊กกก.. แอบเดินย่องออกมาจากห้อง ใช้ไฟโทรศัพท์ส่องตอนเดินแล้วเข้ามาเปิดไฟดวงเล็กในครัวทีเดียว

“มีแต่เค้ก” ใต้หล้าเสียงอ่อน เขาเป็นพวกไม่ทานเค้กเลยเพราะอย่างที่บอกว่ามันเป็นของที่ทำให้อ้วน

..โครกก!.. แต่ท้องก็ยังร้องอีก ร้องแรงมากจนปวดเพราะหิวจนใต้หล้าต้องกุมหน้าท้องตัวเองเอาไว้ สุดท้ายแล้วอดีตดาราดังไร้ทางเลือก เวลาตีสองที่หอบเค้กออกมาจากตู้เย็นแล้วตักกินด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

 

“หืม” แต่แล้วเขาตาโต ความอร่อยของไอ้ก้อนขนมปังเคลือบครีมกำลังทำใต้หล้าแทบคลั่ง

ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะอร่อยขนาดนี้!

“อร่อยจัง” พูดเองก็กระดากปาก เขาหลงรักไอ้ก้อนครีมสีขาวที่เหมือนนุ่มฟูยังกับหิมะละลาย แต่แล้วตาโตขึ้นเหมือนนึกอะไรได้ หากจำไม่ผิดเมื่อกี๊ที่เปิดดูในตู้เย็นใต้หล้าแอบเห็นขวดวิปครีมที่อยู่มุมตู้

“นี่ไง” ไวทันความคิดใต้หล้ากลับไปหยิบในสิ่งที่ต้องการ เขาเงยหน้าก่อนบีบวิปครีมเข้าปากโดยตรง

ใต้หล้าดื่มด่ำกับเจ้าก้อนสีขาวนุ่ม เขาเหมือนหัวขโมยที่แอบกินของอร่อยโดยไม่บอกเจ้าของ

 

“ไหนว่ากลัวอ้วน” กระทั่งเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ใต้หล้าสะดุ้ง หันกลับไปอีกครั้งหน้าก็ปะทะเข้ากับแผงอกของคนที่เดินเข้ามาประชิดตัว คลื่นแย่งขวดวิปครีมออกจากมือเขาไปแล้ว ส่วนใต้หล้าทำสายตาระห้อยเพราะยังกินไม่อิ่ม

“ฉันจะซื้อมาคืน ขอกินหน่อย” คลื่นไม่ตอบ แต่ยกมือเกลี่ยริมฝีปากของคนตรงหน้า

 

รู้ตัวอีกทีกลีบเนื้อนิ่มถูกช่วงชิม รสจูบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว คลื่นสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับเรียวลิ้นของเขาเหมือนต้องการจะแย่งรสชาติของเจ้าวิปครีมกลับคืน ใต้หล้ายืนนิ่ง เผยอปากรับจูบของอีกฝ่ายเพราะเอาเข้าจริงเขาคุ้นชินกับมันมาก

 

“ตะกละ กินยังไงให้เลอะแบบนี้” หลังจากถอนจูบออกไปคลื่นใช้นิ้วโป้งปาดครีมมุมปากของใต้หล้า

ไม่ใช่ปาดออก แต่อีกฝ่ายกลับเลือกจะปาดมันขึ้นจนเลอะเป็นทางยาวกับแนวแก้มขาว

ถึงตรงนี้แล้วใต้หล้าใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก ..แพล็บ.. เมื่อปลายลิ้นร้อนเปลี่ยนตำแหน่งมาตามเลียแก้ม เลียขึ้นตั้งแต่ริมฝีปากของใต้หล้าแล้วจรดดูดลงบนคราบวิปครีมบนเนื้อแก้มขาว มือเรียวขย้ำเสื้อนอนของตัวเอง ใต้หล้ายังคงยืนนิ่ง เขาหอบหายใจไม่เป็นจังหวะเมื่อความวาบหวามที่ได้รับจากปลายลิ้นร้อนกำลังไล่ตามตำแหน่งริมฝีปากของเขา

 

“หึ” แต่แล้วคลื่นหยุดลงกลางคัน ทั้งยังถอยหนีออกไปพร้อมกับขวดวิปครีมในมือ

“เอาคืนมา”

“ก็ตามมาเอาสิ” ใต้หล้ารู้ดีว่ามันคงไม่ได้จบลงแค่การตามไปเอาขวดวิปครีมแน่

แต่ถึงอย่างนั้นแล้วสองขายังเดินตามคลื่นไป เขาอารมณ์ติดไวเสมอกับการเล้าโลมของอีกฝ่าย

 

“ไง” คนตัวสูงกำลังส่งเสียงทักทายส่วนใต้หล้าหยุดยืนนิ่งที่ปลายเตียงของคลื่น เขาไม่ได้พูด มีเพียงการมองตากันโดยที่ทางเจ้าของร่างสูงมีรอยยิ้มมุมปากอยู่ตลอด เมื่อใต้หล้าทำท่าจะเข้าไปถึงตัวคลื่นก็ถอยหนีจนแผ่นหลังติดเข้ากับหัวเตียง บังคับให้ใต้หล้าต้องก้าวขาคลานตามขึ้นไปด้านบน แล้วในที่สุด

 

..หมับ..! ร่างกายบางนั่งคร่อมอยู่บนตักของคลื่นโดยที่รอบเอวก็ถูกแขนแกร่งกอดล็อคอยู่

ใต้หล้าไม่สบตา มองเลยไปบนหัวเตียงอย่างไม่อยากยอมรับเท่าไหร่นักว่ากำลังจะทำอะไรกัน

 

“อันนี้อะไร” ใต้หล้าทำถามเรื่องอื่นแม้ในเวลานี้สันจมูกโด่งจะกำลังคลอเคลียสูดดมลำคอของเขา

“ลองกดสิ” เมื่อคลื่นบอกแบบนี้ใต้หล้าเลยลองกดลงไปบนรีโมตอันเล็กบนหัวเตียง ..พรึบ.. สีไฟในห้องนอนเปลี่ยน แท้จริงแล้วเจ้าสิ่งตรงหน้าคือปุ่มเอาไว้ควบคุมแสงของไฟนั่นเอง ปกติมีอะไรกันคลื่นเลือกเปิดแต่สีแดงเสมอ มันเร้าใจก็จริง เงาสะท้อนที่ผนังห้องตอนอีกฝ่ายขยับเข้าออกภายในตัวเขา แต่ถึงอย่างนั้นใต้หล้าก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง

 

“ฉันเลือกสีได้ไหม” ขออนุญาตเจ้าของก่อน

“อืม” จนเมื่อคลื่นตอบตกลงใต้หล้าถึงได้เริ่มเล่นตามใจ กลายเป็นว่าตอนนี้นั่งกอดกันโดยที่คลื่นก็กำลังก้มมองคนบนตักที่นั่งกดรีโมต ใต้หล้ากดเปลี่ยนเป็นไฟสีเขียว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า และสีม่วง ระหว่างนั้นเงยหน้ามองดูคลื่นด้วยว่าตอนแสงไฟสีอื่นกระทบใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นออกมาแบบไหน เขามีรอยยิ้มกันนิดหน่อยโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

 

จนเมื่อเลื่อนมาเป็นไฟสีชมพูใต้หล้าหยุดนิ่ง

คลื่นเลิกคิ้วเหมือนถามส่วนใต้หล้าพยักหน้าว่าต้องการแสงไฟสีนี้ เขาวางรีโมตในมือคืน

 

..หมับ!.. ก่อนหลังจากนั้นที่ร่างกายถูกคลื่นพลิกให้นอนลงบนเตียงโดยมีอีกฝ่ายตามคร่อม

คลื่นบีบวิปครีมใส่บนแก้มหนึ่งจุด บนปากหนึ่งจุด แล้วยังมีตามช่วงลำตัว

“อ่าา” ตรงหัวนม เสียว...

 

# # # # # # # # # #

เปงหมากันทั้งหมกกกก

ลูกสาวไม่รักดี55555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว