จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 15:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7
แบบอักษร

อี้หรง

"จื้อเหยียน เจ้าเอาชายาข้าไปไว้ที่ไหน"

ผมรีบหันหลังให้ซ่านหยวน ถึงจะดีใจมากที่เขามาตามแต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาจริงๆ

"ที่นี่ไม่มีชายาของเจ้า" ไอ้จิ้งจอกพูดเสียงเย็นชา คนละอารมณ์กับตอนที่ซ่านหยวนมารอบแรกเลย

"หรงเอ๋อ มีอะไรกลับไปคุยกันที่วังดีหรือไม่" ซ่านหยวนอ้อนวอน 

"ข้าไม่กลับ" ผมพูดโดยที่ไม่มองซ่านหยวน

"หรงเอ๋อ" ซ่านหยวนก้าวหลีกจื้อเหยียนก้าวมาถึงตัวผม

"เจ้าร้องไห้" ซ่านหยวนคราง

"ไม่มีเรื่องใดเกี่ยวกับท่าน" ผมปาดน้ำตา เจ็บใจตัวเองชมัด ทำไมน้ำตาไม่หยุดไหลฟะ

"หรงเอ๋อ ข้าไม่รู้ว่าข้าทำเรื่องใดให้เจ้าไม่พอใจ ขอร้องล่ะ กลับวังกับข้า" พอได้ยินคำนี้ผมปรี๊ดแตกทันที

"เจ้าไม่ต้องมาหาข้าจนกว่าเจ้าจะรู้" ผมตะคอกซ่านหยวนแล้วผลักเขาออก

"ปล่อยข้า" ผมพูดเสียงเย็น

"ไม่ ข้าไม่ปล่อย" ซ่านหยวนกอดผมไว้แน่น

"ดี"  ผมพูดเสียงเหี้ยมแล้วจี้สกัดจุดซ่านหยวน พริ้วตัวเองออกมาสวยๆ

"ท่านพ่อ ข้ารบกวนท่านหาคนไปส่งองค์ชายสี่ที่วังด้วย พี่จื้อเหยียน กรุยชีพจรท่านแม่แค่รอบเดียวแล้วท่านก็ไปพักได้ วันนี้ห้ามใครมายุ่งกับข้าอีก ไม่งั้นข้าจะกลับหุบเขามังกรร่อน" ผมสะบัดหน้าเข้าห้องอย่างอารมณ์เสีย ไม่สนใจใครอีก

 

ผมอยู่ในจวนแม่ทัพมาครบเดือนแล้ว ท่านแม่อาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนเรื่องไปถึงฮ่องเต้ ท่านจึงโปรดให้ท่านแม่พาผมเข้าวังพรุ่งนี้ ระบุว่าให้ไปทั้งครอบครัว พี่จื้อเหยียนบอกว่าท่านแม่คือองค์หญิงซูฉายเป็นน้องของฮ่องเต้ที่เกิดจากแม่เดียวกันคือเกิดจากไทเฮานั่นเอง ทูลลาจากตำแหน่งองค์หญิงมาแต่งงานกับท่านพ่อ ซึ่งเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจจนได้อวยยศเป็นเจ้าอินทรีย์ มีสถานะเทียบเท่าเชื้อพระวงศ์ ท่านพ่อจะไปชายแดนปีละหกเดือน ส่วนพี่จื้อเหยียนก็เป็นรองแม่ทัพ ยังไม่ได้แต่งงาน เมื่อผมถาม มันก็บอกว่า

"ข้าต้องอยู่จนเจ้าออกเรือนก่อน ข้าจึงจะวางใจได้" ผมอยากจะเอาพุงมันทำฝักกระบี่มาก 

หลังจากโดนสัมภาษณ์ว่าอยู่บนเขากับท่านตาได้เรียนอะไรมาบ้างก็ถูกทดสอบความสามารถจากท่านพ่อท่านแม่ผู้ล้ำเลิศของผม ซึ่งท่านอยากจะขอบคุณท่านตามากมายที่สอนให้ผมเป็นยอดหญิง?

นอกจากอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่แล้ว พอท่านงีบตอนบ่าย ผมก็จะออกไปฝึกวิชา ทหารในจวนมีเยอะแยะ ตอนแรกก็หาคู่ซ้อมง่ายอยู่หรอก พอผมคิดถึงหน้าซ่านหยวนเผลอฟาดคู่ซ้อมจนสลบบ่อยๆก็ไม่มีใครอยากซ้อมด้วย แถมไอ้พี่บ้าไปขู่พวกทหารไว้ว่า ถ้าผมมีแผลแม้แต่นิดเดียวจะถูกส่งไปประจำการที่ชายแดนสิบปี ทุกวันนี้ถ้าท่านพ่อไม่ว่างผมเลยต้องซ้อมคนเดียว

ท่านพ่อสร้างตึกให้ผมใหม่ผมเลยจัดเต็ม ทั้งสระบัวศาลา น้ำตก ใส่ค่ายกลกับดักที่เรียนมาไปด้วยมีครัวกับห้องอาบน้ำกว้างขวาง ทำส้วมแบบในชาติที่แล้วด้วย  ฟูกหนานุ่มยัดนุ่น อย่าลืมแปลงผักสวนครัวและสมุนไพรต้องมา อีกเดือนคงจะสร้างเสร็จ ช่างบอกว่าเสียเวลาในการหาวัสดุมากกว่าการสร้าง

ซ่านหยวนมาหาผมทุกวันอยู่แค่อาทิตย์เดียว หลังจากนั้นก็หายหน้าไปส่งแต่ของมาทุกวัน ทั้งเสื้อผ้าดอกไม้ของเล่น แต่ผมไม่ใจอ่อนหรอก ถ้าซ่านหยวนไม่รู้ผมก็จะไม่บอกว่าผมโกรธเรื่องอะไร

แต่ซ่านหยวนก็ไม่เคยบอกรักผมซักคำ ผมไม่มีสิทธิไปว่าอะไรเขาหรอก ถึงจะเคยมาตะโกนว่าผมเป็นชายาของเขาแต่นั่นคงเป็นแค่ความคึกคะนอง ตอนนี้คงเบื่อไปแล้ว ช่างเถอะ พรุ่งนี้ผมจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้จะได้คุยเรื่องนั้นเสียที

วันรุ่งขึ้นผมโดนสี่สาวที่ตอนนี้กลายเป็นสาวใช้ประจำตัวผม ปลุกตั้งแต่ก่อนฟ้าสางให้มาอาบน้ำแต่งตัว นางบอกว่าคนที่นี่เขาไม่ได้อาบน้ำเช้าเย็นเหมือนผม เลยต้องเผื่อเวลามากเข้าไปอีก โดนจับอาบน้ำขัดขี้ไคลประดุจจะไปเข้าเฝ้าถวายตัว เสื้อผ้าโดยท่านแม่ วันนี้เป็นชุดยาวสีฟ้าเข้ม คลุมด้วยเสื้อคลุมบางๆสีฟ้าอ่อน ปักลวดลายตรงขอบแขนและชายเสื้อ สวยดีหรอกครับถ้าเป็นชุดสตรี ถึงจะเป็นชุดแบบผู้ชายแต่เนื้อผ้าและลายปักเป็นแบบชุดสตรี ผมถูกเกล้าเป็นช่อปักปิ่นอย่างสวยงาม มีเปียเล็กอยู่สองข้าง นี่มันอะไรกันครับ

" สวยมาก ลูกแม่" ท่านแม่ยิ้มด้วยความพอใจแต่ผมหน้างอ

"ท่านแม่ ทำไมให้ข้าแต่งตัวเหมือนผู้หญิงแบบนี้ล่ะ" ผมไม่อยากไปแล้ว

"ลูกจ๋า เจ้าแต่งตัวแบบนี้น่ารักจะตายไป แม่ตั้งใจเลือกให้ลูกด้วยตัวเอง เจ้าไม่ชอบหรือ" ท่านแม่หน้าสลด

"ชอบครับท่านแม่" ผมกัดฟันพูด ทนไม่ได้ก็ใบหน้าไม่มีความสุขของท่านแม่นี่แหละ แถมยังชอบลากผมไปทำกิจกรรมแม่ลูกเช่นการเข้าครัวทำขนม คนยุคนี้เขาเป็นยังไงนะ ท่านตาก็คนนึงแล้ว

ท่านพ่อกับพี่จื้อเหยียนแต่งหล่อสมชายกันออกมา ผมมองด้วยความอิจฉา อยากล่ำมีซิกแพ็คแบบนั้นบ้าง

"เจ้ามองพี่แบบนั้น รักพี่มากใช่หรือไม่" ไอ้จิ้งจอกถาม ตีความหมายผิดไปไกลละ ไม่อยากสนใจ อ้อนท่านพ่อดีกว่า

"ท่านพ่อ ท่านพี่แกล้งข้า" ผมเข้าไปกอดเอวเกยคางกับอกท่านพ่อมองหน้าท่านทำตาแป๋ว แค่นี้ท่านพ่อก็ยอมผมทุกอย่างเลย

"พ่อลงโทษให้เจ้าดีหรือไม่" ท่านพ่อลูบหัวผมที่เตี้ยแต่บ่าท่าน ฮือ...

"ส่งไปชายแดนเลยครับ" ผมบอก ท่านพ่อกับท่านแม่หัวเราะแต่ผมพูดจริงนะ 

เรานั่งรถม้ามาที่วัง รถม้าสามารถเข้าประตูของเชื้อพระวงศ์ไปหน้าตึกได้เลย ท่านพ่อประคองท่านแม่ลงจากรถ พี่จื้อเหยียนก็ส่งมือมาให้ผมจับบ้าง แต่ผมเชิดใส่ก้าวลงมาเองแต่สะดุดชายเสื้อ เลยกลายเป็นว่าผมโถมใส่มันทั้งตัว

"เจ้ารักพี่มาก พี่ดีใจจริงๆ"  จื้อเหยียนจับมือผมไม่ปล่อย ไม่สนใจสายตาเหล่าขุนนางที่มองมา มีคนใจกล้ามาทักท่านพ่อ

"คารวะท่านเจ้าอินทรีย์ วันนี้ท่านก็มาเข้าเฝ้าเหมือนกันหรือ"

"คารวะท่านเสนาเจ๋อ วันนี้วันดีภรรยาข้าหายป่วยเลยมาเข้าเฝ้าไทเฮาเป็นการส่วนตัว หาได้มาประชุมขุนนางแต่อย่างใด" ท่านพ่อประสานมือคารวะ โง่หรือเปล่าก็เห็นอยู่ว่าท่านพ่อไม่ได้ใส่ชุดขุนนาง

"ข้าขอแสดงความยินดีกับองค์หญิงที่หายป่วย" เสนาเจ๋อโค้งต่ำลงอีก

"ขอบคุณท่าน ข้าคงต้องขอตัวก่อน" ท่านแม่ยิ้มสวยๆตัดบท พวกเราเดินตามขันทีมาถึงเขตวังหลัง ขันทีขานชื่อพวกเราเสร็จก็เปิดประตูให้เข้าไปด้านใน ผมแอบมองด้วยความตื่นใจ คำนับตามท่านพ่อแล้วยืนก้มหน้า

"เงยหน้าขึ้นเถอะ คนกันเองทั้งนั้นทำตัวตามสบาย" ผมเงยหน้าขึ้นมองไทเฮาท่าทางใจดีกำลังมองผมอยู่

"หรงเอ๋อ เจ้ามาให้ยายกอดหน่อยซิ"

ผมมองท่านแม่ ท่านพยักหน้าให้ผมเข้าไป ผมลงไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าไทเฮาหรือท่านยาย ท่านจับหน้าผมดูแล้วก็ดึงผมไปกอด

"โตมางามเหมือนแม่เสียจริง ลำบากมามากแล้ว หมดเคราะห์กันเสียทีนะ" ผมกอดตอบท่านแอบน้ำตาซึมเหมือนกัน

"เจ้าสวมนี่ไว้ กำไลหยกม่วงจะช่วยป้องกันเจ้าจากอันตราย" ท่านยายถอดกำไลข้อมือในมือท่านมาใส่ให้ผม เห็นคนในห้องตกใจนิดๆแต่เก็บอาการได้

"ขอบคุณท่านยาย" ผมจับมือท่านมาแนบแก้ม ท่านหยิกแก้มผมเบาๆแล้วยิ้ม

"หรงเอ๋อมาหาป้าทางนี้ลูก" ฮองเฮาเรียกผมไปหาบ้าง ผมคลานเข่าไปนั่งตรงหน้าท่าน

"หน้าตาเหมือนซูฉายจริงๆ แต่สวยกว่า มิน่าเล่าซ่านหยวนจะเป็นจะตายเมื่อไม่เห็นหน้าเจ้า" ผมเผลอทำหน้างอ 

"เจ้าทำหน้าแบบนี้ทะเลาะอะไรกับซ่านหยวนงั้นรึ" ฮองเฮาลูบหัวผมอย่างปราณี

ผมซบหน้าลงกับตักท่านแล้วไม่พูด

"แหมขี้อ้อนเสียจริง งอนพี่เขาใช่ไหม ป้าจะให้เขาไปขอโทษเจ้านะ" 

"เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหลานไม่พอใจเรื่องอะไร ถ้าเขาไม่รู้หลานก็จะไม่บอก" ผมยู่ปากอย่างขัดใจ

"ท่านป้า ข้าไม่ยกหรงเอ๋อให้ซ่านหยวนหรอกนะ ข้ายอมไม่แต่งงานอยู่กับน้องสองคนชั่วชีวิตก็ได้" จื้อเหยียนสอดขึ้นเลยถูกท่านแม่ตีไปหนึ่งที ไอ้พี่หวงน้องเอ๊ย

"เจ้าพูดอะไรจื้อเหยียน ซ่านหยวนถึงขนาดไปอ้อนวอนฮ่องเต้ให้ประทานสมรสระหว่างเขากับหรงเอ๋อเชียวนะ" ฮองเฮาหัวเราะเบาๆ ท่านยายก็นั่งยิ้ม เฮลโหล้ววววว...ตกใจกันหน่อยสิครับ ลูกชายขอแต่งงานกับผู้ชายแถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกด้วย ทำไมทุกคนทำท่าชิลกันแบบนี้ล่ะ

"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว" เสียงขันทีขานมา พวกเราลุกขึ้นยืนต้อนรับยกเว้นไทเฮา

"คารวะท่านแม่" ฮ่องเต้คำนับไทเฮาแล้วหันมาให้พวกเราคำนับ ฮ่องเต้หน้าตาคงเคยเป็นหนุ่มรูปงามมาก่อน แต่หุ่นไม่ฟิตเท่าท่านพ่อของผม มีชายหนุ่มอีกคนเดินยิ้มตามมาด้วย

"ตามสบายเถอะ คนกันเองทั้งนั้น" พวกผู้ใหญ่นั่งลงเหลือแต่ผม

"หรงเอ๋อ เข้ามาใกล้ๆข้าซิ" ผมคลานไปคุกเข่าหน้าฮ่องเต้ ท่านจับคางผมให้เงยหน้าให้ท่านดูชัดๆ

"เหมือนซูฉายจนเหลือเชื่อ ข้าจะไม่ยกเจ้าให้ใครทั้งนั้น " ประกาศิตจากฮ่องเต้ครับ

"ฮ่องเต้ ท่านพี่" เสียงท่านยายท่านป้าและแม่ผมประสานเสียงกัน ผมได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ที

"เจ้าคงตกใจสินะ มาหาพี่เถอะ" ผู้ชายใจดีท่าทางนุ่มนวลดึงผมออกมาจากวงสนทนา?ที่เริ่มถกเถียงกันของผู้ใหญ่

"ข้าเป็นพี่ของซ่านหยวนและก็เป็นญาติผู้พี่ของเจ้าชื่อซ่านเหยา"

"เจ้าก็บอกไปเต็มๆสิว่าเจ้าเป็นรัชทายาท" จื้อเหยียนมาดึงตัวผมไปกอดไว้เอง ผมตกใจรีบคำนับ

"เสียคารวะแล้วองค์รัชทายาท"

"ไม่ต้องมากพิธี เราพี่น้องกันเองทั้งนั้น พวกท่านพ่อท่านแม่คงเถียงกันอีกนาน ข้าพาเจ้าไปเดินเล่นในสวนดีหรือไม่" พี่ซ่านเหยาเสนอ

"ดีๆข้าอยากเห็น สวนดอกไม้ในวังคงจะงดงามนัก"

พี่ซ่านเหยาจับมือขวา พี่จื้อเหยียนจับมือซ้ายจูงผมออกไปจากห้องแต่ผมขืนตัวไว้

"แล้วพวกท่านแม่ล่ะ"

"เด็กดี ท่านพ่อสั่งให้คนจัดเตรียมอาหารไว้ที่ศาลาริมบึง เราแค่ล่วงหน้าไปก่อนเท่านั้นเอง เดี๋ยวพวกท่านก็ตามมา" มีพี่ซ่านเหยาคนเดียวแฮะที่ทำตัวสมเป็นพี่ชายที่สุด ไอ้จิ้งจอกจื้อเหยียนนี่ไม่ได้เรื่องเลย

ผมเดินดูสองข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ มีใครเดินสวนมาคำนับพี่ซ่านเหยาบ้างผมก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งมีหญิงงามคนนึงมายืนรออยู่ข้างหน้า

"ถวายพระพรองค์รัชทายาท" หญิงงามก้มหน้าเอียงอาย

"ตามสบาย เจ้ามาทำอะไรแถวนี้หยู่เฟิง" พี่ซ่านเหยาน้ำเสียงเปลี่ยนไปจนผมมองหน้า

"ข้าได้ยินว่าท่านมาเดินชมดอกไม้ จึงอยากจะขอร่วมทางด้วยเพคะ" หญิงงามส่งสายตาหวาน แต่ส่งสายตามาจิกผมได้ เปลี่ยนหน้าเก่งชมัด

"ข้าต้องการชมสวนกับน้องข้า เจ้ากลับไปเถอะ" พี่ซ่านเหยาไม่สนใจนางอีกจูงผมเดินต่อผมรับรู้ได้ว่าท่านพี่อารมณ์ไม่ดี

"นางเป็นใครหรือท่านพี่" ผมต้องอึดอัดตายแน่ถ้าไม่ได้ถาม

"หนึ่งในบรรดาสนมของซ่านเหยาไงล่ะ นางถือดีว่าเป็นลูกเสนาเจ๋อจึงชอบทำตัวอยู่เหนือคนอื่น" พี่จื้อเหยียนตอบแทน

"ใช่คนที่เราเจอตอนเข้ามาหรือไม่" ผมนึกถึงคนหน้าตาไม่น่าไว้ใจตอนที่มาทักท่านพ่อ

"คนนั้นแหละ" 

ผมคงคิดมากไปหน่อย พี่ซ่านเหยาจึงเอามืออีกข้างนึงมานวดหว่างคิ้วของผม

"หน้าสวยๆแบบนี้เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่านะ เจ้าไม่ต้องคิดมากเรื่องของข้าหรอก เรามาสนใจเรื่องของเจ้าจะดีกว่า" 

"เรื่องอะไรหรือ" ผมตามไม่ทันจริงๆ

"ก็เรื่องของเจ้ากับซ่านหยวนไง ท่านพ่อรักท่านอามากเพราะเป็นน้องแม่เดียวกันแถมยังเป็นผู้หญิงอีก ท่านไม่เต็มใจให้ท่านอาแต่งงานแต่แรกแล้ว แต่ท่านพ่อของเจ้าก็รบชนะมากมายเมื่อทูลขอรางวัลเป็นการแต่งงานกับท่านอา ท่านพ่อเลยจำยอมยกให้ พอมาเจอเจ้าที่หน้าเหมือนท่านอามาก ท่านพ่อก็เลยเกิดอาการหวงหลานขึ้นมาน่ะ" พี่ซ่านเหยาอธิบาย งั้นช่วยหวงผมนานๆเลยนะผมไม่อยากมีปั๋ว

"แล้วนี่ซ่านหยวนไปไหนเสียล่ะ ข้าเห็นแต่ของส่งมาให้หรงเอ๋อทุกวันแต่ไม่เห็นตัว" พี่จื้อเหยียนถามคำถามที่ผมอยากรู้ ผมทำเป็นไม่สนใจแต่หูผึ่ง

"ซ่านหยวนขอท่านพ่อไปฝึกวิชาเพิ่มน่ะ บอกว่าจะเอาไว้ปกป้องคนสำคัญ"  

ทำไมผมต้องหน้าแดงด้วยล่ะได้แต่ก้มหน้างุดเดินตามพี่ชายทั้งสอง จนไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาหลายคู่จ้องตามหลังมาด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน

ความคิดเห็น