ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2564 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 7
แบบอักษร

ปานฝันตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ไม่สดใสนัก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อน จุมพิตดุดันร้อนแรงของหนุ่มรุ่นน้องตามติดเธอไปแม้กระทั่งในความฝัน... 

สองสามวันมานี้เธอนอนกระสับกระส่ายแทบตลอดทั้งคืน 

หญิงสาวเพิ่งก้าวเข้ามายังล็อบบี้ชั้นล่างของตึกระฟ้าใจกลางเมือง เสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น เห็บเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับสาย 

"มีปัญหาอะไร" 

"โทรมาหาเฉยๆ ไม่ได้เหรอไง" เสียงน้องชายตอบกลั้วหัวเราะกลับมา 

"ทำไมพี่คิดว่าฉันต้องมีปัญหาถึงจะโทรหาพี่ได้ฮะ" 

"ฉันไม่มีเงินให้แกยืมหรอกนะปั้น" 

"โธ่พี่ป่าน...ฉันก็เป็นห่วงพี่เท่านั้น เลยโทรมาเช็กอาการซะหน่อย" 

"ฉันสบายดี ครบสามสิบสอง" 

"จริงดิ" ฝ่ายนั้นตอบกลับมา เสียงจริงจังขึ้นเมื่อพูดต่อ "ก็แค่กลัวว่าพี่จะยังนั่งจมอยู่ในทะเลน้ำตา" 

ทั้งพ่อและน้องชายของเธอรู้แล้วว่าเธอเลิกกับพลแล้ว ตอนที่รู้เรื่องน้องชายของเธอเดือดดาลไม่น้อย ถึงขนาดจะพุ่งไปเอาเรื่องกับหญิงโฉดชายชั่วนั่น แม้ว่าจะมุทะลุไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็เห็นมันว่าใส่ใจความรู้สึกของเธอ ขณะที่พ่อผู้ที่กำลังเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวกลับตอบข้อความสั้นๆ มาว่า 

'ดีแล้ว มันไม่เหมาะกับแก' 

"ฉันไม่อยากคิดถึงเรื่องผู้ชายเหี้ยๆ พรรค์นั้นให้รกสมองหรอกน่ะ" 

"แน่นะเจ๊" 

ตอนนี้เธอเพิ่งตระหนักได้ว่านับตั้งแต่ตัดขาดกับพล เธอกลับคิดถึงคนรักเก่าน้อยมาก แม้จะเจ็บใจทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องที่ถูกแฟนและเพื่อนทรยศก็ตาม เพราะหลังความคิดจิตใจของเธอหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่นมากกว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับใครคนนั้น 

"พี่ป่าน" เห็นเธอเงียบไป ปานนท์จึงพูดขึ้นอีกครั้ง 

"พี่ไม่เศร้าแน่นะ" 

"มันก็มีบ้างแหละ" เธอยอมรับไปตามตรง "แต่ฉันไม่นึกเสียดายผู้ชายเส็งเคร็งนั่นแน่ๆ" 

"ก็ดีแล้ว" 

"แกไม่ต้องทำตัวเป็นพ่อแก่สาระแนเรื่องฉันหรอก กินเหล้าให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนนี้ใกล้สิ้นเดือนแล้วฉันไม่มีเงินให้แกไถด้วย" 

"ก็บอกแล้วว่าโทรมาเช็ก ไม่ได้จะมาตอดเงินจากพี่ซะหน่อย" 

"ฉันโอเคแล้วจริงๆ ฉันไม่ได้อ่อนด้อยขนาดนั้นหรอกน่ะ" 

"เฮอะ...ในสมรภูมิรักพี่อ่อนด้อยกว่าฉันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ตั้งแต่แตกเนื้อสาวมามีแฟนกี่คนนะ อ้อ...รวมกับไอ้สวะที่เพิ่งเลิกกันก็สองคนเท่านั้นเอง" ถ้อยคำโอ้อวดของน้องชายวัยยี่สิบเอ็ดปีทำเธอหม่ั่นไส้ขึ้นมาติดหมัด 

"จ้าพ่อนักรักแห่งชาติ เพลาๆ เรื่องกินเหล้าเต๊าะสาวลงบ้าง เดี๋ยวได้ตับแข็งหรือไม่ก็ติดโรคตายตั้งแต่ยังหนุ่ม รักสนุกทุกข์สาหัส เคยได้ยินมั้ย" 

"ร่างกายฉันน่ะออกจะแข็งแรง อีกอยากฉันป้องกันเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี และก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร มีแต่สาวๆ พวกนั้นมาหลังเสน่ห์ฉันเอง" 

เธออยากมุดหัวเข้ามือถือทะลุออกไปตบกบาลน้องชายตัวดีสักป้าบ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา แม้ว่านิสัยเจ้าชู้และพฤติกรรมของมันจะเหลวแหลกไปบ้าง อย่างไรมันก็ยังเป็นน้องชายของเธอ เป็นครอบครัวของเธอ 

เป็นคนที่ห่วงใยเธอเสมอ 

 เธอเองก็ได้แต่บอกสอนและเตือนสติมันบางครั้งบางคราเท่านั้น ปานนท์โตพอที่จะเลือกเองได้แล้วว่าจะก้าวเดินไปในทางไหน 

"มีแต่พี่นั่นแหละอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ยังใสซื่อยิ่งกว่าเด็กสาวม.ปลาย ได้แต่วาดรูปลามกแล้วแอบจิ้นน้ำลายย้อยอยู่คนเดียว" 

สองแก้มของคนฟังร้อนวาบ 

"ปากหมาหรือปากคนน่ะที่พูด" 

เธอต่อปากต่อคำกับคนเป็นน้องอีกหลายนาที เป็นฝ่ายนั้นที่ยิ่งแหย่เธอให้โมโหแล้วชิงวางสายไปในที่สุด 

ปานฝันกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นสิบสี่ ที่ซึ่งบริษัทโฆษณาเล็กๆ ของเธอตั้งอยู่  

ตั้งแต่เดินเข้าไปในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานก็มองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ สายตาของแต่ละคนบ้างก็อยากรู้อยากเห็น บ้างก็เห็นอกเห็นใจ บ้างก็ถึงขั้นสมเพชเวทนา เหมือนเมื่อสองสัปดาห์ก่อนตอนที่เธอเลิกรากับพลหมาดๆ 

ผ่านไปสองสามวันคนในที่ทำงานถึงได้ระแคะระคายเรื่องของพวกเธอ ข่าวลือ เรื่องมือที่สาม รักสามเส้าแพร่สะพัดออกไป จนทั่งบริษัท 

 หลังจากที่เธอทำแฟนเก่าหัวร้างข้างแตก พลก็ลาพักร้อน เช่นเดียวกับรดานางฟ้าประจำแผนกกราฟิกดีไซน์ที่อ้างว่าของลาไปดูแลญาติที่ป่วย 

ทำให้ปานฝันไม่ได้เผชิญหน้ากับชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นอีกสักที 

 ช่วงสัปดาห์แรกหลังจากคืนนั้น แม้จะไม่ได้เข้ามาที่บริษัท แต่พลก็โทรฯ มาหาเธอหลายครั้งและพยายามติดต่อเธอโดยช่องทางต่างๆ แต่ปานฝันไม่รับสาย บล็อกทั้งหมายเลขและ Account ในโซเชียลมีเดียของเขาทุกทาง 

แค่คำพูดและการกระทำในคืนนั้นของอดีตคนรักในคืนนั้น 

ก็มากพอแล้วที่เธอจะยุติความสัมพันธ์ห้าปีที่ผ่านมา แม้จะเสียดายเวลาห้าปี แต่ก็ดีกว่าต้องทิ้งเวลาอีกหลายปีต่อจากนี้ หรือตลอดชีวิตที่เหลือไปกับคนเส็งเคร็ง ความเจ็บปวดในวันนั้นทำให้เธอได้เปิดหูเปิดตา 

คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ 

พอปานฝันนั่งลงที่โต๊ะทำงานได้ วรวุธ ครีเอทีฟหนุ่มหน้าตี๋ก็ไถลเก้าอี้เข้ามากระซิบบอก 

"ป่านวันนี้ฉันเห็นรถพี่พลจอดอยู่ เขามาทำงานแล้วนะ" 

ใช่สิ...วันนี้น่าจะครบกำหนดลาพักร้อนของฝ่ายนั้น เธออดที่จะมองไปยังโต๊ะที่ยังคงวางเปล่าของรดาไม่ได้ รดาเข้างานมาหลังเธอหนึ่งปี หล่อนทำหน้าที่ประสานงานกับฝ่ายเซลล์และลูกค้า มากกว่าที่จะลงมือทำงานกราฟิกจริงๆ อย่างที่เธอทำอยู่ 

เพราะหล่อนเป็นคนพูดเก่ง เข้ากับคนง่ายจึงทำให้เป็นที่รักใคร่ของใครๆ ภายนอกหล่อนดูเป็นคนอ่อนหวานน่าคบหา ไม่คิดว่ารับหลังจะแอบ 'ฟาด' กับผู้ชายที่เคยเป็นของเธอ 

"แต่คนนั้นยังไม่มา" วรวุธพยักพเยิดไปยังโต๊ะของรดา 

"บอกว่าขอลางานต่อแบบ leave without pay" 

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าปานนท์โทรมาหาเธอทำไม มันก็คงเป็นห่วงว่าเธอจะสติแตกขึ้นมาหากต้องเผชิญหน้ากับสองคนนั้นอีกครั้ง ใช่ว่าเธออยากจะเจอคนสารเลวคู่นั้น 

แต่เห็นชัดว่าพอเกิดเรื่อง เธอไม่ใช่คนที่หนี แต่เป็นคนอื่นต่างหากที่ชิ่งหนี 

เธอไม่ได้ผิดอะไร ทำไมต้องเดือดร้อน สองคนนั้นต่างหากที่ต้องละอาย 

แต่สายตาที่สะท้อนความเห็นใจของเพื่อนร่วมงานที่มองมาทำให้เธอรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้าง  

"แกโอเคแน่นะป่าน" 

"เออ" เสียงของปานฝันติดจะห้วน ทำไมถึงคิดว่าเธอจะเปราะบางขนาดนั้น 

หญิงสาวลุกขึ้นเดินออกไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็ออกมาล้างมือที่อ่างล้างหน้า คำพูดของน้องชายผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง 

'มีแต่พี่นั่นแหละอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ยังใสซื่อยิ่งกว่าเด็กสาวม.ปลาย' 

เด็กม.ปลายบ้านมันสิ จู่ๆ ถ้อยคำปรามาสของใครอีกคนก็ดังขึ้นในหู 

'พี่ยังไม่เคยเหรอครับ' 

น้ำเสียงและสีหน้าผิดหวังของหนุ่มรุ่นน้อง ทำให้เธอเกือบคิดว่าเขาจะผละห่างไปในที่สุด ทว่าร่างสูงใหญ่กลับขยับเข้ามาหาเธอมากขึ้น เบาะโซฟายุบยวบลงขณะที่ร่างหนาหนักทาบทับลงกับตัวเธอ 

'ไม่เคยนอนกับแฟนเก่า?' 

เธอส่ายหน้า หัวคิ้วคนถามย่นเข้าหากัน ใคร่รู้จริงจัง 

'ทำไมครับ' 

'มันน่ากลัว' เธอตอบเขาตามความรู้สึกแท้จริง ไม่ทันได้ไตร่ตรองสักนิด 

'มันคงจะเจ็บ' 

แต่เขาสอดนิ้วเข้ามาก็รู้สึกอัดอัดแล้ว แทบไม่ต้องคิดเลยว่าท่อนเนื้อแข็งขึงที่หว่างขาของเขาสอดแทรกเข้ามาจะเป็นอย่างไร 

'แล้วแบบนี้ล่ะครับ' แววตาของเขาลุ่มลึก... 

เรย์กดขาของเธอลงกับเบาะ กดสะโพกลงมาหาร่างช้าๆ 

'อื๊อ' ปานฝันสยิวกาย รู้สึกถึงลำเอ็นผ่าวร้อนที่เสียดสีกับใจกลางกลีบอ่อนนุ่มที่ผลิแย้มออกมา อารมณ์พิศวาสถูกกระตุ้นเร้าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความซ่านเสียวที่แผ่ลามออกไปทั่วสรรพางค์ 

'ไม่เจ็บใช่มั้ย' 

'อืม' รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนฟัง 

เขาเสือกเสยท่อนเนื้อแข็งขึงแขึ้นลงอีกครั้ง เส้นเอ็นประปรายบนท่อนเนื้อแข็งร้อยครูดสีกับกับจุดอ่อนไหวของหญิงสาว  บั้นท้ายกดลงกับเบาะ เอวแอ่นขึ้นให้เนื้อติ่งน้อยถูไถกับแก่นกายของชายหนุ่ม  

ท้องน้อยของเธอกดเกร็ง หยาดน้ำชุ่มฉ่ำเอ่อออกมาชโลมแก่นกายของเขาจนเปียกชุ่ม สองร่างบดเบียดเสียดสีเข้าด้วยกัน ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปเองโดยไม่ต้องให้ใครสอน 

'อ๊า' ท้องน้อยหดเกร็ง ปากทางแคบคับของเธอบีบรัด เต้นตุบๆ ชิดลำเอ็นของเขา 

'ช่วยผมบ้างสิ' 

เรย์คว้ามือเธอเข้ามากุมรอบท่อนเนื้อที่ยังแข็งขึงเอาไว้ สะโพกเพรียวเสือกเสยขึ้นมาถี่กระชั้น บดเบียดจนสองกลีบอิ่มอูมเบียดแนบไปกับตัวตนของเขา จนแทบไม่มีช่องว่าง เสียงน้ำฉ่ำแฉะดังกังวานในห้องกว้าง  

เธอปรือตามองเขาด้วยความพิศวง 

อารมณ์เร่าถูกปลุกปั่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยสัมผัสเสียดสี 

ชายหนุ่มขบกรามเข้ากัน เรย์กระดกสะโพกขึ้นลงไม่หยุดหย่อน ส่งเธอสู่ฝั่งฝันอีกครั้ง เขาบีบมือของเธอที่กอบกุมลำเอ็นแข็งร้อนแน่นเข้า แล้วคำรามออกมาเบาๆ 

ร่างใหญ่หนากระตุกเกร็ง แล้วธารน้ำขาวขุ่นก็ฉีดพุ่งออกมาจากส่วนหัวหยักบาน สาดกระเซ็นลงบนแผ่นท้องของเธอ และหน้าขากำยำของเขา นัยน์ตาสีน้ำทองหลุบลงมองเชื้อพรรค์ที่รินรดลงบนกายเธอสะท้อนความพึงใจ 

'แย่จังครับ' โน้มลงมากระซิบข้างหูเธอ 

'ตัวพี่เลอะน้ำผมเลย' 

ลำคอของปานฝันแห้งผาก สองแก้มร้อนผ่าวให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อจำสิ่งหนึ่งได้ สิ่งอื่นๆ ก็ประเดประดังเข้ามาในหัวของเธอไม่ขาดสาย ไม่คิดว่าเพราะเหล้าขวดเดียว เธอถึงกับกล้าทำเรื่องพรรค์นั้นกับชายหนุ่มแปลกหน้า หว่างขายังฉ่ำชื้นขึ้นมาเพียงแค่คิดถึงสิ่งที่หนุ่มรุ่นน้องทำ 

แม้ว่าเขาจะรูปงามปานเทพบุตรก็ตาม 

เธอไม่ใช่คนใจง่าย แล้วทำไมถึงได้เผลอไผลไปกับเขาได้ถึงขนาดนั้น 

"ป่านอยู่นี่เอง" 

สุภา เลขาฯ ของผู้จัดการเดินเข้ามาในห้องน้ำ 

"มีอะไรเหรอคะพี่สุ" 

"คุณศร เรียกประชุมด่วนน่ะ คนอื่นเขาเข้าไปกันหมดแล้ว" 

ปานฝันย่นหัวคิ้ว เพิ่งจะเก้าโมงเท่านั้น ปกติแล้วศรสรรค์ ผู้จัดการแผนกมักเข้างานสาย เพราะคนทำงานศิลปะ ส่วนใหญ่มมักจะมีความ อินดี้ และต้องการอิสระด้วยกันทั้งนั้น บริษัทจึงไม่ได้เข้มงวดกับเวลาเข้าออกและการแต่งกายของพนักงานนัก 

หญิงสาวรีบตั้งสติเดินตามสาวรุ่นพี่กลับไปที่ห้องประชุมเล็ก ที่ใช้เป็นห้อง War Room ของแผนก พนักงานนับสิบชีวิตมารวมตัวกันพร้อมหน้าแล้ว 

"มาครบแล้วค่ะ" สุภาบอกเจ้านาย เมื่อหล่อนและปานฝันเดินมาถึง 

"ผมมีเรื่องจะแจ้งในทีมทราบ วันนี้แผนกเรามีพนักงานใหม่เข้ามาในทีมหนึ่งคน" สายตาของทุกคนจับอยู่ที่คนยืนอยู่ข้างหลังผู้จัดการหนุ่มอย่างสนอกสนใจอยู่ก่อนแล้ว 

ร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงชิโนสีเทาเข้มดูสุภาพเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาบาดตากลับเปล่งประกายออกมาจนทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ สาวไม่จริงหญิงไม่แท้ในแผนกหูพร่าตาลาย ส่วนผู้ชายด้วยกันยังรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยราศีลงอย่างช่วยไม่ได้ 

ขณะที่ปานฝันเป็นคนเดียวที่จ้องเขม็งไปยังฝ่ายนั้นด้วยสายตาหวาดระแวง 

เด็กคนนี้มาทำบ้าอะไรที่นี่ 

"นี่เรย์ เขาจะเข้ามามาทำงานในแผนกของเรา" 

"สวัสดีครับ" รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยได้รูป นัยน์ตาสีคาราเมลของหนุ่มลูกผสมกวาดมองทุกคนอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหยุดอยู่ที่เธอ ชั่วขณะนั้นราวกับว่าเขากำลังพูดกับเธอว่า 

พี่หนีผมไม่พ้นหรอก... 

To be continued... 

งุ้ย...มีเด็กมาติด > < ป.ล. มาดึก มีใครอยู่มั้ย ถ้ามีส่งเสียงโหน่ย ??????? 

ตัวอย่างตอนต่อไป: "ผมทำพี่เลอะอีกแล้ว" 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว