facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2559 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 11

 

ผมหันไปมองหน้าไอ้ริโซ่กับแทน มันก็พยักหน้าตกลงเพราะเหมือนจะปฏิเสธไม่ได้ผมถึงได้ยอมไปกับพวกกันต์ ผมชะงักไปนิดเมื่อไอ้อาร์มันจับแขนผมไปกอดไว้แน่นผมดึงแขนออกแต่มันก็จับไว้ไม่ปล่อย

 

ปล่อย ผมพูดเสียงดุ ไอ้อาร์ยังยิ้มไม่หุบแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

 

กูบอกให้ปล่อย ผมพูดเสียงกดต่ำ ร่างบางชะงักไปนิดก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากแขนผม ผมเดินต่อโดยไม่สนใจมันแต่เชื่อเลยว่ามันหน้ายุ่งอยู่แน่ๆ

 

 

ผมไปรถไอ้ริโซ่ ตอนแรกไอ้อาร์มันก็ดูท่าจะไม่ยอมแต่ผมทำสีหน้าไม่ชอบใจอยู่ตลอดมันถึงได้ยอมไปกับพี่มัน เรานัดกันที่ร้านอาหารไอ้ริโซ่รู้จักผมเลยไม่ได้ห่วงอะไร ผมนั่งอยู่บนรถก่อนจะขอยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรหาไอ้ชาม

 

(“ฮัลโหลครับ”)

 

กูเอง ผมพูดในสายเสียงเรียบ รู้สึกใจเย็นลงมากเมื่อได้ยินเสียงไอ้ชาม และผมก็รู้สึกคิดถึงมันมากเช่นกัน

 

(“ถึงแล้วหรอครับ”)

 

อืม กำลังจะไปทานข้าวแล้วเดี๋ยวจะไปที่พัก

 

(“ผมกำลังทำงานอยู่เลย”)

 

แล้วไปทานข้าวกับใคร ผมถามเสียงดุเล็กน้อยกลัวว่ามันจะไม่ยอมไปกับไอ้อชิ ตอนนี้ที่ไทยน่าจะประมาณบ่ายโมงแล้ว

 

(“กับไอ้ฟิกแหละเสี่ย ผมไม่ขัดคำสั่งหรอกน่า”)

 

ให้มันจริงเถอะ ผมพูดขึ้นเสียงดุ แต่ริมฝีปากผมก็มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

 

(“แล้วเสี่ยจะเริ่มทำงานพรุ่งนี้เลยรึเปล่า”)

 

อืม รีบทำรีบเสร็จจะได้กลับไปหาชามเร็วๆไง ผมพูดเสียงทุ้ม ก่อนจะได้รับสายตาล้อๆมาจากไอ้ริโซ่ แต่ผมก็ไม่ได้อายอะไร

 

(“เสี่ยอ่ะ รีบกลับมาเลยนะเว้ย อย่าให้รอนาน”)

 

รู้แล้ว เดี๋ยวซื้อซิมแล้วจะโทรไปหาใหม่อีกอย่างตอนนี้กูอยู่กับไอ้อาร์และไอ้กันต์ ผมพูดบอกมันไปตามตรงไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร

 

(“…..”) ไอ้ชามเงียบทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเอามากๆ

 

ชาม

 

(“เสี่ยระวังตัวเองด้วยนะ อย่าให้มันทำอะไรเสี่ยล่ะ”) คำพูดของไอ้ชามทำให้ผมนิ่งไปนิดก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

ไม่มีอะไรทั้งนั้นชาม อย่าคิดมากเดี๋ยวกูไม่สบายใจไปด้วย ผมพูดบอกมันเสียงกังวลก่อนจะมองออกไปนอกรถด้วยสีหน้าเครียดๆ มันทำให้ผมเริ่มอยากกลับไปหามันเพื่อให้มันหายหวาดระแวงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม

 

 

(“ผมเชื่อใจเสี่ยนะเว้ย”)

 

รู้ แต่กูบอกไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไรเชื่อกูนะชาม ผมพูดเสียงจริงจัง พอพูดถึงไอ้อาร์ทีไรไอ้ชามมักจะมีอาการแบบนี้ทุกครั้งมันทำให้ผมไม่สบายใจ

 

(“ครับ งั้นเดี๋ยวผมทำงานเสร็จแล้วจะรอรับสายจากเสี่ยนะ”)

 

อืม ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยว่ากูถึงแล้วตอนนี้ยังไม่ได้ซิมใหม่ยังไม่อยากรบกวนไอ้ริโซ่มันมาก

 

(“โอเคครับ ผมคิดถึงเสี่ยนะ”)

 

กูก็คิดถึงมึง ผมพูดบอกมันยิ้มๆ แต่มันคงไม่เห็นรอยยิ้มผม ผมกดตัดสายก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้เพื่อน

 

เอาไว้เวลาผมว่างให้พี่ชามมาที่นี่ดีมั้ยครับ แทนหันมาถามผมยิ้มๆ ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป

 

ก็ดีมันจะได้มีเพื่อน ขอบใจมาก ผมพูดบอกแทนเสียงเรียบ แทนก็พยักหน้ารับ อย่างน้อยให้มันมาหาผมแค่ไม่กี่วันก็ยังดีเพราะตอนนี้ผมคิดถึงมันใจจะขาดอยู่แล้ว

 

...ไม่รู้ว่าผมจะทนได้สักเท่าไหร่กันเชียว

 

 

 

+++++

 

 

เรามาถึงร้านอาหารที่กันต์เป็นคนจองไว้ ผมเดินเข้ามาพร้อมกับไอ้ริโซ่และแทนเดินมาถึงทางเข้าร้านก็เห็นไอ้อาร์ยืนรอเราอยู่ก่อนแล้วมันเห็นผมก็รีบโบกมือให้โดยไม่อายใคร

 

 

มาเถอะ ผมเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ไอ้อาร์พูดแค่นั้นก็หมุนตัวเดินนำพวกเรา ผมนิ่งไปนิดที่จู่ๆไอ้ริโซ่ก็ขยับเข้ามาใกล้ผม

 

กูว่าเด็กนั่นสนใจมึง ไอ้ริโซ่กระซิบบอกผม ผมถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

 

มึงพูดเหมือนไอ้ชาม

 

หึ กูดูคนไม่ผิด ไอ้ริโซ่พูดแค่นั้นก็ผละออกจากผมก่อนจะหันไปคุยกับเมียมันแทน ผมได้แต่เครียดอยู่ในใจไม่อยากแสดงอาการอะไรตอนนี้มากนักเพราะไอ้อาร์ไม่มีเหตุผลที่จะมาชอบผมได้เลย จนกระทั่งเราเดินมาถึงโต๊ะไอ้อาร์ก็ดันหลังผมให้นั่งลงก่อนที่มันจะนั่งลงข้างผม ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะยังไงเราก็ต้องนั่งโต๊ะเดียวกันอยู่แล้ว

 

 

ผมสั่งอาหารไว้แล้วเรียบร้อย รับรองอร่อยถูกปากแน่นอนครับ กันต์พูดบอกเรายิ้มๆ ผมก็พยักหน้ารับไม่ได้ถามอะไร

 

พรุ่งนี้ทราฟก็จะเข้าบริษัทพี่กันต์แล้วใช่มั้ย ไอ้อาร์ที่นั่งข้างผมหันมาถามเสียงกระซิบ

 

อืม ผมตอบกลับเสียงเรียบ ไม่ได้ถามอะไรมันกลับ

 

ดีเลย ผมก็จะเข้าไปดูด้วย

 

มึงจะไปดูทำไม ผมถามมันเสียงห้วน เลิกพูดเพราะกับมันเพราะผมเริ่มไม่ชอบใจที่มันทำตัวสนิทกับผมเกินไป ไอ้อาร์เองก็ไม่ได้คิดอะไรมากเลยมันก็เอาแต่ยิ้ม

 

ก็ผมจะได้ดูแลทราฟไงล่ะ

 

กูดูแลตัวเองได้ ผมพูดแค่นั้นก็หันไปคุยกับไอ้ริโซ่เพื่อตัดบทไอ้อาร์ แต่ถึงผมจะตัดบทมันพรุ่งนี้มันก็จะมาหาผมอยู่ดี มันดื้อจะตายไป...

 

อาร์ปากเลอะ บอกแล้วว่าให้ค่อยๆทานกันตฺพูดดุน้องชายตัวเองทำให้เราหันไปมองหน้าไอ้อาร์ที่กำลังทำหน้ายุ่งอยู่

 

ก็ผมหิว ไอ้อาร์ตอบเสียงอ้อมแอ้ม ปากก็เคี้ยวอยู่ตลอดเวลา ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปที่ผ้าเช็ดปากเพื่อให้มันเช็ดคราบซอสที่ปากออก

 

อ๊ะ ขอบคุณนะ ไอ้อาร์พูดบอกผมยิ้มๆ แตกต่างจากพูดกับพี่ชายตัวเองลิบลับ อีกอย่างเมื่อกี้ผมแค่ชี้บอกไม่ได้เช็ดปากให้มันแต่ไอ้อาร์ดันทำสีหน้าเหมือนผมทำอะไรให้มันใหญ่หลวงอย่างนั้นแหละ

 

ลำบากคนอื่นตลอดเลยนะ กันต์ดุน้องชายตัวเองยิ้ม ๆ ไอ้อาร์ก็ยักไหล่ไม่สนใจ เราลงมือทานข้าวกันต่อจนอิ่มผมก็ถือโอกาสขอแยกตัวจากพวกกันต์เพราะผมจะให้ไอ้ริโซ่ไปส่ง

 

ผมจะกลับที่พักกับเพื่อนผมเอง คุณไม่ต้องลำบากหรอกครับ  ผมหันไปพูดกับกันต์ ร่างสูงขมวดคิ้วเครียดลงเล็กน้อยก่อนจะเหล่สายตาไปมองคนข้างๆผมที่กำลังทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่

 

ไม่ได้หรอกนะ ก็เราจะทำงานที่เดียวกันทราฟจะไปรบกวนคนอื่นทำไม ไอ้อาร์พูดเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้ผมหันไปมองหน้าเพื่อนขอโทษมันกลายๆ ไม่อยากให้ไอ้ริโซ่ไม่พอใจเท่าไหร่ยิ่งแทนตอนนี้เหมือนจะเริ่มเก็บสีหน้าไม่อยู่แล้ว

 

นี่ไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเพื่อนกู ผมพูดบอกมันเสียงเรียบ ไอ้อาร์ส่ายหน้าปฏิเสธคำพูดผม

 

ไม่รู้ล่ะ งั้นผมจะไปด้วยเพราะผมอยากจะรู้ว่าทราฟพักอยู่ที่ไหน

 

มากไปมั้ย ผมพูดออกไปตรงๆ ร่างบางที่ได้ยินชะงักไปทันทีก่อนจะหันมายกยิ้มให้ผมโดยที่ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิดกับคำพูดของผมเมื่อกี้

 

ไม่มากไปหรอก ขนาดอยู่ที่ไทยทราฟยังคอยบอกนั่นบอกนี่ผมเลยตอนที่อยู่บริษัท แค่นี้เองผมเต็มใจ ไอ้อาร์พูดบอกยิ้มๆ จริงอยู่ที่ผมมักจะบอกมันว่าอันไหนควรไม่ควรตอนที่อยู่ไทยเพราะพี่ชายมันชอบเอามาฝากไว้ที่ห้องผม แต่นั่นมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ที่ผมบอกก็เพราะผมหวังดีเท่านั้น

 

เรื่องนั้นมันไม่ใช่หนี้บุญคุณอะไร ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะกลับกับเพื่อน ผมพูดกับกันต์ประโยคหลัง กันต์เองก็ทำสีหน้าไม่สู้ดีนักก่อนจะยอมพยักหน้าให้ผม ผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับไอ้ริโซ่และแทนเรากล่าวลาเล็กน้อยก็เดินออกไปนอกร้านอาหารเพื่อไปยังที่พักผม ไอ้อาร์นั่งนิ่งไม่ได้ตามตื้อผมเหมือนมันกำลังพยายามระงับอารมณ์ตัวเองอยู่

 

เดี๋ยวพากูไปหาซื้อซิมก่อน ผมบอกไอ้ริโซ่ที่กำลังทำสีหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่สักอย่าง

 

อืม เออไอ้ทราฟ

 

อะไรผมถามเพื่อนกลับก่อนจะหยุดยืนเมื่อไอ้ริโซ่เหมือนมีอะไรจะพูดกับและดูมันจะเครียดไม่น้อยเลย

 

กูว่าเด็กอาร์นั่นไม่ใช่ตัวป่วนธรรมดาแล้ว นิสัยเกินเยียวยายิ่งกว่าเมียกูอีก ไอ้ริโซ่พูดบอกเสียงจริงจังกับผม แทนที่ได้ยินก็ชกไหล่ไอ้ริโซ่ด้วยความน้อยใจแต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะถูกเพื่อนผมกอดคอไว้แน่น

 

ยังไง ผมถามมันกลับด้วยความไม่เข้าใจ

 

ก็แทนมันเป็นเด็กเอาแต่ใจแต่บางครั้งมันก็คิดได้ว่าอะไรควรไม่ควร  อีกอย่างแทนยังมีกูคอยดุอยู่แต่กลับเด็กคนนั้นไม่ใช่ ...มันไม่รู้เลยว่าอะไรควรไม่ควรรู้ทั้งรู้ว่ามึงมีน้องชามอยู่แล้วแต่ก็ยังเข้าหามึง อีกอย่างมันไม่มีใครคอยเตือนเลยพี่มันเองก็คอยแต่เอาใจน้อง มึงคงไม่เห็นสีหน้าที่มันถูกมึงขัดใจ มันเหมือนชอบไม่ใช่โกรธไอ้ริโซ่พูดออกมายาวเหยียด คำพูดมันทำให้ผมนิ่งไปทันที

 

 

หรอวะ... ผมถามเพื่อนเสียงเบา เพราะผมไม่ได้สังเกตไอ้อาร์ขนาดนั้น แต่ดูท่าจะจริงอย่างที่มันบอกคงเพราะชีวิตมันไม่เคยถูกขัดใจแต่ผมเป็นคนแรกเลยล่ะมั้งที่คอยแต่ขัดมัน แต่ถ้าถึงขนาดทำสีหน้าชอบใจตอนถูกดุขนาดนั้นผมว่ามันคงเป็นโรคอะไรสักอย่าง

 

 

อืม มึงก็หนักแน่นไว้ล่ะกัน ไอ้ริโซ่พูดเสียงจริงจังอีกครั้งผมก็พยักหน้ารับเพื่อน

 

ทำไมพี่ต้องเอาผมไปเปรียบเทียบด้วย แทนบ่นขึ้นมาเมื่อเราคุยกันจบ ผมยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเพื่อนกำลังจะเจอเรื่อง ผมเดินนำพวกมันที่ยืนเถียงกันอยู่กลับไปรอที่รถ ตอนนี้ผมไม่ได้คิดเรื่องไอ้อาร์เพราะผมไม่อยากเก็บมาใส่ใจ

 

 

 

++++

 

 

ไอ้ริโซ่พาผมไปซื้อซิมใหม่พร้อมกับช่วยจัดของในห้องผมโทรหาไอ้ชามแค่บอกว่านี่เบอร์ใหม่เท่านั้นมันก็ให้ผมนอนพักก่อนผมเลยยอมตัดสายไป ไอ้ริโซ่กับแทนขอตัวกลับไปแล้วตอนนี้ผมอยู่ในคอนโดคนเดียวก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวใหม่พร้อมกับนอนพักรอเวลาที่ส่งข้อความมา

 

..

..

 

อืมม ผมครางเสียงงัวเงียก่อนจะคลำหาโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ตอนนี้ เป็นไอ้ชามที่โทรมาผมกดรับสายทันที

 

อืม ผมกรอกเสียงลงในสายเสียงเบา ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงตัวเอง ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงดีๆก่อนจะมองไปที่นาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมง ที่ไทยก็คงจะหกโมงเย็นแล้ว

 

(“เสี่ยรับสายช้าจัง”)

 

เดี๋ยวตัดสายก่อนแล้วเปิดกล้องคุยในเน็ต

 

(“เร็วๆเลย”) ไอ้ชามพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจผม ผมหัวเราะเสียงเบาก่อนจะกดตัดสายจากมัน ผมเดินไปหยิบโน้ตบุ๊คมาเปิดต่อเน็ตเสร็จก็โทรหาไอ้ชามผ่านสไกป์ ไม่นานใบหน้าน่ารักที่ผมเฝ้าคิดถึงมาตลอดก็โชว์อยู่บนหน้าจอพร้อมกับฟิกและไอ้อชิที่นั่งอยู่ด้านหลังสถานที่ผมรู้จักดีเป็นห้องโถงที่บ้านใหม่ของผมกับไอ้ชามมัน

 

หวัดดี ผมพูดขึ้นยิ้มๆ พร้อมโบกมือให้ไอ้ชามที่กำลังทำสีหน้าหงอยๆ

 

(“คิดถึงเสี่ยนะ”)

 

อืม แล้วนี่จะออกไปกินข้าวเย็นรึยัง ผมถามมันด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ยิ่งได้คุยกันก็ยิ่งคิดถึงมากกว่าทุกครั้ง

 

(“เราไปซื้อมากินที่บ้านน่ะ แล้วเสี่ยกินข้าวรึยัง”)

 

ยังเพิ่งตื่น ผมพูดแค่นั้นไอ้ชามก็ทำสีหน้าบึ้งๆมาให้ผมทันที

 

(“ไปกินเดี๋ยวนี้เลยนะเสี่ย อ้ะ อยู่คอนโดนี่นาโทรสั่งเลยเร็วๆแล้วก็พาผมไปดูรอบๆห้องด้วย”)

 

มึงก็ออกมาจากคอมดิ ผมกวนมันกลับยิ้มๆ ไอ้ชามเบะปากใส่ผมด้วยความหมั่นไส้ ถ้าอยู่ใกล้ๆผมคงบีบปากมันเล่นแล้ว

 

(“จะออกไปได้ยังไงเล่า เร็วๆโทรสั่งมาจะได้กินพร้อมกันเลยเนาะฟิก”) ไอ้ชามหันไปคุยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหลัง ฟิกแค่ส่ายหน้าให้มันหน่ายๆเท่านั้นทำเอาไอ้ตัวเล็กหน้าบูดเข้าไปใหญ่

 

เดี๋ยวพาเข้าไปในห้องน้ำก่อนแล้วกัน

 

 

(“มะ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งเสี่ย”) ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อตอนที่พูด ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มขำเมื่อรู้ว่ามันคิดอะไร

 

คิดอะไร กูจะล้างหน้าไง

 

(“เดี๋ยวคอมช็อตพอดี รีบไปล้างหน้าแล้วก็โทรสั่งข้าวมากินเร็ว”) ไอ้ชามสั่งผมเสียงดุสีหน้าจริงจังสุดๆ จนผมยอมพยักหน้ารับมันก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไม่วายหันกล้องมาตามหลังตัวเองให้มันดูด้วย

 

 

ผมโทรสั่งอาหารให้ขึ้นมาส่งที่ห้องก่อนจะยกโน้ตบุ๊คไปถ่ายทุกที่ในคอนโดให้ไอ้ชามมันดูไม่งั้นมันไม่เลิกทำหน้าบึ้งๆนั่นแน่

(“เสี่ยอย่าลืมทำความสะอาดด้วยล่ะ”) เสียงไอ้ชามดันรอดออกมาผมหมุนกล้องเข้าหาตัวเองก่อนจะคลี่ยิ้มให้มัน

 

มึงก็ทำให้กูสิ เป็นเมียกูไม่ใช่รึไง

 

(“อีกแล้วนะเสี่ย อยากให้ผมร้องไห้รึไง”) ไอ้ชามพูดเสียงสั่นหน้ามันหงอยลงอีกแล้วจนผมต้องยิ้มปลอบใจมัน รู้สึกผิดไม่น้อยที่พูดแบบนั้น

 

อย่าร้อง เดี๋ยวกูอยากกลับ

 

(“ถึงผมไม่ร้องเสี่ยก็อยากกลับอยู่ดี”) น้ำเสียงไอ้ชามดีขึ้นมาเล็กน้อยทำให้ผมชื่นใจได้บ้าง แถมโรคหลงตัวเองของมันก็ไม่เคยลดละจริงๆ

 

 

รู้ดีเชียวนะ ผมพูดตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะพามันไปที่ห้องครัว ผมวางคอมไว้ก่อนจะนั่งรออาหารเงียบๆ พอได้มองหน้ามันโดยที่เราไม่พูดอะไรแบบนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัดนะ แต่ให้ความรู้สึกอยากจูบมากกว่า

 

อยากจูบมึงวะ ผมพูดตามที่ตัวเองคิด ไอ้ชามชะงักไปทันทีใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ารัก

 

(“อยากจูบเสี่ยเหมือนกันแหละ”) ถึงมันจะเขินแต่ก็ตอบกลับมาตรงๆเหมือนเดิม ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย

 

อืม ถ้ากลับไปนี่คงต้องลาเวรโรงพยาบาลสักอาทิตย์ล่ะกันจะได้ทบต้นทบดอก ผมพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์เล็กน้อย มองหน้าไอ้ชามด้วยความต้องการอย่างไม่คิดจะปิด ร่างบางที่ได้ยินมุดหน้าลงกับหมอนพร้อมร้องอู้อี้อะไรก็ไม่รู้ของมัน คงจะเขินมาก

 

ออดดดด!

เสียงออดหน้าประตูทำให้ผมนิ่งไปนิดก่อนจะหันไปมองไอ้ชามที่เงยหน้ามองผมอยู่เช่นกัน

 

ข้าวมาส่งแล้วล่ะ เดี๋ยวออกไปรับก่อน ผมพูดบอกไอ้ชาม

 

 

(“ครับ”) ไอ้ชามตอบรับผมก็เดินออกไปยังประตูก่อนจะเปิดตูออกกว้างเพื่อให้พนักงานเข็ญรถเข้ามาเสิร์ฟอาหาร ผมให้เขาจัดโต๊ะให้ที่ห้องครัวก่อนจะจ่ายเงินไปด้วย พอผมเดินออกมาส่งกำลังจะปิดประตูแต่ประตูดันถูกดันเข้ามาเสียก่อนผมตกใจแต่ก็ต้องทำหน้านิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

 

มาทำไม ผมถามไอ้อาร์เสียงเรียบ มองหน้ามันด้วยสายตานิ่งๆ ร่างบางที่กำลังมองสำรวจห้องผมไม่ใส่ใจคำพูดผมเลยสักนิด

 

ห้องกว้างจัง แบบนี้ไม่กลัวหรอ ไอ้อาร์หันมาถามผม ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะมองหน้ามันด้วยสีหน้าจริงจัง

 

กูถามว่ามาทำไม

 

ผมแค่อยากมาดูห้องของทราฟเอง อุตส่าห์จะพามาแล้วแต่ทราฟก็ไม่ยอมผมเลยต้องหาทางมาเอง

 

เฮ้อ...งั้นมึงก็เห็นแล้วกลับไปได้ล่ะ ผมพูดไล่มันไปตรงๆไม่คิดจะอ้อม แต่ไอ้อาร์กลับลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ

 

สั่งข้าวมากินด้วยนี่นา พอดีเลยผมก็ยังไม่ได้กิน ไอ้อาร์ไม่สนใจคำพูดผมมันพูดจบก็เดินเข้าไปในครัวผมรีบปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปตัดหน้ามัน ร่างบางชะงักแต่สุดท้ายมันก็เห็นว่าผมเปิดกล้องคุยกับไอ้ชามอยู่

 

(“เสี่ย เสียงใคร”) เสียงไอ้ชามดังรอดออกมาจากโน้ตบุ๊ค

 

หมับ

ผมคว้าต้นแขนของไอ้อาร์ไว้เมื่อมันทำท่าจะขยับเข้าไปคุยกับไอ้ชาม ดีหน่อยที่เรายืนกันอยู่หลังกล้องทำให้ไอ้ชามไม่เห็นแต่ก็ได้ยินเสียง

 

กลับไป ผมพูดบอกมัน ตอนนี้ไอ้ชามคงรู้แล้วง่าใครมาหาผมมันถึงได้เงียบไป

 

ไม่กลับหรอก ผมจะไปทักทายชามเขาสักหน่อย จะได้บอกเขาให้สบายใจด้วยไงว่าผมจะดูแลทราฟเองคำพูดของไอ้อาร์ทำให้ผมตกใจไม่น้อยเลย มันทำท่าจะเดินแต่ผมก็กระชากแขนมันแรงๆเดินออกมาจากห้องครัวก่อนจะผลักร่างเล็กๆนั่นไปทางประตู

 

พรึบ

 

ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับผม ไอ้อาร์ตวัดสายตามามองหน้าผม มันลูบต้นแขนตัวเองบริเวณที่ผมบีบเมื่อกี้ด้วยสีหน้าโกรธจัด

 

กูนี่ไงกล้าทำกับมึง ถ้ามึงยังทำแบบนี้อีกมากกว่านี้กูก็ทำได้ กลับไปซะ ผมพูดบอกมันเสียงจริงจัง ผมเองก็โกรธไม่น้อยไปกว่ามัน ถ้าเกิดผมทำให้ไอ้ชามโกรธผมคงอยู่ที่นี่อย่างไม่มีความสุขแน่ๆ

 

 

ทราฟทำอะไรผมไม่ได้หรอกจำไว้ ผมจะถือว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมแค่อยากจะทักทายคนรักของทราฟเท่านั้นไอ้อาร์ยังพูดออกมาไม่หยุด ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายให้หน้ามันทันที

 

 

มึงไม่คิดว่ามันเป็นการเสียงมารยาทรึไงผมถามมันด้วยน้ำเสียงเหลืออดนิดๆ ยังไม่อยากลงมือทำอะไรมันมาก แต่ดูเหมือนไอ้อาร์มันจะไม่ยอมลงเลยสักนิด

 

ก็ผมเป็นแบบนี้มันก็เรื่องของผม ทราฟแค่ปล่อยไปไม่ได้รึไง

 

 

มึงควรจะเปลี่ยนนิสัยซะใหม่ไม่ใช่ว่าใครก็จะตามใจมึงเหมือนพี่มึงไปซะหมดผมอดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องนี้ ถ้ามันเป็นเหมือนที่ไอ้ริโซ่พูดผมคงพูดไม่เต็มปากว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ไอ้อาร์นิ่งไปนิดก่อนจะยิ้มชอบใจออกมาทั้งๆที่เมื่อกี้มันยังโกรธผมอยู่เลย ...มันทำให้ผมแปลกใจที่เปลี่ยนอารมณ์ได้ง่ายขนาดนี้

 

ก็เพราะแบบนี้ไงผมถึงชอบและถูกใจที่โดนทราฟขัดใจ ก็ทุกคนคอยเอาแต่ความรู้สึกผมเป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครคอยขัดใจ แต่ผมก็ชอบแบบนั้นและผมก็ทนเห็นอะไรที่มาขัดใจผมไม่ได้ด้วยสิไอ้อาร์พูดเสียงเบาราวกับกำลังกระซิบข้างหูผม ผมขมวดคิ้วแน่นมองหน้าผมด้วยสีหน้าเครียดๆ

 

 

หมายความว่ายังไงผมถามเพื่อความแน่ใจของตัวเองอีกครั้ง...

 

ก็ง่ายๆ คือผมจะทำให้ทราฟเป็นเหมือนคนพวกนั้นไงล่ะ สักวันทราฟต้องตามใจผมโดยไม่มีข้อแม้เหมือนที่ทราฟตามใจชามไง

 

เหมือนคำพูดของไอ้ริโซ่จะเป็นจริง คำเตือนของไอ้ริโซ่เด่นชัดในหัวผมตอนนี้

 

 

 

*********************************************

 

 

เหตุผลของคนงี่เง่า...

 

TBC.

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น